125
คคคคคค คคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคค คคคคคคค คคคคคคคคคคคคคคคคคคคคค คคคคคคคคค คคคคคคค คคคคคคคคค

หลักเกณฑ์และวิธีการประเมิน ...cro.moph.go.th/cppho/download/2119.doc · Web viewTitle หล กเกณฑ และว ธ การประเม

  • Upload
    others

  • View
    6

  • Download
    0

Embed Size (px)

Citation preview

คมอการประเมนบคคลและผลงานวชาการใหดำารงตำาแหนงระดบชำานาญการ

กลมงานทรพยากรบคคล

สงทสงมาดวย 1

สำานกงานสาธารณสขจงหวดเชยงรายคณสมบตขาราชการ

การเลอนขนแตงตงใหดำารงตำาแหนงประเภทวชาการ ระดบชำานาญการท คณสมบตของบคคล หมายเหต1. มคณสมบตเฉพาะสำาหรบตำาแหนงทจะแตงตง ระดบ

ปฏบตการหนงสอสำานกงาน ก.พ. ท นร 1008/ว 10 ลงวนท 11 ธนวาคม 25512. เคยดำารงตำาแหนงประเภทวชาการ ระดบปฏบตการ

ดงน- ระยะเวลา 6 ป สำาหรบผมคณวฒการศกษา ปรญญาตร- ระยะเวลา 4 ป สำาหรบผมคณวฒการศกษา ปรญญาโท- ระยะเวลา 2 ป สำาหรบผมคณวฒการศกษา ปรญญาเอก

3. ปฏบตงานในตำาแหนงทจะแตงตงฯ มาแลวไมนอยกวา 1 ป

4. มระยะเวลาขนตำาในการดำารงตำาแหนงทจะเลอนขนแตงตง หรอเคยดำารงตำาแหนงในสายงานทจะแตงตงหรอสายงานอนทเกยวของเกอกล ตามคณวฒของบคคล ดงน - ระยะเวลา 6 ป สำาหรบผมคณวฒการศกษา ปรญญาตร- ระยะเวลา 4 ป สำาหรบผมคณวฒการศกษา ปรญญาโท- ระยะเวลา 2 ป สำาหรบผมคณวฒการศกษา ปรญญาเอก

หนงสอสำานกงาน ก.พ. ท นร 1006/ว 7 ลงวนท 6 มนาคม 2552 และสำานกงาน ก.พ. ท นร 1006/ว 10 ลงวนท 15 กนยายน 2548

หมายเหต ก.พ.มมตยกเวนขาราชการทดำารงตำาแหนงเจาพนกงานปกครองทมคณสมบตตางจากคณสมบตคณสมบตเฉพาะสำาหรบตำาแหนงตามขอ 1 และไดรบการอนมตใหแตงตงใหดำารงตำาแหนงดงกลาว เมอวนท 11 ธนวาคม 2551 เพอแตงตงใหดำารงตำาแหนงเจาพนกงานปกครองชำานาญการได ทงน ตองดำารงตำาแหนงและปฏบตหนาทในตำาแหนงเจาพนกงานปกครองตดตอกนจนถงวนเลอนขนแตงตง

หนงสอสำานกงาน ก.พ. ท นร 1006.3/166 ลงวนท 21 กนยายน 2552

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

2

ใหดำารงตำาแหนงเปนระดบทสงขน รวม 6 ป

แผนผงขนตอนการทำาผลงานวชาการ

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

3

ผมอำานาจสงบรรจแตงตง ตามมาตรา 57

แนวทางและหลกเกณฑการพจารณาผลงาน .............................

1) ผลงานยอนหลง

- ตองเปนผลงานทเกดจากงานในหนาทความรบผดชอบ ซงตรงหรอเกยวของเกอกลกบตำาแหนงทขอประเมน อยางนอย 1 ป

- เสนอผลงานยอนหลง ถดจากปทสงคำาขอประเมน เชน สงคำาขอประเมน ปงบประมาณ 2559 ผลงานยอนหลงตองเปนของป 2558

- กรณระหวางปดงกลาวไดรบอนญาตใหลาศกษาตอ (ผลงานไมครบป) ใหเสนอเฉพาะทปฏบตงานเวนระยะเวลาทลาศกษา และใหเสนอผลงานของปงบประมาณถดไปเพม (เตมป)

- หากผลงานยอนหลง 1 ป ไมตรงสาขาหรอไมเขาเกณฑเกยวของ เกอกลกนกถอวาไมเขาหลกเกณฑ

2) ขอเสนอแนวคด/วธการ เพอพฒนางานหรอปรบปรงงานใหมประสทธภาพมากขน- เปนแนวคด วสยทศน หรอแผนงานทจะทำาในอนาคตเพอ

พฒนางานในตำาแหนงทแตงตงและมความสอดคลองกบแผนยทธศาสตร

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

4

ของหนวยงาน รวมทงควรเปนแนวคดหรอแผนงานทสามารถนำาไปปฏบตไดจรง กำาหนดตวชวดความสำาเรจ และกำาหนดระยะเวลาดำาเนนการไวอยางชดเจน ซงอาจมการตดตามผลภายหลงการประเมนผานแลว

3) ผลสำาเรจของงาน/เอกสารวชาการ- เปนผลสำาเรจของงานทเกดจากการปฏบตงานในตำาแหนงหนาท

ใหเสนอสาระสำาคญของผลงาน ขนตอนทไดปฏบต ความรความสามารถทใชในการปฏบตงาน แนวคดทางวชาการ หรอขอกฎหมายทใชในการปฏบตงาน วเคราะหถงผลทเกดขนเพอแสดงถงความร ความสามารถ และความชำานาญงานของบคคล ประโยชนทเกดจากผลงานดงกลาว หรอการนำาผลงานไปใชเพอแกไขปญหาในงานทปฏบตหรอของหนวยงาน

- เปนผลการดำาเนนงานทผานมาทดำาเนนการในระหวางดำารงตำาแหนงในระดบทตำากวาระดบทขอประเมน 1 ระดบ

- ไมใชผลงานวจย หรอวทยานพนธทเปนสวนหนงของการศกษา หรอฝกอบรมในหลกสตรใด ๆ

- กรณทเปนผลงานรวมกนหลายคน ผเสนอผลงานตองมสวนรวมในการจดทำาผลงานนน ในสวนทเปนสาระสำาคญของการจดทำาผลงานนน ๆ

- การพจารณาผลงาน พจารณาจากงานวจยกรณศกษา

ระดบชำานาญการพเศษ ใหเสนอผลงานวชาการเปนผลงานวจย หรอกรณศกษาทยงยากซบซอน 1 เรอง (ตองศกษา 2 รายขนไปเปรยบเทยบกน) หรอกรณศกษาทยงยากซบซอน 2 เรอง (2 Case) โดยใหเผยแพรผลงานวชาการ ดวยวธนำาเสนอผลงานในทประชมวชาการ หรอลงวารสารระดบจงหวด หรอโรงพยาบาลศนย/โรงพยาบาลทวไป อยางนอย 1

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

5

เรอง ใหเสนอเปนผลงานวเคราะห วจารณ หรอกรณศกษาแตตองเสนออยางนอย 2 เรอง

4) เกณฑการตดสน- ผานการประเมน เปนผมคณสมบตและผลงานทแสดงถงความ

ร ความชำานาญงาน และประสบการณเหมาะสม (ผลการประเมนยอนหลงไมกอนวนทรบคำาขอประเมน)

- ปรบปรงแกไข ผลงานทเสนอใหประเมน คณะกรรมการมความเหนใหปรบปรงแกไขในสวนทไมใชสาระสำาคญ (ผลการประเมนยอนหลงไมกอนวนทรบคำาประเมน) หากเปนการปรบปรงแกไขสวนทเปนสาระสำาคญ (ผลยอนหลง ไมกอนวนทรบเอกสารครงใหม)

- ไมผานการประเมน ผลงานทเสนอยงไมเหมาะสม ใหดำาเนนการใหมตงแตการคดเลอกบคคล

สรปรปเลมและเอกสารทใชขอประเมน

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

6

.............................

เลมท 1 เอกสารประกอบการคดเลอกบคคล1. ระดบชำานาญการ จำานวน 6 ชด (ลายเซนจรง 1 ชด

สำาเนา 5 ชด)2. ระดบชำานาญการพเศษ จำานวน 6 ชด (ลายเซนจรง

1 ชด สำาเนา 5 ชด) ประกอบดวย

1)ปก2)สารบญ3)แบบประเมนคณลกษณะของบคคล4)แบบเสนอผลงานการปฏบตงานเพอขอรบการคดเลอก5)ภาคผนวก (สำาเนา กพ 7 , สำาเนาใบประกอบวชาชพ,

สำาเนาปรญญาบตร, สำาเนาใบเปลยนชอ - สกล (ถาม) ,หนงสอรบรองจากตนสงกด กรณทเปนลกจางชวคราว เพอนบอายราชการเพมเตม )

เลมท 2 แบบประเมนผลงาน1. ระดบชำานาญการ จำานวน 6 ชด (ลายเซนจรง 1 ชด

สำาเนา 5 ชด)2. ระดบชำานาญการพเศษ จำานวน 6 ชด (ลายเซนจรง

1 ชด สำาเนา 5 ชด)ประกอบดวย

1) ปก2) สารบญ3) ขอมลสวนบคคล4) ผลงานทเปนผลการดำาเนนงานทผานมาโดยสรป5) คำารบรองของผเสนอผลงาน และผบงคบบญชา

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

7

6) สำาเนาเอกสารทเกยวของ เชน สำาเนา ก.พ.7 สำาเนาใบประกอบวชาชพ สำาเนาประกาศผลการคดเลอก สำาเนาใบเปลยนชอ - สกล (ถาม)

เลมท 3 ผลงานทเปนผลการดำาเนนงานทผานมา (ผลงานเดนเฉพาะตว) ฉบบเตม (Full paper)

จำานวน 1-2 เรอง 1. ระดบชำานาญการ จำานวน 6 ชด (เลมจรง 1 ชด

สำาเนา 5 ชด)2. ระดบชำานาญการพเศษ จำานวน 6 ชด (เลมจรง 1 ชด

สำาเนา 5 ชด)เลมท 4 ขอเสนอแนวคด/วธการเพอพฒนางานหรอปรบปรงงานใหมประสทธภาพมากขน

1. ระดบชำานาญการ จำานวน 6 ชด (ลายเซนจรง 1 ชด สำาเนา 5 ชด)

2. ระดบชำานาญการพเศษ จำานวน 6 ชด (ลายเซนจรง 1 ชด สำาเนา 5 ชด)

ประกอบดวย1) ปก2) คำานำา3) เนอหา

- เรอง- หลกการและเหตผล- บทวเคราะห/แนวคด/ขอเสนอ- ผลทคาดวาจะไดรบ- ตดชวดความสำาเรจ

4) บรรณานกรม/ภาคผนวก (ถาม)

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

8

เฉพาะระดบชำานาญการพเศษ เลมท 5 เอกสารการเผยแพร เชน วารสาร จลสาร หลกฐานการนำาเสนอในทประชม วชาการ (สำาเนาหนงสอตอบรบการนำาเสนอผลงาน ,สำาเนา ใบประกาศนยบตร, รปภาพแสดงการนำาเสนอผลงาน) เปนตน จำานวน 6 ชด (เลมจรง 1 ชด สำาเนา 5 ชด)

ตวอยางปก

เอกสารประกอบการคดเลอกบคคลทจะเขารบการประเมนผลงาน

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

9

ของ.......................................................(ชอ/สกล)....................................................

ตำาแหนง.....................................................................

ตำาแหนงเลขท....................... ………………………………….สวนราชการ

.......................................สำานกงานสาธารณสขจงหวดเชยงราย

เพอแตงตงใหดำารงตำาแหนงตำาแหนง............................................................ (ดาน.....................................................)ตำาแหนงเลขท...................................................

สวนราชการ..........................................................

..................................................สำานกงานสาธารณสขจงหวดเชยงราย

แบบประเมนคณลกษณะของบคคล

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

10

ชอ……………………………………………………………………………………………………………….………………………………………ขอรบการคดเลอกเพอแตงตงใหดำารงตำาแหนง……………………………………………....................................................

ตอนท 1 รายการประเมน คะแนนเตม

คะแนนทไดรบ

1. ความรบผดชอบ พจารณาจากพฤตกรรม เชน - เอาใจใสในการทำางานทไดรบมอบหมายและหรองานทเกยวของอยางมประสทธภาพ - ยอมรบผลงานของตนเองทงในดานความสำาเรจ และความผดพลาด - พฒนาและปรบปรงงานในหนาทใหดยงขนและหรอแกไขปญหาหรอขอผดพลาดทเกดขน เชน งานใดทสำาเรจและไดรบผลดแลวกพยายามปรบปรงใหดยงขนไปอกเรอย ๆ หรองานใดทพบวามปญหาหรอขอผดพลาดกพยายามแกไขไมละเลยหรอปลอยทงไวจนเกดปญหาเชนนนซำา ๆ อก2. ความคดรเรม พจารณาจากพฤตกรรม เชน - คดคนระบบ แนวทาง วธดำาเนนการใหม ๆ เพอประสทธผลของงาน - แสดงความคดเหนใหขอเสนอแนะอยางสมเหตสมผลและสามารถปฏบตได - แสวงหาความรใหม ๆ เพมเตมอยเสมอโดยเฉพาะในสายวชาชพ/งานของตน - ตรวจสอบ ปรบปรง แกไข หรอดดแปลงวธทำางานใหมประสทธภาพและกาวหนาอยตลอดเวลา

15

15

15

…………

…………

…………

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

11

- สนใจในงานทยงยากซบซอน - มความไวตอสถานการณหรอความฉบไวในการรบรสงเราภายนอก3. การแกไขปญหาและการตดสนใจ พจารณาจากพฤตกรรม เชน - วเคราะหหาสาเหตกอนเสมอเมอประสบปญหาใด ๆ - วเคราะหลทางแกปญหา โดยมทางเลอกปฏบตไดหลายวธ - เลอกทางปฏบตในการแกปญหาไดถกตองเหมาะสม - ใชขอมลประกอบในการตดสนใจและแกปญหา (ไมใชความรสกของตนเอง)

ตอนท 1 รายการประเมน คะแนนเตม

คะแนนทไดรบ

4. ความประพฤต พจารณาจากพฤตกรรม เชน - รกษาวนย และมนำาใจเออเฟ อเผอแผ - มกรยาวาจาสภาพ ออนโยน - มความประพฤตสวนตวทเหมาะสมและควบคมอารมณได - ปฏบตงานอยในกรอบของขอบงคบวาดวยจรรยาบรรณของขาราชการพลเรอนและวชาชพของตน

15

10

…………

…………

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

12

- มความซอสตยสจรต5. ความสามารถในการสอความหมาย พจารณาจากพฤตกรรม เชน - สอสารกบบคคลตาง ๆ เชน ผบงคบบญชา เพอนรวมงาน ผรบบรการและผทเกยวของไดด โดยเขาใจถกตองตรงกน - ถายทอดและเผยแพรความรทางวชาการใหผอนเขาใจไดอยางชดเจนโดยใชภาษาอยางถกตองเหมาะสม6. การพฒนาตนเอง พจารณาจากพฤตกรรม เชน - ตดตาม ศกษา คนควาความรใหม หรอสงทเปนความกาวหนาทางวชาการ/วชาชพอยเสมอ - สนใจและปรบตนเองใหกาวทนวทยาการใหม ๆ ตลอดเวลา - นำาความรและวทยาการใหม ๆ มาประยกตใชในการปฏบตงานไดอยางมประสทธภาพ7. การทำางานรวมกบผอน - ยอมรบฟงความคดเหนของผอน - ใหความรวมมอในการปฏบตงานกบผอน - เคารพในสทธของผอน - มมนษยสมพนธในการปฏบตงาน8. ความเสยสละ - การอทศเวลาใหงาน - สามารถชวยเหลอหนวยงานขององคกรอน ๆ ทงภายในและภายนอกองคกรทงงานโดยตรงและ

10

10

10

…………

…………

…………

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

13

งานทเกยวของอนๆ - การไมเกยงงาน

รวม 100ตอนท 2 สรปความเหนในการประเมน

ความเหนของผประเมน ( ) ผานการประเมน (ไดคะแนนรวมไมตำากวารอยละ 60) ( ) ไมผานการประเมน (ไดคะแนนรวมตำากวารอยละ 60) (ระบเหตผล)…………………………………………………………………… ……………………………………………………….……………………………. …………………………………………………………………………………….. ……………………….…………………………………..……………………….. …………………….………………………………………..……………………..

ลงชอ………….…………….........(ผประเมน) (……………........………….) ตำาแหนง…………………………......

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

14

วนท……….เดอน พ………… .ศ.….ความเหนของผบงคบบญชาเหนอขนไป 1 ระดบ ( ) เหนดวยกบการประเมนขางตน ( ) มความเหนแตกตางจากการประเมนขางตน ในแตละรายการ ดงน …………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………. ลงชอ………………….……......ผประเมน (……….………………......) ตำาแหนง…………………………........ วนท……..เดอน……..…..พ.ศ……….หมายเหต กรณทผบงคบบญชาทง 2 ระดบเหนสมควรใหผานการประเมน ใหนำาเสนอผลงานเพอขอรบการคดเลอกได

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

15

- คำารบรองผบงคบบญชาระดบหวหนางาน ใหรบรองถงนายแพทยสาธารณสขจงหวดเชยงราย

-

ตอนท 2 สรปความเหนในการประเมน

ความเหนของผมอำานาจสงบรรจตามมาตรา 57 (กรณทความเหนของผบงคบบญชาทง 2 ระดบแตกตางกน) ( ) ผานการประเมน (ระบเหตผล)…………………………………….…………. ………………………..…………….………….……………….……….…………….. ……………………………….……..……..….……….………………………………. ………………………………………………….……….……………………………… ( ) ไมผานการประเมน (ระบเหตผล)…………………………………………… …………………………………..………………..…….…………………………….. ………………………………………….…………..…….…….…………………….. ……………………………………………………….…….…….…….……………… …………………………………………………..…….…….….……….……………. ……………………………………………………………….….……….…………….

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

16

ลงชอ....………………………………..(ผประเมน) (……………………............….) ตำาแหนง……………………………… วนท……เดอน……......………พ.ศ………

แบบเสนอผลการปฏบตงานเพอขอรบการคดเลอกขอมลสวนบคคล

1. ชอ (ผขอรบการคดเลอก)…………………………………………..……………………………………………….......…………..2. ตำาแหนง (ปจจบน)……………………………..…………(ดาน……..…….….......….) ตำาแหนงเลขท………..…...……… สวนราชการ…………………………………………..………………………………………………………………….......………….กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

17

…………………………………………..……………….…………………………………................................................……… ดำารงตำาแหนงนเมอ………………………………………………..………………………………………………......……………... อตราเงนเดอนปจจบน………………………..บาท3 . ขอรบการคดเลอกเพอประเมนเพอแตงตงใหดำารงตำาแหนง………………………………(ดาน……..................…) ตำาแหนงเลขท …………….……….สวนราชการ………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………........……….4. ประวตสวนตว (จาก ก.พ. 7) เกดวนท ………..เดอน…………………………..พ.ศ…………………… อายตว……..…………ป เดอน…………… อายราชการ ป เดอน………… ……………5. ประวตการศกษา

คณวฒและวชาเอก ปทสำาเรจการศกษา สถาบน(ปรญญา/

ประกาศนยบตร)……………………

……………………………

………

……………………………

……………………………

……………………………

……………………………

……………………………

……………………………

6. ใบอนญาตประกอบวชาชพ (ถาม.. ใหแนบสำาเนาใบอนญาตในภาคผนวก)

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

18

ชอใบอนญาต………………........................................................................ เลขทใบอนญาต……………………………….…………………………….……………. วนออกใบอนญาต วนหมด……………………………อาย………….….…………..7. ประวตการรบราชการ (จากเรมรบราชการจนถงปจจบน กรณปฏบตงานไมตรงตามบญชถอจายใหวงเลบ หนวยงานทปฏบตงานจรงไวในชองสงกดดวย) พรอมแนบสำาเนา ก.พ. 7 ,สำาเนาวฒการศกษาในภาคผนวก)

วน เดอน ป ตำาแหนง อตราเงนเดอน สงกด…………….…………….…………….

…………………………….…………….

…………………….

…………………….

…………………….

…………………….

…………………….

…………………….

8. ประวตการฝกอบรมและดงาน (ใหระบหนวยงานทจดอบรมไมใชสถานทอบรม)

ป ระยะเวลา หลกสตร หนวยงานทจดอบรม

( ใสวน / เดอน / ป )

………………………..

………………………..

…………………………….…………….

…………………….

…………………….

…………………….

…………………….

…………………….

…………………….

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

19

9.ประสบการณในการปฏบตงาน (เคยปฏบตงานเกยวกบอะไรบางทนอกเหนอจากขอ 7 เชน เปนหวหนาโครงการ หวหนางาน กรรมการ อนกรรมการ วทยากร อาจารยพเศษ เปนตน) ( ใหใสเฉพาะงานทเกยวของกบตำาแหนงทขอ ประเมน ) . ................................................................................................................................................................10. ผลการดำาเนนงานทผานมา 10.1 ผลการปฏบตงานในชวง 3 ป ทผานมา (ไมตองใสตารางผลการปฏบตงานยอนหลง) - สรปผลการปฏบตงานตามภารกจหลก/ลกษณะงานทปฏบต ( โดยสรปเฉพาะบทบาทหนาทหลกและภารกจสำาคญ ) . 10.2 ผลงานทจะสงประเมน (จำานวนอยางนอย 1 เรอง)

- ชอผลงาน......................................................................................................................................

เคาโครงเรองโดยยอ (สรปเฉพาะสาระสำาคญ/ประเดนของเรอง/ทมา/สงทศกษาและผลทไดโดยสงเขป)

- สดสวนของผลงานในสวนทผขอรบการคดเลอกปฏบต/รายชอผรวมจดทำาผลงาน (ถาม)( ระบชอผรวมจดทำาพรอมสดสวนทดำาเนนการ ) .

10.3 ขอเสนอแนวคดเพอพฒนางาน/วธการเพอปรบปรงงาน (ระบชอเรองดวย) ( ใหเสนอแนวคดโดยสงเขปเพอตนเอง และหนวยงานอาจนำาไปใช ปรบปรง / พฒนางาน )

ขาพเจาขอรบรองวาขอความทแจงไวดงกลาวขางตนเปน

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

20

ความจรงทกประการ

ลงชอ.........................................(ผขอรบการคดเลอก) (.........................................) ตำาแหนง..................................................... วนท.........เดอน.................ป................

11. คำารบรองของผบงคบบญชาทควบคมดแลการปฏบตงาน ไดตรวจสอบขอความของ………………………………………………………………………………………………………………… ทเสนอขอรบการคดเลอกแลวเหนวาถกตองตามความเปนจรงทกประการ

ลงชอ.............................................(ผประเมน)

(..............................................)

ตำาแหนง.................................................

วนท.........เดอน.................ป.................

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

21

12. คำารบรองของผบงคบบญชาเหนอขนไป 1 ระดบ

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

ลงชอ..........

..........................................(ผประเมน) (........................

.........................) ตำาแหนง....................

............................. วนท.........เดอน.................ป.................

หมายเหต กรณทเปนหวหนางาน ใหคำารบรองผบงคบบญชาระดบหวหนางาน ใหรบรองถงนายแพทยสาธารณสขจงหวดเชยงราย หรอ นายอำาเภอ

13. สรปผลการตรวจสอบคณสมบตของบคคลการพจารณาคดเลอกบคคลเพอประเมนแตงตงให ดำารง

ตำาแหนง……………………….ระดบ………………

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

22

ชอ…………………………………………………………………………………………………………………………..………………………ตำาแหนง………………..........……(ดาน……...............………) ตำาแหนงเลขท………………………………………………..….สวนราชการ………………………………………………….......................................................…………………………………ขอเสนอผลงานเพอรบการคดเลอกแตงตงในตำาแหนง……………………………………………(ดาน………………………)ตำาแหนงเลขท สวน………………ราชการ……………………………………………………………….……………………………….1. คณสมบตของบคคล 1.1 คณวฒการศกษา ( ) ตรงตามคณสมบตเฉพาะสำาหรบตำาแหนง ( ) ไมตรงแต ก.พ. ยกเวนตามมาตรา 62 1.2 ใบอนญาตประกอบวชาชพ (ถากำาหนดไว) ( ) ตรงตามทกำาหนด เลขท ……ระบ…….. ( ) ไมตรงตามทกำาหนด 1.3 ระยะเวลาการดำารงตำาแหนง ( ) ครบตามทกำาหนดไวในมาตรฐานกำาหนดตำาแหนง ( ) ไมครบแตจะครบในวนท…........................… 1.4 ระยะเวลาขนตำาในการดำารงตำาแหนงหรอเคยดำารงตำาแหนงในสายงานทจะแตงตง (ใหรวมถงการดำารงตำาแหนงในสายงานอนทเกยวของหรอเคยปฏบตงานอนทเกยวของหรอเกอกลดวย)

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

23

( ) ครบตามท ก.พ. กำาหนด ( ) ไมครบ/สงใหคณะกรรมการคดเลอกบคคลพจารณา ( ) สาขาพยาบาลศาสตร สงใหคณะกรรมการประเมนผลงานพจารณา2. การประเมนคณลกษณะของบคคล ( ) ผาน การประเมน ( ) ไมผานการประเมนเหตผล…………………………………………….…3. สรปผลการตรวจสอบคณสมบตของบคคล ( ) อยในหลกเกณฑทจะดำาเนนการตอไปได ( ) ไมอยในหลกเกณฑเนองจาก……………..………. ( ) อยในหลกเกณฑทจะดำาเนนการตอไปไดแตตองใหคณะกรรมการพจารณาเรองระยะเวลาขนตำา ในการดำารงตำาแหนง

ลงชอ………….…..…………..……………..ผรบผดชอบการเจาหนาท

(……………….…..…………...........) ตำาแหนง..................................................... วนท………เดอน ป………… …………

14. ผลการพจารณาคดเลอกบคคล ชอผขอรบการคด

เลอก................................................................................................................

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

24

กรณตำาแหนงเลอนไหล ( ) ไดรบการคดเลอกใหสงผลงานประเมน ( ) ไมไดรบการคดเลอก

ระบเหตผล................................................................................................................................. ................................................................................................................................

ลงชอ.................................................ผมอำานาจสงบรรจตามมาตรา 57 (................................................) วนท...........เดอน...................ป............... 15. กรณนอกเหนอจาก 14

( ) ไดรบการคดเลอกใหสงผลงานประเมน ( ) ไดรบการคดเลอกใหยาย/โอน/บรรจกลบไดโดยไมตองสง

ผลงานประเมน ( ) ไมไดรบการคดเลอก

ระบเหตผล............................................................................................................................. ............................................................................................................................

ลงชอ.................................................ประธานคณะกรรมการคดเลอก

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

25

(................................................) วนท...........เดอน...................ป...............

ผลการพจารณาของผมอำานาจสงบรรจตามมาตรา 57 ( ) เหนชอบ( ) มความเหนแตกตาง

เนองจาก................................................................................................... ..................................................................................................................................................

ลงชอ...................................................ผมอำานาจสงบรรจตามมาตรา 57 (.....................................................)

วนท............เดอน..................ป........หมายเหต กรณขอ 14.2 แนบสำาเนารายงานการประชมคณะกรรมการ คดเลอกดวย

เอกสารแนบทายแบบคดเลอก

1. สำาเนา ก.พ. 7 ทถายจากตนฉบบ ก.พ. 7 ตวจรงทเปนปจจบน หรอ จากระบบคอมพวเตอร ทรบรองจากเจาหนาท จำานวน 1 ชด พรอมรบรองสำาเนา

2. สำาเนาใบประกอบโรคศลปทยงไมหมดอาย กรณอยระหวางการตออายบตรใหแนบหลกฐานดวย จำานวน 1 ชด พรอมรบรองสำาเนา

3. สำาเนาวฒบตร/ปรญญาบตร จำานวน 1 ชด พรอมรบรองสำาเนา

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

26

4. หนงสอรบรองการเปนลกจางชวคราว (กรณทเปนลกจางชวคราวมากอนเพอนบอายราชการ)

5. อน ๆ (ถาม)

ตวอยางปก

แบบประเมนผลงาน

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

27

ของ..............................................(ชอผจด

ทำา)........................................................ตำาแหนง......................................................

ตำาแหนงเลขท...................................................สวน

ราชการ............................................................................................................

สำานกงานสาธารณสขจงหวดเชยงราย

เพอแตงตงใหดำารงตำาแหนงตำาแหนง............................................................

(ดาน.....................................................)ตำาแหนงเลขท...................................................

สวนราชการ.....................................................................

.......................................สำานกงานสาธารณสขจงหวดเชยงราย

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

28

สารบญ

หวขอ เลขหนา................................................

.............................................................

.............................................................

.............................................................

.............................................................

.............................................................

.............................................................

.............

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

29

ตอนท 1 ขอมลสวนบคคล

1. ชอ (ผขอรบการประเมน)……………………………………………………..…………………………………………..…………..2. ตำาแหนง (ปจจบน)………………………….…………(ดาน…………………………….) ตำาแหนงเลขท……………….…… สวนราชการ……………….………………………………………………………………..……………………………………………. …………………………………………………………………….………………………………………………………………………….. ดำารงตำาแหนงนเมอ…………………………………………….……………………………………………….……………………... อตราเงนเดอนปจจบน………………………..บาท3 . ขอรบการประเมนเพอแตงตงใหดำารงตำาแหนง…………………….……………(ดาน……................................…) ตำาแหนงเลขท ………………….สวนราชการ………………………………………………………………………………………

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

30

…………………………………………………………………………………………………………………………………........……….4. ประวตสวนตว (จาก ก.พ. 7) เกดวนท ………..เดอน…………………………..พ.ศ…………………… อายตว ป เดอน……………… …………… อายราชการ ป เดอน………… ……………5. ประวตการศกษา

คณวฒและวชาเอก ปทสำาเรจการศกษา สถาบน(ปรญญา/

ประกาศนยบตร)……………………

……………………………

………

……………………………

……………………………

……………………………

……………………………

……………………………

……………………………

6. ใบอนญาตประกอบวชาชพ (ถาม.. ใหแนบสำาเนาใบอนญาต) ชอใบอนญาต……………….................................................................................. เลขทใบอนญาต………………………………………….………………..………………………. วนออกใบอนญาต…………………..…………วนหมดอาย…………………………………..7. ประวตการรบราชการ (จากเรมรบราชการจนถงปจจบน กรณปฏบตงานไมตรงตามบญชถอจายใหวงเลบ หนวยงานทปฏบตงานจรงไวในชองสงกดดวย) พรอมแนบสำาเนา ก.พ. 7 ,สำาเนาวฒการศกษา)

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

31

วน เดอน ป ตำาแหนง อตราเงนเดอน สงกด…………….…………….…………….

…………………………….…………….

…………………….

…………………….

…………………….

…………………….

…………………….

…………………….

ตอนท 1 ขอมลสวนบคคล (ตอ)8. ประวตการฝกอบรมและดงาน (ใหระบหนวยงานทจดอบรมไมใชสถานทอบรม)

ป ระยะเวลา หลกสตร หนวยงานทจดอบรม

( ใสวน / เดอน / ป )

…………….…………….

…………………………….…………….

…………………….

…………………….

…………………….

…………………….

…………………….

…………………….

9.ประสบการณในการปฏบตงาน (เคยปฏบตงานเกยวกบอะไรบางทนอกเหนอจากขอ 7 เชน เปนหวหนาโครงการ หวหนางาน กรรมการ อนกรรมการ วทยากร อาจารยพเศษ เปนตน ( ใหใสเฉพาะงานทเกยวของกบตำาแหนงทขอ ประเมน ) . ................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................

10. หนาทความรบผดชอบปจจบน

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

32

10.1 ดานบรหาร . 10.2 ดานบรการ . 10.3 ดานวชาการ . ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................

11. ผลงานการปฏบตงานยอนหลง ลำาดบท

ลกษณะงานดานบรการ/ปฏบตการ

หนวยนบ

ปรมาณงานดานบรการ/ปฏบตการ หมายเหต

ปงบประมาณ................

ปงบประมาณ................

กลม เฉพาะ กลม เฉพาะ

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

33

งาน ตว งาน ตว

หมายเหต 1. แบบฟอรมนใชเฉพาะตำาแหนงทเกณฑสาขากำาหนดใหเสนอผลงานยอนหลง 2 ป 2. ผลงานยอนหลง 2 ป ใหเสนอผลงานทตรงกบหนาทความรบผดชอบของตำาแหนงทจะไดรบการแตงตง โดยเสนอผลงานยอนหลง 2 ป ถดจากปทสงคำาขอประเมน เชน สงคำาขอประเมนในปงบประมาณ 2559 ผขอประเมนตองเสนอผลงานของปงบประมาณ 2557 และ 2558 เปนตน กรณทระหวางปดงกลาวไดรบอนญาตใหลาศกษา ใหเวนระยะเวลาทไดลาศกษา และใหเสนอผลงานของปงบประมาณถดไปแทน 3. สายงานทจะตองเสนอผลงานยอนหลง 2 ป คอ ทนตแพทย นกสงคมสงเคราะห นกจตวทยา นกเทคนค - การแพทย นกวชาการเผย แพร และนกประชาสมพนธ ยกเวนพยาบาลวชาชพใหเสนอ 1 ป ( ตาม ว 157/13 กค .52)

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

34

ตอนท 2 ผลงานทเปนผลการดำาเนนงานทผานมา1. ชอผล

งาน..........................................................................................................................................

2. ระยะเวลาทดำาเนนการ......................................................................................................................

3. ความรทางวชาการหรอแนวความคดทใชในการดำาเนนการ1.......................................................................................................................................................2.......................................................................................................................................................3.......................................................................................................................................................4.......................................................................................................................................................

4. สรปสาระและขนตอนการดำาเนนการ ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................... 5. ผรวมดำาเนนการ (ถาม)

1....................................................สดสวนของผลงาน............................... 2....................................................สดสวนของผลงาน...............................

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

35

3....................................................สดสวนของผลงาน...............................6. สวนของงานทผเสนอเปนผปฏบต (ระบรายละเอยดของผลงานพรอมทงสดสวนของผลงาน)..........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................7. ผลสำาเรจของงาน (เชงปรมาณ/คณภาพ)..........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................8. การนำาประโยชนไปใช..........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................

9. ความยงยากในการดำาเนนการ/ปญหา/อปสรรค ..............................................................................................................................................................

.............................................................................................................................................................. ..............................................................................................................................................................

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

36

10. ขอเสนอแนะ............................................................................................................................................................................................................................................................................................................................

ขอรบรองวาผลงานดงกลาวขางตนเปนความจรงทกประการ

ลงชอ...................................................(ผเสนอผลงาน) (...................................................) วนท..........เดอน.....................ป............... ขอรบรองวาสดสวนหรอลกษณะงานในการดำาเนนการของผเสนอขางตนถกตอง ตรงกบความเปนจรงทกประการ

ลงชอ.........................................(ผรวมดำาเนนการ) ลงชอ.......................................(ผรวมดำาเนนการ) (........................................) (........................................) ท ...........เดอน...............ป............... วนท...........เดอน.............ป..............

ไดตรวจสอบแลวขอรบรองวาผลงานดงกลาวขางตนถกตองตรงกบความเปนจรงทกประการ

ลงชอ.....................................................

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

37

(...................................................) ตำาแหนง................................................. วนท..........เดอน......................ป............... (ผบงคบบญชาทควบคมดแลการปฏบตงาน)

ลงชอ..................................................... (...................................................) ตำาแหนง................................................. วนท...........เดอน.....................ป............... (อำานวยการสำานก/กองหรอเทยบเทา) หมายเหต หากผลงานมลกษณะเฉพาะ เชน แผนพบ หนงสอ แถบบนทกเสยง ฯลฯ ผเสนอผลงานอาจสงผลงานจรงประกอบการพจารณาของคณะกรรมการกได

หมายเหต 1. คำารบรองผบงคบบญชาใหรบรองถงนายแพทยสาธารณสขจงงหวด.

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

38

รายละเอยดการเขยนแบบประเมนผลงาน......................................................

ปกรายละเอยดตามแบบฟอรมทกำาหนด

ตอนท 1 ขอมลสวนบคคล1)กรอกรายละเอยดตามแบบฟอรมทกำาหนด2)ขอ 7 ประวตรบราชการใหแสดงขอมลทกปทมการเปลยนตำาแหนง

เงนเดอน หนวยงาน สงกด3)ขอ 8 ประวตการฝกอบรมและดงาน เลอกเฉพาะทเกยวของกบ

ตำาแหนงทขอประเมน- ระยะเวลา ระบวน/เดอน/ป ตงแต – ถง (....วน)- หลกสตร ระบชอหลกสตรทเขารบการอบรม- สถาบน ระบชอสถาบนผจดหลกสตร (ไมใชสถานท)

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

39

4)ขอ 9 ประสบการณในการปฏบตงาน ใหแสดงการปฏบตงานทไดรบมอบหมายซงนอกเหนอจากงานทตองปฏบตตามตำาแหนง โดยระบระยะเวลาทปฏบตตงแตเมอใด ถงเมอใด

5)ขอ 10 หนาทความรบผดชอบปจจบน ใหจดกลมเปน ดานบรหาร บรการ วชาการ

6)ผลการปฏบตงานยอนหลง ใหเสนอผลการปฏบตงานยอนหลงทตรงกบตำาแหนงทจะแตงตงหรอผลงานทเกยวของเกอกลกน อยางนอย 1 ป ซงจะตองเปนผลงานของปงบประมาณกอนสงคำาขอประเมน กรณทลาศกษาตอ ใหเสนอผลงานของปงบประมาณกอนนนแทน (หากผลงานยอนหลง 1 ป ไมตรงสาขาหรอไมเขาเกณฑทเกยวของเกอกลกนกถอวาไมเขาหลกเกณฑ)

ตอนท 2 ผลงานทเปนผลการดำาเนนงานทผานมา1)ชอผลงาน

ระบชอผลงานทจะนำาเสนอ โดยผลงานดงกลาวจะตองเปนผลสำาเรจของงานทเกดจาก การปฏบตงานในตำาแหนงหนาทความรบผดชอบของผขอประเมน

2)ระยะเวลาดำาเนนการ ระบวน/เดอน/ป ทดำาเนนการศกษาเรองนน ๆ โดยใหนบตงแตวน

ทรบดแลผปวยจนถงวนดแลผปวยเสรจเรยบรอย3)ความรทางวชาการหรอแนวคดทใชในการดำาเนนการ

ใหระบแนวความคด ทฤษฎ องคความร และขอมลตาง ๆ ทนำามาใชในการดำาเนนงาน โดยสรป ใหมความสอดคลองและเชอมโยงกบผลการดำาเนนงาน เปนตน

4)สรปสาระและขนตอนการดำาเนนงาน ระบหลกการและเหตผล วตถประสงค เปาหมาย สาระสำาคญและ

ขนตอน หลกการดำาเนนการ โดยสรปใหมความสอดคลองและเชอมโยงกบ

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

40

ผลการดำาเนนงาน (ใหสรปสาระของการทำากรณศกษาและตองมสรปกรณศกษาดวย)

5) ผรวมดำาเนนการ (ถาม)ใหแสดงชอ – สกล ตำาแหนง สงกดของผรวมดำาเนนการในผลงาน

และระบสดสวนความรบผดชอบของผลงานเปนรอยละของผรวมดำาเนนการดวย

หากเปนผลงานทปฏบตเองทงหมด 100% และไมมผรวมดำาเนนการ ไมตองนำาเสนอผรวมดำาเนนการ

6)สวนของงานทผเสนอเปนผปฏบต ระบรายละเอยดของผลงานพรอมทงสดสวนของผลงานใหระบราย

ละเอยดเกยวกบขนตอนกจกรรมการดำาเนนงาน และสดสวนของผลงานเปนรอยละทผเสนอผลงานเปนผปฏบต

7) ผลสำาเรจของงาน (เชงปรมาณ/เชงคณภาพ) ใหแสดงผลสำาเรจของงานทงในเชงปรมาณและ เชงคณภาพ

- ผลสำาเรจของงานเชงปรมาณ ใหระบวาใหการพยาบาลผปวยโรคอะไร จำานวนกรายและอยโรงพยาบาลกวน

- ผลสำาเรจของงานเชงคณภาพ คอ ผลงานทไดแสดงใหเหนถงการตอบสนองแนวคด ยทธศาสตรของรฐบาล กระทรวง และจงหวดทมความเปนไปไดในการนำาไปใชประโยชน เชน ตอบสนองความพงพอใจของผรบบรการหรอผลตอบแทนทไดจากการดำาเนนงาน เชน ลดคาใชจาย การลดตนทนการผลต การลดเวลาการปฏบตงาน คณภาพการบรการดขน เปนตน

8)การนำาไปใชประโยชน อธบายการนำาผลงานไปใชประโยชนในการปรบปรงแนวทางการ

ดำาเนนงานหากมการนำาผลงานไปใชในการพฒนาตอยอด ปรบปรงแนวทางการดำาเนนงานในวงกวางขนจากเดมทเกดเฉพาะจดและประยกต แกปญหาทเกดขน ใหอธบายวานำาไปใชประโยชนไดอยางไรกบบคคลเปาหมายทไหน

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

41

เกดประโยชนตอผรบการบรการและสงคมอยางไร ใหนำาเสนอดวย อกทงมผลตอการพฒนางานทงทางตรงและทางออมอยางไร

9)ความยงยากในการดำาเนนการ / ปญหา / อปสรรค อธบายความยงยากในการดำาเนนงานตามทไดนำาไปปฏบตจรงวาม

ความยงยากอยางไร เชน การตดสนใจแกปญหา การใชหลกวชาการ หรอทฤษฎทใชในการปฏบตงาน การบรณาการงาน และการควบคมปจจยทเกยวของวามความยงยากประการใด แตไมใชความยงยากทเปนปญหาอปสรรคของการทำางาน เชน ขาดแคลนอตรากำาลง หรอขาดแคลนงบประมาณ

อธบายวเคราะหปญหาอปสรรคของการดำาเนนงานทเกดขน ระบถงสาเหตของปญหาวาเกดจากสาเหตใด มปจจยอะไรมาเกยวของบาง และอธบายปญหาอปสรรคอะไรททำาใหการปฏบตงานไมเปนไปตามทคาดหวงไว ทงในระหวางดำาเนนงาน และหลงสนสการดำาเนนงานแลว

10) ขอเสนอแนะ ผขอประเมนมขอเสนอแนะเพอการแกไขอยางไร เพอมใหปญหา

เกดขนอก และมขอเสนอแนะเพอพฒนางาน/ปรบปรงงานดงกลาวอยางไร เปนการเสนอแนวทางเชงสรางสรรคเปนผลงานทเปนรปธรรม

1) ผเสนอผลงาน :รบรองผลงานตามเสนอเปนความจรงทกประการ

2) ผบงคบบญชา :หวหนางาน หวหนากลม/ฝาย ผอำานวยการโรงพยาบาล นาย

แพทยสาธารณสขจงหวด รบรองสดสวนหรอลกษณะงานในการดำาเนนงาน/ผลงาน ถกตองตรงกบความเปนจรง

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

42

แบบตรวจสอบเอกสารแบบประเมนผลงานชอ – สกล .........................................................................สงกด...................................................เรอง ..............................................................................................................................................

ลำาดบท

หวขอผลการประเมน

ผาน

ไมผาน

สงทตองปรบปรง

แบบประเมนบคคลและผลงาน1 ปก

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

43

สารบญ

ขอมลสวนบคคล

ผลงานทเปนผลการดำาเนนงานทผานมา1 ชอผลงาน

2 ระยะเวลา

3 ความรทางวชาการหรอแนวคดทใชในการดำาเนนการ

4 สรปสาระและขนตอนการดำาเนนการ

5 สดสวนผรวมดำาเนนการ

6 สวนงานของผทเสนอรวมปฏบต

7. ผลสำาเรจของงาน (เชงปรมาณ/คณภาพ)

8. การนำาไปใชประโยชน

9.ความยงยากในการดำาเนนการ / ปญหา /อปสรรค

10. ขอเสนอแนะ2 เอกสารอางอง / ภาคผนวก (ถาม)

เอกสารแนบทายแบบประเมนผลงาน

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

44

(ลงชอ)............................................................................. (...........................................................................)

1. สำาเนา ก.พ. 7 ทถายจากตนฉบบ ก.พ. 7 ตวจรงทเปนปจจบน หรอ จากระบบคอมพวเตอร ทรบรองจากเจาหนาท จำานวน 1 ชด พรอมรบรองสำาเนา

2. สำาเนาใบประกอบโรคศลปทยงไมหมดอาย กรณอยระหวางการตออายบตรใหแนบหลกฐานดวย จำานวน 1 ชด พรอมรบรองสำาเนา

3. สำาเนาวฒบตร จำานวน 1 ชดพรอมรบรองสำาเนา4. สำาเนาประกาศคดเลอกของจงหวด (ใสชอผลงานและชอ

แนวคด/นวตกรรม ทตรงกบผลงานท ขอประเมนมาดวย) จำานวน 1 ชดพรอมรบรองสำาเนา

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

45

ตวอยางปก

.............................................ชอผลงาน............................................

.......................................................................................................................

โดย

................................... (ชอผจดทำา)..............................................

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

46

ตำาแหนง..................................................... ตำาแหนงเลขท.................................

สวนราชการ..........................................................

..................................................สำานกงานสาธารณสขจงหวดเชยงราย

เอกสารวชาการ คมอการเขยนและการพมพผลงานวชาการ

วตถประสงค

คมอฉบบนจะชวยใหการเขยนและพมพเอกสารผลงานวชาการ ใหมระเบยบ มมาตรฐานทถกตองตรงตามทกำาหนด ทงในวธการเขยนและพมพเอกสารผลงานวชาการ ของสำานกงานสาธารณสขจงหวดเชยงราย

หลกเกณฑและรายละเอยดการจดทำาผลงานวชาการ

ผลงานวชาการตองแสดงถงความรความสามารถตรงตามตำาแหนงทขอประเมน เชน ขอประเมนในตำาแหนงงานผปวยนอกคณภาพของผลงานวชาการจะตองแสดงถง บทบาทหนาท ของงานผปวยนอก เปนตน และการจดทำารปเลมตองถกตองตามหลกการเขยนเอกสารวชาการ และหลกเกณฑและรายละเอยดการจดทำาผลงานวชาการ ลกษณะผลงานวชาการทจะนำามาขอประเมน มลกษณะ ดงน

1. เปนงานทจดทำาขนในระหวางทดำารงตำาแหนงในระดบทตำากวาระดบทจะขอประเมน 1 ระดบ เวนแตคณะกรรมการประเมนผลงานจะกำาหนดเปนอยางอน แตอยางนอยจะตองมผลงาน ทตำากวา 1 ระดบอยดวย

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

47

2. ไมใชผลงานวจย หรอวทยานพนธทเปนสวนหนงของการศกษาเพอขอรบปรญญา หรอ ประกาศนยบตร หรอเปนสวนหนงของการฝกอบรม

3. กรณทเปนผลงานรวมกนของบคคลหลายคน จะตองแสดงใหเหนวาผเสนอผลงานประเมนไดมสวนรวมในการจดทำา หรอผลตผลงานในสวนใด หรอเปนสดสวนเทาใด และมคำารบรองจาก ผมสวนรวมในผลงานนน และจากผบงคบบญชาดวย

4. ผลงานทนำามาใชประเมนเพอเลอนขนแตงตงใหดำารงตำาแหนงในระดบทสงขนแลว จะนำามาเสนอใหประเมนเพอเลอนขนแตงตงในระดบทสงขนอกไมได

5. ผลงานวชาการในระดบชำานาญการไมเกน 3 ป และผลงานวชาการระดบชำานาญการพเศษไมเกน 5 ป นบจากผลงานแลวเสรจถงปทขอประเมนเลอนระดบ

รปแบบการนำาเสนอผลงาน

ผทำาการประเมนสามารถทำาไดหลายรปแบบ ดงน- ระดบชำานาญการ นำาเสนอได

1. กรณศกษา2. งานวจย

- ระดบชำานาญการพเศษ นำาเสนอได1. กรณศกษา ตองมภาวะยงยาก ซบซอน ตองทำา 2 เรอง2. กรณศกษาตองมภาวะยงยาก ซบซอน ทำา 1 เรอง ตองม

การเปรยบเทยบ

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

48

กรณศกษา 2 Case3. งานวจย

สวนประกอบการเขยนและการพมพ

1. กรณศกษา (Case study) กรณศกษา (Case study) เปนการศกษาผปวยเฉพาะราย โดยผ

ศกษาเลอกผปวยเฉพาะโรคทสนใจ โดยมองคประกอบทสำาคญของเอกสาร มดงน

1.1 สวนนำา (Preliminaries) ประกอบดวย 1. ชอเรองของผลงาน ระบ การพยาบาลผปวย……… : กรณ

ศกษา2. ปก (Cover) ประกอบดวย

ปกนอก ใบรองปก (แผนเปลา)ปกใน

3. คำานำา4. สารบญ (Table of content) ประกอบดวย

สารบญสารบญตาราง (ถาม)สารบญรปภาพ (ถาม)

1.2 สวนเนอความ (Text) แบงเปนบทตามเนอหา โดยประกอบดวย

1. บทท 1 บทนำา (Introduction) เปนการเกรนนำา ใหทราบถงทมาของปญหา อยในขอหลกการและเหตผล หรอ ความเปน

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

49

มาของปญหา ซงเปนการแสดง หรอชแจงเหตผลใหเหนความสำาคญ และความจำาเปนในการศกษาครงน ซงควรกลาวถงสภาพปญหา สถานการณในปจจบนอนเปนทมาของการศกษาเรองน ปะกอบไปดวย

1.1 ความเปนมาและความสำาคญชองปญหา (ระบขอมลอบตการณของโรค หรอเรองทศกษา ซงสะทอนถงปญหาททำาใหมความสนใจทำาการศกษากรณผปวยเฉพาะรายเรองน)

1.2 วตถประสงคของการศกษากรณ1.3 ขอบเขตของการศกษากรณ ซงระบ

กรอบเวลาการศกษา จำานวนผปวยทศกษา

1.4 ประโยชนทคาดวาจะไดรบ (เปนการกลาวถงประโยชนทเกดจากการศกษากรณ)

2. บทท 2 การทบทวนวรรณกรรม (Review literature) ความรเกยวกบโรคหรอภาวะเจบปวยททำาการศกษา ประกอบ เปนการทบทวนเอกสาร ทแสดงใหเหนถง ขอบเขตองคความร (Body of Knowledge) เกยวกบเรองทศกษา แนวคด ทฤษฎทเกยวของกบเรองทศกษา ประกอบดวย

2.1 กายวภาคและสรรวทยาของระบบทเกยวของ2.2 ความหมายของโรค2.3 อบตการณเกดของโรค 2.4 สาเหตของโรค/ ปจจยทเกยวของกบการเกดโรค2.5 อาการและอาการแสดงของโรค2.6 การวนจฉยโรค2.7 การรกษาโรค และขอมลเกยวกบยาทใชในกรณ

ศกษา

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

50

2.8 การพยาบาล3. บทท 3 กรณศกษา ประกอบดวย

3.1 การรวบรวมขอมลประวตสขภาพของกรณศกษา ควรรวบรวมขอมลใหครบถวน อาการสำาคญ การเจบปวยในปจจบน ประวตการเจบปวยในอดต ประวตการเจบปวยในครอบครว การประเมนสภาพผปวยตามระบบ3.2 ขอมลเกยวกบการตรวจทางหองปฏบตการ การ

ตรวจพเศษตางๆ 3.3 ขอมลการรกษาของแพทยตงแตแรกรบจนกระทง

จำาหนาย3.4 สรปอาการและการเปลยนแปลงตงแตแรกรบจน

กระทงจำาหนาย3.5 การพยาบาลผปวยตามหลกของกระบวนการ

พยาบาล ซงจดลำาดบความสำาคญของขอวนจฉยทางการพยาบาลนน จะตองเรยงไปตามสถานการณทคกคามตอชวตผปวยมากทสด ประกอบดวย

การประเมนปญหา/สภาพผปวย การวนจฉยการพยาบาล ระบขอวนจฉยปญหาการ

พยาบาล และขอมลสนบสนนของปญหา และวตถประสงค

การวางแผนการพยาบาล ทระบเกณฑการประเมนผล และกจกรรมการพยาบาลทสอดคลองกบปญหาของผปวย

การปฏบตการพยาบาล เปนการนำาแผนการพยาบาลไปปฏบตการพยาบาลตอผปวยทนำามาเปนกรณศกษา

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

51

การประเมนผลการพยาบาล เปนการประเมนผลตามเกณฑการประเมนทกำาหนดไว

4. บทท 4 บทสรป (วเคราะห วจารณ ขอเสนอแนะ) ประกอบดวย

4.1 วจารณกรณศกษา ใหอภปรายผลและวจารณ โดยนำาขอมลกรณศกษามาวจารณเปรยบเทยบกบ ทฤษฎ แนวคด หรอพยาธสภาพของโรค เปนอยางไร มภาวะวกฤตใดทสามารถแกไขได ทำาใหผปวยปลอดภยจากภาวะแทรกซอนตางๆ เปนตน 4.2 ขอเสนอแนะ เปนการเสนอแนะเพอใหผอนไดนำาประเดนไปทำาการศกษาตอ หรอ ในการศกษามขอจำากดททำาไมไดเพราะมปจจยตางๆเขามาเกยวของ ซงตองใหขอเสนอแนะเพอการปรบปรงพฒนาใหดขนในมมมองของผศกษา 4.3 บทสรป เปนการสรปกรณศกษาตงแตแรกรบจนกระทงยตการศกษา ระบ จำานวนวนททำาการศกษาผปวย ปญหาการพยาบาลทพบและใหการพยาบาลทงหมด

1.3 บรรณานกรม - การเขยนเอกสารอางอง/บรรณานกรม ตามหลกสากล แบบใดแบบหนงเทานน (ดตวอยางการเขยนบรรณานกรมในภาคผนวก)- เอกสารอางอง/บรรณานกรม ตองไมเกน 10 ป

1.4 ภาคผนวก (ถาม) เปนสวนประกอบเพมเตมเพอใหเขาใจเนอหาไดดขน แตไมเหมาะทจะรวบรวมไวในสวนเนอความเพราะจะทำาใหยดเยอ

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

52

2 รายงานการศกษา ผลงานวเคราะหและวจารณ หรอผลงาน R2R หรอผลงานวจยรายงานการศกษา การศกษาวเคราะห /วจารณ เปนการนำาขอมลท

ดำาเนนการ มาศกษาวเคราะหรายละเอยด ซงจะเกดประโยชนในการนำาผลการวเคราะห ซงสะทอนปญหาของหนวยงาน เพอนำามาใชในการพฒนาทสอดคลองกบสภาพปญหา กรณผลงาน R2R หรองานวจย เปนการศกษาทมการกำาหนด วางแผนตามหลกการทางวทยาศาสตร และระเบยบวธการวจย ซงการเขยนและ การพมพแบงออกเปนสวนตางๆ ดงน1. สวนนำา สวนนำาจะเปนแนวทางการจดทำาสวนตนของเลม มสวนประกอบดงน

1)ปกนอกจะเปนปกกระดาษแขงสขาว, ตวพมพบนปกใชตวอกษร ขนาด 18-20 ตามความเหมาะสม

2)รองปก (ใบเปลา)3)ปกใน4)บทคดยอ (ภาษาไทย) เปนการสรปผลการคนควา ความยาวไม

ควรเกน 1 หนา 5)กตตกรรมประกาศเปนการแสดงความขอบคณ เขยนไดไมเกน 1

หนา6)สารบญเปนรายการแสดงสวนประกอบทสำาคญทงหมดของเลม7)สารบญตาราง (เปนการแจงตำาแหนงหนาตารางทงหมดทมอยใน

เลม)8)สารบญรปภาพ (เปนการแจงตำาแหนงหนาของรปประกอบทงหมด

ทมอยในเลม)9)สารบญแผนภม (เปนการแจงตำาแหนงหนาของแผนภมประกอบ

ทงหมดทมอยในเลม)2. เนอความ

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

53

ในการเขยนและพมพเนอความ สามารถเลอกใชไดทงภาษาไทย หรอภาษาองกฤษ เนอความมทงหมด 5 บท ประกอบดวยเนอหาดงน

1)บทท 1 บทนำาความสำาคญของปญหา วตถประสงคในการศกษา ขอบเขตการศกษา

- ขอบเขตดานเนอหา- ขอบเขตดานประชากร- ขอบเขตดานสถานท- ขอบเขตระยะเวลา

สมมตฐานในการศกษา (ถาม)นยามศพทเฉพาะ ประโยชนทคาดวาจะไดรบกรอบแนวคดการศกษาวจย

2)บทท 2 เอกสารและงานวจยทเกยวของแนวความคดเกยวกบเรองทจะศกษา ผลงานวจยทเกยวของ

3)บทท 3 ระเบยบวธวจยรปแบบการวจยทใชในการศกษา ประชากรและกลมตวอยาง ตวแปรในการศกษา เครองมอในการวจย วธการเกบรวบรวมขอมล วธวเคราะหขอมล

4)บทท 4 ผลการศกษาวจยการวเคราะหขอมลขนตน (แสดงเปนตาราง หรอกราฟ) ตาม

วตถประสงคการวจย

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

54

การทดสอบสมมตฐาน 5)บทท 5 สรป อภปรายผล ขอเสนอแนะ

สรปผลการวจยอภปรายผลขอเสนอแนะการนำาผลการศกษาไปใชขอเสนอแนะในการวจยครงตอไป

3. อางอง การจดทำารปเลมจะตองมรายการเอกสารอางอง ประกอบดวย ชอผแตง ปทพมพ รายชอบทความจากวารสาร หรอ รายงานการประชมทางวชาการ ชอหนงสอ หรอสงพมพอนๆ สถานทพมพ สำานกพมพ ทใชในการคนควาประกอบทำารปเลม4. ภาคผนวกเปนสวนประกอบเพมเตมเพอใหเขาใจเนอหาไดดขน แตไมเหมาะทจะรวบรวมไวในสวนเนอความเพราะจะทำาใหยดเยอ 5. ประวตผวจย ใหเขยนประวตของนกศกษา โดยมความยาวไมเกนหนงหนากระดาษ ประกอบดวย

1)ชอ-นามสกล2)วน เดอน ปเกด 3)ประวตการศกษา4)ทนการศกษา (ถาม)5)ประวตการทำางาน (ถาม)6)ผลงานทไดรบการตพมพ (ถาม)

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

55

การอางองในเนอหา1. การอางองเอกสารทมผแตง 1 คน

ผแตงชาวไทย  ใส ชอ-ชอสกล  โดยไมตองใสคำานำาหนานาม ยศ หรอ ตำาแหนงทางวชาการ               ตวอยาง   (ลมล  รตนากร.  2540: 105)           ผแตงชาวตางประเทศ  ใสเฉพาะชอสกล              ตวอยาง    (Anderson.  1992: 19)

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

56

ผแตงทมฐานนดรศกด  บรรดาศกด  สมณศกด ใหลงคำานำาหนาพระนาม  บรรดาศกด  และสมณศกด  ไวหนาชอดวย  ตวอยาง  (ม.ร.ว. คกฤทธ  ปราโมช.  2528: 17)                       (พระธรรมปฎก.  2540: 8)2. การอางองเอกสารทมผแตง 2 คน          ใสชอผแตงทงสอง เชอมดวยคำาวา  และ  สำาหรบภาษาไทย  สวนภาษาองกฤษใชคำาวา  and  ตวอยาง  (สร เปรมจต และจตสะอาด  ศรยงค.  2540: 87)                                 (Green and McCreaner.  1996: 2-6)3. การอางองเอกสารทมผแตง 3 คน          ผแตง 3 คน  ใหระบชอ นามสกลของผแตงทง 3 คน  ใสเครองหมาย , (จลภาค)คนระหวางผแตงคนแรกและคนท 2  เชอมดวยคำาวา  และ แลวตอดวยผแตงคนท 3  สำาหรบผแตงชาวตางประเทศใหระบนามสกลผแตงทง 3 คน ใชเครองหมายจลภาคคนระหวางคนท 1  และคนท 2  เชอมดวยคำาวา  and แลวตอดวยนามสกลคนท 3     ตวอยาง   (นวลจนทร  รตนากร, ชตมา  สจจานนท และ มารศร  ศวรกษ.  2539: 75)                       (Pearson , Oyama  and  Chow.  199: 102)4. การอางองเอกสารทมผแตงมากกวา 3 คนขนไป

ผแตงมากกวา 3 คน ใหระบเฉพาะชอ นามสกลผแตงคนแรก ตามดวยคำาวา และคนอนๆ หรอ  และคณะ  สำาหรบผแตงชาวตางประเทศใหลงนามสกลผแตงคนแรก  ตามดวยคำาวา  and  others  หรอ  et  al

ตวอยาง  (วรณ  ตงเจรญ  และคนอน ๆ.  2535: 187)                (Hoskin  and  others.  1994: 289)5. การอางองเอกสารทผแตงใชนามแฝง            ผแตงใชนามแฝง  ใหลงชอนามแฝงนน 

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

57

ตวอยาง   (ประกายเพชร.  2539: 12)

6. การอางองเอกสารทมผแตงเปนสถาบนหรอหนวยงาน            กรณทผแตงเปนสถาบน  ใสชอเตมของสถาบนนนๆ ตามทปรากฏ ผแตงเปน หนวยงานของรฐบาล สถาบน  รฐวสาหกจ  สมาคม  มลนธ  เปนตน  ใหลงชอหนวยงานนน ๆ  จากหนวยงานใหญไปหาหนวยงานยอย           ตวอยาง   (สมาคมหองสมดแหงประเทศไทย.  2541: 105)                   (มหาวทยาลยสโขทยธรรมาธราช  สาขาวชาศลปศาสตร.  2539: 1-11)                            (British  Council.  1996: 13)7. การอางองเอกสารทไมปรากฏชอผแตง       

กรณทเอกสารไมปรากฏชอผแตงใหลงชอหนงสอ หรอชอบทความแทนตำาแหนงของผแตงนน 

1)  ไมปรากฏชอผแตง  แตมชอผรวบรวม หรอบรรณาธการ           ตวอยาง    (ทศนา  หาญพล, บรรณาธการ.  2535: 60-68)        (Licherman, Ed.  1988: 55)        (ศรสรางค ทรงสวรรณ, ผรวบรวม.  2539: 37)     2) ถาไมมทงบรรณาธการหรอ ผรวบรวม ใหใสชอเรองของบทความหรอชอเรองของหนงสอหรอเอกสารแทน สำาหรบชอเรองของบทความใหใสไวในเครองหมายอญประกาศ

ตวอยาง (“ทศทางการผลตพลงงานไฟฟาของไทย”  2549: 49-55)ถาเปนชอเรองของหนงสอหรอเอกสารใหพมพเปนตวหนา  ตวอยาง

                  (Introduction  to  Work  Study.  1992: 47)

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

58

8. หนงสอแปล          1)  ใหลงชอเจาของเรองเดมตามทปรากฏในเอกสารทอาง        ตวอยาง  (กอรดอน.  2545: 26)          2)  ถาไมปรากฏเจาของเดม ใหลงชอผแปล โดยระบวาเปนผแปลตอทาย           ตวอยาง (อมร สทธอำานวย, ผแปล.  2542: 19)         (Handersons and Pearson, Trans.  1966: 340)9. การอางองถงเอกสารทมผอนอางไว 

ในกรณทมการอางองถงเอกสารทผอนนำามาอางไวกอนแลว  ถอวาไมใชการอางจากเอกสารโดยตรง  ใหลงรายการอางองโดยใชคำาวา  อางองใน  สำาหรบเอกสารภาษาไทย  และใชคำาวา cited in  สำาหรบเอกสารภาษาตางประเทศ     ตวอยาง       (กหลาบ มลลกะมาส.  2545: 9 อางองใน สนท ตงทว.  2529: 122)                         (Davinson.  2005: 19 cited in Nickson.  1994: 122)

 10.  เอกสารไมปรากฏปพมพ       ใหใส ม.ป.ป. (ไมปรากฏปทพมพ) สำาหรบเอกสารภาษาไทย หรอ n.d. (no date) สำาหรบเอกสารภาษาองกฤษ แทนปพมพ 

ตวอยาง (คำานน  สทธสมาน.  ม.ป.ป.: 25-31)                     (Walker.  n.d.: 112) 11.  เอกสารอเลกทรอนกส หรอจากเวบไซต  การอางเอกสารอเลกทรอนกส วารสารอเลกทรอนกส ใหอางองเหมอนกบเอกสารทวไป โดยระบชอหรอชอสกลผแตงตามดวยปพมพ และเลขหนา (ถาม) ไวในวงเลบ ถาไมมาเลขหนาใหเขยนคำาวา ออนไลน  สำาหรบเอกสารภาษาไทย  สวนเอกสารภาษาตางประเทศเขยนวา  online

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

59

ตวอยาง      (ศนยวจยกสกรไทย. 2556: ออนไลน)                   (Bank of Thailand.  2010: Online)

การจดทำาเอกสารอางองใหอางองตามรปแบบ APA( APA (American Psychological Association) หรอ VANCOUVER ตวอยาง การจดทำาเอกสารอางองตามแบบ APA

คำาแนะนำานยดตามหลกคมอของ APL พมพครงท 5 และปรบปรงลาสดเมอเดอนมถนายน 2004 จดทำาเปนขอมล online โดย Humanities Department and the Arthur C. Banks Jr. Library สหรฐอเมรกา มรายละเอยด ดงน

1. รายชอเอกสารอางองเรยงลำาดบตามตวอกษรชอทายของผแตงทเปนชาวตางประเทศ ตามดวยชอยอ หรอ initials ชอคนไทยใหเขยนแบบไทย คอ ชอตว และชอสกล ถาผแตงคนเดยวเขยนงานหลายเรอง ใหระบชอซำาทกครง และเรยงลำาดบเอกสารตามวน เดอน ปทพมพ ถาพมพในปเดยวกน ใหเรยงตามตวอกษรของชอเรอง

2. เมอเรยงลำาดบรายการทายเรอง ใหยอหนาบรรทดทสองของแตละรายการเขาไปประมาณ 5 – 7 ตวอกษร หรอประมาณครงนว

วฒชย มลศลป. (2516). การปฏรปการศกษาในสมยรชกาลท 5. กรงเทพฯ : สมาคมสงคมศาสตร

แหงประเทศไทย.วฒชย มลศลป. (2516). แนวความคดทางการศกษาสมยพระบาทสมเดจพระจลจอมเกลา เจาอยหว พ.ศ. 2475. มปท.3. การเวนระยะและเครองหมายวรรคตอน ตองเปนไปตามหลก

เกณฑอยางเครงครด แตอยางไรกตามการใช word - processing ในเทคโนโลยสมยใหม อนโลมใหเวนระยะ 1 ระยะหลงเครองหมายวรรคตอน

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

60

ทกชนด และเครองหมาย ( . ) ในตวยอจะไมเวนวรรค เชน a.m., S.D. เปนตน นอกจากนนยงไมมการเวนวรรคหลงเครองหมาย ( : ) ในการบอกเลขสดสวน ตวอยาง 1:2:1 เปนตน

4. การอางองในเนอเรอง ใชอางโดยชอผแตง, ตามดวยปทพมพเชน (ชชวาล วงศประเสรฐ, 2533) หรอ (Garvin, 1998)

5. การอางองจากรายงานการประชม สมมนา นอกจากใหขอมลทจำาเปนเชนเดยวกบหนงสอหรอวารสารแลวจะตองเพมเตม ชอเรองของสมมนา วน เดอน ป สถานทจด ทพมพ และผพมพใหชดเจน

วมลสทธ หรยางกร. (2548). วารสารวชาการในฝนของผจดทำา. ใน : เอกสารรายงานการประชม เรอง วารสารวชาการทางมนษยศาสตรและสงคมศาสตร : การทาทายของวชาการยค

ใหม. จดโดยกลมนโยบายการพฒนาทรพยากรมนษยในระบบอดมศกษา สำานกสงเสรม

และพฒนาสมรรถนะบคลากร สำานกงานคณะกรรมการอดมศกษา ณ โรงแรมเซนจร

ปารค วนท 21 ตลาคม 2548 กรงเทพฯ. หนา 11-15.6. การอางจากหนงสอพมพ ระบขอมลเชนเดยวกนจากหนงสอ

และวารสารเพมและชอหนงสอพมพ วน เดอน ป ทหนงสอพมพออก พรอมทงหนาทนำามาอาง

พรรณ รงรตน. (12 พฤษภาคม 2548). สทศ.ตงทมพฒนาขอสอบระดบชาตมนใจคณภาพ

เดลนวส. หนา 3.Di Rado, A. (1995, March 15). Trekking through

college : Classes explore modern Society using the world of Star Trek. Los

Angeles Time, p. A3.

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

61

7. การอางจากวทยานพนธ นอกจากชอผทำาวทยานพนธ ชอเรอง วทยานพนธระดบปรญญาใดจากสถาบนใด พมพทใด ใครพมพ

พนทพา สงขเจรญ. (2528). วเคราะหบทรอยกรองเนองในวโรกาสวนเฉลมพระชนมพรรษา 5 ธนวาคม.ปรญญานพนธการศกษามหาบณฑต. มหาวทยาลยศรนครนทรวโรฒ. กรงเทพฯ :มหาวทยาลยศรนครนทรวโรฒ.

Darling, C. W. (1976). Giver of due regard : the poetry of Richard Wilbur. Unpublished doctoral dissertation, University of Connecticut, Storrs, CT.8. การอางจากพจนานกรม ใชหลกเกณฑเดยวกบหนงสอ9. การอางจากสออเลกทรอนกส นอกเหนอจากชอผแตง ชอเรอง

แลว ควรระบขอมลอนทมใหในสอ นน ๆ เชน ชอวารสารอเลกทรอนกส ชนดของสอทนำามาอาง, URL, วน เดอน ป ททำาการสบคน

บทความจากวารสารอเลกทรอนกส ทไมไดจดทำาวารสารฉบบพมพสนต ธรรมบำารง. (2543, มกราคม – มถนายน). กลไกทสำาคญของการพฒนาทรพยากรมนษย.

(2548, สงหาคม). วารสารสารสนเทศ, 1. คนเมอ 3 มถนายน 2549, จาก http://arcbs.bsru.ac.th/docu files/informationl 1-3.doc

Bernstein, M. (2002). 10 tips on writing the living web. A List Apart: For People

Who Make Websites, (149). Retrieved May 2, 2006, from http://www.alistapart.com/articles/writeliving

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

62

สวนขอมลทไดจากการตดตอกนทางสออเลกทรอนกส เชน email, การอภปรายกนบน bulletin board, การอภปรายกลม, การสนทนาทางโทรศพท APA ถอวาเปนการตดตอสวนตว หรอ personal communication แหลงขอมลเหลานผอานไมสามารถตดตามคนหาได จงใหอางเฉพาะในเนอเรองเทานน ไมนำาไปจดลำาดบไวในหนาเอกสารอางอง

แบบตรวจสอบเอกสารผลงานวชาการ (กรณศกษา)

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

63

ชอ – สกล .........................................................................สงกด...................................................เรอง ..............................................................................................................................................

ลำาดบท

หวขอผลการประเมน

ผาน

ไมผาน

สงทตองปรบปรง

หนาปกคำานำาสารบญ โดยเนอหาของสารบญ มดงน1 บทนำา2 ความหมายของโรค3 กายวภาคศาสตรและสรรวทยา4 พยาธสภาพ5 สาเหต6 อาการและอาการแสดง7 การวนจฉย8 การรกษา9 การพยาบาล10 กรณศกษาสรปวามปญหาอะไรบางเรยงตามลำาดบความสำาคญ

- ขอวนจฉยทางการพยาบาล- ขอมลสนบสนน- วตถประสงค- เกณฑการประเมน

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

64

- กจกรรมการพยาบาล- การประเมน

11. สรปกรณศกษาผปวยเฉพาะราย12. วจารณและขอเสนอแนะ13. บทสรป14. บรรณานกรม (ไมควรเกน 10 ป)

หมายเหต กรณเปนโรงพยาบาลชมชน สถานอนามย ใหแบบตรวจสอบเอกสารผลงานวชาการ (งานวจย)

ชอ – สกล .........................................................................สงกด...................................................เรอง ..............................................................................................................................................

ลำาดบท

หวขอผลการประเมน

ผาน

ไมผาน

สงทตองปรบปรง

หนาปกบทคดยอกตตกรรมประกาศสารบญสารบญตารางสารบญรปภาพสารบญแผนภมบทท 1บทท 2บทท 3

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

65

(ลงชอ)...............................................................(........................................

.........................)ตำาแหนง...............................

บทท 4บทท 5บรรณานกรม

ตวอยางปก

ขอเสนอแนวคด/วธการเพอพฒนางานหรอปรบปรงงานใหมประสทธภาพมากขน

เรอง..........................................................(ชอ

เรอง)...........................................................

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

66

(ลงชอ)...............................................................(........................................

.........................)ตำาแหนง...............................

โดย.......................................................(ชอผจด

ทำา)........................................................ตำาแหนง..................................... ตำาแหนงเลขท..............................................................

สวนราชการ.....................................................................

.......................................สำานกงานสาธารณสขจงหวดเชยงราย

เพอแตงตงใหดำารงตำาแหนง

ตำาแหนง.................................................... (ดาน.....................................................)

ตำาแหนงเลขท..............................................................สวน

ราชการ............................................................................................................

สำานกงานสาธารณสขจงหวดเชยงรายขอเสนอแนวคด/วธการเพอพฒนางานหรอปรบปรงงานใหม

ประสทธภาพมากขนของ............................................................

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

67

***************************************************************************************************

เพอประกอบการประเมนเพอแตงตงใหดำารงตำาแหนง........................................ตำาแหนงเลขท...................สวนราชการ.................................................................................................................................................เรอง.............................................................................................................................................................

หลกการและเหตผล..................................................................................

...................................................................

.........................................................................................

...........................................................................

.........................................................................................

...........................................................................

.........................................................................................

...........................................................................บทวเคราะห/แนวคด/ขอเสนอ..................................................................................

....................................................................

.........................................................................................

...........................................................................

.........................................................................................

...........................................................................

.........................................................................................

...........................................................................ผลทคาดวาจะไดรบ..................................................................................

....................................................................

.........................................................................................

...........................................................................

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

68

.........................................................................................

...........................................................................

.........................................................................................

...........................................................................ตวชวดความสำาเรจ..................................................................................

....................................................................

.........................................................................................

...........................................................................

.........................................................................................

...........................................................................

.........................................................................................

...........................................................................

ลงชอ........................................ผเสนอแนวคด/วธการ (........................................) วนท.........เดอน.......................ป...............

รายละเอยดการเขยนขอเสนอแนวคด/วธการเพอพฒนางานหรอปรบปรงงาน

ใหมประสทธภาพมากขน........................................................

ประกอบดวย1. ปก2. คำานำา (ไมมสารบญ)3. เนอหา4. อางอง/บรรณานกรม

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

69

5. ภาคผนวกโดยมรายละเอยดดงตอไปน1.ปก2.คำานำา

กลาวถงความเปนมาโดยยอถงสาเหตททำาขอเสนอแนวคด/วธการเพอพฒนางานหรอปรบปรงใหมประสทธภาพเรองน ประโยชนทคาดวาจะไดรบ และขอบคณผใหความชวยเหลอ (ถาม)3.เนอหา ประกอบดวยรายละเอยด ดงน

1) เรอง ระบหวขอทแสดงถงแนวคด/วธการเพอพฒนางานหรอปรบปรงใหมประสทธภาพมากขนในตำาแหนงทขอประเมน

2)หลกการและเหตผล เปนการอธบายถงเหตผลความจำาเปน สาเหตทนำาเสนอแนวความคด

หรอวธการเพอพฒนางานหรอปรบปรงงานมเหตจงใจอยางไร และจะกอใหเกดประโยชนอยางไร

3)บทวเคราะห / แนวคด / ขอเสนอ นำาเสนอแนวคดหรอวธการเพอพฒนางานหรอปรบปรงงานใหม

ประสทธภาพมากขน ควรเปนแนวคด วสยทศน หรอแผนงานทจะทำาในอนาคต เพอพฒนางานในตำาแหนงทจะไดรบการแตงตง สอดคลองกบ แผนยทธศาสตรของหนวยงาน โดยผานการวเคราะหสถานการณหรอสภาพทวไปถงภาระหนาทในปจจบนตามมาตรฐานกำาหนดตำาแหนงทจะประเมน การนำาขอมลจากผลการปฏบตงาน ผลงานวจย หรอผลงานวชาการ อน ๆ มาสนบสนนแนวทางดงกลาว และแสดงใหเหนวาแนวความคดหรอวธการพฒนางานดงกลาวจะสามารถนำาไปใชเพอปรบปรงประสทธภาพของการทำางานไดจรง

ระบขอเสนอในการปรบปรงพฒนางาน โดยแสดงใหเหนวาขอเสนอนนสามารถนำาไปปฏบตไดอยางเปนรปธรรม สอดคลองกบสถานการณ และ

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

70

ความเปนจรง ทงนขอเสนอนนตองสามารถระบชวงเวลาทจะนำาไปปฏบตเหนผลไดอยางชดเจน และตองมวตถประสงคและระยะเวลาดำาเนนงาน พรอมทงตารางการปฏบตงาน

4)ผลทคาดวาจะไดรบ ระบผลทคาดหมาย หรอมงหวงทจะใหเกดขนจากการเสนอแนวคด วธ

การหรอขอเสนอเพอพฒนางานหรอปรบปรงงานใหมประสทธภาพมากขน ซงผลงานดงกลาวอาจตองแสดงไดทงเชงปรมาณ และเชงคณภาพ ตลอดจนชวงเวลาทคาดวาผลงานดงกลาวจะไดรบประโยชนตอบคคล เปาหมาย และเกดผลงานทสามารถวดไดอยางเปนรปธรรม

5) ตวชวดความสำาเรจ ใหแสดงกจกรรมและระบตวชวดทสามารถนำามาใชวดผลสำาเรจจาก

การเสนอแนวคด วธการหรอขอเสนอ เพอพฒนางานหรอปรบปรงไดอยางชดเจน ถกตอง และนาเชอถอ สามารถตรวจสอบไดอยาง มประสทธภาพและประสทธผล ซงอาจมการตดตามภายหลงการแตงตงแลว4.อางอง/บรรณานกรม

ระบชอเอกสารทใชประกอบในการเขยนผลงานเพอใหผอานทราบแหลงทมา ตองใหสอดคลองเนอหาในเอกสารบรรณานกรม จะรวบรวมบญชรายชอหนงสอทงหมด ทงทไดอางองและไมไดอางองในเรอง ซงไดศกษาคนควาประกอบการเขยน โดยจดทำาใหถกรปแบบการเขยนบรรณานกรม เอกสารทอางองไมควรจะเกาเกน 10 ป และไมควรนอยเกนไป 5.หลกฐานอางอง (ถาม)

หากผลงานมลกษณะเฉพาะ เชน แผนพบ หนงสอ ผเสนอผลงานอาจสงผลงานจรงประกอบการพจารณาของคณะกรรมการกได

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

71

แบบตรวจสอบเอกสารขอเสนอแนวคด/วธการเพอพฒนางาน

ชอ – สกล .........................................................................สงกด...................................................เรอง ..............................................................................................................................................

ลำาดบท

หวขอผลการประเมน

ผาน

ไมผาน

สงทตองปรบปรง

1 หนาปก2 คำานำา3 เนอหา

3.1 เรอง3.2 หลกการและเหตผล เปนการอธบายถงเหตผลความจำาเปน สาเหตทนำาเสนอแนวความคดหรอวธการทพฒนางานหรอปรบปรงงาน มเหตจงใจอยางไร และจะกอใหเกดประโยชนอยางไร3.3 บทวเคราะห/แนวคด/ขอเสนอ นำาเสนอแนวคดหรอวธการ เพอพฒนางานหรอปรบปรงงานใหมประสทธภาพมากขน ควรเปนแนวคด วสย

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

72

ทศนหรอแผนงานทจะทำาในอนาคต เพอพฒนางานในตำาแหนงทจะไดรบการแตงตง สอดคลองกบแผนยทธศาสตรของหนวยงาน โดยผานการวเคราะหสถานการณหรอสภาพทวไปถงภาระหนาทในปจจบน ตามมาตรฐานกำาหนดตำาแหนงทจะประเมน การนำาขอมลจากผลการปฏบตงาน ผลงานวจย หรอผลงานวชาการอน ๆ มาสนบสนนแนวทางดงกลาว และแสดงใหเหนวาแนวความคดหรอวธการพฒนางานดงกลาว จะสามารถนำาไปใชปรบปรงประสทธภาพของการทำางานไดจรง ขอเสนอในการปรบปรงพฒนางาน โดยแสดงใหเหนวาขอเสนอนนสามารถนำาไปปฏบตไดอยางเปนรปธรรม สอดคลองกบสถานการณ และความเปนจรง ทงนขอเสนอนนตองสามารถจะระบชวงเวลาทจะนำาไปปฏบตเหนผลไดอยางชดเจน3.4 ผลทคาดวาจะไดรบ ระบผลทคาดหมาย หรอมงหวงทจะใหเกดขน จากการเสนอแนวคด วธการหรอขอเสนอเพอพฒนางานหรอปรบปรงงาน ใหมประสทธภาพมากขน ซงผลงานดงกลาวอาจตองแสดงไดทงเชงปรมาณและเชงคณภาพ ตลอดจนชวงเวลาทคาดวาผลงานดงกลาวจะไดรบประโยชนตอบคคล เปาหมาย และเกดผลงานทสามารถวดไดอยางเปนรปธรรม3.5 ตวชวดความสำาเรจ ใหแสดงกจกรรมและระบตวชวดทสามารถนำามาใชวดผลสำาเรจจากการเสนอแนวคด วธการ หรอขอเสนอ เพอพฒนางานหรอปรบปรงไดอยางชดเจน ถกตองและนาเชอถอ สามารถตรวจสอบไดอยางมประสทธภาพ และประสทธผล ซงอาจมการตดตามภายหลงการแตงตงแลว

4 เอกสารอางอง /บรรณานกรม /ภาคผนวก (ถาม)

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

73

ภาคผนวก

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

74

(ลงชอ)...............................................................(........................................

....................)ตำาแหนง...............................

ภาคผนวก ก. ตวอยางการเขยนและการพมพ กรณศกษา (Case

study)

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

75

(ตวอยางปกนอก/ปกใน

.........................................................ชอเรอง.............................................. :กรณศกษา

โดย......................................ชอ-

สกล..................................................

ตำาแหนง................................................................ (ดาน.....................................................)

ตำาแหนงเลขท.................................................................

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

76

สวนราชการ.....................................................................

.......................................สำานกงานสาธารณสขจงหวดเชยงราย

คำานำา(เวน 1 บรรทด)

.........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................

...........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................

เดอน ป พ.ศ.ลงชอ

หมายเหต ยอหนาท 1

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

77

(ตวอยางคำานำา กรณ

การพมพเพอแสดงใหเหน สาระสงเขปของเอกสารเรองนน ซงจะประกอบไปดวย วตถประสงค วธดำาเนนการคนควาโดยสงเขป และผลสรปซงทไดจากกศกษายอหนาท 2 การพมพเพอแสดงการนำาการศกษาไปใชประโยชน และ กลาวขอบคณผทใหการสนบสนนใหการศกษาสำาเรจลลางตามวตถประสงค

สารบญ (เวน 1 บรรทด)

หนา (เวน 1 บรรทด)

คำานำา กสารบญ ขสารบญตาราง (ถาม) คสารบญรปภาพ (ถาม) งบทท 1 บทนำา 1

ความเปนมาและความสำาคญชองปญหา 1 วตถประสงคการศกษากรณศกษา 2 ขอบเขตการศกษากรณศกษา ประโยชนทคาดวาจะไดรบ

บทท 2 แนวคดทฤษฎทเกยวของ 8 กายวภาคและสรรวทยาของระบบทเกยวของ 10

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

78

(ตวอยางสารบญกรณจ(พมพมมบนขวาหางจากขอบ

จดกลาง ขนาดตวอกษร

ความหมายของโรค อบตการณเกดของโรค สาเหตของโรค อาการและอาการแสดงของโรค การวนจฉยโรค การรกษาโรค และขอมลเกยวกบยาทใชในกรณศกษา การพยาบาล

บทท 3 กรณศกษา 30 ขอมลทวไป ประวตการเจบปวย แผนการดำาเนนชวต การประเมนสภาพรางกาย การตรวจทางหองปฏบตการ การตรวจพเศษ การวนจฉย การรกษา การพยาบาล

สารบญ (ตอ)หน

บทท 4 วจารณและขอเสนอแนะ บทท 5 สรป อภปรายผล ขอเสนอแนะ

6070

วจารณกรณศกษา ขอเสนอแนะ บทสรปบรรณานกรม 72

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

79

ภาคผนวก 80 ภาคผนวก ก. …………………………………………..

81

ภาคผนวก ข. …………………………………………..

85

ประวตผวจย

สวนอน ๆ ใหใชหลกเกณฑเดยวกนกบการศกษาวจยในภาคผนวก ข. ตวอยางรายงานการศกษา ผลงาน

วเคราะหและวจารณ หรอ ผลงาน R2R หรอ ผลงานวจย

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

80

ภาคผนวก ข.ตวอยางรายงานการศกษา ผลงานวเคราะหและวจารณ

หรอผลงาน R2R หรอผลงานวจย

........................................................ชอเรอง........................................................

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

81

(ตวอยางปกนอก/

โดย............................................ชอ-สกล............................................

ตำาแหนง................................................................ ตำาแหนงเลขท..................................

สวนราชการ.....................................................................

.......................................สำานกงานสาธารณสขจงหวดเชยงราย

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

82

หวขอ............................. การปรบปรง......................................................................................................................................................................................................

ผจดทำา ..................................................................

............................................วนทจดทำา

……………………………………………………………………………………………….. (เวน 1 บรรทด)

บทคดยอ

การพมพบทคดยอเพอแสดงใหเหนวา บทคดยอเปนสาระสงเขปของเอกสารเรองนน ซงจะประกอบไปดวย วตถประสงค สมมตฐาน (ถาม) วธดำาเนนการคนควาวจยโดยสงเขป และผลสรปซงไมใชการตความหรอการวจารณเพมเตม(เวน 1 บรรทด)การเรยงลำาดบของบทคดยอ วทยานพนธ, การวจยโครงการเฉพาะเรอง (ใหเรยงบทคดยอภาษาไทยไวกอนภาษาองกฤษ สำาหรบทเขยนเปนภาษาไทย) การคนควาอสระ (ในสวนหวขอใหใสชอเรองภาษาไทย และ ภาษาองกฤษ) ความยาวของบทคดยอภาษาไทย ภาษาองกฤษ ไมควรเกน 1 หนา ทายบทคดยอใหกำาหนด คำาสำาคญ “ (Keywords)” ของเอกสารเรองนน สำาหรบใชเรยกคนขอมลจากฐานขอมล เรองละ 3-8 คำาสำาคญโดยคนดวยเครองหมาย / ในแตคำาสำาคญ (เวน 1 บรรทด)คำาสำาคญ : กกกกกกกกกก / ขขขขขขขขขข / คคคคคคคคคค

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

83

(ตวอยางบทคดยอข(พมพมมบนขวาหางจากขอบ

จดกลาง ขนาดตวอกษร

…..………. Title............................................................

......................................................

..................................................................

...............................................Candidate Mr. ................................................ Date. ........................................................(เวน 1 บรรทด)

Abstract ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

84

(ตวอยางบทคดยอค(พมพมมบนขวาหางจากขอบ

จดกลาง ขนาดตวอกษร

………………………………………………………………………………………………………………(เวน 1 บรรทด)Keywords : Aaaaaaaaaa / Bbbbbbbbbb / Cccccccccc

กตตกรรมประกาศ

การเขยนกตตกรรมประกาศเปนขอความแสดงความขอบคณตอแหลงทนทใหการสนบสนนการทำาวจย การคนควา ผชวยเหลอและใหความรวมมอคนควาวจยในการทำาและการเขยนบทความตางๆ ใหสำาเรจลลวงไปดวยด (เวน 1 บรรทด)โดยใหเขยนเปนความเรยงไดไมเกน 2 ยอหนาเทานน

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

85

(ตวอยาง)ง(พมพมมบนขวาหางจากขอบ

จดกลาง ขนาดตวอกษร

สารบญ (เวน 1 บรรทด)

หนา (เวน 1 บรรทด)

บทคดยอภาษาไทย ขบทคดยอภาษาองกฤษ (ถาม) คกตตกรรมประกาศ งสารบญ จสารบญตาราง (ถาม) ฉ สารบญรปภาพ (ถาม) ช บทท 1 บทนำา 1

ความสำาคญของปญหา 1 วตถประสงคในการศกษา 2

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

86

(ตวอยาง)จ(พมพมมบนขวาหางจากขอบ

จดกลาง ขนาดตวอกษร จดกลาง ขนาดตวหนงสอ

ขอบเขตการศกษา สมมตฐานในการศกษา นยามศพทเฉพาะ ประโยชนทคาดวาจะไดรบ กรอบแนวคดการศกษาวจย

บทท 2 เอกสารและงานวจยทเกยวของ 8 แนวความคดเกยวกบเรองทจะศกษา 10 ………………………………………….. ………………………………………….. งานวจยทเกยวของ

บทท 3 ระเบยบวธวจย 30 รปแบบการวจยทใชในการศกษา

ประชากรและกลมตวอยาง ตวแปรในการศกษา เครองมอในการวจย วธการเกบรวบรวมขอมล วธวเคราะหขอมล

สารบญ (ตอ)

หนา

บทท 4 ผลการศกษาวจย 44 ตอนท 1 ตอนท 2 ตอนท 3บทท 5 สรป อภปรายผล ขอเสนอแนะ 60

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

87

สรปผลการวจย อภปรายผล ขอเสนอแนะการนำาผลการศกษาไปใช ขอเสนอแนะในการวจยครงตอไปบรรณานกรม 72ภาคผนวก 80

ภาคผนวก ก. …………………………………………..

81

ภาคผนวก ข. …………………………………………..

85

ประวตผวจย

สารบญตาราง(เวน 1 บรรทด)

ตารางท

หนา

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

88

(ตวอยาง)ฉ(พมพมมบนขวาหางจากขอบ

(เวน 1 บรรทด) 1 ……………………………………………………

……………….7

2 …………………………………………………………………….

10

3 …………………………………………………………………….

15

4 …………………………………………………………………….

24

5 …………………………………………………………………….

32

หมายเหต1) รายการตารางตองเรยงตามลำาดบในเลมทงหมด และตองใสทกตารางท

ปรากฏในเลมทงหมด2) ชอตารางตองอยดานบนของตาราง และเวน 1 บรรทดจงพมพตาราง3) ในกรณทชอตารางยาวเกน 1 บรรทด บรรทดท 2 ตองพมพใหตรงกบ

อกษรตวแรกของชอตารางบรรทดแรก4) กรณทมตารางเดยวกนหนาตอไป ตอง เขยนคำาวา (ตอ) ทายชอตารางใน

หนาใหม

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

89

สารบญรปภาพ(เวน 1 บรรทด)

รปท

หนา

(เวน 1 บรรทด) 1 ……………………………………………………

……………….5

2 …………………………………………………………………….

9

3 …………………………………………………………………….

18

4 …………………………………………………………………….

21

5 …………………………………………………………………….

22

6 …………………………………………………………………….

28

หมายเหต1) รายการรปประกอบตองเรยงตามลพดบในเลม และตองใสทกรปทปรากฏใน

เลมทงหมด2) ชอรปตองอยดานลางตรงกลางของรป และเวนหางจากรป 1 บรรทด3) ในกรณทชอรปยาวเกน 1 บรรทด บรรทดท 2 ตองพมพใหตรงกบอกษร

ตวแรกของชอรปบรรทดแรก

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

90

(ตวอยาง)ช(พมพมมบนขวาหางจากขอบ

บทท 1 บทนำา (จดกลาง ขนาด 18 ตวหนา)

(เวน 1 บรรทด)การจดพมพใหอานรายละเอยดดงตอไปน (เวน 1 บรรทด)1 การจดพมพ (หวขอใหญ ขนาด 16 ตวหนา)(เวน 1 บรรทด) 1.1 การจดหนากระดาษ (หวขอยอย ขนาด 16 )การจดหนากระดาษใหเวนจากขอบกระดาษดงน

1) ดานบนเวน 3 ซม., ดานซายเวน 4 ซม., ดานขวาเวน 2 ซม. และดานลางเวน 2 ซม. การพมพเลขหนามมขวาบนเวนจากขอบกระดาษ 1 ซม. ใชขนาดตวอกษร 16

2) เอกสารทไมตองใสเลขหนามดงตอไปน(1) ในหนาแรกของบท(2) เอกสารอางอง(3) ภาคผนวก

(เวน 1 บรรทด)

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

91

(ตวอยางการ

1.2 การพมพ (หวขอยอย ขนาด 16)

ตวพมพการพมพเอกสารฉบบภาษาไทย หรอแบบทมทงภาษาไทยและภาษาองกฤษ ใหใชตวอกษร TH SarabunPSK ขนาด 16 และ ขนาด 18-20 สำาหรบสวนทเปนหวขอและพมพตวหนา(เวน 1 บรรทด)การตดคำาดานหลงการพมพเอกสารใหพมพจนสดหนาดานหลงและใหดานหลงของขอความเทากนทงหมด และหากพมพขอความไมจบในบรรทดเดม ใหยกทงคำาไปพมพในบรรทดถดไป และใหดความเหมาะสมของการตดคำาใหถกตอง(เวน 1 บรรทด)

หมายเหต1) ทกบทรปแบบตองทำาใหเหมอนกน

การพมพตารางและแผนภาพ(เวน 1 บรรทด)การพมพตาราง หรอ แผนภม

1)การพมพตารางตองเรยงตามบท และตองใสทกตารางทปรากฏในเลมทงหมด

2)ชอตารางตองอยดานบนของตาราง และใหเวน 1 บรรทด แลวจงพมพตาราง

3) ในกรณทชอตารางยาวเกน 1 บรรทด บรรทดท 2 ตองพมพใหตรงกบอกษรตวแรกของชอตารางบรรทดแรก

4)กรณทมตารางเดยวกนหนาตอไปใหพมพตารางเหมอนหนาแรกทกอยางและใหเพมคำาวา (ตอ) ไวทายชอตารางในหนาใหม(เวน 1 บรรทด)

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

92

(ตวอยาง)

ตารางท/1// แสดงเวลาตาง ๆ ของการเคลอนไหวของวตถดบแตละชนด กรณการตรวจสอบความถกตองของแบบจำาลองสถานการณ (วน)

(เวน 1 บรรทด)

หวและทายตารางเสนค ขนาด 3/4

( เวน 1 บรรทด)จากตารางท 1 พบ

วา………………………………..............................……………………………….……………………...........................................………………………………………………………………………………….(เวน 1 บรรทด)

ทมา : สถาบนการประมง(เวน 1 บรรทด)

แผนภมท/1//การเปรยบเทยบงบประมาณรายจายทใชดำาเนนงานของทาอากาศยานกรงเทพฯ

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

93

Unloading

หองเยนสวนหนา

ปลาทนา

Production

ระหวาง พ.ศ. 2517 – 2521 งบประมาณรายจาย (ลานบาท) (เวน 1 บรรทด)

(เวน 1 บรรทด)ทมา : (…………………………….)

(เวน 1 บรรทด)จากแผนภมท 1 พบวา

……………..............................…………………………………………………..……………….........................................………………………………………………………………………………..………

การพมพ รป1)การพมพรปตองเรยงลำาดบทงเลม และตองใสทกรปทปรากฏในเลม

ทงหมด2)ชอรปตองอยดานลางตรงกลางของรป และเวนหางจากรป 1

บรรทด3) ในกรณทชอรปยาวเกน 1 บรรทด บรรทดท 2 ตองพมพใหตรง

กบอกษรตวแรกของชอรปบรรทดแรก (เวน 1 บรรทด)

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

94

(เวน 1 บรรทด)รปท 3.1 แสดงขนตอนการปฏบตงานจดเกบวตถดบ และนำาวตถดบไปใช

ทมา : ศภดา เขมทอง (2547)

การพมพเอกสารอางอง(เวน 1 บรรทด)การอางองม 2 ชนดคอ ระบบหมายเลข และระบบนามป

1)ระบบหมายเลข คอ ใหระบหมายเลขอางองในเครองหมายวงเลบสเหลยม เชน [1], [2] ไวทายชอหรอขอความทอางอง ถาอางองบคคลทเปนชาวตางประเทศตงแต 3 คนขนไป ใหใสนามสกลเฉพาะคนแรกตามดวย และคณะ เชน “ ” Terpstra และคณะ เปนตน สวนคนไทยใหใชทงชอและ

นามสกลตามดวย และคณะ หากอางองเนอหาเดยวกนในหลายเอกสาร“ ”ใหคนดวยเครองหมายจลภาค เชน [1, 2, 3] และทกครงทอางองถงเอกสารเลมเดมซำาตามทตางๆ ในเอกสารจะตองใชหมายเลขเดมทกำาหนดขนไวแลวสำาหรบเอกสารนน และหากมคำาวา “and” คนระหวางชอหรอขอความตางๆ ใหเปลยนใชคำาวา และ “ ” (ยกเวนขอความเฉพาะใหคงไวเหมอนเดม)

2)ระบบนาม-ป คอ ใหระบชอ หรอกลมชอผแตงและปทพมพเอกสารในเครองหมายวงเลบ เชน นพดล เรยบเลศหรญ (2538) และ กอบเกยรต บนสทธ (2541) เปนตน ไวทายขอความทอางอง ถาอางองบคคลทเปนชาวตางประเทศตงแต 3 คนขนไป ใหใสนามสกลเฉพาะคนแรกตามดวย “et al.” เชน Poovaiah, et al. เปนตน สวนคนไทยใหใชทงชอและนามสกลตามดวย และคณะ หากอางองเนอหาเดยวกนใน“ ”หลายเอกสารใหคนดวยเครองหมายอฒภาพ (;) เชน (Benoit และ Ceustermans, 1993; Jensen, 1997) เปนตน การอางองบคคล

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

95

(ตวอยางเอกสาร

ชาวตางประเทศใหใช ป ค.ศ. ถาเปนคนไทยใชป พ.ศ. และหากมคำาวา “and” คนระหวางชอหรอขอความตางๆ ใหเปลยนใชคำาวา และ “ ” (ยกเวนขอความเฉพาะใหคงไวเหมอนเดม)(เวน 1 บรรทด)การเขยนรายการเอกสารอางองหนงสอ ชอผแตงหรอบรรณาธการ, ปทพมพ, ชอหนงสอ, ครงทพมพ, สำานกพมพ, สถานทพมพ, หนา.(เวน 1 บรรทด)บทความในวารสารชอผแตง, ปทพมพ, “ชอบทความ”, ชอเตมวารสาร, ปท (Vol.), ฉบบทหรอเลมท (No.) หนา.(เวน 1 บรรทด)บทความในรายงานการประชมทางวชาการชอผแตง, ปทพมพ, “ชอบทความ”, ชอการประชม, ครงทประชม (ถาม) วน เดอน ป ทประชม, สถานทประชม, หนา.(เวน 1 บรรทด)

บทความในหนงสอชอผเขยนบทความ, ปทพมพ, “ชอบทความ”,ใน ชอหนงสอ, ชอบรรณาธการหรอผรวบรวม, ครงทพมพ, สำานกพมพ, สถานทพมพ, หนา.(เวน 1 บรรทด)บทความในหนงสอพมพชอผเขยนบทความ, ปทพมพ, “ชอบทความ”, ชอหนงสอพมพ, วนท, หนา.(เวน 1 บรรทด)

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

96

(ตวอยางเอกสาร

วทยานพนธชอผแตง, ปทพมพ, ชอวทยานพนธ, วทยานพนธปรญญา.... สาขาวชา.... คณะ.... มหาวทยาลย....(เวน 1 บรรทด)สารสนเทศจาก World Wide Web ชอผเขยนบทความ, ปทพมพ, ชอของ Web Page [Online], Available : URL [วนทสบคน]. (เวน 1 บรรทด)การพมพรายการเอกสารอางองสำาหรบระบบหมายเลขระบบหมายเลข ใหเรยงหมายเลขตามลำาดบทไดอางองในเนอหา ไมตองแยกภาษาและประเภทสงพมพ ใหพมพหมายเลขแตละรายการชดขอบซายดงตวอยางตอไปน(เวน 1 บรรทด)1. Lahiere, R.J. and Goodboy, K.P., 1993, “Ceramic

Membrane Treatment of Petrochemical Wastewater”, Environmental Progress, Vol. 12, No. 2, pp. 86-96.

(เวน 1 บรรทด)2. Dewhinst, C., 1986, “Cold Water Around the

Antartic”, World Geographic, Vol. 1, No. 5, p. 32.(เวน 1 บรรทด)3. เชดชย ตงอมรสขสนต, 2537, การศกษาเยอแผนไดนามกบนเยอ

แผนอนนทรยแบบไมโครฟล, วทยานพนธปรญญาวศวกรรมศาสตรมหาบณฑต สาขาวชาวศวกรรมอาหาร คณะวศวกรรมศาสตร สถาบนเทคโนโลยพระจอมเกลาธนบร.

(เวน 1 บรรทด)4. มรกต ตนตเจรญ, 2544 “เทคโนโลยชวภาพ”, เดลนวส, 5

กนยายน, หนา 5.(เวน 1 บรรทด)5. Wu, K., n.d., What is Nano [Online], Available :

http ://www.nano.org.uk/nano.htm [2001, October 5].(เวน 1 บรรทด)

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

97

การพมพรายการเอกสารอางองสำาหรบระบบนาม-ประบบนาม-ป ใหแยกภาษาและประเภทสงพมพ ใหพมพเรยงภาษาไทยกอนและตามดวยภาษาองกฤษ โดยเรมจาก ก-ฮ และ A-Z ใหพมพแตละรายการชดขอบซายดงตวอยางตอไปน(เวน 1 บรรทด)กอบเกยรต บนสทธ. 2541 มมมองเรองผกกางมงของไทย, เอกสารกฏวทยาฉบบท 1/2541 กองกฏและสตววทยา กรมวชาการเกษตร, หนา 5-7.นพดล เรยบเลศหรญ, 2538 การปลกพชไรดน, สำานกพมพรวเขยว, กรงเทพฯ, หนา 10-15.(เวน 1 บรรทด)Benoit, F. and Ceustermans, N., 1993, Hydroponic Culture of Kitchen Herbs, European Vegetable R & D Centre, Sint Katelijne Waver pp. 240-243.(เวน 1 บรรทด)Jensen, H.M., 1997, “Hydroponics”, HortScience, Vol. 33, No. 6, pp. 1018-1021.(เวน 1 บรรทด) หมายเหต

1) ทกบทรปแบบตองทำาใหเหมอนกน

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

98

(ตวอยางเอกสาร

ประวตผวจย (เวน 1 บรรทด)ชอ - สกล นายสธร งามขนาด(เวน 1 บรรทด)วน เดอน ปเกด 21 พฤศจกายน 2523(เวน 1 บรรทด)ประวตการศกษาระดบมธยมศกษามธยมศกษาตอนปลาย

โรงเรยนแมใจวทยาคม พ.ศ. 2539ระดบปรญญาตร วทยาศาสตรบณฑต สาขาวชาคณตศาสตร

มหาวทยาลยราชภฏเชยงราย พ.ศ. 2543ระดบปรญญาโท วทยาศาสตรมหาบณฑต สาขาวชาการจดการโลจสตกส

มหาวทยาลยเชยงใหม พ.ศ. 2548(เวน 1 บรรทด)ทนการศกษา (ถาม)(เวน 1 บรรทด)ประวตการทำางาน วศวกรเทคนค

บรษท เทรนซชน พรซชน จำากด พ.ศ. 2543-2547ผชวยวจยโครงการ Supply Chain Management ในอตสาหกรรมสงทอและเครองนงหม โครงการภายใตความสนบสนนจากสถาบนพฒนาอตสาหกรรมสงทอ

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

99

(ตวอยาง)จดกลาง ขนาดตวอกษร

ผลงานทไดรบการตพมพ (ถาม)

แบบฟอรมรปแบบ ผลงานวชาการ (ฉบบยอ)1. การจดรปแบบกระดาษ (ดคประกอบอยางละเอยด)

2. การจดรปแบบการพมพ (ดคมอประกอบอยางละเอยด)

3. การพมพตารางและรปประกอบ (ดคมอประกอบอยางละเอยด) ตารางท 1

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

100

(ตวอยาง)

1.5

1.5 1 นว

2

บทท 1 บทนำา

1.//หวขอใหญ (เวน 2 เคาะ)

1.1.//หวขอยอย (เวน 2 เคาะ)

1.1.1.//หวขอเลก (เวน 2

เวน 2 บรรทด

เวน 1 บรรทด

ตวเขม

ตารางเวน 1 บรรทด

- ชอตารางตองอยดานบนของตาราง และเวน 1 บรรทดจงพมพตาราง- ในกรณทชอตารางยาวเกน 1 หนา บรรทดท 2 ตองพมพใหตรงกบ อกษรตวแรกของชอตารางบรรทดแรก- กรณทมตารางเดยวกนในหนาตอไปใชคำาวา (ตอ) ไวทายชอตาราง- รายการตารางตองเรยงตามบท และใสทกตารางทปรากฏในเลมทงหมด

- การจดหนากระดาษใหเวนจากขอบกระดาษ คอ ดานบนเวน 1.5 นว ดานซายเวน 1.5 นว , ดานขาวเวน 1 นว , ดานลางเวน 1 นว.- หนาแรกของ บทท, เอกสารอางอง และภาคผนวก ไมตองใสเลขหนา

1 นว

ขนาด

ขนาด 16 /ตวหนาขนาด 16 ตวอกษรตวแรกใหขนาด 16 ตวอกษรตวแรกใหตรง

1. สญลกษณทใชสอสารในแกไข

ขอบกพรองทพบบอย1.แบบประเมนผลงานo ผขอประเมนใชแบบฟอรมไมเปนปจจบน o ใบอนญาตประกอบวชาชพ หมดอายกอนสงคำาขอประเมนo สถาบนทจดอบรม ใหระบชอสถาบนทจดเขยน ไมใชชอโรงแรมซง

ไมถกตองo ระบงานทปฏบตไมครบถวน หนาทความรบผดชอบไมชดเจนo ประวตการรบราชการไมสอดคลองกบผลงานยอนหลง o ชอผลงานทสงประเมนไมตรงกบทเสนอไวในเอกสารประกอบการ

คดเลอกฯo ปรมาณผลงานไมนาเชอถอ เชน ผลงานเฉพาะตวเทากบหรอ

มากกวาผลงานของกลมงานบางรายอยกลมงานและหนวยงานเดยวกนขอประเมนพรอมกน แตผลงานแตกตางกนมาก

2.ขอเสนอแนวคด/วธการเพอพฒนาหรอปรบปรงงานใหมประสทธภาพมากขนo เขยนบทวเคราะห / แนวคด / ขอเสนอเพอไปสการปรบปรงงานไม

ชดเจน เนองจากผสงแบบประเมนขาดความเขาใจในการเขยน บางรายสรปมาจากผลงานทเสนอ ซงไมถกตอง

o ชอเรองขอเสนอแนวคดฯ เหมอนชอผลงานวชาการo ชอเรอง ขอเสนอแนวคดฯ ไมสอถงวสยทศนหรอการพฒนาหรอ

การแกปญหา

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

101

รป

เวน 1 บรรทดรปท ตว

เขม = ยอหนา = เวน 1 บรรทด = ชดซาย = เคาะวรรค

o ขอเสนอแนวคดฯ เขยนเปนลกษณะนามธรรม ไมสามารถแสดงใหเหนภาพของการพฒนาหรอการแกไขปญหาทแกจรงได

3.เอกสารวชาการo ผลงานวชาการ หรอผลงานวจยไมสมพนธกบตำาแหนงทขอ

ประเมนo ชอเรองกบเนอหาไมสอดคลองกนo บทความไมกระชบ ไมไดสาระทางวชาการ ใชอางองไมไดo ขาดบทคดยอ ไมระบวตถประสงค ไมมวธดำาเนนการและสรปผลท

ไดไมครบถวนo กำาหนดวตถประสงคไมชดเจน วตถประสงคกบเนอหาไม

สอดคลองo ขาดบทสรปกรณศกษา ซงบทสรปเปนสงทจะชใหเหนถง ผลทเกด

ขน แสดงถงความร ความสามารถ และความชำานาญของบคคล o ไมแสดงรายละเอยดในการจดทำาเครองมอในการวจย o ขาดบรรณานกรม หรอเอกสารอางอง และเขยนไมถกตอง ไมทน

สมย

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

102

กลมงานทรพยากรบคคล สำานกงานสาธารณสข จงหวดเชยงราย แกไข ป 2559 (25 ตลาคม 2559)

103

สำานกงานสาธารณสขจงหวดเชยงรายเลขท ๔๒๔ หมท ๕ บานหนองยาว ตำาบลทาสาย อำาเภอเมอง จงหวดเชยงราย

โทร ๐-๕๓๙๑-๐๓๐๐ โทรสาร ๐-๕๓๙๑-๐๓๔๕