รายละเอียดของประสบการณ ์ ... เทอม S... ·...

Preview:

Citation preview

รายละเอยดของประสบการณภาคสนาม

ชอสถาบนอดมศกษา มหาวทยาลยรงสต วทยาลย/คณะ/ภาควชา คณะกายภาพบาบด

หมวดท 1 ขอมลทวไป 1. รหสและชอรายวชา PTH 371 คลนกกายภาพบาบด 1 Clinical Skills in Physical Therapy 1 2. จานวนหนวยกต หรอจานวนชวโมง 3 (0-12-6) 3. หลกสตรและประเภทของรายวชา หลกสตรวทยาศาสตรบณฑต สาขากายภาพบาบด 4. อาจารยผรบผดชอบ/อาจารยทปรกษาการฝกประสบการณภาคสนาม 4.1 อาจารยประสานงานวชา อาจารยศรนทร สทธสวรรณสน อาจารยนลท อตสาหฉนท อาจารยจรพมล ดารงเชอ อาจารยทวา โกศล อาจารยสาคร บญลา

อาจารยชอผกา ดารงไทย อาจารย ดร.อรพนท จตตวสทธกล อาจารยอารวรรณ อนทมานนท อาจารย ดร.บศรา ชนสงคราม

อาจารยกฤตยา แสนล อาจารย ดร.ณฏฐกา นาคเพชร อาจารยปฐมพงศ จนธมา

4.2 อาจารยพเศษผควบคมการฝกปฏบตทางคลนก อาจารยพเศษทางคลนก (รายละเอยดตามตารางเรยน) 5. ภาคการศกษา / ชนปทกาหนดใหมการฝกงานทางคลนกตามแผนการศกษาของหลกสตร ภาคการศกษาท S/2558 ชนปท 4 6. วนทจดทาหรอปรบปรงรายละเอยดของรายวชาคลนกกายภาพบาบด 1 วนท 20 พฤษภาคม 2558

หมวดท 2 จดมงหมายและวตถประสงค 1. จดมงหมายของประสบการณภาคสนาม

1. นกศกษาแสดงพฤตกรรมทเปนคณสมบตและภาพพจนของการเปนนกกายภาพบาบดทด และมเจตคต ทดตอวชาชพกายภาพบาบด

2. นกศกษาสามารถปฏบตทกษะทางวชาชพกายภาพบาบด ภายใตการควบคมของอาจารยพเศษผควบคมการฝกปฏบตทางคลนก โดยใชเหตผลทางคลนก (clinical reasoning) และหลกฐานเชงประจกษ (evidence-based) ทเชอมโยงกบศาสตรพนฐานวทยาศาสตรสขภาพ ศาสตรทางวชาชพกายภาพบาบด ในผปวยระบบประสาทกลามเนอกระดก ระบบประสาท และระบบการหายใจ หวใจและการไหลเวยนเลอด ไดอยางถกตอง และเหมาะสมในหวขอตอไปน 2.1 การสบคนขอมลทางคลนก ตอไปน 2.1.1 ขอมลในเวชระเบยน บตรประจาตวผปวยนอก การตรวจทางการแพทย รวมทงเอกสาร และ

แบบฟอรมอนๆ ทเกยวของ 2.1.2 การสมภาษณประวต 2.1.3 การตรวจรางกายและการแปลผลการตรวจรางกาย

2.2 การวเคราะหและสรปปญหา และการใหการวนจฉยทางกายภาพบาบด 2.3 การพยากรณโรค การกาหนดเปาหมาย และการวางแผนการรกษาทางกายภาพบาบดและการจดการอนๆ 2.4 การดาเนนการตามแผน 2.5 การประเมนผล 2.6 การจาหนาย (discharge) และการสงตอผปวย 2.7 การเขยนรายงานผปวย 2.8 การนาเสนอรายละเอยดเกยวกบผปวย

3. นกศกษาสามารถใหคาแนะนาการปฏบตตนดานกายภาพบาบดและดานสขภาพทวไป แกผปวย ญาต และผดแลไดอยางถกตองตามหลกวชาการ และเหมาะสมกบบรบทของผปวย

2. วตถประสงคของการพฒนาหรอปรบปรงประสบการณภาคสนาม เพอใหสอดคลองกบสาระวชาในกรอบหลกสตรมาตรฐาน ของสานกงานคณะกรรมการอดมศกษา และใหนกศกษาสามารถใชความรทเรยนภาคทฤษฎไปประยกตใชในทางคลนกไดอยางถกตองเหมาะสม

หมวดท 3 การพฒนาผลการเรยนร การพฒนาผลการเรยนรในมาตรฐานผลการเรยนรแตละดานทมงหวง มดงตอไปน

1. คณธรรม จรยธรรม 1.1 คณธรรม จรยธรรม ทตองการพฒนา

1) มความร ความเขาใจหลกคณธรรม จรยธรรม และจรรยาบรรณวชาชพ ตลอดจนสทธพนฐานตางๆ ทเกยวของกบการปฏบตงานทางกายภาพบาบด

2) แสดงออกซงพฤตกรรมดานคณธรรม จรยธรรม เชน มวนย มความรบผดชอบ ซอสตยสจรต เสยสละ เคารพในคณคาศกดศรของความเปนมนษย และสามารถจดการกบปญหาคณธรรม จรยธรรม โดยใชดลยพนจทเหมาะสม

3) ปฏบตตามจรรยาบรรณวชาชพ และสามารถจดการกบปญหาจรยธรรมในการปฏบตงานในวชาชพกายภาพบาบด

4) สงเสรมใหผใชบรการไดรบร และเขาใจสทธของตนเองในการรบบรการกายภาพบาบด 1.2 กระบวนการหรอกจกรรมทพฒนาทกษะดานคณธรรม จรยธรรม 1) การศกษาและอภปรายเกยวกบ - ประกาศสภากายภาพบาบดเรองมาตรฐานการบรการกายภาพบาบด พ.ศ. 2553 - ขอบงคบสภากายภาพบาบดวาดวยจรรยาบรรณแหงวชาชพกายภาพบาบด พ.ศ. 2551 - คาประกาศสทธผปวย

2) การฝกใหนกศกษาสรปปญหาทผปวยระบ (patient identified problems) ทไดรบมาจากการสมภาษณ และฝกการนาปญหาเหลานไปใชในการวางแผนการรกษาทางกายภาพบาบดและการจดการอนๆ โดยไมมการละเลยหรอตดทงปญหาทผปวยระบ ยกเวนในกรณทไดหารอกบผปวยแลวและผปวยเหนดวย/ยนยอม 3) การฝกใหสบคนขอมลและการสรปปญหาของผปวย ททาใหนกศกษามองเหนผปวยทงคน (whole person) ทเชอมโยงกบสภาพแวดลอมดานเศรษฐกจ สงคม วฒนธรรม และอนๆ มองเหนถงความทกขของผปวย เหนความแตกตางของผปวยแตละบคคล

4) การพดคยแลกเปลยนสงทนกศกษาไดปฏบต และเรยนรในแตละวนทกวนหลงการฝกปฏบตงาน โดยเชอมโยงกบเหตการณจรงในวนนน ในประเดน

- การปฏบตตามขอปฏบตทางวชาชพ และคาประกาศสทธผปวย - การทางานเปนทม ความสาคญของบทบาทของแตละคน ทงภายในวชาชพและวชาชพอนๆ

- ความความเหนใจ เอาใจใสดแลในการใหบรการแกผปวย /ผรบบรการ ความแตกตางของผปวยผรบบรการ และการสงเสรมการมสวนรวมของผปวย/ผรบบรการในการดแลรกษา

5) การเขยนบนทกเกยวกบสงทตนเองไดเรยนร ขอด ขอทควรปรบปรง รวมทงวางแผนปฏบตเพอการพฒนาตนเอง สงใหกบอาจารยพเศษผควบคมการฝกปฏบตทางคลนกทกสปดาห อาจารยพเศษผควบคมการฝกปฏบตทางคลนกมหนาทให feedback ตดตามการพฒนาการ ใหกาลงใจ และหนนเสรมการแกไขขอออนของนกศกษาและพฒนาศกยภาพของนกศกษาตามทนกศกษาวางแผนไว รวมทงตามทอาจารยเหนสมควรเพมเตม

1.3 วธการทใชในการประเมนผลการเรยนร การสงเกตพฤตกรรม การพดคยอภปราย การเขยนบนทกรายงานผปวย การนาเสนอ case conference การ

ประเมนระหวางภาค และการสอบ ทแสดงถงการเรยนรตอไปน 1) รขอกาหนดการปฏบตทางวชาชพ 2) ยดมาตรฐานการปฏบตงานตามกฎหมาย ของหนวยงานควบคมทกระดบ ทเกยวกบการดแลผปวย/

ผรบบรการ และการจดการทางการเงน 3) เคารพสทธของผปวยผรบบรการทจะปฏเสธการรบบรการ 4) ยดหลกการและขอปฏบตของความลบผปวย/ผรบบรการ 5) ยดหลกคณธรรมและแสดงพฤตกรรมทางวชาชพในการปฏสมพนธกบผปวย /ผรบบรการ สมาชก

ครอบครว ผดแล ผประกอบวชาชพอน นกศกษา ผบรโภคอน และผจาย 6) ใหความสาคญตอความตองการของผปวย/ผรบบรการเหนอกวาความตองการของนกกายภาพบาบด 7) แสดงความเหนใจ ความเอาใจใสดแลในการใหบรการแกผปวย/ผรบบรการ 8) สงเสรมการมสวนรวมของผปวย/ผรบบรการในการดแลรกษา 9) ระบ เคารพ และแสดงออกวาคานงถงความแตกตางของผปวยผรบบรการ 10) ปฏบตตอผปวย/ผรบบรการ เพอนรวมงานโดยไมแบงแยกและดถก 11) จดการเวลาและการวางแผนงานอยางมประสทธภาพ

2. ความร 2.1 ความรทตองการพฒนา 1) อธบายสาระสาคญของศาสตรพนฐานวทยาศาสตรสขภาพ 2) อธบายสาระสาคญของศาสตรทางวชาชพกายภาพบาบด 2.2 กระบวนการหรอกจกรรมตางๆ ทจะพฒนาความร

ฝกใหนกศกษาใชเหตผลทางคลนก clinical reasoning) และหลกฐานเชงประจกษ (evidence-based) ทเชอมโยงกบศาสตรพนฐานวทยาศาสตรสขภาพ ศาสตรทางวชาชพกายภาพบาบด

2.3 วธการทใชในการประเมนผลการเรยนร การสงเกตพฤตกรรม การพดคยอภปราย การเขยนบนทกรายงานผปวย การนาเสนอ case conference การประเมนระหวางภาค และการสอบ ทแสดงถงการเรยนรตอไปน

1) นกศกษานาความรดานกายวภาคศาสตร สรรวทยา พยาธวทยา พยาธสรรวทยา และชวกลศาสตร มาใชในการอธบายปญหาของผปวยและการจดการทางกายภาพบาบด (physical therapy management) ในผปวย

2) นกศกษานาความรดานหลกการและวธการทางกายภาพบาบด มาใชในการอธบายการจดการทางกายภาพบาบด (physical therapy management) ในผปวย

3. ทกษะทางปญญา 3.1 ทกษะทางปญญาทตองการพฒนา 1) สามารถเรยนรและพฒนาตนเองใหมความรความสามารถเพมขน

2) สามารถคดวเคราะหอยางเปนระบบ โดยใชองคความรทางวชาชพและความรอนทเกยวของ เพอใหเกดผลลพธทปลอดภยและมคณภาพในการดแลสขภาพ

3.2 กระบวนการหรอกจกรรมทพฒนาทกษะทางปญญา 1) มอบหมายใหนกศกษาคนควาและทารายงาน ความร และความกาวหนา/นวตกรรมทเกยวของกบผปวยท

อยในความดแล และตามทไดรบมอบหมายจากอาจารยพเศษผควบคมการฝกปฏบตทางคลนก 2) ฝกใหนกศกษาใชเหตผลทางคลนก (clinical reasoning) และหลกฐานเชงประจกษ (evidence-based) ท

เชอมโยงกบศาสตรพนฐานวทยาศาสตรสขภาพ และศาสตรทางวชาชพกายภาพบาบด ในการจดการทางกายภาพบาบดในผปวย

3.3 วธการทใชในการประเมนผลการเรยนร การสงเกตพฤตกรรม การพดคยอภปราย การเขยนบนทกรายงานผปวย การนาเสนอ case conference การประเมนระหวางภาค และการสอบ ทแสดงถงการเรยนรตอไปน 1) นกศกษาเรยนรและพฒนาตนเองใหมความรความสามารถเพมขน

2) นกศกษาประยกตใชและบรณาการความรสาขากายภาพบาบดกบความรดานกายวภาคศาสตร สรรวทยา พยาธวทยา พยาธสรรวทยา และชวกลศาสตร มาใชในการสบคนขอมล การวเคราะหและสรปปญหาของผปวย การวนจฉยทางกายภาพบาบด การพยากรณโรคและการกาหนดเปาหมาย การวางแผนและการจดการทางกายภาพบาบด (physical therapy management) ในผปวยทอยในความดแลทกราย ทาใหเกดผลลพธทปลอดภยและมคณภาพ

4. ทกษะความสมพนธระหวางบคคลและความรบผดชอบ 4.1 ทกษะความสมพนธระหวางบคคลและความรบผดชอบทตองการพฒนา 1) มจตบรการ สามารถปรบตว และมปฏสมพนธอยางสรางสรรคกบผใชบรการ ผรวมงาน และผบงคบบญชา 2) สามารถทางานเปนทมในบทบาทผนาและสมาชก ในบรบทหรอสถานการณทแตกตางกน 3) มความรบผดชอบในการพฒนาตนเอง และวชาชพ 4.2 กระบวนการหรอกจกรรมทพฒนาการเรยนร

1) ฝกทกษะการเขาหาผปวยและญาต ในการสมภาษณประวต การตรวจรางกาย การดแลรกษา และการใหคาแนะนา

2) ฝกการนาเสนอรายงานผปวยดวยปากเปลา ใหอาจารยพเศษผควบคมการฝกปฏบตทางคลนกฟงในการประเมนสปดาหสดทาย

3) มอบหมายความรบผดชอบใหดแลผปวยแตละรายตอเนองอยางตา 3 ครงทผปวยมารบการรกษา 4) ใหมการแบงหนาทกนในการนาเสนอกรณศกษาในการสมมนากรณศกษา 5) มการการประเมนทกษะทางคลนกจากอาจารยพเศษผควบคมการฝกปฏบตทางคลนกเปนประจา 4.3 วธการทใชในการประเมนผลการเรยนร

1) การสงเกตพฤตกรรมของนกศกษาในการดแลผปวย และการปฏสมพนธกบญาต และผรวมงาน และประเมนลงในแบบประเมนการพฒนาการเรยนรของนกศกษา และแบบประเมนระหวางการฝกปฏบตงาน

2) ประเมนการนาเสนอรายงานผปวยดวยปากเปลา 3) ประเมนจากจานวนครงทนกศกษาประเมนผลการดแลรกษาผปวยในรายงานผปวยทนกศกษาไดรบ

มอบหมาย 4) ประเมนความสมบรณของรปเลมรายงานผปวย

5) ประเมนจากจานวนหวขอทกษะทางคลนกทไดรบการประเมนจากอาจารยพเศษผควบคมการฝกปฏบตทางคลนก

5. ทกษะการวเคราะหเชงตวเลข การสอสาร และการใชเทคโนโลยสารสนเทศ 5.1 ทกษะการวเคราะหเชงตวเลข การสอสาร และการใชเทคโนโลยสารสนเทศทตองการพฒนา 1) สามารถศกษา ทาความเขาใจประเดนปญหา เลอก และประยกตใชเทคนคทางสถตหรอคณตศาสตรท

เกยวของอยางเหมาะสม ในการศกษาคนควาและเสนอแนะแนวทางแกไขปญหา 2) สามารถสอสารไดอยางมประสทธภาพและสามารถเลอกใชรปแบบการนาเสนอทเหมาะสม 5.2 กระบวนการหรอกจกรรมทพฒนาการเรยนร

1) การคานวณคาตาง ๆ เชน body mass index, heart rate, respiratory rate 2) การสอสารแลกเปลยนขอคดเหนกบเพอนในการจดสมมนา case conference 3) การสอสารแลกเปลยนเรยนรกบอาจารยพเศษผควบคมการฝกปฏบตทางคลนก และเพอนทฝกในโรงพยาบาลเดยวกน 4) การเขยนแบบบนทกรายงานผปวยไดชดเจน ถกตอง ทงดานเนอหา ภาษาทเปนทางการและการสะกดคาศพท 5) การนาเสนอกรณศกษาผปวยเปนรายกลมและรายบคคลไดอยางชดเจนและเขาใจงาย

5.3 วธการทใชในการประเมนผลการเรยนร 1) เนอหา/เอกสารการใหความร/คาแนะนาแกผปวยและญาต

2) บนทกรายงานผปวยทอยในความดแล 3) การนาเสนอ และรวมอภปรายในระหวางการสมมนา

4) การนาเสนอ และการตอบคาถามในระหวางการฝกปฏบตและการสอบ

6. การปฏบตทางวชาชพ 6.1 การปฏบตทางวชาชพทตองการพฒนา

1) สามารถปฏบตทกษะทางวชาชพกายภาพบาบด ในการตรวจประเมน วนจฉยทางกายภาพบาบด ปองกน บาบดรกษา ฟนฟ และสงเสรมสขภาพแกผใชบรการตามมาตรฐานวชาชพกายภาพบาบด 2) สามารถปฏบตทกษะทางวชาชพกายภาพบาบดอยางเปนองครวม โดยประยกตใชความร ความเขาใจศาสตรกายภาพบาบดและศาสตรทเกยวของ การใชเหตผลทางคลนก (clinical reasoning) และหลกฐานเชงประจกษ (evidence-based) ในการปฏบตงาน

6.2 กระบวนการหรอกจกรรมทพฒนาการเรยนร ฝกใหนกศกษาปฏบตทกษะทางวชาชพกายภาพบาบดโดยใชความร ความเขาใจศาสตรกายภาพบาบด และศาสตรทเกยวของ การใชเหตผลทางคลนก (clinical reasoning) และหลกฐานเชงประจกษ (evidence-based) ใน

การสบคนขอมลจากเอกสาร การสมภาษณประวต การตรวจประเมน และการดแลรกษาตามมาตรฐานวชาชพและอยางเปนองครวม

6.3 วธการทใชในการประเมนผลการเรยนร 1) เนอหา/เอกสารการใหความร/คาแนะนาแกผปวยและญาต 2) บนทกรายงานผปวยทอยในความดแล 3) การนาเสนอ และรวมอภปรายในระหวางการสมมนา 4) การนาเสนอ และการตอบคาถามในระหวางการฝกปฏบตและการสอบ

หมวดท 4 ลกษณะและการดาเนนการ

1. คาอธบายโดยทวไปของประสบการณภาคสนามหรอคาอธบายรายวชา

ฝกปฏบตทางคลนกในโรงพยาบาล ศนยดแลผปวย ศนยฟนฟสภาพ ทงในกรงเทพและจงหวดตางๆ ทกาหนดไว เพอใหเกดทกษะในการจดการทางกายภาพบาบดผปวยภาวะตางๆ ทเกยวของกบกายภาพบาบด ภายใตการควบคมดแลของอาจารยพเศษผควบคมการฝกปฏบตทางคลนกทเปนนกกายภาพบาบดทมใบประกอบวชาชพและประสบการณมากกวา 2 ป

2. กจกรรมของนกศกษา 2.1 ฝกปฏบตงานวนละ 7 ชวโมงทาการ ตงแตเวลา 8.00 - 16.00 น. โดยแตงกายดวยเครองแบบตามทคณะ

กายภาพบาบดกาหนดให ในกรณทนกศกษาตองการลา ใหปฏบตตามระเบยบและแนวปฏบตเกยวกบการฝกปฏบตงาน คณะกายภาพบาบด มหาวทยาลยรงสต

2.2 ศกษา (1) ประกาศสภากายภาพบาบดเรองมาตรฐานการบรการกายภาพบาบด พ.ศ. 2553 (2) ขอบงคบสภากายภาพบาบดวาดวยจรรยาบรรณแหงวชาชพกายภาพบาบด พ.ศ. 2551 และ (3) คาประกาศสทธผปวย และนาไปใชในการฝกปฏบตทางคลนก และรวมอภปรายกบเพอนและอาจารยพเศษผควบคมการฝกปฏบตทางคลนก

2.3 ขณะฝกปฏบตงาน นกศกษาตองขอและรบผปวยตามทอาจารยพเศษผควบคมการฝกปฏบตทางคลนกเหนสมควร

2.3 ฝกปฏบตทกษะทางวชาชพกายภาพบาบด โดยใชเหตผลทางคลนก (clinical reasoning) และหลกฐานเชงประจกษ (evidence-based) ทเชอมโยงกบศาสตรพนฐานวทยาศาสตรสขภาพ ศาสตรทางวชาชพกายภาพบาบด ในผปวยระบบประสาทกลามเนอกระดก ระบบประสาท และระบบการหายใจ หวใจและการไหลเวยนเลอด ทไดรบมอบหมายจากอาจารยพเศษผควบคมการฝกปฏบตทางคลนก ไมนอยกวา 5 ราย และใหการดแลผปวยตอเนอง จนสามารถจาหนายผปวยออกจากความดแล หรอเมออาจารยพเศษผควบคมการฝกปฏบตทางคลนกเหนสมควร โดยการฝกปฏบตทกษะทางวชาชพ ประกอบดวยขนตอนตอไปน

2.3.1 การสบคนขอมลจากเวชระเบยน บตรประจาตวผปวยนอก การตรวจทางการแพทย รวมทงเอกสาร และแบบฟอรมอนๆ ทเกยวของ และการสมภาษณประวตผปวย การวเคราะหและสรปปญหาจากขอมลทไดรบและนาไปใชในกระบวนการจดการในขนถดไป

2.3.2 การตรวจรางกายและการแปลผลการตรวจ 2.3.3 การวเคราะหและสรปปญหา การวนจฉยทางกายภาพบาบด 2.3.4 การพยากรณโรคและการกาหนดเปาหมายการจดการทางกายภาพบาบด การวางแผนการรกษาทาง

กายภาพบาบดและการจดการอนๆ 2.3.5 การใหการรกษาทางกายภาพบาบดและการจดการอนๆ ตามแผนทวางแผนไว 2.3.6 การใหค าแนะนารวมท งการจดทา/การใชสอตางๆ ท ม เ นอหาเกยวกบการปฏบตตนดาน

กายภาพบาบดและดานสขภาพทวไป แกผปวย ญาต และผดแล ทเหมาะสมกบบรบทของผปวยและถกตองตามหลกวชาการ

2.3.7 การประเมนผล การจาหนาย (discharge) และการสงตอผปวย 2.4 ฝกทกษะการเขยนรายงานผปวยประจาวน และการเขยนบนทกรายงานผปวยในแบบฟอรมทคณะกาหนด 2.5 พดคยแลกเปลยนสงทไดปฏบต และเรยนรในแตละวนทงดานกายภาพบาบดและดานอนๆ รวมทงฝก

ทกษะทางกายภาพบาบดกบเพอน และอาจารยพเศษผควบคมการฝกปฏบตทางคลนก 2.6 คนควาความรทเกยวของกบการดแลผปวยและทอาจารยพเศษผควบคมการฝกปฏบตทางคลนกมอบหมาย 2.7 การศกษาระบบการบรหารงานและระบบบรการของสถานพยาบาล และของหนวยงานกายภาพบาบด

รวมทงเรองอนๆ ทสอดคลองกบบรบทและสถานการณ 2.8 รบการประเมนการพฒนาการเรยนร ใน “แบบประเมนการพฒนาการเรยนรของนกศกษาในวชาคลนก

กายภาพบาบด 1” จากอาจารยพเศษผควบคมการฝกปฏบตทางคลนกทกสปดาห และนามาปรบปรงแกไขพฒนาการเรยนรในทกดานของตนเอง หากมขอสงสยใหสอบถามจากอาจารยพเศษผควบคมการฝกปฏบตทางคลนก

2.9 รบการประเมนทกษะทางคลนก ตาม “แบบบนทกทกษะการฝกปฏบตทางคลนกกายภาพบาบดและกายภาพบาบดชมชนตลอดหลกสตร” จากอาจารยพเศษผควบคมการฝกปฏบตทางคลนก

2.10 นกศกษาทฝกงานในโรงพยาบาลเดยวกน รวมกนจดสมมนากรณศกษาผปวย (case conference) 1 ราย ในสปดาหท 3-4 ของการฝกงาน โดยปรกษากบอาจารยพเศษผควบคมการฝกปฏบตทางคลนกในการเลอกผปวยทจะสมมนา จดเตรยมสถานท อปกรณ และจดเตรยมเนอหาเกยวกบผปวย สงใหอาจารยประจาคณะและ/หรออาจารยพเศษผควบคมการฝกปฏบตทางคลนกทจะเขารวมสมมนา กอนการสมมนาอยางนอย 3 วน

2.11 แสดงทกษะการจดการทางกายภาพบาบดโดยเนนขนตอนการสบคนขอมลจากแฟมประวต และเอกสารอนๆทเกยวของ และการสมภาษณประวตในผปวยทไดรบมอบหมาย 1 ราย และนาเสนอดวยปากเปลาเปนรายบคคล ในสปดาหสดทายของการฝกปฏบต

2.12 ประเมนผลการเรยนรของตนเองลงในแบบประเมนผลการฝกปฏบตในวชาคลนกกายภาพบาบด 1 (สาหรบนกศกษาประเมนตนเอง)

2.12 ภายใน 3 วนทาการนบจากวนสดทายของการฝกปฏบตงาน นกศกษาจะตองสงเอกสารตอไปนใหกบอาจารยพเศษผควบคมการฝกปฏบตทางคลนก มฉะนนจะถอวาคะแนนการเขยนบนทกรายงานผปวยเปนศนย - แบบบนทกการเกบกรณศกษาผปวยสาหรบวชาคลนกกายภาพบาบด 1

- ใบบนทกวน–เวลา ใบลาทมลายมอชออาจารยทปรกษา และอาจารยพเศษผควบคมการฝกปฏบตทางคลนก และใบรบรองแพทย (ถาม)

- แบบฟอรมบนทกและตรวจสอบจานวนและประเภทผปวยทนกศกษาฝกปฏบตทางคลนก ในวชาคลนกกายภาพบาบดและกายภาพบาบดชมชนตลอดหลกสตร

- บนทกรายงานผปวยทไดรบมอบหมายใหดแลทงหมด - แบบบนทกทกษะการฝกปฏบตทางคลนกกายภาพบาบดและกายภาพบาบดชมชน ตลอด

หลกสตร - แบบประเมนผลการฝกปฏบตในวชาคลนกกายภาพบาบด 1 (สาหรบนกศกษาประเมนตนเอง)

2.13 รวมประชมเพอประเมนผลการจดการเรยนการสอนของรายวชา ในดานสถานท ขนตอน กระบวนการ ตลอดจนการปฏบตงานของอาจารยพเศษผควบคมการฝกปฏบตทางคลนก ในวนสรปการจดการเรยนการสอน

3. รายงานหรองานทนกศกษาไดรบมอบหมาย

3.1 รายงานผปวยประจาวน และบนทกรายงานผปวยในแบบฟอรมททางคณะกาหนด 3.2.1 เมอไดรบผปวยไวในความดแลจะตองเขยนรายงานผปวยประจาวน และสงใหอาจารยพเศษผ

ควบคมการฝกปฏบตทางคลนก (clinical instructor) ภายในวนนน 3.2.2 สงบนทกรายงานผปวยตามแบบฟอรมทคณะกาหนด ใหอาจารยพเศษผควบคมการฝกปฏบตทาง

คลนก (clinical instructor) ตรวจภายใน 3 วนหลงจากไดรบผปวยไวในความดแล และแกไขจนกวาจะถกตอง

3.2 ประเมนผลการเรยนรของตนเองลงในแบบประเมนผลการฝกปฏบตในวชาคลนกกายภาพบาบด 1 (สาหรบนกศกษาประเมนตนเอง) สงใหกบใหอาจารยพเศษผควบคมการฝกปฏบตทางคลนกภายใน 3 วนทาการนบจากวนสดทายของการฝกปฏบตงาน

3.3 รายงานการคนควาหาความร หรอความกาวหนาทางวชาชพตามทไดรบมอบหมาย

4. การตดตามผลการเรยนรการฝกประสบการณภาคสนามของนกศกษา อาจารยพเศษผควบคมการฝกปฏบตทางคลนกตดตามพฒนาการเรยนรของนกศกษาผานกระบวนการ ดงน 4.1 นกศกษาแสดงพฤตกรรมทเปนคณสมบตและภาพพจนของการเปนนกกายภาพบาบดทด และมเจตคตทด

ตอวชาชพกายภาพบาบด 4.2 นกศกษาสามารถใชเหตผลทางคลนก (clinical reasoning) และหลกฐานเชงประจกษ (evidence-based) ท

เชอมโยงกบศาสตรพนฐานวทยาศาสตรสขภาพ ศาสตรทางวชาชพกายภาพบาบด ความรดานระบบสขภาพ กฎหมาย การจดการและการบรหารงานเบองตนของระบบการบรการกายภาพบาบด และความกาวหนาทางวชาการ ในขนตอนการจดการทางกายภาพบาบด ตอไปน

4.2.1 การสบคนขอมลจากเวชระเบยน บตรประจาตวผปวยนอก การตรวจทางการแพทย รวมทงเอกสาร และแบบฟอรมอนๆ ทเกยวของ และการสมภาษณประวตผปวย การวเคราะหและสรปปญหาจากขอมลทไดรบและการนาไปใชในกระบวนการจดการในขนถดไป

4.2.2 การตรวจรางกายและการแปลผลการตรวจ

4.2.3 การวเคราะหและสรปปญหา การวนจฉยทางกายภาพบาบด 4.2.4 การพยากรณโรคและการกาหนดเปาหมายการจดการทางกายภาพบาบด การวางแผนการรกษาทาง

กายภาพบาบดและการจดการอนๆ 4.2.5 การใหการรกษาทางกายภาพบาบดและการจดการอนๆ ตามแผนทวางไว 4.2.6 การใหค าแนะนารวมท งการจดทา/การใชสอตางๆ ทมเ นอหาเกยวกบการปฏบตตนดาน

กายภาพบาบดและดานสขภาพทวไป แกผปวย ญาต และผดแล ทเหมาะสมกบบรบทของผปวยและถกตองตามหลกวชาการ

4.2.7 การประเมนผล การจาหนาย (discharge) และการสงตอผปวย 4.2.8 การเขยนรายงานผปวยประจาวน และการเขยนบนทกรายงานผปวยในแบบฟอรมทคณะกาหนด

4.3 นกศกษาสามารถนาเสนอ case conference ในขนตอนการสบคนขอมลจากเวชระเบยน บตรประจาตวผปวยนอก การตรวจทางการแพทยรวมท งเอกสารและแบบฟอรมอนๆ ทเกยวของ และการสมภาษณประวต และรวมแสดงความคดเหน โดยใชเหตผลทางคลนก (clinical reasoning) และหลกฐานเชงประจกษ (evidence-based) ทเชอมโยงกบศาสตรพนฐานวทยาศาสตรสขภาพ ศาสตรทางวชาชพกายภาพบาบด

5. หนาทและความรบผดชอบของอาจารยประสานงานทางคลนก

5.1 ตรวจสอบผลการเรยนของนกศกษาทงรายวชาในคณะและวชาคลนกกายภาพบาบด ทนกศกษาไดเรยนผานมา รวมทงผลการสอบประมวลความร เพอใหคาแนะนาและตดตามนกศกษาเปนรายบคคล เกยวกบการพฒนาตนเองและแกไขขอดอยในเนอหาวชาและผลการฝกปฏบตในวชาคลนกกายภาพบาบดทผานมา

5.2 แนะนาเกยวกบสถานทและระเบยบขอบงคบของสถานพยาบาลทนกศกษาจะไปฝก และชแจงกฎระเบยบ วธการฝกปฏบตทางคลนก และวธการประเมนผล ของคณะกายภาพบาบด มหาวทยาลยรงสต

5.3 รวมอภปรายกบนกศกษา เกยวกบ (1) ประกาศสภากายภาพบาบดเรองมาตรฐานการบรการกายภาพบาบด พ.ศ. 2553 (2) ขอบงคบสภากายภาพบาบดวาดวยจรรยาบรรณแหงวชาชพกายภาพบาบด พ.ศ. 2551 และ (3) คาประกาศสทธผปวย และตดตามการนาไปประยกตใชในการฝกปฏบตทางคลนก และการนามาใชในการฝกปฏบตงานทางคลนก

5.4 ประสานงานกบอาจารยพเศษผควบคมการฝกปฏบตทางคลนก เพอขอ case ระบบประสาทกลามเนอกระดก ระบบประสาท หรอระบบการหายใจ หวใจและการไหลเวยนเลอด สาหรบการ conference และการสอบ และประสานงานกบอาจารยพเศษผควบคมการฝกปฏบตทางคลนกอยางตอเนอง เพอทาความเขาใจแนวทางการปฏบตใหถกตองตรงกน และปองกนความผดพลาด

5.5 ประสานงานกบอาจารยประจาคณะกายภาพบาบด มหาวทยาลยรงสต และอาจารยพเศษผควบคมการฝกปฏบตทางคลนกเพอเขารวมการสมมนา ในสปดาหท 3-4 ของการฝกงาน และใหคะแนนลงใน “แบบประเมน case conference วชาคลนกกายภาพบาบด 1”

(หมายเหต: กรณทผลการประเมนการ conference ไมตรงกน ระหวางอาจารยประจาคณะกายภาพบาบดกบอาจารยพเศษผควบคมการฝกปฏบตทางคลนกทรวมประเมน ใหอภปรายเหตผล แตผลการประเมนยงคงเปนสทธของแตละทาน)

5.6 ตรวจสอบแบบฟอรมบนทกและตรวจสอบจานวนและประเภทผปวยทนกศกษาฝกปฏบตทางคลนก ในวชาคลนกกายภาพบาบด 1

5.7 เขาประชมสรปการจดการเรยนการสอน เพอสรปขอดและปญหาทเกดจากการฝกปฏบตงานในคลนกนนๆ และนาเสนอแนวทางการแกปญหา

6. หนาทและความรบผดชอบของอาจารยพเศษผควบคมการฝกปฏบตทางคลนก

6.1 จดทาแผนการสอนรายสปดาหรวมกบนกศกษา ใหสอดคลองกบวตถประสงคของวชาและการเรยนรของนกศกษา

6.2 พจารณาคดเลอกผปวยระบบประสาทกลามเนอกระดก ระบบประสาท หรอระบบการหายใจ หวใจและการไหลเวยนเลอดทหลากหลายไมนอยกวา 5 รายในแตละรายวชา ใหนกศกษาไดฝกปฏบตงานไดอยางสอดคลองกบวตถประสงคของรายวชา และกากบดแลนกศกษาในการดแลผปวยอยางตอเนอง จนสามารถจาหนายผปวยออกจากความดแล หรอเมออาจารยพเศษผควบคมการฝกปฏบตทางคลนกเหนสมควร

6.3 ดาเนนการสอนตามแผนการสอนรายสปดาห 6.3.1 การใหค าแนะนาและสอนแสดงในข นตอนการจดการทางกายภาพบาบดทสอดคลองกบ

วตถประสงคของแตละรายวชา โดยการใชเหตผลทางคลนก (clinical reasoning) และหลกฐานเชงประจกษ (evidence-based) ทเชอมโยงกบศาสตรพนฐานวทยาศาสตรสขภาพ ศาสตรทางวชาชพกายภาพบาบด

การสบคนขอมลจากเวชระเบยน บตรประจาตวผปวยนอก การตรวจทางการแพทย รวมทงเอกสาร และแบบฟอรมอนๆ ทเกยวของ และการสมภาษณประวตผปวย การวเคราะหและสรปปญหาจากขอมลทไดรบและการนาไปใชในกระบวนการจดการในขนถดไป

การตรวจรางกายและการแปลผลการตรวจ การวเคราะหและสรปปญหา การวนจฉยทางกายภาพบาบด การพยากรณโรคและการกาหนดเปาหมายการจดการทางกายภาพบาบด การวางแผนการรกษา

ทางกายภาพบาบดและการจดการอนๆ การใหการรกษาทางกายภาพบาบดและการจดการอนๆ ตามแผนทวางไว การใหคาแนะนารวมท งการจดทา/การใชสอตางๆ ทมเนอหาเกยวกบการปฏบตตนดาน

กายภาพบาบดและดานสขภาพทวไป แกผปวย ญาต และผดแล ทเหมาะสมกบบรบทของผปวยและถกตองตามหลกวชาการ

การประเมนผล การจาหนาย (discharge) และการสงตอผปวย การเขยนรายงานผปวยประจาวน และการเขยนบนทกรายงานผปวยในแบบฟอรมทคณะกาหนด 6.3.2 การใหคาแนะนา/สอนแสดงเกยวกบเครองมออปกรณทางการแพทยและการใชงาน 6.4 สงเกตพฤตกรรมการปฏสมพนธของนกศกษากบผปวยและญาต/ผดแล ในระหวางการสมภาษณประวต

การตรวจรางกาย การใหการรกษา และการใหคาแนะนาแกผปวยและญาต เพอใหขอคดเหน 6.5 พดคยแลกเปลยนกบนกศกษาทกวนภายหลงการฝกปฏบตงาน เกยวกบสงทนกศกษาไดปฏบตและเรยนร

ในแตละวน โดยเชอมโยงกบเหตการณจรงในวนนน ในประเดน (1) การปฏบตตามขอปฏบตทางวชาชพ และคาประกาศสทธผปวย (2) การทางานเปนทม ความสาคญของบทบาทของแตละคน ทงภายในวชาชพและวชาชพอนๆ (3) ความเหนใจ เอาใจใสดแลในการใหบรการแกผปวย/ผรบบรการ ความแตกตางของผปวยผรบบรการ และการสงเสรมการมสวนรวมของผปวย/ผรบบรการในการดแลรกษา (4) การให

คาแนะนาดานทกษะทางกายภาพบาบด รวมทงจดใหมการฝกทกษะทางการภาพบาบดระหวางนกศกษากนเอง

6.6 มอบหมายใหนกศกษาคนควาความรทเกยวของกบการดแลผปวยหรอตามทเหนสมควร 6.7 ตรวจรายงานผปวยประจาวน และรายงานผปวยทนกศกษาเขยนลงในแบบฟอรมทคณะกาหนด ให

คาแนะนา และใหนกศกษาปรบแกจนกวารายงานจะสมบรณ 6.8 ประเมนการพฒนาการเรยนรของนกศกษาลงใน “แบบประเมนการพฒนาการเรยนรของนกศกษาในวชา

คลนกกายภาพบาบด 1 (สาหรบอาจารยผควบคมการฝกปฏบตทางคลนก)” ทกสปดาห 6.9 ประเมนทกษะทางคลนกของนกศกษา และบนทกลงใน “แบบบนทกทกษะการฝกปฏบตทางคลนก

กายภาพบาบดและกายภาพบาบดชมชนตลอดหลกสตร” 6.10 กากบดแลการลงเวลาปฏบตงาน และการลาของนกศกษาใหเปนไปตามระเบยบการฝกปฏบตงาน อยาง

เครงครด ตดตอกบอาจารยทปรกษาทางคลนกหรออาจารยประสานงาน เพอปองกนปญหา/ แกปญหาทเกยวของกบแนวทางการเรยนการสอน ตลอดจนความประพฤตของนกศกษา ในอนท จะนาไปสปญหาในการฝกปฏบตงาน

6.11 ใหคาแนะนาแกนกศกษาเกยวกบการเลอกผปวย 1 ราย เพอจดสมมนากรณศกษาผปวย (case conference) 6.12 ใหคะแนนระหวางภาคลงใน “แบบประเมนระหวางภาค วชาคลนกกายภาพบาบด 1” ในสปดาหท 4 ของ

การฝกปฏบต 6.13 รวมประเมนทกษะการจดการทางกายภาพบาบด (ตามทระบไวในวตถประสงคของรายวชา) กบอาจารย

ประจาคณะกายภาพบาบด ของนกศกษาแตละคน ในผปวยทไดรบมอบหมาย 1 ราย และฟงนาเสนอดวยปากเปลาเปนรายบคคล ในสปดาหท 4-5 ของการฝกปฏบต และใหคะแนนลงใน “แบบประเมนการสอบวชาคลนกกายภาพบาบด 1”

(หมายเหต: กรณทผลการประเมนการสอบไมตรงกน ระหวางอาจารยประจาคณะกายภาพบาบดกบอาจารยพเศษผควบคมการฝกปฏบตทางคลนกทรวมประเมน ใหอภปรายเหตผล แตผลการประเมนยงคงเปนสทธของแตละทาน)

6.14 ตรวจสอบเอกสารตอไปน ซงนกศกษาจะตองสง ภายใน 3 วนทาการนบจากวนสดทายของการฝกปฏบตงาน 6.14.1 แบบบนทกการเกบกรณศกษาผปวยสาหรบวชาคลนกกายภาพบาบด 1 6.14.2 บนทกรายงานผปวยทไดรบมอบหมายใหดแลทงหมด 6.14.3 แบบบนทกทกษะการฝกปฏบตทางคลนกกายภาพบาบดและกายภาพบาบดชมชนตลอดหลกสตร 6.14.4 แบบประเมนผลการฝกปฏบตในวชาคลนกกายภาพบาบด 1 (สาหรบนกศกษาประเมนตนเอง)

6.15 ตรวจบนทกรายงานผปวย และใหคะแนนรายงานลงใน “แบบประเมนรายงาน วชาคลนกกายภาพบาบด 1”

7. การเตรยมการในการแนะแนวและชวยเหลอนกศกษา 7.1 ชแจงรายละเอยด กฎระเบยบ วธการฝกปฏบตงาน และวธการประเมนผลโรงพยาบาล

8. สงอานวยความสะดวกและการสนบสนนทตองการจากสถานททจดประสบการณภาคสนาม/ สถานประกอบการ 8.1 จานวนผปวยทเพยงพอ และประเภทของผปวยทหลากหลาย

หมวดท 5 การวางแผนและการเตรยมการ 1. การกาหนดสถานทฝก

1.1 สารวจความพรอมในการรบนกศกษาฝกงานจากโรงพยาบาลในเขตกรงเทพฯ และปรมณฑล 1.2 สารวจผลการเรยนของนกศกษาทมสทธฝกปฏบตงาน เพอจดนกศกษาใหเหมาะสมกบโรงพยาบาลท

นกศกษาจะตองไปฝกปฏบตงาน 1.3 สารวจโรงพยาบาลทนกศกษาเคยฝกปฏบตงานผานมา เพอจดนกศกษาไดฝกปฏบตงานครบทกประเภท

ผปวย และไมซ าโรงพยาบาลเดม 2. การเตรยมนกศกษา

2.1 อาจารยประสานงานวชาคลนกกายภาพบาบด 1 สารวจผลการเรยนของนกศกษาทสอบผานในรายวชา PTH 351 และ PTH 355 ซงเปนวชาบงคบกอนทจะฝกปฏบตในวชาคลนกกายภาพบาบด 1

2.2 อาจารยประสานงานวชาและอาจารยพเศษผควบคมการฝกปฏบตทางคลนก แนะนาเกยวกบสถานทฝกปฏบตงาน ระเบยบขอบงคบของหนวยงานทนกศกษาฝกปฏบตงาน และของคณะกายภาพบาบด ม.รงสต

3. การเตรยมอาจารยผควบคมการฝกปฏบตทางคลนก

3.1 แจงรายชอนกศกษาทจะฝกงานภายใตการควบคม และสถานทฝกงาน 3.2 ชแจงระเบยบขอบงคบการฝกปฏบตงานของคณะกายภาพบาบด ม.รงสต และบทบาทหนาทและความ

รบผดชอบของอาจารยพเศษผควบคมการฝกปฏบตทางคลนก 3.3 ชแจงเกณฑประเมนตางๆ ในวชาคลนกกายภาพบาบด 1

4. การจดการความเสยง 4.1 การชแจงรายละเอยดของการฝกปฏบตกบแหลงฝก เพอใหเกดความเขาใจหลกการและวธการฝกปฏบต 4 .2 ประสานงานกบอาจารยพเศษผควบคมการฝกปฏบตทางคลนกอยางตอเนอง เพอทาความเขาใจแนว

ทางการปฏบตใหถกตองตรงกน และปองกนความผดพลาด 4 .3 ตดตามความกาวหนาระหวางการฝกปฏบต เพอรบทราบปญหา และหาแนวทางการแกไขรวมกนระหวาง

อาจารยพเศษผควบคมการฝกปฏบตทางคลนกกบนกศกษา 4.5 จดใหสดสวนระหวางอาจารยและนกศกษาในการสอนภาคปฏบต = 1: 6 เพอใหอาจารยสามารถจด

กระบวนการเรยนการสอนใหกบนกศกษาไดสอดคลองกบการเรยนรของนกศกษาแตละบคคล

หมวดท 6 การประเมนนกศกษา 1. หลกเกณฑการประเมน

1.1 ตารางสรปคะแนนการประเมนผล ในแตละกจกรรม วธการประเมน นาหนกคะแนน ผประเมน หมายเหต

C P A รวม 1. ระหวางภาค 25.3

19.2

15.5

60 อาจารยพเศษผควบคมการ

ฝกปฏบตทางคลนก แบบประเมนระหวางภาค วชาคลนกกายภาพบาบด 1

2. รายงาน 12.37 1.13 1.50 15 อาจารยพเศษผควบคมการฝกปฏบตทางคลนก

แบบประเมนรายงาน วชาคลนกกายภาพบาบด 1

3. สอบ long case และนาเสนอ

7.50 6.2 1.3 15 อาจารยพเศษผควบคมการฝกปฏบตทางคลนกและอาจารยประจาคณะกายภาพบาบด 1 คน

แบบประเมนการสอบวชาคลนกกายภาพบาบด 1

4. case conference 9.0 0.7 0.3 10 แบบประเมน case conference วชาคลนกกายภาพบาบด 1

6. การประเมนทกษะทางคลนกของนกศกษา

- - - - อาจารยพเศษผควบคมการฝกปฏบตทางคลนก

แบบบนทกทกษะการฝกปฏบตทางคลนกกายภาพบาบด (PTH371-PTH375) และกายภาพบาบดชมชน (PTH476-PTH478) ตลอดหลกสตร

รวม 54.14 27.24 18.62 100

C:P:A 5.4 2.7 1.9 10 (C = cognition; P = psychomotor; A =affection)

เกณฑผานเทากบ 60% (เกรด C) และตดเกรดแบบองเกณฑ

1.2 ตารางแจกแจงการประเมนระหวางภาค และสดสวนคะแนนในแตละพสย หวขอประเมน คะแนน

C P A รวม

1. พฤตกรรมทางวชาชพ 0 0 12 12

2. การจดการ

2.1 การสบคนขอมลจากเวชระเบยน บตรประจาตวผปวยนอก การตรวจทางการแพทย รวมทงเอกสาร และแบบฟอรมอนๆ ทเกยวของกอนการตรวจรางกาย

3.6 2.4 0 6

2.1.1 การตงสมมตฐานในการรวบรวมขอมล 2.1.2 การสรปผลการตรวจอนๆ ของผปวย เชน x-ray, EKG, Lab tests 2.1.3 บอกการรกษาทางยาและการรกษาอนๆ ทเกยวของ 2.1.4 บอกวตถประสงคของการสงผปวยปรกษากายภาพบาบด 2.2 การสมภาษณประวต 1.2

4.2

0.6

6 2.2.1 เสยงดง ฟงชด ใชภาษทเขาใจงาย 2.2.2 ทาทางและการแสดงออกมความสภาพ ใหเกยรตผปวย 2.2.3 ลาดบการซกประวตมความตอเนอง เชอมโยง ไมทาใหเกดความสบสน 2.2.4 สามารถบอกสมมตฐานกอนการสมภาษณประวตไดถกตองครบถวน 2.2.5 ขอมลทไดมความถกตอง เชอถอได 2.3 การสรปปญหาผปวยตามหลกแนวคดอยางมเหตผลทางคลนก 3 0 0 3

2.4 การนาขอมลจากแฟมประวตและการสมภาษณไปในกระบวนการจดการในขนถดไปไดอยางถกตอง ครบถวน

3

0

0

3

2.4.1 การวางแผนการตรวจรางกาย 2.4.2 การพยากรณโรคและการกาหนดเปาหมาย 2.4.3 การวางแผนการรกษาและการจดการอนๆ 2.5 การตรวจรางกาย 2.5.1 เลอกวธการตรวจไดเหมาะสมกบปญหาผปวย (สมมตฐานกอนการตรวจรางกาย) และการบรหารจดการดานเวลาในการตรวจประเมนเหมาะสม

3 0 0 3

2.5.2 การอธบายวตถประสงคและการปฏบตตวของผปวยกอนและระหวางการตรวจรางกาย 0.67 0.67 0.67 2 2.5.3 การเตรยมเครองมอและอปกรณการตรวจรางกาย

0

8

0

6

2.5.4 ทาเรมตนการตรวจอยในทาทมนคงและปลอดภย 2.5.5 วธการตรวจรางกายแตละอยางถกตองตามหลกการ 2.5.6 ทศทาง ขนาดของแรง และจงหวะในการตรวจมความถกตองเหมาะสมกบผปวย 2.5.7 ทาทางการตรวจมความปลอดภยตอผตรวจ 2.5.8 ลาดบการตรวจถกตองและเหมาะสมกบสภาพของผปวย 0 1 0 1 2.5.9 การเขาหาผปวยมความเหมาะสมและเปนมตรกบผปวย 0 0 1 1 2.5.10 การระมดระวงผปวยขณะตรวจรางกาย ทาทางการตรวจมความปลอดภยตอผปวย

หวขอประเมน คะแนน

C P A รวม 2.5.11 การรายงานและแปลผลการตรวจรางกาย 5 0 0 5

2.6 การวเคราะหและสรปปญหา และการใหการวนจฉยทางกายภาพบาบด 2 0 0 2 2.6.1 สามารถสรปปญหาหลกในปจจบนได 2.6.2 สามารถเรยนลาดบความสาคญของปญหาผปวยได 2.6.3 สามารถวเคราะหปญหาไดสอดคลองกบปญหาจรงของผปวยได 2.6.4 สรปปญหาไดครอบคลมทงหมด 2.6.5 สามารถใหการวนจฉยทางกายภาพบาบดได 2.7 การพยากรณโรคและการกาหนดเปาหมาย 1 0 0 1 2.7.1 สามารถพยากรณโรค/ปญหาของผปวย 2.7.2 สามารถกาหนด long term goal ไดสอดคลองกบการพยากรณโรคและความคาดหวงของผปวย 2.7.3 สามารถกาหนด short term goal ไดเปนลาดบขนและเปนไปไดจรงตามปญหาของผปวย 2.8 การวางแผนการรกษาทางกายภาพบาบดและการจดการอนๆ 1.5 0 0 1.5 2.8.1 วางแผนไดสอดคลองกบเปาหมายระยะสนและระยะยาว 2.8.2 วางแผนไดถกตองตามหลกวชาการ 2.8.3 นาขอหาม ขอควรระวง และสวนทดของผปวยมาใชประกอบการวางแผน 2.9 การรกษา 0.6

2.1

0.3

3

2.9.1 เลอกเทคนคการรกษาไดเหมาะสมกบปญหาผปวย และการบรหารจดการดานเวลาในการรกษาเหมาะสม 2.9.2 การอธบายวตถประสงคและการปฏบตตวของผปวยกอนและระหวางการรกษา 2.9.3 ทาเรมตนการรกษาอยในทาทมนคงและปลอดภย 2.9.4 ทาทางการรกษามความปลอดภยทงตนเองและผปวย 2.9.5 มการเตรยมเครองมอและอปกรณการรกษา 2.9.6 เทคนคการรกษาแตละอยางถกตองตามหลกการ 2.9.7 ใชวสดและอปกรณไดอยางมประสทธภาพ ไมกอใหเกดการชารดและสนเปลอง 2.9.8 การเขาหาผปวยมความเหมาะสมและเปนมตรกบผปวย 2.9.9 การระมดระวงผปวยขณะรกษา วธการรกษามความปลอดภยตอผปวย 2.9.10 ลาดบการรกษาถกตองและเหมาะสมกบสภาพของผปวย 2.9.11 การประเมนผลภายหลงการรกษา 2.10 การใหคาแนะนาผปวย/ผดแลผปวยถกตองและเหมาะสมกบผรบการแนะนา และการสงตอผปวยเหมาะสม

0.54

0.8

0.3

1.5

2.10.1 เสยงดง ฟงชด 2.10.2 ใชภาษาทสามารถสอสารไดอยางชดเจน เปนมออาชพ

หวขอประเมน คะแนน

C P A รวม 2.10.3 มบคลกทาทางทเปนนาเชอถอ การแสดงออกทางสหนา แววตา มความมนใจ 2.10.4 เนอหาการแนะนามประเดน ชดเจน ตรงเปาหมาย 2.10.5 ลาดบการแนะนาเสนอเหมาะสม 2.10.6 ใชเวลาในการแนะนาไดอยางเหมาะสม 2.11 การประเมนผลการดาเนนการตามแผนการจดการทางกายภาพบาบด 0.25

0.5

0.25

1 2.11.1 ใชกระบวนการประเมนผลทสอดคลองกบเปาหมาย 2.11.2 การสรปผลการประเมนและวางแผนดาเนนการตอ 2.11.3 ประเมนผลตามแผนทวางไวและ/หรอเมอมเงอนไขทเหมาะสม 3. ความรพนฐานและการตอบคาถาม 1.2

0.4

0.4

2 3.1 มความรพนฐานทถกตอง และเพยงพอ 3.2 มความพยายามในการคนควาเพมเตม / ตามทไดรบมอบหมาย 3.3 มความพยายามในการตอบคาถาม 3.4 ตอบคาถามไดถกตอง

คะแนนรวม 25 19 16 60

C:P:A รวม 4.17 3.17 2.67 10 1.3 ตารางแจกแจงการประเมนรายงาน และสดสวนคะแนนในแตละพสย (คะแนนเกบ 15%)

หวขอประเมน คะแนน

C P A รวม

1. รปแบบ 1

1.1 สะอาด เปนระเบยบ เรยบรอย 0 0 0.5

1.2 การสะกดคาและใชภาษา ถกตอง 0 0.5 0

2. เนอหา

2.1 ขอมลทวไป 0.5 0 0 0.5

2.2 การสมภาษณประวตและการสบคนขอมลจากแฟมประวตและเอกสารอนๆ 3

2.2.1 แนวคดในการสมภาษณและการสบคนฯ 1 0 0

2.2.2 ขอมลทไดจากการสมภาษณและการสบคนฯ 2 0 0

2.3 การตรวจรางกายและการแปลผล 1.5

2.3.1 แนวคดในการตรวจรางกาย 0.5 0 0

2.3.2 รายงานผลและแปลผลการตรวจรางกาย 1 0 0

2.4 การสรปวเคราะหปญหาและการวนจฉยทางกายภาพบาบด 0.5 0 0 0.5

2.5 การพยากรณโรคและการกาหนดเปาหมาย 0.25 0 0 0.25

หวขอประเมน คะแนน

C P A รวม

2.6 การวางแผนการจดการ 0.25 0 0 0.25

2.7 รายละเอยดวธการรกษา 0.75 0 0 0.75

2.8 การใหคาแนะนาผปวยและผดแล และการสงตอผปวย 0.25 0.25 0 0.5

2.9 การประเมนผลการรกษา 0.25 0 0 0.25

3. ความรเกยวกบโรคหรอพยาธสภาพของผปวย 1 0 0 1

4. ความรบผดชอบ: สงรายงานตรงเวลา ปรบแกไขตามทไดรบมอบหมาย 0 0 0.5 0.5

รวม 8.25 0.75 1 10

C:P:A รวม 8.25 0.75 1 10 1.4 ตารางแจกแจงการประเมนการสอบ และสดสวนคะแนนในแตละพสย

หวขอประเมน คะแนน

C P A รวม

1.การจดการ

1.1 การสบคนขอมลจากเวชระเบยน บตรประจาตวผปวยนอก การตรวจทางการแพทย รวมทงเอกสาร และแบบฟอรมอนๆ ทเกยวของกอนการตรวจรางกาย

0.7 0.2 0.1

1

1.1.1 การตงสมมตฐานในการรวบรวมขอมล 1.1.2 การสรปผลการตรวจอนๆ ของผปวย เชน x-ray, EKG, Lab tests 1.1.3 บอกการรกษาทางยาและการรกษาอนๆ ทเกยวของ 1.1.4 บอกวตถประสงคของการสงผปวยปรกษากายภาพบาบด 1.2 การสมภาษณประวต 0.6 2.1 0.3 3

1.2.1 เสยงดง ฟงชด ใชภาษทเขาใจงาย 1.2.2 ทาทางและการแสดงออกมความสภาพ ใหเกยรตผปวย 1.2.3 ลาดบการซกประวตมความตอเนอง เชอมโยง ไมทาใหเกดความสบสน 1.2.4 สามารถบอกสมมตฐานกอนการสมภาษณประวตไดถกตองครบถวน 1.2.5 ขอมลทไดมความถกตอง เชอถอได 1.3 การสรปปญหาผปวยตามหลกแนวคดอยางมเหตผลทางคลนก 1.4 0.4 0.2 2

1.4 การนาขอมลจากแฟมประวตและการสมภาษณไปในกระบวนการจดการในขนถดไปไดอยางถกตอง ครบถวน

0.7 0.2 0.1 1

1.4.1 การวางแผนการตรวจรางกาย 1.4.2 การพยากรณโรคและการกาหนดเปาหมาย 1.4.3 การวางแผนการรกษาและการจดการอนๆ

หวขอประเมน คะแนน

C P A รวม

1.5 การตรวจรางกาย 0.6

2.1

0.3

3 1.5.1 เลอกวธการตรวจไดเหมาะสมกบปญหาผปวย(สมมตฐานกอนการตรวจรางกาย) และการ

บรหารจดการดานเวลาในการตรวจประเมนเหมาะสม 1.5.2 การอธบายวตถประสงคและการปฏบตตวของผปวยกอนและระหวางการตรวจรางกาย 1.5.3 การเตรยมเครองมอและอปกรณการตรวจรางกาย 1.5.4 ทาเรมตนการตรวจอยในทาทมนคงและปลอดภย 1.5.5 วธการตรวจรางกายแตละอยางถกตองตามหลกการ 1.5.6 ทศทาง ขนาดของแรง และจงหวะในการตรวจมความถกตองเหมาะสมกบผปวย 1.5.7 ทาทางการตรวจมความปลอดภยตอผตรวจ 1.5.8 ลาดบการตรวจถกตองและเหมาะสมกบสภาพของผปวย 1.5.9 การเขาหาผปวยมความเหมาะสมและเปนมตรกบผปวย 1.5.10 การระมดระวงผปวยขณะตรวจรางกาย ทาทางการตรวจมความปลอดภยตอผปวย 1.5.11 การรายงานและแปลผลการตรวจรางกาย 1.6 การวเคราะหและสรปปญหา และการใหการวนจฉยทางกายภาพบาบด 2 0 0 2 1.6.1 สามารถสรปปญหาหลกในปจจบนได 1.6.2 สามารถเรยนลาดบความสาคญของปญหาผปวยได 1.6.3 สามารถวเคราะหปญหาไดสอดคลองกบปญหาจรงของผปวยได 1.6.4 สรปปญหาไดครอบคลมทงหมด 1.6.5 สามารถใหการวนจฉยทางกายภาพบาบดได 2. บคลก และทกษะในการนาเสนอและการตอบคาถาม 0 1.2 0.3 1.5 2.1 เสยงดง ฟงชด 2.2 ใชภาษาทสามารถสอสารไดอยางชดเจน เปนมออาชพ 2.3 มบคลกทาทางทเปนนาเชอถอ การแสดงออกทางสหนา แววตา มความมนใจ 2.4 เนอหาการนาเสนอมประเดน ชดเจน ตรงเปาหมาย 2.5 ลาดบการนาเสนอเหมาะสม 2.6 ใชเวลาในการนาเสนอไดอยางเหมาะสม 2.7 มความรพนฐานทถกตอง และเพยงพอ 2.8 มความพยายามในการตอบคาถาม 2.9 ตอบคาถามไดถกตอง 1.5 0 0 1.5

รวม 7.5 6.2 1.3 15

C:P:A รวม 5 4.1 0.9 10

1.5 ตารางแจกแจงการประเมนการจด case conference และสดสวนคะแนนในแตละพสย หวขอประเมน คะแนน

C P A รวม

1.การจดการ

1.1 การสบคนขอมลจากเวชระเบยน บตรประจาตวผปวยนอก การตรวจทางการแพทย รวมทงเอกสาร และแบบฟอรมอนๆ ทเกยวของกอนการตรวจรางกาย

1.2

0.8

0

2

1.1.1 การตงสมมตฐานในการรวบรวมขอมล 1.1.2 การสรปผลการตรวจอนๆ ของผปวย เชน x-ray, EKG, Lab tests 1.1.3 บอกการรกษาทางยาและการรกษาอนๆ ทเกยวของ 1.1.4 บอกวตถประสงคของการสงผปวยปรกษากายภาพบาบด 1.2 การสมภาษณประวต 1.5 0.75 0.25 2.5

1.2.1 เสยงดง ฟงชด ใชภาษทเขาใจงาย 1.2.2 ทาทางและการแสดงออกมความสภาพ ใหเกยรตผปวย 1.2.3 ลาดบการซกประวตมความตอเนอง เชอมโยง ไมทาใหเกดความสบสน 1.2.4 สามารถบอกสมมตฐานกอนการสมภาษณประวตไดถกตองครบถวน 1.2.5 ขอมลทไดมความถกตอง เชอถอได 1.3 การสรปปญหาผปวยตามหลกแนวคดอยางมเหตผลทางคลนก 0.5 0 0 0.5

1.4 การนาขอมลจากแฟมประวตและการสมภาษณไปในกระบวนการจดการในขนถดไปไดอยางถกตอง ครบถวน

1 0 0 1

1.5 การตรวจรางกาย 1

0

0

1 1.5.1 เลอกวธการตรวจไดเหมาะสมกบปญหาผปวย(สมมตฐานกอนการตรวจรางกาย) และการ

บรหารจดการดานเวลาในการตรวจประเมนเหมาะสม 1.5.2 การอธบายวตถประสงคและการปฏบตตวของผปวยกอนและระหวางการตรวจรางกาย 0.1

0.2 0.1 0.4

1.5.3 การเตรยมเครองมอและอปกรณการตรวจรางกาย 1.5.4 ทาเรมตนการตรวจอยในทาทมนคงและปลอดภย 1.5.5 วธการตรวจรางกายแตละอยางถกตองตามหลกการ 0 3.5 0 3.5 1.5.6 ทศทาง ขนาดของแรง และจงหวะในการตรวจมความถกตองเหมาะสมกบผปวย 1.5.7 ทาทางการตรวจมความปลอดภยตอผตรวจ 1.5.8 ลาดบการตรวจถกตองและเหมาะสมกบสภาพของผปวย 0

0.2

0

0.2 1.5.9 การเขาหาผปวยมความเหมาะสมและเปนมตรกบผปวย

1.5.10 การระมดระวงผปวยขณะตรวจรางกาย ทาทางการตรวจมความปลอดภยตอผปวย 0 0 0.2 0.2 1.5.11 การรายงานและแปลผลการตรวจรางกาย 0.2 0 0 0.2

1.6 การวเคราะหและสรปปญหา และการใหการวนจฉยทางกายภาพบาบด 3

0

0

3

1.6.1 สามารถสรปปญหาหลกในปจจบนได 1.6.2 สามารถเรยนลาดบความสาคญของปญหาผปวยได

หวขอประเมน คะแนน

C P A รวม 1.6.3 สามารถวเคราะหปญหาไดสอดคลองกบปญหาจรงของผปวยได

1.6.4 สรปปญหาไดครอบคลมทงหมด 1.6.5 สามารถใหการวนจฉยทางกายภาพบาบดได 1.7 การพยากรณโรคและการกาหนดเปาหมาย 0.5

0

0

0.5

1.7.1 สามารถพยากรณโรค/ปญหาของผปวย 1.7.2 สามารถกาหนด long term goal ไดสอดคลองกบการพยากรณโรคและความคาดหวงของผปวย 1.7.3 สามารถกาหนด short term goal ไดเปนลาดบขนและเปนไปไดจรงตามปญหาของผปวย 1.8 การวางแผนการรกษาทางกายภาพบาบดและการจดการอนๆ 0.5 0 0 0.5 1.8.1 วางแผนไดสอดคลองกบเปาหมายระยะสนและระยะยาว 1.8.2 วางแผนไดถกตองตามหลกวชาการ 1.8.3 นาขอหาม ขอควรระวง และสวนทดของผปวยมาใชประกอบการวางแผน 1.9 การรกษา

0.2 0

0

0.2 1.9.1 เลอกเทคนคการรกษาไดเหมาะสมกบปญหาผปวย และการบรหารจดการดานเวลาในการ

รกษาเหมาะสม 1.9.2 การอธบายวตถประสงคและการปฏบตตวของผปวยกอนและระหวางการรกษา 0.05 0.1 0.05 0.2 1.9.3 ทาเรมตนการรกษาอยในทาทมนคงและปลอดภย 1.9.4 ทาทางการรกษามความปลอดภยทงตนเองและผปวย 1.9.5 มการเตรยมเครองมอและอปกรณการรกษา 1.9.6 เทคนคการรกษาแตละอยางถกตองตามหลกการ 0

0.4 0 0.4

1.9.7 ใชวสดและอปกรณไดอยางมประสทธภาพ ไมกอใหเกดการชารดและสนเปลอง 1.9.8 การเขาหาผปวยมความเหมาะสมและเปนมตรกบผปวย 1.9.9 การระมดระวงผปวยขณะรกษา วธการรกษามความปลอดภยตอผปวย 0 0 0.1 0.1 1.9.10 ลาดบการรกษาถกตองและเหมาะสมกบสภาพของผปวย 0 0.2 0 0.2 1.9.11 การประเมนผลภายหลงการรกษา 0.1 0.1 0 0.2

1.10 การใหคาแนะนาผปวย/ผดแลผปวยถกตองและเหมาะสมกบผรบการแนะนา และการสงตอผปวยเหมาะสม

0.025 0.05 0.025 0.1

1.10.1 เสยงดง ฟงชด 1.10.2 ใชภาษาทสามารถสอสารไดอยางชดเจน เปนมออาชพ 1.10.3 มบคลกทาทางทเปนนาเชอถอ การแสดงออกทางสหนา แววตา มความมนใจ 1.10.4 เนอหาการแนะนามประเดน ชดเจน ตรงเปาหมาย 1.10.5 ลาดบการแนะนาเสนอเหมาะสม 1.10.6 ใชเวลาในการแนะนาไดอยางเหมาะสม

หวขอประเมน คะแนน

C P A รวม

1.11 การประเมนผลการดาเนนการตามแผนการจดการทางกายภาพบาบด 0.025 0.05 0.025 0.1

1.11.1 ใชกระบวนการประเมนผลทสอดคลองกบเปาหมาย 1.11.2 การสรปผลการประเมนและวางแผนดาเนนการตอ 1.11.3 ประเมนผลตามแผนทวางไวและ/หรอเมอมเงอนไขทเหมาะสม 2. บคลก และทกษะในการนาเสนอและการตอบคาถาม 1

1.5

0.5

3

2.1 เสยงดง ฟงชด 2.2 ใชภาษาทสามารถสอสารไดอยางชดเจน เปนมออาชพ 2.3 มบคลกทาทางทเปนนาเชอถอ การแสดงออกทางสหนา แววตา มความมนใจ 2.4 เนอหาการนาเสนอมประเดน ชดเจน ตรงเปาหมาย 2.5 ลาดบการนาเสนอเหมาะสม 2.6 ใชเวลาในการนาเสนอไดอยางเหมาะสม 2.7 มความรพนฐานทถกตอง และเพยงพอ 2.8 มความพยายามในการตอบคาถาม 2.9 ตอบคาถามไดถกตอง

รวม 10.9 7.85 1.25 20

C:P:A 5.45 3.93 0.63 10 หมายเหต 1. C (Cognition) หมายถง การประเมนใน ความจา ความเขาใจ; P (Psychomotor) ห ม า ย ถ ง ก า ร

ประเมนทกษะปฏบต; A (Affection) หมายถง การประเมนเจตคต 2. เวลาสอบปฏบตการ 105 นาท ประกอบดวย 2.1 สบคนขอมลจากเอกสาร การสมภาษณประวตและการตรวจรางกาย 45 นาท 2.2 สรปขอมล 2.1 และเตรยมนาเสนอ 30 นาท 2.3 นาเสนอและตอบขอซกถาม 30 นาท 2. กระบวนการประเมนผลการปฏบตงานของนกศกษา

2.1 ประเมนผลการฝกปฏบตทกสปดาห และแจงผลการประเมนใหนกศกษาทราบ ไมคดคะแนน 2.2 ประเมนระหวางภาคในสปดาหท 4 ของการฝกปฏบตงาน 2.3 ประเมนการสมมนา case conference ในสปดาหท 3-4 ของการฝกปฏบตงาน 2.4 สอบปลายภาค ในสปดาหท 4-5 ของการฝกปฏบตงาน 2.5 ประเมนการเขยนรายงานผปวยเมอสนสดการฝกปฏบตงาน

3. ความรบผดชอบของอาจารยผควบคมการฝกปฏบตตอการประเมนนกศกษา 3.1 ตดตอประสานงานกบอาจารยประสานงานวชา ในกรณทมปญหาเกดขนในระหวางฝกปฏบตงานทางคลนก 3.2 ประเมนผลการฝกปฏบตทกสปดาห และแจงผลการประเมนเพอใหนกศกษาพฒนาตนเอง 3.3 จดหา case ผปวยสาหรบการฝกของนกศกษา การ conference และการสอบ

3.4 ประเมนการสมมนา case conference รวมกบอาจารยคณะกายภาพบาบด มหาวทยาลยรงสต 3.5 ประเมนการสอบปลายภาค รวมกบอาจารยคณะกายภาพบาบด มหาวทยาลยรงสต

4. การสรปผลการประเมนทแตกตาง กรณทผลการประเมนการ conference และการสอบไมตรงกน ระหวางอาจารยผควบคมการฝกปฏบตกบอาจารยคณะกายภาพบาบด มหาวทยาลยรงสตทรวมประเมน ใหอภปรายเหตผล แตผลการประเมนยงคงเปนสทธของแตละทานเชนเดม

หมวดท 7 การประเมนและปรบปรงการดาเนนการของการฝกประสบการณภาคสนาม 1. กระบวนการประเมนการฝกประสบการณภาคสนามจากผเกยวของตอไปน 1.1 นกศกษา

นกศกษาสามารถประเมนสถานท ขนตอน กระบวนการ ตลอดจนการปฏบตงานของอาจารยผควบคมการฝกปฏบตได ในวนสรปการจดการเรยนการสอน

1.2 อาจารยผควบคมการฝกปฏบต อาจารยผควบคมการฝกปฏบตแตละโรงพยาบาลแสดงความคดเหนและขอเสนอแนะตอการจดการเรยนการสอนวชาคลนกกายภาพบาบด 1 โดยบนทกขอมลลงในแบบประเมนการจดการเรยนการสอนวชาคลนกกายภาพบาบดโดยอาจารยพเศษทางคลนก ซงขอมลทไดจะเปนประโยชนตอการพฒนาการจดการเรยนการสอนตอไป

1.3 อนๆ เชน บณฑตจบใหม ประเมนความคดเหนเกยวกบการฝกปฏบตงานทางคลนกภายใน 1 ปหลงจากจบการศกษา

2. กระบวนการทบทวนผลการประเมนและการวางแผนปรบปรง ภายหลงจากไดขอมลทปอนกลบจากการประชมสรปการจดการเรยนการสอนของนกศกษา และอาจารยอาจารยประสานงานเรยบรอยแลว จะมการประชมกลมวชาฯ และนาผลการประชมเขาเสนอในทประชมวชาการของคณะ เพอขอมตในการปรบปรงการฝกปฏบตงาน

คณะกายภาพบาบด มหาวทยาลยรงสต ตารางเรยนวชาคลนกกายภาพบาบด 1 (Clinical Skills in Physical Therapy I) ) PTH371 (0-12-6)

สาหรบนกศกษากายภาพบาบดชนปท 4 ภาคการศกษาท S ปการศกษา 2558

(ฝกงานทโรงพยาบาล ตงแต วนท 25 พฤษภาคม – 29 มถนายน 2558)

โรงพยาบาล นกศกษา อาจารยพเศษทางคลนก อาจารยคณะกายภาพบาบด

1.โรงพยาบาลคลองหลวง 1. นายศราวฒ กองพมพ

2. นางสาว ภณดา บวทอง 1. กภ.ปยวรรณ จนทสวรรณ

อ.ปฐมพงศ จนธมา

2.โรงพยาบาลลาสนธ 1. นางสาวแพรวทอง ซนเฮงกล

2. นางสาวมนสชนก ไสยสมบต

1. กภ.มนตร มคะนช

2. กภ.จฑามาศ พรจตรส

อ.ดร.ณฏฐกา นาคเพชร

3.โรงพยาบาลอทย (จ.อยธยา) 1.นางสาวพชรนทร วจกขณสาสน

2.ยางสาวพมพพลอย ประภาโส

3.นางสาวไอรน ลอยประโคน

1. กภ.เพญพรรณ ศรปการ

2. กภ.ชชญา อมอน

3. กภ.สนนทา ศรครฑ

อ.กฤตยา แสนล

Recommended