of 43 /43
คู ่มือมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ SCE - PGS โดย.. ณรงค์ คงมาก บริษัท SCE วิสาหกิจเพื ่อสังคม จากัด SCE - PGS

SCE - PGS - PGS...ค ม อมาตรฐานเกษตรอ นทร ย SCE - PGS โดย.. ณรงค คงมาก บร ษ ท เอกสารประกอบการฝ

  • Author
    others

  • View
    0

  • Download
    0

Embed Size (px)

Text of SCE - PGS - PGS...ค ม อมาตรฐานเกษตรอ นทร ย SCE - PGS...

  • คู่มือมาตรฐานเกษตรอินทรีย์

    SCE - PGS

    โดย..

    ณรงค์ คงมาก

    บริษัท SCE วสิาหกิจเพื่อสังคม จ ากัด

    SCE -

    PGS

  • เอกสารประกอบการฝกึอบรมมาตรฐานเกษตรอนิทรีย์แบบมีส่วนรว่ม ส าหรับวิทยากรกระบวนการ PGS 4-6 สิงหาคม 2560 Page 2

    ค าน า

    คูมื่อมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ เล่มนี ้เกิดขึน้จากการ “จบัความรู้” ประสบการณ์ของการท าเกษตร

    อินทรีย์ของเครือข่ายเกษตรกรายพืน้ท่ีในประเทศไทย จ านวนประมาณ 30 รายภาคเหนือ ท่ีต าบลแม่ทา

    อ าเภอแมอ่อน จงัหวดัเชียงใหม ่ ภาคใต้ ท่ีต าบลปากทรง อ าเภอพะโต๊ะ จงัหวดัชมุพร, วดัป่ายาง ต าบลท่า

    งิว้ อ าเภอเมือง จงัหวดันครศรีธรรมราช ภาคตะวันออก ท่ีต าบลคลองพล ูอ าเภอเขาคิชกฏู,ต าบลวงัสรรพ

    รส อ าเภอขลงุ จงัหวดัจนัทบรีุ, อ าเภอเขาสมิง จงัหวดัตราด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ท่ีต าบลโพนทอง

    อ าเภอเมือง จงัหวดัชยัภมูิ เป็นต้น

    เกษตรกรแต่ละท่านเหล่านีส้ั่งสมความรู้การท าเกษตรอินทรีย์มายาวนานกว่า 20 ปี ในภูมิสงัคม

    ของท้องถ่ิน ทุกภูมิภาคของไทย เป็นการพิสูจน์แล้วว่า “เกษตรอินทรีย์” ท าได้ในประเทศไทย แม้ว่า

    กระบวนการรับรองมาตรฐานแบบสากล ยงัไมก้่าวหน้ามากนกั และการได้มาซึ่ง “มาตรฐานเกษตรอินทรีย์

    ระดบัสากลนัน้” แลกมาด้วยคา่ใช้จา่ยก้อนหนึง่ ซึง่สง่ผลตอ่ราคาผลผลิตเกษตรอินทรีย์ อยา่งเล่ียงไมไ่ด้

    บริษัท เอสซีอี วิสาหกิจเพ่ือสงัคม จ ากัด ซึ่งเป็นองค์กรธุรกิจเพ่ือสงัคม ท่ีตัง้ขึน้ โดยมีเป้าหมายใน

    การส่งเสริม สนับสนุนการผลิตและการตลาดของเครือข่ายเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชน ท่ีท าเกษตร

    อินทรีย์ จึงเดินทางส ารวจ ศึกษา ความรู้การท าเกษตรกรอินทรีย์ จากเกษตรกรจ านวนหนึ่งข้างต้น และ

    เขียนคู่มือนีข้ึน้มาเผยแพร่ในเครือข่ายเกษตรกรและกลุ่มผู้บริโภค ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายของการพฒันา

    กิจการเพ่ือสังคมด้านเกษตรอินทรีย์ในเครือข่ายเฉพาะ และน าไปสู่การจัดท ามาตรฐานเกษตรอินทรีย์

    PGS รองรับการท าการตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ ทัง้ในและตา่งประเทศ

    คูมื่อ “เลม่นี”้ ผลิตเพ่ือการฝึกอบรมมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบการมีส่วนร่วม - PGS ในเครือข่าย

    และในกิจการของบริษัท SCE วิสาหกิจเพ่ือสังคม จ ากัด คณะผู้ จัดฝึกอบรม จึงขอสงวนสิทธ์ิ การใช้

    ประโยชน์ของเอกสาร... ห้ามน าไปเผยแพร่ โดยไมไ่ด้รับอนญุาต จากบริษัท SCE ฯ ก่อน

    SCE -

    PGS

  • เอกสารประกอบการฝกึอบรมมาตรฐานเกษตรอนิทรีย์แบบมีส่วนรว่ม ส าหรับวิทยากรกระบวนการ PGS 4-6 สิงหาคม 2560 Page 3

    สารบัญ

    บทท่ี หน้า

    1. แนวทางเกษตรอินทรีย์ SCE 4-5

    2. หว่งโซก่ารบริหารจดัการเกษตรอินทรีย์ 6

    3. รูปแบบการจดัตัง้กลุม่เกษตรอินทรีย์ 7

    4. หลกัการปฏิบตัเิกษตรอินทรีย์ SCE 8–15

    5. ระบบนิเวศน์ในแปลง เกษตรอินทรีย์ 16–18

    6. เกษตรอินทรีย์ในสวนยางพารา 19–20

    7. เกษตรอินทรีย์บนท่ีดนิไมมี่เอกสารสิทธ์ิ ออกใบรับรอง PGS อยา่งไร ? 21

    8. การตรวจวิเคราะห์ดนิ น า้ 22

    9. การปรับปรุงดนิด้วยพืชตระกลูถัว่เป็นปุ๋ ยพืชสด 23

    10. ปุ๋ ยหมกั 24

    11. การป้องกนัก าจดัศตัรูพืช 25–27

    12. การผลิตแบบคูข่นาน 28

    13. การบริหารจดัการหลงัการเก็บเก่ียว 29

    14. ระยะปรับเปล่ียน 30–31

    15. การรับรองและการตรวจแปลงประจ าปี 32

    16. คณะกรรมการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ฯ SCE – PGS 33 –34

    17. การปรับเปล่ียนสูม่าตรฐานเกษตรอินทรีย์สากล 35–36

    18. ระบบตรวจสอบย้อนกลบั มาตรการบงัคบัของ SCE-PGS 37–43

    SCE -

    PGS

  • เอกสารประกอบการฝกึอบรมมาตรฐานเกษตรอนิทรีย์แบบมีส่วนรว่ม ส าหรับวิทยากรกระบวนการ PGS 4-6 สิงหาคม 2560 Page 4

    บทที่ 1: แนวทางเกษตรอินทรีย์ SCE

    บริษัทเอสซีอี วิสาหกิจเพ่ือสงัคม จ ากัด จดัตัง้เม่ือเดือน กรกฎาคม 2557 มีเป้าประสงค์ส่งเสริม

    การประกอบการสมัมาชีพทัง้แผ่นดิน ท่ียึดหลกัการ 4 ด้าน คือ 1.การไม่เบียดเบียนตนเอง 2. การไม่

    เบียดเบียนผู้ อ่ืน 3. การไมเ่บียดเบียนสิ่งแวดล้อม และ 4.การมีรายรับมากกวา่รายจา่ย

    เอสซีอี – SCE ช่ือของบริษัทฯ ย่อมาจาก Social Collaborative Enterprise ( วิสาหกิจความ

    ร่วมมือเพ่ือสงัคม ) หมายถึง การประกอบการธุรกิจเพ่ือสงัคม ด าเนินงานตามแผนธุรกิจของบริษัทฯ

    ภายใต้ปรัชญา “สมัมาชีพ” และ “ธุรกิจเพ่ือสงัคม” ( Social Enterprise ) โดยแผนงานหลกัประการหนึ่ง

    คือ การส่งเสริมการผลิต การตลาดของผลผลิตจากครัวเรือนและชุมชนท่ีประกอบการสัมมาชีพ ซึ่ง

    กลุ่มเป้าหมายของบริษัทฯ คือ ครัวเรือน องค์กรชุมชน วิสาหกิจชุมชน ในชนบท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชุมชน

    เกษตรกรรม และเครือขา่ยผู้ประกอบการทัง้ในพืน้ท่ีจงัหวดั ภมูิภาคและระดบัประเทศโดยใช้พืน้ท่ีเป็นตวัตัง้

    ระบบเกษตรกรรมภายใต้ปรัชญาสัมมาชีพ คือ “ไม่เบียดเบียนตนเอง ไม่เบียดเบียนผู้ อ่ืน ไม่

    เบียดเบียนสิ่งแวดล้อม และมีรายรับมากกว่ารายจ่าย ” นัน้ ก็คือ “เกษตรอินทรีย์” ( Organic Agriculture )

    ซึง่บริษัทฯได้ก าหนดแนวทางการสง่เสริมเกษตรอินทรีย์ – SCE ไว้เป็นกรอบและขอบเขตของเกษตรอินทรีย์

    ไว้ ดงันี.้.

    เกษตรอินทรีย์ เอสซีอี หมายถึง “วิถีการเกษตรของเกษตรกรที่ยึดแนวทางสมัมาชีพ ท าการผลิต

    ในเชิงธุรกิจ โดยใช้ปัจจยัการผลิตที ่ มาจากอินทรียวตัถ ุที่สามารถผลิตได้ในแปลงของเกษตรกรให้ได้มาก

    ที่สดุ ( Low External Input ) สารที่ใช้ในแปลง ก่อนและหลงัการเก็บเก่ียว ไม่ก่ออนัตรายต่อเกษตรกร

    ผู้ผลิต ผู้ใช้แรงงาน ผู้บริโภค และส่ิงแวดล้อม ปราศจากจากปนเป้ือนของสารเคมี สารสงัเคราะห์ใดๆ

    เป็นการเกษตรที่สร้างผลผลิตที่หลากหลายรองรับความมัน่คงด้านอาหารของครัวเรือนและชุมชน เหลือ

    พอในการส่งจ าหน่ายนอกพื้นที่ ผลผลิตมีความสมบูรณ์ งดงาม เป็นที่ต้องการของตลาดทุกระดบั ให้

    ผลตอบแทน คุ้มกับการลงทุน มีการบนัทึกบญัชีฟาร์ม รู้ต้นทุน รู้รายรับ-รายจ่าย สร้างรายได้ให้กับ

    เกษตรกรเพียงพอในการพัฒนาคุณภาพชีวิต มีผลผลิตที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค มีความมั่นคง ยั่งยืน

    น าไปสู่วิถีชีวิตที่กลมกลืนระหว่างเกษตร วฒันธรรม และความอยู่เย็นเป็นสุขในชุมชนและสงัคม โดยใช้

    SCE -

    PGS

  • เอกสารประกอบการฝกึอบรมมาตรฐานเกษตรอนิทรีย์แบบมีส่วนรว่ม ส าหรับวิทยากรกระบวนการ PGS 4-6 สิงหาคม 2560 Page 5

    กระบวนการชุมชนผู้ผลิต ชุมชนผู้ประกอบการ และภาคประชาสังคมในพื้นที่ เป็นกลไกในการรับรอง

    มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ ทีเ่รียกว่า เอส.ซี.อี. - PGS ”

    SCE -

    PGS

  • เอกสารประกอบการฝกึอบรมมาตรฐานเกษตรอนิทรีย์แบบมีส่วนรว่ม ส าหรับวิทยากรกระบวนการ PGS 4-6 สิงหาคม 2560 Page 6

    บทที่ 2 : ห่วงโซ่การบริหารจัดการเกษตรอินทรีย์

    การบริหารกิจการใดให้ส าเร็จนัน้ ต้องบริหารโดยค านึงถึง “ห่วงโซ่มลูคา่” และ “ห่วงโซ่เศรษฐกิจ” ของ

    ชนิดผลผลิต ส าหรับ การพฒันาขบวนการท าเกษตรอินทรีย์ นัน้ ทางบริษัท SCE ฯ ได้ก าหนดห่วงโซ่การ

    ขบัเคล่ือนเกษตรอินทรีย์ ในระบบมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีสว่นร่วม ( PGS ) ไว้ดงัตอ่ไปนี.้..

    งานต้นน า้ ได้แก่ งานส่งเสริมและนโยบายของรัฐและเอกชน การพฒันาโปรแกรมคอมพิวเตอร์

    ( IT Platform ) ท่ีเป็นแบบ Open Source หรือโปรแกรมเปิดรหสั การพฒันาความรู้ด้านเกษตรอินทรีย์

    งานวิจัยพฒันาด้านปัจจยัการผลิตเกษตรอินทรีย์ การพัฒนามาตรฐานเกษตรอินทรีย์ และการจัดตัง้

    กลไกการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ ( ระดบัจังหวัด) และงานพัฒนาองค์กรชุมชน เพ่ือขับเคล่ือน

    เกษตรอินทรีย์

    งานกลางน า้ ได้แก่ งานน าเข้าข้อมลูใน IT Platform งานผลิตและบริการความรู้ด้านการใช้ปัจจยัการ

    ผลิตเกษตรอินทรีย์ ทัง้ในระดับครัวเรือน องค์กรชุมชน และเกษตรอุตสาหกรรม การบริหารจัดการ

    วิทยาการหลงัการเก็บเก่ียว การฝึกอบรมและพฒันาผู้ตรวจแปลงเกษตรเกษตรอินทรีย์ การด าเนินการ

    กระบวนการออกใบรับรอง การสร้างแบรนด์เกษตรอินทรีย์ PGS ร่วมกนัระหว่าง บ.SCE ฯกบั กลไกการ

    ขบัเคล่ือนระดบัจงัหวดั การวิจยั&พฒันาการแปรรูปผลผลิตเกษตรอินทรีย์ การพฒันาบรรจภุณัฑ์ การ

    พฒันาระบบ QR Code ( เพ่ือจดัการระบบตรวจสอบย้อนกลบั )

    งานปลายน า้ ได้แก่ การจดัท าแผนพฒันาธุรกิจของกลุ่มองค์กร ตามแนวทาง D-CORA& CANVAS

    การบริหารจดัการข้อมลูเพ่ือเช่ือมโยงการตลาด ผ่าน IT Platform ( เร่ิมจากแปลงผลิต องค์กรชุมชนที่เกิด

    จากการรวมตวัของผู้ผลิตในแต่ละพืน้ที่ ในรูปวิสาหกิจชุมชน เครือข่ายวิสาหกิจชุมชน บริษัทวิสาหกิจ

    เพือ่สงัคม หรือสหกรณ์ ) พฒันาระบบการบรรจภุณัฑ์ การบริหารการขนส่ง ระบบโลจิสติกส์ และการ

    บริหารจัดการตามแผนธุรกิจ การเข้าถึงแหล่งทุนรองรับการด าเนินธุรกิจ การเช่ือมโยงตลาดทัง้ในและ

    ตา่งประเทศ ( โดยการเช่ือมโยงมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ PGS กบัระบบมาตรฐานเกษตรอินทรีย์สากล )

    และการพฒันาตลาดแบบแฟร์เทรด

    การบริหารจดัการห่วงโซ่เกษตรอินทรีย์ให้ครบทัง้ต้นน า้ กลางน า้ และปลายน า้ ดงักล่าว ข้างต้น จะ

    สร้างความส าเร็จให้การขบัเคล่ือนเกษตรอินทรีย์ ซึ่งต้องท างานแบบการสร้างความร่วมมือเชิงพืน้ท่ี หรือ

    การพฒันาท่ีใช้พืน้ท่ีเป็นตวัตัง้.

    SCE -

    PGS

  • เอกสารประกอบการฝกึอบรมมาตรฐานเกษตรอนิทรีย์แบบมีส่วนรว่ม ส าหรับวิทยากรกระบวนการ PGS 4-6 สิงหาคม 2560 Page 7

    บทที่ 3 : รูปแบบองค์กรรองรับการขับเคล่ือนมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ PGS

    เกษตรกรในโครงการมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ PGS ต้องรวมกนัเป็นกลุ่ม ในรูปแบบวิสาหกิจ

    ชมุชน หรือกลุ่มเกษตรกร ไม่จ าเป็นต้องจดทะเบียนกับทางราชการ เพ่ือฝึกทกัษะการบริหารจดัการ ใน

    รูปแบบปรัชญา แนวทาง หลกัปฏิบตัิสหกรณ์ เพ่ือให้มีความรู้การบริหารจดัการ การวางแผนธุรกิจของ

    กลุ่ม ซึ่งเป็นเร่ืองพืน้ฐานส าคญั รวมทัง้การบริหารจดัการข้อมูลการผลิตรายแปลง รายครัวเรือน เช่น

    ข้อมลูบญัชีฟาร์ม ประมวลเป็นข้อมลูรวมของรายพืช ทัง้เชิงปริมาณท่ีก าหนด หรือประมาณการออกมาได้

    ลว่งหน้าก่อนการลงมือผลิต มีปฏิทินการปลกูพืชประจ าเดือน ประจ าฤดกูาล ประจ าปี เพ่ือให้ทางบริษัทฯ

    น าข้อมูลของแต่ละชนิดพืช ไปส่งเสริมสนบัสนุนในการวางแผนการตลาดล่วงหน้า ร่วมกับภาคีการตลาด

    ต่อไป เช่น เครือข่ายตลาดประชารัฐ หรือองค์กรผู้ ประกอบการท่ีจะเข้ามาร่วมแผนงานการตลาด

    โดยขณะนี ้(กรกฏาคม 2560 ) รัฐได้จดัตัง้บริษัทประชารัฐ (วิสาหกิจเพ่ือสงัคม ) จ ากดั ครบทกุจงัหวดัแล้ว

    และรัฐได้ออกกฏหมายส่งเสริมวิสาหกิจเพ่ือสงัคม ท่ีเรียกว่า “ พระราชกฤษฎีกาวิสาหกิจเพ่ือสงัคมออก

    มาแล้ว เม่ือเดือนกนัยายน 2559” ท าให้ขบวนเกษตรอินทรีย์ในจงัหวดัตา่งๆมีฐานท างานท่ีสะดวก เข้าถึง

    ได้ง่ายขึน้

    จ านวนสมาชิกของแตล่ะกลุ่มการผลิตเกษตรอินทรีย์ ไม่ควรต ่ากว่า 7 คน เพ่ือให้สามารถจดัตัง้

    เป็นวิสาหกิจชมุชนได้ในอนาคต และให้มีการระดมทุนของสมาชิกทกุคน เพ่ือการท าธุรกิจชุมชนร่วมกัน

    ในด้านการรวมซือ้ปัจจยัการผลิต รวมขายผลผลิต และเพ่ือสะดวกในการเข้าถึงแหล่งเงินทนุภายนอก จาก

    สถาบนัการเงินต่างๆ เม่ือทุนภายในกลุ่มไม่เพียงพอ โดยแต่ละกลุ่มต้องมีระบบการบริหารจัดการทาง

    การเงิน การบญัชี ให้มีประสิทธิภาพ เป็นปัจจบุนั

    ส าหรับการบริหารจดัการข้อมูลการผลิตร่วมกันในเครือข่ายกลุ่มผลิตเกษตรอินทรีย์มีความจ าเป็น

    อย่างยิ่ง เพ่ือให้กลุ่ม มีระบบการประมวลผลข้อมูลด้านการผลิต ( Supply Side ) อย่างแม่นย า

    ใกล้เคียงความเป็นจริงมากท่ีสุด น าไปวางแผนการตลาด ( Demand Side ) กบัเครือข่ายผู้ประกอบการ

    ผลผลิตเกษตรอินทรีย์ ทัง้ในและตา่งประเทศ ผา่นโปรแกรม IT Plate Form

    ข้อมูลท่ีครบถ้วนสมบูรณ์ ใน IT Platform ท่ีองค์กรผู้ผลิตเกษตรอินทรีย์ร่วมกันท า จะน าไปสู่การ

    บริหารธุรกิจการจัดหาปัจจัยการผลิตภายใต้ระบบเกษตรอินทรีย์ ร่วมกันด้วย เพ่ือการลดรายจ่าย ลด

    ต้นทนุการผลิต และเช่ือมโยงกบัตลาดในระดบัตา่งๆได้อยา่งมีประสิทธิภาพมากขึน้

    SCE -

    PGS

  • เอกสารประกอบการฝกึอบรมมาตรฐานเกษตรอนิทรีย์แบบมีส่วนรว่ม ส าหรับวิทยากรกระบวนการ PGS 4-6 สิงหาคม 2560 Page 8

    บทที่ 4 : หลักการปฏิบัตเิกษตรอินทรีย์-SCE

    การแปรแนวคดิ ทิศทาง เกษตรอินทรีย์ – SCE สู่หลกัปฏิบตัิ นัน้ เป็นความรู้และข้อมลูท่ีคณะท างาน

    ชุดก่อตัง้บริษัทฯ ร่วมกันสกัดความรู้ มาจากประสบการณ์ของกลุ่มเกษตรกรเป้าหมายท่ีได้ลงไปส ารวจ

    ศกึษา ในพืน้ท่ีภาคตะวนัออก ภาคใต้ ภาคเหนือ ภาคตะวนัออกเฉียงเหนือ ภาคตะวนัตก จ านวนไม่น้อย

    กว่า 30 ราย รวมทัง้ข้อมูลจากการศกึษาระบบมาตรฐานเกษตรอินทรีย์สากล “สกัดความรู้” ออกมาเป็น

    หลกัการปฏิบตัขิองเกษตรอินทรีย์ – SCE 9 หลกัการปฏิบตั ิ ดงัตอ่ไปนี.้.

    หลักการที่ 1: ยดึหลักความสมดุลของระบบนิเวศวิทยา ความหลากหลายทางชีวภาพภายใน

    แปลงเกษตรอินทรีย์-SCE เป็นปฐมบทของหลักปฏิบตัิ พบความส าเร็จของแปลงเกษตรอินทรีย์แนวนี ้

    หลายพืน้ท่ี โดยเฉพาะ “สวนสมรม” “สวนดซุง” หรือสวนผสมผสาน ในภาคใต้ เป็นระบบเกษตรพืน้บ้าน ท่ี

    ปลูกพืชหลายระดบั เลียนแบบป่าธรรมชาติ ต่างกันท่ีเป็น “ป่ากินได้ - ขายได้” พืชระดบับนได้แก่ พืช

    ยืนต้นตระกูลถั่ว ซึ่งมีคณุสมบตัิการตรึงไนโตรเจน จากอากาศ ( Nitrogen Fixing Trees) เช่น เหรียง

    สะตอ แล้วสลดัใบลงเป็นปุ๋ ยพืชสดชัน้ดีให้กบัพืชไม้ผลชัน้กลาง ชัน้ล่าง อย่างมงัคดุ ลองกอง ทเุรียน ผกั

    เหลียง ผกักดู กระวาน หวักลอย ไพล เป็นต้น

    ภาพท่ี 1 : พืชยืนต้นตระกลูถัว่ มีความส าคญัมากในการสร้างระบบนิเวศน์ระดบัแปลง

    นอกจากปลกูพืชแล้ว เกษตรกรอินทรีย์ในภาคตะวนัออก นิยมเลีย้งไก่ไข่แบบปล่อยในสวนผลไม้

    เช่น สวนเงาะ สวนยางพารา สวนมงัคดุ ให้ผลผลิตไข่ เป็น “ไก่ไข่อารมณ์ดี” ได้ไข่เป็นอาหารบริโภคใน

    SCE -

    PGS

  • เอกสารประกอบการฝกึอบรมมาตรฐานเกษตรอนิทรีย์แบบมีส่วนรว่ม ส าหรับวิทยากรกระบวนการ PGS 4-6 สิงหาคม 2560 Page 9

    ครัวเรือน เหลือขายเป็นรายได้ อย่างงดงาม เป็นท่ีต้องการของตลาดทุกระดบั หากมีการบริหารจดัการ

    แปลง้เกษตรร่วมกบัการเลีย้งไก่ไข่ให้ดี โดยการหมนุเวียนพืน้ท่ีเลีย้งไก่ไข่อย่างเหมาะสม ปัญหาวชัพืช ก็

    จะหมดไปด้วย เพราะไก่กินหญ้าในแปลงจนหมด แต่ต้องระวงัภัยของไก่ไข่จากสุนขัและงู ให้ดี ต้องมีรัว้

    ล้อมแปลงท่ีปลอ่ยไก่ สว่นมาตรฐานไขไ่ก่ก็ต้องไปพิจารณาในงานปศสุตัว์อินทรีย์

    หลักการที่ 2: สร้างความอุดมสมบูรณ์ให้ดินเป็น “ดินที่มีชีวิต” เกษตรกรอินทรีย์ในพืน้ท่ี

    ต าบลแม่ทา อ าเภอแม่ออน จงัหวดัเชียงใหม่ เลีย้งววัขนุ เพ่ือเอามูลววัมาท าปุ๋ ยหมกั ปลกูผกัได้ตลอดปี

    มูลวัวนมท่ีมีมากมายก็น ามาท าแก๊สชีวภาพแทนแก๊สหุงต้มประหยัดรายจ่ายได้มาก ทัง้รายจ่ายของ

    ครัวเรือนและชมุชนเกษตรกรอินทรีย์ ในพืน้ท่ีอ าเภอเขาคิชกฌู จงัหวดัจนัทบรีุ ยึดหลกัการท าให้ดินมีชีวิต

    ผลิตปุ๋ ยชีวภาพจากมลูววั มลูไก่ ด้วยหวัเชือ้ EM ท่ีผลิตโดยผู้ เช่ียวชาญจากประเทศญ่ีปุ่ น ออกมาจ าหน่าย

    ให้เกษตรกรในเครือข่าย ใช้ปลูกพืชผกั ใส่สวนผลไม้ ผลิตในชุมชน ขายในชุมชน รายได้หมุนเวียนใน

    ชมุชน

    เม่ือดินมีชีวิต ดชันีชีว้ดัท่ีชดัเจน คือ “มีไส้เดือนและจุลินทรีย์ท่ีมีประโยชน์”เกิดขึน้จ านวนมากใน

    ดนิ ดนิจะมีความสมบรูณ์ พืชเจริญเติบโตดี แข็งแรง ซึ่งตา่งจากดินท่ีเจอแตปุ่๋ ยเคมี ดินจะมีความเป็นกรด

    สงู แปลงเกษตรอินทรีย์ ท่ีอยู่ในระยะปรับเปล่ียนปีแรกๆ ควรน าดินไปตรวจวิเคราะห์ ให้รู้สขุภาพของดิน

    เพ่ือหาวิธีการปรับปรุงดินให้ถูกวิธี การใช้โดโลไมท์ ยิปซั่ม เพ่ือปรับความเป็นกรด ด่างของดิน อาจมี

    ความจ าเป็น ซึ่งต้องได้รับการเห็นชอบจากองค์กรท่ีส่งเสริมมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ PGS ก่อน และห้าม

    เผาตอซงัหรืออินทรีย์วตัถทุกุชนิดในแปลง

    หลักการที่ 3: การปลูกพืชหลากหลายชนิดไม่ปลูกพืชเชิงเดี่ยวเป็นแปลงขนาดใหญ่ การ

    ปลกูพืชท่ีหลากหลายชนิด ทัง้พืชเศรษฐกิจ พืชขบัไล่แมลง พืชใช้ท าปุ๋ ยพืชสด พืชใช้สอย พืชสมนุไพร ใน

    แปลงเดียวกันนอกจากช่วยลดความเส่ียงหรือกระจายความเส่ียงจากการเกิดโรคศตัรูพืชแล้ว ยงัช่วยลด

    ความเส่ียงด้านราคาผลผลิตท่ีจะตกต ่าในบางพืชด้วย ทัง้นีเ้กษตรกรและบริษัทฯ ต้องร่วมกนัวางแผนการ

    ผลิตในรอบปีหรือรอบฤดกูารผลิต โดยค านึงถึงความต้องการของตลาด ควบคูก่บัความถนดั ความพร้อม

    ของเกษตรกร และสภาพดินฟ้าอากาศในแต่ละช่วงด้วย เช่น กรณีท่ีเกษตรกรไม่มีทุนในการก่อสร้าง

    โรงเรือน เพ่ือปลูกผักบางชนิดในระบบปิด จะไม่สามารถปลูกพืชผักในช่วงฤดูฝนได้ องค์กรส่งเสริม

    การตลาด เชน่ องค์การตลาดเพ่ือเกษตรกร (อ.ต.ก.) จงึต้องกระจายพืน้ท่ีส่งเสริมการปลกูผกัและเช่ือมโยง

    การกลุ่มผู้ผลิต ไปยงัพืน้ท่ีอ่ืนๆ เพ่ือให้มีผกัป้อนเข้าตลาดตลอดทัง้ปี กรณีเกษตรกรมีท่ีดินแปลงใหญ่นบั

    SCE -

    PGS

  • เอกสารประกอบการฝกึอบรมมาตรฐานเกษตรอนิทรีย์แบบมีส่วนรว่ม ส าหรับวิทยากรกระบวนการ PGS 4-6 สิงหาคม 2560 Page 10

    ร้อยไร่ หรือหลายร้อยไร่ อย่างเกษตรกรชาวสวนผลไม้ ในภาคตะวันออก ควรมีการแบ่งแปลงออกเป็น

    แปลงยอ่ยๆ ขนาดแปลงไมค่วรเกิน 30-50 ไร่ โดยการปลกูพืชยืนต้นตระกลูถัว่ เป็นแถวๆ แทรกลงระหว่าง

    พืชเศรษฐกิจแปลงใหญ่ๆ เพ่ือแบง่แยกแปลง เช่น ปลกูต้นแคฝร่ัง ทองหลาง เป็นต้น ซึ่งเป็นพืชท่ีใช้ปลูก

    แล้วตดัก่ิง ก้าน ใบคลมุดนิใต้โคนต้นไม้ผล ย่อยสลายให้ธาตไุนโตรเจนอย่างดี ส่วนแปลงท่ีมีความลาดชนั

    สงู ก็ควรปลกูพืชท่ีมีอายยืุนยาว เป็นแถวตามแนวระดบั ( Alley Cropping ) เช่น ต้นแคฝร่ัง กระถิน ถัว่

    มะแฮะ ตะไคร้ ขิง ขา่ หญ้าแฝก สบัปะรด เป็นต้น

    หลักการที่ 4: ใช้ปัจจัยการผลิตที่หมุนเวียนในแปลง ลดการพึ่งพาจากภายนอก หลกัการ

    วนเกษตร เกษตรป่าไม้ หรือป่าธรรมชาติ จะเห็นได้ว่ามีการน าเข้าปัจจยัการผลิตจากภายนอกเข้ามาใน

    ระบบแปลงน้อยท่ีสดุ สง่ผลให้ต้นทนุการผลิตต ่า มีรายได้สงูขึน้ รายเหลือมากขึน้ ตามหลกัสมัมาชีพข้อท่ี

    4 คือ รายรับมากกว่ารายจ่าย เกษตรกรในเครือข่ายบริษัท SCE ฯ จึงต้องคิดค้นและพฒันาการเลีย้งปศุ

    สตัว์ เพ่ือน ามลูสตัว์มาท าปุ๋ ยหมกั มาท าแก๊สชีวภาพใช้แทนแก๊สหงุต้ม อย่างท่ีเกษตรกรต าบลแม่ทา ท า

    อยู่ หรือการปลูกพืชยืนต้นตระกูลถั่ว เพ่ือตดัแต่งก่ิง ก้าน ใบมาคลุมดิน ย่อยสลายเป็นปุ๋ ยพืชสด เสริม

    ด้วยน า้หมกัชีวภาพท่ีน าใบพืชยืนต้นตระกลูถัว่มาหมกั เชน่ ใบกระถิน ใบแคฝร่ัง เป็นต้น เกษตรกรท่ีปลกู

    ผกัในจังหวัดนครปฐม มีการเลีย้งหมูหลุม เพ่ือน ามูลมาท าปุ๋ ยหมัก และเสริมรายได้จากการขายหมูขุน

    ชาวนาในต าบลโพนทอง อ าเภอเมือง จงัหวดัชยัภูมิ ใช้ฟางข้าวจากแปลงนา มาเป็นอาหารววัในหน้าแล้ง

    ใช้เป็นวสัดคุลมุหน้าดนิในการปลกูผกั ศนูย์กสิกรรมธรรมชาตวิดัป่ายาง นครศรีธรรมราช ใช้เศษอาหารใน

    วดัท่ีมีจ านวนมาก หมกัเป็นน า้หมกัชีวภาพ ใช้ฉีดพน่ใสปุ่๋ ยปัน้เม็ดในกระบวนการปัน้เม็ด เสริมธาตอุาหาร

    ในปุ๋ ยตรา “ดอกล าดวน” ผลผลิตของวิสาหกิจชมุชนวดัป่ายาง การตดัหญ้าในสวนผลไม้ปีละ 7-8 ครัง้

    แล้วใช้น า้หมกัชีวภาพราด เพ่ือช่วยการย่อยสลาย ให้หญ้ากลายเป็นปุ๋ ยได้เร็วขึน้ ลดการใช้ปุ๋ ยหมกัได้อีก

    ทางหนึง่หรือท่ีสวนนายสธีุ ปรีชาวฒุิ ท่ีต าบลวงัสรรพรส อ าเภอขลงุ จงัหวดัจนัทบรีุ มีการปลกูผกัเหมียง

    ผกักดู สบัปะรด ในร่องสวนยางพารา ให้น า้ด้วยระบบสปริง้เกลอร์ นอกจากพืชผกัพืน้บ้านทัง้ 3 ได้รับน า้

    แล้ว ยางพาราพลอยได้รับน า้ ยืดอายุการกรีด และได้ปริมาณน า้ยางมากขึน้กว่าสวนยางพาราทัว่ไป ยึด

    หลกั “ยิงกระสนุ(น า้)นดั(หวั)เดียว ได้นก(พืช) 4 ตวั” ( ผกัเหมียง ผกักดู สบัปะรด ยางพารา )

    หลักการที่ 5 :วางระบบป้องกันจากมลพิษรอบแปลงอย่างเต็มก าลัง แปลงเกษตรอินทรีย์

    ส่วนใหญ่ อยู่ท่ามกลางแปลงเกษตรเคมี และเป็นเหตุผลหนึ่งท่ีเกษตรกรทั่วไป เช่ือกันว่า เราท าเกษตร

    อินทรีย์แปลงเดียว ไมใ่ช้สารเคมี อยูท่า่มกลางแปลงเกษตรเคมี แมลงศตัรูพืช จะหนีมาอยู่สวนเรา ท าลาย

    SCE -

    PGS

  • เอกสารประกอบการฝกึอบรมมาตรฐานเกษตรอนิทรีย์แบบมีส่วนรว่ม ส าหรับวิทยากรกระบวนการ PGS 4-6 สิงหาคม 2560 Page 11

    พืชพรรณของเราจนหมด เทคนิคเกษตรอินทรีย์เอาไม่อยู่ ซึ่งเหตผุลนี ้ จริงหรือไม่? อยู่ท่ีความเช่ือ ความ

    ศรัทธา และวิถีปฏิบตัิเกษตรอินทรีย์ของเกษตรกร จากประสบการณ์ของชาวเกษตรอินทรีย์ท่ีอ าเภอเขา

    สมิง จงัหวดัตราด เม่ือระบบนิเวศวิทยาในแปลงเกษตรอินทรีย์สมบรูณ์ มีการใช้ชีววิธี ในการป้องกนัก าจดั

    ศตัรูพืช ท่ีครบถ้วนสมบูรณ์ และเป็นแปลงอยู่ท่ามกลางเกษตรเคมี ก็ไม่พบความเสียหายอย่างท่ีพูดกัน

    อย่างไรก็ตาม มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ – SCE ก าหนดให้เกษตรกร ป้องกันความเส่ียงจากการปนเปือ้น

    สารพิษจากแปลงข้างเคียงโดยการท า “แนวกนัชน” ทัง้ในรูปแบบ “การขดุครู่อง” “การปลกูพืชเป็นแถบแน่น

    ทึบ รอบแปลงเกษตรอินทรีย์ กว้างประมาณ 3-4 เมตร” และ “การจัดการแหล่งน า้ภายในแปลงของ

    เกษตรกรเอง”

    การขุดคูร่อง ต้องท าในกรณีท่ีแปลงเกษตรอินทรีย์ พืน้ท่ีอยู่ต ่ากว่าแปลงเกษตรเคมีข้างเคียง

    ขดุร่องดกัน า้ท่ีไหลมาจากแปลงเกษตรเคมี ไม่ให้ผ่านพืน้ท่ีแปลงเกษตรอินทรีย์ ร่องควรลึกประมาณ 0.3

    เมตร กว้างประมาณ 0.5 เมตร และควรมีการดแูลรักษาไม่ให้ร่องตืน้เขินทกุปี เพ่ือเปล่ียนทิศทางน า้ไม่ให้

    ไหลผา่นแปลงเกษตรอินทรีย์ กรณีนาข้าว การท าคนันาต้องกว้างและสงูพอไม่ให้น า้จากแปลงนาข้างเคียง

    ไหลซึมผ่านเข้ามาในแปลงนาอินทรีย์ได้ และต้องหมัน่ตรวจคนันาไม่ให้ร่ัวจากฝีมือของ “หนู” และ “ป”ู

    เช่นเดียวกัน หากบ้านพัก ท่ีอยู่อาศยัอยู่ในแปลง กรณีลานซักล้างกับแปลงก็ควรขุดคูร่อง ลงบ่อบ าบัด

    ป้องกนัไมใ่ห้น า้ผงซกัฟอกไหลลงแปลงเกษตรอินทรีย์รอบบ้าน

    แนวกันชน แปลงปลกูผกัอินทรีย์ท่ีต าบลโพนทอง อ าเภอเมือง จงัหวดัชยัภูมิ ท่ีอยู่ในชมุชนลงทุน

    สร้างก าแพงปนูซิเมนต์ ป้องกันมลพิษจากบ้านเรือน ปนเปือ้นสู่แปลงผกั แต่โดยหลกัปฏิบตัิทัว่ไป ไม่ต้อง

    ลงทนุขนาดนัน้ เกษตรกรสามารถใช้พืชนานาชนิด ยกเว้น พืชท่ีขอรับรองเป็น “ผลผลิตอินทรีย์” ปลูกเป็น

    แถบหลายชัน้ความสูง ให้แน่นทึบ เพ่ือกรองและป้องกันละอองสารเคมีพัดผ่านเข้ามาในแปลงเกษตร

    อินทรีย์ เกษตรกรบางท่านใช้ต้นอโศกอินเดีย ต้นสน ต้นไม้ กระถินเทพา กระถินณรงค์ กล้วย ไม้ป่า

    หลากชนิด เป็นต้น ขึน้อยู่กับขนาดของพืน้ท่ีแปลง หากมีพืน้ท่ีมาก ก็เ ว้นพืชธรรมชาติไว้ สร้างเป็นป่า

    ครอบครัวรอบแปลง ปลกูพืชสมนุไพร ผกัหวานป่า ( โด๊ะเด๊ะ) แทรกลงไป ข้อพึงระวงัส าหรับเกษตรกรท่ีมี

    พืน้ท่ีน้อย เพ่ือไมใ่ห้แนวกนัชนกินพืน้ท่ีการเกษตรมากเกินไป ก็ควรเลือกปลกูพืชหลายระดบั ท่ีมีประโยชน์

    ขายได้ และใช้ประโยชน์ได้ เชน่ กล้วย ไผ่ ตะไคร้ ขิง ข่า ไพล มะขาม ต้นข่อย หรือพืชท่ีนิยมปลกูเป็นรัว้

    ท่ีต้องตดัแตง่ประจ าไมใ่ห้สงูใหญ่ ทัง้นีผ้ลผลิตจากพืชในแนวกนัชนต้องขายในตลาดทัว่ไป ไม่สามารถขอ

    รับรองเป็นผลผลิตเกษตรอินทรีย์ ขายในระบบตลาดเกษตรอินทรีย์ได้

    SCE -

    PGS

  • เอกสารประกอบการฝกึอบรมมาตรฐานเกษตรอนิทรีย์แบบมีส่วนรว่ม ส าหรับวิทยากรกระบวนการ PGS 4-6 สิงหาคม 2560 Page 12

    แหล่งน า้ในแปลง การลงทุนสร้างแหล่งน า้ใหม่ในแปลงของตนเอง เป็นเร่ืองยากส าหรับ

    เกษตรกรรายย่อย หากยงัไม่มีแหล่งน า้ในแปลงมาก่อน อาจท าเกษตรอินทรีย์ตามมาตรฐานของบริษัทฯ

    ไม่ได้เลย เพราะน า้เป็นเง่ือนไขส าคญัมากส าหรับการท าเกษตรทุกประเภท กรณีใช้แหล่งน า้ต้นทุนจาก

    แหล่งน า้ธรรมชาติ ห้วย หนอง คลองบึง หรือแหล่งน า้ชลประทาน และเป็นแหล่งน า้ท่ีไหลผ่านท่ีตัง้ของ

    ชมุชนท่ีอยูอ่าศยั โรงงานอตุสาหกรรม หรือพืน้ท่ีแปลงเกษตรเคมีผืนใหญ่ด้วยแล้ว ยากท่ีจะผ่านมาตรฐาน

    เกษตรอินทรีย์ทัว่ไป ได้ ข้อจ ากดัด้านแหล่งน า้ ท่ีน ามาใช้ในแปลงเกษตรอินทรีย์ จึงเป็นความยากอนัดบั 1

    ของการส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ ดงันัน้ แปลงเกษตรอินทรีย์ ตามมาตรฐานของบริษัทฯ SCE ต้องใช้น า้

    จากแหล่งน า้ในแปลงเกษตรเท่านัน้ ยกเว้น จะมีกรณีพิเศษท่ีจะพิจารณาเป็นรายๆไป เช่น การมีระบบ

    การปลูกพืชดดูซบัน า้ เช่น ต้นกก ต้นธูปฤษี ผกัตบชวา ผกักระเฉด และพืชน า้อ่ืนๆนอกแปลง ให้น า้จาก

    ภายนอกไหลผา่นบอ่หรือคบู าบดัน า้ท่ีปลกูพืชดงักล่าวข้างต้น มีท่อน า้ท่ีปล่อยน า้เข้าแปลงท่ีผ่านกระสอบ

    หินทรายถ่าน เพ่ือการกรองน า้อีกชัน้หนึง่ หรือใช้สารชีวภาพ น า้หมกัจากต้นกล้วย ใส่ลงในบอ่บ าบดัน า้

    ( กรณีแปลงนาอินทรีย์ อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี) ให้มีระบบการบ าบดัน า้ด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งก่อนน ามาใช้ใน

    แปลงเกษตรอินทรีย์

    หลักการที่ 6 : การท าแผนการผลิต แผนธุรกิจรายแปลง ตลอดปี เม่ือการท าเกษตรอินทรีย์

    ต้องมีผลผลิตท่ีเหลือจากการบริโภคสว่นใหญ่ ป้อนเข้าสูต่ลาด จึงจ าเป็นอย่างยิ่งท่ีต้องท าแผนการผลิต ใน

    ส่วนของเกษตรกร ส่วนองค์กรตลาดก็ต้องท าแผนการตลาด เพ่ือมาจบัคู่กัน ให้เกิดความสมดลุระหว่าง

    การผลิตและการตลาด ฝ่ายตลาดต้องหาตลาดล่วงหน้าให้ชดัเจนก่อน เพ่ือน าฐานข้อมูลความต้องการ

    ของตลาด มาวางแผนการผลิตให้เกษตรกรในเครือข่าย โดยมีการก าหนดชนิดพืชท่ีตลาดต้องการ เป็นตวั

    ตัง้หรือ “ตลาดน า” แล้วมาร่วมวางแผนกบัเกษตรกร ว่าจะปลูกพืชอะไร? เม่ือไร? ปริมาณเท่าไร? ใช้พนัธุ์

    จากไหน? ใช้ปัจจยัการผลิตอะไร? ต้นทนุเท่าไร? และราคาท่ีตลาดฯจะรับซือ้ตามเกรดมาตรฐาน ท่ีตกลง

    กนั กก.ละเท่าไร? เกษตรกรท่ีเข้าร่วมมีก่ีราย? พืน้ท่ีปลกูเท่าไร? ใครรับโควต้าปลกูอะไร? เป็นต้น การท า

    แผนการผลิตและแผนธุรกิจรายแปลง จงึเป็นเง่ือนไขส าคญัท่ีเกษตรกรต้องปฏิบตัิ

    หลักการที่ 7: การท าบัญชีฟาร์ม จากหลกัการการค้าท่ีเป็นธรรม ( Fair Trade ) ทกุฝ่ายในห่วง

    โซ่เศรษฐกิจ ต้องเปิดเผยข้อมูลต้นทุนการผลิต ค่าใช้จ่ายของแต่ละภาคส่วนธุรกิจ ทุกช่วงข้อต่อ ตัง้แต่

    เกษตรกร ผู้จดัการโรงบรรจ ุการขนสง่ การกระจายสินค้า คา่การตลาด การประกนัสินค้า การขายส่ง การ

    ขายปลีก และอัตราการสูญเสียในแต่ละช่วง การบนัทึกข้อมูลรายรับ รายจ่าย การท าบญั ชีฟาร์มของ

    SCE -

    PGS

  • เอกสารประกอบการฝกึอบรมมาตรฐานเกษตรอนิทรีย์แบบมีส่วนรว่ม ส าหรับวิทยากรกระบวนการ PGS 4-6 สิงหาคม 2560 Page 13

    เกษตรกร จึงเป็นเคร่ืองมือส าคญัในองค์ประกอบของระบบการค้าท่ีเป็นธรรม การท าบญัชีของเกษตรกร

    นอกจากท าให้เกษตรกรรู้จกัตนเอง รู้ต้นทนุการผลิต แล้ว ยงัใช้ประกอบการก าหนดราคาซือ้ -ขายผลผลิต

    ระหว่างฝ่ายตลาดกับเกษตรกร และน าไปสู่การก าหนดราคาขายสินค้าให้กับผู้ บริโภคปลายทางสุดท้าย

    ด้วย ทัง้นี ้สถานการณ์ปริมาณผลผลิตในตลาด จะน ามาประกอบการพิจารณาก าหนดราคาซือ้-ขาย ด้วย

    ในขัน้ตอนการก าหนดราคาซือ้ขายผลผลิต ใช้บัญชีต้นทุนการผลิต ของเกษตรกร มาพิ จารณา

    ร่วมกบัต้นทนุขายของฝ่ายตลาด จากนัน้พิจารณาสภาวการณ์ของปริมาณผลผลิตในตลาดเกษตรอินทรีย์

    พิจารณาการแขง่ขนั โอกาสการสง่ออกสูต่ลาดตา่งประเทศ จงึจะก าหนดราคาขาย (ขายส่งและขายปลีก )

    ร่วมกันได้ ความแม่นตรงของข้อมูลบญัชีฟาร์ม จึงมีความส าคญัมาก เพราะหลักคิดของตลาดเกษตร

    อินทรีย์ คือ การก าหนดราคาบนฐานของ “เกษตรกรคือหุ้นส่วนทางธุรกิจ” ไม่ใช่ “การต่อรองให้ได้

    สินค้าราคาถูกท่ีสุด เพ่ือไปขายสร้างก าไรให้มากท่ีสุด” หรือเข้าไปอยู่ในสภาวะ “สงครามราคา” อย่างท่ี

    ตลาดทัว่ไปกระท ากนัอยู ่

    หลักการที่ 8: ร่วมกระบวนการเรียนรู้การพัฒนาเกษตรอินทรีย์อย่างต่อเน่ือง เกษตร

    อินทรีย์ไม่ใช่การปล่อยแปลงเกษตรให้ธรรมชาติดแูลทัง้หมดโดยไม่จดัการใดๆเลย ด้วยเห็นว่า การไม่ใส่

    ปัจจยัการผลิตใดๆเข้าไปในแปลง ให้เป็นธรรมชาตมิากท่ีสดุ น า้ก็ใช้น า้ฝน ปุ๋ ยใดๆก็ไม่ใส่ สารเคมีก็ไม่ฉีด

    วชัพืชก็ไม่ตดั นัน้ น่าจะเป็น “อินทรีย์” มากท่ีสุด การท าแบบนีน้่าจะเรียกว่า “เกษตรแบบทิง้ร้าง” คือ ไม่

    กระท าใดๆเลยในแปลงเกษตร ผลท่ีเกิดขึน้ ก็จะเห็นได้จากแปลงเกษตรท่ีทิง้ให้รกร้าง สวนร้าง ทัง้หลาย ซึ่ง

    ให้ผลผลิตน้อยมาก จนกลายเป็นสภาพป่ารกชฏั เกษตรกรทัว่ไปท าเกษตรแบบทิง้ร้าง ไม่ได้ เพราะจะไม่มี

    ผลผลิตออกมาให้เพียงพอกับการบริโภคหรือจ าหน่าย ยกเว้นจะท าสวนป่า คือปลูกไม้ป่าธรรมชาติ ซึ่ง

    ต้องดูแลบ ารุงรักษาเช่นกัน แนวคิดการท าเกษตรอีกแนวหนึ่งท่ีได้รับการพัฒนาในประเทศออสเตรเลีย

    เรียกวา่ เพอร์มาคลัเชอร์ ( Permaculture ) ซึง่ “รวิมาศ ปรมศริิ” นกัแปลอิสระท่ีเคยแปลหนงัสือเพอร์มาคลั

    เชอร์มาแล้ว กล่าวว่า "เพอร์มาคลัเชอร์ไม่ใช่แค่เร่ืองการเกษตรแต่เป็นเร่ืองที่กว้างและครอบคลมุถึงการใช้

    ชีวิต การตัง้ถ่ินฐานของมนษุย์ กระทบใจมากตรงที่วิพากษ์เร่ืองที่เราผลิตอาหารจากที่หน่ึงที่ใดและส่งไป

    หล่อเลี้ยงคนที่อาศยัอยู่อีกที่หน่ึง ซ่ึงห่างกนัเป็นระยะทางไกลๆ เขามองว่าการด ารงชีวิตแบบนี้ไม่ยัง่ยืน

    และส้ินเปลืองพลงังานถา้หากเราน าแนวคิดเพอร์มาคลัเชอร์มาปรับใช้ โลกก็จะอยู่อย่างยัง่ยืนและเราก็จะมี

    ประสิทธิภาพในการผลิตมากย่ิงข้ึน"

    SCE -

    PGS

  • เอกสารประกอบการฝกึอบรมมาตรฐานเกษตรอนิทรีย์แบบมีส่วนรว่ม ส าหรับวิทยากรกระบวนการ PGS 4-6 สิงหาคม 2560 Page 14

    ฝ่ายการตลาดและเกษตรกร จะร่วมกนัจดักระบวนเรียนรู้เพ่ือพฒันาศกัยภาพของเกษตรกรและความ

    ตระหนกั การต่ืนรู้ของผู้บริโภค ให้เข้าใจ เข้าถึง ความจ าเป็นท่ีต้องท าเกษตรอินทรีย์ ซึ่งไม่เพียงเพ่ือตอบ

    โจทย์ทางเศรษฐกิจ หรือการตลาด เท่านัน้ แตเ่รามุ่งมัน่จะพฒันาเกษตรอินทรีย์ – SCE เช่ือมโยงไปสู่ฐาน

    สังคมสัมมาชีพ ความมั่นคงด้านท่ีดินท ากิน กระบวนการจัดการเรียนรู้รูปแบบ เทคนิคการท าเกษตร

    อินทรีย์ และการศกึษาดงูานแลกเปล่ียนเรียนรู้กนัและกันของเกษตรกรในเครือข่ายของเกษตรอินทรีย์ จึง

    เป็นอีกโอกาสหนึง่ท่ีเกษตรกรจะได้เข้าถึงจิตวิญญาณของการเป็นเกษตรกร ซึ่งเป็นแขนงวิชาชีพท่ีประกอบ

    ไปด้วยศาสตร์และศลิป์ โน้มน าไปสูก่ารเข้าใจปรัชญาชีวิตและธรรมชาต ิ

    หลักการที่ 9: การเช่ือมโยงกับเครือข่ายผู้บริโภคท่ีเข้าใจวิถีเกษตรอินทรีย์ การท าการตลาด

    ผลผลิตจากแปลงเกษตรอินทรีย์ ท่ีผ่านมา ผู้ประกอบการสินค้าเกษตรอินทรีย์ จะพบกับค าถามยอดฮิต

    ท่ีว่า “ ท าไมสินค้าเกษตรอินทรีย์ ราคาแพงกว่าสินค้าเกษตรเคมี ?” ผู้ ซือ้จ านวนหนึ่ง ก็พยายามต่อรอง

    ราคาสินค้าเกษตรอินทรีย์อยู่เสมอ และเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสงัคมไทยว่า “สินค้าเกษตรอินทรีย์

    เพื่อคนร ่ ารวย คนรายได้สูง เท่านัน้ คนจนไม่มีสิทธ์ิรับประทานสินค้าเกษตรอินทรีย์ ( เพราะราคาแพง

    เว่อร์ )”ทางฝ่ายการตลาดเกษตรอินทรีย์ ได้รับค าถามเหล่านีม้าโดยตลอด และเห็นว่ากระแสวิจารณ์

    ดงักล่าวจะเป็น “คอขวด” หรืออปุสรรคส าคญัในการวางรากฐานเกษตรอินทรีย์หรือการประกอบสมัมาชีพ

    ให้เตม็แผน่ดนิ

    การจดักิจกรรมโดยฝ่ายตลาด ให้ผู้บริโภคลงเย่ียมฟาร์มเกษตรอินทรีย์ อย่างสม ่าเสมอ โดยเฉพาะ

    แปลงเกษตรอินทรีย์ในเครือข่ายพืน้ท่ี จะเป็นกิจกรรมส าคัญของบริษัทฯ เพ่ือต้องการสร้างเครือข่าย

    ผู้บริโภคท่ีเข้าใจวิถีเกษตรอินทรีย์ให้เข้มแข็งและขยายตวัมากขึน้ เพ่ือเปล่ียนทัศนคติ และค่านิยม ของ

    ผู้บริโภค ท่ีชอบตอ่รองราคา และต้องการยืนยนัว่า สินค้าเกษตรอินทรีย์ ทกุคน ทกุชัน้ชน สามารถเข้าถึงได้

    ซือ้มาบริโภคได้ ( ออร์แกนนิคเพ่ือทกุคน – Organics for All ) รูปแบบกิจกรรมในลกัษณะ “เย่ียมฟาร์ม

    เพ่ือชิม-ช็อพ ” หรือ “ โฮมสเตย์” ก็จะเกิดขึน้ในบางพืน้ท่ีท่ีมีความพร้อมด้านสถานท่ี เช่น ในกลุ่ม เกษตร

    อินทรีย์จงัหวดัจนัทบรีุ ตราด กลุ่มเกษตรท่องเท่ียวและการเรียนรู้ ต.วงัอ่าง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช

    เป็นต้น

    เม่ือขบวนผู้บริโภคเข้มแข็ง แข็งแรง ขยายเชิงปริมาณผู้คนมากขึน้ หมายถึง ตลาดผลผลิตเกษตร

    อินทรีย์ ก็จะชดัเจน มัน่คง มากขึน้เช่นกัน โดยเฉพาะผู้บริโภคในท้องถ่ิน อย่างท่ีกิจกรรมการตลาดของ

    ขบวนเกษตรอินทรีย์จงัหวดัจนัทบรีุ ร่วมมือกบัโรงพยาบาลพระปกเกล้า และภาคเอกชน จดัพืน้ท่ีจ าหน่าย

    SCE -

    PGS

  • เอกสารประกอบการฝกึอบรมมาตรฐานเกษตรอนิทรีย์แบบมีส่วนรว่ม ส าหรับวิทยากรกระบวนการ PGS 4-6 สิงหาคม 2560 Page 15

    สินค้าเกษตรอินทรีย์ทกุวนัจนัทร์ พธุ ศกุร์ สร้างความแตกตา่งกบัสินเค้าเกษตรทัว่ๆไป สร้างขบวนผู้บริโภค

    แบบ”แฟนพนัธุ์แท้”ขึน้มา โดยใช้โรงพยาบาล เป็นพืน้ท่ีทางการตลาด และการเกิดตลาดเพ่ือสขุภาพเล็กๆ

    ซึง่ปัจจบุนั ( สิงหาคม 2560 ) รัฐบาลออกนโยบายให้โรงพยาบาลทัว่ประเทศ จดัซือ้ผลผลิตของกลุ่มเกษตร

    อินทรีย์ ก่อนเป็นอนัดบัแรก จะเป็นจดุเปล่ียนส าคญัของการตลาดเกษตรอินทรีย์ ถ้าทกุฝ่ายจะท ากนัจริงๆ

    การบุกเบิก ให้โรงพยาบาลรับซือ้สินค้าเกษตรอินทรีย์และให้พืน้ท่ีส านักงานสาธารณสุขเป็นพืน้ท่ี

    การตลาดผลผลิตเกษตรอินทรีย์ เป็นประเด็นท่ีน่าพิจารณาอย่างยิ่งของภาคีการพฒันาท่ีเก่ียวข้องกับการ

    สง่เสริมการตลาดผลผลิตเกษตรอินทรีย์ เพราะเป็นพืน้ท่ี “แห่งสุขภาพ” กระจายทกุต าบลในประเทศไทย

    นอกเหนือจากพืน้ท่ีการตลาด อย่าง ตลาด อ.ต.ก. หรือตลาดสดทั่วไปแล้ว การสร้างตลาดในชุมชน

    ท้องถ่ิน จะเป็นการลดค่าบริหารจัดการด้านการขนส่ง ลดความเส่ียงด้านการเดินทาง และส่งเสริม

    การตลาดแบบฐานราก ทัง้นี ้ต้องวิเคราะห์และค านึงถึงหลกัการ อุปสงค์ อุปทาน ขนาดตลาดในท้องถ่ิน

    นัน้ๆด้วย

    หลักการ 9 ข้อ จึงเป็นเง่ือนไขท่ีเกษตรกรและฝ่ายการตลาด ต้องน าไปปฏิบัติ เร่ิมตัง้แต่ระยะ

    ปรับเปล่ียน แม้วา่ผลผลิตยงัไมส่ามารถรับรองเป็นผลผลิตเกษตรอินทรีย์ได้ แตฝ่่ายตลาดของกลุ่มเกษตร

    อินทรีย์ สามารถ เร่ิมปฏิบตัิการ กระบวนการทัง้ 9 ข้อ โดยใช้ย่ีห้อ “ SCE – PGS ระยะปรับเปล่ียน ” ใน

    การสง่เสริมการตลาดได้

    SCE -

    PGS

  • เอกสารประกอบการฝกึอบรมมาตรฐานเกษตรอนิทรีย์แบบมีส่วนรว่ม ส าหรับวิทยากรกระบวนการ PGS 4-6 สิงหาคม 2560 Page 16

    บทท่ี 5:ระบบนิเวศน์ในแปลง เกษตรอินทรีย์

    แม้ว่าการปลกูเชิงเด่ียว ไม่ได้เป็นข้อห้ามในมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ – SCE แตบ่ริษัทฯแนะน าให้

    ทุกแปลงท่ีเข้าร่วมท าข้อตกลงกับองค์กรการตลาด เร่ิมสร้างความหลากหลายของพรรณพืช และเพิ่ม

    กิจกรรมในแปลงให้ครบวงจรในระบบนิเวศวิทยาระดบัแปลง เช่น การปลูกพืชแนวกันชนให้หลากหลาย

    ชนิด หลายระดบัความสูง เพิ่มความหนาทึบด้วยกล้วย ชนิดท่ีไม่ขอรับรองเป็นผลผลิตอินทรีย์ การปลูก

    พืชยืนต้นตระกูลถั่วแทรกลงในแปลงเป็นจุดๆ ระยะห่างกัน ตามความเหมาะสม ในต าแหน่งท่ีไม่กีดขวาง

    การท างานของเคร่ืองจกัร การปลูกพืชตระกูลถั่วคลุมดินในช่วงฤดแูล้ง เช่น ปอเทือง ถั่วพร้า ถัว่ด า โสน

    แอฟริกา ไมป่ลอ่ยให้หน้าดนิวา่งเปลา่ โดยในเฉพาะแปลงนาข้าว สวนผกัอินทรีย์ ส าหรับแปลงไม้ผลใหม ่

    ควรปลูกต้นเหรียง สะตอ แคฝร่ัง ทองหลาง ซึ่งเป็นพืชตระกูลถั่วยืนต้นท่ีตรึงไนโตรเจน ปลูกเป็นพืช

    ระดบับน แทรกเป็นจดุๆในสวนระยะหา่งประมาณ 20 – 25 เมตร ตอ่ต้น

    บนคันนา หลังจากได้ปรับขนาดให้ใหญ่และสูงขึน้แล้ว บนคนันาควรปลูก ต้นสะเดาไทย เม่ือ

    สะเดาโตขึน้ให้ปลูกเครือบอระเพ็ด ซึ่งเป็นไม้เลือ้ยให้ขึน้ต้นสะเดา และเพิ่มพืชบนคนันาด้วยตะไคร้หอม

    ขา่ ไพล สบัปะรด เพ่ือประโยชน์ ในการใช้ป้องกนัก าจดัศตัรูพืช ไลแ่มลง หรือพืชอ่ืนๆท่ีสามารถใช้เป็นแนว

    กนัชนกบัแปลงนาเคมีข้างเคียง

    แนวกันชนในแปลงผลไม้และสวนผัก ควรปลูกพืชยืนต้นตระกูลถัว่ท่ีตรึงไนโตรเจน ได้ เช่น

    เหรียง สะตอ แคฝร่ัง กระถินยกัษ์ เป็นพืชหลายระดบัชัน้ความสูง ปลูกไม้ไผ่ ( ระวงัไผ่บางสายพนัธุ์ กอ

    ขยายข้างเร็ว ) เป็นไม้ใช้สอย ไม้ค า้ยนั ไม้ค้าง ท่ีจ าเป็นในสวนผกัสวนผลไม้ปลกูกล้วยชนิดท่ีไม่ขอรับรอง

    เป็นผลผลิตเกษตรอินทรีย์ โดยมีความกว้างของแนวกนัชนไมน้่อยกวา่ 5 เมตร

    การเลีย้งปศุสัตว์ในแปลงเกษตรอินทรีย์ ควรท าถ้ามีพืน้ท่ีและแรงงานเพียงพอ โรงเรือนท่ีจะ

    สร้างต้องมีบ่อบ าบดัน า้เสีย ไม่ปล่อยน า้ทิง้จากโรงเลีย้งปศสุตัว์ลงพืน้ท่ีแปลงเกษตรอินทรีย์โดยตรง ส่วน

    การรับรองให้เป็นปศสุตัว์อินทรีย์หรือไม่นัน้ ขึน้อยู่กับการจดัการดแูล ทัง้ด้านวตัถุดิบท่ีใช้ประกอบอาหาร

    การใช้ยาปฏิชีวนะ การใช้สารเคมีในโรงเรือน วิธีการเลีย้งแบบกรงตบั(กรณีไก่ไข่ ไม่อนญุาต) การเลีย้งหมู

    ในกรง ( ไม่อนุญาต ) ซึ่งกรณีมาตรฐานปศุสัตว์อินทรีย์นัน้ ทางบริษัทฯจะพิจารณาเป็นแต่ละกรณีไป

    อยา่งไรก็ตามมลูสตัว์ สามารถน าไปท าปุ๋ ยหมกั ( ไม่อนญุาตให้ใช้ปุ๋ ยคอกสดๆ ใส่บ ารุงพืชผกั ผลไม้ หาก

    จะใช้ต้องผ่านกระบวนการหมกัก่อนเท่านัน้ ) ใช้ผลิตท าแก๊สหงุต้มตามธรรมชาติ ส่งผลให้ลดต้นทุน ลด

    การพึง่พาปัจจยัการผลิตจากภายนอก ได้มาก

    SCE -

    PGS

  • เอกสารประกอบการฝกึอบรมมาตรฐานเกษตรอนิทรีย์แบบมีส่วนรว่ม ส าหรับวิทยากรกระบวนการ PGS 4-6 สิงหาคม 2560 Page 17

    การเลีย้งปลาในนาข้าว โดยเฉพาะการเลีย้งปลากินพืช ในกลุ่มปลานิล ปลาตะเพียน ปลาจีน

    ปลาย่ีสก ฯลฯ เพราะชว่ยในการก าจดัวชัพืชในนาข้าวอย่างได้ผล ส่วนปลากินเนือ้ เช่น ปลาดกุ ปลาหมอ

    ปลากด ปลาช่อน ฯลฯ ปล่อยเสริมได้ในอตัราท่ีไม่หนาแน่น เพ่ือไว้กินหนอน กินแมลง กินลกูป ูซึ่งเป็น

    ศตัรูข้าวท่ีส าคญั เม่ือถึงฤดเูก็บเก่ียวข้าว เกษตรกรต้องลดน า้ จ าเป็นต้องขดุร่องลึกไว้ด้านใดด้านหนึ่งของ

    แปลงนา ให้ปลาอยู่อาศยั และสามารถเลือกจับปลาขนาดใหญ่มาเป็นอาหาร หรือจ าหน่าย ส่วนปลา

    ขนาดเล็กก็ขนุเลีย้งไว้ในครู่อง เพ่ือปลอ่ยให้หากินบนผืนนาในฤดกูารท านาตอ่ไป

    การปลูกพืชหลังนา ส าหรับชาวนา ชาวสวนผัก เกษตรอินทรีย์ท่ีต าบลโพนทอง อ าเภอเมือง

    จงัหวดัชยัภมูิ ต าบลแมท่า อ าเภอแมอ่อน จงัหวดัเชียงใหม่ แล้ว หลงัฤดกูารท านา ท่ีนาเกษตรอินทรีย์ ซึ่ง

    มีแหล่งน า้รองรับในช่วงฤดูแล้ง ( มกราคม – พฤษภาคม ) จะใช้เป็นพืน้ท่ีปลูกถั่วเขียว ถั่วเหลือง ปลูก

    ข้าวโพด ปลูกปอเทือง ถั่วพุ่มหรือถั่วพร้า หรือปลูกผักท่ีเหมาะสมกับฤดูแล้ง ทัง้นี ้ควรมีการวาง

    แผนการผลิตร่วมกบับริษัทฯหรือองค์กรการตลาด ก่อนตดัสินใจปลกูพืชผกัชนิดใด เพ่ือให้มีตลาดรองรับท่ี

    ชดัเจน

    การรับรองแปลงเกษตรอินทรีย์ –SCE นัน้ จะเป็นการรับรองพืน้ท่ีทัง้ผืน ดงันัน้พืชทกุชนิดท่ีปลกูและ

    ขอขึน้ทะเบียนรับรอง จะได้รับมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ – SCE ทัง้หมด ไม่ว่าจะปลูกช่วงไหนของปี แต่

    ส าหรับพืชบางชนิด ทางบริษัทฯก็จะเข้มงวดด้านท่ีมาของแหล่งพนัธุ์ ว่ามีท่ีมาจากแปลงพนัธุ์เกษตรเคมี

    หรือมีพนัธุ์ GMO เข้ามาด้วยหรือไม่ ? ดงันัน้ หากไม่แน่ใจเ�