62
ระบบห้องเช่ารายวัน นางสาวณัฐชา สามารถกุล นางสาวเบญจวรรณ แสงเพ็ง นางศุภธิดา วิเศษชาติ โครงการพิเศษนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตร ปริญญาบริหารธุรกิจบัณฑิตสาขาวิชาบริหารธุรกิจ(คอมพิวเตอร์ธุรกิจ) คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฎธนบุรี .. 2556 สาขาคอมพิวเตอร์ ธุ รก จ คณะวิทยาการจั ดการ มหาวิทยาลั ยราชภั ฏธนบุ รี

µ ¨ ¥ ´ ¦ µ ¦ ¤ ® µ ª · บทที่. 1 . ... หรือหน่วยงานนั้น ๆ กล่าวได้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีมากกว่าการเก็บข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูล

  • Upload
    others

  • View
    3

  • Download
    0

Embed Size (px)

Citation preview

Page 1: µ ¨ ¥ ´ ¦ µ ¦ ¤ ® µ ª · บทที่. 1 . ... หรือหน่วยงานนั้น ๆ กล่าวได้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีมากกว่าการเก็บข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูล

ระบบหองเชารายวน

นางสาวณฐชา สามารถกล

นางสาวเบญจวรรณ แสงเพง

นางศภธดา วเศษชาต

โครงการพเศษนเปนสวนหนงของการศกษาตามหลกสตร ปรญญาบรหารธรกจบณฑตสาขาวชาบรหารธรกจ(คอมพวเตอรธรกจ)

คณะวทยาการจดการ มหาวทยาลยราชภฎธนบร

พ.ศ. 2556

สาขาค

อมพวเตอรธรก

จ คณะวทยา

การจดการ

มหาว

ทยาลยร

าชภฏธนบร

Page 2: µ ¨ ¥ ´ ¦ µ ¦ ¤ ® µ ª · บทที่. 1 . ... หรือหน่วยงานนั้น ๆ กล่าวได้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีมากกว่าการเก็บข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูล

สารบญ หนา บทคดยอภาษาไทย ก กตตกรรมประกาศ ข สารบญ ค สารบญตาราง จ สารบญรปภาพ ฉ บทท 1 บทน า 1 1.1 ความเปนมาและความส าคญของปญหา 1 1.2 วตถประสงคของโครงการ 2 1.3 ขอบเขตโครงการ 2 1.4 ประโยชนทคาดวาจะไดรบ 2 1.5 นยามเฉพาะ 2 บทท 2 แนวคดทฤษฎและงานวจยทเกยวของ 3 2.1 ระบบฐานขอมล 3 2.2 การวเคราะหและออกแบบระบบ 9 2.3 โปรแกรมทใชในการพฒนา 28 2.4 งานวจยทเกยวของ 32 บทท 3 วธการด าเนนการวจย 33 3.1 ประชากรและกลมตวอยาง 33 3.2 เครองมอทใชในการศกษา 33 3.3 การวางแผน 35 3.4 การวเคราะหระบบ 36 3.5 การออกแบบฐานขอมล 41 บทท 4 การพฒนาระบบ/ผลการวจย 48 4.1 การพฒนาระบบ 48 4.2 ผลการวจย 51

สาขาค

อมพวเตอรธรก

จ คณะวทยา

การจดการ

มหาว

ทยาลยร

าชภฏธนบร

Page 3: µ ¨ ¥ ´ ¦ µ ¦ ¤ ® µ ª · บทที่. 1 . ... หรือหน่วยงานนั้น ๆ กล่าวได้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีมากกว่าการเก็บข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูล

สารบญ (ตอ) หนา บทท 5 สรปอภปรายและขอเสนอแนะ 55 5.1 สรป 55 5.2 อภปราย 56 5.3 ขอเสนอแนะ 56 บรรณานกรม 57 ภาคผนวก 58 ภาคผนวก ก แบบประเมนสารนพนธ 59 ประวตผวจย 62

สาขาค

อมพวเตอรธรก

จ คณะวทยา

การจดการ

มหาว

ทยาลยร

าชภฏธนบร

Page 4: µ ¨ ¥ ´ ¦ µ ¦ ¤ ® µ ª · บทที่. 1 . ... หรือหน่วยงานนั้น ๆ กล่าวได้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีมากกว่าการเก็บข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูล

สารบญตาราง ตารางท หนา 3.1 ตารางวางแผนการท างาน 35 3.2 ตารางขอมลลกคา 42 3.3 ตารางขอมลหองพก 43 3.4 ตารางขอมลเชาหองพก 43 3.5 ตารางขอมลเพศ 43 3.6 ตารางขอมลสถานะหองพก 43 3.7 ตารางขอมลประเภทหองพก 44 4.1 จ านวนและรอยละของผตอบแบบสอบถาม 51 4.2 แสดงความคดเหนเกยวกบการใชงานดานการปอนขอมลเขา 52 4.3 แสดงความคดเหนเกยวกบการใชงานดานการประมวลผล 53 4.4 แสดงความคดเหนเกยวกบการใชงานดานการแสดงผล 54

สาขาค

อมพวเตอรธรก

จ คณะวทยา

การจดการ

มหาว

ทยาลยร

าชภฏธนบร

Page 5: µ ¨ ¥ ´ ¦ µ ¦ ¤ ® µ ª · บทที่. 1 . ... หรือหน่วยงานนั้น ๆ กล่าวได้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีมากกว่าการเก็บข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูล

สารบญรปภาพ

รปท หนา 2.1 ลกษณะเอนทต 4 2.2 ลกษณะของแอททรบว 4 2.3 ลกษณะของความสมพนธ 5 2.4 วงจรการพฒนาระบบสารสนเทศ 9 2.5 แสดงการออกแบบระบบทางตรรกะ 24 2.6 สญลกษณทใชในการออกแบบ Data Flow 27 3.1 ภมกางปลา 36 3.2 แผนการไหลของขอมล (Context Diagram) 37 3.3 Process Descomposition Diagram 38 3.4 แผนภาพกระแสขอมลระดบท 1 39 3.5 แผนภาพกระแสขอมลระดบท 2 40 3.6 แสดงภาพ E – R Diagram 41 3.7 แสดงแบบจ าลองขอมล E – R Model 42 3.8 ออกแบบสวนของประวตลกคา 44 3.9 ออกแบบสวนของขอมลหองพก 45 3.10 ออกแบบสวนของแผนผงหองพก 46 3.11 ออกแบบสวนของจองหองพก 47 4.1 แสดงหนาจอแรกของระบบหองพกรายวน 48 4.2 แสดงหนาจอของประวตลกคา 49 4.3 แสดงหนาจอขอมลหองพก 49 4.4 แสดงหนาจอของจองหองพก 50 4.5 แสดงหนาจอรายงานใบเสรจรบเงน 50 สาข

าคอมพวเตอรธ

รกจ ค

ณะวทยาการ

จดการ ม

หาวทยา

ลยราช

ภฏธนบร

Page 6: µ ¨ ¥ ´ ¦ µ ¦ ¤ ® µ ª · บทที่. 1 . ... หรือหน่วยงานนั้น ๆ กล่าวได้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีมากกว่าการเก็บข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูล

บทท 1

บทน า

1.1 ความส าคญและความเปนมาของปญหา ปจจบนเทคโนโลยมความเจรญกาวหนาอยางรวดเรวมบทบาทและความส าคญ ในชวตประจ าวน และเทคโนโลยเปนการน าเอาแนวความคด หลกการ เทคนค ความร น ามาประยกตใชในระบบงานในดานตางๆ เชน ดานการสอสาร ดานธรกจ ดานการคา เพอชวยใหลดขนตอนในการทางานใหเกดความรวดเรวยงขน และเพอเพมประสทธภาพของงานใหมประสทธผลมากยงขน เทคโนโลยจะชวยใหการท างานเกดความเทยงตรงและรวดเรว เพอชวยใหผใชเกดความสะดวกสบายและรวดเรวมากยงขน เนองจากในปจจบนการมการเปดธรกจเกยวกบอสงหารมทรพยเปนจ านวนมากโดยเฉพาะการเปดหอพกใหบคคลอนๆ ไดใชบรการของหอพก ซงอาจกอใหเกดปญหาตามมาได เชน การคด คาน า คาไฟ คลาดเคลอนจากความเปนจรง การคดราคาหองพกแตละประเภทมการสลบกน การบนทกประวตของลกคามขอมลไมครบถวน ซงเปนการสญเสยเวลามาก ในการตรวจสอบหากเกดขอผดพลาดดงกลาว เนองจากเจาของหอพกสวนใหญไดท าการเกบขอมลหรอจดบนทกลงในกระดาษท าใหยงยากในการทจะตรวจสอบ เสยเวลาในการคนหาเอกสาร รวมถงการเสยหายการช ารดของกระดาษ ผพฒนาจงไดพฒนาคดออกแบบระบบ หอพก เพอความสะดวก รวดเรวในการคดราคาหองพก รวมถงการค านวณคาน า คาไฟ ตลอดจนการบนทกขอมลลกคาซงสามารถตรวจสอบได ดงนนคณะผจดท าจงมแนวคดในการจดท าระบบหอพกขนเพอใหระบบงายตอการใชงาน และสะดวกรวดเรว ไมเสยเวลาท าใหผใชงานเครองคอมพวเตอรไมรสกวาตองใชเวลานาน ในการคดคาเชาหองพกเปนเรองงาย และยงเปนการประหยดทงเวลาในการท างาน

1.2 วตถประสงคของโครงงาน 1.2.1 เพอวเคราะหและออกแบบระบบหอพกรายวน 1.2.2 เพอพฒนาระบบหอพก

สาขาค

อมพวเตอรธรก

จ คณะวทยา

การจดการ

มหาว

ทยาลยร

าชภฏธนบร

Page 7: µ ¨ ¥ ´ ¦ µ ¦ ¤ ® µ ª · บทที่. 1 . ... หรือหน่วยงานนั้น ๆ กล่าวได้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีมากกว่าการเก็บข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูล

2

1.3 ขอบเขตของโครงงาน 1.3.1 เจาของหอพก

1.3.1.1 จดการขอมลลกคา 1.3.1.2 จดการขอมลหองพก 1.3.1.3 จดการการเชา 1.3.1.4 คนหา 1.3.1.5 เรยกดรายงาน

1.3.2 ลกคา 1.3.2.1 ใบเสรจรบเงน

1.4 ประโยชนทคาดวาจะไดรบ 1.4.1 ไดระบบเชาหองพกรายวน 1.4.2 ใชเปนแนวทางสาหรบผทสนใจน าไปประยกตใชตอไป 1.4.3 ผพฒนาระบบมความเขาใจการวเคราะหและออกแบบระบบมากขน

1.5 นยามศพท 1.5.1 ระบบ หมายถง ระบบหอพก 1.5.2 หอพก หมายถง สถานทใหเชาเชงพาณชยทมบคคลทวไปเปดใหเขาพก โดยมการเรยกเกบคาตอบแทนจากผขอพก 1.5.3 เจาของหอพก หมายถง ผทมหนาทจดการขอมลลกคา จดการขอมลหองพก จดการการเชา และไดรบคาเชาจากลกคา 1.5.4 ลกคา หมายถง ผทมาเชาหอพก

สาขาค

อมพวเตอรธรก

จ คณะวทยา

การจดการ

มหาว

ทยาลยร

าชภฏธนบร

Page 8: µ ¨ ¥ ´ ¦ µ ¦ ¤ ® µ ª · บทที่. 1 . ... หรือหน่วยงานนั้น ๆ กล่าวได้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีมากกว่าการเก็บข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูล

บทท 2

แนวคด ทฤษฎและงานวจยทเกยงของ ในการจดท าหอพกหองรายวนนน จะตองมาจากการจดการทดในหลายๆดาน ไมวาจะเปนการจดการวเคราะหระบบ การจดการระบบฐานขอมล หรอในสวนของการออกแบบระบบ ซงสวนตางๆเหลานจ าเปนตองอาศยทฤษฎทส าคญในการจดการอยางยง และในทนคณะผจดท าไดศกษาคนควาทฤษฎในหลายๆดานดงน เพอน ามาประกอบการศกษาโครงงานพเศษ ซงสามารถแจกแจงไดดงน 2.1 การจดการฐานขอมล ( Database Analysis ) 2.2 การวเคราะหและออกแบบระบบ ( System Analysis ) 2.3 โปรแกรมการจดการขอมล (DBMS) 2.4 งานวจยทเกยวของ

2.1 ระบบฐานขอมล (Database System) ฐานขอมล (Database) คอ กลมของขอมลทมความสมพนธเกยวของเปนเรองเดยวกน เชน

กลมขอมลเกยวกบพนกงานบรษทประกอบดวย รหสพนกงาน ชอ นามสกล เบอรโทรศพท และกลมขอมลดงกลาวถกจดเกบอยรวมกนหลาย ๆ กลม ซงอาจจะเกบอยในรปแฟมเอกสารหรออยในคอมพวเตอร กลาวโดยสรปแลว ฐานขอมลมลกษณะส าคญ คอ เปนเรองเกยวกบการจดเกบขอมล ขอมลทจดเกบมความสมพนธเกยวของเปนเรองเดยวกน สามารถแสดงออกมาอยในรปแบบของตารางได 2.1.1 สวนประกอบของตารางขอมลในฐานขอมล โดยทวไปแลวตารางขอมลทใชงานกนจะประกอบดวย แถว (Row) และคอลมน (Column) ตางๆ แตถามองกนในรปแบบของฐานขอมลแลว เราจะเรยกรายละเอยดในแถววา เรคอรด (Record) และเรยกรายละเอยดใน แนวคอลมน วา ฟลด (Field) ในฐานขอมล 1 ระบบอาจประกอบดวย ตารางขอมลมากกวา 1 ตาราง ฐานขอมลทมตารางขอมลมากกวา 1 ตาราง และมตารางตงแต 1 คขนไป ทมความสมพนธกนดวยฟลดใดฟลดหนง เรยกฐานขอมลประเภทนว

สาขาค

อมพวเตอรธรก

จ คณะวทยา

การจดการ

มหาว

ทยาลยร

าชภฏธนบร

Page 9: µ ¨ ¥ ´ ¦ µ ¦ ¤ ® µ ª · บทที่. 1 . ... หรือหน่วยงานนั้น ๆ กล่าวได้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีมากกว่าการเก็บข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูล

4

“ฐานขอมลเชงสมพนธ ” หรอ Relational Database เชน การออกแบบความสมพนธระหวางขอมลโดยใช ER – Diagram ซงประกอบดวยองคประกอบพนฐานดงน 2.1.1.1 เอนทต (Entity) หมายถง สงของวตถในระบบทเราสนใจซงอาจจบตองไดและเปนไดทงนามธรรม

รปลกษณะของเอนทต คอรปสเหลยมผนผา ตวอยางเชน

รปท 2.1 รปลกษณะของเอนทต คอรปสเหลยมผนผา

รปท 2.1 รปลกษณะของเอนทต (Entity)

2.1.1.2 แอททรบว (Attribute) คอคณสมบตของวตถหรอสงของทเราสนใจโดยอธบายรายละเอยดตางๆ ทเกยวของกบลกษณะของเอนทต โดยมคณสมบตนมอยในทกเอนทต

รปลกษณะของ Attribute คอรปวงรโดยทจะมเสนเชอมตอกนเอนทต ตวอยางเชน

รปท 2.2 รปลกษณะของ Attribute คอรปวงรโดยทจะมเสนเชอมตอกนเอนทต

2.1.1.3 ความสมพนธ (Relationship) คอ ความสมพนธระหวางเอนทตจะตองมความสมพนธรวมกนซงจะใชรปภาพสญลกษณสเหลยมรปวาวแสดงความสมพนธระหวางเอนทตและระบชอความสมพนธลงในสเหลยม

MEMBER

MEMBER

Password

word

สาขาค

อมพวเตอรธรก

จ คณะวทยา

การจดการ

มหาว

ทยาลยร

าชภฏธนบร

Page 10: µ ¨ ¥ ´ ¦ µ ¦ ¤ ® µ ª · บทที่. 1 . ... หรือหน่วยงานนั้น ๆ กล่าวได้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีมากกว่าการเก็บข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูล

5

รปลกษณะของความสมพนธ (Relationship)

รปท 2.3 รปลกษณะของความสมพนธ (Relationship)

อธบายตารางและค าศพททใชในตารางซงไดมาจากการสรางความสมพนธจาก ER – Diagram เมอก าหนดตารางตาง ๆ ออกมาแลว แตละตารางตองก าหนดชอ Field ตางๆ อธบายวา Field นคออะไร ตองใสขอมลอยางไรเพอใหผทตองการศกษา หรอผทเกยวของเขาใจไดงายขน 2.1.2 ประโยชนของระบบฐานขอมล ฐานขอมลจะชวยสรางระบบการจดเกบขอมลขององคกรใหเปนระเบยบ แยกขอมลตามประเภท ท าใหขอมลประเภทเดยวกนจดเกบอยดวยกน สามารถคนหาและเรยกใชไดงาย ไมวาจะน ามาพมพรายงาน น ามาค านวณ หรอน ามาวเคราะห ซงทงนขนอยกบการใชประโยชนขององคกรหรอหนวยงานนน ๆ กลาวไดระบบฐานขอมลมขอดมากกวาการเกบขอมลในระบบแฟมขอมล ดงน 2.1.2.1 หลกเลยงความขดแยงของขอมลได 2.1.2.2 สามารถใชขอมลรวมกน 2.1.2.3 สามารถลดความซ าซอนของขอมล 2.1.2.4 การรกษาความถกตองเชอถอไดของขอมล 2.1.2.5 สามารถก าหนดความเปนมาตรฐานเดยวกนได 2.1.2.6 สามารถก าหนดระบบรกษาความปลอดภยใหกบขอมลได

2.1.3 ประโยชนของฐานขอมลเชงสมพนธ 2.1.3.1 ชวยลดความซ าซอนของการจดเกบขอมล

Add Form Serv

er

สาขาค

อมพวเตอรธรก

จ คณะวทยา

การจดการ

มหาว

ทยาลยร

าชภฏธนบร

Page 11: µ ¨ ¥ ´ ¦ µ ¦ ¤ ® µ ª · บทที่. 1 . ... หรือหน่วยงานนั้น ๆ กล่าวได้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีมากกว่าการเก็บข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูล

6

2.1.3.2 ชวยใหสามารถเรยกใชขอมลไดตรงกน (ขอมล Updateไดทนเวลา) เนองจากขอมลถกแกไขจากทเดยวกน

2.1.3.3 ชวยปองกนการผดพลาดจากการปอนขอมลและแกไขขอมล (ปอนขอมลทตารางหลก)

2.1.3.4 ชวยประหยดเนอทการจดเกบขอมลในคอมพวเตอร และอนๆ (ไมเกบขอมลซ าซอน เกบขอมลเทาทจ าเปน) 2.1.4 โครงสรางของฐานขอมล โครงสรางของฐานขอมลประกอบดวย 2.1.4.1 Character คอ ตวอกขระแตละตว / ตวเลข / เครองหมาย

2.1.4.2 Field คอ เขตขอมล / ชดขอมลทใชแทนความหมายของสอโครงสราง เชน ชอ ของบคคล ชอของวสดสงของ

2.1.4.3 Record คอ ระเบยนหรอรายการขอมล เชน ระเบยนของพนกงานแตละคน 2.1.4.4 Table/File คอ ตารางหรอแฟมขอมลประกอบขนดวยระเบยนตางๆ เชน

ตารางขอมลของบคคล ตารางขอมลของวสดสงของ 2.1.4.5 Database คอ ฐานขอมลประกอบดวยตาราง และแฟมขอมลตางๆ

ทเกยวของหรอมความสมพนธกน 2.1.5 องคประกอบของระบบฐานขอมล ระบบฐานขอมลโดยสวนใหญแลว เปนระบบทมการน าเอาคอมพวเตอรมาชวยในกระบวนการจดเกบขอมล คนหาขอมลมลประมวลผลขอมล เพอใหไดสารสนเทศทตองการแลวน าไปใชในการปฏบตงานและบรหารงานของผบรหาร โดยอาศยโปรแกรมเขามาชวยจดการขอมลจากกระบวนการดงกลาวนระบบฐานขอมลจงมองคประกอบ 5 ประเภท คอ

2.1.5.1 ฮารดแวร (Hardware) ในระบบฐานขอมลทมประสทธภาพควรม ฮารดแวรตางๆ ทพรอมจะอ านวยความสะดวกในการบรหารระบบงานฐานขอมลไดอยางมประสทธภาพ ไมวาจะเปนขนาดของหนวยความจ า ความเรวของหนวย ประมวลผลกลาง อปกรณน าเขาและออกรายงาน รวมถงหนวยความจ าส ารองทรองรบการประมวลผลขอมลใน ระบบทมประสทธภาพ 2.1.5.2 โปรแกรม (ProgramหรอSoftware) ซงมหนาทควบคมดแลการสรางฐานขอมล การเรยกใชขอมล และการจดท ารายงาน เรยกวา โปรแกรมระบบจดการฐานขอมล (Database Management System: DBMS)

สาขาค

อมพวเตอรธรก

จ คณะวทยา

การจดการ

มหาว

ทยาลยร

าชภฏธนบร

Page 12: µ ¨ ¥ ´ ¦ µ ¦ ¤ ® µ ª · บทที่. 1 . ... หรือหน่วยงานนั้น ๆ กล่าวได้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีมากกว่าการเก็บข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูล

7

2.1.5.3 ขอมล (Data) หมายถง สงทเราตองการเกบและสามารถน ามาใชอกในภายหลง ใน Access ขอมลสามารถเปน ขอความ, ตวเลข, วนท, ภาพ, ไฟล, และอนๆ ได ขอมลทเกบอยในฐานขอมลควรมคณสมบตดงน

1. มความถกตอง ทนสมย สมเหตสมผล 2. มความซ าซอนของขอมลนอยทสด 3. มการแบงกนใชงานขอมล 2.1.5.4 บคลากร (People ware) คอ 1. ผใชงาน (User) 2. พนกงานปฏบตการ (Operator) 3. นกวเคราะหและออกแบบระบบ (System Analyst) 4. ผเขยนโปรแกรมประยกตใชงาน (Programmer) 5. ผบรหารฐานขอมล (Database Administrator: DBA)

2.1.5.5 ขนตอนการปฏบตงาน (Procedure) เปนขนตอนและวธการตาง ๆ ในการ ปฏบตงาน เพอการท างานทถกตองและเปนไปตามขนตอนทไดก าหนดไว จง ควรท าเอกสารทระบขนตอนการท างานของหนาทตาง ๆ ในระบบฐานขอมลทง ขนตอนปกต และขนตอนในสภาวะทระบบเกดปญหา (Failure)

2.1.6 สาเหตทตองมฐานขอมล ระบบงานตางๆทไมไดเปนระบบฐานขอมล แฟมจะถกออกแบบเพอใชในเฉพาะงานนนและพบเสมอวาแฟมขอมลของงานทอยคนละทมขอมลเหมอนกนซ าซอนกนกอใหเกดปญหาตางๆในการท างานเปนการยากทจะรกษาความถกตองและสอดคลองกนของขอมลเหลานน สาเหตกเกดจากการเกบคนละท คนละแหลง และการคนหาขอมลจะตองใชเวลามาก บางครงกหาขอมลไมพบเลย บอยครงทผใชงานและผบรหารมความตองการขอมลในการตดสนใจกแทบหาไมไดเอาเสยเลย ตลอดจนการพฒนาระบบเกบขอมลแบบแฟมขอมลทไมไดใชระบบคอมพวเตอรมาชวยในการทางานจะพฒนาระบบงานเกบเอกสารยากมาก โดยเฉพาะการเกบเอกสารระบบซกกง ตลอดจนสนเปลองพนท สนเปลองครภณฑและสนเปลองเวลาในการเกบและคนหา

สาขาค

อมพวเตอรธรก

จ คณะวทยา

การจดการ

มหาว

ทยาลยร

าชภฏธนบร

Page 13: µ ¨ ¥ ´ ¦ µ ¦ ¤ ® µ ª · บทที่. 1 . ... หรือหน่วยงานนั้น ๆ กล่าวได้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีมากกว่าการเก็บข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูล

8

2.1.7 ระบบจดการฐานขอมล การควบคมดแลและการใชฐานขอมลเปนเรองยงยากซบซอนตองมการก าหนดโครงสรางในการเกบขอมลควรจะเปนอยางไร การเขยนโปรแกรมเพอสรางและเรยกใชขอมลจากโครงสรางทก าหนดกเปนเรองยงยากดวย และยงถาเกดโปรแกรมทเขยนเหลานนเกดท างานผดพลาดขนมา กจะสงผลใหเกดความเสยหายตอโครงสรางของขอมลทงหมด เพอเปนการลดภาระการท างานของผสรางและผใชขอมลจงไดมโปรแกรมขนมา ซงมชอวา ระบบจดการฐานขอมล หรอ Database Management System (DBMS) โดย DBMS จะเปนโปรแกรมสอกลางระหวางผใชและโปรแกรมตางๆ ทเกยวของกบการใชฐานขอมล

2.1.8 หนาทของระบบจดการฐานขอมล 2.1.8.1 ก าหนดและเกบโครงสรางฐานขอมล (Define and Store Database Structure) 2.1.8.2 การเรยกใชขอมลจากฐานขอมล (Load Database)

2.1.8.3 เกบและดแลขอมล (Store and Maintain Data) 2.1.8.4 ประสานกบระบบปฏบตการ (Operation System) 2.1.8.5 ควบคมความปลอดภย (Security Control)

2.1.8.6 จดท าขอมลส ารองและการก (Backup and Recovery) 2.1.8.7 ควบคมการใชขอมลพรอมกนได (Concurrency Control)

2.1.8.8 ควบคมคาของขอมลในระบบใหถกตองตามทควรจะเปน อาจเรยกวา การควบคมบรณภาพของขอมล (Integrity Control)

2.1.8.9 จดท าพจนานกรมขอมล (Data Dictionary)

2.1.9 ขอดของการจดเกบ ขอมลแบบฐานขอมล 2.1.9.1 หลกเลยงความขดแยงของขอมลได (Inconsistency Can Be Avoided)

2.1.9.2 ใชขอมลรวมกนได (The Data Can Be Shared) 2.1.9.3 ลดความซ าซอนของขอมล (Redundancy Can Be Reduced)

2.1.9.4 ก าหนดความเปนมาตรฐานเดยวกนได (Standard Can Be Enforced) 2.1.9.5 ก าหนดระบบรกษาความปลอดภยใหกบขอมลได (Security Restriction Can Be Applied)

2.1.9.6 การรกษาความถกตองเชอถอไดของขอมล

สาขาค

อมพวเตอรธรก

จ คณะวทยา

การจดการ

มหาว

ทยาลยร

าชภฏธนบร

Page 14: µ ¨ ¥ ´ ¦ µ ¦ ¤ ® µ ª · บทที่. 1 . ... หรือหน่วยงานนั้น ๆ กล่าวได้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีมากกว่าการเก็บข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูล

9

2.1.9.7 ความอสระของขอมล (Data Independence) 2.1.10 ขอเสยของการจดเกบขอมลแบบฐานขอมล 2.1.10.1 ตนทนสง ทกองคประกอบของระบบฐานขอมลมราคาสง

2.1.10.2 มความซบซอน 2.1.10.3 เสยงตอการหยดชะงกของระบบ

2.2 การวเคราะหและออกแบบระบบ (System Analysis) การวเคราะหระบบ หมายถง การพสจนองคประกอบและความสมพนธภายในของระบบการพสจนเพอหาปญหาในการออกแบบระบบ และการก าหนดหนาทของระบบ (Heimlich) การวเคราะหระบบเปนวธการวเคราะหระบบใดระบบหนง โดยมการคาดหมายและจดมงหมายทเปนการปรบปรงแกไขระบบนน โดยการวเคราะหนนจะแยกแยะปญหาออกมาใหไดแลวก าหนดปญหาเปนหวขอเพอท าการศกษาและหาวธแกไข ประจกษ เฉดโฉม [1] การวเคราะหระบบนนเปนการศกษาแนวทางในการด าเนนงาน โดยการวเคราะหทกองคประกอบทกๆ สวน ฉลองชย [2] การวเคราะหระบบ คอ ขนตอนคนหาและรวบรวมขอมลทเกยวของกบระบบทจะพฒนา คนหาปญหาจากระบบงาน และวเคราะหวนจฉยปญหาตาง ๆ ทเกดขน เพอหาแนวทาง พฒนาปรบปรง ระบบงานใหดขน เพมประสทธภาพ ประสทธผล จากงานเดมใหดขนไดอยางไร นอกจากนนการวเคราะหยงตองท าการศกษาความตองการของระบบงานใหมทจะไดรบจากการพฒนาในอนาคต ตองการใหระบบงานใหมในภาพรวมท างานอะไรไดบาง ประเดนส าคญของการวเคราะหระบบ คอ หาปญหา เสนอแนวทางปรบปรง หรอแนวทางการแกปญหาบอกทศทางการพฒนาระบบงานใหมวาควรพฒนาแลวระบบงานใหมอะไรบาง

2.2.1 ขนตอนของการวเคราะหระบบ 2.2.1.1 ปญหา (identify problem) รวบรวมสงทเปนปญหา 2.2.1.2 จดมงหมาย (objective) ก าหนดวตถประสงคเพอการแกปญหา 2.2.1.3 ศกษาขอจ ากดตางๆ (constraints) พจารณาขอบเขตเพอการศกษาขอจากด ระบ

หนาทของสวนตางๆในระบบ 2.2.1.4 ทางเลอก (alternative) คนหาและเลอกวธการตางๆในการแกปญหา

สาขาค

อมพวเตอรธรก

จ คณะวทยา

การจดการ

มหาว

ทยาลยร

าชภฏธนบร

Page 15: µ ¨ ¥ ´ ¦ µ ¦ ¤ ® µ ª · บทที่. 1 . ... หรือหน่วยงานนั้น ๆ กล่าวได้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีมากกว่าการเก็บข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูล

10

2.2.1.5 การพจารณาทางเลอกทเหมาะสม (Selection) หาทางแกปญหาทสามารถแกปญหาไดจรง

2.2.1.6 การทดลองปฏบต (implementation) ทดลองปฏบตกบกลมยอย 2.2.1.7 การประเมนผล (evaluation) ประเมนหาจดดจดดอย 2.2.1.8 การปรบปรงแกไข (modification) ปรบปรงสวนทบกพรอง น าสวนดไปปฏบต

ตอไป 2.2.2 ความหมายของระบบ ระบบ (System) หมายถงกลมขององคประกอบทมความสมพนธกนโดยความสมพนธกนในทนยงสามารถเปนความสมพนธแบบบางสวนหรอทงหมดกได ทงนแตละองคประกอบของระบบจะตองประสานท างานรวมกนเพอบรรลวตถประสงคเดยวกน ชยยงค พรหมวงศ [3] ระบบ (System) คอ ผลรวมขององคประกอบยอยๆ ทมเอกลกษณเปนของตนเองและมาประกอบรวมกนเปนระบบเพอท าหนาทบางอยาง อาทเชน รางกายมนษย สงคมมนษย พช รถยนต ฯลฯ (Robbins 1983:9) ระบบ (System) หมายถง โครงสราง หรอองคประกอบรวมทงหมดอยางมระบบ แสดงใหเหนความสมพนธภายในของสวนประกอบตางๆ แตละสวนและตอสวนรวมทงหมดของระบบอยางชดเจน ระบบ (System) หมายถง สวนรวมทงหมดซงประกอบดวยสวนยอยหรอสวนตางๆทมความสมพนธกน อาจจะเกดโดยธรรมชาต เชน รางกายมนษยซงประกอบดวยระบบหายใจการยอยอาหารฯลฯโดยแตละระบบของมนษยตางท างานตามหนาทของแตละระบบซงมความ ปฏสมพนธกน เพอใหรางกายสามารถด ารงชวตอยได หรอเปนสงทมนษยออกแบบและสรางสรรคขนอยางมระเบยบแลวน าสงเหลานนมารวมกนเพอใหด าเนนการสามารถบรรลไปไดตามจดมงหมายทวางไว กดานนท มลทอง [4] ระบบ (System) เปนกลมขององคประกอบตาง ๆ ทท างานรวมกน เพอจดประสงคในสงเดยวกน ระบบอาจประกอบดวยบคลากร เครองมอ วสด วธการ การจดการ ซงทงหมดนจะตองมระบบในการจดการเพอใหบรรลจดประสงคเดยวกน ค าวา "ระบบ" เปนค าทมการเกยวของกบการท างานและหนวยงานและนยมใชกนมาก เชน ระบบธรกจ (Business System) ระบบสารสนเทศ (Management Information System) ระบบการเรยนการสอน (Instructional System) ระบบเครอขายคอมพวเตอร (Computer Network System) เปนตน (Banathy 1968 : 7)

สาขาค

อมพวเตอรธรก

จ คณะวทยา

การจดการ

มหาว

ทยาลยร

าชภฏธนบร

Page 16: µ ¨ ¥ ´ ¦ µ ¦ ¤ ® µ ª · บทที่. 1 . ... หรือหน่วยงานนั้น ๆ กล่าวได้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีมากกว่าการเก็บข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูล

11

กด [5] ใหความหมายของระบบวา หมายถง การจดการสวนตาง ๆ ทกสวนใหเปนระเบยบโดยแสดงความสมพนธซงกนและกนของสวนตาง ๆ และความสมพนธของแตละสวนกบสวนทงหมดอยางชดเจน เซมพรวโว [6] อธบายวา ระบบ คอ องคประกอบตางๆ ทท างานเกยวโยงสมพนธกนเพอใหเกดผลอยางใดอยางหนง กลาวไดวาระบบคอการปฏสมพนธขององคประกอบทงหลายในการปฏบตหนาทและการด าเนนงาน กลาวโดยสรป ระบบ หมายถง การน าปจจยตางๆ อนไดแกคน (People) ทรพยากร (Resource) แนวคด (Concept) และกระบวนการ (Process) มาผสมผสานการท างานรวมกนเพอใหบรรลเปาหมายอยางใดอยางหนงตามทไดวางแผนไว โดยภายในระบบอาจประกอบไปดวยระบบยอย (Subsystem) ตางๆ ทตองท างานรวมกนเพอใหบรรลวตถประสงคเดยวกน

2.2.3 องคประกอบของระบบ จากความหมายของระบบตามทกลาวมานน จะเหนไดวาการทจะมระบบใดระบบหนงขนมาไดจะตองมองคประกอบ ดงน

2.2.3.1 สวนทน าเขา (Input) ไดแก การรวบรวมและการจดเตรยมขอมลดบ เชน การเกบขอมลทเปนคะแนนสอบของนกศกษา ขอมลทลกคากรอกในแบบสอบถามการใหบรการของรานคา โดยอาจใชมอหรอเครองมอตางๆ เชน คอมพวเตอร สแกนเนอร เครองอานบารโคด เปนตน

2.2.3.2 การประมวลผล (Processing) เกยวของกบการเปลยนและการแปลงขอมลใหอยในรปของสวนแสดงผลทมประโยชน ตวอยางของการประมวลผลไดแก การค านวณ การเปรยบเทยบ การเลอกทางเลอกในการปฏบตงานและการเกบขอมลไวใชในอนาคต โดยการประมวลผลสามารถท าไดดวยตนเองหรอสามารถใชคอมพวเตอรเขามาชวยกได

2.2.3.3 สวนทแสดงผล (Output) เกยวของกบการผลตสารสนเทศทมประโยชน มกจะอยในรปของเอกสาร หรอรายงาน เชน รายงานทน าเสนอผบรหาร สารสนเทศทถกผลตออกมาใหกบถอหน ธนาคาร หรอกลมอนๆ โดยสวนแสดงผลของระบบหนงอาจน าไปใชเปนสวนทน าเขาในระบบอนๆ ตอไปกได

2.2.3.4 ผลสะทอนกลบ (Feedback) คอสวนแสดงผลทใชในการท าใหเกดการเปลยนแปลงตอสวนทน าเขาหรอสวนประมวลผล เชน ความผดพลาดหรอปญหาทเกดขน อาจจ าเปนตองแกไขขอมลน าขาหรอทาการเปลยนแปลงการประมวลผลเพอใหไดสวนแสดงผลทถกตอง

11

สาขาค

อมพวเตอรธรก

จ คณะวทยา

การจดการ

มหาว

ทยาลยร

าชภฏธนบร

Page 17: µ ¨ ¥ ´ ¦ µ ¦ ¤ ® µ ª · บทที่. 1 . ... หรือหน่วยงานนั้น ๆ กล่าวได้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีมากกว่าการเก็บข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูล

12

2.2.4 ระบบงานขอมลแบบตางๆ ระบบงานขอมล ( INFORMATION SYSTEM) ไดถกพฒนาขนเพอสนองตอบความตองการของธรกจในรปแบบตางๆ เชน ระบบงานประมวลผลขอมล ( DATA - PROCESSING SYSTEM) ระบบงานขอมลเพอการบรหาร ( MANABEMENT INFORMATION SYSTEM) และระบบชวยการตดสนใจ (DECISSION SUPPORT SYSTEM) ซงระบบเหลานจะน ามาวเคราะหโดยละเอยดถงความแตกตางดงตอไปน

2.2.4.1. ระบบงานประมวลขอมล (DATAPROCESSINGSYSTEM/TRANSACTION PROCESSING SYSTEM) เปนระบบขอมลคอมพวเตอรทถกพฒนาขน เพอตอบสนองความตองการของธรกจใดอนทจะตองประมวลผลขอมลจ านวนมากๆ เปนประจ า ( ROUTINE) เชน การประมวลผลเงนเดอน และสนคาคงคลง ระบบงานประมวลผลขอมลจะเปนระบบทจะชวย ผอนคลายและลดเวลาในการปฏบตงานลง โดยอาศยความสามารถของคอมพวเตอรมาทดแทนการประมวลผลขอมลดวยคน

2.2.4.2. ระบบงานขอมลเพอการบรหาร ( MANAGEMENT INFORMATION SYSTEM : MIS) เปนระบบทน าขอมลมาวเคราะห โดยมจดประสงคเพอทจะสรางขอมลใหกบนกบรหารเพอประกอบการตดสนใจ ระบบงานขอมลเพอการบรหารเปนระบบงานคอมพวเตอร (COMPUTER INFORMATION SYSTEM) แบบหนง ซงตองการปจจย 3 ประการคอ คน (PEOPLE) ฮารดแวร ( HARDWARE) เชน คอมพวเตอร เครองพมพ และซอฟตแวร (SOFTWARE)

2.2.4.3. ระบบชวยการตดสนใจ ( DECISION SUPPORT SYSTEM : DSS) จะมโครงสรางคลายกบระบบงานขอมลเพอการบรหารหรอ MIS หากแตตางกนทระบบ DSS มใชการน าเสนอขอมลเพอประกอบการตดสนใจเทานน สงท DSS จะน าเสนอนนเปนการน าเอาขอมลมาวเคราะหพรอมกบพจารณาถงทางเลอกทเปนไปไดทงหมดของธรกจ และรายงานผลใหล าดบ เปนทนาสงเกตวา แมวาระบบ DSS จะน าเสนอทางเลอกตางๆ ใหกบผใชกตาม แตหนาทในการตดสนใจทายสดยงคงขนกบผใชหรอนกบรหารอยนนเอง

2.2.4.4. ระบบผเชยวชาญ (EXPERT SYSTEM AND ARTIFICIAL INTELLIGENCE) ในปจจบนมผกลาวขานถงระบบผเชยวชาญ ( EXPERT SYSTEM:ES) และปญญาประดษฐ (ARTIFICIAL INTELIGENCE : AL) กนมากขนทกขณะ จนบางครงเรายากทหาความแตกตางเนองจากระบบคอมพวเตอรซงในทนได หมายถงฮารดแวรซอฟดแวรไดถกพฒนาใหมประสทธภาพขนมาอยางมากและความสามารถของมนกไมไดหยดนงเลย ท าใหมนษยเกดความคดทจะท าใหมนษยเปนผเขยนโปรแกรมค าสงใหกบมนโดยตรง ดงนน ค าวา จงไดก าเนดขนและ AL

สาขาค

อมพวเตอรธรก

จ คณะวทยา

การจดการ

มหาว

ทยาลยร

าชภฏธนบร

Page 18: µ ¨ ¥ ´ ¦ µ ¦ ¤ ® µ ª · บทที่. 1 . ... หรือหน่วยงานนั้น ๆ กล่าวได้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีมากกว่าการเก็บข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูล

13

ไดถกแยกออกเปน 2 แนวทางดวยกน โดยแนวทางแรกเปนแนวทางทจะใหคอมพวเตอรรบรถงภาษามนษย เชน ผใชจะพดผานไมโครโฟนทตดตอกบคอมพวเตอรวา "ใหแสดงยอดรายงานการขายวนน" คอมพวเตอรกจะท าการดงขอมลการขายมาประมวลผลการวจยทางดานนไดพฒนาไปมาก และมแนวโนมทจะเปนจรงไดในอนาคต ระบบผเชยวชาญเปนระบบทไดน าเอาความรความเชยวชาญ และประสบการณจากผเชยวชาญในเรองใดเรองหนงมาเกบไวกลาวคอ ระบบจะเกบเอาปจจยทกประการทผเชยวชาญตองค านงถงตามปจจยตางๆ และหาค าตอบใหกบผใช ระบบชวยการตดสนใจหรอ DSS ตางกบระบบผเชยวชาญตรงทวา ระบบชวยการตดสนใจเพยงแตเสนอทางเลอกทดทสดใหกบผใชหรอนกบรหารเทานน ดงนนผตดสนใจสดทายคอ ผใชอก ตวอยางของระบบผเชยวชาญจะใหค าตอบซงเปนการตดสนใจของระบบเองเลย โดยไมตองมาผานผใชซงเปนคนอก ตวอยางของระบบผเชยวชาญทมใชปจจบนและประสบความส าเรจเปนอยางดคอ ระบบผเชยวชาญของ AMEX ทใชส าหรบตรวจสอบเครดตของผใชบตร เปนตน

2.2.5 ระดบตางๆ ของผใชระบบ ในทกธรกจจะตองมพนกงานหรอบคคลประเภทหนง ซงมหนาทเกยวของกบการกอก าเนดหรอสรางขอมล( CREATION) ประมวลผลขอมล ( PROCESSINGX และกระจายขอมล(DISTRIBUTION OF INFORMATION) เราสามารถจะยกตวอยางเพอสนบสนนประโยคดงกลาว เชน พนกงานขาย คนหนงเมอลกคาของเขาจะตองการสงซอสนคา พนกงานขายคนนนกจะเขยนใบสงซอขน 1 ฉบบ จากนนกจะน าสงใหกบทางบรษท ฯ ไดรบใบสงซอมาเรยบรอยแลว ใบก ากบสนคาจะถกกระจายไปใหกบฝายบญชเพอบนทกยอดขาย

2.2.5.1. พนกงานเสมยนและผใหบรการโดยทวไปจะหมายถงพนกงานทจะมภาระกจหนาททเกยวกบ การจดการกจกรรมขอมลในลกษณะทเปนประจ าวน ( DAY-TO-DAY INFORMATION ACTIVITIES) ในธรกจหรอหนวยงานทตนสงกดอย ตวอยางเชน การกรอกใบสงซอ การพจารณาการใหสนเชอส าหรบลกคาแตละรายบนทกและตดสตอก หรอแมกระทงการพมพจดหมายโตตอบ

2.2.5.2. หวหนาหนวยหรอซเปอรไวเซอรหมายถงผทท าหนาทควบคม ( CONTROL) กจกรรมทเกดขนประจ าวนของธรกจ หรออาจจะกลาวอกนยหนงคอ หวหนาหนวยหรอซเปอรไวเซอรจะท าหนาทควบคมการปฏบตภาระกจ ตวอยางเชน สถานการณตาง ๆ ของการขายประจ าวนหรอหวหนาหนวยผลตตองการรายงานสรปวา ยอดผลตประจ าวนของแตละผลตภณฑทมจ านวนเทาไร เปนตน

13

สาขาค

อมพวเตอรธรก

จ คณะวทยา

การจดการ

มหาว

ทยาลยร

าชภฏธนบร

Page 19: µ ¨ ¥ ´ ¦ µ ¦ ¤ ® µ ª · บทที่. 1 . ... หรือหน่วยงานนั้น ๆ กล่าวได้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีมากกว่าการเก็บข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูล

14

2.2.5.3. ผจดการหรอผบรหารระดบกลางมกจะเปนบคคลซงยงเกยวกบแผนงานของธรกจซงโดยสวนใหญจะเปนแผนงานระยะสน ผจดการหรอผบรหารระดบกลางจะคอยควบคมและจดการใหการปฏบต งานของหนวยงานทตนควบคมเปนไปตามแผนงานระยะสนทไดวางไวผบรหารระดบกลางจะไมคอยสนใจเกยวกบการปฏบตงานหรอกจกรรมทเกดขนประจ าวน หากแตจะสนใจงานหรอกจกรรมทเกดขนเปนระยะเวลาตอเนองนานกวานน เชน ตอ 1 เดอน หรอตอไตรมาศ ( 3 เดอน)นอกจากนผบรหารระดบกลางยงเปนผรวบรวมและกลนกรองขอมลตาง ๆ เพอน าเสนอตอผบรหารระดบสงตอไป ซงเราอาจกลาวไดวาผบรหารระดบกลางจะเปนตวกนชนทจะท าใหผบรหารระดบสงไมจ าเปนตองคลกคลกบงานระดบลาง ซงเปนงานหรอกจกรรมประจ าวน การท าในลกษณะน จะท าใหผบรหารงานระดบสงมเวลามากขน ทจะคดงานทางดานนโยบาย (POLICY) และแผนงานระยะยาว ( LONG TERM PLAN) ไดดยงขน ตวอยาง ผบรหารงานระดบกลางไดแก นายชางวศวกร ผคมงาน นกบญช ผจดการฝายบคคล ผจดการฝายการตลาด หรอผจดการฝายผลต เปนตน

2.2.5.4. ผบรหารระดบสง เปนบคคลทรบผดชอบตอการวางแผนงานระยะยาวและออกนโยบาย เพอใหธรกจนนด าเนนไปไดอยางมเปาหมาย ผบรหารระดบสงจะเปนบคคลทมองไปขางหนาเสมอ ซงโดยปกตมกจะเปนแผนงาน ทเปนระยะเวลายาวกวาผบรหารระดบกลาง คออาจเปน 1 ป หรอมากกวานน ผบรหารระดบสงจะน าขอมลในอนาคตมาใชเพอเปนแนวทางในการพจารณาถงแนวโนมตางๆ เพอทจะก าหนดแผนงานระยะยาวและนโยบายของธรกจตอไป ผบรหารระดบสงจะท าหนาทเปนผทคอยควบคมและจดสรรทรพยากรตางๆ ทจ าเปนในการด าเนนกจการของธรกจ เชน เงนทน แรงงาน เครองจกร ทดน หรออาคารตางๆ ผบรหารระดบสงจะตองค านงถงภาพรวมของธรกจทงหมด มใชจดใดจดหนงในธรกจเทานน ดงนน ผบรหารระดบสงจงเปนผทตองการขอมลซงไดกลนกรองมาแลวอยางดเพอทจะใหเขา สามารถน ามาใชในการตดสนใจและอ านวยการ (BOARD FO DIRECTORS) ประธาน และรองประธาน ( PREXIDENT AND VICE PRESIDENT) หรอ CHIEF EXECUTIVE OFFICER (CEO) หนสวน (PARTNERS) ผบรหารงานหรอผอ านวยการบญชและการเงน(COMPTROLLERS)

2.2.6 บทบาทส าคญของผใชระบบทมตอนกวเคราะหระบบ นกวเคราะหระบบจะตองค านงถงความตองการ ( NEEDS) ของผใชระบบเปนส าคญ โดยตองยดหลกเกณฑของการวเคราะหและพฒนาระบบงาน มนกวเคราะหระบบมากมายทไดดไซนระบบมา โดยลมจดส าคญของผใชระบบ ท าใหระบบทไดดไซตไวไมไดตอบสนองกบความ

สาขาค

อมพวเตอรธรก

จ คณะวทยา

การจดการ

มหาว

ทยาลยร

าชภฏธนบร

Page 20: µ ¨ ¥ ´ ¦ µ ¦ ¤ ® µ ª · บทที่. 1 . ... หรือหน่วยงานนั้น ๆ กล่าวได้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีมากกว่าการเก็บข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูล

15

ตองการของผใชระบบ และในทสดกยงผลใหระบบทไดวางไวนนไมสามารถน ามาใชไดจรง ซงท าใหตองเสยทงเวลาและคาใชจายในการพฒนาระบบอยางมาก การทระบบงานนนไมไดตอบสนองกบความตองการผใชระบบ สาเหตหนงอาจจะมาจากนกวเคราะหระบบ แมวาจะไมลมความส าคญของผใชระบบ แตลมทจะครอบคลมถงความเหนของผใชระบบ ทกคนทเกยวของกจะท าใหระบบงานทตนไดดไซนไวไมสามารถตอบสนองตอความตองการทงหมด เชน ระบบงานขอมลทางการตลาด อาจมผใชระบบตงแตพนกงานรบใบสงซอ ไปจนถงระดบผบรหารตองการของทกคนทเกยวของกบระบบ มใชจะเอาใจเฉพาะผบรหารระบบงานขอมลทนกวเคราะหระบบวางดไซนขน จะมคณคาเทาใดนน มใชนกวเคราะหระบบเองจะเปนคนตดสน เพราะนกวเคราะหระบบเปนเพยงผสราง แตผใชระบบตางหากเปนผทรถงหลกการทวาระบบงานนนไดตอบสนองความตองการไดมากนอยเพยงใด 2.2.7 วงจรการพฒนาระบบงานส าหรบระบบสารสนเทศ วงจรการพฒนาระบบงาน (System Development Life Cycle: SDLC) ของระบบสารสนเทศ ไดมการคดคนขนมาโดยมขนตอนทแตกตางไปจากวงจรการพฒนาระบบงานส าหรบระบบงานทวไป ตรงทมขนตอนในการพฒนาระบบงานทละเอยดวาถง 7 ขนตอน ซงนกวเคราะหระบบตองท าความเขาใจวาในแตละขนตอนวาท าอะไรและท าอยางไร สามารถแบงออกเปนล าดบขนตอนดงน คอ

รปท 2.4 แสดงวงจรการพฒนาระบบ SDLC

รปท 2.4 แสดงวงจรการพฒนาระบบสารสนเทศ 2.2.7.1 การก าหนดปญหา (Problem Definition) เปนขนตอนการระบปญหาและ

จดมงหมายของการพฒนาระบบงาน ซงเปนขนตอนทมความส าคญมาก เพราะใชในการก าหนดทศทางในการพฒนาระบบงานใหชดเจนในการระบปญหามกไดมาจากพนกงาน ท างานแลวพบวา

สาขาค

อมพวเตอรธรก

จ คณะวทยา

การจดการ

มหาว

ทยาลยร

าชภฏธนบร

Page 21: µ ¨ ¥ ´ ¦ µ ¦ ¤ ® µ ª · บทที่. 1 . ... หรือหน่วยงานนั้น ๆ กล่าวได้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีมากกว่าการเก็บข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูล

16

งานทท าอยมปญหาเกดขน หรอไมพอใจกบระบบงานเดมทเปนอย ในการระบปญหาสามารถท าไดโดย สงเกตวาลกษณะงานเดมสามารถน าระบบสารสนเทศมาปรบปรงใหการท างานสะดวกรวดเรวไดหรอไมสามารถเพมประสทธภาพประสทธผลในการท างาน

2.2.7.2 วเคราะห (Analysis) เปนขนตอนการวเคราะหระบบ จะตองรวบรวมขอมลความตองการ (Requirements) ซงการสบคนความตองการของผใชสามารถด าเนนการไดจากการรวบรวมเอกสาร การสมภาษณ การออกแบบสอบถาม และการสงเกตการณบนสภาพแวดลอมการท างานจรง แลวน ามาวเคราะหเพอสรปเปนขอก าหนดทชดเจน ขนตอนตอไป คอ การน าขอก าหนดเหลานนไปพฒนาเปนความตองการของระบบ ดวยการพฒนาเปนแบบจ าลองขนมา ซงไดแก แบบจ าลองกระบวนการ (Data Flow Diagram) และแบบจ าลองขอมล (Data Model)

2.2.7.3 การออกแบบ (Design) เปนระยะทน าผลลพธทไดจากการวเคราะห ทเปนแบบจ าลองเชงตรรกะมาพฒนาเปนแบบจ าลองเชงกายภาพ โดยแบบจ าลองเชงตรรกะ (Logical Model) ทไดจากขนตอนการวเคราะห มงเนนวามอะไรทตองท าในระบบ ในขณะทแบบจ าลองเชงกายภาพ (Physical Model) จะน าแบบจ าลองเชงตรรกะมาพฒนาตอดวยการมงเนนวาระบบจะด าเนนงานอยางไร เพอใหเกดผลตามตองการ งานออกแบบระบบจะประกอบดวยงานออกแบบสถาปตยกรรมระบบทเกยวของกบฮารดแวร ซอฟตแวรและระบบเครอขาย การออกแบบรายงาน การออกแบบหนาจออนพตขอมล การออกแบบผงงานระบบ การออกแบบฐานขอมล และการออกแบบโปรแกรม

2.2.7.4 การพฒนา (Development) เปนระยะทเกยวของกบการพฒนาโปรแกรม โดยทมงานโปรแกรมเมอรจะตองพฒนาโปรแกรมตามทนกวเคราะหระบบไดออกแบบไว การเขยนชดค าสง เพอสรางเปนระบบงานทางคอมพวเตอรขนมา โดยโปรแกรมเมอรสามารถน าเครองมอเขามาชวยในการพฒนาโปรแกรมได เพอชวยใหระบบงานสามารถพฒนาไดเรวขน และมคณภาพ ซงนกวเคราะหระบบตองท าความเขาใจใหดวาในแตละขนตอนจะตองท าอะไร และท าอยางไร ขนตอนการพฒนาระบบมอยดวยกน 7 ขน ดวยกน คอ

1. เขาใจปญหา (Problem Recognition) 2. ศกษาความเปนไปได (Feasibility Study) 3. วเคราะห (Analysis) 4. ออกแบบ (Design) 5. สรางหรอพฒนาระบบ (Construction) 6. การปรบเปลยน (Conversion) 7. บ ารงรกษา (Maintenance)

สาขาค

อมพวเตอรธรก

จ คณะวทยา

การจดการ

มหาว

ทยาลยร

าชภฏธนบร

Page 22: µ ¨ ¥ ´ ¦ µ ¦ ¤ ® µ ª · บทที่. 1 . ... หรือหน่วยงานนั้น ๆ กล่าวได้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีมากกว่าการเก็บข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูล

17

1. ขนตอนท 1 : เขาใจปญหา (Problem Recognition) ระบบสารสนเทศจะเกดขนไดกตอเมอผบรหารหรอผใชตระหนกวา ตองการระบบสารสนเทศหรอระบบจดการเดม ไดแกระบบเอกสารในตเอกสาร ไมมประสทธภาพเพยงพอทตอบสนองความตองการใน ปจจบนผบรหารตนตวกนมากทจะใหมการพฒนาระบบสารสนเทศมาใชในหนวยงานของตน ในงานธรกจ อตสาหกรรม หรอใชในการผลต ตวอยางเชน บรษท จ ากด ตดตอซอสนคาจากผขายหลายบรษท ซงบรษทจะมระบบ MIS ทเกบขอมลเกยวกบหนสนทบรษทขอเราตดคางผขายอย แตระบบเกบขอมลผขายไดเพยง 1,000 รายเทานน แตปจจบนผขายมระบบเกบขอมลถง 900 ราย และอนาคตอนใกลนจะเกน 1,000 ราย ดงนนฝายบรหารจงเรยกนกวเคราะหระบบเขามาศกษา แกไขระบบงาน ปญหาทส าคญของระบบสารสนเทศในปจจบน คอ ระบบเขยนมานานแลว สวนใหญเขยนมาเพอตดตามเรองการเงน ไมไดมจดประสงคเพอใหขอมลขาวสารในการตดสนใจ แตปจจบนฝาย บรหารตองการดสถตการขายเพอใชในการคาดคะเนในอนาคต หรอความตองการอนๆ เชน สนคาทมยอดขายสง หรอสนคาทลกคาตองการสง หรอการแยกประเภทสนคาตางๆทท าไดไมงายนก การทจะแกไขระบบเดมทมอยแลวไมใชเรองทงายนก หรอแมแตการสรางระบบใหม ดงนนควรจะมการศกษาเสยกอนวา ความตองการของเราเพยงพอทเปนไปไดหรอไม ไดแก "การศกษาความเปนไปได" (Feasibility Study)

สรป ขนตอนท 1: เขาใจปญหา หนาท : ตระหนกวามปญหาในระบบ ผลลพธ : อนมตการศกษาความเปนไปได เครองมอ : ไมม บคลากรและหนาทความรบผดชอบ : ผใชหรอผบรหารชแจงปญหาตอนกวเคราะห ระบบ 2. ขนตอนท 2 : ศกษาความเปนไปได (Feasibility Study) จดประสงคของการศกษาความเปนไปไดกคอ การก าหนดวาปญหาคออะไรและตดสนใจวาการพฒนาสรางระบบสารสนเทศ หรอการแกไขระบบสารสนเทศเดมมความเปนไปไดหรอไมโดยเสยคาใชจายและเวลานอยทสด และไดผลเปนทนาพอใจ ปญหาตอไปคอ นกวเคราะหระบบจะตองก าหนดใหไดวาการแกไขปญหาดงกลาวมความเปนไปไดทางเทคนคและบคลากร ปญหาทางเทคนคกจะเกยวของกบเรองคอมพวเตอร และเครองมอเกาๆถาม รวมทงเครองคอมพวเตอรซอฟตแวรดวย ตวอยางคอ คอมพวเตอรทใชอยในบรษทเพยงพอหรอไม คอมพวเตอรอาจจะมเนอทของฮารดดสกไมเพยงพอ รวมทงซอฟตแวร วา

สาขาค

อมพวเตอรธรก

จ คณะวทยา

การจดการ

มหาว

ทยาลยร

าชภฏธนบร

Page 23: µ ¨ ¥ ´ ¦ µ ¦ ¤ ® µ ª · บทที่. 1 . ... หรือหน่วยงานนั้น ๆ กล่าวได้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีมากกว่าการเก็บข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูล

18

อาจจะตองซอใหม หรอพฒนาขนใหม เปนตน ความเปนไปไดทางดานบคลากร คอ บรษทมบคคลทเหมาะสมทจะพฒนาและตดตงระบบเพยงพอหรอไม ถาไมมจะหาไดหรอไม จากทใด เปนตน นอกจากนนควรจะใหความสนใจวาผใชระบบมความคดเหนอยางไรกบการเปลยนแปลง รวมทงความเหนของผบรหารดวย สดทายนกวเคราะหระบบตองวเคราะหไดวา ความเปนไปไดเรองคาใชจาย รวมทงเวลาท ใชในการพฒนาระบบ และทส าคญคอ ผลประโยชนทจะไดรบ เรองเวลาเปนสงส าคญ เชน การเปลยนแปลงระบบเพอรองรบผขายใหไดมากกวา 1,000 บรษทนน ควรใชเวลาไมเกน 1 ป ตงแตเรมตนจนใชงานได คาใชจายเรมตงแตพฒนาจนถงใชงานไดจรงไดแก เงนเดอน เครองมอ อปกรณ ตางๆ เปนตน พดถงเรองผลประโยชนทไดรบอาจมองเหนไดไมงายนก แตนกวเคราะหระบบควรมองและตออกมาในรปเงนใหได เชน เมอน าระบบใหมเขามาใชอาจจะท าให คาใชจายบคลากรลดลง หรอก าไรเพมมากขน เชน ท าใหยอดขายเพมมากขน เนองจากผบรหารมขอมลพรอมทจะชวยในการตดสนใจทดขน สรปขนตอนท 2 : การศกษาความเปนไปได (Feasibility Study) หนาท : ก าหนดปญหา และศกษาวาเปนไปไดหรอไมทจะเปลยนแปลงระบบ ผลลพธ : รายงานความเปนไปได เครองมอ : เกบรวบรวมขอมลของระบบและคาดคะเนความตองการของระบบ บคลากรและหนาทความรบผดชอบ : ผใชจะมบทบาทส าคญในการศกษา

นกวเคราะหระบบจะเกบรวบรวมขอมลทงหมดทจ าเปนทงหมดเกยวกบปญหา นกวเคราะหระบบคาดคะเนความตองการของระบบและแนวทางการแกปญหา นกวเคราะหระบบ ก าหนดความตองการทแนชดซงจะใชส าหรบขนตอนการวเคราะห

ตอไป ผบรหารตดสนใจวาจะด าเนนโครงการตอไปหรอไม

3. ขนตอนท 3 การวเคราะห (Analysis) เรมเขาสการวเคราะหระบบ การวเคราะหระบบเรมตงแตการศกษาระบบการท างานของธรกจนน ในกรณทระบบเราศกษานนเปนระบบสารสนเทศอยแลวจะตองศกษาวาท างานอยางไร เพราะเปนการยากทจะออกแบบระบบใหมโดยทไมทราบวาระบบเดมท างานอยางไร หรอธรก จด าเนนการอยางไร หลงจากนนก าหนดความตองการของระบบใหม ซงนกวเคราะหระบบจะตองใชเทคนคในการเกบขอมล ( Fact-Gathering Techniques) ดงรป ไดแก ศกษาเอกสารทมอย ตรวจสอบวธการท างานในปจจบน สมภาษณผใชและผจดการทมสวนเกยวของกบระบบ เอกสารทมอยไดแก คมอการใชงาน แผนผงใชงานขององคกร รายงานตางๆทหมนเวยนใน ระบบการศกษาวธการ

สาขาค

อมพวเตอรธรก

จ คณะวทยา

การจดการ

มหาว

ทยาลยร

าชภฏธนบร

Page 24: µ ¨ ¥ ´ ¦ µ ¦ ¤ ® µ ª · บทที่. 1 . ... หรือหน่วยงานนั้น ๆ กล่าวได้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีมากกว่าการเก็บข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูล

19

ท างานในปจจบนจะท าใหนกวเคราะหระบบรวาระบบจรงๆท างานอยางไร ซงบางครงคนพบขอผดพลาดได ตวอยาง เชน เมอบรษทไดรบใบเรยกเกบเงนจะมขนตอนอยางไรในการจายเงน ขนตอนทเสมยนปอนใบเรยกเกบเงนอยางไร เฝาสงเกตการท างานของผเกยวของ เพอใหเขาใจและเหนจรงๆ วาขนตอนการท างานเปนอยางไร ซงจะท าใหนกวเคราะหระบบคนพบจดส าคญของระบบวาอยทใด การสมภาษณเปนศลปะอยางหนงทนกวเคราะหระบบควรจะตองมเพอเขากบผใชไดงาย และสามารถดงสงทตองการจากผใชได เพราะวาความตองการของระบบคอ สงส าคญทจะใชในการออกแบบตอไป ถาเราสามารถก าหนดความตองการไดถกตอง การพฒนาระบบในขนตอนตอไปกจะงายขน เมอเกบรวบรวมขอมลแลวจะน ามาเขยนรวมเปนรายงานการท างานของ ระบบซงควรแสดงหรอเขยนออกมาเปนรปแทนทจะรายยาวออกมาเปนตวหนงสอ การแสดงแผนภาพจะท าใหเขาใจไดดและงายขน หลงจากนนนกวเคราะหระบบ อาจจะน าขอมลทรวบรวมไดน ามาเขยนเปน "แบบทดลอง" ( Prototype) หรอตวตนแบบ แบบทดลองจะเขยนขนดวยภาษาคอมพวเตอรตางๆ และทชวยใหงายขนไดแก ภาษายคท 4 (Fourth Generation Language) เปนการสรางโปรแกรมคอมพวเตอรขนมาเพอใชงานตามทตองการได ดงนนแบบทดลองจงชวยลดขอผดพลาดทอาจจะเกดขนได เมอจบขนตอนการวเคราะหแลว นกวเคราะหระบบจะตองเขยนรายงานสรปออกมาเปน ขอมลเฉพาะของปญหา (Problem Specification) ซงมรายละเอยดดงน รายละเอยดของระบบเดม ซงควรจะเขยนมาเปนรปภาพแสดงการท างานของระบบ พรอมค าบรรยาย ก าหนดความตองการของระบบใหมรวมทงรปภาพแสดงการท างานพรอมค าบรรยายขอมลและไฟลทจ าเปน ค าอธบายวธการท างาน และสงทจะตองแกไข รายงานขอมลเฉพาะของปญหาของระบบขนาดกลางควรจะมขนาดไมเกน 100-200 หนากระดาษ สรป ขนตอนท3 : การวเคราะห (Analysis) หนาท : ก าหนดความตองการของระบบใหม (ระบบใหมทงหมดหรอแกไขระบบเดม) ผลลพธ : รายงานขอมลเฉพาะของปญหา เครองมอ : เทคนคการเกบรวบรวมขอมล, Data Dictionary, Data Flow Diagram, Process Specification, Data Model, System Model, Prototype, system Flowcharts บคลากรและหนาทรบผดชอบ : ผใชจะตองใหความรวมมอเปนอยางด วเคราะหระบบ ศกษาเอกสารทมอย และศกษาระบบเดมเพอใหเขาใจถงขนตอนการการ ท างานและทราบวาจดส าคญของระบบอยทไหน

สาขาค

อมพวเตอรธรก

จ คณะวทยา

การจดการ

มหาว

ทยาลยร

าชภฏธนบร

Page 25: µ ¨ ¥ ´ ¦ µ ¦ ¤ ® µ ª · บทที่. 1 . ... หรือหน่วยงานนั้น ๆ กล่าวได้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีมากกว่าการเก็บข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูล

20

นกวเคราะหระบบ เตรยมรายงานความตองการของระบบใหม นกวเคราะหระบบ เขยนแผนภาพการท างาน (Diagram) ของระบบใหมโดยไมตองบอก ร วาหนาทใหมในระบบจะพฒนาขนมาได นกวเคราะหระบบ เขยนสรปรายงานขอมลเฉพาะของปญหา ถาเปนไปไดนกวเคราะหระบบอาจจะเตรยมแบบทดลองดวย 4. ขนตอนท4 : การออกแบบ (Design) ในระยะแรกของการออกแบบ นกวเคราะหระบบจะน าการตดสนใจ ของฝายบรหารทไดจากขนตอนการวเคราะหการเลอกซอคอมพวเตอร ฮารดแวรและซอฟตแวรดวย (ถามหรอเปนไปได) หลงจากนนนกวเคราะหระบบจะน าแผนภาพตางๆ ทเขยนขนในขนตอนการวเคราะหมาแปลงเปนแผนภาพล าดบขน (แบบตนไม) ดงรปขางลาง เพอใหมองเหนภาพลกษณทแนนอนของโปรแกรมวามความสมพนธกนอยางไร และโปรแกรมอะไรบางทจะตองเขยนในระบบ หลงจากนนกเรมตดสนใจวาควรจะจดโครงสรางจากโปรแกรมอยางไร การเชอมระหวางโปรแกรมควรจะท าอยางไร ในขนตอนการวเคราะหนกวเคราะหระบบตองหาวา "จะตองท าอะไร ( What)" แตในขนตอนการออกแบบตองรวา " จะตองท าอยางไร(How)" ในการออกแบบโปรแกรมตองค านงถงความปลอดภย ( Security) ของระบบดวย เพอปองกนการผดพลาดทอาจจะเกดขน เชน "รหส" ส าหรบผใชทมสทธส ารองไฟลขอมลทงหมด เปนตน นกวเคราะหระบบจะตองออกแบบฟอรมส าหรบขอมลขาเขา ( Input Format) ออกแบบรายงาน ( Report Format) และการแสดงผลบนจอภาพ ( Screen Fromat) หลกการการออกแบบฟอรมขอมลขาเขาคอ งายตอการใชงาน และปองกนขอผดพลาดทอาจจะเกดขน ถดมาระบบจะตองออกแบบวธการใชงาน เชน ก าหนดวาการปอนขอมลจะตองท าอยางไร จ านวนบคลากรทตองการในหนาทตางๆ แตถานกวเคราะหระบบตดสนใจวาการซอซอฟตแวรดกวาการเขยนโปรแกรม ขนตอนการออกแบบกไมจ าเปนเลย เพราะสามารถน าซอฟตแวรส าเรจรปมาใชงานไดทนท สงทนกวเคราะหระบบออกแบบมาทงหมดในขนตอนทกลาวมาทงหมดจะน ามาเขยนรวมเปนเอกสารชดหนงเรยกวา "ขอมลเฉพาะของการออกแบบระบบ" ( System Design Specification) เมอส าเรจแลวโปรแกรมเมอรสามารถใชเปนแบบในการเขยนโปรแกรม ไดทนทส าคญกอนทจะสงถงมอโปรแกรมเมอรเราควรจะตรวจสอบกบผใชวาพอใจหรอไม และตรวจสอบกบทกคนในทมวาถกตองสมบรณหรอไม และแนนอนทสดตองสงใหฝายบรหารเพอตดสนใจวาจะด าเนนการ ตอไปหรอไม ถาอนมตกผานเขาสขนตอนการสรางหรอพฒนาระบบ (Construction) สรป ขนตอนท 4 : การออกแบบ (Design) หนาท : ออกแบบระบบใหมเพอใหสอดคลองกบความตองการของผใชและฝายบรหาร

สาขาค

อมพวเตอรธรก

จ คณะวทยา

การจดการ

มหาว

ทยาลยร

าชภฏธนบร

Page 26: µ ¨ ¥ ´ ¦ µ ¦ ¤ ® µ ª · บทที่. 1 . ... หรือหน่วยงานนั้น ๆ กล่าวได้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีมากกว่าการเก็บข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูล

21

ผลลพธ : ขอมลเฉพาะของการออกแบบ(System Design Specification) เครองมอ : พจนานกรมขอมล Data Dictionary, แผนภาพการไหลของขอมล (Data Flow Diagram), ขอมลเฉพาะการประมวลผล (Process Specification ), รปแบบขอมล (Data Model), รปแบบระบบ (System Model), ผงงานระบบ (System FlowCharts), ผงงานโครงสราง (Structure Charts), ผงงาน HIPO (HIPO Chart), แบบฟอรม ขอมลขาเขาและรายงาย บคลากรและหนาท :

นกวเคราะหระบบ ตดสนใจเลอกคอมพวเตอรฮารดแวรและซอฟตแวร(ถาใช) นกวเคราะหระบบ เปลยนแผนภาพทงหลายทไดจากขนตอนการวเคราะหมาเปน แผนภาพล าดบขน นกวเคราะหระบบ ออกแบบความปลอดภยของระบบ นกวเคราะหระบบ ออกแบบฟอรมขอมลขาเขา รายงาน และการแสดงภาพบนจอ นกวเคราะหระบบ ก าหนดจ านวนบคลากรในหนาทตางๆและการท างานของระบบ ผใช ฝายบรหาร และนกวเคราะหระบบ ทบทวน เอกสารขอมลเฉพาะของการออกแบบ

เพอความถกตองและสมบรณแบบของระบบ 5. ขนตอนท 5 : การพฒนาระบบ (Construction) ในขนตอนนโปรแกรมเมอรจะเรมเขยนและทดสอบโปรแกรมวา ท างานถกตองหรอไม ตองมการทดสอบกบขอมลจรงทเลอกแลว ถาทกอยางเรยบรอย จะไดโปรแกรมทพรอมทจะน าไปใชงานจรงตอไป หลงจากนนตองเตรยมคมอการใชและการฝกอบรมผใชงานจรงของระบบ ระยะแรกในขนตอนนนกวเคราะหระบบตองเตรยมสถานทส าหรบ เครองคอมพวเตอรแลวจะตองตรวจสอบวาคอมพวเตอรท างานเรยบรอยด โปรแกรมเมอรเขยนโปรแกรมตามขอมลทไดจากเอกสารขอมลเฉพาะของการออกแบบ (Design Specification) ปกตแลวนกวเคราะหระบบไมมหนาทเกยวของในการเขยนโปรแกรม แตถาโปรแกรมเมอรคดวาการเขยนอยางอนดกวาจะตองปรกษานกวเคราะหระบบเสยกอน เพอทวานกวเคราะหจะบอกไดวาโปรแกรมทจะแกไขนนมผลกระทบกบระบบทงหมดหรอไม โปรแกรมเมอรเขยนเสรจแลวตองมการทบทวนกบนกวเคราะหระบบและผใชงาน เพอคนหาขอผดพลาด วธการนเรยกวา " Structure Walkthrough " การทดสอบโปรแกรมจะตองทดสอบกบขอมลทเลอกแลวชดหนง ซงอาจจะเลอกโดยผใช การทดสอบเปนหนาทของโปรแกรมเมอร แตนกวเคราะหระบบตองแนใจวา โปรแกรมทงหมดจะตองไมมขอผดพลาด

สาขาค

อมพวเตอรธรก

จ คณะวทยา

การจดการ

มหาว

ทยาลยร

าชภฏธนบร

Page 27: µ ¨ ¥ ´ ¦ µ ¦ ¤ ® µ ª · บทที่. 1 . ... หรือหน่วยงานนั้น ๆ กล่าวได้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีมากกว่าการเก็บข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูล

22

หลงจากนนตองควบคมดแลการเขยนคมอซงประกอบดวยขอมลการใชงานสารบญการอางอง "Help" บนจอภาพ เปนตน นอกจากขอมลการใชงานแลว ตองมการฝกอบรมพนกงานทจะเปนผใชงานจรงของระบบเพอใหเขาใจ และท างานไดโดยไมมปญหาอาจจะอบรมตวตอตวหรอเปนกลมกได สรป ขนตอนท 5 : การพฒนาระบบ (Construction) หนาท : เขยนและทดสอบโปรแกรม ผลลพธ : โปรแกรมททดสอบเรยบรอยแลว เอกสารคมอการใช และการฝกอบรม เครองมอ : เครองมอของโปรแกรมเมอรทงหลาย Editor, compiler,Structure Walkthrough, วธการทดสอบโปรแกรม การเขยนเอกสารประกอบการใชงาน บคลากรและหนาท : นกวเคราะหระบบ ดแลการเตรยมสถานทและตดตงเครองคอมพวเตอร (ถาซอใหม) นกวเคราะหระบบ วางแผนและดแลการเขยนโปรแกรม ทดสอบโปรแกรม โปรแกรมเมอรเขยนและทดสอบโปรแกรม หรอแกไขโปรแกรม ถาซอโปรแกรมส าเรจรป นกวเคราะหระบบ วางแผนทดสอบโปรแกรม ทมทท างานรวมกนทดสอบโปรแกรม ผใชตรวจสอบใหแนใจวา โปรแกรมท างานตามตองการ นกวเคราะหระบบ ดแลการเขยนคมอการใชงานและการฝกอบรม 6. ขนตอนท 6 : การปรบเปลยน (Construction) ขนตอนนบรษทน าระบบใหมมาใชแทนของเกาภายใตการดแลของนกวเคราะหระบบ การปอนขอมลตองท าใหเรยบรอย และในทสดบรษทเรมตนใชงานระบบใหมนได การน าระบบเขามาควรจะท าอยางคอยเปนคอยไปทละนอย ทดทสดคอ ใชระบบใหมควบคไปกบระบบเกาไปสกระยะหนง โดยใชขอมลชดเดยวกนแลวเปรยบเทยบผลลพธวาตรงกนหรอไม ถาเรยบรอยกเอาระบบเกาออกได แลวใชระบบใหมตอไป 7.ขนตอนท 7 : บ ารงรกษา (Maintenance) การบ ารงรกษาไดแก การแกไขโปรแกรมหลงจากการใชงานแลว สาเหตทตองแกไ ขโปรแกรมหลงจากใชงานแลว สาเหตทตองแกไขระบบสวนใหญคอ มปญหาในโปรแกรม ( Bug) และ การด าเนนงานในองคกรหรอธรกจเปลยนไป จากสถตของระบบทพฒนาแลวทงหมดประมาณ 40% ของคาใชจายในการแกไขโปรแกรม เนองจากม " Bug" ดงนนนกวเคราะหระบบควรใหความส าคญกบการบ ารงรกษา ซงปกตจะคดวาไมมความส าคญมากนกเมอธรกจขยายตวมากขน

สาขาค

อมพวเตอรธรก

จ คณะวทยา

การจดการ

มหาว

ทยาลยร

าชภฏธนบร

Page 28: µ ¨ ¥ ´ ¦ µ ¦ ¤ ® µ ª · บทที่. 1 . ... หรือหน่วยงานนั้น ๆ กล่าวได้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีมากกว่าการเก็บข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูล

23

ความตองการของระบบอาจจะเพมมากขน เชน ตองการรายงานเพมขน ระบบทดควรจะแกไขเพมเตมสงทตองการได การบ ารงรกษาระบบ ควรจะอยภายใตการดแลของนกวเคราะหระบบ เมอผบรหารตองการแกไขสวนใดนกวเคราะหระบบตองเตรยมแผนภาพตาง ๆ และศกษาผลกระทบตอระบบ และใหผบรหารตดสนใจตอไปวาควรจะแกไขหรอไม 2.2.7.5 การทดสอบ (Testing) เมอโปรแกรมไดพฒนาขนมาแลว ยงมาสามารถน าระบบไปใชงานไดทนท จ าเปนตองด าเนนการทดสอบระบบกอนทจะน าระบบไปใชงานจรงเสมอ ควรมการทดสอบขอมลเบองตนกอน ดวยการสรางขอมลจ าลองขนมาเพอใชตรวจสอบการท างานของระบบงาน หากพบขอผดพลาดกปรบปรงแกไขใหถกตอง การทดสอบระบบจะมการตรวจสอบไวยากรณของภาษาเขยน และตรวจสอบวาระบบตรงกบความตองการของผใชหรอไม 2.2.7.6 การน าระบบไปใช (Implementation) เปนขนตอนการน าระบบไปใชงานจรง ครนเมอระบบสามารถรนไดจนเปนทนาพอใจทงสอบฝาย กจะตองจดท าเอกสารคมอระบบ รวมถงการฝกอบรมผใช 2.2.7.7 การบ ารงรกษา (Maintenance) เปนขนตอนการบ ารงรกษาระบบทงนขอบกพรองในดานการท างานของโปรแกรมอาจเพงคนพบได ซงจะตองด าเนนการแกไขใหถกตอง รวมถงกรณทขอมลทจดเกบมปรมาณมากขน การขยายระบบเครอขาย เพอรองรบเครองลกขายทมจานวนมากขน ซงตองวางแผนรองรบเหตการณนดวย นอกจากนงานบ ารงรกษายงเกยวของกบการเขยนโปรแกรมเพมเตม กรณทผใชมความตองการเพมขน การวเคราะหและออกแบบระบบ เปนวธการพฒนาระบบงานเดมทมปญหาใหเปนระบบงานใหมทดขน โดยการน าเทคโนโลยมาใชในการพฒนาระบบ เพอใหระบบมความทนสมยและมประสทธภาพ 2.2.8 น าระบบใหมมาวเคราะหเปนแผนภาพการไหลของขอมล (Data Flow Diagram) ในการวเคราะหระบบ แผนภาพกระแสขอมลแสดงความสมพนธระหวางกระบวนการท างานของขอมลทเขาและออกจากกระบวนการท างาน โดยแบงออกเปนระดบตาง ๆ เรมจากแผนภาพกระแสขอมลระบบสงสด (Context Diagram) แสดงเสนทางของขอมลทเขาและออกจากแหลงทมผลกระทบตอระบบ แผนภาพกระแสขอมลระดบท 1 (Data Flow Diagram Level 1) แสดงกระบวนการท างานหลกของระบบ ขอมลทเขาและออกจากกระบวนการท างานตาง ๆ

สาขาค

อมพวเตอรธรก

จ คณะวทยา

การจดการ

มหาว

ทยาลยร

าชภฏธนบร

Page 29: µ ¨ ¥ ´ ¦ µ ¦ ¤ ® µ ª · บทที่. 1 . ... หรือหน่วยงานนั้น ๆ กล่าวได้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีมากกว่าการเก็บข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูล

24

แผนภาพกระแสขอมลระดบท 2 (Data Flow Diagram Level 2) แสดงกระบวนการท างานโดย จะแสดงรายละเอยดของกระบวนการท างานตาง ๆ ในแผนภาพกระแสขอมลระดบท 1 (Data Flow Diagram Level 1) 2.2.8.1 ขนตอนการออกแบบฐานขอมล เปนการวางโครงสรางของระบบการท างานทไดคดไวสการปฏบต โดยแจกแจงรายละเอยดงานแตละอยางใหชดเจน แลวจดท าเปนแบบจ าลอง ซงแบงเปนงานยอยตามฟงกชนและล าดบของงาน จากนนจงน าแบบจ าลองนนสงใหนกพฒนาโปรแกรมเพอสรางระบบตอไป 2.2.8.2 วตถประสงคของการออกแบบระบบสารสนเทศคอ สามารถทบทวนแบบจ าลอง ของระบบสารสนเทศทจะพฒนาขนมาใหมใหตรงกบความตองการของผใช เหนลกษณะของระบบทจะสรางใหม ความสามารถในการแกปญหาของระบบทจะสรางใหม เตรยมการน าระบบเขามาตดตงใชงาน ประมาณการตนทนของการพฒนาระบบได ตรวจสอบและเลอกแนวทางการพฒนาทเหมาะสม สามารถเตรยมด าเนนการจดซออปกรณคอมพวเตอรและซอฟตแวร และการจดหาบคลากรไดอยางเหมาะสม 2.2.8.3 ขนตอนการออกแบบระบบสารสนเทศ การออกแบบระบบทางตรรกะ เปนการน าแบบจ าลองเหตการณ แบบจ าลองขอมล และแบบจ าลองกระบวนการทสรางขนในขนตอน การวเคราะหความตองการมาจดวางระบบการท างานโดยภาพกวางๆ และหาความสมพนธระหวางระบบยอยทเกยวของกน รวมถงสวนน าเขา สวนผลลพธ ขอมล และกระบวนการ โดยการจดวางจะตองค านงถงวตถประสงคของระบบงานใหม

รปท 2.5 แสดงการออกแบบระบบทางตรรกะ

สาขาค

อมพวเตอรธรก

จ คณะวทยา

การจดการ

มหาว

ทยาลยร

าชภฏธนบร

Page 30: µ ¨ ¥ ´ ¦ µ ¦ ¤ ® µ ª · บทที่. 1 . ... หรือหน่วยงานนั้น ๆ กล่าวได้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีมากกว่าการเก็บข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูล

25

2.2.8.4 การออกแบบระบบทางกายภาพ เปนการออกแบบรายละเอยดของระบบ โดยน าแบบจ าลองทางตรรกะของระบบใหมมาปรบปรงเปนแบบจ าลองทางกายภาพของระบบใหม ซงรวมหนาทงานใหมของระบบทผใชตองการ โดยแบบจ าลองทางกายภาพของระบบใหมจะตอบสนองตอวตถประสงคของผใชในดานตางๆ ไดแก สวนน าเขา สวนตอประสานผใช วธการประมวลผล สวนแสดงผล ฐานขอมลและขอมล ระเบยบปฏบต และบคลากรทเกยวของ 2.2.8.5 การออกแบบระบบทางตรรกะ ม 3 ประเดน คอ 1. การออกแบบฟงกชน 2. การออกแบบล าดบงาน 3. การออกแบบและประมวลผล 2.2.8.6 การออกแบบระบบทางกายภาพ ม 4 ประเดน คอ 1. การออกแบบสวนน าเขา 2. การออกแบบสวนแสดงผล 3. การออกแบบสวนตอประสานผใช 4. การออกแบบฐานขอมล 2.2.8.7 การออกแบบฟงกชน เปนการแสดงโดยใชแผนภาพกระแสขอมลใหเหนวาระบบมการจดการงานหลกอะไรบาง งานหลกเหลานจะท างานเกยวของกน โดยจะไดแผนภาพบรบทของขอมล ซงเปนแผนภาพการไหลของขอมลในระดบสงสดทแสดงภาพโดยรวมของระบบงานทงหมด สามารถแตกแผนภาพบรบทออกเปนฟงกชนหลกทแสดงความสมพนธของการท างานในแตละฟงกชนของระบบโดยรวม โดยแสดงเปนแผนภาพกระแสขอมลระดบท 1 จากนนจะท าการออกแบบฟงกชนยอย ซงแสดงกลไกการท างานในรายละเอยด ทงน โดยทวไปแลวจะแบงยอยออกไปไมเกนระดบท 3 2.2.8.8 การออกแบบล าดบงาน เปนวธการอธบายล าดบการประมวลผลและรายละเอยดของระบบงานยอย เพอให นกออกแบบระบบและนกพฒนาโปรแกรมเขาใจล าดบขนตอนการประมวลผลทตรงกน โดยนกออกแบบระบบจะตองเปลยนฟงกชนจากแผนภาพกระแสขอมล ใหอยในรปผงงานโครงสราง ซงมลกษณะเหมอนกบ ผงงานการจดสายงาน ทแสดงล าดบชนการท างานและ รายละเอยดของแตละฟงกชน 2.2.8.9 การออกแบบการประมวลผล ม 2 ระดบ คอ

สาขาค

อมพวเตอรธรก

จ คณะวทยา

การจดการ

มหาว

ทยาลยร

าชภฏธนบร

Page 31: µ ¨ ¥ ´ ¦ µ ¦ ¤ ® µ ª · บทที่. 1 . ... หรือหน่วยงานนั้น ๆ กล่าวได้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีมากกว่าการเก็บข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูล

26

1. ท าการออกแบบลกษณะและรายละเอยดทงหมดของการประมวลผล โดยบอกใหทราบวา แตละ ฟงกชนจะประกอบดวยโปรแกรมอะไรบางแลวจดท าพจนานกรมขอมลส าหรบกระบวนการ 2. น าพจนานกรมขอมลส าหรบกระบวนการ มาออกแบบและเขยนโปรแกรม โดยนกพฒนาโปรแกรมจะเขยนโปรแกรมตามทไดออกแบบไว 2.2.8.10 การออกแบบสวนแสดงผล เปนการออกแบบส าเนาถาวรหรอส าเนาชวคราวส าหรบแสดงผลลพธทไดจากการประมวลผลขอมลของระบบสารสนเทศ มดวยกน 2 ลกษณะ คอ 1. การออกแบบส าเนาถาวร 2. การออกแบบส าเนาชวคราว 2.2.5.11 การออกแบบสวนน าเขา เปนการออกแบบแบบฟอรมหรอหนาจอส าหรบการน าเขาขอมลสระบบสารสนเทศ ม 2 ลกษณะ คอ 1. การออกแบบฟอรม 2. การออกแบบสวนน าเขาทางจอภาพเกยวของกบสวนประกอบ 3 สวน คอ 2.1 เปนขอมลทอยในเอกสารแหลงขอมล (Data capture) 2.2 เปนขอมลทถกแปลใหเปนรปแบบของคอมพวเตอร (Data entry) 2.3 เปนขอมลทถกบนทกลงเครองคอมพวเตอร (Data input) 2.2.8.12 การออกแบบสวนตอประสานผใช เปนการออกแบบสวนทผใชจะพบเหนโดยตรงในการใชงานระบบสารสนเทศ เพราะจะท าหนาทตดตอสอสารระหวางผใชกบระบบ คอมพวเตอรใหท างานตามความตองการของผใชผานอปกรณตางๆแลวแสดงผลลพธผานทางจอภาพหรออปกรณแสดงผลอนๆ การออกแบบสวนตอประสานผใช เปนการออกแบบสวนตางๆ ไดแก การออกแบบหนาจอ การออกแบบค าสงและขอความทปรากฏบนหนาจอ ทงน ถาไดออกแบบสวนตอประสานผใชไวดแลวจะท าใหผใชสามารถสอสารกบระบบคอมพวเตอรไดงายและสะดวก

สาขาค

อมพวเตอรธรก

จ คณะวทยา

การจดการ

มหาว

ทยาลยร

าชภฏธนบร

Page 32: µ ¨ ¥ ´ ¦ µ ¦ ¤ ® µ ª · บทที่. 1 . ... หรือหน่วยงานนั้น ๆ กล่าวได้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีมากกว่าการเก็บข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูล

27

2.2.9 สญลกษณทใชในแผนภาพกระแสขอมล

รปท 2.6 รปภาพแสดงสญลกษณทใชในการออกแบบ Data Flow Diagram (DFD) สญลกษณทใชเปนมาตรฐานในการแสดงแผนภาพกระแสขอมลมหลายชนด แตในทนจะแสดงใหเหนเพยง 2 ชนด ไดแก ชดสญลกษณมาตรฐานทพฒนาโดย Gene and Sarson (1979) และชดสญลกษณมาตรฐานทพฒนาโดย DeMarco and Yourdon [7] 2.2.9.1 แนวคดของแบบจ าลองขนตอนการท างานของระบบ การสรางแบบจ าลอง ขนตอนการท างานโดยใช Data Flow Diagram มแนวคดตางๆ ดงน 1. ขนตอนการท างานของระบบ (Process) 2. เสนทางการไหลของขอมล (Data Flow) 3. ตวแทนขอมล (External Agent) 4. แหลงจดเกบขอมล (Data Store) 2.2.10 แผนภาพกระแสขอมล (Data Flow Diagram: DFD) แผนภาพกระแสขอมล (Data Flow Diagram: DFD) หมายถง แผนภาพทแสดงใหเหนถงทศทางการไหลของขอมลทมอยในระบบ และการด าเนนงานทเกดขนในระบบ โดยขอมลในแผนภาพท าใหทราบถง ขอมลมาจากไหน , ขอมลไปทไหน , ขอมลเกบทใด , เกดเหตการณใดกบ

สาขาค

อมพวเตอรธรก

จ คณะวทยา

การจดการ

มหาว

ทยาลยร

าชภฏธนบร

Page 33: µ ¨ ¥ ´ ¦ µ ¦ ¤ ® µ ª · บทที่. 1 . ... หรือหน่วยงานนั้น ๆ กล่าวได้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีมากกว่าการเก็บข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูล

28

ขอมลในระหวางทาง แผนภาพกระแสขอมลจะแสดงภาพรวมของระบบ (Overall picture of a system) และรายละเอยดบางอยาง แตในบางครงหากตองการก าหนดรายละเอยดทส าคญในระบบ นกวเคราะหระบบอาจจ าเปนตองใชเครองมออนๆ ชวย เชน ขอความสนๆทเขาใจ หรออลกอรทม ตารางการตดสนใจ (Decision Table), Data Model, Process Description ทงนกขนอยกบความตองการในรายละเอยด 2.2.10.1 ขนตอนของการวเคราะหเพอสราง DFD 1. ศกษารปแบบการท างานในลกษณะ Physical ระบบงานเดม 2. ด าเนนการวเคราะหเพอใหไดแบบจ าลอง Logical ระบบงานเดม 3. เพมเตมการท างานใหมภายในแบบจ าลอง Logical ระบบงานเดม 4. พฒนาระบบงานใหมในรปแบบของ Physical 2.1.10.2 วตถประสงคของการสรางแผนภาพกระแสขอมล 1. เปนแผนภาพทสรปรวมขอมลทงหมดทไดจากการวเคราะหในลกษณะของ รปแบบทเปนโครงสราง 2. เปนขอตกลงรวมกนระหวางนกวเคราะหระบบและผใชงาน 3. เปนแผนภาพทใชในการพฒนาตอในขนตอนของการออกแบบระบบ 4. เปนแผนภาพทใชในการอางอง หรอเพอใชในการพฒนาตอในอนาคต 5. รทมาทไปของขอมลทไหลไปในกระบวนการ (Data and Process)

2.3 โปรแกรมทใชในการพฒนา ชดของโปรแกรมคอมพวเตอร ทควบคมการสรางการบ ารงรกษาและการใช ฐานขอมล จะชวยใหองคกรสามารถทควบคมการพฒนาฐานขอมลในมอของ ผบรหารฐานขอมล (DBAs) และผเชยวชาญดานอนๆ DBMS เปนแพคเกจซอฟตแวรระบบทชวยใหใชการจดเกบรวมของระเบยนขอมลและไฟลทรจกกนเปนฐานขอมล จะชวยใหผใชโปรแกรมประยกตใชงานทแตกตางกนเพอใหงายตอการเขาถงฐานขอมลเดยวกน DBMSs อาจใชใด ๆ ของความหลากหลายของ แบบจ าลองฐานขอมล เชน รปแบบเครอขาย หรอ รปแบบเชงสมพนธ ในระบบขนาดใหญ , DBMS ชวยใหผใชและซอฟตแวรอน ๆ เพอจดเกบและดงขอมลใน โครงสราง ทาง แทนทจะมการเขยนโปรแกรมคอมพวเตอรในการดงขอมลผใชสามารถถามค าถามงายๆใน ภาษาแบบสอบถาม ดงนนแพคเกจ DBMS หลายแหงทม ภาษาโปรแกรมยคทส (4GLs) และคณลกษณะการพฒนาโปรแกรมประยกตอนๆ แตจะชวยระบองคกรตรรกะส าหรบฐานขอมลและการเขาถงและใชขอมลภายในฐานขอมล มนมสงอ านวยความสะดวกในการควบคม การเขาถงขอมล , การบงคบใช ขอมลความ

28 29

สาขาค

อมพวเตอรธรก

จ คณะวทยา

การจดการ

มหาว

ทยาลยร

าชภฏธนบร

Page 34: µ ¨ ¥ ´ ¦ µ ¦ ¤ ® µ ª · บทที่. 1 . ... หรือหน่วยงานนั้น ๆ กล่าวได้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีมากกว่าการเก็บข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูล

29

สมบรณ , การจดการการท างานพรอมกนและการคนคาฐานขอมลจากการส ารองขอมล DBMS ยงมความสามารถในการมเหตผลน าเสนอขอมลฐานขอมลใหกบผใช ค าวา Software, Program และ Application มผใชแทนกนไดในหลายโอกาส ในเอกสารนขอเรยกกวา Application ทงนกเนองมาจากเราจะพฒนาโปรแกรมกนบนโปรแกรมส าเรจรปทเรยกวา Microsoft Access 2000 การพฒนาโปรแกรมส าหรบจดการฐานขอมลดงกลาว เปนงานทไมงายและไมยากจนเกนไป ผใชทไมใช Programmer อาจใชโปรแกรม Microsoft Access 2000 น ามาพฒนาเปนโปรแกรมสาหรบงานของตนเองได 2.3.1 โปรแกรมไมโครซอฟตเอกเซส (Access) ส าหรบ Microsoft Access 2000 แลวเปนระบบการจดการฐานขอมล (Database Management System, DBMS) แบบสมพนธ (Relational Database Management System, RDBMS) ซงฐานขอมลของ Access จะมองแฟมขอมลเปนแบบตาราง (Table) ถาเปรยบเทยบกจะคลายๆ กบโปรแกรม dBase, FoxBASE แตจะตางกนตรงทวา Access 1 แฟมขอมลจะสามารถเกบขอมลไดมากกวา 1 ตาราง ซงประกอบไปดวยฟลดหรอคอลมนและเรคอรดหรอแถว โดยในแตละตารางตองมคยทเหมอนกนจงจะสามารถเชอมโยงตาราง 2 ตารางหรอมากกวาใหสมพนธกนเพอทจะน ามาใชงานไดตอไป Microsoft Access เปนโปรแกรมการจดการฐานขอมลโปรแกรมหนงทมประสทธภาพในการจดการฐานขอมลไดดอยางยง มความสมบรณมากกวาโปรแกรมจดการฐานขอมลเดมๆ Microsoft Access เปนโปรแกรมทท างานบน Microsoft Windows ท าใหการท างานท าไดงายสะดวก รวดเรว และม Tools ทชวยการท างานมากจงไมจ าเปนตองจดจ าค าสงในการท างาน ค าวา Microsoft Access 2000 ตอไปนขอเรยกวา Access การสรางไฟลฐานขอมลน จะกลาวถงเนอหาดงน ชนดของ Object (วตถ) ของ Access โครงสรางของฐานขอมล ชนดของขอมลของเขตขอมลในตาราง ขนตอนในการสรางฐานขอมล การสรางตาราง (Table) ซงเปนพนฐานทส าคญมาก 2.3.2 สวนประกอบในฐานขอมล Access ระบบจดการในฐานขอมลของ Access ประกอบดวย Object ตางๆ ไดแก 2.3.2.1 Table (ตาราง) เปน Object ทเปนฐานการท างานหลกของ Access เพราะทกๆ Object ตองท างานรวมกบ Table ดวยกนเปนสวนใหญ

30

สาขาค

อมพวเตอรธรก

จ คณะวทยา

การจดการ

มหาว

ทยาลยร

าชภฏธนบร

Page 35: µ ¨ ¥ ´ ¦ µ ¦ ¤ ® µ ª · บทที่. 1 . ... หรือหน่วยงานนั้น ๆ กล่าวได้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีมากกว่าการเก็บข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูล

30

2.3.2.2 Query (แบบสอบถาม) เปน Object ทใชส าหรบเลอกขอมลจาก Table ทตองการจากขอมลทงหมด แลวรายงานออกมาเปนขอมลแคเพยงบาง สวน ซงอาจเปนขอมลทมาจาก Table มากกวา 1 Table โดยใชความสมพนธของ Table หมายความวาสามารถเลอกขอมลทตองการดได 2.3.2.3 Form (แบบฟอรม) เปน Object ท ใชส าหรบเปนหนาตางควบคมการท างาน การปอนขอมลเขา Table การแกไขขอมลใน Table การแสดงผลขอมลจาก Table หรอ Query และอนๆ เกยวกบขอมล เพอความสะดวกและสวยงาม 2.3.2.4 Report (รายงาน) เปน Object ทใชส าหรบแสดงขอมลจาก Table หรอ Query ออกมาเปนรายงานตามทตองการในรปแบบตางๆ กน แลวแตผใชหรอผเขยน Application ก าหนด 2.3.2.5 Macro (แมโคร) เปน Object ทเปนชดค าสงของ Access หลายๆ ค าสงบรรจไวในหนง Macro โดยจะท างานเรยงตอกนไปเรอยๆ ตาม ค าสงทสรางไว โดยผใชไมตองสงท างานทละค าสง 2.3.2.6 Module (โมดล) เปน Object ทเปนค าสงทเขยนขนมาดวย Access Basic ซงสามารถเขยนเองและน าไปใช เพอใหการท างานของ Application ตามค าสงทเขยนไว 2.3.2.7 Page (เพจ) เปน Text file ประเภท HTML หรอเรยกวา เวบเพจ ใชส าหรบการดและการท างานกบขอมลจากระบบอนเตอรเนตหรออนทราเนต 2.3.3 ชนดขอมล 2.3.3.1 Text: เกบขอมลทเปนตวอกษร หรอ ตวเลขทไมไดน าไปค านวณ ความกวางในการเกบ 255 ตวอกษร 2.3.3.2 Memo: เกบรายละเอยดหรอขอความทวไปจ านวนมาก เกบไดถง 65,535 ตวอกษร 2.3.3.3 Number: เกบตวเลขทสามารถค านวณได ใชเนอท 1 - 8 byte 2.3.3.4 Date/Time: เกบวนท เวลา เนอทในการเกบ 8 byte 2.3.3.5 Currency: เกบตวเลขเหมอน Number แต เปนตวเลขทางการเงน โดยมสกลเงนและเครองหมาย 2.3.3.6 AutoNumber: เกบตวเลขในการนบ ใชเนอทเกบ 4 byte ตวเลขนไมสามารถแกไขได เมอลบ record ใดทม Auto number จะไมสามารถน ากลบมาใชได 2.3.3.7 Yes/No: เกบคาทางตรรกศาสตร ไดผล 2 คา จรง เทจ 2.3.3.8 OLE Object: เกบรปภาพ เกบได 1 GB 2.3.3.9 Hyperlink: เชอมโยงขอมลไปยงไฟลภายนอกทอยใน world wide web

สาขาค

อมพวเตอรธรก

จ คณะวทยา

การจดการ

มหาว

ทยาลยร

าชภฏธนบร

Page 36: µ ¨ ¥ ´ ¦ µ ¦ ¤ ® µ ª · บทที่. 1 . ... หรือหน่วยงานนั้น ๆ กล่าวได้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีมากกว่าการเก็บข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูล

31

2.3.3.10 Lookup Wizard: ใชตามแบบทโปรแกรมก าหนดให 2.3.4 ขนตอนในการสรางฐานขอมล ในการสรางฐานขอมลพอจะสรปขนตอนในการสรางฐานขอมลไดดงน 2.3.4.1 ก าหนดวตถประสงคของฐานขอมล ขนตอนแรกในการสรางฐานขอมลนน คอ ผใชตองก าหนดวตถประสงคในการสรางและก าหนดวาฐานขอมลจะถกใชอยางไร ทส าคญคอตองทราบวาตองการขอมลใดบางจากฐานขอมล จงจะสามารถก าหนดหวเรองตางๆ ทจ าเปนตองเกบขอมล และขอมลใดบางทจะตองเกบในแตละหวเรอง นอกจากนนจะตองมการปรกษากบผทจะใชฐานขอมลทสรางขนมา เพอทราบความตองการวาผใชตองการฐานขอมลอยางไร จากนนกรวบรวมขอมลตางๆ ทเปนประโยชนในการสรางฐานขอมล 2.3.4.2 สรางตารางทตองการ การสรางตารางเปนขนตอนทยงยากทสดในขนตอนของการออกแบบฐานขอมล เนองจากตารางนนเปนสวนส าคญทสดในฐานขอมล ถาออกแบบตารางไดด กสามารถน าขอมลจากตารางนนไปท าประโยชนอยางอนได เชน Query, รายงาน แบบฟอรม เปนตน อยางไรกตามควรจะรกฎหรอแนวทางปฏบตในการสรางตารางดวย เพอใหเกดประโยชนสงสดในการท างาน ส าหรบแนวทางในการสรางตารางพอสรปไดดงน 1. ขอมลทอยในตารางและระหวางตารางไมควรมซ ากน 2. แตละตารางควรมขอมลเพยงหนงหวเองเทานน 3. ก าหนด Field ทตองการ ในแตละตารางจะมขอมลทอยในเรองเดยวกน เชน ตารางนกเรยนอาจม Field ของชอนกเรยน ทอย วชาทลงทะเบยน เกรด เปนตน ถาตองการก าหนด Field ตางๆ ลงในตาราง ควรค านงถงขอก าหนดวาแตละ Field ควรมความสมพนธกบหวเรองของตาราง ไมควรสราง Field ทเปนผลไดมาจากการค านวณ และรวบรวมขอมลทงหมดทตองการ 2.3.4.3 เกบขอมลในสวนทเลกทสด การเกบทอย ควรเกบบานเลขท หมท ถนน อ าเภอ จงหวด รหสไปรษณย แทนทจะเกบขอมลทงหมดไวรวมอยใน Field เดยวกน 2.3.4.4 ระบ Field ตางๆ ซงมคาทไมซ ากนในแตละ Record เพอทจะให Microsoft Access เชอมตอกบขอมลทเกบในแตละตาราง เชน เชอมตอขอมลลกคากบขอมลการสงซอของลกคารายนนทงหมด แตละตารางในฐานขอมลจะตองม Field หรอชดของ Field ทสามารถระบถงแตละ Record ในตารางไดโดยทไมมคาทซ ากน ซงจะเรยก Field หรอชดของ Field ทมลกษณะเชนนนวา คยหลก หรอ Field หลก

สาขาค

อมพวเตอรธรก

จ คณะวทยา

การจดการ

มหาว

ทยาลยร

าชภฏธนบร

Page 37: µ ¨ ¥ ´ ¦ µ ¦ ¤ ® µ ª · บทที่. 1 . ... หรือหน่วยงานนั้น ๆ กล่าวได้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีมากกว่าการเก็บข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูล

32

2.3.4.5 ก าหนดความสมพนธระหวางตาราง เมอมการปอนขอมลลงในตารางตางๆ และมการระบ Field ทเปนคยหลกแลว ในกรณทมตารางมากกวา 1 ตารางทท างานสมพนธกน จะตองมการก าหนดความสมพนธของตารางเหลานน 2.3.4.6 ปรบปรงการออกแบบหลงจากทไดสรางตาราง Field และความสมพนธตางๆ ทเราตองการ แลวขนตอนตอไปกจะเปนการปรบปรงการออกแบบและตรวจหาขอบกพรองทอาจยงคงเหลออยซงจะเปนการงายหากมการเปลยนแปลงการออกแบบฐานขอมลในตอนน ดกวาทจะเปลยนแปลงหลงจากทไดมการปอนขอมลลงไปในตารางแลว 2.3.4.7 ปอนขอมลและสรางสวนตางๆ ของฐานขอมลเพมเตม เมอพอใจวาโครงสรางของตารางตรงกบหลกการออกแบบดงทอธบายมาแลว กถงเวลาทจะท างานตอไป และเพมขอมลทมอยทงหมดของในตาราง จากนนกสามารถสรางแบบสอบถาม ฟอรม รายงาน Data access pages แมโคร และ โมดล ตามทตองการได

2.4 งานวจยทเกยวของ ผศกษาไดทบทวนงานวจยทเกยวของกบเรองทท าการศกษามงานวจยทนาสนใจท เกยวของดงน ถนอม ดารารตน [8] ศกษาถงการวเคราะหตนทนและผลตอบแทนทางการเงนของอตสาหกรรมล าไยอบแหงในจงหวดล าพน และเชยงใหม พบวาทอตราสวนลด 15 เปอรเซนตอตราสวนผลตอบแทนตอตนทน (B/ C Ratio) เทากบ 1.034 อตราผลตอบแทนภายในของโครงการ (IRR) เทากบ 46 เปอรเซนต มลคาปจจบนสทธ (NPV) เทากบ 10,292,501 บาท และระยะเวลาคนทนอยในปท 4 ผลการศกษาพบวา การลงทนในอตสาหกรรมล าไยอบแหงทงเปลอกในจงหวดล าพนและเชยงใหม แบบเตาอบเกษตรขนาดเลกมความเหมาะสมตอการลงทน และเมอวเคราะหปจจยทมผลตอการลงทนในอตสาหกรรมล าไยอบแหงแบบเตาเกษตรพบวา เมอรายได (ยอดขาย) ลดลง 5 เปอรเซนต และตนทนการผลตเพมขน 5 เปอรเซนต โครงการนจะไมเหมาะสมแกการลงทน แสดงใหเหนวา โครงการจะมความทนตอปจจยทมผลกระทบทอตราเปลยนแปลงยอดขายและตนทนไมเกน 5 เปอรเซนต ยพเรส พงแสง [9] ท าการวเคราะหตนทนและผลตอบแทนทางการเงนในการผลตน าดมของวสาหกจหนงในจงหวดเชยงใหม เพอวเคราะหความเหมาะสมในการลงทนการผลตน าดมของกจการ และเพอวเคราะหความไวในการเปลยนแปลง เมอตนทนหรอผลตอบแทนมการเปลยนแปลงเพมขนหรอลดลง การศกษาใชวธการประมาณการผลตอบแทน หรอประมาณรายได

สาขาค

อมพวเตอรธรก

จ คณะวทยา

การจดการ

มหาว

ทยาลยร

าชภฏธนบร

Page 38: µ ¨ ¥ ´ ¦ µ ¦ ¤ ® µ ª · บทที่. 1 . ... หรือหน่วยงานนั้น ๆ กล่าวได้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีมากกว่าการเก็บข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูล

33

จากการขายน าดม และรายไดจากการขายเศษวสดเหลอใช โดยจะก าหนดประมาณการผลตอบแทนเพมขนเฉลยปละ 15 เปอรเซนต จากยอดผลตอบแทนของป พ.ศ. 2544 และประมาณการตนทนจากคาใชจายในการด าเนนการโดยการก าหนดใหตนทนเพมขนเฉลยปละ 5 เปอรเซนตจากคาใชจายในการด าเนนการของป พ.ศ. 2544 ผลการศกษาพบวา โครงการมความเหมาะสมตอการลงทนโดยมมลคาปจจบนสทธ (NPV) เทากบ675,891,274.96 บาทอตราผลตอบแทนภายในโครงการ (IRR) เทากบ 21 เปอรเซนต อตราสวนผลตอบแทนตอตนทน (B/ C Ratio) เทากบ 1.41 และมระยะเวลาคนทน (Payback Period) เทากบ 4 ป 11 เดอน เมอคดอตราสวนลด (Discount Rate) ในอตรารอยละ 10 วาสนา สขาวงษ [10] ไดศกษาตนทนและอตราผลตอบแทนการลงทนในธรกจสปาขนาดยอมในเขตวฒนา และถนนสลม เพอค านวณตนทนในการลงทนในธรกจสปา เพอศกษาตนทนการเรมด าเนนงานและตนทนการบรการ เพอศกษาถงปจจยทมผลกระทบตอการลงทนและการด าเนนงานธรกจสปา และเพอศกษา ถงกญแจแหงความส าเรจในกรด าเนนธรกจ และสาเหตทท าใหเกดความลมเหลวของธรกจสปา แลวพบวา ธรกจสปาสวนใหญจะมการลงทนขนตนในการตกแตงสถานทสงท าใหมตนทนคงทในสวนของคาเสอมราคาสง นอกจากนนยงมสาระส าคญในสวนของเงนกยมจากบคคลทเกยวของ ในจ านวนเงนคอนขางสง ในการด าเนนงานธรกจจะประสบความส าเรจจะตองมการบรหารทรพยสนทด และมการสรางความสมพนธทดกบลกคาและตองสรางพนธมตรทางการคา เชน โรงแรมไมมสปาเปนของทางโรงแรมเปดบรการบรษททวร เปนตน จฑามาศ แกวปานกน [11] ไดศกษาการวเคราะหจดคมทนของโรงเรยนเอกชนแหงหนงพบวาโครงสรางตนทนทส าคญของโรงเรยนแหงนประกอบดวยตนทนคงท (เงนเดอน)บคลากรการสอน สายบรหารและอน ๆ คาเสอมราคาอาคาร อปกรณ เครองใชตาง ๆ) และตนทนผนแปรไดแก ตนทนคาอาหาร คาอปกรณการเรยนการสอน และคาสาธารณปโภค เปนตนการวเคราะหจดคมทนในการบรหารโรงเรยนเอกชนเปนเครองมอในการพจารณาความสมพนธระหวางรายได ตนทนคงท ตนทนผนแปร และจ านวนนกเรยน ซงสามารถชวยในการตดสนใจเกยวกบการลงทนการจดการศกษา โอภาส เรอนสวสด [12] ไดศกษาเรองการวเคราะหตนทนและผลตอบแทนการลงทนในกจการอพารทเมนทในดานความคมคาทางการเงนและเพอศกษารปแบบของการเนนงานธรกจ อพารเมนท ในเขตอ าเภอพระนครศรอยธยาผลการศกษาพบวาธรกจอพารทเมนทม NPVตงแตปท 1-15 เทากบ 16,751,415 บาท มตนทนการลงทนคดเปนมลคาปจจบนเทากบ 15,565,865 บาท ระยะเวลาคนทน 13 ป มจดคมทนทคาเชาหองเฉลยท 2,676 บาทตอเดอน และผลการศกษาพบวาการศกษาดานการเงนการลงทนตอผลตอบแทนมคาชวากจการนาลงทน

สาขาค

อมพวเตอรธรก

จ คณะวทยา

การจดการ

มหาว

ทยาลยร

าชภฏธนบร

Page 39: µ ¨ ¥ ´ ¦ µ ¦ ¤ ® µ ª · บทที่. 1 . ... หรือหน่วยงานนั้น ๆ กล่าวได้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีมากกว่าการเก็บข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูล

บทท 3

การวเคราะหและออกแบบระบบ/วธการด าเนนการวจย

ในการด าเนนการท าโครงการมจดประสงค เพอการออกแบบและพฒนาระบบหอพกรายวน ในครงน คณะผจดท าไดศกษาเอกสาร การก าหนดขนตอนการด าเนนการ และปฎบตตามขนตอนของวงจรการพฒนาระบบหอพกรายวน ดงตอไปน

3.1 ประชากรและกลมตวอยาง ประชากรและกลมตวอยาง คอ เจาของหอพกรายวน จ านวน 1 คน ซงไดมาโดยการสมเลอกตวอยางแบบเฉพาะเจาะจง เพอเปนผทดลองการใชระบบทสรางขนมาในงานวจยครงนไปน

3.2 เครองมอทใชในการพฒนาระบบ / วจย 3.2.1 อปกรณ (Hardware)

3.2.1.1 เครองคอมพวเตอร 1 ชด 3.2.2 โปรแกรม (Program/Software)

3.2.2.1 ระบบปฎบตการ 3.2.2.2 ระบบจดการฐานขอมล 3.2.2.2 โปรแกรมจดการฐานขอมล

3.2.3 เครองมอการวจย/วธการวเคราะหขอมล 3.2.3.1 แบบสอบถาม 3.2.3.2 วธการวเคราะหขอมล

วเคราะหการใชงานโดยการหาคาเฉลยและสวนเบยงเบนมาตรฐาน ก าหนดเกณฑการใหคะแนนและเกณฑการแปลผลคาเฉลยของประเดนค าถาม ดงน

4.50 – 5.00 แสดงวาการใชงานของโปรแกรมอยในระดบดมาก 3.50 – 4.49 แสดงวาการใชงานของโปรแกรมอยในระดบด 2.50 – 3.49 แสดงวาการใชงานของโปรแกรมอยในระดบปานกลาง 1.50 – 2.49 แสดงวาการใชงานของโปรแกรมอยในระดบพอใช 1.00 – 1.49 แสดงวาการใชงานของโปรแกรมอยในระดบควรปรบปรง

สาขาค

อมพวเตอรธรก

จ คณะวทยา

การจดการ

มหาว

ทยาลยร

าชภฏธนบร

Page 40: µ ¨ ¥ ´ ¦ µ ¦ ¤ ® µ ª · บทที่. 1 . ... หรือหน่วยงานนั้น ๆ กล่าวได้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีมากกว่าการเก็บข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูล

34

2.50 – 3.49 แสดงวาการใชงานของโปรแกรมอยในระดบปานกลาง 1.50 – 2.49 แสดงวาการใชงานของโปรแกรมอยในระดบพอใช 1.00 – 1.49 แสดงวาการใชงานของโปรแกรมอยในระดบควรปรบปรง

สถตทใชในการวเคราะหขอมล คณะผจดทาโครงงานไดประมวลผลขอมลเพอคาเฉลยเลขคณตของการประเมนสามารถหาไดจากสตรดงน

รอยละ = ความถของรายการนน x 100 ความถทงหมด

1. หาคาเฉลย X x = Σx

n

เมอ x แทนคาคะแนนเฉลย Σx แทนผลรวมคะแนนความคดเหนทงหมด n แทนจานวนของคะแนนในกลม

2. คาสวนเบยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) S.D = Σ( X – X)2

n – 1

เมอ S.D. แทนคาสวนเบยงเบนมาตรฐาน X แทนคาคะแนนแตละคน n แทนคาจานวนคะแนนในแตละกลม Σ แทนผลรวม

สาขาค

อมพวเตอรธรก

จ คณะวทยา

การจดการ

มหาว

ทยาลยร

าชภฏธนบร

Page 41: µ ¨ ¥ ´ ¦ µ ¦ ¤ ® µ ª · บทที่. 1 . ... หรือหน่วยงานนั้น ๆ กล่าวได้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีมากกว่าการเก็บข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูล

35

3.3 การวางแผน (Planning Phase)

ตารางท 3.1 แสดงตารางวาง แผนการทางาน

กจกรรม ระยะเวลา

ก.พ. ม.ค. เม.ย. พ.ค. ม.ย. 1. ศกษาการท างานของระบบหองพกรายวน

2. วเคราะหและออกแบบระบบใหม 3. สรางระบบใหมตามทออกแบบ

4. ทดสอบและแกไขระบบ

5. ฝกอบรมการใชระบบ

6. เกบขอมลการวจย

7. จดท ารายงานและเตรยมเสนอผลงาน

3.4 การวเคราะหระบบ (Analysis Phase) 3.4.1 การวเคราะหระบบงานเดม การวเคราะหระบบงานเปนกระบวนการทส าคญในการพฒนาระบบใหมจากระบบเดมทมอย เพอใหสามารถท างานไดอยางมประสทธภาพ ระบบงานทไดรบการพฒนาแลวตองตอบสนองตอความตองการของผใชและสามารถแกปญหาทเกดขนอนเนองมาจากระบบงานเดมได ระบบหองพกรายวน เปนระบบงานทพฒนาขนเพอแกปญหาของระบบงานเดม เพอน ามาวเคราะหและออกระบบงานเดม เพอน ามาวเคราะหและออกแบบระบบงานใหมได การศกษาความตองการของระบบ หองพกรายวน ปจจบนยงพบปญหาตางๆ หลายดาน เชน การจองหองพกซ ากบหองทมการพกแลว และการค านวณคาเชาหองทลาชา ตลอดจนการท างานทเปนขนตอนและมการบนทกรายละเอยดลงในระบบอกดวย จากปญหาดงกลาว สามารถเขยนเปนแผนภมกางปลา (Cause-Effect Diagram) ไดดงน

สาขาค

อมพวเตอรธรก

จ คณะวทยา

การจดการ

มหาว

ทยาลยร

าชภฏธนบร

Page 42: µ ¨ ¥ ´ ¦ µ ¦ ¤ ® µ ª · บทที่. 1 . ... หรือหน่วยงานนั้น ๆ กล่าวได้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีมากกว่าการเก็บข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูล

36

รปท 3.1 แสดงแผนภมกางปลา (Cause-Effect Diagram)

3.4.2 การวเคราะหระบบงานใหม 3.4.2.1 แผนภาพกระแสขอมลระดบสง (Context Diagram) Context Diagram คอ การออกแบบระบบระดบหลกการ เปนลกษณะแผนภาพหรอไดอะแกรม (Diagram) เปนกระบวนการแสดงการทางานของระบบงาน คอ ชอของระบบงานและ boundaries ทเกยวของโดยตรงกบระบบหลกของกระบวนการของระบบนนๆ ดงรปแบบของ Context Diagram ของระบบจดเกบขอมลพสด

ระบบหองพกรายวน

ลกคา

ขอมลสญหาย ไดรบหองพกไม

ถกตอง

เจาของหอพก

ขอมลหองพกไมถกตอง ขอมลสญหาย

สาขาค

อมพวเตอรธรก

จ คณะวทยา

การจดการ

มหาว

ทยาลยร

าชภฏธนบร

Page 43: µ ¨ ¥ ´ ¦ µ ¦ ¤ ® µ ª · บทที่. 1 . ... หรือหน่วยงานนั้น ๆ กล่าวได้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีมากกว่าการเก็บข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูล

37

แผนภาพ Data Flow Diagram Level 0

รปท 3.2 แสดงแผนภาพการไหลของขอมล (Context Diagram)

0

ระบบเชาหอพก

รายวน

ลกคา เจาของหอพก

เงนคาเชา

ใบเสรจรบเงน

เงนคาเชา ขอมลลกคา

ปรบปรงขอมลลกคา ปรบปรงขอมลหองพก จดการการเชา เรยกดรายงาน

ขอมลการเชา รายงานตางๆ ขอมลการเชาทผานการปรบปรง ขอมลหองพกทผานการปรบปรง ขอมลลกคาทผานการปรบปรง

สาขาค

อมพวเตอรธรก

จ คณะวทยา

การจดการ

มหาว

ทยาลยร

าชภฏธนบร

Page 44: µ ¨ ¥ ´ ¦ µ ¦ ¤ ® µ ª · บทที่. 1 . ... หรือหน่วยงานนั้น ๆ กล่าวได้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีมากกว่าการเก็บข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูล

38

3.4.2.2 แผนภาพ Process Decomposition Diagram

รปท 3.3 Process Decomposition Diagram หองพกรายวน

1 จดการขอมลลกคา

ระบบหอพกรายวน

3.1 คนหาขอมลหองพก

3.2 เลอกหองพก

3.3 กรอกขอมลลกคา

3.4 ค านวณราคาคาเชา

3.5 ออกใบเสรจ

3.6 จดการขอมลการเชา

Level 1 (Top Level)

2 จดการขอมลหองพก

3 เชาหองพก

Level 2

4 เรยกดรายงาน

สาขาค

อมพวเตอรธรก

จ คณะวทยา

การจดการ

มหาว

ทยาลยร

าชภฏธนบร

Page 45: µ ¨ ¥ ´ ¦ µ ¦ ¤ ® µ ª · บทที่. 1 . ... หรือหน่วยงานนั้น ๆ กล่าวได้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีมากกว่าการเก็บข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูล

39

3.4.2.3 แผนภาพ Process Decomposition Diagram Level 1

รปท 3.4 แผนภาพกระแสขอมลระดบท 1 ของระบบหองพกรายวน

จากรปท 3. 4 แสดงใหเหนรายละเอยดของกระแสขอมลระดบท 1 ของระบบหองพกรายวน ซงประกอบดวย 4 โปรเซส คอ

โปรเซสท 1 เปนโปรเซสส าหรบการปรบปรงขอมล ไดแก ขอมลลกคา โปรเซสท 2 เปนโปรเซสส าหรบการปรบปรงขอมล ไดแก ขอมลหองพก โปรเซสท 3 เปนโปรเซสส าหรบจดการการเชา ไดแก ขอมลการเชา

1

จดการขอมลลกคา

2

จดการขอมลหองพก

3

เชาหองพก

4

เรยกดรายงาน

เจาของหอพก

ขอมลลกคา D1

ขอมลหองพก D2 เจาของหอพก

ลกคา

ขอมลหองพก D2

ขอมลลกคา D1

ขอมลการเชา D3

ขอมลหองพก D2

ขอมลลกคา D1

ขอมลการเชา D3

เจาของหอพก

เงนคาเชา , ขอมลลกคา ใบเสรจ

ปรบป

รงขอ

มลลก

คา

ขอมลลกคาทผานการปรบปรง

จดการขอมลการเชา , ขอมลการเชา

เรยกดรายงาน

ขอมลการเชาทผานการปรบปรง

รายงานทเรยกด

ปรบปรงขอมลหองพก

ขอมลหองพกท ผานการปรบปรง

สาขาค

อมพวเตอรธรก

จ คณะวทยา

การจดการ

มหาว

ทยาลยร

าชภฏธนบร

Page 46: µ ¨ ¥ ´ ¦ µ ¦ ¤ ® µ ª · บทที่. 1 . ... หรือหน่วยงานนั้น ๆ กล่าวได้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีมากกว่าการเก็บข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูล

40

โปรเซสท 4 เปนโปรเซสส าหรบการเรยกดรายงานขอมลลกคา เรยกดรายงานขอมลหองพก เรยกดรายงานการเชา เปนตน

3.4.2.4 แผนภาพ Process Decomposition Diagram Level 2 แผนภาพ DFD Fragment 1: จดการการเชา ขอมลการเชา

รปท 3.5 แผนภาพกระแสขอมลระดบท 2 โปรเซสจดการขอมลการเชา

3.1

คนหาขอมลหองพก

3.2

เลอกหองพก

3.3

กรอกขอมลลกคา

3.4

ค านวณราคาคาเชา

3.5

ออกใบเสรจ

3.6

จดการขอมลการเชา

ขอมลหองพก D2

ขอมลลกคา D1

ขอมลการเชา D3

ขอมลหองพก D2

ลกคา เงนคาเชา

ใบเสรจรบเงน

ขอมลการเชา D3

เจาของหอพก

จดการขอมลการเชา

ขอมล

การเช

าทผานก

ารปร

บปรง

หองพก

ประเภทหอง

พก

สถานะหองพก

ราคาหองพก

เงนคาเชา

ขอมลลกคา

สาขาค

อมพวเตอรธรก

จ คณะวทยา

การจดการ

มหาว

ทยาลยร

าชภฏธนบร

Page 47: µ ¨ ¥ ´ ¦ µ ¦ ¤ ® µ ª · บทที่. 1 . ... หรือหน่วยงานนั้น ๆ กล่าวได้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีมากกว่าการเก็บข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูล

41

จากรปท 3.5 แสดงใหเหนรายละเอยดของกระแสขอมลระดบท 2 ของโปรเซสจดการขอมลการเชา ซงประกอบดวยโปรเซสยอย 7 โปรเซส คอ

โปรเซสท 1 เปนโปรเซสยอยส าหรบคนหาขอมลหองพก โปรเซสท 2 เปนโปรเซสยอยส าหรบเลอกหองพก โปรเซสท 3 เปนโปรเซสยอยส าหรบกรอกขอมลลกคา โปรเซสท 4 เปนโปรเซสยอยส าหรบค านวณราคาคาเชา โปรเซสท 5 เปนโปรเซสยอยส าหรบออกใบเสรจรบเงนใหลกคา โปรเซสท 6 เปนโปรเซสยอยส าหรบจดการขอมลการเชา

3.5 การออกแบบฐานขอมล 3.5.1 แบบจ าลองความสมพนธเอนทต หรอ อ อารไดอะแกรม (E-R Diagram)

รปท 3.6 แสดงภาพ E-R diagram ของระบบหองพกรายวน

สาขาค

อมพวเตอรธรก

จ คณะวทยา

การจดการ

มหาว

ทยาลยร

าชภฏธนบร

Page 48: µ ¨ ¥ ´ ¦ µ ¦ ¤ ® µ ª · บทที่. 1 . ... หรือหน่วยงานนั้น ๆ กล่าวได้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีมากกว่าการเก็บข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูล

42

3.5.2 แบบจ าลองขอมล Entity-relationship Model (E-R Model)

รปท 3.7 แสดงแบบจ าลองขอมล E-R Model ของระบบหองพกรายวน 3.5.3 พจนานกรมขอมล (Data Dictionary) ผพฒนาระบบไดท าการศกษาขอมลตางๆ ทเกยวของกบระบบการจดเกบ ขอมลหองพกรายวน พรอมทงก าหนดโครงสรางแฟมขอมลไวในพจนานกรมขอมลซงมทงหมด 6 แฟมขอมล โดยมรายละเอยดดงตอไปน ตารางท 3.2 ขอมลลกคา (Table Name: Customer)

ล าดบ Fields Description Type PK FK

1 cusid หมายเลขบตรประชาชนลกคา Text(13) YES 2 fname ชอ Text(90)

3 lname นามสกล Text(90) 4 addr ทอย Memo 5 sex เพศ Number 6 tel โทรศพท Text(11)

สาขาค

อมพวเตอรธรก

จ คณะวทยา

การจดการ

มหาว

ทยาลยร

าชภฏธนบร

Page 49: µ ¨ ¥ ´ ¦ µ ¦ ¤ ® µ ª · บทที่. 1 . ... หรือหน่วยงานนั้น ๆ กล่าวได้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีมากกว่าการเก็บข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูล

43

ตารางท 3.3 ขอมลหองพก (Table Name: Room)

ล าดบ Fields Description Type PK FK

1 roomno หมายเลขหองพก Text(7) YES 2 roomtype ประเภทหองพก Number

3 roomstatus สถานะหองพก Number 4 roomprice ราคาหอง Currency

ตารางท 3.4 ขอมลเชาหองพก (Table Name: booking)

ล าดบ Fields Description Type PK FK

1 ID เลขทใบเสรจ AutoNumber YES 2 cid ประเภทหองพก Number 3 rid รหสหอง Text(7) 4 startdate วนทเขาพก Date/Time

5 enddate วนทยายออก Date/Time 6 countdate จ านวนวนทพก Number 7 price ราคา Currency

ตารางท 3.5 เพศ (Table Name: sex)

ล าดบ Fields Description Type PK FK 1 ID ล าดบ Long Integer YES 2 name เพศ Text(7)

ตารางท 3.6 สถานะหองพก (Table Name: roomstatus)

ล าดบ Fields Description Type PK FK 1 ID ล าดบ Long Integer YES 2 status สานะหองพก Text(7)

สาขาค

อมพวเตอรธรก

จ คณะวทยา

การจดการ

มหาว

ทยาลยร

าชภฏธนบร

Page 50: µ ¨ ¥ ´ ¦ µ ¦ ¤ ® µ ª · บทที่. 1 . ... หรือหน่วยงานนั้น ๆ กล่าวได้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีมากกว่าการเก็บข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูล

44

ตารางท 3.7 ประเภทหองพก (Table Name: roomtype)

ล าดบ Fields Description Type PK FK 1 ID ล าดบท Long Integer YES 2 roomtype ประเภทหอง Text(7) 3.5.4 การออกแบบสวนของประวตลกคา

รปท 3.8 ออกแบบสวนของประวตลกคา

รหสลกคา

เลขทบตรประชาชน

ชอ

นามสกล

ทอย

เพศ

เบอรโทรศพท

ขอมลหองพก จดการหองพก ประวตลกคา

ขอมลลกคา

จองหองพก

บนทกขอมลลกคา กรอกประวตลกคารายใหม

สาขาค

อมพวเตอรธรก

จ คณะวทยา

การจดการ

มหาว

ทยาลยร

าชภฏธนบร

Page 51: µ ¨ ¥ ´ ¦ µ ¦ ¤ ® µ ª · บทที่. 1 . ... หรือหน่วยงานนั้น ๆ กล่าวได้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีมากกว่าการเก็บข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูล

45

3.5.5 การออกแบบสวนของขอมลหองพก

รปท 3.9 ออกแบบสวนของขอมลหองพก

รหสหองพก

หมายเลขหองพก

สถานะหอง

ประเภทหอง

ราคาหอง

ขอมลหองพก จดการหองพก ขอมลหองพก

ขอมลลกคา

จองหองพก

บนทกขอมลทมการเปลยนแปลง เพมขอมลหองพก

คนหาขอมลหองพก

สาขาค

อมพวเตอรธรก

จ คณะวทยา

การจดการ

มหาว

ทยาลยร

าชภฏธนบร

Page 52: µ ¨ ¥ ´ ¦ µ ¦ ¤ ® µ ª · บทที่. 1 . ... หรือหน่วยงานนั้น ๆ กล่าวได้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีมากกว่าการเก็บข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูล

46

3.5.6 การออกแบบสวนของหองพก

รปท 3.10 ออกแบบสวนของแผนผงหองพก

หองแอร

หองพดลม

A101

ขอมลหองพก จดการหองพก แผนผงหองพก

ขอมลลกคา

จองหองพก

A201

A301

A401

B101

B201

B301

A102

A202

A302

A402

B102

B202

B302

A103

A203

A303

A403

B103

B203

B303

A104

A204

A304

A404

B104

B204

B304

A105

A205

A305

A405

B105

B205

B305

Reload Data

ปรบปรงสถานะหองพก

สาขาค

อมพวเตอรธรก

จ คณะวทยา

การจดการ

มหาว

ทยาลยร

าชภฏธนบร

Page 53: µ ¨ ¥ ´ ¦ µ ¦ ¤ ® µ ª · บทที่. 1 . ... หรือหน่วยงานนั้น ๆ กล่าวได้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีมากกว่าการเก็บข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูล

47

3.5.7 การออกแบบสวนของขอมลหองพก

รปท 3.11 ออกแบบสวนของจองหองพก

ID

รายละเอยดลกคา

ชอ – นามสกล

เพศ

เบอรโทรศพท

xxxxxxx xxxxxxxx

xxxxx

xxx-xxxxxxx

ขอมลหองพก จดการหองพก จองหองพก

ขอมลลกคา

จองหองพก

วนทเรมเขาพก

วนทสนสด

จ านวนวน xx

ราคาหองพก x,xxx.xx ค านวณ

พมพใบเสรจ

หมายเลขหองพก

สาขาค

อมพวเตอรธรก

จ คณะวทยา

การจดการ

มหาว

ทยาลยร

าชภฏธนบร

Page 54: µ ¨ ¥ ´ ¦ µ ¦ ¤ ® µ ª · บทที่. 1 . ... หรือหน่วยงานนั้น ๆ กล่าวได้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีมากกว่าการเก็บข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูล

บทท 4

การพฒนาระบบ/ผลการวจย

4.1 การพฒนาระบบ ในการพฒนาระบบไดมการจ าลองใชกบเครองคอมพวเตอรจ านวน 1 เครอง เพอน าระบบหองพกรายวนเขามาเพอใชงานจรง เพอใหเปนไปตามขนตอนการท างานของคณะผจดท า

4.1.1 สวนของแผนผงหองพกรายวน

รปท 4.1 แสดงหนาจอหนาแรกของระบบหองพกรายวน

สาขาค

อมพวเตอรธรก

จ คณะวทยา

การจดการ

มหาว

ทยาลยร

าชภฏธนบร

Page 55: µ ¨ ¥ ´ ¦ µ ¦ ¤ ® µ ª · บทที่. 1 . ... หรือหน่วยงานนั้น ๆ กล่าวได้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีมากกว่าการเก็บข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูล

49

4.1.2 สวนของประวตลกคา

รปท 4.2 แสดงหนาจอของประวตลกคา

4.1.3 สวนของขอมลหองพก

รปท 4.3 แสดงหนาจอของขอมลหองพก

สาขาค

อมพวเตอรธรก

จ คณะวทยา

การจดการ

มหาว

ทยาลยร

าชภฏธนบร

Page 56: µ ¨ ¥ ´ ¦ µ ¦ ¤ ® µ ª · บทที่. 1 . ... หรือหน่วยงานนั้น ๆ กล่าวได้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีมากกว่าการเก็บข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูล

50

4.1.4 สวนของจองหองพก

รปท 4.4 แสดงหนาจองหองพก

4.1.5 รายงานใบเสรจรบรบเงน

รปท 4.5 แสดงหนาจอรายงานใบเสรจรบเงน

สาขาค

อมพวเตอรธรก

จ คณะวทยา

การจดการ

มหาว

ทยาลยร

าชภฏธนบร

Page 57: µ ¨ ¥ ´ ¦ µ ¦ ¤ ® µ ª · บทที่. 1 . ... หรือหน่วยงานนั้น ๆ กล่าวได้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีมากกว่าการเก็บข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูล

51

4.2 ผลการวจย จากจ านวนตวอยางทจ านวน 5 ตวอยาง และใชแบบสอบถามเปนเครองมอในการวจย สามารถเกบรวบรวมขอมลจ านวน 5 ตวอยางไดครบทงหมด 100 % และจากขอมลทเกบรวบรวมมาไดน ามาท าการวเคราะหตามวธการศกษาทไดก าหนดไว โดยแบงการรายงานผลการวจยออกเปน 3 สวน ดงน สวนท 1 ขอมลทวไปของผตอบแบบสอบถาม สวนท 2 ขอมลเกยวกบการใชงานระบบหอพกรายวน สวนท 3 ขอมลเกยวกบความคดเหนและขอเสนอแนะ ตอนท 1 ค าถามเกยวกบขอมลทวไป ตารางท 4.1 จ านวนและรอยละของผตอบแบบสอบถาม

รายการ จ านวน รอยละ

เพศ 1. ชาย

4

33.33%

2. หญง 6 66.66% รวม 100%

อาย 1. ต ากวา 30 ป

3

39.99%

2. 30 - 35 ป 5 43.82% 3. 36 - 40 ป 2 16.19% 4. 41 - 50 ป 0 0% 5. ตงแต 50 ปขนไป 0 0%

รวม 100% การศกษา 1. ต ากวาปรญญาตร

1

1.00%

2. ปรญญาตร 9 99.00% 3. ปรญญาโท 0 0% 4. ปรญญาเอก 0 0%

รวม 100%

สาขาค

อมพวเตอรธรก

จ คณะวทยา

การจดการ

มหาว

ทยาลยร

าชภฏธนบร

Page 58: µ ¨ ¥ ´ ¦ µ ¦ ¤ ® µ ª · บทที่. 1 . ... หรือหน่วยงานนั้น ๆ กล่าวได้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีมากกว่าการเก็บข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูล

52

ตารางท 4.1 จ านวนและรอยละของผตอบแบบสอบถาม (ตอ) สถานะสภาพ 1. โสด

5

50%

2. สมรส 5 50% 3. แยกกนอย 0 0% 4. หยาราง 0 0%

รวม 100% อาชพ 1. พนกงานประจ า

3

30%

2. รบราชการ 5 50% 3. ธรกจสวนตว 2 20% 4. รฐวสาหกจ 0 0% 5. อนๆ 0 0%

รวม 100% จากตารางท 4.1 สามารถสรปไดวาผท าแบบประเมนทงหมดม หญงเปน 66.66% และเปน

ชาย 33.33% ของผประเมนทงหมดโดยมอายอยในชวงต ากวา 30 ปคดเปน 39.99% อาย 30-35 ปคดเปน 43.82% และชวงอาย 36-40 ปคดเปน 16.19% ของผประเมนทงหมดอยในระดบการศกษา ต ากวาปรญญาตรคดเปน 1.00% ทเหลอเปนระดบปรญญาตรอก 99.00% และอยในสถานภาพโสดคดเปน 50% และทเหลอเปนสมรสคดเปน 50% ของผประเมนทงหมดโดยมอาชพเปน พนกงานประจ าคดเปน 30.00% ขาราชการคดเปน 50.00% และเปนธรกจสวนตวคดเปน 20.00% ของผประเมนทงหมด ตามล าดบ ตอนท 2 ความคดเหนตอการพฒนาระบบ “หอพกรายวน” ตารางท 4.2 แสดงความคดเหนเกยวกบการใชงานดานการปอนขอมลเขาของระบบหองพกรายวน

รายการ X S.D. ความคดเหน 1. ออกแบบการปอนขอมลมความสมพนธกน 3.80 0.40 มาก 2. การออกแบบปอนขอมลใชงานงาย 4.10 0.42 มาก 3. การจดการปอนขอมลไดตรงตามความตองการ

4.20 0.52 มาก

สาขาค

อมพวเตอรธรก

จ คณะวทยา

การจดการ

มหาว

ทยาลยร

าชภฏธนบร

Page 59: µ ¨ ¥ ´ ¦ µ ¦ ¤ ® µ ª · บทที่. 1 . ... หรือหน่วยงานนั้น ๆ กล่าวได้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีมากกว่าการเก็บข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูล

53

ตารางท 4.2 แสดงความคดเหนเกยวกบการใชงานดานการปอนขอมลขาวของระบบหองพก รายวน (ตอ)

รายการ X S.D. ความคดเหน 4. ตวอกษรการพมพเหนชดเจน 4.40 0.48 มากทสด 5. เมนเลอกใชงานเขาใจงาย 4.50 0.50 มากทสด

เฉลย 4.20 0.52 มาก

จากตาราง 4.2 สามารถสรปความคดเหนของ กลมตวอยางทมตอ “ระบบหอพกรายวน ” ใน

ภาพรวมดานการปอนขอมลเขา มภาพรวมอยในระดบมาก ( X = 4.20, S.D. = 0.52) เมอวเคราะหเปนรายการยอย ดงน เมนเลอกใชงานงายอยในระดบมากทสด ( X = 4.50, S.D. = 0.50) ตวอกษรการพมพเหนชดเจนอยในระดบมากทสด (X = 4.40, S.D. = 0.48) การจดการปอนขอมลไดตรงตามความตองการอยในระดบมาก (X = 4.20, S.D. = 0.52) ออกแบบการปอนขอมลใชงานงายอยในระดบมาก (X = 4.10, S.D. = 0.42) และการออกแบบการปอนขอมลมความสมพนธกนอยในระดบมาก (X = 3.80, S.D. = 0.40) ตามล าดบ

ตารางท 4.3 แสดงความคดเหนเกยวกบการใชงานดานการประมวลผล

รายการ X S.D. ความคดเหน 6. สามารถเขาถงขอมลไดงาย 4.20 0.63 มาก 7. คนหาขอมลตรงตามความตองการ 4.00 0.67 มาก 8. ขอมลสามารถตอบสนองไดอยางรวดเรว 4.10 0.56 มาก 9. ระบบหองพกรายวนเขาใจไดงาย 4.10 0.40 มาก

เฉลย 4.12 0.57 มาก

จากตาราง 4.3 สามารถสรปความคดเหนของ กลมตวอยางทมตอ “ระบบหอพกรายวน ” ในภาพรวมดานการประมวลผลมภาพรวมอยในระดบมาก ( X = 4.12, S.D. = 0.57) เมอวเคราะหเปนรายการยอย ดงน สามารถเขาถงขอมลไดงายอยในระดบมาก (X = 4.10, S.D. = 0.56) ระบบหองพกรายวนเขาใจไดงายอยในระดบมาก (X = 4.10, S.D. = 0.40) สามารถเขาถงขอมลไดงาย อยในระดบมาก (X = 4.20, S.D. = 0.63) และสามารถคนหาขอมลตรงตามความตองการ อยในระดบมาก (X = 4.00, S.D. = 0.67) ตามล าดบ

สาขาค

อมพวเตอรธรก

จ คณะวทยา

การจดการ

มหาว

ทยาลยร

าชภฏธนบร

Page 60: µ ¨ ¥ ´ ¦ µ ¦ ¤ ® µ ª · บทที่. 1 . ... หรือหน่วยงานนั้น ๆ กล่าวได้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีมากกว่าการเก็บข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูล

54

ตารางท 4.4 แสดงความคดเหนเกยวกบการใชงานดานการแสดงผล

รายการ X S.D. ความคดเหน 10. รปแบบของการแสดงผลจอภาพมความเหมาะสม

4.20 0.63 มาก

11. รปแบบมความนาสนใจเหมาะสม 4.10 0.74 มาก 12. ภาพทใชแสดงประกอบไดเหมาะสม 3.80 0.78 มาก 13. มคมอชวยเหลอในการใชงานไดเขาใจ 4.40 0.52 มาก 14. การออกแบบหนาจอโดยรวม 4.10 0.56 มาก

เฉลย 4.16 0.65 มาก

จากตาราง 4.4 สามารถสรปความคดเหนของ กลมตวอยางทมตอ “ระบบหอพกรายวน ” ในภาพรวมดานการแสดงผลมภาพรวมอยในระดบมาก ( X = 4.16, S.D. = 0.65) เมอวเคราะหเปนรายการยอย ดงน มคมอชวยเหลอในการใชงานไดเขาใจ อยในระดบมาก ( X = 4.40, S.D. = 0.52) รปแบบของการแสดงผลจอภาพมความเหมาะสม อยในระดบมาก ( X = 4.20, S.D. = 0.63) รปแบบมความนาสนใจเหมาะสม อยในระดบมาก (X = 4.10, S.D. = 0.74) ภาพทใชแสดงประกอบไดเหมาะสมอยในระดบมาก (X = 3.80, S.D. = 0.78) และการออกแบบหนาจอโดยรวม อยในระดบมาก (X = 4.10, S.D. = 0.56) ตามล าดบ

สาขาค

อมพวเตอรธรก

จ คณะวทยา

การจดการ

มหาว

ทยาลยร

าชภฏธนบร

Page 61: µ ¨ ¥ ´ ¦ µ ¦ ¤ ® µ ª · บทที่. 1 . ... หรือหน่วยงานนั้น ๆ กล่าวได้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีมากกว่าการเก็บข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูล

บทท 5

สรป อภปรายผลและขอเสนอแนะ

5.1 สรป

ระบบหองพกรายวน ไดถกสรางมาเพอใหงายตอการใชงานและสะดวกรวดเรวในการคดคาเชาหองพก การเรยกดรายงาน รวมถงการเกบขอมลลกคาในระบบซงงายตอการคนหา ท าใหผทใชงานสามารถลดขนตอนในการท างาน การด าเนนการสรางระบบหองพกรายวน มขนตอนการด าเนนงานทสรปเปนขนตอนไดดงน 5.1.1. การศกษาขอมลของระบบหองพกรายวน เพอใหเขาใจหลกการท างานของระบบ 5.1.2. การศกษาโปรแกรมสราง ระบบหองพกรายวน 5.1.3. ก าหนดรปแบบการออกแบบของระบบหองพกรายวน ใหงายตอการใชงาน นาสนใจและนาเชอถอ 5.1.4. ด าเนนการสรางระบบ ซงผใชงานคอเจาของหองพก 5.1.5. ทดสอบใชงาน แกไข และปรบปรง สวนท 1 ขอมลทวไปของผตอบแบบสอบถาม จากการท าแบบสอบถาม สามารถสรปไดวาผท าแบบสอบถามทงหมดมหญงรอยละ 66.66 และเปนชายรอยละ 33.33 และดานขอมลอายอยในชวงต ากวา 30 ปคดเปนรอยละ 39.99 อาย 30-35 ปคดเปนรอยละ 43.82 และชวงอาย 36-40 ปคดเปนรอยละ 16.19 ตามล าดบ สวนท 2 ความคดเหนเกยวกบการใชระบบ พบวามความพงพอใจในการใชงานระบบหองพกรายวน ดานการปอนขอมลเขาภาพรวมอยในระดบมาก (X = 4.20, S.D. = 0.52) มความพงพอใจในการใชงานดานการประมวลผลภาพรวมอยในระดบมาก (X = 4.12, S.D. = 0.57) และมความพงพอใจตอการใชงาน ดานการแสดงผลภาพรวมอยในระดบมาก (X = 4.16, S.D. = 0.65)

สาขาค

อมพวเตอรธรก

จ คณะวทยา

การจดการ

มหาว

ทยาลยร

าชภฏธนบร

Page 62: µ ¨ ¥ ´ ¦ µ ¦ ¤ ® µ ª · บทที่. 1 . ... หรือหน่วยงานนั้น ๆ กล่าวได้ระบบฐานข้อมูลมีข้อดีมากกว่าการเก็บข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูล

56

5.2 อภปรายผล การวเคราะหและพฒนาระบบ หองพกรายวน อภปรายผล ดงน ในสวนของผใช ไดแก เจาของหองพก สามารถบนทกขอมลลกคาลงในระบบ เพอเกบเปนขอม ลของลกคาแตละคนไวส าหรบเรยกดหรอคนหา การคดคาหองพกของลกคาทไดท าการเชาหองพกโดยระบบหองพกจะเรยกขอมลราคาหองพกแตละหองมาค านวณใหอตโนมต ลดการผดพลาดของการคดคาเชาหองพกทไมถกตองกบลกคา และการเรยกดรายงานของหองพกทผานมาได โดยขอมลทงหมดสามารถเชอถอได

5.3 ขอเสนอแนะ การน าระบบไปใชงานจรงควรมการพฒนาระบบเพมเตมโดยสามารถ เรยกดรายงานไดหลากหลายมากกวาน และสามารถมสถานะหองการจองโดยลกคาจองผานทางโทรศพท เพอทจะไมตองเกดการปลอยหองพกทซ ากน

สาขาค

อมพวเตอรธรก

จ คณะวทยา

การจดการ

มหาว

ทยาลยร

าชภฏธนบร