การตรวจวัดและประเมิน ... · 2015-04-16 ·...

Preview:

Citation preview

หมวดวชาท 2 ซ

การตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างานและฝกปฏบต

รองศาสตราจารย ดรจกรกฤษณ ศวะเดชาเทพ มหาวทยาลยสโขทยธรรมาธราช

1

ประกอบดวยหวขอวชา

หลกการประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน การตรวจวดและประเมนระดบความรอน และการฝกปฏบต การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยง และการฝกปฏบต การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวาง และการฝกปฏบต การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการ

ท างาน

2

หลกการประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

ประกอบดวยเรอง

1 สงแวดลอมและสงคกคามสขภาพอนามย

2 ขอบเขตการด าเนนงาน และความส าคญ

3 การจดท าโปรแกรมการประเมนการสมผส

4 กลวธในการประเมนการสมผสและการจดการสงคกคาม

5 ขนตอนการประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

6 การจดท ารายงาน 3

1 สงแวดลอมและสงคกคามสขภาพอนามย

bull สงแวดลอมการท างาน หรอ สภาพแวดลอมการท างาน

หมายถง ทกสงทกอยางทอยรอบตวเราในขณะท างาน ซงอาจเปน คน สตว สงของ หรอพลงงานกได

โดยสงแวดลอมการท างานทสามารถท าอนตรายตอสขภาพอนามยของคนท างานหรอโรคจากการท างานได จะเรยกวา ศกยภาพเชงอนตราย ของสงแวดลอมในการท างาน

bull สงคกคามสขภาพอนามย

หมายถง สงแวดลอมการท างานทมศกยภาพเชงอนตราย

4

การด าเนนงานความปลอดภยอาชวอนามยและสภาพแวดลอมในการท างาน ความปลอดภย อาชวอนามยและสภาพแวดลอมในการท างาน

คนท างาน สงแวดลอมการท างาน

การตรวจรางกาย

การรกษาโรค

การฟนฟรางกาย

ความพการ

การตรวจสภาพการท างาน

เพอปองกนอบตเหต

การตรวจสงแวดลอม

เพอปองกนโรค

นกกายภาพบ าบด

นกจตวทยา

วศวกรความปลอดภย

เจาหนาทความปลอดภย

ในการท างาน

ตระหนกสบคน ประเมน และควบคม สงคกคามสขภาพอนามย

แพทยอาชวเวศศาสตร

พยาบาลอาชวอนามย ฯลฯ

นกสขศาสตรอตสาหกรรม

เจาหนาทความปลอดภยในการท างาน

5

สงคกคามสขภาพอนามย ม 4 ประเภท 1 สงคกคามสขภาพอนามยดานกายภาพ

2 สงคกคามสขภาพอนามยดานเคม

3 สงคกคามสขภาพอนามยดานชวภาพ

4 สงคกคามสขภาพอนามยดานการยศาสตร

ปจจยทางสงแวดลอม

ทสงผลกระทบตอสขภาพอนามย

ดานกายภาพ ดานเคม

ดานชวภาพ ดานการยศาสตร

แสง เสยง ความรอนความสนสะเทอนรงส ความกดดนบรรยากาศ

ฝน เสนใย ฟมกาซ ไอระเหย

จตวทยาสงคม

การจดสภาพงาน

จลนทรย

เชอโรคตาง ๆ

6

2 ขอบเขตการด าเนนงาน และความส าคญ

หลกการด าเนนงานดานสขศาสตรอตสาหกรรม ประกอบดวย 1 การตระหนก ( Recognition ) ถงปญหาสงแวดลอม ใชความร ความเขาใจเกยวกบสงทจะคกคามชวตและสขภาพของพนกงาน 2 การประเมน ( Evaluation ) ระดบปญหาสงแวดลอม ใชประสบการณการตรวจวดและวเคราะหสงคกคามเทยบกบเกณฑมาตรฐาน 3 การควบคม ( Control ) ปญหาสงแวดลอม ใชความรทางวศวกรรม การบรหารจดการ เทคโนโลยหรอผสมผสานวธ ตาง ๆ เพอก าจดและลดปรมาณสงคกคาม

7

ความส าคญของการประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

1 ทราบแหลงทกอใหเกดมลพษและปรมาณของมลพษในสงแวดลอมการท างาน

2 น าผลจากการประเมนสภาพแวดลอมในการท างานไปใชในการออกแบบการควบคมสภาพแวดลอมในการท างาน

3 มการเกบขอมลและรายงานสภาพแวดลอมในการท างานอยางมระบบ

4 เปนขอมลในการหาความสมพนธระหวางการเจบปวยหรอการบาดเจบจากการท างานในสภาพแวดลอมนน ๆ

5 ใชในการตรวจสอบและประเมนระบบการควบคมมลพษซงไดจดใหมขน

6 ใชเปนหลกฐานแสดงการปฏบตตามกฎหมายของผประกอบกจการทไดมการก าหนดไว 8

3การจดท าโปรแกรมการประเมนการสมผส วตถประสงคของการประเมนการสมผส 1 จ าแนกการสมผสสารเคม ทางกายภาพ และทางชวภาพทอาจท าใหเกด

อนตราย จ าแนกคนท างานทสมผส รวมถงสารทยงไมมการก าหนดเกณฑมาตรฐานความปลอดภยในการท างานไว

2 ประเมนระดบการรบสมผสของคนท างานและการรบสมผสทเปลยนแปลงไปในแตละชวง

3 ประเมนปจจยเสยงทคนท างานอาจไดรบอนตรายตอสขภาพจากการบสมผสในระดบทเกนเกณฑมาตรฐานความปลอดภยทก าหนดไว

4 จดล าดบความส าคญและควบคมการสมผสทยอมรบไมได 9

3การจดท าโปรแกรมการประเมนการสมผส วตถประสงคของการประเมนการสมผส 5 จ าแนกการรบสมผสทมความจ าเปนตองหาขอมลเพมเตม

6 บนทกการสมผส การควบคมและสอสารใหคนงานและผเกยวของในการปกปองสขภาพของคนท างานไดรบทราบ

7 เกบรวบรวม บนทกประวตการรบสมผสของคนท างานทกคนเพอน าผลไปใชในการจดการทางดานสขภาพของคนท างาน

8 จดบคลากร งบประเมน ระยะเวลา เพอใหสามารถด าเนนในขนตอนตางๆ ทกลาวมาอยางมประสทธภาพและประสทธผล

10

3การจดท าโปรแกรมการประเมนการสมผส

องคประกอบของโปรแกรมการประเมนการสมผส 1 การก าหนดวตถประสงคของโปรแกรมการประเมนการสมผสสงคกคามสขภาพ

อนามย

2 บทบาทและความรบผดชอบของเจาหนาทความปลอดภยในการท างานและฝายสนบสนนอน ๆ

3 วธการเกบรวบรวมขอมลอยางเปนระบบ เพอจดท าลกษณะพนฐานของสถานทท างาน คนงาน และปจจยสงแวดลอม

11

องคประกอบของโปรแกรมการประเมนการสมผส 4 การก าหนดกลมคนงานทมลกษณะการท างานคลายคลงกน (SEG) และลกษณะการ

สมผสสงคกคามสขภาพอนามยของแตละกลม 5 เกณฑการตดสนการไดรบสมผสของแตละสงคกคามสขภาพอนามยของ SEG วาอย

ในระดบทยอมรบไดหรอไม 6 ระบบการจดล าดบความส าคญ และการรวบรวมขอมลทจ าเปนส าหรบลกษณะการ

สมผสทยอมรบไมได เพอจะไดขอมลทางดานการประเมนการสมผสหรอผลตอสขภาพทมความมนใจในการตดสนใจ

3การจดท าโปรแกรมการประเมนการสมผส

12

องคประกอบของโปรแกรมการประเมนการสมผส 7 ระดบการสมผสทปลอดภยและเกณฑในการประเมนการสมผส ถาระดบการสมผสมากกวา

10 ของเกณฑมาตรฐานความปลอดภยทไดมการก าหนดไว ควรจดท าขอมล Baseline Monitoring

8 จดท าระบบทแนใจวาการสมผสทยอมรบไมได จะไดรบการจดล าดบความส าคญและท าการควบคม

9 จดท าระบบการสอสาร ระบบเอกสาร การประเมนการสมผสและขอเสนอแนะในการควบคมสงคกคามสขภาพอนามย

10 จดท าเกณฑการประเมนการสมผสเปนระยะ โปรแกรมการประเมนเปนประจ า เพอใหแนใจวาการสมผสทยอมรบไดยงยอมรบไดอย

3การจดท าโปรแกรมการประเมนการสมผส

13

ตวอยางการจดกลมคนงานทมการท างานคลายกน

กลมคนงานทม การท างานคลายกน

(SEG)

กระบวนการผลต

(Process)

ลกษณะงาน

(Job)

งานหลก (Task)

มลพษสงแวดลอม

(Environment) 1 เคลอบผวขดลวด เจาหนาทปอนขดลวด ทวไป เสยง 2 เคลอบผวขดลวด เจาหนาทปอนขดลวด ท าความสะอาด MIBK

3 เคลอบผวขดลวด เจาหนาทปอนขดลวด ท าความสะอาด Cyclohexanone 4 เคลอบผวขดลวด ผชวย หลอลน น ามนหลอลน

5 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ ความรอน

6 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ Hexachloroethane 7 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ Hydrogen chloride 8 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ Hexachlorobenzene 9 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ Octochlorostyrene

14

ขอมล

สถานท

ขอมลคนงาน

ลกษณะพนฐานของการท างาน

ขอมลมลพษสงแวดลอม

จดกลมคนงานทมการสมผสสารคลายกน

ก าหนดการสมผสมลพษ

เลอกก าหนดขดจ ากดการสมผส

เปรยบเทยบ

การสมผสมลพษของคนงานกบคามาตรฐานการสมผส

การสมผสยอมรบได การสมผสไมแนนอน การสมผสยอมรบไมได

การจดกลมคนงานทมการท างานคลายกนและตดสนใจเกยวกบระดบการสมผสมลพษ 15

4ขนตอนการประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขนตอนท 1 เตรยมการเพอตรวจวดและเกบตวอยาง

bull ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

bull ขนตอนท 3 การวเคราะหและแปลผล เพอเปรยบเทยบกบมาตรฐาน

ความปลอดภยในการท างาน หรอขอมลเดมทมอย

bull ขนตอนท 4 การประเมนการสมผสซ า

16

ขนตอนท 1 เตรยมการเพอตรวจวดและเกบตวอยาง

bull การศกษาคนควาขอมล หรอการทบทวนปญหา

bull การเตรยมและศกษาขอมลดานระบาดวทยาของผปฏบตงาน

bull การเตรยมอปกรณและเครองมอเพอการส ารวจ

bull การวางแผนการตรวจวดและการเกบตวอยางในสงแวดลอมการท างานใหเหมาะสม

bull การเตรยมการดานอน เชน เวลา บคลากร คาใชจาย เปนตน

17

ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

bull ก าหนดวตถประสงคการประเมนการสมผสเปนการประเมนการสมผสเพอ - เปนขอมลพนฐาน - หาแหลงก าเนดมลพษ - เปนไปตามกฎหมาย bull วธการประเมนการสมผส ม 2 วธ - การตรวจวดทตวบคคล - การตรวจวดแบบพนท

18

ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

สงทตองด าเนนการในการตรวจวดและเกบตวอยาง 1 ก าหนดวตถประสงคการตรวจวดและเกบตวอยาง 2 เตรยมความพรอมของเครองมอและผใชเครองมอ

3 การเปรยบเทยบความถกตองของเครองมอตรวจวด

4 จดเตรยมแบบฟอรมส ารวจและแบบบนทกขอมล 5 ท าความเขาใจกบผปฏบตงานในแผนกบรเวณการท างาน หรอ บคคลทตองการ

ตรวจวด เพอใหเกดความรวมมอในการประเมนการสมผสทถกตอง 6 ท าการตรวจวดในสภาพแวดลอมการท างานทไดมการก าหนดไวตามวตถประสงค

19

ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

สงทตองด าเนนการในการตรวจวดและเกบตวอยาง 7 ขณะท าการตรวจวดใหสงเกตการท างานของเครองมออปกรณทใชในการตรวจวด

วา สามารถท างานไดปกต 8 บนทกปจจยสภาพแวดลอมการท างานทเกดขนระหวางตรวจวด

9 อานคาจากเครองมอ บนทกขอมล หรอจดเกบตวอยางอยางถกตองเพอน าสงวเคราะหในหองปฏบตการ หรอน าผลการตรวจตางๆ มาค านวณหาคาเฉลยตามหลกเกณฑทไดมการก าหนดไว

20

ขนตอนท 3 การวเคราะหและแปลผล เพอเปรยบเทยบกบมาตรฐาน ความปลอดภยในการท างาน หรอขอมลเดมทมอย

ประโยชนของผลการตรวจวดสภาพแวดลอมในการท างาน bull เปรยบเทยบกบเกณฑมาตรฐานความปลอดภยในการท างาน

bull เปรยบเทยบผลทไดกบขอมลเดมทมอย

bull เปรยบเทยบผลทไดกบผลการตรวจสขภาพของพนกงาน

21

ขนตอนท 4 การประเมนการสมผสซ า

แนวทางการด าเนนการ 1 ควรมการประเมนการสมผสซ าตามระยะเวลาทก าหนด bull ปละครงตามกฎหมาย bull ต ากวา 25 ของคามาตรฐาน ทก 64 สปดาห bull 25-50 ของคามาตรฐาน ทก 32 สปดาห bull มากกวา 50-100 ของคามาตรฐาน ทก 16 สปดาห 2 การประเมนแบบพเศษ เชน การรองเรยนของคนงาน มการเปลยนกระบวนการผลต

และตอบสนองกฎหมายใหม เปนตน 22

6 การจดท ารายงาน ขอมลสรปจากสถานทท างาน 1 รายละเอยดกระบวนการผลต อาจบรรยายโดยใชแผนภมแสดงบรเวณการผลต แสดงแหลงก าเนด

สารเคม เสยงดง บรเวณทมรงส หรอการระบายอากาศ เปนตน 2 ลกษณะงานและรายละเอยดของงาน 3 การจดกลมคนงานทมลกษณะการท างานทคลายกน (Similar Exposure Group) 4 รายละเอยดสารเคมทใช วธการสมผสสาร และผลตอสขภาพ 5 การเฝาระวงทางสงแวดลอม การประเมนการสมผสสาร การเกบตวอยาง ผลการวเคราะหและ

สรปในแตละครง การตรวจวดแบบพเศษหรอการตรวจวดสารทางชวภาพจากรางกายของคนงาน ควรมการบนทกเรองการสมผสสารทไมใชจากงานทท าดวย

23

6 การจดท ารายงาน รายงานการประเมนการสมผส ควรประกอบดวย bull แผนการด าเนนงาน การประเมนการสมผสสาร ผลทได ขอเสนอแนะ และแนวทาง

การเฝาระวง bull วตถประสงคในการประเมนการสมผสตองชดเจน bull เกณฑการประเมนการสมผสสาร ( TLVs PELs คามาตรฐานอน ) bull ผลตอสขภาพของสารเคมแตละชนด bull วธการตรวจวด การวเคราะหทางสถต และการควบคมคณภาพของการวเคราะห bull การอภปรายผลการตรวจวด bull ขอเสนอแนะทชดเจน สามารถน ามาปฏบตได และควรมการตดตามผล

24

ความรอน (Heat) คอ พลงงานรปแบบหนงทท าใหมนษย รบรโดยประสาทสมผส เปนพลงงานจลนของโมเลกลของวตถ เมอวตถไดรบความรอนเพมขน โมเลกลกจะเคลอนไหวได

อณหภม (Temperature) คอระดบความรอนทมอยในวตถ เปนคณสมบต ประจ าตวของวตถนน ๆ (oC oF)

การตรวจวดและประเมนระดบความรอนและการฝกปฏบต

25

การตรวจวดและประเมนระดบความรอนและการฝกปฏบต ปรมาณความรอน (Quantity of Heat) คอ จ านวนความรอนทถกถายเทจาก

วตถหนงไปอกวตถหนง หนวยทใช

1) Kcal = Q น า 1 กก T สง 1 oC 2) BTU = Q น า 1 ปอนด T สง 1 oF 1Kcal = 3968 BTU

26

การตรวจวดและประเมนระดบความรอน

ระดบความรอน คอ อณหภมเวตบลบโกลบในบรเวณทลกจางท างาน ตรวจวด โดยเฉลยในเวลาชวง 2 ชวโมงทมอณหภมเวตบลบโกลบสงสดของการท างานปกต

อณหภมเวตบลบโกลบ (WBGT) เปนดชนวดสภาพความรอนในสงแวดลอมการท างาน (หนวยองศาเซลเซยส) ซงเปนการน าปจจยทมผลกระทบตอความรอนทสะสมในรางกายมาพจารณา

27

การตรวจวดและประเมนระดบความรอน

ปรมาณงาน หรอ ภาระงาน (Work Load) เปนพลงงานความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอใหรางกายใชปฏบตงานตางๆ ผทท างานหนกยอมมความรอนเกดขนในรางกายสงกวาผทท างานเบา และคามาตรฐานระดบความรอนไดน าปจจยนมาพจารณา โดยจ าแนกตามความหนกเบาของงานกบระดบความรอนทไดรบ

28

ความหนกเบาของงาน ความหนกเบาของงาน คอ การใชพลงงานของรางกายหรอใชก าลงงานท าให

เกดการเผาผลาญอาหารในรางกายเพอใชปฏบตงาน สามารถแบงออกเปน 3 ระดบ

งานเบา ลกษณะงานทใชแรงนอยหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการเผา ผลาญอาหารในรางกายไมเกน 200 กโลแคลอรตอชวโมง งานปานกลาง ลกษณะงานทใชแรงปานกลางหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการ เผาผลาญอาหารในรางกาย 201 ndash 350 กโลแคลอรตอชวโมง งานหนก ลกษณะงานทใชแรงมากหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการเผา ผลาญอาหารในรางกายเกน 350 กโลแคลอรตอชวโมง

29

อณหภมของรางกาย

แบงออกเปน 2 สวน

1 อณหภมแกน (Core Temperature) หมายถง อณหภมของอวยวะทอยภายในรางกาย เชน สมอง หวใจ ปอด ตบ ไต และระบบทางเดนหายใจ เปนตน

2 อณหภมทผว (Surface Temperature) หมายถง อณหภมทกลามเนอและผวหนง ซงเปนบรเวณทมการแลกเปลยนความรอนกบสงแวดลอมภายนอก เพอรกษาสมดลอณหภมของรางกายใหคงท

30

กลไกการเกดความรอนในรางกาย bull แหลงสรางความรอนในรางกาย มาจาก 2 ทาง 1 เมตาโบลซม 2 การท างานของกลามเนอ bull วธการในการขจดความรอนออกจากรางกายม 4 วธ 1 การแผรงสความรอน 60 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 2 การพาความรอน 12 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 3 การน าความรอน 3 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 4 การระเหย 22 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด

31

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

1 เมตาโบลซม (Metabolism M) bull 1 Met = Basal Metabolism Rate

bull ldquoชาย 70 กก ทพนผวหนง 18 ม2

bull หายใจ O2 03L min 1 Kcal min

32

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

2 การท างานของกลามเนอ (W) - Respiration

- Glycolysis

3 สงแวดลอม (Environment)

- Sun - Process

33

การไดรบและสญเสย ความรอน

สตรสมดลความรอน

M + W + R + C + D ndash E = + H

M = Metabolism Rate

W = ลกษณะของงาน

เบา 200 Kcal hr ลงไป

ปานกลาง 201 ndash 350 Kcal hr

หนก 350 Kcal hr ขนไป

Note H = M R C - E D (M=M+W) 34

อนตรายจากความรอนและผลกระทบตอสขภาพ

bull การมไข ( Fever )

bull ลมแดด ( Heat stroke )

bull การเปนลม ( Heat syncope)

bull การออนเพลยเนองจากความรอน ( Heat Exhaustion )

bull การขาดน า ( Dehydration )

bull ตะครวเนองจากความรอน ( Heat cramp)

35

1 ดชนทเกยวของกบการเปลยนแปลงทางสรรวทยาของผปฏบตงาน เชน WBGT P4SR

2 ดชนทเกยวของกบความพอใจของผปฏบตงาน เชน ET CET 3 ดชนทเกยวของกบการแลกเปลยนความรอน เชน HSI

การตรวจวนจฉยอนตรายจากความรอน

ดชนความเคนแหงความรอน (HEAT STRESS INDEX)

36

ความรอนสง รางกาย การระบายออกมา

YAGLOU amp MINARD WBGT

ACGIH amp NIOSH ไดใชเปนดชนมาตรฐาน ความรอนของคนงาน

ประเมนโดยใชคาอณหภม 3 ชนด คอ tnwbtna และ tg 37

WET BULB GLOBE TEMPERATURE

(WBGT)

WBGT index ใชงายและเปนดชนทใชในมาตรฐานส าหรบความเครยดจากความรอนของ ACGIH และ NIOSH การหาคา WBGT ตองทราบคาของตวแปรตาง ๆ ดงน WET BULB TEMPERATURE GLOBE TEMPERATURE DRY BULB AIR TEMPERATURE

38

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอน

39

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

1 เทอรโมมเตอรวดอณหภมของกระเปาะเปยกธรรมชาต น าปรอท มาหมดวยผากอสทกระเปาะของเทอรโมมเตอร ใหมความยาวเหนอปลายกระเปาะขนมาประมาณ 1 - 1 14 นว และหมตอยาวลงไปใหปลายของผากอสสวนนจมลงในแกว FLASK ขนาด 125 (มล) ซงมน ากลนบรรจอย

40

2 เทอรโมมเตอรวดอณหภมแบลกโกลบ

ใชวดอณหภมจากการแผรงส ทมผลตอรางกายมนษย

อปกรณนประกอบดวยลกทองแดงทรงกลมกลวง

เสนผาศนยกลาง 6 นว ภายนอกเคลอบดวยโลหะด าดาน

มเทอรโมมเตอรเสยบอยบรเวณเปลอกภายนอก

โดยปลายของเทอรโมมเตอรจะอยบรเวณตรงกลางของโกลบน

3 เทอรโมมเตอรวดอณหภมอากาศหรออณหภมกระเปาะแหง

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

41

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอชนดอานคาโดยตรง

ตองมคณลกษณะของเครองสอดคลองกบมาตรฐาน ISO 7243 หรอเทยบเทา หรอดกวา เชน DIN EN 27243 42

เทคนคและวธการตรวจวด

bull ในการตรวจวดระดบความรอนตองท าการตรวจวดในเดอนทรอนทสดของป

bull ในการเรมการตรวจวดระดบความรอน ตองท าการ set อปกรณกอนเรมท าการอานคาประมาณ 30 นาท

bull ต าแหนงทวางอปกรณกระเปาะแหงตองไมไดรบการแผรงสความรอน จากสภาพแวดลอมในการท างาน

43

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB

WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn) t1+t2+hellip +tn

44

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB ถา NWB = 25 องศาเซลเซยส GT =40 องศาเซลเซยส DB = 30 องศาเซลเซยส WBGT = 0725 + 0240 + 0130 องศาเซลเซยส = 285 องศาเซลเซยส

45

สตรการประเมนภาระงาน

ศกษาระยะเวลาการท างาน และลกษณะการท างาน ของพนกงาน เพอประเมนภาระงาน วาลกษณะงานทท าในชวง 2 ชวโมงทรอนทสดของพนกงาน เปนลกษณะงานหนก งานหนกปานกลาง หรองานเบา โดยค านวณดวยสตรตอไปน

Mเฉลย = M1t1 + M2t2 + M3t3 + + Mntn

t1 + t2 + t3 + + t n

เมอ M1 M2 hellip และ Mn คอ คาประมาณความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอสรางพลงงาน ส าหรบกจกรรมตางๆ มหนวยเปนกโลแคลอรตอชวโมงหรอกโลแคลอรตอนาท ในชวงเวลา t1 t2 tn มหนวยเปนชวโมงหรอนาท

46

คาพลงงานในการแบงระดบความหนก ndash เบา ของงาน

ความหนก - เบา พลงงาน ( กโลแคลอร ชวโมง )

งานเบา ไมเกน 200

งานปานกลาง 201 ndash 350

งานหนก เกน 350

47

ตารางแสดงมาตรฐานระดบความรอน

ความหนกเบาของงาน มาตรฐานระดบความรอน

คาเฉลยอณหภมเวทบลบโกลบ (WBGT)

ก าหนดเปนองศาเซลเซยส

เบา 34

กลาง 32

หนก 30 48

การประเมนภาระงาน (อตราการเผาผลาญอาหารเฉลยในรางกายของคนงานขณะท ากจกรรม)

03 06

20 ndash 30 เพม 08 ทกความสงทเพม 1 เมตร

นง ยน เดนบนพนราบ เดนขนทสง

กโลแคลอรนาท ทาทางการเคลอนไหวของรางกาย

49

10 เมตาโบลสมพนฐาน

02 ndash 12

07 ndash 25

10 ndash 35

10 ndash 150

04 09

10 17

15 25

35 50 70 90

ท างานดวยมอ - เบา ( เขยนหนงมอ เยบปกถกรอย) - หนก ( พมพดด นบเรยงเอกสาร ) ท างานดวยแขนขางเดยว - เบา ( กวาดพน เชดถพน ) - หนก ( ตอกตะป เลอยไม ) ท างานดวยแขน 2 ขาง - เบา (ปอนชนงาน ตะไบโลหะ งานสวน) - หนก ( ไสไม แกะสกกไม ) ท างานดวยรางกายทกสวน - เบา ( ขบรถยนต) - ปานกลาง ( ทาส ขดถพน ) -หนก ( ลาก ดง ยกของหนก) -หนกมาก ( กอสราง ขดดน )

ชวงคาพลงงาน ( กโลแคลอร นาท )

คาพลงงานเฉลย ( กโลแคลอร นาท )

กจกรรม การปฏบตงาน

50

ตวอยางกจกรรมเปรยบเทยบ

20 30

10 60

1 เดนไปเรอย ๆ 2 ใช 2 แขน(งานหนก) และใชรางกายทก

สวน (งานเบา) 3 เมตาโบลสมพนฐานของรางกาย รวม

กโลแคลอร นาท การประกอบชนงาน

51

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส)

WL = (560) + (745) +helliphellip+ (915) + (1120) 2 WL = 300 + 315 + 135 + 120 = 8702 = 435 กโลแคลอรชวโมง 2

52

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง 20 นาท (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณความหนกเบาของงาน

WL = (580) + (740) +helliphellip+ (1120) 2 WL = 400 + 280 + 120 = 8002 = 400 กโลแคลอรชวโมง 2 53

การค านวณหา WBGT เฉลย WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn)

t1+t2+hellip +tn ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณWBGT เฉลย

WBGTเฉลย = (3760)+(3545)+(3215) 60+45+15

= 356 องศาเซลเซยส

54

ตวอยางแบบบนทกขอมลการตรวจวดดชนความรอน

ลกษณะการท างาน Work load ระยะเวลา ( นาท )

WB

(degc) DB (degc)

GT (degc)

WBGT (degc)

ชอสถานประกอบกจการ

วนเดอนป ทตรวจวด

เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช

ปรบเทยบความถกตองเครองมอ

แผนก

ชอพนกงาน

55

การควบคมและปองกนอนตราย bull การใชฉนวนหมแหลงก าเนดความรอน เชน ใชฉนวนบทอน ารอน เพอลดการ

แผรงสและพาความรอน bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน bull การจดระบบระบายอากาศแบบทวไปและแบบเฉพาะท bull การแยกแหลงก าเนดความรอนออกจากบรเวณการท างาน bull การตดประกาศเตอน bull การลดเวลาท างานสมผสความรอนและเพมเวลาพก bull จดน าดมและน าเกลอแร bull การจดอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคล เปนตน

56

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การใชฉนวนหม (Insulator)

bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน (Radiation Shielding)

57

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การจดการระบายอากาศเฉพาะท (Local Exhaust Ventilation)

58

การปองกนททางผาน

bull จดท าหองพก หรอหองควบคมใหพนกงาน

bull การจายอากาศทม ความเยนเฉพาะจด ใหทตว

59

การปองกนททางผาน

bull การจดทศทางการเคลอนท

ของอากาศอยางเหมาะสม

bull อาศยการดนอากาศเยนจากดานลาง เพอไลอากาศรอนสดานบน

60

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาการท างานทสมผสความรอน

bull ใชอปกรณชวยผอนแรง เพอชวยลดคาพลงงานความรอน

61

การปองกนทตวบคคล

bull ใชอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคลเพอปองกนความรอนทตองสมผส

bull จดท าปายเตอน

bull การจดสวสดการในเรอง น าดม-เกลอแร ทช าระลางรางกาย ทนงพก

62

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

เสยง (Sound) คอ พลงงานรปหนงทเกดจากการสนสะเทอนของโมเลกลของอากาศ ท าใหเกดการอดและขยายสลบกนของโมเลกลอากาศ ความดนบรรยากาศจงเกดการเปลยนแปลงตามการเคลอนทของโมเลกลอากาศ เรยกวา คลนเสยง

เสยงดง (noise) หมายถง เสยงซงไมเปนทตองการของคนเพราะท าใหเกดการรบกวนการรบรเสยงทตองการ หรอความเงยบ และเปนเสยงทเปนอนตรายตอการไดยน

เดซเบลเอ ( dBA) เปนหนวยวดความดงเสยงทใกลเคยงกบการตอบสนองตอเสยงของหมนษย

TWA time weighted average เปนคาเฉลยระดบความดงเสยงตลอดระยะเวลาการสมผสเสยง

63

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

ประกอบดวยหวขอวชา

หลกการประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน การตรวจวดและประเมนระดบความรอน และการฝกปฏบต การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยง และการฝกปฏบต การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวาง และการฝกปฏบต การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการ

ท างาน

2

หลกการประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

ประกอบดวยเรอง

1 สงแวดลอมและสงคกคามสขภาพอนามย

2 ขอบเขตการด าเนนงาน และความส าคญ

3 การจดท าโปรแกรมการประเมนการสมผส

4 กลวธในการประเมนการสมผสและการจดการสงคกคาม

5 ขนตอนการประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

6 การจดท ารายงาน 3

1 สงแวดลอมและสงคกคามสขภาพอนามย

bull สงแวดลอมการท างาน หรอ สภาพแวดลอมการท างาน

หมายถง ทกสงทกอยางทอยรอบตวเราในขณะท างาน ซงอาจเปน คน สตว สงของ หรอพลงงานกได

โดยสงแวดลอมการท างานทสามารถท าอนตรายตอสขภาพอนามยของคนท างานหรอโรคจากการท างานได จะเรยกวา ศกยภาพเชงอนตราย ของสงแวดลอมในการท างาน

bull สงคกคามสขภาพอนามย

หมายถง สงแวดลอมการท างานทมศกยภาพเชงอนตราย

4

การด าเนนงานความปลอดภยอาชวอนามยและสภาพแวดลอมในการท างาน ความปลอดภย อาชวอนามยและสภาพแวดลอมในการท างาน

คนท างาน สงแวดลอมการท างาน

การตรวจรางกาย

การรกษาโรค

การฟนฟรางกาย

ความพการ

การตรวจสภาพการท างาน

เพอปองกนอบตเหต

การตรวจสงแวดลอม

เพอปองกนโรค

นกกายภาพบ าบด

นกจตวทยา

วศวกรความปลอดภย

เจาหนาทความปลอดภย

ในการท างาน

ตระหนกสบคน ประเมน และควบคม สงคกคามสขภาพอนามย

แพทยอาชวเวศศาสตร

พยาบาลอาชวอนามย ฯลฯ

นกสขศาสตรอตสาหกรรม

เจาหนาทความปลอดภยในการท างาน

5

สงคกคามสขภาพอนามย ม 4 ประเภท 1 สงคกคามสขภาพอนามยดานกายภาพ

2 สงคกคามสขภาพอนามยดานเคม

3 สงคกคามสขภาพอนามยดานชวภาพ

4 สงคกคามสขภาพอนามยดานการยศาสตร

ปจจยทางสงแวดลอม

ทสงผลกระทบตอสขภาพอนามย

ดานกายภาพ ดานเคม

ดานชวภาพ ดานการยศาสตร

แสง เสยง ความรอนความสนสะเทอนรงส ความกดดนบรรยากาศ

ฝน เสนใย ฟมกาซ ไอระเหย

จตวทยาสงคม

การจดสภาพงาน

จลนทรย

เชอโรคตาง ๆ

6

2 ขอบเขตการด าเนนงาน และความส าคญ

หลกการด าเนนงานดานสขศาสตรอตสาหกรรม ประกอบดวย 1 การตระหนก ( Recognition ) ถงปญหาสงแวดลอม ใชความร ความเขาใจเกยวกบสงทจะคกคามชวตและสขภาพของพนกงาน 2 การประเมน ( Evaluation ) ระดบปญหาสงแวดลอม ใชประสบการณการตรวจวดและวเคราะหสงคกคามเทยบกบเกณฑมาตรฐาน 3 การควบคม ( Control ) ปญหาสงแวดลอม ใชความรทางวศวกรรม การบรหารจดการ เทคโนโลยหรอผสมผสานวธ ตาง ๆ เพอก าจดและลดปรมาณสงคกคาม

7

ความส าคญของการประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

1 ทราบแหลงทกอใหเกดมลพษและปรมาณของมลพษในสงแวดลอมการท างาน

2 น าผลจากการประเมนสภาพแวดลอมในการท างานไปใชในการออกแบบการควบคมสภาพแวดลอมในการท างาน

3 มการเกบขอมลและรายงานสภาพแวดลอมในการท างานอยางมระบบ

4 เปนขอมลในการหาความสมพนธระหวางการเจบปวยหรอการบาดเจบจากการท างานในสภาพแวดลอมนน ๆ

5 ใชในการตรวจสอบและประเมนระบบการควบคมมลพษซงไดจดใหมขน

6 ใชเปนหลกฐานแสดงการปฏบตตามกฎหมายของผประกอบกจการทไดมการก าหนดไว 8

3การจดท าโปรแกรมการประเมนการสมผส วตถประสงคของการประเมนการสมผส 1 จ าแนกการสมผสสารเคม ทางกายภาพ และทางชวภาพทอาจท าใหเกด

อนตราย จ าแนกคนท างานทสมผส รวมถงสารทยงไมมการก าหนดเกณฑมาตรฐานความปลอดภยในการท างานไว

2 ประเมนระดบการรบสมผสของคนท างานและการรบสมผสทเปลยนแปลงไปในแตละชวง

3 ประเมนปจจยเสยงทคนท างานอาจไดรบอนตรายตอสขภาพจากการบสมผสในระดบทเกนเกณฑมาตรฐานความปลอดภยทก าหนดไว

4 จดล าดบความส าคญและควบคมการสมผสทยอมรบไมได 9

3การจดท าโปรแกรมการประเมนการสมผส วตถประสงคของการประเมนการสมผส 5 จ าแนกการรบสมผสทมความจ าเปนตองหาขอมลเพมเตม

6 บนทกการสมผส การควบคมและสอสารใหคนงานและผเกยวของในการปกปองสขภาพของคนท างานไดรบทราบ

7 เกบรวบรวม บนทกประวตการรบสมผสของคนท างานทกคนเพอน าผลไปใชในการจดการทางดานสขภาพของคนท างาน

8 จดบคลากร งบประเมน ระยะเวลา เพอใหสามารถด าเนนในขนตอนตางๆ ทกลาวมาอยางมประสทธภาพและประสทธผล

10

3การจดท าโปรแกรมการประเมนการสมผส

องคประกอบของโปรแกรมการประเมนการสมผส 1 การก าหนดวตถประสงคของโปรแกรมการประเมนการสมผสสงคกคามสขภาพ

อนามย

2 บทบาทและความรบผดชอบของเจาหนาทความปลอดภยในการท างานและฝายสนบสนนอน ๆ

3 วธการเกบรวบรวมขอมลอยางเปนระบบ เพอจดท าลกษณะพนฐานของสถานทท างาน คนงาน และปจจยสงแวดลอม

11

องคประกอบของโปรแกรมการประเมนการสมผส 4 การก าหนดกลมคนงานทมลกษณะการท างานคลายคลงกน (SEG) และลกษณะการ

สมผสสงคกคามสขภาพอนามยของแตละกลม 5 เกณฑการตดสนการไดรบสมผสของแตละสงคกคามสขภาพอนามยของ SEG วาอย

ในระดบทยอมรบไดหรอไม 6 ระบบการจดล าดบความส าคญ และการรวบรวมขอมลทจ าเปนส าหรบลกษณะการ

สมผสทยอมรบไมได เพอจะไดขอมลทางดานการประเมนการสมผสหรอผลตอสขภาพทมความมนใจในการตดสนใจ

3การจดท าโปรแกรมการประเมนการสมผส

12

องคประกอบของโปรแกรมการประเมนการสมผส 7 ระดบการสมผสทปลอดภยและเกณฑในการประเมนการสมผส ถาระดบการสมผสมากกวา

10 ของเกณฑมาตรฐานความปลอดภยทไดมการก าหนดไว ควรจดท าขอมล Baseline Monitoring

8 จดท าระบบทแนใจวาการสมผสทยอมรบไมได จะไดรบการจดล าดบความส าคญและท าการควบคม

9 จดท าระบบการสอสาร ระบบเอกสาร การประเมนการสมผสและขอเสนอแนะในการควบคมสงคกคามสขภาพอนามย

10 จดท าเกณฑการประเมนการสมผสเปนระยะ โปรแกรมการประเมนเปนประจ า เพอใหแนใจวาการสมผสทยอมรบไดยงยอมรบไดอย

3การจดท าโปรแกรมการประเมนการสมผส

13

ตวอยางการจดกลมคนงานทมการท างานคลายกน

กลมคนงานทม การท างานคลายกน

(SEG)

กระบวนการผลต

(Process)

ลกษณะงาน

(Job)

งานหลก (Task)

มลพษสงแวดลอม

(Environment) 1 เคลอบผวขดลวด เจาหนาทปอนขดลวด ทวไป เสยง 2 เคลอบผวขดลวด เจาหนาทปอนขดลวด ท าความสะอาด MIBK

3 เคลอบผวขดลวด เจาหนาทปอนขดลวด ท าความสะอาด Cyclohexanone 4 เคลอบผวขดลวด ผชวย หลอลน น ามนหลอลน

5 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ ความรอน

6 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ Hexachloroethane 7 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ Hydrogen chloride 8 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ Hexachlorobenzene 9 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ Octochlorostyrene

14

ขอมล

สถานท

ขอมลคนงาน

ลกษณะพนฐานของการท างาน

ขอมลมลพษสงแวดลอม

จดกลมคนงานทมการสมผสสารคลายกน

ก าหนดการสมผสมลพษ

เลอกก าหนดขดจ ากดการสมผส

เปรยบเทยบ

การสมผสมลพษของคนงานกบคามาตรฐานการสมผส

การสมผสยอมรบได การสมผสไมแนนอน การสมผสยอมรบไมได

การจดกลมคนงานทมการท างานคลายกนและตดสนใจเกยวกบระดบการสมผสมลพษ 15

4ขนตอนการประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขนตอนท 1 เตรยมการเพอตรวจวดและเกบตวอยาง

bull ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

bull ขนตอนท 3 การวเคราะหและแปลผล เพอเปรยบเทยบกบมาตรฐาน

ความปลอดภยในการท างาน หรอขอมลเดมทมอย

bull ขนตอนท 4 การประเมนการสมผสซ า

16

ขนตอนท 1 เตรยมการเพอตรวจวดและเกบตวอยาง

bull การศกษาคนควาขอมล หรอการทบทวนปญหา

bull การเตรยมและศกษาขอมลดานระบาดวทยาของผปฏบตงาน

bull การเตรยมอปกรณและเครองมอเพอการส ารวจ

bull การวางแผนการตรวจวดและการเกบตวอยางในสงแวดลอมการท างานใหเหมาะสม

bull การเตรยมการดานอน เชน เวลา บคลากร คาใชจาย เปนตน

17

ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

bull ก าหนดวตถประสงคการประเมนการสมผสเปนการประเมนการสมผสเพอ - เปนขอมลพนฐาน - หาแหลงก าเนดมลพษ - เปนไปตามกฎหมาย bull วธการประเมนการสมผส ม 2 วธ - การตรวจวดทตวบคคล - การตรวจวดแบบพนท

18

ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

สงทตองด าเนนการในการตรวจวดและเกบตวอยาง 1 ก าหนดวตถประสงคการตรวจวดและเกบตวอยาง 2 เตรยมความพรอมของเครองมอและผใชเครองมอ

3 การเปรยบเทยบความถกตองของเครองมอตรวจวด

4 จดเตรยมแบบฟอรมส ารวจและแบบบนทกขอมล 5 ท าความเขาใจกบผปฏบตงานในแผนกบรเวณการท างาน หรอ บคคลทตองการ

ตรวจวด เพอใหเกดความรวมมอในการประเมนการสมผสทถกตอง 6 ท าการตรวจวดในสภาพแวดลอมการท างานทไดมการก าหนดไวตามวตถประสงค

19

ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

สงทตองด าเนนการในการตรวจวดและเกบตวอยาง 7 ขณะท าการตรวจวดใหสงเกตการท างานของเครองมออปกรณทใชในการตรวจวด

วา สามารถท างานไดปกต 8 บนทกปจจยสภาพแวดลอมการท างานทเกดขนระหวางตรวจวด

9 อานคาจากเครองมอ บนทกขอมล หรอจดเกบตวอยางอยางถกตองเพอน าสงวเคราะหในหองปฏบตการ หรอน าผลการตรวจตางๆ มาค านวณหาคาเฉลยตามหลกเกณฑทไดมการก าหนดไว

20

ขนตอนท 3 การวเคราะหและแปลผล เพอเปรยบเทยบกบมาตรฐาน ความปลอดภยในการท างาน หรอขอมลเดมทมอย

ประโยชนของผลการตรวจวดสภาพแวดลอมในการท างาน bull เปรยบเทยบกบเกณฑมาตรฐานความปลอดภยในการท างาน

bull เปรยบเทยบผลทไดกบขอมลเดมทมอย

bull เปรยบเทยบผลทไดกบผลการตรวจสขภาพของพนกงาน

21

ขนตอนท 4 การประเมนการสมผสซ า

แนวทางการด าเนนการ 1 ควรมการประเมนการสมผสซ าตามระยะเวลาทก าหนด bull ปละครงตามกฎหมาย bull ต ากวา 25 ของคามาตรฐาน ทก 64 สปดาห bull 25-50 ของคามาตรฐาน ทก 32 สปดาห bull มากกวา 50-100 ของคามาตรฐาน ทก 16 สปดาห 2 การประเมนแบบพเศษ เชน การรองเรยนของคนงาน มการเปลยนกระบวนการผลต

และตอบสนองกฎหมายใหม เปนตน 22

6 การจดท ารายงาน ขอมลสรปจากสถานทท างาน 1 รายละเอยดกระบวนการผลต อาจบรรยายโดยใชแผนภมแสดงบรเวณการผลต แสดงแหลงก าเนด

สารเคม เสยงดง บรเวณทมรงส หรอการระบายอากาศ เปนตน 2 ลกษณะงานและรายละเอยดของงาน 3 การจดกลมคนงานทมลกษณะการท างานทคลายกน (Similar Exposure Group) 4 รายละเอยดสารเคมทใช วธการสมผสสาร และผลตอสขภาพ 5 การเฝาระวงทางสงแวดลอม การประเมนการสมผสสาร การเกบตวอยาง ผลการวเคราะหและ

สรปในแตละครง การตรวจวดแบบพเศษหรอการตรวจวดสารทางชวภาพจากรางกายของคนงาน ควรมการบนทกเรองการสมผสสารทไมใชจากงานทท าดวย

23

6 การจดท ารายงาน รายงานการประเมนการสมผส ควรประกอบดวย bull แผนการด าเนนงาน การประเมนการสมผสสาร ผลทได ขอเสนอแนะ และแนวทาง

การเฝาระวง bull วตถประสงคในการประเมนการสมผสตองชดเจน bull เกณฑการประเมนการสมผสสาร ( TLVs PELs คามาตรฐานอน ) bull ผลตอสขภาพของสารเคมแตละชนด bull วธการตรวจวด การวเคราะหทางสถต และการควบคมคณภาพของการวเคราะห bull การอภปรายผลการตรวจวด bull ขอเสนอแนะทชดเจน สามารถน ามาปฏบตได และควรมการตดตามผล

24

ความรอน (Heat) คอ พลงงานรปแบบหนงทท าใหมนษย รบรโดยประสาทสมผส เปนพลงงานจลนของโมเลกลของวตถ เมอวตถไดรบความรอนเพมขน โมเลกลกจะเคลอนไหวได

อณหภม (Temperature) คอระดบความรอนทมอยในวตถ เปนคณสมบต ประจ าตวของวตถนน ๆ (oC oF)

การตรวจวดและประเมนระดบความรอนและการฝกปฏบต

25

การตรวจวดและประเมนระดบความรอนและการฝกปฏบต ปรมาณความรอน (Quantity of Heat) คอ จ านวนความรอนทถกถายเทจาก

วตถหนงไปอกวตถหนง หนวยทใช

1) Kcal = Q น า 1 กก T สง 1 oC 2) BTU = Q น า 1 ปอนด T สง 1 oF 1Kcal = 3968 BTU

26

การตรวจวดและประเมนระดบความรอน

ระดบความรอน คอ อณหภมเวตบลบโกลบในบรเวณทลกจางท างาน ตรวจวด โดยเฉลยในเวลาชวง 2 ชวโมงทมอณหภมเวตบลบโกลบสงสดของการท างานปกต

อณหภมเวตบลบโกลบ (WBGT) เปนดชนวดสภาพความรอนในสงแวดลอมการท างาน (หนวยองศาเซลเซยส) ซงเปนการน าปจจยทมผลกระทบตอความรอนทสะสมในรางกายมาพจารณา

27

การตรวจวดและประเมนระดบความรอน

ปรมาณงาน หรอ ภาระงาน (Work Load) เปนพลงงานความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอใหรางกายใชปฏบตงานตางๆ ผทท างานหนกยอมมความรอนเกดขนในรางกายสงกวาผทท างานเบา และคามาตรฐานระดบความรอนไดน าปจจยนมาพจารณา โดยจ าแนกตามความหนกเบาของงานกบระดบความรอนทไดรบ

28

ความหนกเบาของงาน ความหนกเบาของงาน คอ การใชพลงงานของรางกายหรอใชก าลงงานท าให

เกดการเผาผลาญอาหารในรางกายเพอใชปฏบตงาน สามารถแบงออกเปน 3 ระดบ

งานเบา ลกษณะงานทใชแรงนอยหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการเผา ผลาญอาหารในรางกายไมเกน 200 กโลแคลอรตอชวโมง งานปานกลาง ลกษณะงานทใชแรงปานกลางหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการ เผาผลาญอาหารในรางกาย 201 ndash 350 กโลแคลอรตอชวโมง งานหนก ลกษณะงานทใชแรงมากหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการเผา ผลาญอาหารในรางกายเกน 350 กโลแคลอรตอชวโมง

29

อณหภมของรางกาย

แบงออกเปน 2 สวน

1 อณหภมแกน (Core Temperature) หมายถง อณหภมของอวยวะทอยภายในรางกาย เชน สมอง หวใจ ปอด ตบ ไต และระบบทางเดนหายใจ เปนตน

2 อณหภมทผว (Surface Temperature) หมายถง อณหภมทกลามเนอและผวหนง ซงเปนบรเวณทมการแลกเปลยนความรอนกบสงแวดลอมภายนอก เพอรกษาสมดลอณหภมของรางกายใหคงท

30

กลไกการเกดความรอนในรางกาย bull แหลงสรางความรอนในรางกาย มาจาก 2 ทาง 1 เมตาโบลซม 2 การท างานของกลามเนอ bull วธการในการขจดความรอนออกจากรางกายม 4 วธ 1 การแผรงสความรอน 60 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 2 การพาความรอน 12 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 3 การน าความรอน 3 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 4 การระเหย 22 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด

31

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

1 เมตาโบลซม (Metabolism M) bull 1 Met = Basal Metabolism Rate

bull ldquoชาย 70 กก ทพนผวหนง 18 ม2

bull หายใจ O2 03L min 1 Kcal min

32

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

2 การท างานของกลามเนอ (W) - Respiration

- Glycolysis

3 สงแวดลอม (Environment)

- Sun - Process

33

การไดรบและสญเสย ความรอน

สตรสมดลความรอน

M + W + R + C + D ndash E = + H

M = Metabolism Rate

W = ลกษณะของงาน

เบา 200 Kcal hr ลงไป

ปานกลาง 201 ndash 350 Kcal hr

หนก 350 Kcal hr ขนไป

Note H = M R C - E D (M=M+W) 34

อนตรายจากความรอนและผลกระทบตอสขภาพ

bull การมไข ( Fever )

bull ลมแดด ( Heat stroke )

bull การเปนลม ( Heat syncope)

bull การออนเพลยเนองจากความรอน ( Heat Exhaustion )

bull การขาดน า ( Dehydration )

bull ตะครวเนองจากความรอน ( Heat cramp)

35

1 ดชนทเกยวของกบการเปลยนแปลงทางสรรวทยาของผปฏบตงาน เชน WBGT P4SR

2 ดชนทเกยวของกบความพอใจของผปฏบตงาน เชน ET CET 3 ดชนทเกยวของกบการแลกเปลยนความรอน เชน HSI

การตรวจวนจฉยอนตรายจากความรอน

ดชนความเคนแหงความรอน (HEAT STRESS INDEX)

36

ความรอนสง รางกาย การระบายออกมา

YAGLOU amp MINARD WBGT

ACGIH amp NIOSH ไดใชเปนดชนมาตรฐาน ความรอนของคนงาน

ประเมนโดยใชคาอณหภม 3 ชนด คอ tnwbtna และ tg 37

WET BULB GLOBE TEMPERATURE

(WBGT)

WBGT index ใชงายและเปนดชนทใชในมาตรฐานส าหรบความเครยดจากความรอนของ ACGIH และ NIOSH การหาคา WBGT ตองทราบคาของตวแปรตาง ๆ ดงน WET BULB TEMPERATURE GLOBE TEMPERATURE DRY BULB AIR TEMPERATURE

38

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอน

39

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

1 เทอรโมมเตอรวดอณหภมของกระเปาะเปยกธรรมชาต น าปรอท มาหมดวยผากอสทกระเปาะของเทอรโมมเตอร ใหมความยาวเหนอปลายกระเปาะขนมาประมาณ 1 - 1 14 นว และหมตอยาวลงไปใหปลายของผากอสสวนนจมลงในแกว FLASK ขนาด 125 (มล) ซงมน ากลนบรรจอย

40

2 เทอรโมมเตอรวดอณหภมแบลกโกลบ

ใชวดอณหภมจากการแผรงส ทมผลตอรางกายมนษย

อปกรณนประกอบดวยลกทองแดงทรงกลมกลวง

เสนผาศนยกลาง 6 นว ภายนอกเคลอบดวยโลหะด าดาน

มเทอรโมมเตอรเสยบอยบรเวณเปลอกภายนอก

โดยปลายของเทอรโมมเตอรจะอยบรเวณตรงกลางของโกลบน

3 เทอรโมมเตอรวดอณหภมอากาศหรออณหภมกระเปาะแหง

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

41

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอชนดอานคาโดยตรง

ตองมคณลกษณะของเครองสอดคลองกบมาตรฐาน ISO 7243 หรอเทยบเทา หรอดกวา เชน DIN EN 27243 42

เทคนคและวธการตรวจวด

bull ในการตรวจวดระดบความรอนตองท าการตรวจวดในเดอนทรอนทสดของป

bull ในการเรมการตรวจวดระดบความรอน ตองท าการ set อปกรณกอนเรมท าการอานคาประมาณ 30 นาท

bull ต าแหนงทวางอปกรณกระเปาะแหงตองไมไดรบการแผรงสความรอน จากสภาพแวดลอมในการท างาน

43

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB

WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn) t1+t2+hellip +tn

44

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB ถา NWB = 25 องศาเซลเซยส GT =40 องศาเซลเซยส DB = 30 องศาเซลเซยส WBGT = 0725 + 0240 + 0130 องศาเซลเซยส = 285 องศาเซลเซยส

45

สตรการประเมนภาระงาน

ศกษาระยะเวลาการท างาน และลกษณะการท างาน ของพนกงาน เพอประเมนภาระงาน วาลกษณะงานทท าในชวง 2 ชวโมงทรอนทสดของพนกงาน เปนลกษณะงานหนก งานหนกปานกลาง หรองานเบา โดยค านวณดวยสตรตอไปน

Mเฉลย = M1t1 + M2t2 + M3t3 + + Mntn

t1 + t2 + t3 + + t n

เมอ M1 M2 hellip และ Mn คอ คาประมาณความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอสรางพลงงาน ส าหรบกจกรรมตางๆ มหนวยเปนกโลแคลอรตอชวโมงหรอกโลแคลอรตอนาท ในชวงเวลา t1 t2 tn มหนวยเปนชวโมงหรอนาท

46

คาพลงงานในการแบงระดบความหนก ndash เบา ของงาน

ความหนก - เบา พลงงาน ( กโลแคลอร ชวโมง )

งานเบา ไมเกน 200

งานปานกลาง 201 ndash 350

งานหนก เกน 350

47

ตารางแสดงมาตรฐานระดบความรอน

ความหนกเบาของงาน มาตรฐานระดบความรอน

คาเฉลยอณหภมเวทบลบโกลบ (WBGT)

ก าหนดเปนองศาเซลเซยส

เบา 34

กลาง 32

หนก 30 48

การประเมนภาระงาน (อตราการเผาผลาญอาหารเฉลยในรางกายของคนงานขณะท ากจกรรม)

03 06

20 ndash 30 เพม 08 ทกความสงทเพม 1 เมตร

นง ยน เดนบนพนราบ เดนขนทสง

กโลแคลอรนาท ทาทางการเคลอนไหวของรางกาย

49

10 เมตาโบลสมพนฐาน

02 ndash 12

07 ndash 25

10 ndash 35

10 ndash 150

04 09

10 17

15 25

35 50 70 90

ท างานดวยมอ - เบา ( เขยนหนงมอ เยบปกถกรอย) - หนก ( พมพดด นบเรยงเอกสาร ) ท างานดวยแขนขางเดยว - เบา ( กวาดพน เชดถพน ) - หนก ( ตอกตะป เลอยไม ) ท างานดวยแขน 2 ขาง - เบา (ปอนชนงาน ตะไบโลหะ งานสวน) - หนก ( ไสไม แกะสกกไม ) ท างานดวยรางกายทกสวน - เบา ( ขบรถยนต) - ปานกลาง ( ทาส ขดถพน ) -หนก ( ลาก ดง ยกของหนก) -หนกมาก ( กอสราง ขดดน )

ชวงคาพลงงาน ( กโลแคลอร นาท )

คาพลงงานเฉลย ( กโลแคลอร นาท )

กจกรรม การปฏบตงาน

50

ตวอยางกจกรรมเปรยบเทยบ

20 30

10 60

1 เดนไปเรอย ๆ 2 ใช 2 แขน(งานหนก) และใชรางกายทก

สวน (งานเบา) 3 เมตาโบลสมพนฐานของรางกาย รวม

กโลแคลอร นาท การประกอบชนงาน

51

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส)

WL = (560) + (745) +helliphellip+ (915) + (1120) 2 WL = 300 + 315 + 135 + 120 = 8702 = 435 กโลแคลอรชวโมง 2

52

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง 20 นาท (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณความหนกเบาของงาน

WL = (580) + (740) +helliphellip+ (1120) 2 WL = 400 + 280 + 120 = 8002 = 400 กโลแคลอรชวโมง 2 53

การค านวณหา WBGT เฉลย WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn)

t1+t2+hellip +tn ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณWBGT เฉลย

WBGTเฉลย = (3760)+(3545)+(3215) 60+45+15

= 356 องศาเซลเซยส

54

ตวอยางแบบบนทกขอมลการตรวจวดดชนความรอน

ลกษณะการท างาน Work load ระยะเวลา ( นาท )

WB

(degc) DB (degc)

GT (degc)

WBGT (degc)

ชอสถานประกอบกจการ

วนเดอนป ทตรวจวด

เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช

ปรบเทยบความถกตองเครองมอ

แผนก

ชอพนกงาน

55

การควบคมและปองกนอนตราย bull การใชฉนวนหมแหลงก าเนดความรอน เชน ใชฉนวนบทอน ารอน เพอลดการ

แผรงสและพาความรอน bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน bull การจดระบบระบายอากาศแบบทวไปและแบบเฉพาะท bull การแยกแหลงก าเนดความรอนออกจากบรเวณการท างาน bull การตดประกาศเตอน bull การลดเวลาท างานสมผสความรอนและเพมเวลาพก bull จดน าดมและน าเกลอแร bull การจดอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคล เปนตน

56

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การใชฉนวนหม (Insulator)

bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน (Radiation Shielding)

57

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การจดการระบายอากาศเฉพาะท (Local Exhaust Ventilation)

58

การปองกนททางผาน

bull จดท าหองพก หรอหองควบคมใหพนกงาน

bull การจายอากาศทม ความเยนเฉพาะจด ใหทตว

59

การปองกนททางผาน

bull การจดทศทางการเคลอนท

ของอากาศอยางเหมาะสม

bull อาศยการดนอากาศเยนจากดานลาง เพอไลอากาศรอนสดานบน

60

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาการท างานทสมผสความรอน

bull ใชอปกรณชวยผอนแรง เพอชวยลดคาพลงงานความรอน

61

การปองกนทตวบคคล

bull ใชอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคลเพอปองกนความรอนทตองสมผส

bull จดท าปายเตอน

bull การจดสวสดการในเรอง น าดม-เกลอแร ทช าระลางรางกาย ทนงพก

62

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

เสยง (Sound) คอ พลงงานรปหนงทเกดจากการสนสะเทอนของโมเลกลของอากาศ ท าใหเกดการอดและขยายสลบกนของโมเลกลอากาศ ความดนบรรยากาศจงเกดการเปลยนแปลงตามการเคลอนทของโมเลกลอากาศ เรยกวา คลนเสยง

เสยงดง (noise) หมายถง เสยงซงไมเปนทตองการของคนเพราะท าใหเกดการรบกวนการรบรเสยงทตองการ หรอความเงยบ และเปนเสยงทเปนอนตรายตอการไดยน

เดซเบลเอ ( dBA) เปนหนวยวดความดงเสยงทใกลเคยงกบการตอบสนองตอเสยงของหมนษย

TWA time weighted average เปนคาเฉลยระดบความดงเสยงตลอดระยะเวลาการสมผสเสยง

63

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

หลกการประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

ประกอบดวยเรอง

1 สงแวดลอมและสงคกคามสขภาพอนามย

2 ขอบเขตการด าเนนงาน และความส าคญ

3 การจดท าโปรแกรมการประเมนการสมผส

4 กลวธในการประเมนการสมผสและการจดการสงคกคาม

5 ขนตอนการประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

6 การจดท ารายงาน 3

1 สงแวดลอมและสงคกคามสขภาพอนามย

bull สงแวดลอมการท างาน หรอ สภาพแวดลอมการท างาน

หมายถง ทกสงทกอยางทอยรอบตวเราในขณะท างาน ซงอาจเปน คน สตว สงของ หรอพลงงานกได

โดยสงแวดลอมการท างานทสามารถท าอนตรายตอสขภาพอนามยของคนท างานหรอโรคจากการท างานได จะเรยกวา ศกยภาพเชงอนตราย ของสงแวดลอมในการท างาน

bull สงคกคามสขภาพอนามย

หมายถง สงแวดลอมการท างานทมศกยภาพเชงอนตราย

4

การด าเนนงานความปลอดภยอาชวอนามยและสภาพแวดลอมในการท างาน ความปลอดภย อาชวอนามยและสภาพแวดลอมในการท างาน

คนท างาน สงแวดลอมการท างาน

การตรวจรางกาย

การรกษาโรค

การฟนฟรางกาย

ความพการ

การตรวจสภาพการท างาน

เพอปองกนอบตเหต

การตรวจสงแวดลอม

เพอปองกนโรค

นกกายภาพบ าบด

นกจตวทยา

วศวกรความปลอดภย

เจาหนาทความปลอดภย

ในการท างาน

ตระหนกสบคน ประเมน และควบคม สงคกคามสขภาพอนามย

แพทยอาชวเวศศาสตร

พยาบาลอาชวอนามย ฯลฯ

นกสขศาสตรอตสาหกรรม

เจาหนาทความปลอดภยในการท างาน

5

สงคกคามสขภาพอนามย ม 4 ประเภท 1 สงคกคามสขภาพอนามยดานกายภาพ

2 สงคกคามสขภาพอนามยดานเคม

3 สงคกคามสขภาพอนามยดานชวภาพ

4 สงคกคามสขภาพอนามยดานการยศาสตร

ปจจยทางสงแวดลอม

ทสงผลกระทบตอสขภาพอนามย

ดานกายภาพ ดานเคม

ดานชวภาพ ดานการยศาสตร

แสง เสยง ความรอนความสนสะเทอนรงส ความกดดนบรรยากาศ

ฝน เสนใย ฟมกาซ ไอระเหย

จตวทยาสงคม

การจดสภาพงาน

จลนทรย

เชอโรคตาง ๆ

6

2 ขอบเขตการด าเนนงาน และความส าคญ

หลกการด าเนนงานดานสขศาสตรอตสาหกรรม ประกอบดวย 1 การตระหนก ( Recognition ) ถงปญหาสงแวดลอม ใชความร ความเขาใจเกยวกบสงทจะคกคามชวตและสขภาพของพนกงาน 2 การประเมน ( Evaluation ) ระดบปญหาสงแวดลอม ใชประสบการณการตรวจวดและวเคราะหสงคกคามเทยบกบเกณฑมาตรฐาน 3 การควบคม ( Control ) ปญหาสงแวดลอม ใชความรทางวศวกรรม การบรหารจดการ เทคโนโลยหรอผสมผสานวธ ตาง ๆ เพอก าจดและลดปรมาณสงคกคาม

7

ความส าคญของการประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

1 ทราบแหลงทกอใหเกดมลพษและปรมาณของมลพษในสงแวดลอมการท างาน

2 น าผลจากการประเมนสภาพแวดลอมในการท างานไปใชในการออกแบบการควบคมสภาพแวดลอมในการท างาน

3 มการเกบขอมลและรายงานสภาพแวดลอมในการท างานอยางมระบบ

4 เปนขอมลในการหาความสมพนธระหวางการเจบปวยหรอการบาดเจบจากการท างานในสภาพแวดลอมนน ๆ

5 ใชในการตรวจสอบและประเมนระบบการควบคมมลพษซงไดจดใหมขน

6 ใชเปนหลกฐานแสดงการปฏบตตามกฎหมายของผประกอบกจการทไดมการก าหนดไว 8

3การจดท าโปรแกรมการประเมนการสมผส วตถประสงคของการประเมนการสมผส 1 จ าแนกการสมผสสารเคม ทางกายภาพ และทางชวภาพทอาจท าใหเกด

อนตราย จ าแนกคนท างานทสมผส รวมถงสารทยงไมมการก าหนดเกณฑมาตรฐานความปลอดภยในการท างานไว

2 ประเมนระดบการรบสมผสของคนท างานและการรบสมผสทเปลยนแปลงไปในแตละชวง

3 ประเมนปจจยเสยงทคนท างานอาจไดรบอนตรายตอสขภาพจากการบสมผสในระดบทเกนเกณฑมาตรฐานความปลอดภยทก าหนดไว

4 จดล าดบความส าคญและควบคมการสมผสทยอมรบไมได 9

3การจดท าโปรแกรมการประเมนการสมผส วตถประสงคของการประเมนการสมผส 5 จ าแนกการรบสมผสทมความจ าเปนตองหาขอมลเพมเตม

6 บนทกการสมผส การควบคมและสอสารใหคนงานและผเกยวของในการปกปองสขภาพของคนท างานไดรบทราบ

7 เกบรวบรวม บนทกประวตการรบสมผสของคนท างานทกคนเพอน าผลไปใชในการจดการทางดานสขภาพของคนท างาน

8 จดบคลากร งบประเมน ระยะเวลา เพอใหสามารถด าเนนในขนตอนตางๆ ทกลาวมาอยางมประสทธภาพและประสทธผล

10

3การจดท าโปรแกรมการประเมนการสมผส

องคประกอบของโปรแกรมการประเมนการสมผส 1 การก าหนดวตถประสงคของโปรแกรมการประเมนการสมผสสงคกคามสขภาพ

อนามย

2 บทบาทและความรบผดชอบของเจาหนาทความปลอดภยในการท างานและฝายสนบสนนอน ๆ

3 วธการเกบรวบรวมขอมลอยางเปนระบบ เพอจดท าลกษณะพนฐานของสถานทท างาน คนงาน และปจจยสงแวดลอม

11

องคประกอบของโปรแกรมการประเมนการสมผส 4 การก าหนดกลมคนงานทมลกษณะการท างานคลายคลงกน (SEG) และลกษณะการ

สมผสสงคกคามสขภาพอนามยของแตละกลม 5 เกณฑการตดสนการไดรบสมผสของแตละสงคกคามสขภาพอนามยของ SEG วาอย

ในระดบทยอมรบไดหรอไม 6 ระบบการจดล าดบความส าคญ และการรวบรวมขอมลทจ าเปนส าหรบลกษณะการ

สมผสทยอมรบไมได เพอจะไดขอมลทางดานการประเมนการสมผสหรอผลตอสขภาพทมความมนใจในการตดสนใจ

3การจดท าโปรแกรมการประเมนการสมผส

12

องคประกอบของโปรแกรมการประเมนการสมผส 7 ระดบการสมผสทปลอดภยและเกณฑในการประเมนการสมผส ถาระดบการสมผสมากกวา

10 ของเกณฑมาตรฐานความปลอดภยทไดมการก าหนดไว ควรจดท าขอมล Baseline Monitoring

8 จดท าระบบทแนใจวาการสมผสทยอมรบไมได จะไดรบการจดล าดบความส าคญและท าการควบคม

9 จดท าระบบการสอสาร ระบบเอกสาร การประเมนการสมผสและขอเสนอแนะในการควบคมสงคกคามสขภาพอนามย

10 จดท าเกณฑการประเมนการสมผสเปนระยะ โปรแกรมการประเมนเปนประจ า เพอใหแนใจวาการสมผสทยอมรบไดยงยอมรบไดอย

3การจดท าโปรแกรมการประเมนการสมผส

13

ตวอยางการจดกลมคนงานทมการท างานคลายกน

กลมคนงานทม การท างานคลายกน

(SEG)

กระบวนการผลต

(Process)

ลกษณะงาน

(Job)

งานหลก (Task)

มลพษสงแวดลอม

(Environment) 1 เคลอบผวขดลวด เจาหนาทปอนขดลวด ทวไป เสยง 2 เคลอบผวขดลวด เจาหนาทปอนขดลวด ท าความสะอาด MIBK

3 เคลอบผวขดลวด เจาหนาทปอนขดลวด ท าความสะอาด Cyclohexanone 4 เคลอบผวขดลวด ผชวย หลอลน น ามนหลอลน

5 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ ความรอน

6 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ Hexachloroethane 7 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ Hydrogen chloride 8 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ Hexachlorobenzene 9 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ Octochlorostyrene

14

ขอมล

สถานท

ขอมลคนงาน

ลกษณะพนฐานของการท างาน

ขอมลมลพษสงแวดลอม

จดกลมคนงานทมการสมผสสารคลายกน

ก าหนดการสมผสมลพษ

เลอกก าหนดขดจ ากดการสมผส

เปรยบเทยบ

การสมผสมลพษของคนงานกบคามาตรฐานการสมผส

การสมผสยอมรบได การสมผสไมแนนอน การสมผสยอมรบไมได

การจดกลมคนงานทมการท างานคลายกนและตดสนใจเกยวกบระดบการสมผสมลพษ 15

4ขนตอนการประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขนตอนท 1 เตรยมการเพอตรวจวดและเกบตวอยาง

bull ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

bull ขนตอนท 3 การวเคราะหและแปลผล เพอเปรยบเทยบกบมาตรฐาน

ความปลอดภยในการท างาน หรอขอมลเดมทมอย

bull ขนตอนท 4 การประเมนการสมผสซ า

16

ขนตอนท 1 เตรยมการเพอตรวจวดและเกบตวอยาง

bull การศกษาคนควาขอมล หรอการทบทวนปญหา

bull การเตรยมและศกษาขอมลดานระบาดวทยาของผปฏบตงาน

bull การเตรยมอปกรณและเครองมอเพอการส ารวจ

bull การวางแผนการตรวจวดและการเกบตวอยางในสงแวดลอมการท างานใหเหมาะสม

bull การเตรยมการดานอน เชน เวลา บคลากร คาใชจาย เปนตน

17

ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

bull ก าหนดวตถประสงคการประเมนการสมผสเปนการประเมนการสมผสเพอ - เปนขอมลพนฐาน - หาแหลงก าเนดมลพษ - เปนไปตามกฎหมาย bull วธการประเมนการสมผส ม 2 วธ - การตรวจวดทตวบคคล - การตรวจวดแบบพนท

18

ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

สงทตองด าเนนการในการตรวจวดและเกบตวอยาง 1 ก าหนดวตถประสงคการตรวจวดและเกบตวอยาง 2 เตรยมความพรอมของเครองมอและผใชเครองมอ

3 การเปรยบเทยบความถกตองของเครองมอตรวจวด

4 จดเตรยมแบบฟอรมส ารวจและแบบบนทกขอมล 5 ท าความเขาใจกบผปฏบตงานในแผนกบรเวณการท างาน หรอ บคคลทตองการ

ตรวจวด เพอใหเกดความรวมมอในการประเมนการสมผสทถกตอง 6 ท าการตรวจวดในสภาพแวดลอมการท างานทไดมการก าหนดไวตามวตถประสงค

19

ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

สงทตองด าเนนการในการตรวจวดและเกบตวอยาง 7 ขณะท าการตรวจวดใหสงเกตการท างานของเครองมออปกรณทใชในการตรวจวด

วา สามารถท างานไดปกต 8 บนทกปจจยสภาพแวดลอมการท างานทเกดขนระหวางตรวจวด

9 อานคาจากเครองมอ บนทกขอมล หรอจดเกบตวอยางอยางถกตองเพอน าสงวเคราะหในหองปฏบตการ หรอน าผลการตรวจตางๆ มาค านวณหาคาเฉลยตามหลกเกณฑทไดมการก าหนดไว

20

ขนตอนท 3 การวเคราะหและแปลผล เพอเปรยบเทยบกบมาตรฐาน ความปลอดภยในการท างาน หรอขอมลเดมทมอย

ประโยชนของผลการตรวจวดสภาพแวดลอมในการท างาน bull เปรยบเทยบกบเกณฑมาตรฐานความปลอดภยในการท างาน

bull เปรยบเทยบผลทไดกบขอมลเดมทมอย

bull เปรยบเทยบผลทไดกบผลการตรวจสขภาพของพนกงาน

21

ขนตอนท 4 การประเมนการสมผสซ า

แนวทางการด าเนนการ 1 ควรมการประเมนการสมผสซ าตามระยะเวลาทก าหนด bull ปละครงตามกฎหมาย bull ต ากวา 25 ของคามาตรฐาน ทก 64 สปดาห bull 25-50 ของคามาตรฐาน ทก 32 สปดาห bull มากกวา 50-100 ของคามาตรฐาน ทก 16 สปดาห 2 การประเมนแบบพเศษ เชน การรองเรยนของคนงาน มการเปลยนกระบวนการผลต

และตอบสนองกฎหมายใหม เปนตน 22

6 การจดท ารายงาน ขอมลสรปจากสถานทท างาน 1 รายละเอยดกระบวนการผลต อาจบรรยายโดยใชแผนภมแสดงบรเวณการผลต แสดงแหลงก าเนด

สารเคม เสยงดง บรเวณทมรงส หรอการระบายอากาศ เปนตน 2 ลกษณะงานและรายละเอยดของงาน 3 การจดกลมคนงานทมลกษณะการท างานทคลายกน (Similar Exposure Group) 4 รายละเอยดสารเคมทใช วธการสมผสสาร และผลตอสขภาพ 5 การเฝาระวงทางสงแวดลอม การประเมนการสมผสสาร การเกบตวอยาง ผลการวเคราะหและ

สรปในแตละครง การตรวจวดแบบพเศษหรอการตรวจวดสารทางชวภาพจากรางกายของคนงาน ควรมการบนทกเรองการสมผสสารทไมใชจากงานทท าดวย

23

6 การจดท ารายงาน รายงานการประเมนการสมผส ควรประกอบดวย bull แผนการด าเนนงาน การประเมนการสมผสสาร ผลทได ขอเสนอแนะ และแนวทาง

การเฝาระวง bull วตถประสงคในการประเมนการสมผสตองชดเจน bull เกณฑการประเมนการสมผสสาร ( TLVs PELs คามาตรฐานอน ) bull ผลตอสขภาพของสารเคมแตละชนด bull วธการตรวจวด การวเคราะหทางสถต และการควบคมคณภาพของการวเคราะห bull การอภปรายผลการตรวจวด bull ขอเสนอแนะทชดเจน สามารถน ามาปฏบตได และควรมการตดตามผล

24

ความรอน (Heat) คอ พลงงานรปแบบหนงทท าใหมนษย รบรโดยประสาทสมผส เปนพลงงานจลนของโมเลกลของวตถ เมอวตถไดรบความรอนเพมขน โมเลกลกจะเคลอนไหวได

อณหภม (Temperature) คอระดบความรอนทมอยในวตถ เปนคณสมบต ประจ าตวของวตถนน ๆ (oC oF)

การตรวจวดและประเมนระดบความรอนและการฝกปฏบต

25

การตรวจวดและประเมนระดบความรอนและการฝกปฏบต ปรมาณความรอน (Quantity of Heat) คอ จ านวนความรอนทถกถายเทจาก

วตถหนงไปอกวตถหนง หนวยทใช

1) Kcal = Q น า 1 กก T สง 1 oC 2) BTU = Q น า 1 ปอนด T สง 1 oF 1Kcal = 3968 BTU

26

การตรวจวดและประเมนระดบความรอน

ระดบความรอน คอ อณหภมเวตบลบโกลบในบรเวณทลกจางท างาน ตรวจวด โดยเฉลยในเวลาชวง 2 ชวโมงทมอณหภมเวตบลบโกลบสงสดของการท างานปกต

อณหภมเวตบลบโกลบ (WBGT) เปนดชนวดสภาพความรอนในสงแวดลอมการท างาน (หนวยองศาเซลเซยส) ซงเปนการน าปจจยทมผลกระทบตอความรอนทสะสมในรางกายมาพจารณา

27

การตรวจวดและประเมนระดบความรอน

ปรมาณงาน หรอ ภาระงาน (Work Load) เปนพลงงานความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอใหรางกายใชปฏบตงานตางๆ ผทท างานหนกยอมมความรอนเกดขนในรางกายสงกวาผทท างานเบา และคามาตรฐานระดบความรอนไดน าปจจยนมาพจารณา โดยจ าแนกตามความหนกเบาของงานกบระดบความรอนทไดรบ

28

ความหนกเบาของงาน ความหนกเบาของงาน คอ การใชพลงงานของรางกายหรอใชก าลงงานท าให

เกดการเผาผลาญอาหารในรางกายเพอใชปฏบตงาน สามารถแบงออกเปน 3 ระดบ

งานเบา ลกษณะงานทใชแรงนอยหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการเผา ผลาญอาหารในรางกายไมเกน 200 กโลแคลอรตอชวโมง งานปานกลาง ลกษณะงานทใชแรงปานกลางหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการ เผาผลาญอาหารในรางกาย 201 ndash 350 กโลแคลอรตอชวโมง งานหนก ลกษณะงานทใชแรงมากหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการเผา ผลาญอาหารในรางกายเกน 350 กโลแคลอรตอชวโมง

29

อณหภมของรางกาย

แบงออกเปน 2 สวน

1 อณหภมแกน (Core Temperature) หมายถง อณหภมของอวยวะทอยภายในรางกาย เชน สมอง หวใจ ปอด ตบ ไต และระบบทางเดนหายใจ เปนตน

2 อณหภมทผว (Surface Temperature) หมายถง อณหภมทกลามเนอและผวหนง ซงเปนบรเวณทมการแลกเปลยนความรอนกบสงแวดลอมภายนอก เพอรกษาสมดลอณหภมของรางกายใหคงท

30

กลไกการเกดความรอนในรางกาย bull แหลงสรางความรอนในรางกาย มาจาก 2 ทาง 1 เมตาโบลซม 2 การท างานของกลามเนอ bull วธการในการขจดความรอนออกจากรางกายม 4 วธ 1 การแผรงสความรอน 60 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 2 การพาความรอน 12 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 3 การน าความรอน 3 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 4 การระเหย 22 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด

31

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

1 เมตาโบลซม (Metabolism M) bull 1 Met = Basal Metabolism Rate

bull ldquoชาย 70 กก ทพนผวหนง 18 ม2

bull หายใจ O2 03L min 1 Kcal min

32

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

2 การท างานของกลามเนอ (W) - Respiration

- Glycolysis

3 สงแวดลอม (Environment)

- Sun - Process

33

การไดรบและสญเสย ความรอน

สตรสมดลความรอน

M + W + R + C + D ndash E = + H

M = Metabolism Rate

W = ลกษณะของงาน

เบา 200 Kcal hr ลงไป

ปานกลาง 201 ndash 350 Kcal hr

หนก 350 Kcal hr ขนไป

Note H = M R C - E D (M=M+W) 34

อนตรายจากความรอนและผลกระทบตอสขภาพ

bull การมไข ( Fever )

bull ลมแดด ( Heat stroke )

bull การเปนลม ( Heat syncope)

bull การออนเพลยเนองจากความรอน ( Heat Exhaustion )

bull การขาดน า ( Dehydration )

bull ตะครวเนองจากความรอน ( Heat cramp)

35

1 ดชนทเกยวของกบการเปลยนแปลงทางสรรวทยาของผปฏบตงาน เชน WBGT P4SR

2 ดชนทเกยวของกบความพอใจของผปฏบตงาน เชน ET CET 3 ดชนทเกยวของกบการแลกเปลยนความรอน เชน HSI

การตรวจวนจฉยอนตรายจากความรอน

ดชนความเคนแหงความรอน (HEAT STRESS INDEX)

36

ความรอนสง รางกาย การระบายออกมา

YAGLOU amp MINARD WBGT

ACGIH amp NIOSH ไดใชเปนดชนมาตรฐาน ความรอนของคนงาน

ประเมนโดยใชคาอณหภม 3 ชนด คอ tnwbtna และ tg 37

WET BULB GLOBE TEMPERATURE

(WBGT)

WBGT index ใชงายและเปนดชนทใชในมาตรฐานส าหรบความเครยดจากความรอนของ ACGIH และ NIOSH การหาคา WBGT ตองทราบคาของตวแปรตาง ๆ ดงน WET BULB TEMPERATURE GLOBE TEMPERATURE DRY BULB AIR TEMPERATURE

38

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอน

39

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

1 เทอรโมมเตอรวดอณหภมของกระเปาะเปยกธรรมชาต น าปรอท มาหมดวยผากอสทกระเปาะของเทอรโมมเตอร ใหมความยาวเหนอปลายกระเปาะขนมาประมาณ 1 - 1 14 นว และหมตอยาวลงไปใหปลายของผากอสสวนนจมลงในแกว FLASK ขนาด 125 (มล) ซงมน ากลนบรรจอย

40

2 เทอรโมมเตอรวดอณหภมแบลกโกลบ

ใชวดอณหภมจากการแผรงส ทมผลตอรางกายมนษย

อปกรณนประกอบดวยลกทองแดงทรงกลมกลวง

เสนผาศนยกลาง 6 นว ภายนอกเคลอบดวยโลหะด าดาน

มเทอรโมมเตอรเสยบอยบรเวณเปลอกภายนอก

โดยปลายของเทอรโมมเตอรจะอยบรเวณตรงกลางของโกลบน

3 เทอรโมมเตอรวดอณหภมอากาศหรออณหภมกระเปาะแหง

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

41

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอชนดอานคาโดยตรง

ตองมคณลกษณะของเครองสอดคลองกบมาตรฐาน ISO 7243 หรอเทยบเทา หรอดกวา เชน DIN EN 27243 42

เทคนคและวธการตรวจวด

bull ในการตรวจวดระดบความรอนตองท าการตรวจวดในเดอนทรอนทสดของป

bull ในการเรมการตรวจวดระดบความรอน ตองท าการ set อปกรณกอนเรมท าการอานคาประมาณ 30 นาท

bull ต าแหนงทวางอปกรณกระเปาะแหงตองไมไดรบการแผรงสความรอน จากสภาพแวดลอมในการท างาน

43

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB

WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn) t1+t2+hellip +tn

44

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB ถา NWB = 25 องศาเซลเซยส GT =40 องศาเซลเซยส DB = 30 องศาเซลเซยส WBGT = 0725 + 0240 + 0130 องศาเซลเซยส = 285 องศาเซลเซยส

45

สตรการประเมนภาระงาน

ศกษาระยะเวลาการท างาน และลกษณะการท างาน ของพนกงาน เพอประเมนภาระงาน วาลกษณะงานทท าในชวง 2 ชวโมงทรอนทสดของพนกงาน เปนลกษณะงานหนก งานหนกปานกลาง หรองานเบา โดยค านวณดวยสตรตอไปน

Mเฉลย = M1t1 + M2t2 + M3t3 + + Mntn

t1 + t2 + t3 + + t n

เมอ M1 M2 hellip และ Mn คอ คาประมาณความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอสรางพลงงาน ส าหรบกจกรรมตางๆ มหนวยเปนกโลแคลอรตอชวโมงหรอกโลแคลอรตอนาท ในชวงเวลา t1 t2 tn มหนวยเปนชวโมงหรอนาท

46

คาพลงงานในการแบงระดบความหนก ndash เบา ของงาน

ความหนก - เบา พลงงาน ( กโลแคลอร ชวโมง )

งานเบา ไมเกน 200

งานปานกลาง 201 ndash 350

งานหนก เกน 350

47

ตารางแสดงมาตรฐานระดบความรอน

ความหนกเบาของงาน มาตรฐานระดบความรอน

คาเฉลยอณหภมเวทบลบโกลบ (WBGT)

ก าหนดเปนองศาเซลเซยส

เบา 34

กลาง 32

หนก 30 48

การประเมนภาระงาน (อตราการเผาผลาญอาหารเฉลยในรางกายของคนงานขณะท ากจกรรม)

03 06

20 ndash 30 เพม 08 ทกความสงทเพม 1 เมตร

นง ยน เดนบนพนราบ เดนขนทสง

กโลแคลอรนาท ทาทางการเคลอนไหวของรางกาย

49

10 เมตาโบลสมพนฐาน

02 ndash 12

07 ndash 25

10 ndash 35

10 ndash 150

04 09

10 17

15 25

35 50 70 90

ท างานดวยมอ - เบา ( เขยนหนงมอ เยบปกถกรอย) - หนก ( พมพดด นบเรยงเอกสาร ) ท างานดวยแขนขางเดยว - เบา ( กวาดพน เชดถพน ) - หนก ( ตอกตะป เลอยไม ) ท างานดวยแขน 2 ขาง - เบา (ปอนชนงาน ตะไบโลหะ งานสวน) - หนก ( ไสไม แกะสกกไม ) ท างานดวยรางกายทกสวน - เบา ( ขบรถยนต) - ปานกลาง ( ทาส ขดถพน ) -หนก ( ลาก ดง ยกของหนก) -หนกมาก ( กอสราง ขดดน )

ชวงคาพลงงาน ( กโลแคลอร นาท )

คาพลงงานเฉลย ( กโลแคลอร นาท )

กจกรรม การปฏบตงาน

50

ตวอยางกจกรรมเปรยบเทยบ

20 30

10 60

1 เดนไปเรอย ๆ 2 ใช 2 แขน(งานหนก) และใชรางกายทก

สวน (งานเบา) 3 เมตาโบลสมพนฐานของรางกาย รวม

กโลแคลอร นาท การประกอบชนงาน

51

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส)

WL = (560) + (745) +helliphellip+ (915) + (1120) 2 WL = 300 + 315 + 135 + 120 = 8702 = 435 กโลแคลอรชวโมง 2

52

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง 20 นาท (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณความหนกเบาของงาน

WL = (580) + (740) +helliphellip+ (1120) 2 WL = 400 + 280 + 120 = 8002 = 400 กโลแคลอรชวโมง 2 53

การค านวณหา WBGT เฉลย WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn)

t1+t2+hellip +tn ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณWBGT เฉลย

WBGTเฉลย = (3760)+(3545)+(3215) 60+45+15

= 356 องศาเซลเซยส

54

ตวอยางแบบบนทกขอมลการตรวจวดดชนความรอน

ลกษณะการท างาน Work load ระยะเวลา ( นาท )

WB

(degc) DB (degc)

GT (degc)

WBGT (degc)

ชอสถานประกอบกจการ

วนเดอนป ทตรวจวด

เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช

ปรบเทยบความถกตองเครองมอ

แผนก

ชอพนกงาน

55

การควบคมและปองกนอนตราย bull การใชฉนวนหมแหลงก าเนดความรอน เชน ใชฉนวนบทอน ารอน เพอลดการ

แผรงสและพาความรอน bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน bull การจดระบบระบายอากาศแบบทวไปและแบบเฉพาะท bull การแยกแหลงก าเนดความรอนออกจากบรเวณการท างาน bull การตดประกาศเตอน bull การลดเวลาท างานสมผสความรอนและเพมเวลาพก bull จดน าดมและน าเกลอแร bull การจดอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคล เปนตน

56

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การใชฉนวนหม (Insulator)

bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน (Radiation Shielding)

57

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การจดการระบายอากาศเฉพาะท (Local Exhaust Ventilation)

58

การปองกนททางผาน

bull จดท าหองพก หรอหองควบคมใหพนกงาน

bull การจายอากาศทม ความเยนเฉพาะจด ใหทตว

59

การปองกนททางผาน

bull การจดทศทางการเคลอนท

ของอากาศอยางเหมาะสม

bull อาศยการดนอากาศเยนจากดานลาง เพอไลอากาศรอนสดานบน

60

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาการท างานทสมผสความรอน

bull ใชอปกรณชวยผอนแรง เพอชวยลดคาพลงงานความรอน

61

การปองกนทตวบคคล

bull ใชอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคลเพอปองกนความรอนทตองสมผส

bull จดท าปายเตอน

bull การจดสวสดการในเรอง น าดม-เกลอแร ทช าระลางรางกาย ทนงพก

62

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

เสยง (Sound) คอ พลงงานรปหนงทเกดจากการสนสะเทอนของโมเลกลของอากาศ ท าใหเกดการอดและขยายสลบกนของโมเลกลอากาศ ความดนบรรยากาศจงเกดการเปลยนแปลงตามการเคลอนทของโมเลกลอากาศ เรยกวา คลนเสยง

เสยงดง (noise) หมายถง เสยงซงไมเปนทตองการของคนเพราะท าใหเกดการรบกวนการรบรเสยงทตองการ หรอความเงยบ และเปนเสยงทเปนอนตรายตอการไดยน

เดซเบลเอ ( dBA) เปนหนวยวดความดงเสยงทใกลเคยงกบการตอบสนองตอเสยงของหมนษย

TWA time weighted average เปนคาเฉลยระดบความดงเสยงตลอดระยะเวลาการสมผสเสยง

63

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

1 สงแวดลอมและสงคกคามสขภาพอนามย

bull สงแวดลอมการท างาน หรอ สภาพแวดลอมการท างาน

หมายถง ทกสงทกอยางทอยรอบตวเราในขณะท างาน ซงอาจเปน คน สตว สงของ หรอพลงงานกได

โดยสงแวดลอมการท างานทสามารถท าอนตรายตอสขภาพอนามยของคนท างานหรอโรคจากการท างานได จะเรยกวา ศกยภาพเชงอนตราย ของสงแวดลอมในการท างาน

bull สงคกคามสขภาพอนามย

หมายถง สงแวดลอมการท างานทมศกยภาพเชงอนตราย

4

การด าเนนงานความปลอดภยอาชวอนามยและสภาพแวดลอมในการท างาน ความปลอดภย อาชวอนามยและสภาพแวดลอมในการท างาน

คนท างาน สงแวดลอมการท างาน

การตรวจรางกาย

การรกษาโรค

การฟนฟรางกาย

ความพการ

การตรวจสภาพการท างาน

เพอปองกนอบตเหต

การตรวจสงแวดลอม

เพอปองกนโรค

นกกายภาพบ าบด

นกจตวทยา

วศวกรความปลอดภย

เจาหนาทความปลอดภย

ในการท างาน

ตระหนกสบคน ประเมน และควบคม สงคกคามสขภาพอนามย

แพทยอาชวเวศศาสตร

พยาบาลอาชวอนามย ฯลฯ

นกสขศาสตรอตสาหกรรม

เจาหนาทความปลอดภยในการท างาน

5

สงคกคามสขภาพอนามย ม 4 ประเภท 1 สงคกคามสขภาพอนามยดานกายภาพ

2 สงคกคามสขภาพอนามยดานเคม

3 สงคกคามสขภาพอนามยดานชวภาพ

4 สงคกคามสขภาพอนามยดานการยศาสตร

ปจจยทางสงแวดลอม

ทสงผลกระทบตอสขภาพอนามย

ดานกายภาพ ดานเคม

ดานชวภาพ ดานการยศาสตร

แสง เสยง ความรอนความสนสะเทอนรงส ความกดดนบรรยากาศ

ฝน เสนใย ฟมกาซ ไอระเหย

จตวทยาสงคม

การจดสภาพงาน

จลนทรย

เชอโรคตาง ๆ

6

2 ขอบเขตการด าเนนงาน และความส าคญ

หลกการด าเนนงานดานสขศาสตรอตสาหกรรม ประกอบดวย 1 การตระหนก ( Recognition ) ถงปญหาสงแวดลอม ใชความร ความเขาใจเกยวกบสงทจะคกคามชวตและสขภาพของพนกงาน 2 การประเมน ( Evaluation ) ระดบปญหาสงแวดลอม ใชประสบการณการตรวจวดและวเคราะหสงคกคามเทยบกบเกณฑมาตรฐาน 3 การควบคม ( Control ) ปญหาสงแวดลอม ใชความรทางวศวกรรม การบรหารจดการ เทคโนโลยหรอผสมผสานวธ ตาง ๆ เพอก าจดและลดปรมาณสงคกคาม

7

ความส าคญของการประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

1 ทราบแหลงทกอใหเกดมลพษและปรมาณของมลพษในสงแวดลอมการท างาน

2 น าผลจากการประเมนสภาพแวดลอมในการท างานไปใชในการออกแบบการควบคมสภาพแวดลอมในการท างาน

3 มการเกบขอมลและรายงานสภาพแวดลอมในการท างานอยางมระบบ

4 เปนขอมลในการหาความสมพนธระหวางการเจบปวยหรอการบาดเจบจากการท างานในสภาพแวดลอมนน ๆ

5 ใชในการตรวจสอบและประเมนระบบการควบคมมลพษซงไดจดใหมขน

6 ใชเปนหลกฐานแสดงการปฏบตตามกฎหมายของผประกอบกจการทไดมการก าหนดไว 8

3การจดท าโปรแกรมการประเมนการสมผส วตถประสงคของการประเมนการสมผส 1 จ าแนกการสมผสสารเคม ทางกายภาพ และทางชวภาพทอาจท าใหเกด

อนตราย จ าแนกคนท างานทสมผส รวมถงสารทยงไมมการก าหนดเกณฑมาตรฐานความปลอดภยในการท างานไว

2 ประเมนระดบการรบสมผสของคนท างานและการรบสมผสทเปลยนแปลงไปในแตละชวง

3 ประเมนปจจยเสยงทคนท างานอาจไดรบอนตรายตอสขภาพจากการบสมผสในระดบทเกนเกณฑมาตรฐานความปลอดภยทก าหนดไว

4 จดล าดบความส าคญและควบคมการสมผสทยอมรบไมได 9

3การจดท าโปรแกรมการประเมนการสมผส วตถประสงคของการประเมนการสมผส 5 จ าแนกการรบสมผสทมความจ าเปนตองหาขอมลเพมเตม

6 บนทกการสมผส การควบคมและสอสารใหคนงานและผเกยวของในการปกปองสขภาพของคนท างานไดรบทราบ

7 เกบรวบรวม บนทกประวตการรบสมผสของคนท างานทกคนเพอน าผลไปใชในการจดการทางดานสขภาพของคนท างาน

8 จดบคลากร งบประเมน ระยะเวลา เพอใหสามารถด าเนนในขนตอนตางๆ ทกลาวมาอยางมประสทธภาพและประสทธผล

10

3การจดท าโปรแกรมการประเมนการสมผส

องคประกอบของโปรแกรมการประเมนการสมผส 1 การก าหนดวตถประสงคของโปรแกรมการประเมนการสมผสสงคกคามสขภาพ

อนามย

2 บทบาทและความรบผดชอบของเจาหนาทความปลอดภยในการท างานและฝายสนบสนนอน ๆ

3 วธการเกบรวบรวมขอมลอยางเปนระบบ เพอจดท าลกษณะพนฐานของสถานทท างาน คนงาน และปจจยสงแวดลอม

11

องคประกอบของโปรแกรมการประเมนการสมผส 4 การก าหนดกลมคนงานทมลกษณะการท างานคลายคลงกน (SEG) และลกษณะการ

สมผสสงคกคามสขภาพอนามยของแตละกลม 5 เกณฑการตดสนการไดรบสมผสของแตละสงคกคามสขภาพอนามยของ SEG วาอย

ในระดบทยอมรบไดหรอไม 6 ระบบการจดล าดบความส าคญ และการรวบรวมขอมลทจ าเปนส าหรบลกษณะการ

สมผสทยอมรบไมได เพอจะไดขอมลทางดานการประเมนการสมผสหรอผลตอสขภาพทมความมนใจในการตดสนใจ

3การจดท าโปรแกรมการประเมนการสมผส

12

องคประกอบของโปรแกรมการประเมนการสมผส 7 ระดบการสมผสทปลอดภยและเกณฑในการประเมนการสมผส ถาระดบการสมผสมากกวา

10 ของเกณฑมาตรฐานความปลอดภยทไดมการก าหนดไว ควรจดท าขอมล Baseline Monitoring

8 จดท าระบบทแนใจวาการสมผสทยอมรบไมได จะไดรบการจดล าดบความส าคญและท าการควบคม

9 จดท าระบบการสอสาร ระบบเอกสาร การประเมนการสมผสและขอเสนอแนะในการควบคมสงคกคามสขภาพอนามย

10 จดท าเกณฑการประเมนการสมผสเปนระยะ โปรแกรมการประเมนเปนประจ า เพอใหแนใจวาการสมผสทยอมรบไดยงยอมรบไดอย

3การจดท าโปรแกรมการประเมนการสมผส

13

ตวอยางการจดกลมคนงานทมการท างานคลายกน

กลมคนงานทม การท างานคลายกน

(SEG)

กระบวนการผลต

(Process)

ลกษณะงาน

(Job)

งานหลก (Task)

มลพษสงแวดลอม

(Environment) 1 เคลอบผวขดลวด เจาหนาทปอนขดลวด ทวไป เสยง 2 เคลอบผวขดลวด เจาหนาทปอนขดลวด ท าความสะอาด MIBK

3 เคลอบผวขดลวด เจาหนาทปอนขดลวด ท าความสะอาด Cyclohexanone 4 เคลอบผวขดลวด ผชวย หลอลน น ามนหลอลน

5 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ ความรอน

6 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ Hexachloroethane 7 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ Hydrogen chloride 8 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ Hexachlorobenzene 9 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ Octochlorostyrene

14

ขอมล

สถานท

ขอมลคนงาน

ลกษณะพนฐานของการท างาน

ขอมลมลพษสงแวดลอม

จดกลมคนงานทมการสมผสสารคลายกน

ก าหนดการสมผสมลพษ

เลอกก าหนดขดจ ากดการสมผส

เปรยบเทยบ

การสมผสมลพษของคนงานกบคามาตรฐานการสมผส

การสมผสยอมรบได การสมผสไมแนนอน การสมผสยอมรบไมได

การจดกลมคนงานทมการท างานคลายกนและตดสนใจเกยวกบระดบการสมผสมลพษ 15

4ขนตอนการประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขนตอนท 1 เตรยมการเพอตรวจวดและเกบตวอยาง

bull ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

bull ขนตอนท 3 การวเคราะหและแปลผล เพอเปรยบเทยบกบมาตรฐาน

ความปลอดภยในการท างาน หรอขอมลเดมทมอย

bull ขนตอนท 4 การประเมนการสมผสซ า

16

ขนตอนท 1 เตรยมการเพอตรวจวดและเกบตวอยาง

bull การศกษาคนควาขอมล หรอการทบทวนปญหา

bull การเตรยมและศกษาขอมลดานระบาดวทยาของผปฏบตงาน

bull การเตรยมอปกรณและเครองมอเพอการส ารวจ

bull การวางแผนการตรวจวดและการเกบตวอยางในสงแวดลอมการท างานใหเหมาะสม

bull การเตรยมการดานอน เชน เวลา บคลากร คาใชจาย เปนตน

17

ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

bull ก าหนดวตถประสงคการประเมนการสมผสเปนการประเมนการสมผสเพอ - เปนขอมลพนฐาน - หาแหลงก าเนดมลพษ - เปนไปตามกฎหมาย bull วธการประเมนการสมผส ม 2 วธ - การตรวจวดทตวบคคล - การตรวจวดแบบพนท

18

ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

สงทตองด าเนนการในการตรวจวดและเกบตวอยาง 1 ก าหนดวตถประสงคการตรวจวดและเกบตวอยาง 2 เตรยมความพรอมของเครองมอและผใชเครองมอ

3 การเปรยบเทยบความถกตองของเครองมอตรวจวด

4 จดเตรยมแบบฟอรมส ารวจและแบบบนทกขอมล 5 ท าความเขาใจกบผปฏบตงานในแผนกบรเวณการท างาน หรอ บคคลทตองการ

ตรวจวด เพอใหเกดความรวมมอในการประเมนการสมผสทถกตอง 6 ท าการตรวจวดในสภาพแวดลอมการท างานทไดมการก าหนดไวตามวตถประสงค

19

ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

สงทตองด าเนนการในการตรวจวดและเกบตวอยาง 7 ขณะท าการตรวจวดใหสงเกตการท างานของเครองมออปกรณทใชในการตรวจวด

วา สามารถท างานไดปกต 8 บนทกปจจยสภาพแวดลอมการท างานทเกดขนระหวางตรวจวด

9 อานคาจากเครองมอ บนทกขอมล หรอจดเกบตวอยางอยางถกตองเพอน าสงวเคราะหในหองปฏบตการ หรอน าผลการตรวจตางๆ มาค านวณหาคาเฉลยตามหลกเกณฑทไดมการก าหนดไว

20

ขนตอนท 3 การวเคราะหและแปลผล เพอเปรยบเทยบกบมาตรฐาน ความปลอดภยในการท างาน หรอขอมลเดมทมอย

ประโยชนของผลการตรวจวดสภาพแวดลอมในการท างาน bull เปรยบเทยบกบเกณฑมาตรฐานความปลอดภยในการท างาน

bull เปรยบเทยบผลทไดกบขอมลเดมทมอย

bull เปรยบเทยบผลทไดกบผลการตรวจสขภาพของพนกงาน

21

ขนตอนท 4 การประเมนการสมผสซ า

แนวทางการด าเนนการ 1 ควรมการประเมนการสมผสซ าตามระยะเวลาทก าหนด bull ปละครงตามกฎหมาย bull ต ากวา 25 ของคามาตรฐาน ทก 64 สปดาห bull 25-50 ของคามาตรฐาน ทก 32 สปดาห bull มากกวา 50-100 ของคามาตรฐาน ทก 16 สปดาห 2 การประเมนแบบพเศษ เชน การรองเรยนของคนงาน มการเปลยนกระบวนการผลต

และตอบสนองกฎหมายใหม เปนตน 22

6 การจดท ารายงาน ขอมลสรปจากสถานทท างาน 1 รายละเอยดกระบวนการผลต อาจบรรยายโดยใชแผนภมแสดงบรเวณการผลต แสดงแหลงก าเนด

สารเคม เสยงดง บรเวณทมรงส หรอการระบายอากาศ เปนตน 2 ลกษณะงานและรายละเอยดของงาน 3 การจดกลมคนงานทมลกษณะการท างานทคลายกน (Similar Exposure Group) 4 รายละเอยดสารเคมทใช วธการสมผสสาร และผลตอสขภาพ 5 การเฝาระวงทางสงแวดลอม การประเมนการสมผสสาร การเกบตวอยาง ผลการวเคราะหและ

สรปในแตละครง การตรวจวดแบบพเศษหรอการตรวจวดสารทางชวภาพจากรางกายของคนงาน ควรมการบนทกเรองการสมผสสารทไมใชจากงานทท าดวย

23

6 การจดท ารายงาน รายงานการประเมนการสมผส ควรประกอบดวย bull แผนการด าเนนงาน การประเมนการสมผสสาร ผลทได ขอเสนอแนะ และแนวทาง

การเฝาระวง bull วตถประสงคในการประเมนการสมผสตองชดเจน bull เกณฑการประเมนการสมผสสาร ( TLVs PELs คามาตรฐานอน ) bull ผลตอสขภาพของสารเคมแตละชนด bull วธการตรวจวด การวเคราะหทางสถต และการควบคมคณภาพของการวเคราะห bull การอภปรายผลการตรวจวด bull ขอเสนอแนะทชดเจน สามารถน ามาปฏบตได และควรมการตดตามผล

24

ความรอน (Heat) คอ พลงงานรปแบบหนงทท าใหมนษย รบรโดยประสาทสมผส เปนพลงงานจลนของโมเลกลของวตถ เมอวตถไดรบความรอนเพมขน โมเลกลกจะเคลอนไหวได

อณหภม (Temperature) คอระดบความรอนทมอยในวตถ เปนคณสมบต ประจ าตวของวตถนน ๆ (oC oF)

การตรวจวดและประเมนระดบความรอนและการฝกปฏบต

25

การตรวจวดและประเมนระดบความรอนและการฝกปฏบต ปรมาณความรอน (Quantity of Heat) คอ จ านวนความรอนทถกถายเทจาก

วตถหนงไปอกวตถหนง หนวยทใช

1) Kcal = Q น า 1 กก T สง 1 oC 2) BTU = Q น า 1 ปอนด T สง 1 oF 1Kcal = 3968 BTU

26

การตรวจวดและประเมนระดบความรอน

ระดบความรอน คอ อณหภมเวตบลบโกลบในบรเวณทลกจางท างาน ตรวจวด โดยเฉลยในเวลาชวง 2 ชวโมงทมอณหภมเวตบลบโกลบสงสดของการท างานปกต

อณหภมเวตบลบโกลบ (WBGT) เปนดชนวดสภาพความรอนในสงแวดลอมการท างาน (หนวยองศาเซลเซยส) ซงเปนการน าปจจยทมผลกระทบตอความรอนทสะสมในรางกายมาพจารณา

27

การตรวจวดและประเมนระดบความรอน

ปรมาณงาน หรอ ภาระงาน (Work Load) เปนพลงงานความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอใหรางกายใชปฏบตงานตางๆ ผทท างานหนกยอมมความรอนเกดขนในรางกายสงกวาผทท างานเบา และคามาตรฐานระดบความรอนไดน าปจจยนมาพจารณา โดยจ าแนกตามความหนกเบาของงานกบระดบความรอนทไดรบ

28

ความหนกเบาของงาน ความหนกเบาของงาน คอ การใชพลงงานของรางกายหรอใชก าลงงานท าให

เกดการเผาผลาญอาหารในรางกายเพอใชปฏบตงาน สามารถแบงออกเปน 3 ระดบ

งานเบา ลกษณะงานทใชแรงนอยหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการเผา ผลาญอาหารในรางกายไมเกน 200 กโลแคลอรตอชวโมง งานปานกลาง ลกษณะงานทใชแรงปานกลางหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการ เผาผลาญอาหารในรางกาย 201 ndash 350 กโลแคลอรตอชวโมง งานหนก ลกษณะงานทใชแรงมากหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการเผา ผลาญอาหารในรางกายเกน 350 กโลแคลอรตอชวโมง

29

อณหภมของรางกาย

แบงออกเปน 2 สวน

1 อณหภมแกน (Core Temperature) หมายถง อณหภมของอวยวะทอยภายในรางกาย เชน สมอง หวใจ ปอด ตบ ไต และระบบทางเดนหายใจ เปนตน

2 อณหภมทผว (Surface Temperature) หมายถง อณหภมทกลามเนอและผวหนง ซงเปนบรเวณทมการแลกเปลยนความรอนกบสงแวดลอมภายนอก เพอรกษาสมดลอณหภมของรางกายใหคงท

30

กลไกการเกดความรอนในรางกาย bull แหลงสรางความรอนในรางกาย มาจาก 2 ทาง 1 เมตาโบลซม 2 การท างานของกลามเนอ bull วธการในการขจดความรอนออกจากรางกายม 4 วธ 1 การแผรงสความรอน 60 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 2 การพาความรอน 12 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 3 การน าความรอน 3 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 4 การระเหย 22 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด

31

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

1 เมตาโบลซม (Metabolism M) bull 1 Met = Basal Metabolism Rate

bull ldquoชาย 70 กก ทพนผวหนง 18 ม2

bull หายใจ O2 03L min 1 Kcal min

32

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

2 การท างานของกลามเนอ (W) - Respiration

- Glycolysis

3 สงแวดลอม (Environment)

- Sun - Process

33

การไดรบและสญเสย ความรอน

สตรสมดลความรอน

M + W + R + C + D ndash E = + H

M = Metabolism Rate

W = ลกษณะของงาน

เบา 200 Kcal hr ลงไป

ปานกลาง 201 ndash 350 Kcal hr

หนก 350 Kcal hr ขนไป

Note H = M R C - E D (M=M+W) 34

อนตรายจากความรอนและผลกระทบตอสขภาพ

bull การมไข ( Fever )

bull ลมแดด ( Heat stroke )

bull การเปนลม ( Heat syncope)

bull การออนเพลยเนองจากความรอน ( Heat Exhaustion )

bull การขาดน า ( Dehydration )

bull ตะครวเนองจากความรอน ( Heat cramp)

35

1 ดชนทเกยวของกบการเปลยนแปลงทางสรรวทยาของผปฏบตงาน เชน WBGT P4SR

2 ดชนทเกยวของกบความพอใจของผปฏบตงาน เชน ET CET 3 ดชนทเกยวของกบการแลกเปลยนความรอน เชน HSI

การตรวจวนจฉยอนตรายจากความรอน

ดชนความเคนแหงความรอน (HEAT STRESS INDEX)

36

ความรอนสง รางกาย การระบายออกมา

YAGLOU amp MINARD WBGT

ACGIH amp NIOSH ไดใชเปนดชนมาตรฐาน ความรอนของคนงาน

ประเมนโดยใชคาอณหภม 3 ชนด คอ tnwbtna และ tg 37

WET BULB GLOBE TEMPERATURE

(WBGT)

WBGT index ใชงายและเปนดชนทใชในมาตรฐานส าหรบความเครยดจากความรอนของ ACGIH และ NIOSH การหาคา WBGT ตองทราบคาของตวแปรตาง ๆ ดงน WET BULB TEMPERATURE GLOBE TEMPERATURE DRY BULB AIR TEMPERATURE

38

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอน

39

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

1 เทอรโมมเตอรวดอณหภมของกระเปาะเปยกธรรมชาต น าปรอท มาหมดวยผากอสทกระเปาะของเทอรโมมเตอร ใหมความยาวเหนอปลายกระเปาะขนมาประมาณ 1 - 1 14 นว และหมตอยาวลงไปใหปลายของผากอสสวนนจมลงในแกว FLASK ขนาด 125 (มล) ซงมน ากลนบรรจอย

40

2 เทอรโมมเตอรวดอณหภมแบลกโกลบ

ใชวดอณหภมจากการแผรงส ทมผลตอรางกายมนษย

อปกรณนประกอบดวยลกทองแดงทรงกลมกลวง

เสนผาศนยกลาง 6 นว ภายนอกเคลอบดวยโลหะด าดาน

มเทอรโมมเตอรเสยบอยบรเวณเปลอกภายนอก

โดยปลายของเทอรโมมเตอรจะอยบรเวณตรงกลางของโกลบน

3 เทอรโมมเตอรวดอณหภมอากาศหรออณหภมกระเปาะแหง

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

41

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอชนดอานคาโดยตรง

ตองมคณลกษณะของเครองสอดคลองกบมาตรฐาน ISO 7243 หรอเทยบเทา หรอดกวา เชน DIN EN 27243 42

เทคนคและวธการตรวจวด

bull ในการตรวจวดระดบความรอนตองท าการตรวจวดในเดอนทรอนทสดของป

bull ในการเรมการตรวจวดระดบความรอน ตองท าการ set อปกรณกอนเรมท าการอานคาประมาณ 30 นาท

bull ต าแหนงทวางอปกรณกระเปาะแหงตองไมไดรบการแผรงสความรอน จากสภาพแวดลอมในการท างาน

43

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB

WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn) t1+t2+hellip +tn

44

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB ถา NWB = 25 องศาเซลเซยส GT =40 องศาเซลเซยส DB = 30 องศาเซลเซยส WBGT = 0725 + 0240 + 0130 องศาเซลเซยส = 285 องศาเซลเซยส

45

สตรการประเมนภาระงาน

ศกษาระยะเวลาการท างาน และลกษณะการท างาน ของพนกงาน เพอประเมนภาระงาน วาลกษณะงานทท าในชวง 2 ชวโมงทรอนทสดของพนกงาน เปนลกษณะงานหนก งานหนกปานกลาง หรองานเบา โดยค านวณดวยสตรตอไปน

Mเฉลย = M1t1 + M2t2 + M3t3 + + Mntn

t1 + t2 + t3 + + t n

เมอ M1 M2 hellip และ Mn คอ คาประมาณความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอสรางพลงงาน ส าหรบกจกรรมตางๆ มหนวยเปนกโลแคลอรตอชวโมงหรอกโลแคลอรตอนาท ในชวงเวลา t1 t2 tn มหนวยเปนชวโมงหรอนาท

46

คาพลงงานในการแบงระดบความหนก ndash เบา ของงาน

ความหนก - เบา พลงงาน ( กโลแคลอร ชวโมง )

งานเบา ไมเกน 200

งานปานกลาง 201 ndash 350

งานหนก เกน 350

47

ตารางแสดงมาตรฐานระดบความรอน

ความหนกเบาของงาน มาตรฐานระดบความรอน

คาเฉลยอณหภมเวทบลบโกลบ (WBGT)

ก าหนดเปนองศาเซลเซยส

เบา 34

กลาง 32

หนก 30 48

การประเมนภาระงาน (อตราการเผาผลาญอาหารเฉลยในรางกายของคนงานขณะท ากจกรรม)

03 06

20 ndash 30 เพม 08 ทกความสงทเพม 1 เมตร

นง ยน เดนบนพนราบ เดนขนทสง

กโลแคลอรนาท ทาทางการเคลอนไหวของรางกาย

49

10 เมตาโบลสมพนฐาน

02 ndash 12

07 ndash 25

10 ndash 35

10 ndash 150

04 09

10 17

15 25

35 50 70 90

ท างานดวยมอ - เบา ( เขยนหนงมอ เยบปกถกรอย) - หนก ( พมพดด นบเรยงเอกสาร ) ท างานดวยแขนขางเดยว - เบา ( กวาดพน เชดถพน ) - หนก ( ตอกตะป เลอยไม ) ท างานดวยแขน 2 ขาง - เบา (ปอนชนงาน ตะไบโลหะ งานสวน) - หนก ( ไสไม แกะสกกไม ) ท างานดวยรางกายทกสวน - เบา ( ขบรถยนต) - ปานกลาง ( ทาส ขดถพน ) -หนก ( ลาก ดง ยกของหนก) -หนกมาก ( กอสราง ขดดน )

ชวงคาพลงงาน ( กโลแคลอร นาท )

คาพลงงานเฉลย ( กโลแคลอร นาท )

กจกรรม การปฏบตงาน

50

ตวอยางกจกรรมเปรยบเทยบ

20 30

10 60

1 เดนไปเรอย ๆ 2 ใช 2 แขน(งานหนก) และใชรางกายทก

สวน (งานเบา) 3 เมตาโบลสมพนฐานของรางกาย รวม

กโลแคลอร นาท การประกอบชนงาน

51

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส)

WL = (560) + (745) +helliphellip+ (915) + (1120) 2 WL = 300 + 315 + 135 + 120 = 8702 = 435 กโลแคลอรชวโมง 2

52

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง 20 นาท (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณความหนกเบาของงาน

WL = (580) + (740) +helliphellip+ (1120) 2 WL = 400 + 280 + 120 = 8002 = 400 กโลแคลอรชวโมง 2 53

การค านวณหา WBGT เฉลย WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn)

t1+t2+hellip +tn ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณWBGT เฉลย

WBGTเฉลย = (3760)+(3545)+(3215) 60+45+15

= 356 องศาเซลเซยส

54

ตวอยางแบบบนทกขอมลการตรวจวดดชนความรอน

ลกษณะการท างาน Work load ระยะเวลา ( นาท )

WB

(degc) DB (degc)

GT (degc)

WBGT (degc)

ชอสถานประกอบกจการ

วนเดอนป ทตรวจวด

เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช

ปรบเทยบความถกตองเครองมอ

แผนก

ชอพนกงาน

55

การควบคมและปองกนอนตราย bull การใชฉนวนหมแหลงก าเนดความรอน เชน ใชฉนวนบทอน ารอน เพอลดการ

แผรงสและพาความรอน bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน bull การจดระบบระบายอากาศแบบทวไปและแบบเฉพาะท bull การแยกแหลงก าเนดความรอนออกจากบรเวณการท างาน bull การตดประกาศเตอน bull การลดเวลาท างานสมผสความรอนและเพมเวลาพก bull จดน าดมและน าเกลอแร bull การจดอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคล เปนตน

56

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การใชฉนวนหม (Insulator)

bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน (Radiation Shielding)

57

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การจดการระบายอากาศเฉพาะท (Local Exhaust Ventilation)

58

การปองกนททางผาน

bull จดท าหองพก หรอหองควบคมใหพนกงาน

bull การจายอากาศทม ความเยนเฉพาะจด ใหทตว

59

การปองกนททางผาน

bull การจดทศทางการเคลอนท

ของอากาศอยางเหมาะสม

bull อาศยการดนอากาศเยนจากดานลาง เพอไลอากาศรอนสดานบน

60

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาการท างานทสมผสความรอน

bull ใชอปกรณชวยผอนแรง เพอชวยลดคาพลงงานความรอน

61

การปองกนทตวบคคล

bull ใชอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคลเพอปองกนความรอนทตองสมผส

bull จดท าปายเตอน

bull การจดสวสดการในเรอง น าดม-เกลอแร ทช าระลางรางกาย ทนงพก

62

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

เสยง (Sound) คอ พลงงานรปหนงทเกดจากการสนสะเทอนของโมเลกลของอากาศ ท าใหเกดการอดและขยายสลบกนของโมเลกลอากาศ ความดนบรรยากาศจงเกดการเปลยนแปลงตามการเคลอนทของโมเลกลอากาศ เรยกวา คลนเสยง

เสยงดง (noise) หมายถง เสยงซงไมเปนทตองการของคนเพราะท าใหเกดการรบกวนการรบรเสยงทตองการ หรอความเงยบ และเปนเสยงทเปนอนตรายตอการไดยน

เดซเบลเอ ( dBA) เปนหนวยวดความดงเสยงทใกลเคยงกบการตอบสนองตอเสยงของหมนษย

TWA time weighted average เปนคาเฉลยระดบความดงเสยงตลอดระยะเวลาการสมผสเสยง

63

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

การด าเนนงานความปลอดภยอาชวอนามยและสภาพแวดลอมในการท างาน ความปลอดภย อาชวอนามยและสภาพแวดลอมในการท างาน

คนท างาน สงแวดลอมการท างาน

การตรวจรางกาย

การรกษาโรค

การฟนฟรางกาย

ความพการ

การตรวจสภาพการท างาน

เพอปองกนอบตเหต

การตรวจสงแวดลอม

เพอปองกนโรค

นกกายภาพบ าบด

นกจตวทยา

วศวกรความปลอดภย

เจาหนาทความปลอดภย

ในการท างาน

ตระหนกสบคน ประเมน และควบคม สงคกคามสขภาพอนามย

แพทยอาชวเวศศาสตร

พยาบาลอาชวอนามย ฯลฯ

นกสขศาสตรอตสาหกรรม

เจาหนาทความปลอดภยในการท างาน

5

สงคกคามสขภาพอนามย ม 4 ประเภท 1 สงคกคามสขภาพอนามยดานกายภาพ

2 สงคกคามสขภาพอนามยดานเคม

3 สงคกคามสขภาพอนามยดานชวภาพ

4 สงคกคามสขภาพอนามยดานการยศาสตร

ปจจยทางสงแวดลอม

ทสงผลกระทบตอสขภาพอนามย

ดานกายภาพ ดานเคม

ดานชวภาพ ดานการยศาสตร

แสง เสยง ความรอนความสนสะเทอนรงส ความกดดนบรรยากาศ

ฝน เสนใย ฟมกาซ ไอระเหย

จตวทยาสงคม

การจดสภาพงาน

จลนทรย

เชอโรคตาง ๆ

6

2 ขอบเขตการด าเนนงาน และความส าคญ

หลกการด าเนนงานดานสขศาสตรอตสาหกรรม ประกอบดวย 1 การตระหนก ( Recognition ) ถงปญหาสงแวดลอม ใชความร ความเขาใจเกยวกบสงทจะคกคามชวตและสขภาพของพนกงาน 2 การประเมน ( Evaluation ) ระดบปญหาสงแวดลอม ใชประสบการณการตรวจวดและวเคราะหสงคกคามเทยบกบเกณฑมาตรฐาน 3 การควบคม ( Control ) ปญหาสงแวดลอม ใชความรทางวศวกรรม การบรหารจดการ เทคโนโลยหรอผสมผสานวธ ตาง ๆ เพอก าจดและลดปรมาณสงคกคาม

7

ความส าคญของการประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

1 ทราบแหลงทกอใหเกดมลพษและปรมาณของมลพษในสงแวดลอมการท างาน

2 น าผลจากการประเมนสภาพแวดลอมในการท างานไปใชในการออกแบบการควบคมสภาพแวดลอมในการท างาน

3 มการเกบขอมลและรายงานสภาพแวดลอมในการท างานอยางมระบบ

4 เปนขอมลในการหาความสมพนธระหวางการเจบปวยหรอการบาดเจบจากการท างานในสภาพแวดลอมนน ๆ

5 ใชในการตรวจสอบและประเมนระบบการควบคมมลพษซงไดจดใหมขน

6 ใชเปนหลกฐานแสดงการปฏบตตามกฎหมายของผประกอบกจการทไดมการก าหนดไว 8

3การจดท าโปรแกรมการประเมนการสมผส วตถประสงคของการประเมนการสมผส 1 จ าแนกการสมผสสารเคม ทางกายภาพ และทางชวภาพทอาจท าใหเกด

อนตราย จ าแนกคนท างานทสมผส รวมถงสารทยงไมมการก าหนดเกณฑมาตรฐานความปลอดภยในการท างานไว

2 ประเมนระดบการรบสมผสของคนท างานและการรบสมผสทเปลยนแปลงไปในแตละชวง

3 ประเมนปจจยเสยงทคนท างานอาจไดรบอนตรายตอสขภาพจากการบสมผสในระดบทเกนเกณฑมาตรฐานความปลอดภยทก าหนดไว

4 จดล าดบความส าคญและควบคมการสมผสทยอมรบไมได 9

3การจดท าโปรแกรมการประเมนการสมผส วตถประสงคของการประเมนการสมผส 5 จ าแนกการรบสมผสทมความจ าเปนตองหาขอมลเพมเตม

6 บนทกการสมผส การควบคมและสอสารใหคนงานและผเกยวของในการปกปองสขภาพของคนท างานไดรบทราบ

7 เกบรวบรวม บนทกประวตการรบสมผสของคนท างานทกคนเพอน าผลไปใชในการจดการทางดานสขภาพของคนท างาน

8 จดบคลากร งบประเมน ระยะเวลา เพอใหสามารถด าเนนในขนตอนตางๆ ทกลาวมาอยางมประสทธภาพและประสทธผล

10

3การจดท าโปรแกรมการประเมนการสมผส

องคประกอบของโปรแกรมการประเมนการสมผส 1 การก าหนดวตถประสงคของโปรแกรมการประเมนการสมผสสงคกคามสขภาพ

อนามย

2 บทบาทและความรบผดชอบของเจาหนาทความปลอดภยในการท างานและฝายสนบสนนอน ๆ

3 วธการเกบรวบรวมขอมลอยางเปนระบบ เพอจดท าลกษณะพนฐานของสถานทท างาน คนงาน และปจจยสงแวดลอม

11

องคประกอบของโปรแกรมการประเมนการสมผส 4 การก าหนดกลมคนงานทมลกษณะการท างานคลายคลงกน (SEG) และลกษณะการ

สมผสสงคกคามสขภาพอนามยของแตละกลม 5 เกณฑการตดสนการไดรบสมผสของแตละสงคกคามสขภาพอนามยของ SEG วาอย

ในระดบทยอมรบไดหรอไม 6 ระบบการจดล าดบความส าคญ และการรวบรวมขอมลทจ าเปนส าหรบลกษณะการ

สมผสทยอมรบไมได เพอจะไดขอมลทางดานการประเมนการสมผสหรอผลตอสขภาพทมความมนใจในการตดสนใจ

3การจดท าโปรแกรมการประเมนการสมผส

12

องคประกอบของโปรแกรมการประเมนการสมผส 7 ระดบการสมผสทปลอดภยและเกณฑในการประเมนการสมผส ถาระดบการสมผสมากกวา

10 ของเกณฑมาตรฐานความปลอดภยทไดมการก าหนดไว ควรจดท าขอมล Baseline Monitoring

8 จดท าระบบทแนใจวาการสมผสทยอมรบไมได จะไดรบการจดล าดบความส าคญและท าการควบคม

9 จดท าระบบการสอสาร ระบบเอกสาร การประเมนการสมผสและขอเสนอแนะในการควบคมสงคกคามสขภาพอนามย

10 จดท าเกณฑการประเมนการสมผสเปนระยะ โปรแกรมการประเมนเปนประจ า เพอใหแนใจวาการสมผสทยอมรบไดยงยอมรบไดอย

3การจดท าโปรแกรมการประเมนการสมผส

13

ตวอยางการจดกลมคนงานทมการท างานคลายกน

กลมคนงานทม การท างานคลายกน

(SEG)

กระบวนการผลต

(Process)

ลกษณะงาน

(Job)

งานหลก (Task)

มลพษสงแวดลอม

(Environment) 1 เคลอบผวขดลวด เจาหนาทปอนขดลวด ทวไป เสยง 2 เคลอบผวขดลวด เจาหนาทปอนขดลวด ท าความสะอาด MIBK

3 เคลอบผวขดลวด เจาหนาทปอนขดลวด ท าความสะอาด Cyclohexanone 4 เคลอบผวขดลวด ผชวย หลอลน น ามนหลอลน

5 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ ความรอน

6 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ Hexachloroethane 7 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ Hydrogen chloride 8 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ Hexachlorobenzene 9 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ Octochlorostyrene

14

ขอมล

สถานท

ขอมลคนงาน

ลกษณะพนฐานของการท างาน

ขอมลมลพษสงแวดลอม

จดกลมคนงานทมการสมผสสารคลายกน

ก าหนดการสมผสมลพษ

เลอกก าหนดขดจ ากดการสมผส

เปรยบเทยบ

การสมผสมลพษของคนงานกบคามาตรฐานการสมผส

การสมผสยอมรบได การสมผสไมแนนอน การสมผสยอมรบไมได

การจดกลมคนงานทมการท างานคลายกนและตดสนใจเกยวกบระดบการสมผสมลพษ 15

4ขนตอนการประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขนตอนท 1 เตรยมการเพอตรวจวดและเกบตวอยาง

bull ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

bull ขนตอนท 3 การวเคราะหและแปลผล เพอเปรยบเทยบกบมาตรฐาน

ความปลอดภยในการท างาน หรอขอมลเดมทมอย

bull ขนตอนท 4 การประเมนการสมผสซ า

16

ขนตอนท 1 เตรยมการเพอตรวจวดและเกบตวอยาง

bull การศกษาคนควาขอมล หรอการทบทวนปญหา

bull การเตรยมและศกษาขอมลดานระบาดวทยาของผปฏบตงาน

bull การเตรยมอปกรณและเครองมอเพอการส ารวจ

bull การวางแผนการตรวจวดและการเกบตวอยางในสงแวดลอมการท างานใหเหมาะสม

bull การเตรยมการดานอน เชน เวลา บคลากร คาใชจาย เปนตน

17

ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

bull ก าหนดวตถประสงคการประเมนการสมผสเปนการประเมนการสมผสเพอ - เปนขอมลพนฐาน - หาแหลงก าเนดมลพษ - เปนไปตามกฎหมาย bull วธการประเมนการสมผส ม 2 วธ - การตรวจวดทตวบคคล - การตรวจวดแบบพนท

18

ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

สงทตองด าเนนการในการตรวจวดและเกบตวอยาง 1 ก าหนดวตถประสงคการตรวจวดและเกบตวอยาง 2 เตรยมความพรอมของเครองมอและผใชเครองมอ

3 การเปรยบเทยบความถกตองของเครองมอตรวจวด

4 จดเตรยมแบบฟอรมส ารวจและแบบบนทกขอมล 5 ท าความเขาใจกบผปฏบตงานในแผนกบรเวณการท างาน หรอ บคคลทตองการ

ตรวจวด เพอใหเกดความรวมมอในการประเมนการสมผสทถกตอง 6 ท าการตรวจวดในสภาพแวดลอมการท างานทไดมการก าหนดไวตามวตถประสงค

19

ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

สงทตองด าเนนการในการตรวจวดและเกบตวอยาง 7 ขณะท าการตรวจวดใหสงเกตการท างานของเครองมออปกรณทใชในการตรวจวด

วา สามารถท างานไดปกต 8 บนทกปจจยสภาพแวดลอมการท างานทเกดขนระหวางตรวจวด

9 อานคาจากเครองมอ บนทกขอมล หรอจดเกบตวอยางอยางถกตองเพอน าสงวเคราะหในหองปฏบตการ หรอน าผลการตรวจตางๆ มาค านวณหาคาเฉลยตามหลกเกณฑทไดมการก าหนดไว

20

ขนตอนท 3 การวเคราะหและแปลผล เพอเปรยบเทยบกบมาตรฐาน ความปลอดภยในการท างาน หรอขอมลเดมทมอย

ประโยชนของผลการตรวจวดสภาพแวดลอมในการท างาน bull เปรยบเทยบกบเกณฑมาตรฐานความปลอดภยในการท างาน

bull เปรยบเทยบผลทไดกบขอมลเดมทมอย

bull เปรยบเทยบผลทไดกบผลการตรวจสขภาพของพนกงาน

21

ขนตอนท 4 การประเมนการสมผสซ า

แนวทางการด าเนนการ 1 ควรมการประเมนการสมผสซ าตามระยะเวลาทก าหนด bull ปละครงตามกฎหมาย bull ต ากวา 25 ของคามาตรฐาน ทก 64 สปดาห bull 25-50 ของคามาตรฐาน ทก 32 สปดาห bull มากกวา 50-100 ของคามาตรฐาน ทก 16 สปดาห 2 การประเมนแบบพเศษ เชน การรองเรยนของคนงาน มการเปลยนกระบวนการผลต

และตอบสนองกฎหมายใหม เปนตน 22

6 การจดท ารายงาน ขอมลสรปจากสถานทท างาน 1 รายละเอยดกระบวนการผลต อาจบรรยายโดยใชแผนภมแสดงบรเวณการผลต แสดงแหลงก าเนด

สารเคม เสยงดง บรเวณทมรงส หรอการระบายอากาศ เปนตน 2 ลกษณะงานและรายละเอยดของงาน 3 การจดกลมคนงานทมลกษณะการท างานทคลายกน (Similar Exposure Group) 4 รายละเอยดสารเคมทใช วธการสมผสสาร และผลตอสขภาพ 5 การเฝาระวงทางสงแวดลอม การประเมนการสมผสสาร การเกบตวอยาง ผลการวเคราะหและ

สรปในแตละครง การตรวจวดแบบพเศษหรอการตรวจวดสารทางชวภาพจากรางกายของคนงาน ควรมการบนทกเรองการสมผสสารทไมใชจากงานทท าดวย

23

6 การจดท ารายงาน รายงานการประเมนการสมผส ควรประกอบดวย bull แผนการด าเนนงาน การประเมนการสมผสสาร ผลทได ขอเสนอแนะ และแนวทาง

การเฝาระวง bull วตถประสงคในการประเมนการสมผสตองชดเจน bull เกณฑการประเมนการสมผสสาร ( TLVs PELs คามาตรฐานอน ) bull ผลตอสขภาพของสารเคมแตละชนด bull วธการตรวจวด การวเคราะหทางสถต และการควบคมคณภาพของการวเคราะห bull การอภปรายผลการตรวจวด bull ขอเสนอแนะทชดเจน สามารถน ามาปฏบตได และควรมการตดตามผล

24

ความรอน (Heat) คอ พลงงานรปแบบหนงทท าใหมนษย รบรโดยประสาทสมผส เปนพลงงานจลนของโมเลกลของวตถ เมอวตถไดรบความรอนเพมขน โมเลกลกจะเคลอนไหวได

อณหภม (Temperature) คอระดบความรอนทมอยในวตถ เปนคณสมบต ประจ าตวของวตถนน ๆ (oC oF)

การตรวจวดและประเมนระดบความรอนและการฝกปฏบต

25

การตรวจวดและประเมนระดบความรอนและการฝกปฏบต ปรมาณความรอน (Quantity of Heat) คอ จ านวนความรอนทถกถายเทจาก

วตถหนงไปอกวตถหนง หนวยทใช

1) Kcal = Q น า 1 กก T สง 1 oC 2) BTU = Q น า 1 ปอนด T สง 1 oF 1Kcal = 3968 BTU

26

การตรวจวดและประเมนระดบความรอน

ระดบความรอน คอ อณหภมเวตบลบโกลบในบรเวณทลกจางท างาน ตรวจวด โดยเฉลยในเวลาชวง 2 ชวโมงทมอณหภมเวตบลบโกลบสงสดของการท างานปกต

อณหภมเวตบลบโกลบ (WBGT) เปนดชนวดสภาพความรอนในสงแวดลอมการท างาน (หนวยองศาเซลเซยส) ซงเปนการน าปจจยทมผลกระทบตอความรอนทสะสมในรางกายมาพจารณา

27

การตรวจวดและประเมนระดบความรอน

ปรมาณงาน หรอ ภาระงาน (Work Load) เปนพลงงานความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอใหรางกายใชปฏบตงานตางๆ ผทท างานหนกยอมมความรอนเกดขนในรางกายสงกวาผทท างานเบา และคามาตรฐานระดบความรอนไดน าปจจยนมาพจารณา โดยจ าแนกตามความหนกเบาของงานกบระดบความรอนทไดรบ

28

ความหนกเบาของงาน ความหนกเบาของงาน คอ การใชพลงงานของรางกายหรอใชก าลงงานท าให

เกดการเผาผลาญอาหารในรางกายเพอใชปฏบตงาน สามารถแบงออกเปน 3 ระดบ

งานเบา ลกษณะงานทใชแรงนอยหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการเผา ผลาญอาหารในรางกายไมเกน 200 กโลแคลอรตอชวโมง งานปานกลาง ลกษณะงานทใชแรงปานกลางหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการ เผาผลาญอาหารในรางกาย 201 ndash 350 กโลแคลอรตอชวโมง งานหนก ลกษณะงานทใชแรงมากหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการเผา ผลาญอาหารในรางกายเกน 350 กโลแคลอรตอชวโมง

29

อณหภมของรางกาย

แบงออกเปน 2 สวน

1 อณหภมแกน (Core Temperature) หมายถง อณหภมของอวยวะทอยภายในรางกาย เชน สมอง หวใจ ปอด ตบ ไต และระบบทางเดนหายใจ เปนตน

2 อณหภมทผว (Surface Temperature) หมายถง อณหภมทกลามเนอและผวหนง ซงเปนบรเวณทมการแลกเปลยนความรอนกบสงแวดลอมภายนอก เพอรกษาสมดลอณหภมของรางกายใหคงท

30

กลไกการเกดความรอนในรางกาย bull แหลงสรางความรอนในรางกาย มาจาก 2 ทาง 1 เมตาโบลซม 2 การท างานของกลามเนอ bull วธการในการขจดความรอนออกจากรางกายม 4 วธ 1 การแผรงสความรอน 60 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 2 การพาความรอน 12 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 3 การน าความรอน 3 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 4 การระเหย 22 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด

31

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

1 เมตาโบลซม (Metabolism M) bull 1 Met = Basal Metabolism Rate

bull ldquoชาย 70 กก ทพนผวหนง 18 ม2

bull หายใจ O2 03L min 1 Kcal min

32

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

2 การท างานของกลามเนอ (W) - Respiration

- Glycolysis

3 สงแวดลอม (Environment)

- Sun - Process

33

การไดรบและสญเสย ความรอน

สตรสมดลความรอน

M + W + R + C + D ndash E = + H

M = Metabolism Rate

W = ลกษณะของงาน

เบา 200 Kcal hr ลงไป

ปานกลาง 201 ndash 350 Kcal hr

หนก 350 Kcal hr ขนไป

Note H = M R C - E D (M=M+W) 34

อนตรายจากความรอนและผลกระทบตอสขภาพ

bull การมไข ( Fever )

bull ลมแดด ( Heat stroke )

bull การเปนลม ( Heat syncope)

bull การออนเพลยเนองจากความรอน ( Heat Exhaustion )

bull การขาดน า ( Dehydration )

bull ตะครวเนองจากความรอน ( Heat cramp)

35

1 ดชนทเกยวของกบการเปลยนแปลงทางสรรวทยาของผปฏบตงาน เชน WBGT P4SR

2 ดชนทเกยวของกบความพอใจของผปฏบตงาน เชน ET CET 3 ดชนทเกยวของกบการแลกเปลยนความรอน เชน HSI

การตรวจวนจฉยอนตรายจากความรอน

ดชนความเคนแหงความรอน (HEAT STRESS INDEX)

36

ความรอนสง รางกาย การระบายออกมา

YAGLOU amp MINARD WBGT

ACGIH amp NIOSH ไดใชเปนดชนมาตรฐาน ความรอนของคนงาน

ประเมนโดยใชคาอณหภม 3 ชนด คอ tnwbtna และ tg 37

WET BULB GLOBE TEMPERATURE

(WBGT)

WBGT index ใชงายและเปนดชนทใชในมาตรฐานส าหรบความเครยดจากความรอนของ ACGIH และ NIOSH การหาคา WBGT ตองทราบคาของตวแปรตาง ๆ ดงน WET BULB TEMPERATURE GLOBE TEMPERATURE DRY BULB AIR TEMPERATURE

38

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอน

39

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

1 เทอรโมมเตอรวดอณหภมของกระเปาะเปยกธรรมชาต น าปรอท มาหมดวยผากอสทกระเปาะของเทอรโมมเตอร ใหมความยาวเหนอปลายกระเปาะขนมาประมาณ 1 - 1 14 นว และหมตอยาวลงไปใหปลายของผากอสสวนนจมลงในแกว FLASK ขนาด 125 (มล) ซงมน ากลนบรรจอย

40

2 เทอรโมมเตอรวดอณหภมแบลกโกลบ

ใชวดอณหภมจากการแผรงส ทมผลตอรางกายมนษย

อปกรณนประกอบดวยลกทองแดงทรงกลมกลวง

เสนผาศนยกลาง 6 นว ภายนอกเคลอบดวยโลหะด าดาน

มเทอรโมมเตอรเสยบอยบรเวณเปลอกภายนอก

โดยปลายของเทอรโมมเตอรจะอยบรเวณตรงกลางของโกลบน

3 เทอรโมมเตอรวดอณหภมอากาศหรออณหภมกระเปาะแหง

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

41

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอชนดอานคาโดยตรง

ตองมคณลกษณะของเครองสอดคลองกบมาตรฐาน ISO 7243 หรอเทยบเทา หรอดกวา เชน DIN EN 27243 42

เทคนคและวธการตรวจวด

bull ในการตรวจวดระดบความรอนตองท าการตรวจวดในเดอนทรอนทสดของป

bull ในการเรมการตรวจวดระดบความรอน ตองท าการ set อปกรณกอนเรมท าการอานคาประมาณ 30 นาท

bull ต าแหนงทวางอปกรณกระเปาะแหงตองไมไดรบการแผรงสความรอน จากสภาพแวดลอมในการท างาน

43

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB

WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn) t1+t2+hellip +tn

44

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB ถา NWB = 25 องศาเซลเซยส GT =40 องศาเซลเซยส DB = 30 องศาเซลเซยส WBGT = 0725 + 0240 + 0130 องศาเซลเซยส = 285 องศาเซลเซยส

45

สตรการประเมนภาระงาน

ศกษาระยะเวลาการท างาน และลกษณะการท างาน ของพนกงาน เพอประเมนภาระงาน วาลกษณะงานทท าในชวง 2 ชวโมงทรอนทสดของพนกงาน เปนลกษณะงานหนก งานหนกปานกลาง หรองานเบา โดยค านวณดวยสตรตอไปน

Mเฉลย = M1t1 + M2t2 + M3t3 + + Mntn

t1 + t2 + t3 + + t n

เมอ M1 M2 hellip และ Mn คอ คาประมาณความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอสรางพลงงาน ส าหรบกจกรรมตางๆ มหนวยเปนกโลแคลอรตอชวโมงหรอกโลแคลอรตอนาท ในชวงเวลา t1 t2 tn มหนวยเปนชวโมงหรอนาท

46

คาพลงงานในการแบงระดบความหนก ndash เบา ของงาน

ความหนก - เบา พลงงาน ( กโลแคลอร ชวโมง )

งานเบา ไมเกน 200

งานปานกลาง 201 ndash 350

งานหนก เกน 350

47

ตารางแสดงมาตรฐานระดบความรอน

ความหนกเบาของงาน มาตรฐานระดบความรอน

คาเฉลยอณหภมเวทบลบโกลบ (WBGT)

ก าหนดเปนองศาเซลเซยส

เบา 34

กลาง 32

หนก 30 48

การประเมนภาระงาน (อตราการเผาผลาญอาหารเฉลยในรางกายของคนงานขณะท ากจกรรม)

03 06

20 ndash 30 เพม 08 ทกความสงทเพม 1 เมตร

นง ยน เดนบนพนราบ เดนขนทสง

กโลแคลอรนาท ทาทางการเคลอนไหวของรางกาย

49

10 เมตาโบลสมพนฐาน

02 ndash 12

07 ndash 25

10 ndash 35

10 ndash 150

04 09

10 17

15 25

35 50 70 90

ท างานดวยมอ - เบา ( เขยนหนงมอ เยบปกถกรอย) - หนก ( พมพดด นบเรยงเอกสาร ) ท างานดวยแขนขางเดยว - เบา ( กวาดพน เชดถพน ) - หนก ( ตอกตะป เลอยไม ) ท างานดวยแขน 2 ขาง - เบา (ปอนชนงาน ตะไบโลหะ งานสวน) - หนก ( ไสไม แกะสกกไม ) ท างานดวยรางกายทกสวน - เบา ( ขบรถยนต) - ปานกลาง ( ทาส ขดถพน ) -หนก ( ลาก ดง ยกของหนก) -หนกมาก ( กอสราง ขดดน )

ชวงคาพลงงาน ( กโลแคลอร นาท )

คาพลงงานเฉลย ( กโลแคลอร นาท )

กจกรรม การปฏบตงาน

50

ตวอยางกจกรรมเปรยบเทยบ

20 30

10 60

1 เดนไปเรอย ๆ 2 ใช 2 แขน(งานหนก) และใชรางกายทก

สวน (งานเบา) 3 เมตาโบลสมพนฐานของรางกาย รวม

กโลแคลอร นาท การประกอบชนงาน

51

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส)

WL = (560) + (745) +helliphellip+ (915) + (1120) 2 WL = 300 + 315 + 135 + 120 = 8702 = 435 กโลแคลอรชวโมง 2

52

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง 20 นาท (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณความหนกเบาของงาน

WL = (580) + (740) +helliphellip+ (1120) 2 WL = 400 + 280 + 120 = 8002 = 400 กโลแคลอรชวโมง 2 53

การค านวณหา WBGT เฉลย WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn)

t1+t2+hellip +tn ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณWBGT เฉลย

WBGTเฉลย = (3760)+(3545)+(3215) 60+45+15

= 356 องศาเซลเซยส

54

ตวอยางแบบบนทกขอมลการตรวจวดดชนความรอน

ลกษณะการท างาน Work load ระยะเวลา ( นาท )

WB

(degc) DB (degc)

GT (degc)

WBGT (degc)

ชอสถานประกอบกจการ

วนเดอนป ทตรวจวด

เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช

ปรบเทยบความถกตองเครองมอ

แผนก

ชอพนกงาน

55

การควบคมและปองกนอนตราย bull การใชฉนวนหมแหลงก าเนดความรอน เชน ใชฉนวนบทอน ารอน เพอลดการ

แผรงสและพาความรอน bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน bull การจดระบบระบายอากาศแบบทวไปและแบบเฉพาะท bull การแยกแหลงก าเนดความรอนออกจากบรเวณการท างาน bull การตดประกาศเตอน bull การลดเวลาท างานสมผสความรอนและเพมเวลาพก bull จดน าดมและน าเกลอแร bull การจดอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคล เปนตน

56

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การใชฉนวนหม (Insulator)

bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน (Radiation Shielding)

57

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การจดการระบายอากาศเฉพาะท (Local Exhaust Ventilation)

58

การปองกนททางผาน

bull จดท าหองพก หรอหองควบคมใหพนกงาน

bull การจายอากาศทม ความเยนเฉพาะจด ใหทตว

59

การปองกนททางผาน

bull การจดทศทางการเคลอนท

ของอากาศอยางเหมาะสม

bull อาศยการดนอากาศเยนจากดานลาง เพอไลอากาศรอนสดานบน

60

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาการท างานทสมผสความรอน

bull ใชอปกรณชวยผอนแรง เพอชวยลดคาพลงงานความรอน

61

การปองกนทตวบคคล

bull ใชอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคลเพอปองกนความรอนทตองสมผส

bull จดท าปายเตอน

bull การจดสวสดการในเรอง น าดม-เกลอแร ทช าระลางรางกาย ทนงพก

62

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

เสยง (Sound) คอ พลงงานรปหนงทเกดจากการสนสะเทอนของโมเลกลของอากาศ ท าใหเกดการอดและขยายสลบกนของโมเลกลอากาศ ความดนบรรยากาศจงเกดการเปลยนแปลงตามการเคลอนทของโมเลกลอากาศ เรยกวา คลนเสยง

เสยงดง (noise) หมายถง เสยงซงไมเปนทตองการของคนเพราะท าใหเกดการรบกวนการรบรเสยงทตองการ หรอความเงยบ และเปนเสยงทเปนอนตรายตอการไดยน

เดซเบลเอ ( dBA) เปนหนวยวดความดงเสยงทใกลเคยงกบการตอบสนองตอเสยงของหมนษย

TWA time weighted average เปนคาเฉลยระดบความดงเสยงตลอดระยะเวลาการสมผสเสยง

63

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

สงคกคามสขภาพอนามย ม 4 ประเภท 1 สงคกคามสขภาพอนามยดานกายภาพ

2 สงคกคามสขภาพอนามยดานเคม

3 สงคกคามสขภาพอนามยดานชวภาพ

4 สงคกคามสขภาพอนามยดานการยศาสตร

ปจจยทางสงแวดลอม

ทสงผลกระทบตอสขภาพอนามย

ดานกายภาพ ดานเคม

ดานชวภาพ ดานการยศาสตร

แสง เสยง ความรอนความสนสะเทอนรงส ความกดดนบรรยากาศ

ฝน เสนใย ฟมกาซ ไอระเหย

จตวทยาสงคม

การจดสภาพงาน

จลนทรย

เชอโรคตาง ๆ

6

2 ขอบเขตการด าเนนงาน และความส าคญ

หลกการด าเนนงานดานสขศาสตรอตสาหกรรม ประกอบดวย 1 การตระหนก ( Recognition ) ถงปญหาสงแวดลอม ใชความร ความเขาใจเกยวกบสงทจะคกคามชวตและสขภาพของพนกงาน 2 การประเมน ( Evaluation ) ระดบปญหาสงแวดลอม ใชประสบการณการตรวจวดและวเคราะหสงคกคามเทยบกบเกณฑมาตรฐาน 3 การควบคม ( Control ) ปญหาสงแวดลอม ใชความรทางวศวกรรม การบรหารจดการ เทคโนโลยหรอผสมผสานวธ ตาง ๆ เพอก าจดและลดปรมาณสงคกคาม

7

ความส าคญของการประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

1 ทราบแหลงทกอใหเกดมลพษและปรมาณของมลพษในสงแวดลอมการท างาน

2 น าผลจากการประเมนสภาพแวดลอมในการท างานไปใชในการออกแบบการควบคมสภาพแวดลอมในการท างาน

3 มการเกบขอมลและรายงานสภาพแวดลอมในการท างานอยางมระบบ

4 เปนขอมลในการหาความสมพนธระหวางการเจบปวยหรอการบาดเจบจากการท างานในสภาพแวดลอมนน ๆ

5 ใชในการตรวจสอบและประเมนระบบการควบคมมลพษซงไดจดใหมขน

6 ใชเปนหลกฐานแสดงการปฏบตตามกฎหมายของผประกอบกจการทไดมการก าหนดไว 8

3การจดท าโปรแกรมการประเมนการสมผส วตถประสงคของการประเมนการสมผส 1 จ าแนกการสมผสสารเคม ทางกายภาพ และทางชวภาพทอาจท าใหเกด

อนตราย จ าแนกคนท างานทสมผส รวมถงสารทยงไมมการก าหนดเกณฑมาตรฐานความปลอดภยในการท างานไว

2 ประเมนระดบการรบสมผสของคนท างานและการรบสมผสทเปลยนแปลงไปในแตละชวง

3 ประเมนปจจยเสยงทคนท างานอาจไดรบอนตรายตอสขภาพจากการบสมผสในระดบทเกนเกณฑมาตรฐานความปลอดภยทก าหนดไว

4 จดล าดบความส าคญและควบคมการสมผสทยอมรบไมได 9

3การจดท าโปรแกรมการประเมนการสมผส วตถประสงคของการประเมนการสมผส 5 จ าแนกการรบสมผสทมความจ าเปนตองหาขอมลเพมเตม

6 บนทกการสมผส การควบคมและสอสารใหคนงานและผเกยวของในการปกปองสขภาพของคนท างานไดรบทราบ

7 เกบรวบรวม บนทกประวตการรบสมผสของคนท างานทกคนเพอน าผลไปใชในการจดการทางดานสขภาพของคนท างาน

8 จดบคลากร งบประเมน ระยะเวลา เพอใหสามารถด าเนนในขนตอนตางๆ ทกลาวมาอยางมประสทธภาพและประสทธผล

10

3การจดท าโปรแกรมการประเมนการสมผส

องคประกอบของโปรแกรมการประเมนการสมผส 1 การก าหนดวตถประสงคของโปรแกรมการประเมนการสมผสสงคกคามสขภาพ

อนามย

2 บทบาทและความรบผดชอบของเจาหนาทความปลอดภยในการท างานและฝายสนบสนนอน ๆ

3 วธการเกบรวบรวมขอมลอยางเปนระบบ เพอจดท าลกษณะพนฐานของสถานทท างาน คนงาน และปจจยสงแวดลอม

11

องคประกอบของโปรแกรมการประเมนการสมผส 4 การก าหนดกลมคนงานทมลกษณะการท างานคลายคลงกน (SEG) และลกษณะการ

สมผสสงคกคามสขภาพอนามยของแตละกลม 5 เกณฑการตดสนการไดรบสมผสของแตละสงคกคามสขภาพอนามยของ SEG วาอย

ในระดบทยอมรบไดหรอไม 6 ระบบการจดล าดบความส าคญ และการรวบรวมขอมลทจ าเปนส าหรบลกษณะการ

สมผสทยอมรบไมได เพอจะไดขอมลทางดานการประเมนการสมผสหรอผลตอสขภาพทมความมนใจในการตดสนใจ

3การจดท าโปรแกรมการประเมนการสมผส

12

องคประกอบของโปรแกรมการประเมนการสมผส 7 ระดบการสมผสทปลอดภยและเกณฑในการประเมนการสมผส ถาระดบการสมผสมากกวา

10 ของเกณฑมาตรฐานความปลอดภยทไดมการก าหนดไว ควรจดท าขอมล Baseline Monitoring

8 จดท าระบบทแนใจวาการสมผสทยอมรบไมได จะไดรบการจดล าดบความส าคญและท าการควบคม

9 จดท าระบบการสอสาร ระบบเอกสาร การประเมนการสมผสและขอเสนอแนะในการควบคมสงคกคามสขภาพอนามย

10 จดท าเกณฑการประเมนการสมผสเปนระยะ โปรแกรมการประเมนเปนประจ า เพอใหแนใจวาการสมผสทยอมรบไดยงยอมรบไดอย

3การจดท าโปรแกรมการประเมนการสมผส

13

ตวอยางการจดกลมคนงานทมการท างานคลายกน

กลมคนงานทม การท างานคลายกน

(SEG)

กระบวนการผลต

(Process)

ลกษณะงาน

(Job)

งานหลก (Task)

มลพษสงแวดลอม

(Environment) 1 เคลอบผวขดลวด เจาหนาทปอนขดลวด ทวไป เสยง 2 เคลอบผวขดลวด เจาหนาทปอนขดลวด ท าความสะอาด MIBK

3 เคลอบผวขดลวด เจาหนาทปอนขดลวด ท าความสะอาด Cyclohexanone 4 เคลอบผวขดลวด ผชวย หลอลน น ามนหลอลน

5 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ ความรอน

6 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ Hexachloroethane 7 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ Hydrogen chloride 8 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ Hexachlorobenzene 9 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ Octochlorostyrene

14

ขอมล

สถานท

ขอมลคนงาน

ลกษณะพนฐานของการท างาน

ขอมลมลพษสงแวดลอม

จดกลมคนงานทมการสมผสสารคลายกน

ก าหนดการสมผสมลพษ

เลอกก าหนดขดจ ากดการสมผส

เปรยบเทยบ

การสมผสมลพษของคนงานกบคามาตรฐานการสมผส

การสมผสยอมรบได การสมผสไมแนนอน การสมผสยอมรบไมได

การจดกลมคนงานทมการท างานคลายกนและตดสนใจเกยวกบระดบการสมผสมลพษ 15

4ขนตอนการประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขนตอนท 1 เตรยมการเพอตรวจวดและเกบตวอยาง

bull ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

bull ขนตอนท 3 การวเคราะหและแปลผล เพอเปรยบเทยบกบมาตรฐาน

ความปลอดภยในการท างาน หรอขอมลเดมทมอย

bull ขนตอนท 4 การประเมนการสมผสซ า

16

ขนตอนท 1 เตรยมการเพอตรวจวดและเกบตวอยาง

bull การศกษาคนควาขอมล หรอการทบทวนปญหา

bull การเตรยมและศกษาขอมลดานระบาดวทยาของผปฏบตงาน

bull การเตรยมอปกรณและเครองมอเพอการส ารวจ

bull การวางแผนการตรวจวดและการเกบตวอยางในสงแวดลอมการท างานใหเหมาะสม

bull การเตรยมการดานอน เชน เวลา บคลากร คาใชจาย เปนตน

17

ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

bull ก าหนดวตถประสงคการประเมนการสมผสเปนการประเมนการสมผสเพอ - เปนขอมลพนฐาน - หาแหลงก าเนดมลพษ - เปนไปตามกฎหมาย bull วธการประเมนการสมผส ม 2 วธ - การตรวจวดทตวบคคล - การตรวจวดแบบพนท

18

ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

สงทตองด าเนนการในการตรวจวดและเกบตวอยาง 1 ก าหนดวตถประสงคการตรวจวดและเกบตวอยาง 2 เตรยมความพรอมของเครองมอและผใชเครองมอ

3 การเปรยบเทยบความถกตองของเครองมอตรวจวด

4 จดเตรยมแบบฟอรมส ารวจและแบบบนทกขอมล 5 ท าความเขาใจกบผปฏบตงานในแผนกบรเวณการท างาน หรอ บคคลทตองการ

ตรวจวด เพอใหเกดความรวมมอในการประเมนการสมผสทถกตอง 6 ท าการตรวจวดในสภาพแวดลอมการท างานทไดมการก าหนดไวตามวตถประสงค

19

ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

สงทตองด าเนนการในการตรวจวดและเกบตวอยาง 7 ขณะท าการตรวจวดใหสงเกตการท างานของเครองมออปกรณทใชในการตรวจวด

วา สามารถท างานไดปกต 8 บนทกปจจยสภาพแวดลอมการท างานทเกดขนระหวางตรวจวด

9 อานคาจากเครองมอ บนทกขอมล หรอจดเกบตวอยางอยางถกตองเพอน าสงวเคราะหในหองปฏบตการ หรอน าผลการตรวจตางๆ มาค านวณหาคาเฉลยตามหลกเกณฑทไดมการก าหนดไว

20

ขนตอนท 3 การวเคราะหและแปลผล เพอเปรยบเทยบกบมาตรฐาน ความปลอดภยในการท างาน หรอขอมลเดมทมอย

ประโยชนของผลการตรวจวดสภาพแวดลอมในการท างาน bull เปรยบเทยบกบเกณฑมาตรฐานความปลอดภยในการท างาน

bull เปรยบเทยบผลทไดกบขอมลเดมทมอย

bull เปรยบเทยบผลทไดกบผลการตรวจสขภาพของพนกงาน

21

ขนตอนท 4 การประเมนการสมผสซ า

แนวทางการด าเนนการ 1 ควรมการประเมนการสมผสซ าตามระยะเวลาทก าหนด bull ปละครงตามกฎหมาย bull ต ากวา 25 ของคามาตรฐาน ทก 64 สปดาห bull 25-50 ของคามาตรฐาน ทก 32 สปดาห bull มากกวา 50-100 ของคามาตรฐาน ทก 16 สปดาห 2 การประเมนแบบพเศษ เชน การรองเรยนของคนงาน มการเปลยนกระบวนการผลต

และตอบสนองกฎหมายใหม เปนตน 22

6 การจดท ารายงาน ขอมลสรปจากสถานทท างาน 1 รายละเอยดกระบวนการผลต อาจบรรยายโดยใชแผนภมแสดงบรเวณการผลต แสดงแหลงก าเนด

สารเคม เสยงดง บรเวณทมรงส หรอการระบายอากาศ เปนตน 2 ลกษณะงานและรายละเอยดของงาน 3 การจดกลมคนงานทมลกษณะการท างานทคลายกน (Similar Exposure Group) 4 รายละเอยดสารเคมทใช วธการสมผสสาร และผลตอสขภาพ 5 การเฝาระวงทางสงแวดลอม การประเมนการสมผสสาร การเกบตวอยาง ผลการวเคราะหและ

สรปในแตละครง การตรวจวดแบบพเศษหรอการตรวจวดสารทางชวภาพจากรางกายของคนงาน ควรมการบนทกเรองการสมผสสารทไมใชจากงานทท าดวย

23

6 การจดท ารายงาน รายงานการประเมนการสมผส ควรประกอบดวย bull แผนการด าเนนงาน การประเมนการสมผสสาร ผลทได ขอเสนอแนะ และแนวทาง

การเฝาระวง bull วตถประสงคในการประเมนการสมผสตองชดเจน bull เกณฑการประเมนการสมผสสาร ( TLVs PELs คามาตรฐานอน ) bull ผลตอสขภาพของสารเคมแตละชนด bull วธการตรวจวด การวเคราะหทางสถต และการควบคมคณภาพของการวเคราะห bull การอภปรายผลการตรวจวด bull ขอเสนอแนะทชดเจน สามารถน ามาปฏบตได และควรมการตดตามผล

24

ความรอน (Heat) คอ พลงงานรปแบบหนงทท าใหมนษย รบรโดยประสาทสมผส เปนพลงงานจลนของโมเลกลของวตถ เมอวตถไดรบความรอนเพมขน โมเลกลกจะเคลอนไหวได

อณหภม (Temperature) คอระดบความรอนทมอยในวตถ เปนคณสมบต ประจ าตวของวตถนน ๆ (oC oF)

การตรวจวดและประเมนระดบความรอนและการฝกปฏบต

25

การตรวจวดและประเมนระดบความรอนและการฝกปฏบต ปรมาณความรอน (Quantity of Heat) คอ จ านวนความรอนทถกถายเทจาก

วตถหนงไปอกวตถหนง หนวยทใช

1) Kcal = Q น า 1 กก T สง 1 oC 2) BTU = Q น า 1 ปอนด T สง 1 oF 1Kcal = 3968 BTU

26

การตรวจวดและประเมนระดบความรอน

ระดบความรอน คอ อณหภมเวตบลบโกลบในบรเวณทลกจางท างาน ตรวจวด โดยเฉลยในเวลาชวง 2 ชวโมงทมอณหภมเวตบลบโกลบสงสดของการท างานปกต

อณหภมเวตบลบโกลบ (WBGT) เปนดชนวดสภาพความรอนในสงแวดลอมการท างาน (หนวยองศาเซลเซยส) ซงเปนการน าปจจยทมผลกระทบตอความรอนทสะสมในรางกายมาพจารณา

27

การตรวจวดและประเมนระดบความรอน

ปรมาณงาน หรอ ภาระงาน (Work Load) เปนพลงงานความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอใหรางกายใชปฏบตงานตางๆ ผทท างานหนกยอมมความรอนเกดขนในรางกายสงกวาผทท างานเบา และคามาตรฐานระดบความรอนไดน าปจจยนมาพจารณา โดยจ าแนกตามความหนกเบาของงานกบระดบความรอนทไดรบ

28

ความหนกเบาของงาน ความหนกเบาของงาน คอ การใชพลงงานของรางกายหรอใชก าลงงานท าให

เกดการเผาผลาญอาหารในรางกายเพอใชปฏบตงาน สามารถแบงออกเปน 3 ระดบ

งานเบา ลกษณะงานทใชแรงนอยหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการเผา ผลาญอาหารในรางกายไมเกน 200 กโลแคลอรตอชวโมง งานปานกลาง ลกษณะงานทใชแรงปานกลางหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการ เผาผลาญอาหารในรางกาย 201 ndash 350 กโลแคลอรตอชวโมง งานหนก ลกษณะงานทใชแรงมากหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการเผา ผลาญอาหารในรางกายเกน 350 กโลแคลอรตอชวโมง

29

อณหภมของรางกาย

แบงออกเปน 2 สวน

1 อณหภมแกน (Core Temperature) หมายถง อณหภมของอวยวะทอยภายในรางกาย เชน สมอง หวใจ ปอด ตบ ไต และระบบทางเดนหายใจ เปนตน

2 อณหภมทผว (Surface Temperature) หมายถง อณหภมทกลามเนอและผวหนง ซงเปนบรเวณทมการแลกเปลยนความรอนกบสงแวดลอมภายนอก เพอรกษาสมดลอณหภมของรางกายใหคงท

30

กลไกการเกดความรอนในรางกาย bull แหลงสรางความรอนในรางกาย มาจาก 2 ทาง 1 เมตาโบลซม 2 การท างานของกลามเนอ bull วธการในการขจดความรอนออกจากรางกายม 4 วธ 1 การแผรงสความรอน 60 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 2 การพาความรอน 12 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 3 การน าความรอน 3 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 4 การระเหย 22 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด

31

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

1 เมตาโบลซม (Metabolism M) bull 1 Met = Basal Metabolism Rate

bull ldquoชาย 70 กก ทพนผวหนง 18 ม2

bull หายใจ O2 03L min 1 Kcal min

32

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

2 การท างานของกลามเนอ (W) - Respiration

- Glycolysis

3 สงแวดลอม (Environment)

- Sun - Process

33

การไดรบและสญเสย ความรอน

สตรสมดลความรอน

M + W + R + C + D ndash E = + H

M = Metabolism Rate

W = ลกษณะของงาน

เบา 200 Kcal hr ลงไป

ปานกลาง 201 ndash 350 Kcal hr

หนก 350 Kcal hr ขนไป

Note H = M R C - E D (M=M+W) 34

อนตรายจากความรอนและผลกระทบตอสขภาพ

bull การมไข ( Fever )

bull ลมแดด ( Heat stroke )

bull การเปนลม ( Heat syncope)

bull การออนเพลยเนองจากความรอน ( Heat Exhaustion )

bull การขาดน า ( Dehydration )

bull ตะครวเนองจากความรอน ( Heat cramp)

35

1 ดชนทเกยวของกบการเปลยนแปลงทางสรรวทยาของผปฏบตงาน เชน WBGT P4SR

2 ดชนทเกยวของกบความพอใจของผปฏบตงาน เชน ET CET 3 ดชนทเกยวของกบการแลกเปลยนความรอน เชน HSI

การตรวจวนจฉยอนตรายจากความรอน

ดชนความเคนแหงความรอน (HEAT STRESS INDEX)

36

ความรอนสง รางกาย การระบายออกมา

YAGLOU amp MINARD WBGT

ACGIH amp NIOSH ไดใชเปนดชนมาตรฐาน ความรอนของคนงาน

ประเมนโดยใชคาอณหภม 3 ชนด คอ tnwbtna และ tg 37

WET BULB GLOBE TEMPERATURE

(WBGT)

WBGT index ใชงายและเปนดชนทใชในมาตรฐานส าหรบความเครยดจากความรอนของ ACGIH และ NIOSH การหาคา WBGT ตองทราบคาของตวแปรตาง ๆ ดงน WET BULB TEMPERATURE GLOBE TEMPERATURE DRY BULB AIR TEMPERATURE

38

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอน

39

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

1 เทอรโมมเตอรวดอณหภมของกระเปาะเปยกธรรมชาต น าปรอท มาหมดวยผากอสทกระเปาะของเทอรโมมเตอร ใหมความยาวเหนอปลายกระเปาะขนมาประมาณ 1 - 1 14 นว และหมตอยาวลงไปใหปลายของผากอสสวนนจมลงในแกว FLASK ขนาด 125 (มล) ซงมน ากลนบรรจอย

40

2 เทอรโมมเตอรวดอณหภมแบลกโกลบ

ใชวดอณหภมจากการแผรงส ทมผลตอรางกายมนษย

อปกรณนประกอบดวยลกทองแดงทรงกลมกลวง

เสนผาศนยกลาง 6 นว ภายนอกเคลอบดวยโลหะด าดาน

มเทอรโมมเตอรเสยบอยบรเวณเปลอกภายนอก

โดยปลายของเทอรโมมเตอรจะอยบรเวณตรงกลางของโกลบน

3 เทอรโมมเตอรวดอณหภมอากาศหรออณหภมกระเปาะแหง

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

41

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอชนดอานคาโดยตรง

ตองมคณลกษณะของเครองสอดคลองกบมาตรฐาน ISO 7243 หรอเทยบเทา หรอดกวา เชน DIN EN 27243 42

เทคนคและวธการตรวจวด

bull ในการตรวจวดระดบความรอนตองท าการตรวจวดในเดอนทรอนทสดของป

bull ในการเรมการตรวจวดระดบความรอน ตองท าการ set อปกรณกอนเรมท าการอานคาประมาณ 30 นาท

bull ต าแหนงทวางอปกรณกระเปาะแหงตองไมไดรบการแผรงสความรอน จากสภาพแวดลอมในการท างาน

43

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB

WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn) t1+t2+hellip +tn

44

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB ถา NWB = 25 องศาเซลเซยส GT =40 องศาเซลเซยส DB = 30 องศาเซลเซยส WBGT = 0725 + 0240 + 0130 องศาเซลเซยส = 285 องศาเซลเซยส

45

สตรการประเมนภาระงาน

ศกษาระยะเวลาการท างาน และลกษณะการท างาน ของพนกงาน เพอประเมนภาระงาน วาลกษณะงานทท าในชวง 2 ชวโมงทรอนทสดของพนกงาน เปนลกษณะงานหนก งานหนกปานกลาง หรองานเบา โดยค านวณดวยสตรตอไปน

Mเฉลย = M1t1 + M2t2 + M3t3 + + Mntn

t1 + t2 + t3 + + t n

เมอ M1 M2 hellip และ Mn คอ คาประมาณความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอสรางพลงงาน ส าหรบกจกรรมตางๆ มหนวยเปนกโลแคลอรตอชวโมงหรอกโลแคลอรตอนาท ในชวงเวลา t1 t2 tn มหนวยเปนชวโมงหรอนาท

46

คาพลงงานในการแบงระดบความหนก ndash เบา ของงาน

ความหนก - เบา พลงงาน ( กโลแคลอร ชวโมง )

งานเบา ไมเกน 200

งานปานกลาง 201 ndash 350

งานหนก เกน 350

47

ตารางแสดงมาตรฐานระดบความรอน

ความหนกเบาของงาน มาตรฐานระดบความรอน

คาเฉลยอณหภมเวทบลบโกลบ (WBGT)

ก าหนดเปนองศาเซลเซยส

เบา 34

กลาง 32

หนก 30 48

การประเมนภาระงาน (อตราการเผาผลาญอาหารเฉลยในรางกายของคนงานขณะท ากจกรรม)

03 06

20 ndash 30 เพม 08 ทกความสงทเพม 1 เมตร

นง ยน เดนบนพนราบ เดนขนทสง

กโลแคลอรนาท ทาทางการเคลอนไหวของรางกาย

49

10 เมตาโบลสมพนฐาน

02 ndash 12

07 ndash 25

10 ndash 35

10 ndash 150

04 09

10 17

15 25

35 50 70 90

ท างานดวยมอ - เบา ( เขยนหนงมอ เยบปกถกรอย) - หนก ( พมพดด นบเรยงเอกสาร ) ท างานดวยแขนขางเดยว - เบา ( กวาดพน เชดถพน ) - หนก ( ตอกตะป เลอยไม ) ท างานดวยแขน 2 ขาง - เบา (ปอนชนงาน ตะไบโลหะ งานสวน) - หนก ( ไสไม แกะสกกไม ) ท างานดวยรางกายทกสวน - เบา ( ขบรถยนต) - ปานกลาง ( ทาส ขดถพน ) -หนก ( ลาก ดง ยกของหนก) -หนกมาก ( กอสราง ขดดน )

ชวงคาพลงงาน ( กโลแคลอร นาท )

คาพลงงานเฉลย ( กโลแคลอร นาท )

กจกรรม การปฏบตงาน

50

ตวอยางกจกรรมเปรยบเทยบ

20 30

10 60

1 เดนไปเรอย ๆ 2 ใช 2 แขน(งานหนก) และใชรางกายทก

สวน (งานเบา) 3 เมตาโบลสมพนฐานของรางกาย รวม

กโลแคลอร นาท การประกอบชนงาน

51

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส)

WL = (560) + (745) +helliphellip+ (915) + (1120) 2 WL = 300 + 315 + 135 + 120 = 8702 = 435 กโลแคลอรชวโมง 2

52

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง 20 นาท (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณความหนกเบาของงาน

WL = (580) + (740) +helliphellip+ (1120) 2 WL = 400 + 280 + 120 = 8002 = 400 กโลแคลอรชวโมง 2 53

การค านวณหา WBGT เฉลย WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn)

t1+t2+hellip +tn ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณWBGT เฉลย

WBGTเฉลย = (3760)+(3545)+(3215) 60+45+15

= 356 องศาเซลเซยส

54

ตวอยางแบบบนทกขอมลการตรวจวดดชนความรอน

ลกษณะการท างาน Work load ระยะเวลา ( นาท )

WB

(degc) DB (degc)

GT (degc)

WBGT (degc)

ชอสถานประกอบกจการ

วนเดอนป ทตรวจวด

เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช

ปรบเทยบความถกตองเครองมอ

แผนก

ชอพนกงาน

55

การควบคมและปองกนอนตราย bull การใชฉนวนหมแหลงก าเนดความรอน เชน ใชฉนวนบทอน ารอน เพอลดการ

แผรงสและพาความรอน bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน bull การจดระบบระบายอากาศแบบทวไปและแบบเฉพาะท bull การแยกแหลงก าเนดความรอนออกจากบรเวณการท างาน bull การตดประกาศเตอน bull การลดเวลาท างานสมผสความรอนและเพมเวลาพก bull จดน าดมและน าเกลอแร bull การจดอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคล เปนตน

56

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การใชฉนวนหม (Insulator)

bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน (Radiation Shielding)

57

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การจดการระบายอากาศเฉพาะท (Local Exhaust Ventilation)

58

การปองกนททางผาน

bull จดท าหองพก หรอหองควบคมใหพนกงาน

bull การจายอากาศทม ความเยนเฉพาะจด ใหทตว

59

การปองกนททางผาน

bull การจดทศทางการเคลอนท

ของอากาศอยางเหมาะสม

bull อาศยการดนอากาศเยนจากดานลาง เพอไลอากาศรอนสดานบน

60

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาการท างานทสมผสความรอน

bull ใชอปกรณชวยผอนแรง เพอชวยลดคาพลงงานความรอน

61

การปองกนทตวบคคล

bull ใชอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคลเพอปองกนความรอนทตองสมผส

bull จดท าปายเตอน

bull การจดสวสดการในเรอง น าดม-เกลอแร ทช าระลางรางกาย ทนงพก

62

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

เสยง (Sound) คอ พลงงานรปหนงทเกดจากการสนสะเทอนของโมเลกลของอากาศ ท าใหเกดการอดและขยายสลบกนของโมเลกลอากาศ ความดนบรรยากาศจงเกดการเปลยนแปลงตามการเคลอนทของโมเลกลอากาศ เรยกวา คลนเสยง

เสยงดง (noise) หมายถง เสยงซงไมเปนทตองการของคนเพราะท าใหเกดการรบกวนการรบรเสยงทตองการ หรอความเงยบ และเปนเสยงทเปนอนตรายตอการไดยน

เดซเบลเอ ( dBA) เปนหนวยวดความดงเสยงทใกลเคยงกบการตอบสนองตอเสยงของหมนษย

TWA time weighted average เปนคาเฉลยระดบความดงเสยงตลอดระยะเวลาการสมผสเสยง

63

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

2 ขอบเขตการด าเนนงาน และความส าคญ

หลกการด าเนนงานดานสขศาสตรอตสาหกรรม ประกอบดวย 1 การตระหนก ( Recognition ) ถงปญหาสงแวดลอม ใชความร ความเขาใจเกยวกบสงทจะคกคามชวตและสขภาพของพนกงาน 2 การประเมน ( Evaluation ) ระดบปญหาสงแวดลอม ใชประสบการณการตรวจวดและวเคราะหสงคกคามเทยบกบเกณฑมาตรฐาน 3 การควบคม ( Control ) ปญหาสงแวดลอม ใชความรทางวศวกรรม การบรหารจดการ เทคโนโลยหรอผสมผสานวธ ตาง ๆ เพอก าจดและลดปรมาณสงคกคาม

7

ความส าคญของการประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

1 ทราบแหลงทกอใหเกดมลพษและปรมาณของมลพษในสงแวดลอมการท างาน

2 น าผลจากการประเมนสภาพแวดลอมในการท างานไปใชในการออกแบบการควบคมสภาพแวดลอมในการท างาน

3 มการเกบขอมลและรายงานสภาพแวดลอมในการท างานอยางมระบบ

4 เปนขอมลในการหาความสมพนธระหวางการเจบปวยหรอการบาดเจบจากการท างานในสภาพแวดลอมนน ๆ

5 ใชในการตรวจสอบและประเมนระบบการควบคมมลพษซงไดจดใหมขน

6 ใชเปนหลกฐานแสดงการปฏบตตามกฎหมายของผประกอบกจการทไดมการก าหนดไว 8

3การจดท าโปรแกรมการประเมนการสมผส วตถประสงคของการประเมนการสมผส 1 จ าแนกการสมผสสารเคม ทางกายภาพ และทางชวภาพทอาจท าใหเกด

อนตราย จ าแนกคนท างานทสมผส รวมถงสารทยงไมมการก าหนดเกณฑมาตรฐานความปลอดภยในการท างานไว

2 ประเมนระดบการรบสมผสของคนท างานและการรบสมผสทเปลยนแปลงไปในแตละชวง

3 ประเมนปจจยเสยงทคนท างานอาจไดรบอนตรายตอสขภาพจากการบสมผสในระดบทเกนเกณฑมาตรฐานความปลอดภยทก าหนดไว

4 จดล าดบความส าคญและควบคมการสมผสทยอมรบไมได 9

3การจดท าโปรแกรมการประเมนการสมผส วตถประสงคของการประเมนการสมผส 5 จ าแนกการรบสมผสทมความจ าเปนตองหาขอมลเพมเตม

6 บนทกการสมผส การควบคมและสอสารใหคนงานและผเกยวของในการปกปองสขภาพของคนท างานไดรบทราบ

7 เกบรวบรวม บนทกประวตการรบสมผสของคนท างานทกคนเพอน าผลไปใชในการจดการทางดานสขภาพของคนท างาน

8 จดบคลากร งบประเมน ระยะเวลา เพอใหสามารถด าเนนในขนตอนตางๆ ทกลาวมาอยางมประสทธภาพและประสทธผล

10

3การจดท าโปรแกรมการประเมนการสมผส

องคประกอบของโปรแกรมการประเมนการสมผส 1 การก าหนดวตถประสงคของโปรแกรมการประเมนการสมผสสงคกคามสขภาพ

อนามย

2 บทบาทและความรบผดชอบของเจาหนาทความปลอดภยในการท างานและฝายสนบสนนอน ๆ

3 วธการเกบรวบรวมขอมลอยางเปนระบบ เพอจดท าลกษณะพนฐานของสถานทท างาน คนงาน และปจจยสงแวดลอม

11

องคประกอบของโปรแกรมการประเมนการสมผส 4 การก าหนดกลมคนงานทมลกษณะการท างานคลายคลงกน (SEG) และลกษณะการ

สมผสสงคกคามสขภาพอนามยของแตละกลม 5 เกณฑการตดสนการไดรบสมผสของแตละสงคกคามสขภาพอนามยของ SEG วาอย

ในระดบทยอมรบไดหรอไม 6 ระบบการจดล าดบความส าคญ และการรวบรวมขอมลทจ าเปนส าหรบลกษณะการ

สมผสทยอมรบไมได เพอจะไดขอมลทางดานการประเมนการสมผสหรอผลตอสขภาพทมความมนใจในการตดสนใจ

3การจดท าโปรแกรมการประเมนการสมผส

12

องคประกอบของโปรแกรมการประเมนการสมผส 7 ระดบการสมผสทปลอดภยและเกณฑในการประเมนการสมผส ถาระดบการสมผสมากกวา

10 ของเกณฑมาตรฐานความปลอดภยทไดมการก าหนดไว ควรจดท าขอมล Baseline Monitoring

8 จดท าระบบทแนใจวาการสมผสทยอมรบไมได จะไดรบการจดล าดบความส าคญและท าการควบคม

9 จดท าระบบการสอสาร ระบบเอกสาร การประเมนการสมผสและขอเสนอแนะในการควบคมสงคกคามสขภาพอนามย

10 จดท าเกณฑการประเมนการสมผสเปนระยะ โปรแกรมการประเมนเปนประจ า เพอใหแนใจวาการสมผสทยอมรบไดยงยอมรบไดอย

3การจดท าโปรแกรมการประเมนการสมผส

13

ตวอยางการจดกลมคนงานทมการท างานคลายกน

กลมคนงานทม การท างานคลายกน

(SEG)

กระบวนการผลต

(Process)

ลกษณะงาน

(Job)

งานหลก (Task)

มลพษสงแวดลอม

(Environment) 1 เคลอบผวขดลวด เจาหนาทปอนขดลวด ทวไป เสยง 2 เคลอบผวขดลวด เจาหนาทปอนขดลวด ท าความสะอาด MIBK

3 เคลอบผวขดลวด เจาหนาทปอนขดลวด ท าความสะอาด Cyclohexanone 4 เคลอบผวขดลวด ผชวย หลอลน น ามนหลอลน

5 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ ความรอน

6 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ Hexachloroethane 7 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ Hydrogen chloride 8 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ Hexachlorobenzene 9 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ Octochlorostyrene

14

ขอมล

สถานท

ขอมลคนงาน

ลกษณะพนฐานของการท างาน

ขอมลมลพษสงแวดลอม

จดกลมคนงานทมการสมผสสารคลายกน

ก าหนดการสมผสมลพษ

เลอกก าหนดขดจ ากดการสมผส

เปรยบเทยบ

การสมผสมลพษของคนงานกบคามาตรฐานการสมผส

การสมผสยอมรบได การสมผสไมแนนอน การสมผสยอมรบไมได

การจดกลมคนงานทมการท างานคลายกนและตดสนใจเกยวกบระดบการสมผสมลพษ 15

4ขนตอนการประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขนตอนท 1 เตรยมการเพอตรวจวดและเกบตวอยาง

bull ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

bull ขนตอนท 3 การวเคราะหและแปลผล เพอเปรยบเทยบกบมาตรฐาน

ความปลอดภยในการท างาน หรอขอมลเดมทมอย

bull ขนตอนท 4 การประเมนการสมผสซ า

16

ขนตอนท 1 เตรยมการเพอตรวจวดและเกบตวอยาง

bull การศกษาคนควาขอมล หรอการทบทวนปญหา

bull การเตรยมและศกษาขอมลดานระบาดวทยาของผปฏบตงาน

bull การเตรยมอปกรณและเครองมอเพอการส ารวจ

bull การวางแผนการตรวจวดและการเกบตวอยางในสงแวดลอมการท างานใหเหมาะสม

bull การเตรยมการดานอน เชน เวลา บคลากร คาใชจาย เปนตน

17

ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

bull ก าหนดวตถประสงคการประเมนการสมผสเปนการประเมนการสมผสเพอ - เปนขอมลพนฐาน - หาแหลงก าเนดมลพษ - เปนไปตามกฎหมาย bull วธการประเมนการสมผส ม 2 วธ - การตรวจวดทตวบคคล - การตรวจวดแบบพนท

18

ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

สงทตองด าเนนการในการตรวจวดและเกบตวอยาง 1 ก าหนดวตถประสงคการตรวจวดและเกบตวอยาง 2 เตรยมความพรอมของเครองมอและผใชเครองมอ

3 การเปรยบเทยบความถกตองของเครองมอตรวจวด

4 จดเตรยมแบบฟอรมส ารวจและแบบบนทกขอมล 5 ท าความเขาใจกบผปฏบตงานในแผนกบรเวณการท างาน หรอ บคคลทตองการ

ตรวจวด เพอใหเกดความรวมมอในการประเมนการสมผสทถกตอง 6 ท าการตรวจวดในสภาพแวดลอมการท างานทไดมการก าหนดไวตามวตถประสงค

19

ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

สงทตองด าเนนการในการตรวจวดและเกบตวอยาง 7 ขณะท าการตรวจวดใหสงเกตการท างานของเครองมออปกรณทใชในการตรวจวด

วา สามารถท างานไดปกต 8 บนทกปจจยสภาพแวดลอมการท างานทเกดขนระหวางตรวจวด

9 อานคาจากเครองมอ บนทกขอมล หรอจดเกบตวอยางอยางถกตองเพอน าสงวเคราะหในหองปฏบตการ หรอน าผลการตรวจตางๆ มาค านวณหาคาเฉลยตามหลกเกณฑทไดมการก าหนดไว

20

ขนตอนท 3 การวเคราะหและแปลผล เพอเปรยบเทยบกบมาตรฐาน ความปลอดภยในการท างาน หรอขอมลเดมทมอย

ประโยชนของผลการตรวจวดสภาพแวดลอมในการท างาน bull เปรยบเทยบกบเกณฑมาตรฐานความปลอดภยในการท างาน

bull เปรยบเทยบผลทไดกบขอมลเดมทมอย

bull เปรยบเทยบผลทไดกบผลการตรวจสขภาพของพนกงาน

21

ขนตอนท 4 การประเมนการสมผสซ า

แนวทางการด าเนนการ 1 ควรมการประเมนการสมผสซ าตามระยะเวลาทก าหนด bull ปละครงตามกฎหมาย bull ต ากวา 25 ของคามาตรฐาน ทก 64 สปดาห bull 25-50 ของคามาตรฐาน ทก 32 สปดาห bull มากกวา 50-100 ของคามาตรฐาน ทก 16 สปดาห 2 การประเมนแบบพเศษ เชน การรองเรยนของคนงาน มการเปลยนกระบวนการผลต

และตอบสนองกฎหมายใหม เปนตน 22

6 การจดท ารายงาน ขอมลสรปจากสถานทท างาน 1 รายละเอยดกระบวนการผลต อาจบรรยายโดยใชแผนภมแสดงบรเวณการผลต แสดงแหลงก าเนด

สารเคม เสยงดง บรเวณทมรงส หรอการระบายอากาศ เปนตน 2 ลกษณะงานและรายละเอยดของงาน 3 การจดกลมคนงานทมลกษณะการท างานทคลายกน (Similar Exposure Group) 4 รายละเอยดสารเคมทใช วธการสมผสสาร และผลตอสขภาพ 5 การเฝาระวงทางสงแวดลอม การประเมนการสมผสสาร การเกบตวอยาง ผลการวเคราะหและ

สรปในแตละครง การตรวจวดแบบพเศษหรอการตรวจวดสารทางชวภาพจากรางกายของคนงาน ควรมการบนทกเรองการสมผสสารทไมใชจากงานทท าดวย

23

6 การจดท ารายงาน รายงานการประเมนการสมผส ควรประกอบดวย bull แผนการด าเนนงาน การประเมนการสมผสสาร ผลทได ขอเสนอแนะ และแนวทาง

การเฝาระวง bull วตถประสงคในการประเมนการสมผสตองชดเจน bull เกณฑการประเมนการสมผสสาร ( TLVs PELs คามาตรฐานอน ) bull ผลตอสขภาพของสารเคมแตละชนด bull วธการตรวจวด การวเคราะหทางสถต และการควบคมคณภาพของการวเคราะห bull การอภปรายผลการตรวจวด bull ขอเสนอแนะทชดเจน สามารถน ามาปฏบตได และควรมการตดตามผล

24

ความรอน (Heat) คอ พลงงานรปแบบหนงทท าใหมนษย รบรโดยประสาทสมผส เปนพลงงานจลนของโมเลกลของวตถ เมอวตถไดรบความรอนเพมขน โมเลกลกจะเคลอนไหวได

อณหภม (Temperature) คอระดบความรอนทมอยในวตถ เปนคณสมบต ประจ าตวของวตถนน ๆ (oC oF)

การตรวจวดและประเมนระดบความรอนและการฝกปฏบต

25

การตรวจวดและประเมนระดบความรอนและการฝกปฏบต ปรมาณความรอน (Quantity of Heat) คอ จ านวนความรอนทถกถายเทจาก

วตถหนงไปอกวตถหนง หนวยทใช

1) Kcal = Q น า 1 กก T สง 1 oC 2) BTU = Q น า 1 ปอนด T สง 1 oF 1Kcal = 3968 BTU

26

การตรวจวดและประเมนระดบความรอน

ระดบความรอน คอ อณหภมเวตบลบโกลบในบรเวณทลกจางท างาน ตรวจวด โดยเฉลยในเวลาชวง 2 ชวโมงทมอณหภมเวตบลบโกลบสงสดของการท างานปกต

อณหภมเวตบลบโกลบ (WBGT) เปนดชนวดสภาพความรอนในสงแวดลอมการท างาน (หนวยองศาเซลเซยส) ซงเปนการน าปจจยทมผลกระทบตอความรอนทสะสมในรางกายมาพจารณา

27

การตรวจวดและประเมนระดบความรอน

ปรมาณงาน หรอ ภาระงาน (Work Load) เปนพลงงานความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอใหรางกายใชปฏบตงานตางๆ ผทท างานหนกยอมมความรอนเกดขนในรางกายสงกวาผทท างานเบา และคามาตรฐานระดบความรอนไดน าปจจยนมาพจารณา โดยจ าแนกตามความหนกเบาของงานกบระดบความรอนทไดรบ

28

ความหนกเบาของงาน ความหนกเบาของงาน คอ การใชพลงงานของรางกายหรอใชก าลงงานท าให

เกดการเผาผลาญอาหารในรางกายเพอใชปฏบตงาน สามารถแบงออกเปน 3 ระดบ

งานเบา ลกษณะงานทใชแรงนอยหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการเผา ผลาญอาหารในรางกายไมเกน 200 กโลแคลอรตอชวโมง งานปานกลาง ลกษณะงานทใชแรงปานกลางหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการ เผาผลาญอาหารในรางกาย 201 ndash 350 กโลแคลอรตอชวโมง งานหนก ลกษณะงานทใชแรงมากหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการเผา ผลาญอาหารในรางกายเกน 350 กโลแคลอรตอชวโมง

29

อณหภมของรางกาย

แบงออกเปน 2 สวน

1 อณหภมแกน (Core Temperature) หมายถง อณหภมของอวยวะทอยภายในรางกาย เชน สมอง หวใจ ปอด ตบ ไต และระบบทางเดนหายใจ เปนตน

2 อณหภมทผว (Surface Temperature) หมายถง อณหภมทกลามเนอและผวหนง ซงเปนบรเวณทมการแลกเปลยนความรอนกบสงแวดลอมภายนอก เพอรกษาสมดลอณหภมของรางกายใหคงท

30

กลไกการเกดความรอนในรางกาย bull แหลงสรางความรอนในรางกาย มาจาก 2 ทาง 1 เมตาโบลซม 2 การท างานของกลามเนอ bull วธการในการขจดความรอนออกจากรางกายม 4 วธ 1 การแผรงสความรอน 60 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 2 การพาความรอน 12 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 3 การน าความรอน 3 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 4 การระเหย 22 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด

31

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

1 เมตาโบลซม (Metabolism M) bull 1 Met = Basal Metabolism Rate

bull ldquoชาย 70 กก ทพนผวหนง 18 ม2

bull หายใจ O2 03L min 1 Kcal min

32

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

2 การท างานของกลามเนอ (W) - Respiration

- Glycolysis

3 สงแวดลอม (Environment)

- Sun - Process

33

การไดรบและสญเสย ความรอน

สตรสมดลความรอน

M + W + R + C + D ndash E = + H

M = Metabolism Rate

W = ลกษณะของงาน

เบา 200 Kcal hr ลงไป

ปานกลาง 201 ndash 350 Kcal hr

หนก 350 Kcal hr ขนไป

Note H = M R C - E D (M=M+W) 34

อนตรายจากความรอนและผลกระทบตอสขภาพ

bull การมไข ( Fever )

bull ลมแดด ( Heat stroke )

bull การเปนลม ( Heat syncope)

bull การออนเพลยเนองจากความรอน ( Heat Exhaustion )

bull การขาดน า ( Dehydration )

bull ตะครวเนองจากความรอน ( Heat cramp)

35

1 ดชนทเกยวของกบการเปลยนแปลงทางสรรวทยาของผปฏบตงาน เชน WBGT P4SR

2 ดชนทเกยวของกบความพอใจของผปฏบตงาน เชน ET CET 3 ดชนทเกยวของกบการแลกเปลยนความรอน เชน HSI

การตรวจวนจฉยอนตรายจากความรอน

ดชนความเคนแหงความรอน (HEAT STRESS INDEX)

36

ความรอนสง รางกาย การระบายออกมา

YAGLOU amp MINARD WBGT

ACGIH amp NIOSH ไดใชเปนดชนมาตรฐาน ความรอนของคนงาน

ประเมนโดยใชคาอณหภม 3 ชนด คอ tnwbtna และ tg 37

WET BULB GLOBE TEMPERATURE

(WBGT)

WBGT index ใชงายและเปนดชนทใชในมาตรฐานส าหรบความเครยดจากความรอนของ ACGIH และ NIOSH การหาคา WBGT ตองทราบคาของตวแปรตาง ๆ ดงน WET BULB TEMPERATURE GLOBE TEMPERATURE DRY BULB AIR TEMPERATURE

38

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอน

39

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

1 เทอรโมมเตอรวดอณหภมของกระเปาะเปยกธรรมชาต น าปรอท มาหมดวยผากอสทกระเปาะของเทอรโมมเตอร ใหมความยาวเหนอปลายกระเปาะขนมาประมาณ 1 - 1 14 นว และหมตอยาวลงไปใหปลายของผากอสสวนนจมลงในแกว FLASK ขนาด 125 (มล) ซงมน ากลนบรรจอย

40

2 เทอรโมมเตอรวดอณหภมแบลกโกลบ

ใชวดอณหภมจากการแผรงส ทมผลตอรางกายมนษย

อปกรณนประกอบดวยลกทองแดงทรงกลมกลวง

เสนผาศนยกลาง 6 นว ภายนอกเคลอบดวยโลหะด าดาน

มเทอรโมมเตอรเสยบอยบรเวณเปลอกภายนอก

โดยปลายของเทอรโมมเตอรจะอยบรเวณตรงกลางของโกลบน

3 เทอรโมมเตอรวดอณหภมอากาศหรออณหภมกระเปาะแหง

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

41

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอชนดอานคาโดยตรง

ตองมคณลกษณะของเครองสอดคลองกบมาตรฐาน ISO 7243 หรอเทยบเทา หรอดกวา เชน DIN EN 27243 42

เทคนคและวธการตรวจวด

bull ในการตรวจวดระดบความรอนตองท าการตรวจวดในเดอนทรอนทสดของป

bull ในการเรมการตรวจวดระดบความรอน ตองท าการ set อปกรณกอนเรมท าการอานคาประมาณ 30 นาท

bull ต าแหนงทวางอปกรณกระเปาะแหงตองไมไดรบการแผรงสความรอน จากสภาพแวดลอมในการท างาน

43

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB

WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn) t1+t2+hellip +tn

44

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB ถา NWB = 25 องศาเซลเซยส GT =40 องศาเซลเซยส DB = 30 องศาเซลเซยส WBGT = 0725 + 0240 + 0130 องศาเซลเซยส = 285 องศาเซลเซยส

45

สตรการประเมนภาระงาน

ศกษาระยะเวลาการท างาน และลกษณะการท างาน ของพนกงาน เพอประเมนภาระงาน วาลกษณะงานทท าในชวง 2 ชวโมงทรอนทสดของพนกงาน เปนลกษณะงานหนก งานหนกปานกลาง หรองานเบา โดยค านวณดวยสตรตอไปน

Mเฉลย = M1t1 + M2t2 + M3t3 + + Mntn

t1 + t2 + t3 + + t n

เมอ M1 M2 hellip และ Mn คอ คาประมาณความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอสรางพลงงาน ส าหรบกจกรรมตางๆ มหนวยเปนกโลแคลอรตอชวโมงหรอกโลแคลอรตอนาท ในชวงเวลา t1 t2 tn มหนวยเปนชวโมงหรอนาท

46

คาพลงงานในการแบงระดบความหนก ndash เบา ของงาน

ความหนก - เบา พลงงาน ( กโลแคลอร ชวโมง )

งานเบา ไมเกน 200

งานปานกลาง 201 ndash 350

งานหนก เกน 350

47

ตารางแสดงมาตรฐานระดบความรอน

ความหนกเบาของงาน มาตรฐานระดบความรอน

คาเฉลยอณหภมเวทบลบโกลบ (WBGT)

ก าหนดเปนองศาเซลเซยส

เบา 34

กลาง 32

หนก 30 48

การประเมนภาระงาน (อตราการเผาผลาญอาหารเฉลยในรางกายของคนงานขณะท ากจกรรม)

03 06

20 ndash 30 เพม 08 ทกความสงทเพม 1 เมตร

นง ยน เดนบนพนราบ เดนขนทสง

กโลแคลอรนาท ทาทางการเคลอนไหวของรางกาย

49

10 เมตาโบลสมพนฐาน

02 ndash 12

07 ndash 25

10 ndash 35

10 ndash 150

04 09

10 17

15 25

35 50 70 90

ท างานดวยมอ - เบา ( เขยนหนงมอ เยบปกถกรอย) - หนก ( พมพดด นบเรยงเอกสาร ) ท างานดวยแขนขางเดยว - เบา ( กวาดพน เชดถพน ) - หนก ( ตอกตะป เลอยไม ) ท างานดวยแขน 2 ขาง - เบา (ปอนชนงาน ตะไบโลหะ งานสวน) - หนก ( ไสไม แกะสกกไม ) ท างานดวยรางกายทกสวน - เบา ( ขบรถยนต) - ปานกลาง ( ทาส ขดถพน ) -หนก ( ลาก ดง ยกของหนก) -หนกมาก ( กอสราง ขดดน )

ชวงคาพลงงาน ( กโลแคลอร นาท )

คาพลงงานเฉลย ( กโลแคลอร นาท )

กจกรรม การปฏบตงาน

50

ตวอยางกจกรรมเปรยบเทยบ

20 30

10 60

1 เดนไปเรอย ๆ 2 ใช 2 แขน(งานหนก) และใชรางกายทก

สวน (งานเบา) 3 เมตาโบลสมพนฐานของรางกาย รวม

กโลแคลอร นาท การประกอบชนงาน

51

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส)

WL = (560) + (745) +helliphellip+ (915) + (1120) 2 WL = 300 + 315 + 135 + 120 = 8702 = 435 กโลแคลอรชวโมง 2

52

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง 20 นาท (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณความหนกเบาของงาน

WL = (580) + (740) +helliphellip+ (1120) 2 WL = 400 + 280 + 120 = 8002 = 400 กโลแคลอรชวโมง 2 53

การค านวณหา WBGT เฉลย WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn)

t1+t2+hellip +tn ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณWBGT เฉลย

WBGTเฉลย = (3760)+(3545)+(3215) 60+45+15

= 356 องศาเซลเซยส

54

ตวอยางแบบบนทกขอมลการตรวจวดดชนความรอน

ลกษณะการท างาน Work load ระยะเวลา ( นาท )

WB

(degc) DB (degc)

GT (degc)

WBGT (degc)

ชอสถานประกอบกจการ

วนเดอนป ทตรวจวด

เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช

ปรบเทยบความถกตองเครองมอ

แผนก

ชอพนกงาน

55

การควบคมและปองกนอนตราย bull การใชฉนวนหมแหลงก าเนดความรอน เชน ใชฉนวนบทอน ารอน เพอลดการ

แผรงสและพาความรอน bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน bull การจดระบบระบายอากาศแบบทวไปและแบบเฉพาะท bull การแยกแหลงก าเนดความรอนออกจากบรเวณการท างาน bull การตดประกาศเตอน bull การลดเวลาท างานสมผสความรอนและเพมเวลาพก bull จดน าดมและน าเกลอแร bull การจดอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคล เปนตน

56

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การใชฉนวนหม (Insulator)

bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน (Radiation Shielding)

57

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การจดการระบายอากาศเฉพาะท (Local Exhaust Ventilation)

58

การปองกนททางผาน

bull จดท าหองพก หรอหองควบคมใหพนกงาน

bull การจายอากาศทม ความเยนเฉพาะจด ใหทตว

59

การปองกนททางผาน

bull การจดทศทางการเคลอนท

ของอากาศอยางเหมาะสม

bull อาศยการดนอากาศเยนจากดานลาง เพอไลอากาศรอนสดานบน

60

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาการท างานทสมผสความรอน

bull ใชอปกรณชวยผอนแรง เพอชวยลดคาพลงงานความรอน

61

การปองกนทตวบคคล

bull ใชอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคลเพอปองกนความรอนทตองสมผส

bull จดท าปายเตอน

bull การจดสวสดการในเรอง น าดม-เกลอแร ทช าระลางรางกาย ทนงพก

62

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

เสยง (Sound) คอ พลงงานรปหนงทเกดจากการสนสะเทอนของโมเลกลของอากาศ ท าใหเกดการอดและขยายสลบกนของโมเลกลอากาศ ความดนบรรยากาศจงเกดการเปลยนแปลงตามการเคลอนทของโมเลกลอากาศ เรยกวา คลนเสยง

เสยงดง (noise) หมายถง เสยงซงไมเปนทตองการของคนเพราะท าใหเกดการรบกวนการรบรเสยงทตองการ หรอความเงยบ และเปนเสยงทเปนอนตรายตอการไดยน

เดซเบลเอ ( dBA) เปนหนวยวดความดงเสยงทใกลเคยงกบการตอบสนองตอเสยงของหมนษย

TWA time weighted average เปนคาเฉลยระดบความดงเสยงตลอดระยะเวลาการสมผสเสยง

63

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

ความส าคญของการประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

1 ทราบแหลงทกอใหเกดมลพษและปรมาณของมลพษในสงแวดลอมการท างาน

2 น าผลจากการประเมนสภาพแวดลอมในการท างานไปใชในการออกแบบการควบคมสภาพแวดลอมในการท างาน

3 มการเกบขอมลและรายงานสภาพแวดลอมในการท างานอยางมระบบ

4 เปนขอมลในการหาความสมพนธระหวางการเจบปวยหรอการบาดเจบจากการท างานในสภาพแวดลอมนน ๆ

5 ใชในการตรวจสอบและประเมนระบบการควบคมมลพษซงไดจดใหมขน

6 ใชเปนหลกฐานแสดงการปฏบตตามกฎหมายของผประกอบกจการทไดมการก าหนดไว 8

3การจดท าโปรแกรมการประเมนการสมผส วตถประสงคของการประเมนการสมผส 1 จ าแนกการสมผสสารเคม ทางกายภาพ และทางชวภาพทอาจท าใหเกด

อนตราย จ าแนกคนท างานทสมผส รวมถงสารทยงไมมการก าหนดเกณฑมาตรฐานความปลอดภยในการท างานไว

2 ประเมนระดบการรบสมผสของคนท างานและการรบสมผสทเปลยนแปลงไปในแตละชวง

3 ประเมนปจจยเสยงทคนท างานอาจไดรบอนตรายตอสขภาพจากการบสมผสในระดบทเกนเกณฑมาตรฐานความปลอดภยทก าหนดไว

4 จดล าดบความส าคญและควบคมการสมผสทยอมรบไมได 9

3การจดท าโปรแกรมการประเมนการสมผส วตถประสงคของการประเมนการสมผส 5 จ าแนกการรบสมผสทมความจ าเปนตองหาขอมลเพมเตม

6 บนทกการสมผส การควบคมและสอสารใหคนงานและผเกยวของในการปกปองสขภาพของคนท างานไดรบทราบ

7 เกบรวบรวม บนทกประวตการรบสมผสของคนท างานทกคนเพอน าผลไปใชในการจดการทางดานสขภาพของคนท างาน

8 จดบคลากร งบประเมน ระยะเวลา เพอใหสามารถด าเนนในขนตอนตางๆ ทกลาวมาอยางมประสทธภาพและประสทธผล

10

3การจดท าโปรแกรมการประเมนการสมผส

องคประกอบของโปรแกรมการประเมนการสมผส 1 การก าหนดวตถประสงคของโปรแกรมการประเมนการสมผสสงคกคามสขภาพ

อนามย

2 บทบาทและความรบผดชอบของเจาหนาทความปลอดภยในการท างานและฝายสนบสนนอน ๆ

3 วธการเกบรวบรวมขอมลอยางเปนระบบ เพอจดท าลกษณะพนฐานของสถานทท างาน คนงาน และปจจยสงแวดลอม

11

องคประกอบของโปรแกรมการประเมนการสมผส 4 การก าหนดกลมคนงานทมลกษณะการท างานคลายคลงกน (SEG) และลกษณะการ

สมผสสงคกคามสขภาพอนามยของแตละกลม 5 เกณฑการตดสนการไดรบสมผสของแตละสงคกคามสขภาพอนามยของ SEG วาอย

ในระดบทยอมรบไดหรอไม 6 ระบบการจดล าดบความส าคญ และการรวบรวมขอมลทจ าเปนส าหรบลกษณะการ

สมผสทยอมรบไมได เพอจะไดขอมลทางดานการประเมนการสมผสหรอผลตอสขภาพทมความมนใจในการตดสนใจ

3การจดท าโปรแกรมการประเมนการสมผส

12

องคประกอบของโปรแกรมการประเมนการสมผส 7 ระดบการสมผสทปลอดภยและเกณฑในการประเมนการสมผส ถาระดบการสมผสมากกวา

10 ของเกณฑมาตรฐานความปลอดภยทไดมการก าหนดไว ควรจดท าขอมล Baseline Monitoring

8 จดท าระบบทแนใจวาการสมผสทยอมรบไมได จะไดรบการจดล าดบความส าคญและท าการควบคม

9 จดท าระบบการสอสาร ระบบเอกสาร การประเมนการสมผสและขอเสนอแนะในการควบคมสงคกคามสขภาพอนามย

10 จดท าเกณฑการประเมนการสมผสเปนระยะ โปรแกรมการประเมนเปนประจ า เพอใหแนใจวาการสมผสทยอมรบไดยงยอมรบไดอย

3การจดท าโปรแกรมการประเมนการสมผส

13

ตวอยางการจดกลมคนงานทมการท างานคลายกน

กลมคนงานทม การท างานคลายกน

(SEG)

กระบวนการผลต

(Process)

ลกษณะงาน

(Job)

งานหลก (Task)

มลพษสงแวดลอม

(Environment) 1 เคลอบผวขดลวด เจาหนาทปอนขดลวด ทวไป เสยง 2 เคลอบผวขดลวด เจาหนาทปอนขดลวด ท าความสะอาด MIBK

3 เคลอบผวขดลวด เจาหนาทปอนขดลวด ท าความสะอาด Cyclohexanone 4 เคลอบผวขดลวด ผชวย หลอลน น ามนหลอลน

5 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ ความรอน

6 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ Hexachloroethane 7 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ Hydrogen chloride 8 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ Hexachlorobenzene 9 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ Octochlorostyrene

14

ขอมล

สถานท

ขอมลคนงาน

ลกษณะพนฐานของการท างาน

ขอมลมลพษสงแวดลอม

จดกลมคนงานทมการสมผสสารคลายกน

ก าหนดการสมผสมลพษ

เลอกก าหนดขดจ ากดการสมผส

เปรยบเทยบ

การสมผสมลพษของคนงานกบคามาตรฐานการสมผส

การสมผสยอมรบได การสมผสไมแนนอน การสมผสยอมรบไมได

การจดกลมคนงานทมการท างานคลายกนและตดสนใจเกยวกบระดบการสมผสมลพษ 15

4ขนตอนการประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขนตอนท 1 เตรยมการเพอตรวจวดและเกบตวอยาง

bull ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

bull ขนตอนท 3 การวเคราะหและแปลผล เพอเปรยบเทยบกบมาตรฐาน

ความปลอดภยในการท างาน หรอขอมลเดมทมอย

bull ขนตอนท 4 การประเมนการสมผสซ า

16

ขนตอนท 1 เตรยมการเพอตรวจวดและเกบตวอยาง

bull การศกษาคนควาขอมล หรอการทบทวนปญหา

bull การเตรยมและศกษาขอมลดานระบาดวทยาของผปฏบตงาน

bull การเตรยมอปกรณและเครองมอเพอการส ารวจ

bull การวางแผนการตรวจวดและการเกบตวอยางในสงแวดลอมการท างานใหเหมาะสม

bull การเตรยมการดานอน เชน เวลา บคลากร คาใชจาย เปนตน

17

ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

bull ก าหนดวตถประสงคการประเมนการสมผสเปนการประเมนการสมผสเพอ - เปนขอมลพนฐาน - หาแหลงก าเนดมลพษ - เปนไปตามกฎหมาย bull วธการประเมนการสมผส ม 2 วธ - การตรวจวดทตวบคคล - การตรวจวดแบบพนท

18

ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

สงทตองด าเนนการในการตรวจวดและเกบตวอยาง 1 ก าหนดวตถประสงคการตรวจวดและเกบตวอยาง 2 เตรยมความพรอมของเครองมอและผใชเครองมอ

3 การเปรยบเทยบความถกตองของเครองมอตรวจวด

4 จดเตรยมแบบฟอรมส ารวจและแบบบนทกขอมล 5 ท าความเขาใจกบผปฏบตงานในแผนกบรเวณการท างาน หรอ บคคลทตองการ

ตรวจวด เพอใหเกดความรวมมอในการประเมนการสมผสทถกตอง 6 ท าการตรวจวดในสภาพแวดลอมการท างานทไดมการก าหนดไวตามวตถประสงค

19

ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

สงทตองด าเนนการในการตรวจวดและเกบตวอยาง 7 ขณะท าการตรวจวดใหสงเกตการท างานของเครองมออปกรณทใชในการตรวจวด

วา สามารถท างานไดปกต 8 บนทกปจจยสภาพแวดลอมการท างานทเกดขนระหวางตรวจวด

9 อานคาจากเครองมอ บนทกขอมล หรอจดเกบตวอยางอยางถกตองเพอน าสงวเคราะหในหองปฏบตการ หรอน าผลการตรวจตางๆ มาค านวณหาคาเฉลยตามหลกเกณฑทไดมการก าหนดไว

20

ขนตอนท 3 การวเคราะหและแปลผล เพอเปรยบเทยบกบมาตรฐาน ความปลอดภยในการท างาน หรอขอมลเดมทมอย

ประโยชนของผลการตรวจวดสภาพแวดลอมในการท างาน bull เปรยบเทยบกบเกณฑมาตรฐานความปลอดภยในการท างาน

bull เปรยบเทยบผลทไดกบขอมลเดมทมอย

bull เปรยบเทยบผลทไดกบผลการตรวจสขภาพของพนกงาน

21

ขนตอนท 4 การประเมนการสมผสซ า

แนวทางการด าเนนการ 1 ควรมการประเมนการสมผสซ าตามระยะเวลาทก าหนด bull ปละครงตามกฎหมาย bull ต ากวา 25 ของคามาตรฐาน ทก 64 สปดาห bull 25-50 ของคามาตรฐาน ทก 32 สปดาห bull มากกวา 50-100 ของคามาตรฐาน ทก 16 สปดาห 2 การประเมนแบบพเศษ เชน การรองเรยนของคนงาน มการเปลยนกระบวนการผลต

และตอบสนองกฎหมายใหม เปนตน 22

6 การจดท ารายงาน ขอมลสรปจากสถานทท างาน 1 รายละเอยดกระบวนการผลต อาจบรรยายโดยใชแผนภมแสดงบรเวณการผลต แสดงแหลงก าเนด

สารเคม เสยงดง บรเวณทมรงส หรอการระบายอากาศ เปนตน 2 ลกษณะงานและรายละเอยดของงาน 3 การจดกลมคนงานทมลกษณะการท างานทคลายกน (Similar Exposure Group) 4 รายละเอยดสารเคมทใช วธการสมผสสาร และผลตอสขภาพ 5 การเฝาระวงทางสงแวดลอม การประเมนการสมผสสาร การเกบตวอยาง ผลการวเคราะหและ

สรปในแตละครง การตรวจวดแบบพเศษหรอการตรวจวดสารทางชวภาพจากรางกายของคนงาน ควรมการบนทกเรองการสมผสสารทไมใชจากงานทท าดวย

23

6 การจดท ารายงาน รายงานการประเมนการสมผส ควรประกอบดวย bull แผนการด าเนนงาน การประเมนการสมผสสาร ผลทได ขอเสนอแนะ และแนวทาง

การเฝาระวง bull วตถประสงคในการประเมนการสมผสตองชดเจน bull เกณฑการประเมนการสมผสสาร ( TLVs PELs คามาตรฐานอน ) bull ผลตอสขภาพของสารเคมแตละชนด bull วธการตรวจวด การวเคราะหทางสถต และการควบคมคณภาพของการวเคราะห bull การอภปรายผลการตรวจวด bull ขอเสนอแนะทชดเจน สามารถน ามาปฏบตได และควรมการตดตามผล

24

ความรอน (Heat) คอ พลงงานรปแบบหนงทท าใหมนษย รบรโดยประสาทสมผส เปนพลงงานจลนของโมเลกลของวตถ เมอวตถไดรบความรอนเพมขน โมเลกลกจะเคลอนไหวได

อณหภม (Temperature) คอระดบความรอนทมอยในวตถ เปนคณสมบต ประจ าตวของวตถนน ๆ (oC oF)

การตรวจวดและประเมนระดบความรอนและการฝกปฏบต

25

การตรวจวดและประเมนระดบความรอนและการฝกปฏบต ปรมาณความรอน (Quantity of Heat) คอ จ านวนความรอนทถกถายเทจาก

วตถหนงไปอกวตถหนง หนวยทใช

1) Kcal = Q น า 1 กก T สง 1 oC 2) BTU = Q น า 1 ปอนด T สง 1 oF 1Kcal = 3968 BTU

26

การตรวจวดและประเมนระดบความรอน

ระดบความรอน คอ อณหภมเวตบลบโกลบในบรเวณทลกจางท างาน ตรวจวด โดยเฉลยในเวลาชวง 2 ชวโมงทมอณหภมเวตบลบโกลบสงสดของการท างานปกต

อณหภมเวตบลบโกลบ (WBGT) เปนดชนวดสภาพความรอนในสงแวดลอมการท างาน (หนวยองศาเซลเซยส) ซงเปนการน าปจจยทมผลกระทบตอความรอนทสะสมในรางกายมาพจารณา

27

การตรวจวดและประเมนระดบความรอน

ปรมาณงาน หรอ ภาระงาน (Work Load) เปนพลงงานความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอใหรางกายใชปฏบตงานตางๆ ผทท างานหนกยอมมความรอนเกดขนในรางกายสงกวาผทท างานเบา และคามาตรฐานระดบความรอนไดน าปจจยนมาพจารณา โดยจ าแนกตามความหนกเบาของงานกบระดบความรอนทไดรบ

28

ความหนกเบาของงาน ความหนกเบาของงาน คอ การใชพลงงานของรางกายหรอใชก าลงงานท าให

เกดการเผาผลาญอาหารในรางกายเพอใชปฏบตงาน สามารถแบงออกเปน 3 ระดบ

งานเบา ลกษณะงานทใชแรงนอยหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการเผา ผลาญอาหารในรางกายไมเกน 200 กโลแคลอรตอชวโมง งานปานกลาง ลกษณะงานทใชแรงปานกลางหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการ เผาผลาญอาหารในรางกาย 201 ndash 350 กโลแคลอรตอชวโมง งานหนก ลกษณะงานทใชแรงมากหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการเผา ผลาญอาหารในรางกายเกน 350 กโลแคลอรตอชวโมง

29

อณหภมของรางกาย

แบงออกเปน 2 สวน

1 อณหภมแกน (Core Temperature) หมายถง อณหภมของอวยวะทอยภายในรางกาย เชน สมอง หวใจ ปอด ตบ ไต และระบบทางเดนหายใจ เปนตน

2 อณหภมทผว (Surface Temperature) หมายถง อณหภมทกลามเนอและผวหนง ซงเปนบรเวณทมการแลกเปลยนความรอนกบสงแวดลอมภายนอก เพอรกษาสมดลอณหภมของรางกายใหคงท

30

กลไกการเกดความรอนในรางกาย bull แหลงสรางความรอนในรางกาย มาจาก 2 ทาง 1 เมตาโบลซม 2 การท างานของกลามเนอ bull วธการในการขจดความรอนออกจากรางกายม 4 วธ 1 การแผรงสความรอน 60 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 2 การพาความรอน 12 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 3 การน าความรอน 3 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 4 การระเหย 22 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด

31

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

1 เมตาโบลซม (Metabolism M) bull 1 Met = Basal Metabolism Rate

bull ldquoชาย 70 กก ทพนผวหนง 18 ม2

bull หายใจ O2 03L min 1 Kcal min

32

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

2 การท างานของกลามเนอ (W) - Respiration

- Glycolysis

3 สงแวดลอม (Environment)

- Sun - Process

33

การไดรบและสญเสย ความรอน

สตรสมดลความรอน

M + W + R + C + D ndash E = + H

M = Metabolism Rate

W = ลกษณะของงาน

เบา 200 Kcal hr ลงไป

ปานกลาง 201 ndash 350 Kcal hr

หนก 350 Kcal hr ขนไป

Note H = M R C - E D (M=M+W) 34

อนตรายจากความรอนและผลกระทบตอสขภาพ

bull การมไข ( Fever )

bull ลมแดด ( Heat stroke )

bull การเปนลม ( Heat syncope)

bull การออนเพลยเนองจากความรอน ( Heat Exhaustion )

bull การขาดน า ( Dehydration )

bull ตะครวเนองจากความรอน ( Heat cramp)

35

1 ดชนทเกยวของกบการเปลยนแปลงทางสรรวทยาของผปฏบตงาน เชน WBGT P4SR

2 ดชนทเกยวของกบความพอใจของผปฏบตงาน เชน ET CET 3 ดชนทเกยวของกบการแลกเปลยนความรอน เชน HSI

การตรวจวนจฉยอนตรายจากความรอน

ดชนความเคนแหงความรอน (HEAT STRESS INDEX)

36

ความรอนสง รางกาย การระบายออกมา

YAGLOU amp MINARD WBGT

ACGIH amp NIOSH ไดใชเปนดชนมาตรฐาน ความรอนของคนงาน

ประเมนโดยใชคาอณหภม 3 ชนด คอ tnwbtna และ tg 37

WET BULB GLOBE TEMPERATURE

(WBGT)

WBGT index ใชงายและเปนดชนทใชในมาตรฐานส าหรบความเครยดจากความรอนของ ACGIH และ NIOSH การหาคา WBGT ตองทราบคาของตวแปรตาง ๆ ดงน WET BULB TEMPERATURE GLOBE TEMPERATURE DRY BULB AIR TEMPERATURE

38

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอน

39

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

1 เทอรโมมเตอรวดอณหภมของกระเปาะเปยกธรรมชาต น าปรอท มาหมดวยผากอสทกระเปาะของเทอรโมมเตอร ใหมความยาวเหนอปลายกระเปาะขนมาประมาณ 1 - 1 14 นว และหมตอยาวลงไปใหปลายของผากอสสวนนจมลงในแกว FLASK ขนาด 125 (มล) ซงมน ากลนบรรจอย

40

2 เทอรโมมเตอรวดอณหภมแบลกโกลบ

ใชวดอณหภมจากการแผรงส ทมผลตอรางกายมนษย

อปกรณนประกอบดวยลกทองแดงทรงกลมกลวง

เสนผาศนยกลาง 6 นว ภายนอกเคลอบดวยโลหะด าดาน

มเทอรโมมเตอรเสยบอยบรเวณเปลอกภายนอก

โดยปลายของเทอรโมมเตอรจะอยบรเวณตรงกลางของโกลบน

3 เทอรโมมเตอรวดอณหภมอากาศหรออณหภมกระเปาะแหง

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

41

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอชนดอานคาโดยตรง

ตองมคณลกษณะของเครองสอดคลองกบมาตรฐาน ISO 7243 หรอเทยบเทา หรอดกวา เชน DIN EN 27243 42

เทคนคและวธการตรวจวด

bull ในการตรวจวดระดบความรอนตองท าการตรวจวดในเดอนทรอนทสดของป

bull ในการเรมการตรวจวดระดบความรอน ตองท าการ set อปกรณกอนเรมท าการอานคาประมาณ 30 นาท

bull ต าแหนงทวางอปกรณกระเปาะแหงตองไมไดรบการแผรงสความรอน จากสภาพแวดลอมในการท างาน

43

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB

WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn) t1+t2+hellip +tn

44

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB ถา NWB = 25 องศาเซลเซยส GT =40 องศาเซลเซยส DB = 30 องศาเซลเซยส WBGT = 0725 + 0240 + 0130 องศาเซลเซยส = 285 องศาเซลเซยส

45

สตรการประเมนภาระงาน

ศกษาระยะเวลาการท างาน และลกษณะการท างาน ของพนกงาน เพอประเมนภาระงาน วาลกษณะงานทท าในชวง 2 ชวโมงทรอนทสดของพนกงาน เปนลกษณะงานหนก งานหนกปานกลาง หรองานเบา โดยค านวณดวยสตรตอไปน

Mเฉลย = M1t1 + M2t2 + M3t3 + + Mntn

t1 + t2 + t3 + + t n

เมอ M1 M2 hellip และ Mn คอ คาประมาณความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอสรางพลงงาน ส าหรบกจกรรมตางๆ มหนวยเปนกโลแคลอรตอชวโมงหรอกโลแคลอรตอนาท ในชวงเวลา t1 t2 tn มหนวยเปนชวโมงหรอนาท

46

คาพลงงานในการแบงระดบความหนก ndash เบา ของงาน

ความหนก - เบา พลงงาน ( กโลแคลอร ชวโมง )

งานเบา ไมเกน 200

งานปานกลาง 201 ndash 350

งานหนก เกน 350

47

ตารางแสดงมาตรฐานระดบความรอน

ความหนกเบาของงาน มาตรฐานระดบความรอน

คาเฉลยอณหภมเวทบลบโกลบ (WBGT)

ก าหนดเปนองศาเซลเซยส

เบา 34

กลาง 32

หนก 30 48

การประเมนภาระงาน (อตราการเผาผลาญอาหารเฉลยในรางกายของคนงานขณะท ากจกรรม)

03 06

20 ndash 30 เพม 08 ทกความสงทเพม 1 เมตร

นง ยน เดนบนพนราบ เดนขนทสง

กโลแคลอรนาท ทาทางการเคลอนไหวของรางกาย

49

10 เมตาโบลสมพนฐาน

02 ndash 12

07 ndash 25

10 ndash 35

10 ndash 150

04 09

10 17

15 25

35 50 70 90

ท างานดวยมอ - เบา ( เขยนหนงมอ เยบปกถกรอย) - หนก ( พมพดด นบเรยงเอกสาร ) ท างานดวยแขนขางเดยว - เบา ( กวาดพน เชดถพน ) - หนก ( ตอกตะป เลอยไม ) ท างานดวยแขน 2 ขาง - เบา (ปอนชนงาน ตะไบโลหะ งานสวน) - หนก ( ไสไม แกะสกกไม ) ท างานดวยรางกายทกสวน - เบา ( ขบรถยนต) - ปานกลาง ( ทาส ขดถพน ) -หนก ( ลาก ดง ยกของหนก) -หนกมาก ( กอสราง ขดดน )

ชวงคาพลงงาน ( กโลแคลอร นาท )

คาพลงงานเฉลย ( กโลแคลอร นาท )

กจกรรม การปฏบตงาน

50

ตวอยางกจกรรมเปรยบเทยบ

20 30

10 60

1 เดนไปเรอย ๆ 2 ใช 2 แขน(งานหนก) และใชรางกายทก

สวน (งานเบา) 3 เมตาโบลสมพนฐานของรางกาย รวม

กโลแคลอร นาท การประกอบชนงาน

51

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส)

WL = (560) + (745) +helliphellip+ (915) + (1120) 2 WL = 300 + 315 + 135 + 120 = 8702 = 435 กโลแคลอรชวโมง 2

52

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง 20 นาท (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณความหนกเบาของงาน

WL = (580) + (740) +helliphellip+ (1120) 2 WL = 400 + 280 + 120 = 8002 = 400 กโลแคลอรชวโมง 2 53

การค านวณหา WBGT เฉลย WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn)

t1+t2+hellip +tn ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณWBGT เฉลย

WBGTเฉลย = (3760)+(3545)+(3215) 60+45+15

= 356 องศาเซลเซยส

54

ตวอยางแบบบนทกขอมลการตรวจวดดชนความรอน

ลกษณะการท างาน Work load ระยะเวลา ( นาท )

WB

(degc) DB (degc)

GT (degc)

WBGT (degc)

ชอสถานประกอบกจการ

วนเดอนป ทตรวจวด

เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช

ปรบเทยบความถกตองเครองมอ

แผนก

ชอพนกงาน

55

การควบคมและปองกนอนตราย bull การใชฉนวนหมแหลงก าเนดความรอน เชน ใชฉนวนบทอน ารอน เพอลดการ

แผรงสและพาความรอน bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน bull การจดระบบระบายอากาศแบบทวไปและแบบเฉพาะท bull การแยกแหลงก าเนดความรอนออกจากบรเวณการท างาน bull การตดประกาศเตอน bull การลดเวลาท างานสมผสความรอนและเพมเวลาพก bull จดน าดมและน าเกลอแร bull การจดอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคล เปนตน

56

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การใชฉนวนหม (Insulator)

bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน (Radiation Shielding)

57

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การจดการระบายอากาศเฉพาะท (Local Exhaust Ventilation)

58

การปองกนททางผาน

bull จดท าหองพก หรอหองควบคมใหพนกงาน

bull การจายอากาศทม ความเยนเฉพาะจด ใหทตว

59

การปองกนททางผาน

bull การจดทศทางการเคลอนท

ของอากาศอยางเหมาะสม

bull อาศยการดนอากาศเยนจากดานลาง เพอไลอากาศรอนสดานบน

60

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาการท างานทสมผสความรอน

bull ใชอปกรณชวยผอนแรง เพอชวยลดคาพลงงานความรอน

61

การปองกนทตวบคคล

bull ใชอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคลเพอปองกนความรอนทตองสมผส

bull จดท าปายเตอน

bull การจดสวสดการในเรอง น าดม-เกลอแร ทช าระลางรางกาย ทนงพก

62

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

เสยง (Sound) คอ พลงงานรปหนงทเกดจากการสนสะเทอนของโมเลกลของอากาศ ท าใหเกดการอดและขยายสลบกนของโมเลกลอากาศ ความดนบรรยากาศจงเกดการเปลยนแปลงตามการเคลอนทของโมเลกลอากาศ เรยกวา คลนเสยง

เสยงดง (noise) หมายถง เสยงซงไมเปนทตองการของคนเพราะท าใหเกดการรบกวนการรบรเสยงทตองการ หรอความเงยบ และเปนเสยงทเปนอนตรายตอการไดยน

เดซเบลเอ ( dBA) เปนหนวยวดความดงเสยงทใกลเคยงกบการตอบสนองตอเสยงของหมนษย

TWA time weighted average เปนคาเฉลยระดบความดงเสยงตลอดระยะเวลาการสมผสเสยง

63

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

3การจดท าโปรแกรมการประเมนการสมผส วตถประสงคของการประเมนการสมผส 1 จ าแนกการสมผสสารเคม ทางกายภาพ และทางชวภาพทอาจท าใหเกด

อนตราย จ าแนกคนท างานทสมผส รวมถงสารทยงไมมการก าหนดเกณฑมาตรฐานความปลอดภยในการท างานไว

2 ประเมนระดบการรบสมผสของคนท างานและการรบสมผสทเปลยนแปลงไปในแตละชวง

3 ประเมนปจจยเสยงทคนท างานอาจไดรบอนตรายตอสขภาพจากการบสมผสในระดบทเกนเกณฑมาตรฐานความปลอดภยทก าหนดไว

4 จดล าดบความส าคญและควบคมการสมผสทยอมรบไมได 9

3การจดท าโปรแกรมการประเมนการสมผส วตถประสงคของการประเมนการสมผส 5 จ าแนกการรบสมผสทมความจ าเปนตองหาขอมลเพมเตม

6 บนทกการสมผส การควบคมและสอสารใหคนงานและผเกยวของในการปกปองสขภาพของคนท างานไดรบทราบ

7 เกบรวบรวม บนทกประวตการรบสมผสของคนท างานทกคนเพอน าผลไปใชในการจดการทางดานสขภาพของคนท างาน

8 จดบคลากร งบประเมน ระยะเวลา เพอใหสามารถด าเนนในขนตอนตางๆ ทกลาวมาอยางมประสทธภาพและประสทธผล

10

3การจดท าโปรแกรมการประเมนการสมผส

องคประกอบของโปรแกรมการประเมนการสมผส 1 การก าหนดวตถประสงคของโปรแกรมการประเมนการสมผสสงคกคามสขภาพ

อนามย

2 บทบาทและความรบผดชอบของเจาหนาทความปลอดภยในการท างานและฝายสนบสนนอน ๆ

3 วธการเกบรวบรวมขอมลอยางเปนระบบ เพอจดท าลกษณะพนฐานของสถานทท างาน คนงาน และปจจยสงแวดลอม

11

องคประกอบของโปรแกรมการประเมนการสมผส 4 การก าหนดกลมคนงานทมลกษณะการท างานคลายคลงกน (SEG) และลกษณะการ

สมผสสงคกคามสขภาพอนามยของแตละกลม 5 เกณฑการตดสนการไดรบสมผสของแตละสงคกคามสขภาพอนามยของ SEG วาอย

ในระดบทยอมรบไดหรอไม 6 ระบบการจดล าดบความส าคญ และการรวบรวมขอมลทจ าเปนส าหรบลกษณะการ

สมผสทยอมรบไมได เพอจะไดขอมลทางดานการประเมนการสมผสหรอผลตอสขภาพทมความมนใจในการตดสนใจ

3การจดท าโปรแกรมการประเมนการสมผส

12

องคประกอบของโปรแกรมการประเมนการสมผส 7 ระดบการสมผสทปลอดภยและเกณฑในการประเมนการสมผส ถาระดบการสมผสมากกวา

10 ของเกณฑมาตรฐานความปลอดภยทไดมการก าหนดไว ควรจดท าขอมล Baseline Monitoring

8 จดท าระบบทแนใจวาการสมผสทยอมรบไมได จะไดรบการจดล าดบความส าคญและท าการควบคม

9 จดท าระบบการสอสาร ระบบเอกสาร การประเมนการสมผสและขอเสนอแนะในการควบคมสงคกคามสขภาพอนามย

10 จดท าเกณฑการประเมนการสมผสเปนระยะ โปรแกรมการประเมนเปนประจ า เพอใหแนใจวาการสมผสทยอมรบไดยงยอมรบไดอย

3การจดท าโปรแกรมการประเมนการสมผส

13

ตวอยางการจดกลมคนงานทมการท างานคลายกน

กลมคนงานทม การท างานคลายกน

(SEG)

กระบวนการผลต

(Process)

ลกษณะงาน

(Job)

งานหลก (Task)

มลพษสงแวดลอม

(Environment) 1 เคลอบผวขดลวด เจาหนาทปอนขดลวด ทวไป เสยง 2 เคลอบผวขดลวด เจาหนาทปอนขดลวด ท าความสะอาด MIBK

3 เคลอบผวขดลวด เจาหนาทปอนขดลวด ท าความสะอาด Cyclohexanone 4 เคลอบผวขดลวด ผชวย หลอลน น ามนหลอลน

5 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ ความรอน

6 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ Hexachloroethane 7 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ Hydrogen chloride 8 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ Hexachlorobenzene 9 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ Octochlorostyrene

14

ขอมล

สถานท

ขอมลคนงาน

ลกษณะพนฐานของการท างาน

ขอมลมลพษสงแวดลอม

จดกลมคนงานทมการสมผสสารคลายกน

ก าหนดการสมผสมลพษ

เลอกก าหนดขดจ ากดการสมผส

เปรยบเทยบ

การสมผสมลพษของคนงานกบคามาตรฐานการสมผส

การสมผสยอมรบได การสมผสไมแนนอน การสมผสยอมรบไมได

การจดกลมคนงานทมการท างานคลายกนและตดสนใจเกยวกบระดบการสมผสมลพษ 15

4ขนตอนการประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขนตอนท 1 เตรยมการเพอตรวจวดและเกบตวอยาง

bull ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

bull ขนตอนท 3 การวเคราะหและแปลผล เพอเปรยบเทยบกบมาตรฐาน

ความปลอดภยในการท างาน หรอขอมลเดมทมอย

bull ขนตอนท 4 การประเมนการสมผสซ า

16

ขนตอนท 1 เตรยมการเพอตรวจวดและเกบตวอยาง

bull การศกษาคนควาขอมล หรอการทบทวนปญหา

bull การเตรยมและศกษาขอมลดานระบาดวทยาของผปฏบตงาน

bull การเตรยมอปกรณและเครองมอเพอการส ารวจ

bull การวางแผนการตรวจวดและการเกบตวอยางในสงแวดลอมการท างานใหเหมาะสม

bull การเตรยมการดานอน เชน เวลา บคลากร คาใชจาย เปนตน

17

ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

bull ก าหนดวตถประสงคการประเมนการสมผสเปนการประเมนการสมผสเพอ - เปนขอมลพนฐาน - หาแหลงก าเนดมลพษ - เปนไปตามกฎหมาย bull วธการประเมนการสมผส ม 2 วธ - การตรวจวดทตวบคคล - การตรวจวดแบบพนท

18

ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

สงทตองด าเนนการในการตรวจวดและเกบตวอยาง 1 ก าหนดวตถประสงคการตรวจวดและเกบตวอยาง 2 เตรยมความพรอมของเครองมอและผใชเครองมอ

3 การเปรยบเทยบความถกตองของเครองมอตรวจวด

4 จดเตรยมแบบฟอรมส ารวจและแบบบนทกขอมล 5 ท าความเขาใจกบผปฏบตงานในแผนกบรเวณการท างาน หรอ บคคลทตองการ

ตรวจวด เพอใหเกดความรวมมอในการประเมนการสมผสทถกตอง 6 ท าการตรวจวดในสภาพแวดลอมการท างานทไดมการก าหนดไวตามวตถประสงค

19

ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

สงทตองด าเนนการในการตรวจวดและเกบตวอยาง 7 ขณะท าการตรวจวดใหสงเกตการท างานของเครองมออปกรณทใชในการตรวจวด

วา สามารถท างานไดปกต 8 บนทกปจจยสภาพแวดลอมการท างานทเกดขนระหวางตรวจวด

9 อานคาจากเครองมอ บนทกขอมล หรอจดเกบตวอยางอยางถกตองเพอน าสงวเคราะหในหองปฏบตการ หรอน าผลการตรวจตางๆ มาค านวณหาคาเฉลยตามหลกเกณฑทไดมการก าหนดไว

20

ขนตอนท 3 การวเคราะหและแปลผล เพอเปรยบเทยบกบมาตรฐาน ความปลอดภยในการท างาน หรอขอมลเดมทมอย

ประโยชนของผลการตรวจวดสภาพแวดลอมในการท างาน bull เปรยบเทยบกบเกณฑมาตรฐานความปลอดภยในการท างาน

bull เปรยบเทยบผลทไดกบขอมลเดมทมอย

bull เปรยบเทยบผลทไดกบผลการตรวจสขภาพของพนกงาน

21

ขนตอนท 4 การประเมนการสมผสซ า

แนวทางการด าเนนการ 1 ควรมการประเมนการสมผสซ าตามระยะเวลาทก าหนด bull ปละครงตามกฎหมาย bull ต ากวา 25 ของคามาตรฐาน ทก 64 สปดาห bull 25-50 ของคามาตรฐาน ทก 32 สปดาห bull มากกวา 50-100 ของคามาตรฐาน ทก 16 สปดาห 2 การประเมนแบบพเศษ เชน การรองเรยนของคนงาน มการเปลยนกระบวนการผลต

และตอบสนองกฎหมายใหม เปนตน 22

6 การจดท ารายงาน ขอมลสรปจากสถานทท างาน 1 รายละเอยดกระบวนการผลต อาจบรรยายโดยใชแผนภมแสดงบรเวณการผลต แสดงแหลงก าเนด

สารเคม เสยงดง บรเวณทมรงส หรอการระบายอากาศ เปนตน 2 ลกษณะงานและรายละเอยดของงาน 3 การจดกลมคนงานทมลกษณะการท างานทคลายกน (Similar Exposure Group) 4 รายละเอยดสารเคมทใช วธการสมผสสาร และผลตอสขภาพ 5 การเฝาระวงทางสงแวดลอม การประเมนการสมผสสาร การเกบตวอยาง ผลการวเคราะหและ

สรปในแตละครง การตรวจวดแบบพเศษหรอการตรวจวดสารทางชวภาพจากรางกายของคนงาน ควรมการบนทกเรองการสมผสสารทไมใชจากงานทท าดวย

23

6 การจดท ารายงาน รายงานการประเมนการสมผส ควรประกอบดวย bull แผนการด าเนนงาน การประเมนการสมผสสาร ผลทได ขอเสนอแนะ และแนวทาง

การเฝาระวง bull วตถประสงคในการประเมนการสมผสตองชดเจน bull เกณฑการประเมนการสมผสสาร ( TLVs PELs คามาตรฐานอน ) bull ผลตอสขภาพของสารเคมแตละชนด bull วธการตรวจวด การวเคราะหทางสถต และการควบคมคณภาพของการวเคราะห bull การอภปรายผลการตรวจวด bull ขอเสนอแนะทชดเจน สามารถน ามาปฏบตได และควรมการตดตามผล

24

ความรอน (Heat) คอ พลงงานรปแบบหนงทท าใหมนษย รบรโดยประสาทสมผส เปนพลงงานจลนของโมเลกลของวตถ เมอวตถไดรบความรอนเพมขน โมเลกลกจะเคลอนไหวได

อณหภม (Temperature) คอระดบความรอนทมอยในวตถ เปนคณสมบต ประจ าตวของวตถนน ๆ (oC oF)

การตรวจวดและประเมนระดบความรอนและการฝกปฏบต

25

การตรวจวดและประเมนระดบความรอนและการฝกปฏบต ปรมาณความรอน (Quantity of Heat) คอ จ านวนความรอนทถกถายเทจาก

วตถหนงไปอกวตถหนง หนวยทใช

1) Kcal = Q น า 1 กก T สง 1 oC 2) BTU = Q น า 1 ปอนด T สง 1 oF 1Kcal = 3968 BTU

26

การตรวจวดและประเมนระดบความรอน

ระดบความรอน คอ อณหภมเวตบลบโกลบในบรเวณทลกจางท างาน ตรวจวด โดยเฉลยในเวลาชวง 2 ชวโมงทมอณหภมเวตบลบโกลบสงสดของการท างานปกต

อณหภมเวตบลบโกลบ (WBGT) เปนดชนวดสภาพความรอนในสงแวดลอมการท างาน (หนวยองศาเซลเซยส) ซงเปนการน าปจจยทมผลกระทบตอความรอนทสะสมในรางกายมาพจารณา

27

การตรวจวดและประเมนระดบความรอน

ปรมาณงาน หรอ ภาระงาน (Work Load) เปนพลงงานความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอใหรางกายใชปฏบตงานตางๆ ผทท างานหนกยอมมความรอนเกดขนในรางกายสงกวาผทท างานเบา และคามาตรฐานระดบความรอนไดน าปจจยนมาพจารณา โดยจ าแนกตามความหนกเบาของงานกบระดบความรอนทไดรบ

28

ความหนกเบาของงาน ความหนกเบาของงาน คอ การใชพลงงานของรางกายหรอใชก าลงงานท าให

เกดการเผาผลาญอาหารในรางกายเพอใชปฏบตงาน สามารถแบงออกเปน 3 ระดบ

งานเบา ลกษณะงานทใชแรงนอยหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการเผา ผลาญอาหารในรางกายไมเกน 200 กโลแคลอรตอชวโมง งานปานกลาง ลกษณะงานทใชแรงปานกลางหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการ เผาผลาญอาหารในรางกาย 201 ndash 350 กโลแคลอรตอชวโมง งานหนก ลกษณะงานทใชแรงมากหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการเผา ผลาญอาหารในรางกายเกน 350 กโลแคลอรตอชวโมง

29

อณหภมของรางกาย

แบงออกเปน 2 สวน

1 อณหภมแกน (Core Temperature) หมายถง อณหภมของอวยวะทอยภายในรางกาย เชน สมอง หวใจ ปอด ตบ ไต และระบบทางเดนหายใจ เปนตน

2 อณหภมทผว (Surface Temperature) หมายถง อณหภมทกลามเนอและผวหนง ซงเปนบรเวณทมการแลกเปลยนความรอนกบสงแวดลอมภายนอก เพอรกษาสมดลอณหภมของรางกายใหคงท

30

กลไกการเกดความรอนในรางกาย bull แหลงสรางความรอนในรางกาย มาจาก 2 ทาง 1 เมตาโบลซม 2 การท างานของกลามเนอ bull วธการในการขจดความรอนออกจากรางกายม 4 วธ 1 การแผรงสความรอน 60 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 2 การพาความรอน 12 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 3 การน าความรอน 3 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 4 การระเหย 22 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด

31

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

1 เมตาโบลซม (Metabolism M) bull 1 Met = Basal Metabolism Rate

bull ldquoชาย 70 กก ทพนผวหนง 18 ม2

bull หายใจ O2 03L min 1 Kcal min

32

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

2 การท างานของกลามเนอ (W) - Respiration

- Glycolysis

3 สงแวดลอม (Environment)

- Sun - Process

33

การไดรบและสญเสย ความรอน

สตรสมดลความรอน

M + W + R + C + D ndash E = + H

M = Metabolism Rate

W = ลกษณะของงาน

เบา 200 Kcal hr ลงไป

ปานกลาง 201 ndash 350 Kcal hr

หนก 350 Kcal hr ขนไป

Note H = M R C - E D (M=M+W) 34

อนตรายจากความรอนและผลกระทบตอสขภาพ

bull การมไข ( Fever )

bull ลมแดด ( Heat stroke )

bull การเปนลม ( Heat syncope)

bull การออนเพลยเนองจากความรอน ( Heat Exhaustion )

bull การขาดน า ( Dehydration )

bull ตะครวเนองจากความรอน ( Heat cramp)

35

1 ดชนทเกยวของกบการเปลยนแปลงทางสรรวทยาของผปฏบตงาน เชน WBGT P4SR

2 ดชนทเกยวของกบความพอใจของผปฏบตงาน เชน ET CET 3 ดชนทเกยวของกบการแลกเปลยนความรอน เชน HSI

การตรวจวนจฉยอนตรายจากความรอน

ดชนความเคนแหงความรอน (HEAT STRESS INDEX)

36

ความรอนสง รางกาย การระบายออกมา

YAGLOU amp MINARD WBGT

ACGIH amp NIOSH ไดใชเปนดชนมาตรฐาน ความรอนของคนงาน

ประเมนโดยใชคาอณหภม 3 ชนด คอ tnwbtna และ tg 37

WET BULB GLOBE TEMPERATURE

(WBGT)

WBGT index ใชงายและเปนดชนทใชในมาตรฐานส าหรบความเครยดจากความรอนของ ACGIH และ NIOSH การหาคา WBGT ตองทราบคาของตวแปรตาง ๆ ดงน WET BULB TEMPERATURE GLOBE TEMPERATURE DRY BULB AIR TEMPERATURE

38

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอน

39

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

1 เทอรโมมเตอรวดอณหภมของกระเปาะเปยกธรรมชาต น าปรอท มาหมดวยผากอสทกระเปาะของเทอรโมมเตอร ใหมความยาวเหนอปลายกระเปาะขนมาประมาณ 1 - 1 14 นว และหมตอยาวลงไปใหปลายของผากอสสวนนจมลงในแกว FLASK ขนาด 125 (มล) ซงมน ากลนบรรจอย

40

2 เทอรโมมเตอรวดอณหภมแบลกโกลบ

ใชวดอณหภมจากการแผรงส ทมผลตอรางกายมนษย

อปกรณนประกอบดวยลกทองแดงทรงกลมกลวง

เสนผาศนยกลาง 6 นว ภายนอกเคลอบดวยโลหะด าดาน

มเทอรโมมเตอรเสยบอยบรเวณเปลอกภายนอก

โดยปลายของเทอรโมมเตอรจะอยบรเวณตรงกลางของโกลบน

3 เทอรโมมเตอรวดอณหภมอากาศหรออณหภมกระเปาะแหง

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

41

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอชนดอานคาโดยตรง

ตองมคณลกษณะของเครองสอดคลองกบมาตรฐาน ISO 7243 หรอเทยบเทา หรอดกวา เชน DIN EN 27243 42

เทคนคและวธการตรวจวด

bull ในการตรวจวดระดบความรอนตองท าการตรวจวดในเดอนทรอนทสดของป

bull ในการเรมการตรวจวดระดบความรอน ตองท าการ set อปกรณกอนเรมท าการอานคาประมาณ 30 นาท

bull ต าแหนงทวางอปกรณกระเปาะแหงตองไมไดรบการแผรงสความรอน จากสภาพแวดลอมในการท างาน

43

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB

WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn) t1+t2+hellip +tn

44

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB ถา NWB = 25 องศาเซลเซยส GT =40 องศาเซลเซยส DB = 30 องศาเซลเซยส WBGT = 0725 + 0240 + 0130 องศาเซลเซยส = 285 องศาเซลเซยส

45

สตรการประเมนภาระงาน

ศกษาระยะเวลาการท างาน และลกษณะการท างาน ของพนกงาน เพอประเมนภาระงาน วาลกษณะงานทท าในชวง 2 ชวโมงทรอนทสดของพนกงาน เปนลกษณะงานหนก งานหนกปานกลาง หรองานเบา โดยค านวณดวยสตรตอไปน

Mเฉลย = M1t1 + M2t2 + M3t3 + + Mntn

t1 + t2 + t3 + + t n

เมอ M1 M2 hellip และ Mn คอ คาประมาณความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอสรางพลงงาน ส าหรบกจกรรมตางๆ มหนวยเปนกโลแคลอรตอชวโมงหรอกโลแคลอรตอนาท ในชวงเวลา t1 t2 tn มหนวยเปนชวโมงหรอนาท

46

คาพลงงานในการแบงระดบความหนก ndash เบา ของงาน

ความหนก - เบา พลงงาน ( กโลแคลอร ชวโมง )

งานเบา ไมเกน 200

งานปานกลาง 201 ndash 350

งานหนก เกน 350

47

ตารางแสดงมาตรฐานระดบความรอน

ความหนกเบาของงาน มาตรฐานระดบความรอน

คาเฉลยอณหภมเวทบลบโกลบ (WBGT)

ก าหนดเปนองศาเซลเซยส

เบา 34

กลาง 32

หนก 30 48

การประเมนภาระงาน (อตราการเผาผลาญอาหารเฉลยในรางกายของคนงานขณะท ากจกรรม)

03 06

20 ndash 30 เพม 08 ทกความสงทเพม 1 เมตร

นง ยน เดนบนพนราบ เดนขนทสง

กโลแคลอรนาท ทาทางการเคลอนไหวของรางกาย

49

10 เมตาโบลสมพนฐาน

02 ndash 12

07 ndash 25

10 ndash 35

10 ndash 150

04 09

10 17

15 25

35 50 70 90

ท างานดวยมอ - เบา ( เขยนหนงมอ เยบปกถกรอย) - หนก ( พมพดด นบเรยงเอกสาร ) ท างานดวยแขนขางเดยว - เบา ( กวาดพน เชดถพน ) - หนก ( ตอกตะป เลอยไม ) ท างานดวยแขน 2 ขาง - เบา (ปอนชนงาน ตะไบโลหะ งานสวน) - หนก ( ไสไม แกะสกกไม ) ท างานดวยรางกายทกสวน - เบา ( ขบรถยนต) - ปานกลาง ( ทาส ขดถพน ) -หนก ( ลาก ดง ยกของหนก) -หนกมาก ( กอสราง ขดดน )

ชวงคาพลงงาน ( กโลแคลอร นาท )

คาพลงงานเฉลย ( กโลแคลอร นาท )

กจกรรม การปฏบตงาน

50

ตวอยางกจกรรมเปรยบเทยบ

20 30

10 60

1 เดนไปเรอย ๆ 2 ใช 2 แขน(งานหนก) และใชรางกายทก

สวน (งานเบา) 3 เมตาโบลสมพนฐานของรางกาย รวม

กโลแคลอร นาท การประกอบชนงาน

51

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส)

WL = (560) + (745) +helliphellip+ (915) + (1120) 2 WL = 300 + 315 + 135 + 120 = 8702 = 435 กโลแคลอรชวโมง 2

52

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง 20 นาท (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณความหนกเบาของงาน

WL = (580) + (740) +helliphellip+ (1120) 2 WL = 400 + 280 + 120 = 8002 = 400 กโลแคลอรชวโมง 2 53

การค านวณหา WBGT เฉลย WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn)

t1+t2+hellip +tn ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณWBGT เฉลย

WBGTเฉลย = (3760)+(3545)+(3215) 60+45+15

= 356 องศาเซลเซยส

54

ตวอยางแบบบนทกขอมลการตรวจวดดชนความรอน

ลกษณะการท างาน Work load ระยะเวลา ( นาท )

WB

(degc) DB (degc)

GT (degc)

WBGT (degc)

ชอสถานประกอบกจการ

วนเดอนป ทตรวจวด

เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช

ปรบเทยบความถกตองเครองมอ

แผนก

ชอพนกงาน

55

การควบคมและปองกนอนตราย bull การใชฉนวนหมแหลงก าเนดความรอน เชน ใชฉนวนบทอน ารอน เพอลดการ

แผรงสและพาความรอน bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน bull การจดระบบระบายอากาศแบบทวไปและแบบเฉพาะท bull การแยกแหลงก าเนดความรอนออกจากบรเวณการท างาน bull การตดประกาศเตอน bull การลดเวลาท างานสมผสความรอนและเพมเวลาพก bull จดน าดมและน าเกลอแร bull การจดอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคล เปนตน

56

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การใชฉนวนหม (Insulator)

bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน (Radiation Shielding)

57

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การจดการระบายอากาศเฉพาะท (Local Exhaust Ventilation)

58

การปองกนททางผาน

bull จดท าหองพก หรอหองควบคมใหพนกงาน

bull การจายอากาศทม ความเยนเฉพาะจด ใหทตว

59

การปองกนททางผาน

bull การจดทศทางการเคลอนท

ของอากาศอยางเหมาะสม

bull อาศยการดนอากาศเยนจากดานลาง เพอไลอากาศรอนสดานบน

60

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาการท างานทสมผสความรอน

bull ใชอปกรณชวยผอนแรง เพอชวยลดคาพลงงานความรอน

61

การปองกนทตวบคคล

bull ใชอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคลเพอปองกนความรอนทตองสมผส

bull จดท าปายเตอน

bull การจดสวสดการในเรอง น าดม-เกลอแร ทช าระลางรางกาย ทนงพก

62

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

เสยง (Sound) คอ พลงงานรปหนงทเกดจากการสนสะเทอนของโมเลกลของอากาศ ท าใหเกดการอดและขยายสลบกนของโมเลกลอากาศ ความดนบรรยากาศจงเกดการเปลยนแปลงตามการเคลอนทของโมเลกลอากาศ เรยกวา คลนเสยง

เสยงดง (noise) หมายถง เสยงซงไมเปนทตองการของคนเพราะท าใหเกดการรบกวนการรบรเสยงทตองการ หรอความเงยบ และเปนเสยงทเปนอนตรายตอการไดยน

เดซเบลเอ ( dBA) เปนหนวยวดความดงเสยงทใกลเคยงกบการตอบสนองตอเสยงของหมนษย

TWA time weighted average เปนคาเฉลยระดบความดงเสยงตลอดระยะเวลาการสมผสเสยง

63

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

3การจดท าโปรแกรมการประเมนการสมผส วตถประสงคของการประเมนการสมผส 5 จ าแนกการรบสมผสทมความจ าเปนตองหาขอมลเพมเตม

6 บนทกการสมผส การควบคมและสอสารใหคนงานและผเกยวของในการปกปองสขภาพของคนท างานไดรบทราบ

7 เกบรวบรวม บนทกประวตการรบสมผสของคนท างานทกคนเพอน าผลไปใชในการจดการทางดานสขภาพของคนท างาน

8 จดบคลากร งบประเมน ระยะเวลา เพอใหสามารถด าเนนในขนตอนตางๆ ทกลาวมาอยางมประสทธภาพและประสทธผล

10

3การจดท าโปรแกรมการประเมนการสมผส

องคประกอบของโปรแกรมการประเมนการสมผส 1 การก าหนดวตถประสงคของโปรแกรมการประเมนการสมผสสงคกคามสขภาพ

อนามย

2 บทบาทและความรบผดชอบของเจาหนาทความปลอดภยในการท างานและฝายสนบสนนอน ๆ

3 วธการเกบรวบรวมขอมลอยางเปนระบบ เพอจดท าลกษณะพนฐานของสถานทท างาน คนงาน และปจจยสงแวดลอม

11

องคประกอบของโปรแกรมการประเมนการสมผส 4 การก าหนดกลมคนงานทมลกษณะการท างานคลายคลงกน (SEG) และลกษณะการ

สมผสสงคกคามสขภาพอนามยของแตละกลม 5 เกณฑการตดสนการไดรบสมผสของแตละสงคกคามสขภาพอนามยของ SEG วาอย

ในระดบทยอมรบไดหรอไม 6 ระบบการจดล าดบความส าคญ และการรวบรวมขอมลทจ าเปนส าหรบลกษณะการ

สมผสทยอมรบไมได เพอจะไดขอมลทางดานการประเมนการสมผสหรอผลตอสขภาพทมความมนใจในการตดสนใจ

3การจดท าโปรแกรมการประเมนการสมผส

12

องคประกอบของโปรแกรมการประเมนการสมผส 7 ระดบการสมผสทปลอดภยและเกณฑในการประเมนการสมผส ถาระดบการสมผสมากกวา

10 ของเกณฑมาตรฐานความปลอดภยทไดมการก าหนดไว ควรจดท าขอมล Baseline Monitoring

8 จดท าระบบทแนใจวาการสมผสทยอมรบไมได จะไดรบการจดล าดบความส าคญและท าการควบคม

9 จดท าระบบการสอสาร ระบบเอกสาร การประเมนการสมผสและขอเสนอแนะในการควบคมสงคกคามสขภาพอนามย

10 จดท าเกณฑการประเมนการสมผสเปนระยะ โปรแกรมการประเมนเปนประจ า เพอใหแนใจวาการสมผสทยอมรบไดยงยอมรบไดอย

3การจดท าโปรแกรมการประเมนการสมผส

13

ตวอยางการจดกลมคนงานทมการท างานคลายกน

กลมคนงานทม การท างานคลายกน

(SEG)

กระบวนการผลต

(Process)

ลกษณะงาน

(Job)

งานหลก (Task)

มลพษสงแวดลอม

(Environment) 1 เคลอบผวขดลวด เจาหนาทปอนขดลวด ทวไป เสยง 2 เคลอบผวขดลวด เจาหนาทปอนขดลวด ท าความสะอาด MIBK

3 เคลอบผวขดลวด เจาหนาทปอนขดลวด ท าความสะอาด Cyclohexanone 4 เคลอบผวขดลวด ผชวย หลอลน น ามนหลอลน

5 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ ความรอน

6 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ Hexachloroethane 7 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ Hydrogen chloride 8 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ Hexachlorobenzene 9 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ Octochlorostyrene

14

ขอมล

สถานท

ขอมลคนงาน

ลกษณะพนฐานของการท างาน

ขอมลมลพษสงแวดลอม

จดกลมคนงานทมการสมผสสารคลายกน

ก าหนดการสมผสมลพษ

เลอกก าหนดขดจ ากดการสมผส

เปรยบเทยบ

การสมผสมลพษของคนงานกบคามาตรฐานการสมผส

การสมผสยอมรบได การสมผสไมแนนอน การสมผสยอมรบไมได

การจดกลมคนงานทมการท างานคลายกนและตดสนใจเกยวกบระดบการสมผสมลพษ 15

4ขนตอนการประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขนตอนท 1 เตรยมการเพอตรวจวดและเกบตวอยาง

bull ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

bull ขนตอนท 3 การวเคราะหและแปลผล เพอเปรยบเทยบกบมาตรฐาน

ความปลอดภยในการท างาน หรอขอมลเดมทมอย

bull ขนตอนท 4 การประเมนการสมผสซ า

16

ขนตอนท 1 เตรยมการเพอตรวจวดและเกบตวอยาง

bull การศกษาคนควาขอมล หรอการทบทวนปญหา

bull การเตรยมและศกษาขอมลดานระบาดวทยาของผปฏบตงาน

bull การเตรยมอปกรณและเครองมอเพอการส ารวจ

bull การวางแผนการตรวจวดและการเกบตวอยางในสงแวดลอมการท างานใหเหมาะสม

bull การเตรยมการดานอน เชน เวลา บคลากร คาใชจาย เปนตน

17

ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

bull ก าหนดวตถประสงคการประเมนการสมผสเปนการประเมนการสมผสเพอ - เปนขอมลพนฐาน - หาแหลงก าเนดมลพษ - เปนไปตามกฎหมาย bull วธการประเมนการสมผส ม 2 วธ - การตรวจวดทตวบคคล - การตรวจวดแบบพนท

18

ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

สงทตองด าเนนการในการตรวจวดและเกบตวอยาง 1 ก าหนดวตถประสงคการตรวจวดและเกบตวอยาง 2 เตรยมความพรอมของเครองมอและผใชเครองมอ

3 การเปรยบเทยบความถกตองของเครองมอตรวจวด

4 จดเตรยมแบบฟอรมส ารวจและแบบบนทกขอมล 5 ท าความเขาใจกบผปฏบตงานในแผนกบรเวณการท างาน หรอ บคคลทตองการ

ตรวจวด เพอใหเกดความรวมมอในการประเมนการสมผสทถกตอง 6 ท าการตรวจวดในสภาพแวดลอมการท างานทไดมการก าหนดไวตามวตถประสงค

19

ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

สงทตองด าเนนการในการตรวจวดและเกบตวอยาง 7 ขณะท าการตรวจวดใหสงเกตการท างานของเครองมออปกรณทใชในการตรวจวด

วา สามารถท างานไดปกต 8 บนทกปจจยสภาพแวดลอมการท างานทเกดขนระหวางตรวจวด

9 อานคาจากเครองมอ บนทกขอมล หรอจดเกบตวอยางอยางถกตองเพอน าสงวเคราะหในหองปฏบตการ หรอน าผลการตรวจตางๆ มาค านวณหาคาเฉลยตามหลกเกณฑทไดมการก าหนดไว

20

ขนตอนท 3 การวเคราะหและแปลผล เพอเปรยบเทยบกบมาตรฐาน ความปลอดภยในการท างาน หรอขอมลเดมทมอย

ประโยชนของผลการตรวจวดสภาพแวดลอมในการท างาน bull เปรยบเทยบกบเกณฑมาตรฐานความปลอดภยในการท างาน

bull เปรยบเทยบผลทไดกบขอมลเดมทมอย

bull เปรยบเทยบผลทไดกบผลการตรวจสขภาพของพนกงาน

21

ขนตอนท 4 การประเมนการสมผสซ า

แนวทางการด าเนนการ 1 ควรมการประเมนการสมผสซ าตามระยะเวลาทก าหนด bull ปละครงตามกฎหมาย bull ต ากวา 25 ของคามาตรฐาน ทก 64 สปดาห bull 25-50 ของคามาตรฐาน ทก 32 สปดาห bull มากกวา 50-100 ของคามาตรฐาน ทก 16 สปดาห 2 การประเมนแบบพเศษ เชน การรองเรยนของคนงาน มการเปลยนกระบวนการผลต

และตอบสนองกฎหมายใหม เปนตน 22

6 การจดท ารายงาน ขอมลสรปจากสถานทท างาน 1 รายละเอยดกระบวนการผลต อาจบรรยายโดยใชแผนภมแสดงบรเวณการผลต แสดงแหลงก าเนด

สารเคม เสยงดง บรเวณทมรงส หรอการระบายอากาศ เปนตน 2 ลกษณะงานและรายละเอยดของงาน 3 การจดกลมคนงานทมลกษณะการท างานทคลายกน (Similar Exposure Group) 4 รายละเอยดสารเคมทใช วธการสมผสสาร และผลตอสขภาพ 5 การเฝาระวงทางสงแวดลอม การประเมนการสมผสสาร การเกบตวอยาง ผลการวเคราะหและ

สรปในแตละครง การตรวจวดแบบพเศษหรอการตรวจวดสารทางชวภาพจากรางกายของคนงาน ควรมการบนทกเรองการสมผสสารทไมใชจากงานทท าดวย

23

6 การจดท ารายงาน รายงานการประเมนการสมผส ควรประกอบดวย bull แผนการด าเนนงาน การประเมนการสมผสสาร ผลทได ขอเสนอแนะ และแนวทาง

การเฝาระวง bull วตถประสงคในการประเมนการสมผสตองชดเจน bull เกณฑการประเมนการสมผสสาร ( TLVs PELs คามาตรฐานอน ) bull ผลตอสขภาพของสารเคมแตละชนด bull วธการตรวจวด การวเคราะหทางสถต และการควบคมคณภาพของการวเคราะห bull การอภปรายผลการตรวจวด bull ขอเสนอแนะทชดเจน สามารถน ามาปฏบตได และควรมการตดตามผล

24

ความรอน (Heat) คอ พลงงานรปแบบหนงทท าใหมนษย รบรโดยประสาทสมผส เปนพลงงานจลนของโมเลกลของวตถ เมอวตถไดรบความรอนเพมขน โมเลกลกจะเคลอนไหวได

อณหภม (Temperature) คอระดบความรอนทมอยในวตถ เปนคณสมบต ประจ าตวของวตถนน ๆ (oC oF)

การตรวจวดและประเมนระดบความรอนและการฝกปฏบต

25

การตรวจวดและประเมนระดบความรอนและการฝกปฏบต ปรมาณความรอน (Quantity of Heat) คอ จ านวนความรอนทถกถายเทจาก

วตถหนงไปอกวตถหนง หนวยทใช

1) Kcal = Q น า 1 กก T สง 1 oC 2) BTU = Q น า 1 ปอนด T สง 1 oF 1Kcal = 3968 BTU

26

การตรวจวดและประเมนระดบความรอน

ระดบความรอน คอ อณหภมเวตบลบโกลบในบรเวณทลกจางท างาน ตรวจวด โดยเฉลยในเวลาชวง 2 ชวโมงทมอณหภมเวตบลบโกลบสงสดของการท างานปกต

อณหภมเวตบลบโกลบ (WBGT) เปนดชนวดสภาพความรอนในสงแวดลอมการท างาน (หนวยองศาเซลเซยส) ซงเปนการน าปจจยทมผลกระทบตอความรอนทสะสมในรางกายมาพจารณา

27

การตรวจวดและประเมนระดบความรอน

ปรมาณงาน หรอ ภาระงาน (Work Load) เปนพลงงานความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอใหรางกายใชปฏบตงานตางๆ ผทท างานหนกยอมมความรอนเกดขนในรางกายสงกวาผทท างานเบา และคามาตรฐานระดบความรอนไดน าปจจยนมาพจารณา โดยจ าแนกตามความหนกเบาของงานกบระดบความรอนทไดรบ

28

ความหนกเบาของงาน ความหนกเบาของงาน คอ การใชพลงงานของรางกายหรอใชก าลงงานท าให

เกดการเผาผลาญอาหารในรางกายเพอใชปฏบตงาน สามารถแบงออกเปน 3 ระดบ

งานเบา ลกษณะงานทใชแรงนอยหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการเผา ผลาญอาหารในรางกายไมเกน 200 กโลแคลอรตอชวโมง งานปานกลาง ลกษณะงานทใชแรงปานกลางหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการ เผาผลาญอาหารในรางกาย 201 ndash 350 กโลแคลอรตอชวโมง งานหนก ลกษณะงานทใชแรงมากหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการเผา ผลาญอาหารในรางกายเกน 350 กโลแคลอรตอชวโมง

29

อณหภมของรางกาย

แบงออกเปน 2 สวน

1 อณหภมแกน (Core Temperature) หมายถง อณหภมของอวยวะทอยภายในรางกาย เชน สมอง หวใจ ปอด ตบ ไต และระบบทางเดนหายใจ เปนตน

2 อณหภมทผว (Surface Temperature) หมายถง อณหภมทกลามเนอและผวหนง ซงเปนบรเวณทมการแลกเปลยนความรอนกบสงแวดลอมภายนอก เพอรกษาสมดลอณหภมของรางกายใหคงท

30

กลไกการเกดความรอนในรางกาย bull แหลงสรางความรอนในรางกาย มาจาก 2 ทาง 1 เมตาโบลซม 2 การท างานของกลามเนอ bull วธการในการขจดความรอนออกจากรางกายม 4 วธ 1 การแผรงสความรอน 60 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 2 การพาความรอน 12 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 3 การน าความรอน 3 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 4 การระเหย 22 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด

31

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

1 เมตาโบลซม (Metabolism M) bull 1 Met = Basal Metabolism Rate

bull ldquoชาย 70 กก ทพนผวหนง 18 ม2

bull หายใจ O2 03L min 1 Kcal min

32

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

2 การท างานของกลามเนอ (W) - Respiration

- Glycolysis

3 สงแวดลอม (Environment)

- Sun - Process

33

การไดรบและสญเสย ความรอน

สตรสมดลความรอน

M + W + R + C + D ndash E = + H

M = Metabolism Rate

W = ลกษณะของงาน

เบา 200 Kcal hr ลงไป

ปานกลาง 201 ndash 350 Kcal hr

หนก 350 Kcal hr ขนไป

Note H = M R C - E D (M=M+W) 34

อนตรายจากความรอนและผลกระทบตอสขภาพ

bull การมไข ( Fever )

bull ลมแดด ( Heat stroke )

bull การเปนลม ( Heat syncope)

bull การออนเพลยเนองจากความรอน ( Heat Exhaustion )

bull การขาดน า ( Dehydration )

bull ตะครวเนองจากความรอน ( Heat cramp)

35

1 ดชนทเกยวของกบการเปลยนแปลงทางสรรวทยาของผปฏบตงาน เชน WBGT P4SR

2 ดชนทเกยวของกบความพอใจของผปฏบตงาน เชน ET CET 3 ดชนทเกยวของกบการแลกเปลยนความรอน เชน HSI

การตรวจวนจฉยอนตรายจากความรอน

ดชนความเคนแหงความรอน (HEAT STRESS INDEX)

36

ความรอนสง รางกาย การระบายออกมา

YAGLOU amp MINARD WBGT

ACGIH amp NIOSH ไดใชเปนดชนมาตรฐาน ความรอนของคนงาน

ประเมนโดยใชคาอณหภม 3 ชนด คอ tnwbtna และ tg 37

WET BULB GLOBE TEMPERATURE

(WBGT)

WBGT index ใชงายและเปนดชนทใชในมาตรฐานส าหรบความเครยดจากความรอนของ ACGIH และ NIOSH การหาคา WBGT ตองทราบคาของตวแปรตาง ๆ ดงน WET BULB TEMPERATURE GLOBE TEMPERATURE DRY BULB AIR TEMPERATURE

38

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอน

39

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

1 เทอรโมมเตอรวดอณหภมของกระเปาะเปยกธรรมชาต น าปรอท มาหมดวยผากอสทกระเปาะของเทอรโมมเตอร ใหมความยาวเหนอปลายกระเปาะขนมาประมาณ 1 - 1 14 นว และหมตอยาวลงไปใหปลายของผากอสสวนนจมลงในแกว FLASK ขนาด 125 (มล) ซงมน ากลนบรรจอย

40

2 เทอรโมมเตอรวดอณหภมแบลกโกลบ

ใชวดอณหภมจากการแผรงส ทมผลตอรางกายมนษย

อปกรณนประกอบดวยลกทองแดงทรงกลมกลวง

เสนผาศนยกลาง 6 นว ภายนอกเคลอบดวยโลหะด าดาน

มเทอรโมมเตอรเสยบอยบรเวณเปลอกภายนอก

โดยปลายของเทอรโมมเตอรจะอยบรเวณตรงกลางของโกลบน

3 เทอรโมมเตอรวดอณหภมอากาศหรออณหภมกระเปาะแหง

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

41

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอชนดอานคาโดยตรง

ตองมคณลกษณะของเครองสอดคลองกบมาตรฐาน ISO 7243 หรอเทยบเทา หรอดกวา เชน DIN EN 27243 42

เทคนคและวธการตรวจวด

bull ในการตรวจวดระดบความรอนตองท าการตรวจวดในเดอนทรอนทสดของป

bull ในการเรมการตรวจวดระดบความรอน ตองท าการ set อปกรณกอนเรมท าการอานคาประมาณ 30 นาท

bull ต าแหนงทวางอปกรณกระเปาะแหงตองไมไดรบการแผรงสความรอน จากสภาพแวดลอมในการท างาน

43

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB

WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn) t1+t2+hellip +tn

44

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB ถา NWB = 25 องศาเซลเซยส GT =40 องศาเซลเซยส DB = 30 องศาเซลเซยส WBGT = 0725 + 0240 + 0130 องศาเซลเซยส = 285 องศาเซลเซยส

45

สตรการประเมนภาระงาน

ศกษาระยะเวลาการท างาน และลกษณะการท างาน ของพนกงาน เพอประเมนภาระงาน วาลกษณะงานทท าในชวง 2 ชวโมงทรอนทสดของพนกงาน เปนลกษณะงานหนก งานหนกปานกลาง หรองานเบา โดยค านวณดวยสตรตอไปน

Mเฉลย = M1t1 + M2t2 + M3t3 + + Mntn

t1 + t2 + t3 + + t n

เมอ M1 M2 hellip และ Mn คอ คาประมาณความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอสรางพลงงาน ส าหรบกจกรรมตางๆ มหนวยเปนกโลแคลอรตอชวโมงหรอกโลแคลอรตอนาท ในชวงเวลา t1 t2 tn มหนวยเปนชวโมงหรอนาท

46

คาพลงงานในการแบงระดบความหนก ndash เบา ของงาน

ความหนก - เบา พลงงาน ( กโลแคลอร ชวโมง )

งานเบา ไมเกน 200

งานปานกลาง 201 ndash 350

งานหนก เกน 350

47

ตารางแสดงมาตรฐานระดบความรอน

ความหนกเบาของงาน มาตรฐานระดบความรอน

คาเฉลยอณหภมเวทบลบโกลบ (WBGT)

ก าหนดเปนองศาเซลเซยส

เบา 34

กลาง 32

หนก 30 48

การประเมนภาระงาน (อตราการเผาผลาญอาหารเฉลยในรางกายของคนงานขณะท ากจกรรม)

03 06

20 ndash 30 เพม 08 ทกความสงทเพม 1 เมตร

นง ยน เดนบนพนราบ เดนขนทสง

กโลแคลอรนาท ทาทางการเคลอนไหวของรางกาย

49

10 เมตาโบลสมพนฐาน

02 ndash 12

07 ndash 25

10 ndash 35

10 ndash 150

04 09

10 17

15 25

35 50 70 90

ท างานดวยมอ - เบา ( เขยนหนงมอ เยบปกถกรอย) - หนก ( พมพดด นบเรยงเอกสาร ) ท างานดวยแขนขางเดยว - เบา ( กวาดพน เชดถพน ) - หนก ( ตอกตะป เลอยไม ) ท างานดวยแขน 2 ขาง - เบา (ปอนชนงาน ตะไบโลหะ งานสวน) - หนก ( ไสไม แกะสกกไม ) ท างานดวยรางกายทกสวน - เบา ( ขบรถยนต) - ปานกลาง ( ทาส ขดถพน ) -หนก ( ลาก ดง ยกของหนก) -หนกมาก ( กอสราง ขดดน )

ชวงคาพลงงาน ( กโลแคลอร นาท )

คาพลงงานเฉลย ( กโลแคลอร นาท )

กจกรรม การปฏบตงาน

50

ตวอยางกจกรรมเปรยบเทยบ

20 30

10 60

1 เดนไปเรอย ๆ 2 ใช 2 แขน(งานหนก) และใชรางกายทก

สวน (งานเบา) 3 เมตาโบลสมพนฐานของรางกาย รวม

กโลแคลอร นาท การประกอบชนงาน

51

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส)

WL = (560) + (745) +helliphellip+ (915) + (1120) 2 WL = 300 + 315 + 135 + 120 = 8702 = 435 กโลแคลอรชวโมง 2

52

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง 20 นาท (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณความหนกเบาของงาน

WL = (580) + (740) +helliphellip+ (1120) 2 WL = 400 + 280 + 120 = 8002 = 400 กโลแคลอรชวโมง 2 53

การค านวณหา WBGT เฉลย WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn)

t1+t2+hellip +tn ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณWBGT เฉลย

WBGTเฉลย = (3760)+(3545)+(3215) 60+45+15

= 356 องศาเซลเซยส

54

ตวอยางแบบบนทกขอมลการตรวจวดดชนความรอน

ลกษณะการท างาน Work load ระยะเวลา ( นาท )

WB

(degc) DB (degc)

GT (degc)

WBGT (degc)

ชอสถานประกอบกจการ

วนเดอนป ทตรวจวด

เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช

ปรบเทยบความถกตองเครองมอ

แผนก

ชอพนกงาน

55

การควบคมและปองกนอนตราย bull การใชฉนวนหมแหลงก าเนดความรอน เชน ใชฉนวนบทอน ารอน เพอลดการ

แผรงสและพาความรอน bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน bull การจดระบบระบายอากาศแบบทวไปและแบบเฉพาะท bull การแยกแหลงก าเนดความรอนออกจากบรเวณการท างาน bull การตดประกาศเตอน bull การลดเวลาท างานสมผสความรอนและเพมเวลาพก bull จดน าดมและน าเกลอแร bull การจดอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคล เปนตน

56

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การใชฉนวนหม (Insulator)

bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน (Radiation Shielding)

57

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การจดการระบายอากาศเฉพาะท (Local Exhaust Ventilation)

58

การปองกนททางผาน

bull จดท าหองพก หรอหองควบคมใหพนกงาน

bull การจายอากาศทม ความเยนเฉพาะจด ใหทตว

59

การปองกนททางผาน

bull การจดทศทางการเคลอนท

ของอากาศอยางเหมาะสม

bull อาศยการดนอากาศเยนจากดานลาง เพอไลอากาศรอนสดานบน

60

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาการท างานทสมผสความรอน

bull ใชอปกรณชวยผอนแรง เพอชวยลดคาพลงงานความรอน

61

การปองกนทตวบคคล

bull ใชอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคลเพอปองกนความรอนทตองสมผส

bull จดท าปายเตอน

bull การจดสวสดการในเรอง น าดม-เกลอแร ทช าระลางรางกาย ทนงพก

62

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

เสยง (Sound) คอ พลงงานรปหนงทเกดจากการสนสะเทอนของโมเลกลของอากาศ ท าใหเกดการอดและขยายสลบกนของโมเลกลอากาศ ความดนบรรยากาศจงเกดการเปลยนแปลงตามการเคลอนทของโมเลกลอากาศ เรยกวา คลนเสยง

เสยงดง (noise) หมายถง เสยงซงไมเปนทตองการของคนเพราะท าใหเกดการรบกวนการรบรเสยงทตองการ หรอความเงยบ และเปนเสยงทเปนอนตรายตอการไดยน

เดซเบลเอ ( dBA) เปนหนวยวดความดงเสยงทใกลเคยงกบการตอบสนองตอเสยงของหมนษย

TWA time weighted average เปนคาเฉลยระดบความดงเสยงตลอดระยะเวลาการสมผสเสยง

63

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

3การจดท าโปรแกรมการประเมนการสมผส

องคประกอบของโปรแกรมการประเมนการสมผส 1 การก าหนดวตถประสงคของโปรแกรมการประเมนการสมผสสงคกคามสขภาพ

อนามย

2 บทบาทและความรบผดชอบของเจาหนาทความปลอดภยในการท างานและฝายสนบสนนอน ๆ

3 วธการเกบรวบรวมขอมลอยางเปนระบบ เพอจดท าลกษณะพนฐานของสถานทท างาน คนงาน และปจจยสงแวดลอม

11

องคประกอบของโปรแกรมการประเมนการสมผส 4 การก าหนดกลมคนงานทมลกษณะการท างานคลายคลงกน (SEG) และลกษณะการ

สมผสสงคกคามสขภาพอนามยของแตละกลม 5 เกณฑการตดสนการไดรบสมผสของแตละสงคกคามสขภาพอนามยของ SEG วาอย

ในระดบทยอมรบไดหรอไม 6 ระบบการจดล าดบความส าคญ และการรวบรวมขอมลทจ าเปนส าหรบลกษณะการ

สมผสทยอมรบไมได เพอจะไดขอมลทางดานการประเมนการสมผสหรอผลตอสขภาพทมความมนใจในการตดสนใจ

3การจดท าโปรแกรมการประเมนการสมผส

12

องคประกอบของโปรแกรมการประเมนการสมผส 7 ระดบการสมผสทปลอดภยและเกณฑในการประเมนการสมผส ถาระดบการสมผสมากกวา

10 ของเกณฑมาตรฐานความปลอดภยทไดมการก าหนดไว ควรจดท าขอมล Baseline Monitoring

8 จดท าระบบทแนใจวาการสมผสทยอมรบไมได จะไดรบการจดล าดบความส าคญและท าการควบคม

9 จดท าระบบการสอสาร ระบบเอกสาร การประเมนการสมผสและขอเสนอแนะในการควบคมสงคกคามสขภาพอนามย

10 จดท าเกณฑการประเมนการสมผสเปนระยะ โปรแกรมการประเมนเปนประจ า เพอใหแนใจวาการสมผสทยอมรบไดยงยอมรบไดอย

3การจดท าโปรแกรมการประเมนการสมผส

13

ตวอยางการจดกลมคนงานทมการท างานคลายกน

กลมคนงานทม การท างานคลายกน

(SEG)

กระบวนการผลต

(Process)

ลกษณะงาน

(Job)

งานหลก (Task)

มลพษสงแวดลอม

(Environment) 1 เคลอบผวขดลวด เจาหนาทปอนขดลวด ทวไป เสยง 2 เคลอบผวขดลวด เจาหนาทปอนขดลวด ท าความสะอาด MIBK

3 เคลอบผวขดลวด เจาหนาทปอนขดลวด ท าความสะอาด Cyclohexanone 4 เคลอบผวขดลวด ผชวย หลอลน น ามนหลอลน

5 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ ความรอน

6 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ Hexachloroethane 7 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ Hydrogen chloride 8 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ Hexachlorobenzene 9 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ Octochlorostyrene

14

ขอมล

สถานท

ขอมลคนงาน

ลกษณะพนฐานของการท างาน

ขอมลมลพษสงแวดลอม

จดกลมคนงานทมการสมผสสารคลายกน

ก าหนดการสมผสมลพษ

เลอกก าหนดขดจ ากดการสมผส

เปรยบเทยบ

การสมผสมลพษของคนงานกบคามาตรฐานการสมผส

การสมผสยอมรบได การสมผสไมแนนอน การสมผสยอมรบไมได

การจดกลมคนงานทมการท างานคลายกนและตดสนใจเกยวกบระดบการสมผสมลพษ 15

4ขนตอนการประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขนตอนท 1 เตรยมการเพอตรวจวดและเกบตวอยาง

bull ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

bull ขนตอนท 3 การวเคราะหและแปลผล เพอเปรยบเทยบกบมาตรฐาน

ความปลอดภยในการท างาน หรอขอมลเดมทมอย

bull ขนตอนท 4 การประเมนการสมผสซ า

16

ขนตอนท 1 เตรยมการเพอตรวจวดและเกบตวอยาง

bull การศกษาคนควาขอมล หรอการทบทวนปญหา

bull การเตรยมและศกษาขอมลดานระบาดวทยาของผปฏบตงาน

bull การเตรยมอปกรณและเครองมอเพอการส ารวจ

bull การวางแผนการตรวจวดและการเกบตวอยางในสงแวดลอมการท างานใหเหมาะสม

bull การเตรยมการดานอน เชน เวลา บคลากร คาใชจาย เปนตน

17

ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

bull ก าหนดวตถประสงคการประเมนการสมผสเปนการประเมนการสมผสเพอ - เปนขอมลพนฐาน - หาแหลงก าเนดมลพษ - เปนไปตามกฎหมาย bull วธการประเมนการสมผส ม 2 วธ - การตรวจวดทตวบคคล - การตรวจวดแบบพนท

18

ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

สงทตองด าเนนการในการตรวจวดและเกบตวอยาง 1 ก าหนดวตถประสงคการตรวจวดและเกบตวอยาง 2 เตรยมความพรอมของเครองมอและผใชเครองมอ

3 การเปรยบเทยบความถกตองของเครองมอตรวจวด

4 จดเตรยมแบบฟอรมส ารวจและแบบบนทกขอมล 5 ท าความเขาใจกบผปฏบตงานในแผนกบรเวณการท างาน หรอ บคคลทตองการ

ตรวจวด เพอใหเกดความรวมมอในการประเมนการสมผสทถกตอง 6 ท าการตรวจวดในสภาพแวดลอมการท างานทไดมการก าหนดไวตามวตถประสงค

19

ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

สงทตองด าเนนการในการตรวจวดและเกบตวอยาง 7 ขณะท าการตรวจวดใหสงเกตการท างานของเครองมออปกรณทใชในการตรวจวด

วา สามารถท างานไดปกต 8 บนทกปจจยสภาพแวดลอมการท างานทเกดขนระหวางตรวจวด

9 อานคาจากเครองมอ บนทกขอมล หรอจดเกบตวอยางอยางถกตองเพอน าสงวเคราะหในหองปฏบตการ หรอน าผลการตรวจตางๆ มาค านวณหาคาเฉลยตามหลกเกณฑทไดมการก าหนดไว

20

ขนตอนท 3 การวเคราะหและแปลผล เพอเปรยบเทยบกบมาตรฐาน ความปลอดภยในการท างาน หรอขอมลเดมทมอย

ประโยชนของผลการตรวจวดสภาพแวดลอมในการท างาน bull เปรยบเทยบกบเกณฑมาตรฐานความปลอดภยในการท างาน

bull เปรยบเทยบผลทไดกบขอมลเดมทมอย

bull เปรยบเทยบผลทไดกบผลการตรวจสขภาพของพนกงาน

21

ขนตอนท 4 การประเมนการสมผสซ า

แนวทางการด าเนนการ 1 ควรมการประเมนการสมผสซ าตามระยะเวลาทก าหนด bull ปละครงตามกฎหมาย bull ต ากวา 25 ของคามาตรฐาน ทก 64 สปดาห bull 25-50 ของคามาตรฐาน ทก 32 สปดาห bull มากกวา 50-100 ของคามาตรฐาน ทก 16 สปดาห 2 การประเมนแบบพเศษ เชน การรองเรยนของคนงาน มการเปลยนกระบวนการผลต

และตอบสนองกฎหมายใหม เปนตน 22

6 การจดท ารายงาน ขอมลสรปจากสถานทท างาน 1 รายละเอยดกระบวนการผลต อาจบรรยายโดยใชแผนภมแสดงบรเวณการผลต แสดงแหลงก าเนด

สารเคม เสยงดง บรเวณทมรงส หรอการระบายอากาศ เปนตน 2 ลกษณะงานและรายละเอยดของงาน 3 การจดกลมคนงานทมลกษณะการท างานทคลายกน (Similar Exposure Group) 4 รายละเอยดสารเคมทใช วธการสมผสสาร และผลตอสขภาพ 5 การเฝาระวงทางสงแวดลอม การประเมนการสมผสสาร การเกบตวอยาง ผลการวเคราะหและ

สรปในแตละครง การตรวจวดแบบพเศษหรอการตรวจวดสารทางชวภาพจากรางกายของคนงาน ควรมการบนทกเรองการสมผสสารทไมใชจากงานทท าดวย

23

6 การจดท ารายงาน รายงานการประเมนการสมผส ควรประกอบดวย bull แผนการด าเนนงาน การประเมนการสมผสสาร ผลทได ขอเสนอแนะ และแนวทาง

การเฝาระวง bull วตถประสงคในการประเมนการสมผสตองชดเจน bull เกณฑการประเมนการสมผสสาร ( TLVs PELs คามาตรฐานอน ) bull ผลตอสขภาพของสารเคมแตละชนด bull วธการตรวจวด การวเคราะหทางสถต และการควบคมคณภาพของการวเคราะห bull การอภปรายผลการตรวจวด bull ขอเสนอแนะทชดเจน สามารถน ามาปฏบตได และควรมการตดตามผล

24

ความรอน (Heat) คอ พลงงานรปแบบหนงทท าใหมนษย รบรโดยประสาทสมผส เปนพลงงานจลนของโมเลกลของวตถ เมอวตถไดรบความรอนเพมขน โมเลกลกจะเคลอนไหวได

อณหภม (Temperature) คอระดบความรอนทมอยในวตถ เปนคณสมบต ประจ าตวของวตถนน ๆ (oC oF)

การตรวจวดและประเมนระดบความรอนและการฝกปฏบต

25

การตรวจวดและประเมนระดบความรอนและการฝกปฏบต ปรมาณความรอน (Quantity of Heat) คอ จ านวนความรอนทถกถายเทจาก

วตถหนงไปอกวตถหนง หนวยทใช

1) Kcal = Q น า 1 กก T สง 1 oC 2) BTU = Q น า 1 ปอนด T สง 1 oF 1Kcal = 3968 BTU

26

การตรวจวดและประเมนระดบความรอน

ระดบความรอน คอ อณหภมเวตบลบโกลบในบรเวณทลกจางท างาน ตรวจวด โดยเฉลยในเวลาชวง 2 ชวโมงทมอณหภมเวตบลบโกลบสงสดของการท างานปกต

อณหภมเวตบลบโกลบ (WBGT) เปนดชนวดสภาพความรอนในสงแวดลอมการท างาน (หนวยองศาเซลเซยส) ซงเปนการน าปจจยทมผลกระทบตอความรอนทสะสมในรางกายมาพจารณา

27

การตรวจวดและประเมนระดบความรอน

ปรมาณงาน หรอ ภาระงาน (Work Load) เปนพลงงานความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอใหรางกายใชปฏบตงานตางๆ ผทท างานหนกยอมมความรอนเกดขนในรางกายสงกวาผทท างานเบา และคามาตรฐานระดบความรอนไดน าปจจยนมาพจารณา โดยจ าแนกตามความหนกเบาของงานกบระดบความรอนทไดรบ

28

ความหนกเบาของงาน ความหนกเบาของงาน คอ การใชพลงงานของรางกายหรอใชก าลงงานท าให

เกดการเผาผลาญอาหารในรางกายเพอใชปฏบตงาน สามารถแบงออกเปน 3 ระดบ

งานเบา ลกษณะงานทใชแรงนอยหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการเผา ผลาญอาหารในรางกายไมเกน 200 กโลแคลอรตอชวโมง งานปานกลาง ลกษณะงานทใชแรงปานกลางหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการ เผาผลาญอาหารในรางกาย 201 ndash 350 กโลแคลอรตอชวโมง งานหนก ลกษณะงานทใชแรงมากหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการเผา ผลาญอาหารในรางกายเกน 350 กโลแคลอรตอชวโมง

29

อณหภมของรางกาย

แบงออกเปน 2 สวน

1 อณหภมแกน (Core Temperature) หมายถง อณหภมของอวยวะทอยภายในรางกาย เชน สมอง หวใจ ปอด ตบ ไต และระบบทางเดนหายใจ เปนตน

2 อณหภมทผว (Surface Temperature) หมายถง อณหภมทกลามเนอและผวหนง ซงเปนบรเวณทมการแลกเปลยนความรอนกบสงแวดลอมภายนอก เพอรกษาสมดลอณหภมของรางกายใหคงท

30

กลไกการเกดความรอนในรางกาย bull แหลงสรางความรอนในรางกาย มาจาก 2 ทาง 1 เมตาโบลซม 2 การท างานของกลามเนอ bull วธการในการขจดความรอนออกจากรางกายม 4 วธ 1 การแผรงสความรอน 60 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 2 การพาความรอน 12 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 3 การน าความรอน 3 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 4 การระเหย 22 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด

31

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

1 เมตาโบลซม (Metabolism M) bull 1 Met = Basal Metabolism Rate

bull ldquoชาย 70 กก ทพนผวหนง 18 ม2

bull หายใจ O2 03L min 1 Kcal min

32

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

2 การท างานของกลามเนอ (W) - Respiration

- Glycolysis

3 สงแวดลอม (Environment)

- Sun - Process

33

การไดรบและสญเสย ความรอน

สตรสมดลความรอน

M + W + R + C + D ndash E = + H

M = Metabolism Rate

W = ลกษณะของงาน

เบา 200 Kcal hr ลงไป

ปานกลาง 201 ndash 350 Kcal hr

หนก 350 Kcal hr ขนไป

Note H = M R C - E D (M=M+W) 34

อนตรายจากความรอนและผลกระทบตอสขภาพ

bull การมไข ( Fever )

bull ลมแดด ( Heat stroke )

bull การเปนลม ( Heat syncope)

bull การออนเพลยเนองจากความรอน ( Heat Exhaustion )

bull การขาดน า ( Dehydration )

bull ตะครวเนองจากความรอน ( Heat cramp)

35

1 ดชนทเกยวของกบการเปลยนแปลงทางสรรวทยาของผปฏบตงาน เชน WBGT P4SR

2 ดชนทเกยวของกบความพอใจของผปฏบตงาน เชน ET CET 3 ดชนทเกยวของกบการแลกเปลยนความรอน เชน HSI

การตรวจวนจฉยอนตรายจากความรอน

ดชนความเคนแหงความรอน (HEAT STRESS INDEX)

36

ความรอนสง รางกาย การระบายออกมา

YAGLOU amp MINARD WBGT

ACGIH amp NIOSH ไดใชเปนดชนมาตรฐาน ความรอนของคนงาน

ประเมนโดยใชคาอณหภม 3 ชนด คอ tnwbtna และ tg 37

WET BULB GLOBE TEMPERATURE

(WBGT)

WBGT index ใชงายและเปนดชนทใชในมาตรฐานส าหรบความเครยดจากความรอนของ ACGIH และ NIOSH การหาคา WBGT ตองทราบคาของตวแปรตาง ๆ ดงน WET BULB TEMPERATURE GLOBE TEMPERATURE DRY BULB AIR TEMPERATURE

38

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอน

39

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

1 เทอรโมมเตอรวดอณหภมของกระเปาะเปยกธรรมชาต น าปรอท มาหมดวยผากอสทกระเปาะของเทอรโมมเตอร ใหมความยาวเหนอปลายกระเปาะขนมาประมาณ 1 - 1 14 นว และหมตอยาวลงไปใหปลายของผากอสสวนนจมลงในแกว FLASK ขนาด 125 (มล) ซงมน ากลนบรรจอย

40

2 เทอรโมมเตอรวดอณหภมแบลกโกลบ

ใชวดอณหภมจากการแผรงส ทมผลตอรางกายมนษย

อปกรณนประกอบดวยลกทองแดงทรงกลมกลวง

เสนผาศนยกลาง 6 นว ภายนอกเคลอบดวยโลหะด าดาน

มเทอรโมมเตอรเสยบอยบรเวณเปลอกภายนอก

โดยปลายของเทอรโมมเตอรจะอยบรเวณตรงกลางของโกลบน

3 เทอรโมมเตอรวดอณหภมอากาศหรออณหภมกระเปาะแหง

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

41

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอชนดอานคาโดยตรง

ตองมคณลกษณะของเครองสอดคลองกบมาตรฐาน ISO 7243 หรอเทยบเทา หรอดกวา เชน DIN EN 27243 42

เทคนคและวธการตรวจวด

bull ในการตรวจวดระดบความรอนตองท าการตรวจวดในเดอนทรอนทสดของป

bull ในการเรมการตรวจวดระดบความรอน ตองท าการ set อปกรณกอนเรมท าการอานคาประมาณ 30 นาท

bull ต าแหนงทวางอปกรณกระเปาะแหงตองไมไดรบการแผรงสความรอน จากสภาพแวดลอมในการท างาน

43

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB

WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn) t1+t2+hellip +tn

44

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB ถา NWB = 25 องศาเซลเซยส GT =40 องศาเซลเซยส DB = 30 องศาเซลเซยส WBGT = 0725 + 0240 + 0130 องศาเซลเซยส = 285 องศาเซลเซยส

45

สตรการประเมนภาระงาน

ศกษาระยะเวลาการท างาน และลกษณะการท างาน ของพนกงาน เพอประเมนภาระงาน วาลกษณะงานทท าในชวง 2 ชวโมงทรอนทสดของพนกงาน เปนลกษณะงานหนก งานหนกปานกลาง หรองานเบา โดยค านวณดวยสตรตอไปน

Mเฉลย = M1t1 + M2t2 + M3t3 + + Mntn

t1 + t2 + t3 + + t n

เมอ M1 M2 hellip และ Mn คอ คาประมาณความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอสรางพลงงาน ส าหรบกจกรรมตางๆ มหนวยเปนกโลแคลอรตอชวโมงหรอกโลแคลอรตอนาท ในชวงเวลา t1 t2 tn มหนวยเปนชวโมงหรอนาท

46

คาพลงงานในการแบงระดบความหนก ndash เบา ของงาน

ความหนก - เบา พลงงาน ( กโลแคลอร ชวโมง )

งานเบา ไมเกน 200

งานปานกลาง 201 ndash 350

งานหนก เกน 350

47

ตารางแสดงมาตรฐานระดบความรอน

ความหนกเบาของงาน มาตรฐานระดบความรอน

คาเฉลยอณหภมเวทบลบโกลบ (WBGT)

ก าหนดเปนองศาเซลเซยส

เบา 34

กลาง 32

หนก 30 48

การประเมนภาระงาน (อตราการเผาผลาญอาหารเฉลยในรางกายของคนงานขณะท ากจกรรม)

03 06

20 ndash 30 เพม 08 ทกความสงทเพม 1 เมตร

นง ยน เดนบนพนราบ เดนขนทสง

กโลแคลอรนาท ทาทางการเคลอนไหวของรางกาย

49

10 เมตาโบลสมพนฐาน

02 ndash 12

07 ndash 25

10 ndash 35

10 ndash 150

04 09

10 17

15 25

35 50 70 90

ท างานดวยมอ - เบา ( เขยนหนงมอ เยบปกถกรอย) - หนก ( พมพดด นบเรยงเอกสาร ) ท างานดวยแขนขางเดยว - เบา ( กวาดพน เชดถพน ) - หนก ( ตอกตะป เลอยไม ) ท างานดวยแขน 2 ขาง - เบา (ปอนชนงาน ตะไบโลหะ งานสวน) - หนก ( ไสไม แกะสกกไม ) ท างานดวยรางกายทกสวน - เบา ( ขบรถยนต) - ปานกลาง ( ทาส ขดถพน ) -หนก ( ลาก ดง ยกของหนก) -หนกมาก ( กอสราง ขดดน )

ชวงคาพลงงาน ( กโลแคลอร นาท )

คาพลงงานเฉลย ( กโลแคลอร นาท )

กจกรรม การปฏบตงาน

50

ตวอยางกจกรรมเปรยบเทยบ

20 30

10 60

1 เดนไปเรอย ๆ 2 ใช 2 แขน(งานหนก) และใชรางกายทก

สวน (งานเบา) 3 เมตาโบลสมพนฐานของรางกาย รวม

กโลแคลอร นาท การประกอบชนงาน

51

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส)

WL = (560) + (745) +helliphellip+ (915) + (1120) 2 WL = 300 + 315 + 135 + 120 = 8702 = 435 กโลแคลอรชวโมง 2

52

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง 20 นาท (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณความหนกเบาของงาน

WL = (580) + (740) +helliphellip+ (1120) 2 WL = 400 + 280 + 120 = 8002 = 400 กโลแคลอรชวโมง 2 53

การค านวณหา WBGT เฉลย WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn)

t1+t2+hellip +tn ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณWBGT เฉลย

WBGTเฉลย = (3760)+(3545)+(3215) 60+45+15

= 356 องศาเซลเซยส

54

ตวอยางแบบบนทกขอมลการตรวจวดดชนความรอน

ลกษณะการท างาน Work load ระยะเวลา ( นาท )

WB

(degc) DB (degc)

GT (degc)

WBGT (degc)

ชอสถานประกอบกจการ

วนเดอนป ทตรวจวด

เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช

ปรบเทยบความถกตองเครองมอ

แผนก

ชอพนกงาน

55

การควบคมและปองกนอนตราย bull การใชฉนวนหมแหลงก าเนดความรอน เชน ใชฉนวนบทอน ารอน เพอลดการ

แผรงสและพาความรอน bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน bull การจดระบบระบายอากาศแบบทวไปและแบบเฉพาะท bull การแยกแหลงก าเนดความรอนออกจากบรเวณการท างาน bull การตดประกาศเตอน bull การลดเวลาท างานสมผสความรอนและเพมเวลาพก bull จดน าดมและน าเกลอแร bull การจดอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคล เปนตน

56

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การใชฉนวนหม (Insulator)

bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน (Radiation Shielding)

57

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การจดการระบายอากาศเฉพาะท (Local Exhaust Ventilation)

58

การปองกนททางผาน

bull จดท าหองพก หรอหองควบคมใหพนกงาน

bull การจายอากาศทม ความเยนเฉพาะจด ใหทตว

59

การปองกนททางผาน

bull การจดทศทางการเคลอนท

ของอากาศอยางเหมาะสม

bull อาศยการดนอากาศเยนจากดานลาง เพอไลอากาศรอนสดานบน

60

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาการท างานทสมผสความรอน

bull ใชอปกรณชวยผอนแรง เพอชวยลดคาพลงงานความรอน

61

การปองกนทตวบคคล

bull ใชอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคลเพอปองกนความรอนทตองสมผส

bull จดท าปายเตอน

bull การจดสวสดการในเรอง น าดม-เกลอแร ทช าระลางรางกาย ทนงพก

62

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

เสยง (Sound) คอ พลงงานรปหนงทเกดจากการสนสะเทอนของโมเลกลของอากาศ ท าใหเกดการอดและขยายสลบกนของโมเลกลอากาศ ความดนบรรยากาศจงเกดการเปลยนแปลงตามการเคลอนทของโมเลกลอากาศ เรยกวา คลนเสยง

เสยงดง (noise) หมายถง เสยงซงไมเปนทตองการของคนเพราะท าใหเกดการรบกวนการรบรเสยงทตองการ หรอความเงยบ และเปนเสยงทเปนอนตรายตอการไดยน

เดซเบลเอ ( dBA) เปนหนวยวดความดงเสยงทใกลเคยงกบการตอบสนองตอเสยงของหมนษย

TWA time weighted average เปนคาเฉลยระดบความดงเสยงตลอดระยะเวลาการสมผสเสยง

63

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

องคประกอบของโปรแกรมการประเมนการสมผส 4 การก าหนดกลมคนงานทมลกษณะการท างานคลายคลงกน (SEG) และลกษณะการ

สมผสสงคกคามสขภาพอนามยของแตละกลม 5 เกณฑการตดสนการไดรบสมผสของแตละสงคกคามสขภาพอนามยของ SEG วาอย

ในระดบทยอมรบไดหรอไม 6 ระบบการจดล าดบความส าคญ และการรวบรวมขอมลทจ าเปนส าหรบลกษณะการ

สมผสทยอมรบไมได เพอจะไดขอมลทางดานการประเมนการสมผสหรอผลตอสขภาพทมความมนใจในการตดสนใจ

3การจดท าโปรแกรมการประเมนการสมผส

12

องคประกอบของโปรแกรมการประเมนการสมผส 7 ระดบการสมผสทปลอดภยและเกณฑในการประเมนการสมผส ถาระดบการสมผสมากกวา

10 ของเกณฑมาตรฐานความปลอดภยทไดมการก าหนดไว ควรจดท าขอมล Baseline Monitoring

8 จดท าระบบทแนใจวาการสมผสทยอมรบไมได จะไดรบการจดล าดบความส าคญและท าการควบคม

9 จดท าระบบการสอสาร ระบบเอกสาร การประเมนการสมผสและขอเสนอแนะในการควบคมสงคกคามสขภาพอนามย

10 จดท าเกณฑการประเมนการสมผสเปนระยะ โปรแกรมการประเมนเปนประจ า เพอใหแนใจวาการสมผสทยอมรบไดยงยอมรบไดอย

3การจดท าโปรแกรมการประเมนการสมผส

13

ตวอยางการจดกลมคนงานทมการท างานคลายกน

กลมคนงานทม การท างานคลายกน

(SEG)

กระบวนการผลต

(Process)

ลกษณะงาน

(Job)

งานหลก (Task)

มลพษสงแวดลอม

(Environment) 1 เคลอบผวขดลวด เจาหนาทปอนขดลวด ทวไป เสยง 2 เคลอบผวขดลวด เจาหนาทปอนขดลวด ท าความสะอาด MIBK

3 เคลอบผวขดลวด เจาหนาทปอนขดลวด ท าความสะอาด Cyclohexanone 4 เคลอบผวขดลวด ผชวย หลอลน น ามนหลอลน

5 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ ความรอน

6 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ Hexachloroethane 7 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ Hydrogen chloride 8 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ Hexachlorobenzene 9 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ Octochlorostyrene

14

ขอมล

สถานท

ขอมลคนงาน

ลกษณะพนฐานของการท างาน

ขอมลมลพษสงแวดลอม

จดกลมคนงานทมการสมผสสารคลายกน

ก าหนดการสมผสมลพษ

เลอกก าหนดขดจ ากดการสมผส

เปรยบเทยบ

การสมผสมลพษของคนงานกบคามาตรฐานการสมผส

การสมผสยอมรบได การสมผสไมแนนอน การสมผสยอมรบไมได

การจดกลมคนงานทมการท างานคลายกนและตดสนใจเกยวกบระดบการสมผสมลพษ 15

4ขนตอนการประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขนตอนท 1 เตรยมการเพอตรวจวดและเกบตวอยาง

bull ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

bull ขนตอนท 3 การวเคราะหและแปลผล เพอเปรยบเทยบกบมาตรฐาน

ความปลอดภยในการท างาน หรอขอมลเดมทมอย

bull ขนตอนท 4 การประเมนการสมผสซ า

16

ขนตอนท 1 เตรยมการเพอตรวจวดและเกบตวอยาง

bull การศกษาคนควาขอมล หรอการทบทวนปญหา

bull การเตรยมและศกษาขอมลดานระบาดวทยาของผปฏบตงาน

bull การเตรยมอปกรณและเครองมอเพอการส ารวจ

bull การวางแผนการตรวจวดและการเกบตวอยางในสงแวดลอมการท างานใหเหมาะสม

bull การเตรยมการดานอน เชน เวลา บคลากร คาใชจาย เปนตน

17

ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

bull ก าหนดวตถประสงคการประเมนการสมผสเปนการประเมนการสมผสเพอ - เปนขอมลพนฐาน - หาแหลงก าเนดมลพษ - เปนไปตามกฎหมาย bull วธการประเมนการสมผส ม 2 วธ - การตรวจวดทตวบคคล - การตรวจวดแบบพนท

18

ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

สงทตองด าเนนการในการตรวจวดและเกบตวอยาง 1 ก าหนดวตถประสงคการตรวจวดและเกบตวอยาง 2 เตรยมความพรอมของเครองมอและผใชเครองมอ

3 การเปรยบเทยบความถกตองของเครองมอตรวจวด

4 จดเตรยมแบบฟอรมส ารวจและแบบบนทกขอมล 5 ท าความเขาใจกบผปฏบตงานในแผนกบรเวณการท างาน หรอ บคคลทตองการ

ตรวจวด เพอใหเกดความรวมมอในการประเมนการสมผสทถกตอง 6 ท าการตรวจวดในสภาพแวดลอมการท างานทไดมการก าหนดไวตามวตถประสงค

19

ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

สงทตองด าเนนการในการตรวจวดและเกบตวอยาง 7 ขณะท าการตรวจวดใหสงเกตการท างานของเครองมออปกรณทใชในการตรวจวด

วา สามารถท างานไดปกต 8 บนทกปจจยสภาพแวดลอมการท างานทเกดขนระหวางตรวจวด

9 อานคาจากเครองมอ บนทกขอมล หรอจดเกบตวอยางอยางถกตองเพอน าสงวเคราะหในหองปฏบตการ หรอน าผลการตรวจตางๆ มาค านวณหาคาเฉลยตามหลกเกณฑทไดมการก าหนดไว

20

ขนตอนท 3 การวเคราะหและแปลผล เพอเปรยบเทยบกบมาตรฐาน ความปลอดภยในการท างาน หรอขอมลเดมทมอย

ประโยชนของผลการตรวจวดสภาพแวดลอมในการท างาน bull เปรยบเทยบกบเกณฑมาตรฐานความปลอดภยในการท างาน

bull เปรยบเทยบผลทไดกบขอมลเดมทมอย

bull เปรยบเทยบผลทไดกบผลการตรวจสขภาพของพนกงาน

21

ขนตอนท 4 การประเมนการสมผสซ า

แนวทางการด าเนนการ 1 ควรมการประเมนการสมผสซ าตามระยะเวลาทก าหนด bull ปละครงตามกฎหมาย bull ต ากวา 25 ของคามาตรฐาน ทก 64 สปดาห bull 25-50 ของคามาตรฐาน ทก 32 สปดาห bull มากกวา 50-100 ของคามาตรฐาน ทก 16 สปดาห 2 การประเมนแบบพเศษ เชน การรองเรยนของคนงาน มการเปลยนกระบวนการผลต

และตอบสนองกฎหมายใหม เปนตน 22

6 การจดท ารายงาน ขอมลสรปจากสถานทท างาน 1 รายละเอยดกระบวนการผลต อาจบรรยายโดยใชแผนภมแสดงบรเวณการผลต แสดงแหลงก าเนด

สารเคม เสยงดง บรเวณทมรงส หรอการระบายอากาศ เปนตน 2 ลกษณะงานและรายละเอยดของงาน 3 การจดกลมคนงานทมลกษณะการท างานทคลายกน (Similar Exposure Group) 4 รายละเอยดสารเคมทใช วธการสมผสสาร และผลตอสขภาพ 5 การเฝาระวงทางสงแวดลอม การประเมนการสมผสสาร การเกบตวอยาง ผลการวเคราะหและ

สรปในแตละครง การตรวจวดแบบพเศษหรอการตรวจวดสารทางชวภาพจากรางกายของคนงาน ควรมการบนทกเรองการสมผสสารทไมใชจากงานทท าดวย

23

6 การจดท ารายงาน รายงานการประเมนการสมผส ควรประกอบดวย bull แผนการด าเนนงาน การประเมนการสมผสสาร ผลทได ขอเสนอแนะ และแนวทาง

การเฝาระวง bull วตถประสงคในการประเมนการสมผสตองชดเจน bull เกณฑการประเมนการสมผสสาร ( TLVs PELs คามาตรฐานอน ) bull ผลตอสขภาพของสารเคมแตละชนด bull วธการตรวจวด การวเคราะหทางสถต และการควบคมคณภาพของการวเคราะห bull การอภปรายผลการตรวจวด bull ขอเสนอแนะทชดเจน สามารถน ามาปฏบตได และควรมการตดตามผล

24

ความรอน (Heat) คอ พลงงานรปแบบหนงทท าใหมนษย รบรโดยประสาทสมผส เปนพลงงานจลนของโมเลกลของวตถ เมอวตถไดรบความรอนเพมขน โมเลกลกจะเคลอนไหวได

อณหภม (Temperature) คอระดบความรอนทมอยในวตถ เปนคณสมบต ประจ าตวของวตถนน ๆ (oC oF)

การตรวจวดและประเมนระดบความรอนและการฝกปฏบต

25

การตรวจวดและประเมนระดบความรอนและการฝกปฏบต ปรมาณความรอน (Quantity of Heat) คอ จ านวนความรอนทถกถายเทจาก

วตถหนงไปอกวตถหนง หนวยทใช

1) Kcal = Q น า 1 กก T สง 1 oC 2) BTU = Q น า 1 ปอนด T สง 1 oF 1Kcal = 3968 BTU

26

การตรวจวดและประเมนระดบความรอน

ระดบความรอน คอ อณหภมเวตบลบโกลบในบรเวณทลกจางท างาน ตรวจวด โดยเฉลยในเวลาชวง 2 ชวโมงทมอณหภมเวตบลบโกลบสงสดของการท างานปกต

อณหภมเวตบลบโกลบ (WBGT) เปนดชนวดสภาพความรอนในสงแวดลอมการท างาน (หนวยองศาเซลเซยส) ซงเปนการน าปจจยทมผลกระทบตอความรอนทสะสมในรางกายมาพจารณา

27

การตรวจวดและประเมนระดบความรอน

ปรมาณงาน หรอ ภาระงาน (Work Load) เปนพลงงานความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอใหรางกายใชปฏบตงานตางๆ ผทท างานหนกยอมมความรอนเกดขนในรางกายสงกวาผทท างานเบา และคามาตรฐานระดบความรอนไดน าปจจยนมาพจารณา โดยจ าแนกตามความหนกเบาของงานกบระดบความรอนทไดรบ

28

ความหนกเบาของงาน ความหนกเบาของงาน คอ การใชพลงงานของรางกายหรอใชก าลงงานท าให

เกดการเผาผลาญอาหารในรางกายเพอใชปฏบตงาน สามารถแบงออกเปน 3 ระดบ

งานเบา ลกษณะงานทใชแรงนอยหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการเผา ผลาญอาหารในรางกายไมเกน 200 กโลแคลอรตอชวโมง งานปานกลาง ลกษณะงานทใชแรงปานกลางหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการ เผาผลาญอาหารในรางกาย 201 ndash 350 กโลแคลอรตอชวโมง งานหนก ลกษณะงานทใชแรงมากหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการเผา ผลาญอาหารในรางกายเกน 350 กโลแคลอรตอชวโมง

29

อณหภมของรางกาย

แบงออกเปน 2 สวน

1 อณหภมแกน (Core Temperature) หมายถง อณหภมของอวยวะทอยภายในรางกาย เชน สมอง หวใจ ปอด ตบ ไต และระบบทางเดนหายใจ เปนตน

2 อณหภมทผว (Surface Temperature) หมายถง อณหภมทกลามเนอและผวหนง ซงเปนบรเวณทมการแลกเปลยนความรอนกบสงแวดลอมภายนอก เพอรกษาสมดลอณหภมของรางกายใหคงท

30

กลไกการเกดความรอนในรางกาย bull แหลงสรางความรอนในรางกาย มาจาก 2 ทาง 1 เมตาโบลซม 2 การท างานของกลามเนอ bull วธการในการขจดความรอนออกจากรางกายม 4 วธ 1 การแผรงสความรอน 60 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 2 การพาความรอน 12 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 3 การน าความรอน 3 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 4 การระเหย 22 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด

31

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

1 เมตาโบลซม (Metabolism M) bull 1 Met = Basal Metabolism Rate

bull ldquoชาย 70 กก ทพนผวหนง 18 ม2

bull หายใจ O2 03L min 1 Kcal min

32

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

2 การท างานของกลามเนอ (W) - Respiration

- Glycolysis

3 สงแวดลอม (Environment)

- Sun - Process

33

การไดรบและสญเสย ความรอน

สตรสมดลความรอน

M + W + R + C + D ndash E = + H

M = Metabolism Rate

W = ลกษณะของงาน

เบา 200 Kcal hr ลงไป

ปานกลาง 201 ndash 350 Kcal hr

หนก 350 Kcal hr ขนไป

Note H = M R C - E D (M=M+W) 34

อนตรายจากความรอนและผลกระทบตอสขภาพ

bull การมไข ( Fever )

bull ลมแดด ( Heat stroke )

bull การเปนลม ( Heat syncope)

bull การออนเพลยเนองจากความรอน ( Heat Exhaustion )

bull การขาดน า ( Dehydration )

bull ตะครวเนองจากความรอน ( Heat cramp)

35

1 ดชนทเกยวของกบการเปลยนแปลงทางสรรวทยาของผปฏบตงาน เชน WBGT P4SR

2 ดชนทเกยวของกบความพอใจของผปฏบตงาน เชน ET CET 3 ดชนทเกยวของกบการแลกเปลยนความรอน เชน HSI

การตรวจวนจฉยอนตรายจากความรอน

ดชนความเคนแหงความรอน (HEAT STRESS INDEX)

36

ความรอนสง รางกาย การระบายออกมา

YAGLOU amp MINARD WBGT

ACGIH amp NIOSH ไดใชเปนดชนมาตรฐาน ความรอนของคนงาน

ประเมนโดยใชคาอณหภม 3 ชนด คอ tnwbtna และ tg 37

WET BULB GLOBE TEMPERATURE

(WBGT)

WBGT index ใชงายและเปนดชนทใชในมาตรฐานส าหรบความเครยดจากความรอนของ ACGIH และ NIOSH การหาคา WBGT ตองทราบคาของตวแปรตาง ๆ ดงน WET BULB TEMPERATURE GLOBE TEMPERATURE DRY BULB AIR TEMPERATURE

38

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอน

39

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

1 เทอรโมมเตอรวดอณหภมของกระเปาะเปยกธรรมชาต น าปรอท มาหมดวยผากอสทกระเปาะของเทอรโมมเตอร ใหมความยาวเหนอปลายกระเปาะขนมาประมาณ 1 - 1 14 นว และหมตอยาวลงไปใหปลายของผากอสสวนนจมลงในแกว FLASK ขนาด 125 (มล) ซงมน ากลนบรรจอย

40

2 เทอรโมมเตอรวดอณหภมแบลกโกลบ

ใชวดอณหภมจากการแผรงส ทมผลตอรางกายมนษย

อปกรณนประกอบดวยลกทองแดงทรงกลมกลวง

เสนผาศนยกลาง 6 นว ภายนอกเคลอบดวยโลหะด าดาน

มเทอรโมมเตอรเสยบอยบรเวณเปลอกภายนอก

โดยปลายของเทอรโมมเตอรจะอยบรเวณตรงกลางของโกลบน

3 เทอรโมมเตอรวดอณหภมอากาศหรออณหภมกระเปาะแหง

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

41

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอชนดอานคาโดยตรง

ตองมคณลกษณะของเครองสอดคลองกบมาตรฐาน ISO 7243 หรอเทยบเทา หรอดกวา เชน DIN EN 27243 42

เทคนคและวธการตรวจวด

bull ในการตรวจวดระดบความรอนตองท าการตรวจวดในเดอนทรอนทสดของป

bull ในการเรมการตรวจวดระดบความรอน ตองท าการ set อปกรณกอนเรมท าการอานคาประมาณ 30 นาท

bull ต าแหนงทวางอปกรณกระเปาะแหงตองไมไดรบการแผรงสความรอน จากสภาพแวดลอมในการท างาน

43

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB

WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn) t1+t2+hellip +tn

44

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB ถา NWB = 25 องศาเซลเซยส GT =40 องศาเซลเซยส DB = 30 องศาเซลเซยส WBGT = 0725 + 0240 + 0130 องศาเซลเซยส = 285 องศาเซลเซยส

45

สตรการประเมนภาระงาน

ศกษาระยะเวลาการท างาน และลกษณะการท างาน ของพนกงาน เพอประเมนภาระงาน วาลกษณะงานทท าในชวง 2 ชวโมงทรอนทสดของพนกงาน เปนลกษณะงานหนก งานหนกปานกลาง หรองานเบา โดยค านวณดวยสตรตอไปน

Mเฉลย = M1t1 + M2t2 + M3t3 + + Mntn

t1 + t2 + t3 + + t n

เมอ M1 M2 hellip และ Mn คอ คาประมาณความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอสรางพลงงาน ส าหรบกจกรรมตางๆ มหนวยเปนกโลแคลอรตอชวโมงหรอกโลแคลอรตอนาท ในชวงเวลา t1 t2 tn มหนวยเปนชวโมงหรอนาท

46

คาพลงงานในการแบงระดบความหนก ndash เบา ของงาน

ความหนก - เบา พลงงาน ( กโลแคลอร ชวโมง )

งานเบา ไมเกน 200

งานปานกลาง 201 ndash 350

งานหนก เกน 350

47

ตารางแสดงมาตรฐานระดบความรอน

ความหนกเบาของงาน มาตรฐานระดบความรอน

คาเฉลยอณหภมเวทบลบโกลบ (WBGT)

ก าหนดเปนองศาเซลเซยส

เบา 34

กลาง 32

หนก 30 48

การประเมนภาระงาน (อตราการเผาผลาญอาหารเฉลยในรางกายของคนงานขณะท ากจกรรม)

03 06

20 ndash 30 เพม 08 ทกความสงทเพม 1 เมตร

นง ยน เดนบนพนราบ เดนขนทสง

กโลแคลอรนาท ทาทางการเคลอนไหวของรางกาย

49

10 เมตาโบลสมพนฐาน

02 ndash 12

07 ndash 25

10 ndash 35

10 ndash 150

04 09

10 17

15 25

35 50 70 90

ท างานดวยมอ - เบา ( เขยนหนงมอ เยบปกถกรอย) - หนก ( พมพดด นบเรยงเอกสาร ) ท างานดวยแขนขางเดยว - เบา ( กวาดพน เชดถพน ) - หนก ( ตอกตะป เลอยไม ) ท างานดวยแขน 2 ขาง - เบา (ปอนชนงาน ตะไบโลหะ งานสวน) - หนก ( ไสไม แกะสกกไม ) ท างานดวยรางกายทกสวน - เบา ( ขบรถยนต) - ปานกลาง ( ทาส ขดถพน ) -หนก ( ลาก ดง ยกของหนก) -หนกมาก ( กอสราง ขดดน )

ชวงคาพลงงาน ( กโลแคลอร นาท )

คาพลงงานเฉลย ( กโลแคลอร นาท )

กจกรรม การปฏบตงาน

50

ตวอยางกจกรรมเปรยบเทยบ

20 30

10 60

1 เดนไปเรอย ๆ 2 ใช 2 แขน(งานหนก) และใชรางกายทก

สวน (งานเบา) 3 เมตาโบลสมพนฐานของรางกาย รวม

กโลแคลอร นาท การประกอบชนงาน

51

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส)

WL = (560) + (745) +helliphellip+ (915) + (1120) 2 WL = 300 + 315 + 135 + 120 = 8702 = 435 กโลแคลอรชวโมง 2

52

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง 20 นาท (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณความหนกเบาของงาน

WL = (580) + (740) +helliphellip+ (1120) 2 WL = 400 + 280 + 120 = 8002 = 400 กโลแคลอรชวโมง 2 53

การค านวณหา WBGT เฉลย WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn)

t1+t2+hellip +tn ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณWBGT เฉลย

WBGTเฉลย = (3760)+(3545)+(3215) 60+45+15

= 356 องศาเซลเซยส

54

ตวอยางแบบบนทกขอมลการตรวจวดดชนความรอน

ลกษณะการท างาน Work load ระยะเวลา ( นาท )

WB

(degc) DB (degc)

GT (degc)

WBGT (degc)

ชอสถานประกอบกจการ

วนเดอนป ทตรวจวด

เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช

ปรบเทยบความถกตองเครองมอ

แผนก

ชอพนกงาน

55

การควบคมและปองกนอนตราย bull การใชฉนวนหมแหลงก าเนดความรอน เชน ใชฉนวนบทอน ารอน เพอลดการ

แผรงสและพาความรอน bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน bull การจดระบบระบายอากาศแบบทวไปและแบบเฉพาะท bull การแยกแหลงก าเนดความรอนออกจากบรเวณการท างาน bull การตดประกาศเตอน bull การลดเวลาท างานสมผสความรอนและเพมเวลาพก bull จดน าดมและน าเกลอแร bull การจดอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคล เปนตน

56

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การใชฉนวนหม (Insulator)

bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน (Radiation Shielding)

57

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การจดการระบายอากาศเฉพาะท (Local Exhaust Ventilation)

58

การปองกนททางผาน

bull จดท าหองพก หรอหองควบคมใหพนกงาน

bull การจายอากาศทม ความเยนเฉพาะจด ใหทตว

59

การปองกนททางผาน

bull การจดทศทางการเคลอนท

ของอากาศอยางเหมาะสม

bull อาศยการดนอากาศเยนจากดานลาง เพอไลอากาศรอนสดานบน

60

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาการท างานทสมผสความรอน

bull ใชอปกรณชวยผอนแรง เพอชวยลดคาพลงงานความรอน

61

การปองกนทตวบคคล

bull ใชอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคลเพอปองกนความรอนทตองสมผส

bull จดท าปายเตอน

bull การจดสวสดการในเรอง น าดม-เกลอแร ทช าระลางรางกาย ทนงพก

62

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

เสยง (Sound) คอ พลงงานรปหนงทเกดจากการสนสะเทอนของโมเลกลของอากาศ ท าใหเกดการอดและขยายสลบกนของโมเลกลอากาศ ความดนบรรยากาศจงเกดการเปลยนแปลงตามการเคลอนทของโมเลกลอากาศ เรยกวา คลนเสยง

เสยงดง (noise) หมายถง เสยงซงไมเปนทตองการของคนเพราะท าใหเกดการรบกวนการรบรเสยงทตองการ หรอความเงยบ และเปนเสยงทเปนอนตรายตอการไดยน

เดซเบลเอ ( dBA) เปนหนวยวดความดงเสยงทใกลเคยงกบการตอบสนองตอเสยงของหมนษย

TWA time weighted average เปนคาเฉลยระดบความดงเสยงตลอดระยะเวลาการสมผสเสยง

63

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

องคประกอบของโปรแกรมการประเมนการสมผส 7 ระดบการสมผสทปลอดภยและเกณฑในการประเมนการสมผส ถาระดบการสมผสมากกวา

10 ของเกณฑมาตรฐานความปลอดภยทไดมการก าหนดไว ควรจดท าขอมล Baseline Monitoring

8 จดท าระบบทแนใจวาการสมผสทยอมรบไมได จะไดรบการจดล าดบความส าคญและท าการควบคม

9 จดท าระบบการสอสาร ระบบเอกสาร การประเมนการสมผสและขอเสนอแนะในการควบคมสงคกคามสขภาพอนามย

10 จดท าเกณฑการประเมนการสมผสเปนระยะ โปรแกรมการประเมนเปนประจ า เพอใหแนใจวาการสมผสทยอมรบไดยงยอมรบไดอย

3การจดท าโปรแกรมการประเมนการสมผส

13

ตวอยางการจดกลมคนงานทมการท างานคลายกน

กลมคนงานทม การท างานคลายกน

(SEG)

กระบวนการผลต

(Process)

ลกษณะงาน

(Job)

งานหลก (Task)

มลพษสงแวดลอม

(Environment) 1 เคลอบผวขดลวด เจาหนาทปอนขดลวด ทวไป เสยง 2 เคลอบผวขดลวด เจาหนาทปอนขดลวด ท าความสะอาด MIBK

3 เคลอบผวขดลวด เจาหนาทปอนขดลวด ท าความสะอาด Cyclohexanone 4 เคลอบผวขดลวด ผชวย หลอลน น ามนหลอลน

5 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ ความรอน

6 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ Hexachloroethane 7 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ Hydrogen chloride 8 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ Hexachlorobenzene 9 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ Octochlorostyrene

14

ขอมล

สถานท

ขอมลคนงาน

ลกษณะพนฐานของการท างาน

ขอมลมลพษสงแวดลอม

จดกลมคนงานทมการสมผสสารคลายกน

ก าหนดการสมผสมลพษ

เลอกก าหนดขดจ ากดการสมผส

เปรยบเทยบ

การสมผสมลพษของคนงานกบคามาตรฐานการสมผส

การสมผสยอมรบได การสมผสไมแนนอน การสมผสยอมรบไมได

การจดกลมคนงานทมการท างานคลายกนและตดสนใจเกยวกบระดบการสมผสมลพษ 15

4ขนตอนการประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขนตอนท 1 เตรยมการเพอตรวจวดและเกบตวอยาง

bull ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

bull ขนตอนท 3 การวเคราะหและแปลผล เพอเปรยบเทยบกบมาตรฐาน

ความปลอดภยในการท างาน หรอขอมลเดมทมอย

bull ขนตอนท 4 การประเมนการสมผสซ า

16

ขนตอนท 1 เตรยมการเพอตรวจวดและเกบตวอยาง

bull การศกษาคนควาขอมล หรอการทบทวนปญหา

bull การเตรยมและศกษาขอมลดานระบาดวทยาของผปฏบตงาน

bull การเตรยมอปกรณและเครองมอเพอการส ารวจ

bull การวางแผนการตรวจวดและการเกบตวอยางในสงแวดลอมการท างานใหเหมาะสม

bull การเตรยมการดานอน เชน เวลา บคลากร คาใชจาย เปนตน

17

ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

bull ก าหนดวตถประสงคการประเมนการสมผสเปนการประเมนการสมผสเพอ - เปนขอมลพนฐาน - หาแหลงก าเนดมลพษ - เปนไปตามกฎหมาย bull วธการประเมนการสมผส ม 2 วธ - การตรวจวดทตวบคคล - การตรวจวดแบบพนท

18

ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

สงทตองด าเนนการในการตรวจวดและเกบตวอยาง 1 ก าหนดวตถประสงคการตรวจวดและเกบตวอยาง 2 เตรยมความพรอมของเครองมอและผใชเครองมอ

3 การเปรยบเทยบความถกตองของเครองมอตรวจวด

4 จดเตรยมแบบฟอรมส ารวจและแบบบนทกขอมล 5 ท าความเขาใจกบผปฏบตงานในแผนกบรเวณการท างาน หรอ บคคลทตองการ

ตรวจวด เพอใหเกดความรวมมอในการประเมนการสมผสทถกตอง 6 ท าการตรวจวดในสภาพแวดลอมการท างานทไดมการก าหนดไวตามวตถประสงค

19

ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

สงทตองด าเนนการในการตรวจวดและเกบตวอยาง 7 ขณะท าการตรวจวดใหสงเกตการท างานของเครองมออปกรณทใชในการตรวจวด

วา สามารถท างานไดปกต 8 บนทกปจจยสภาพแวดลอมการท างานทเกดขนระหวางตรวจวด

9 อานคาจากเครองมอ บนทกขอมล หรอจดเกบตวอยางอยางถกตองเพอน าสงวเคราะหในหองปฏบตการ หรอน าผลการตรวจตางๆ มาค านวณหาคาเฉลยตามหลกเกณฑทไดมการก าหนดไว

20

ขนตอนท 3 การวเคราะหและแปลผล เพอเปรยบเทยบกบมาตรฐาน ความปลอดภยในการท างาน หรอขอมลเดมทมอย

ประโยชนของผลการตรวจวดสภาพแวดลอมในการท างาน bull เปรยบเทยบกบเกณฑมาตรฐานความปลอดภยในการท างาน

bull เปรยบเทยบผลทไดกบขอมลเดมทมอย

bull เปรยบเทยบผลทไดกบผลการตรวจสขภาพของพนกงาน

21

ขนตอนท 4 การประเมนการสมผสซ า

แนวทางการด าเนนการ 1 ควรมการประเมนการสมผสซ าตามระยะเวลาทก าหนด bull ปละครงตามกฎหมาย bull ต ากวา 25 ของคามาตรฐาน ทก 64 สปดาห bull 25-50 ของคามาตรฐาน ทก 32 สปดาห bull มากกวา 50-100 ของคามาตรฐาน ทก 16 สปดาห 2 การประเมนแบบพเศษ เชน การรองเรยนของคนงาน มการเปลยนกระบวนการผลต

และตอบสนองกฎหมายใหม เปนตน 22

6 การจดท ารายงาน ขอมลสรปจากสถานทท างาน 1 รายละเอยดกระบวนการผลต อาจบรรยายโดยใชแผนภมแสดงบรเวณการผลต แสดงแหลงก าเนด

สารเคม เสยงดง บรเวณทมรงส หรอการระบายอากาศ เปนตน 2 ลกษณะงานและรายละเอยดของงาน 3 การจดกลมคนงานทมลกษณะการท างานทคลายกน (Similar Exposure Group) 4 รายละเอยดสารเคมทใช วธการสมผสสาร และผลตอสขภาพ 5 การเฝาระวงทางสงแวดลอม การประเมนการสมผสสาร การเกบตวอยาง ผลการวเคราะหและ

สรปในแตละครง การตรวจวดแบบพเศษหรอการตรวจวดสารทางชวภาพจากรางกายของคนงาน ควรมการบนทกเรองการสมผสสารทไมใชจากงานทท าดวย

23

6 การจดท ารายงาน รายงานการประเมนการสมผส ควรประกอบดวย bull แผนการด าเนนงาน การประเมนการสมผสสาร ผลทได ขอเสนอแนะ และแนวทาง

การเฝาระวง bull วตถประสงคในการประเมนการสมผสตองชดเจน bull เกณฑการประเมนการสมผสสาร ( TLVs PELs คามาตรฐานอน ) bull ผลตอสขภาพของสารเคมแตละชนด bull วธการตรวจวด การวเคราะหทางสถต และการควบคมคณภาพของการวเคราะห bull การอภปรายผลการตรวจวด bull ขอเสนอแนะทชดเจน สามารถน ามาปฏบตได และควรมการตดตามผล

24

ความรอน (Heat) คอ พลงงานรปแบบหนงทท าใหมนษย รบรโดยประสาทสมผส เปนพลงงานจลนของโมเลกลของวตถ เมอวตถไดรบความรอนเพมขน โมเลกลกจะเคลอนไหวได

อณหภม (Temperature) คอระดบความรอนทมอยในวตถ เปนคณสมบต ประจ าตวของวตถนน ๆ (oC oF)

การตรวจวดและประเมนระดบความรอนและการฝกปฏบต

25

การตรวจวดและประเมนระดบความรอนและการฝกปฏบต ปรมาณความรอน (Quantity of Heat) คอ จ านวนความรอนทถกถายเทจาก

วตถหนงไปอกวตถหนง หนวยทใช

1) Kcal = Q น า 1 กก T สง 1 oC 2) BTU = Q น า 1 ปอนด T สง 1 oF 1Kcal = 3968 BTU

26

การตรวจวดและประเมนระดบความรอน

ระดบความรอน คอ อณหภมเวตบลบโกลบในบรเวณทลกจางท างาน ตรวจวด โดยเฉลยในเวลาชวง 2 ชวโมงทมอณหภมเวตบลบโกลบสงสดของการท างานปกต

อณหภมเวตบลบโกลบ (WBGT) เปนดชนวดสภาพความรอนในสงแวดลอมการท างาน (หนวยองศาเซลเซยส) ซงเปนการน าปจจยทมผลกระทบตอความรอนทสะสมในรางกายมาพจารณา

27

การตรวจวดและประเมนระดบความรอน

ปรมาณงาน หรอ ภาระงาน (Work Load) เปนพลงงานความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอใหรางกายใชปฏบตงานตางๆ ผทท างานหนกยอมมความรอนเกดขนในรางกายสงกวาผทท างานเบา และคามาตรฐานระดบความรอนไดน าปจจยนมาพจารณา โดยจ าแนกตามความหนกเบาของงานกบระดบความรอนทไดรบ

28

ความหนกเบาของงาน ความหนกเบาของงาน คอ การใชพลงงานของรางกายหรอใชก าลงงานท าให

เกดการเผาผลาญอาหารในรางกายเพอใชปฏบตงาน สามารถแบงออกเปน 3 ระดบ

งานเบา ลกษณะงานทใชแรงนอยหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการเผา ผลาญอาหารในรางกายไมเกน 200 กโลแคลอรตอชวโมง งานปานกลาง ลกษณะงานทใชแรงปานกลางหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการ เผาผลาญอาหารในรางกาย 201 ndash 350 กโลแคลอรตอชวโมง งานหนก ลกษณะงานทใชแรงมากหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการเผา ผลาญอาหารในรางกายเกน 350 กโลแคลอรตอชวโมง

29

อณหภมของรางกาย

แบงออกเปน 2 สวน

1 อณหภมแกน (Core Temperature) หมายถง อณหภมของอวยวะทอยภายในรางกาย เชน สมอง หวใจ ปอด ตบ ไต และระบบทางเดนหายใจ เปนตน

2 อณหภมทผว (Surface Temperature) หมายถง อณหภมทกลามเนอและผวหนง ซงเปนบรเวณทมการแลกเปลยนความรอนกบสงแวดลอมภายนอก เพอรกษาสมดลอณหภมของรางกายใหคงท

30

กลไกการเกดความรอนในรางกาย bull แหลงสรางความรอนในรางกาย มาจาก 2 ทาง 1 เมตาโบลซม 2 การท างานของกลามเนอ bull วธการในการขจดความรอนออกจากรางกายม 4 วธ 1 การแผรงสความรอน 60 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 2 การพาความรอน 12 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 3 การน าความรอน 3 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 4 การระเหย 22 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด

31

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

1 เมตาโบลซม (Metabolism M) bull 1 Met = Basal Metabolism Rate

bull ldquoชาย 70 กก ทพนผวหนง 18 ม2

bull หายใจ O2 03L min 1 Kcal min

32

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

2 การท างานของกลามเนอ (W) - Respiration

- Glycolysis

3 สงแวดลอม (Environment)

- Sun - Process

33

การไดรบและสญเสย ความรอน

สตรสมดลความรอน

M + W + R + C + D ndash E = + H

M = Metabolism Rate

W = ลกษณะของงาน

เบา 200 Kcal hr ลงไป

ปานกลาง 201 ndash 350 Kcal hr

หนก 350 Kcal hr ขนไป

Note H = M R C - E D (M=M+W) 34

อนตรายจากความรอนและผลกระทบตอสขภาพ

bull การมไข ( Fever )

bull ลมแดด ( Heat stroke )

bull การเปนลม ( Heat syncope)

bull การออนเพลยเนองจากความรอน ( Heat Exhaustion )

bull การขาดน า ( Dehydration )

bull ตะครวเนองจากความรอน ( Heat cramp)

35

1 ดชนทเกยวของกบการเปลยนแปลงทางสรรวทยาของผปฏบตงาน เชน WBGT P4SR

2 ดชนทเกยวของกบความพอใจของผปฏบตงาน เชน ET CET 3 ดชนทเกยวของกบการแลกเปลยนความรอน เชน HSI

การตรวจวนจฉยอนตรายจากความรอน

ดชนความเคนแหงความรอน (HEAT STRESS INDEX)

36

ความรอนสง รางกาย การระบายออกมา

YAGLOU amp MINARD WBGT

ACGIH amp NIOSH ไดใชเปนดชนมาตรฐาน ความรอนของคนงาน

ประเมนโดยใชคาอณหภม 3 ชนด คอ tnwbtna และ tg 37

WET BULB GLOBE TEMPERATURE

(WBGT)

WBGT index ใชงายและเปนดชนทใชในมาตรฐานส าหรบความเครยดจากความรอนของ ACGIH และ NIOSH การหาคา WBGT ตองทราบคาของตวแปรตาง ๆ ดงน WET BULB TEMPERATURE GLOBE TEMPERATURE DRY BULB AIR TEMPERATURE

38

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอน

39

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

1 เทอรโมมเตอรวดอณหภมของกระเปาะเปยกธรรมชาต น าปรอท มาหมดวยผากอสทกระเปาะของเทอรโมมเตอร ใหมความยาวเหนอปลายกระเปาะขนมาประมาณ 1 - 1 14 นว และหมตอยาวลงไปใหปลายของผากอสสวนนจมลงในแกว FLASK ขนาด 125 (มล) ซงมน ากลนบรรจอย

40

2 เทอรโมมเตอรวดอณหภมแบลกโกลบ

ใชวดอณหภมจากการแผรงส ทมผลตอรางกายมนษย

อปกรณนประกอบดวยลกทองแดงทรงกลมกลวง

เสนผาศนยกลาง 6 นว ภายนอกเคลอบดวยโลหะด าดาน

มเทอรโมมเตอรเสยบอยบรเวณเปลอกภายนอก

โดยปลายของเทอรโมมเตอรจะอยบรเวณตรงกลางของโกลบน

3 เทอรโมมเตอรวดอณหภมอากาศหรออณหภมกระเปาะแหง

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

41

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอชนดอานคาโดยตรง

ตองมคณลกษณะของเครองสอดคลองกบมาตรฐาน ISO 7243 หรอเทยบเทา หรอดกวา เชน DIN EN 27243 42

เทคนคและวธการตรวจวด

bull ในการตรวจวดระดบความรอนตองท าการตรวจวดในเดอนทรอนทสดของป

bull ในการเรมการตรวจวดระดบความรอน ตองท าการ set อปกรณกอนเรมท าการอานคาประมาณ 30 นาท

bull ต าแหนงทวางอปกรณกระเปาะแหงตองไมไดรบการแผรงสความรอน จากสภาพแวดลอมในการท างาน

43

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB

WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn) t1+t2+hellip +tn

44

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB ถา NWB = 25 องศาเซลเซยส GT =40 องศาเซลเซยส DB = 30 องศาเซลเซยส WBGT = 0725 + 0240 + 0130 องศาเซลเซยส = 285 องศาเซลเซยส

45

สตรการประเมนภาระงาน

ศกษาระยะเวลาการท างาน และลกษณะการท างาน ของพนกงาน เพอประเมนภาระงาน วาลกษณะงานทท าในชวง 2 ชวโมงทรอนทสดของพนกงาน เปนลกษณะงานหนก งานหนกปานกลาง หรองานเบา โดยค านวณดวยสตรตอไปน

Mเฉลย = M1t1 + M2t2 + M3t3 + + Mntn

t1 + t2 + t3 + + t n

เมอ M1 M2 hellip และ Mn คอ คาประมาณความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอสรางพลงงาน ส าหรบกจกรรมตางๆ มหนวยเปนกโลแคลอรตอชวโมงหรอกโลแคลอรตอนาท ในชวงเวลา t1 t2 tn มหนวยเปนชวโมงหรอนาท

46

คาพลงงานในการแบงระดบความหนก ndash เบา ของงาน

ความหนก - เบา พลงงาน ( กโลแคลอร ชวโมง )

งานเบา ไมเกน 200

งานปานกลาง 201 ndash 350

งานหนก เกน 350

47

ตารางแสดงมาตรฐานระดบความรอน

ความหนกเบาของงาน มาตรฐานระดบความรอน

คาเฉลยอณหภมเวทบลบโกลบ (WBGT)

ก าหนดเปนองศาเซลเซยส

เบา 34

กลาง 32

หนก 30 48

การประเมนภาระงาน (อตราการเผาผลาญอาหารเฉลยในรางกายของคนงานขณะท ากจกรรม)

03 06

20 ndash 30 เพม 08 ทกความสงทเพม 1 เมตร

นง ยน เดนบนพนราบ เดนขนทสง

กโลแคลอรนาท ทาทางการเคลอนไหวของรางกาย

49

10 เมตาโบลสมพนฐาน

02 ndash 12

07 ndash 25

10 ndash 35

10 ndash 150

04 09

10 17

15 25

35 50 70 90

ท างานดวยมอ - เบา ( เขยนหนงมอ เยบปกถกรอย) - หนก ( พมพดด นบเรยงเอกสาร ) ท างานดวยแขนขางเดยว - เบา ( กวาดพน เชดถพน ) - หนก ( ตอกตะป เลอยไม ) ท างานดวยแขน 2 ขาง - เบา (ปอนชนงาน ตะไบโลหะ งานสวน) - หนก ( ไสไม แกะสกกไม ) ท างานดวยรางกายทกสวน - เบา ( ขบรถยนต) - ปานกลาง ( ทาส ขดถพน ) -หนก ( ลาก ดง ยกของหนก) -หนกมาก ( กอสราง ขดดน )

ชวงคาพลงงาน ( กโลแคลอร นาท )

คาพลงงานเฉลย ( กโลแคลอร นาท )

กจกรรม การปฏบตงาน

50

ตวอยางกจกรรมเปรยบเทยบ

20 30

10 60

1 เดนไปเรอย ๆ 2 ใช 2 แขน(งานหนก) และใชรางกายทก

สวน (งานเบา) 3 เมตาโบลสมพนฐานของรางกาย รวม

กโลแคลอร นาท การประกอบชนงาน

51

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส)

WL = (560) + (745) +helliphellip+ (915) + (1120) 2 WL = 300 + 315 + 135 + 120 = 8702 = 435 กโลแคลอรชวโมง 2

52

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง 20 นาท (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณความหนกเบาของงาน

WL = (580) + (740) +helliphellip+ (1120) 2 WL = 400 + 280 + 120 = 8002 = 400 กโลแคลอรชวโมง 2 53

การค านวณหา WBGT เฉลย WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn)

t1+t2+hellip +tn ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณWBGT เฉลย

WBGTเฉลย = (3760)+(3545)+(3215) 60+45+15

= 356 องศาเซลเซยส

54

ตวอยางแบบบนทกขอมลการตรวจวดดชนความรอน

ลกษณะการท างาน Work load ระยะเวลา ( นาท )

WB

(degc) DB (degc)

GT (degc)

WBGT (degc)

ชอสถานประกอบกจการ

วนเดอนป ทตรวจวด

เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช

ปรบเทยบความถกตองเครองมอ

แผนก

ชอพนกงาน

55

การควบคมและปองกนอนตราย bull การใชฉนวนหมแหลงก าเนดความรอน เชน ใชฉนวนบทอน ารอน เพอลดการ

แผรงสและพาความรอน bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน bull การจดระบบระบายอากาศแบบทวไปและแบบเฉพาะท bull การแยกแหลงก าเนดความรอนออกจากบรเวณการท างาน bull การตดประกาศเตอน bull การลดเวลาท างานสมผสความรอนและเพมเวลาพก bull จดน าดมและน าเกลอแร bull การจดอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคล เปนตน

56

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การใชฉนวนหม (Insulator)

bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน (Radiation Shielding)

57

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การจดการระบายอากาศเฉพาะท (Local Exhaust Ventilation)

58

การปองกนททางผาน

bull จดท าหองพก หรอหองควบคมใหพนกงาน

bull การจายอากาศทม ความเยนเฉพาะจด ใหทตว

59

การปองกนททางผาน

bull การจดทศทางการเคลอนท

ของอากาศอยางเหมาะสม

bull อาศยการดนอากาศเยนจากดานลาง เพอไลอากาศรอนสดานบน

60

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาการท างานทสมผสความรอน

bull ใชอปกรณชวยผอนแรง เพอชวยลดคาพลงงานความรอน

61

การปองกนทตวบคคล

bull ใชอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคลเพอปองกนความรอนทตองสมผส

bull จดท าปายเตอน

bull การจดสวสดการในเรอง น าดม-เกลอแร ทช าระลางรางกาย ทนงพก

62

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

เสยง (Sound) คอ พลงงานรปหนงทเกดจากการสนสะเทอนของโมเลกลของอากาศ ท าใหเกดการอดและขยายสลบกนของโมเลกลอากาศ ความดนบรรยากาศจงเกดการเปลยนแปลงตามการเคลอนทของโมเลกลอากาศ เรยกวา คลนเสยง

เสยงดง (noise) หมายถง เสยงซงไมเปนทตองการของคนเพราะท าใหเกดการรบกวนการรบรเสยงทตองการ หรอความเงยบ และเปนเสยงทเปนอนตรายตอการไดยน

เดซเบลเอ ( dBA) เปนหนวยวดความดงเสยงทใกลเคยงกบการตอบสนองตอเสยงของหมนษย

TWA time weighted average เปนคาเฉลยระดบความดงเสยงตลอดระยะเวลาการสมผสเสยง

63

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

ตวอยางการจดกลมคนงานทมการท างานคลายกน

กลมคนงานทม การท างานคลายกน

(SEG)

กระบวนการผลต

(Process)

ลกษณะงาน

(Job)

งานหลก (Task)

มลพษสงแวดลอม

(Environment) 1 เคลอบผวขดลวด เจาหนาทปอนขดลวด ทวไป เสยง 2 เคลอบผวขดลวด เจาหนาทปอนขดลวด ท าความสะอาด MIBK

3 เคลอบผวขดลวด เจาหนาทปอนขดลวด ท าความสะอาด Cyclohexanone 4 เคลอบผวขดลวด ผชวย หลอลน น ามนหลอลน

5 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ ความรอน

6 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ Hexachloroethane 7 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ Hydrogen chloride 8 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ Hexachlorobenzene 9 งานหลอ ผชวย ใสฟลกซ Octochlorostyrene

14

ขอมล

สถานท

ขอมลคนงาน

ลกษณะพนฐานของการท างาน

ขอมลมลพษสงแวดลอม

จดกลมคนงานทมการสมผสสารคลายกน

ก าหนดการสมผสมลพษ

เลอกก าหนดขดจ ากดการสมผส

เปรยบเทยบ

การสมผสมลพษของคนงานกบคามาตรฐานการสมผส

การสมผสยอมรบได การสมผสไมแนนอน การสมผสยอมรบไมได

การจดกลมคนงานทมการท างานคลายกนและตดสนใจเกยวกบระดบการสมผสมลพษ 15

4ขนตอนการประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขนตอนท 1 เตรยมการเพอตรวจวดและเกบตวอยาง

bull ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

bull ขนตอนท 3 การวเคราะหและแปลผล เพอเปรยบเทยบกบมาตรฐาน

ความปลอดภยในการท างาน หรอขอมลเดมทมอย

bull ขนตอนท 4 การประเมนการสมผสซ า

16

ขนตอนท 1 เตรยมการเพอตรวจวดและเกบตวอยาง

bull การศกษาคนควาขอมล หรอการทบทวนปญหา

bull การเตรยมและศกษาขอมลดานระบาดวทยาของผปฏบตงาน

bull การเตรยมอปกรณและเครองมอเพอการส ารวจ

bull การวางแผนการตรวจวดและการเกบตวอยางในสงแวดลอมการท างานใหเหมาะสม

bull การเตรยมการดานอน เชน เวลา บคลากร คาใชจาย เปนตน

17

ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

bull ก าหนดวตถประสงคการประเมนการสมผสเปนการประเมนการสมผสเพอ - เปนขอมลพนฐาน - หาแหลงก าเนดมลพษ - เปนไปตามกฎหมาย bull วธการประเมนการสมผส ม 2 วธ - การตรวจวดทตวบคคล - การตรวจวดแบบพนท

18

ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

สงทตองด าเนนการในการตรวจวดและเกบตวอยาง 1 ก าหนดวตถประสงคการตรวจวดและเกบตวอยาง 2 เตรยมความพรอมของเครองมอและผใชเครองมอ

3 การเปรยบเทยบความถกตองของเครองมอตรวจวด

4 จดเตรยมแบบฟอรมส ารวจและแบบบนทกขอมล 5 ท าความเขาใจกบผปฏบตงานในแผนกบรเวณการท างาน หรอ บคคลทตองการ

ตรวจวด เพอใหเกดความรวมมอในการประเมนการสมผสทถกตอง 6 ท าการตรวจวดในสภาพแวดลอมการท างานทไดมการก าหนดไวตามวตถประสงค

19

ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

สงทตองด าเนนการในการตรวจวดและเกบตวอยาง 7 ขณะท าการตรวจวดใหสงเกตการท างานของเครองมออปกรณทใชในการตรวจวด

วา สามารถท างานไดปกต 8 บนทกปจจยสภาพแวดลอมการท างานทเกดขนระหวางตรวจวด

9 อานคาจากเครองมอ บนทกขอมล หรอจดเกบตวอยางอยางถกตองเพอน าสงวเคราะหในหองปฏบตการ หรอน าผลการตรวจตางๆ มาค านวณหาคาเฉลยตามหลกเกณฑทไดมการก าหนดไว

20

ขนตอนท 3 การวเคราะหและแปลผล เพอเปรยบเทยบกบมาตรฐาน ความปลอดภยในการท างาน หรอขอมลเดมทมอย

ประโยชนของผลการตรวจวดสภาพแวดลอมในการท างาน bull เปรยบเทยบกบเกณฑมาตรฐานความปลอดภยในการท างาน

bull เปรยบเทยบผลทไดกบขอมลเดมทมอย

bull เปรยบเทยบผลทไดกบผลการตรวจสขภาพของพนกงาน

21

ขนตอนท 4 การประเมนการสมผสซ า

แนวทางการด าเนนการ 1 ควรมการประเมนการสมผสซ าตามระยะเวลาทก าหนด bull ปละครงตามกฎหมาย bull ต ากวา 25 ของคามาตรฐาน ทก 64 สปดาห bull 25-50 ของคามาตรฐาน ทก 32 สปดาห bull มากกวา 50-100 ของคามาตรฐาน ทก 16 สปดาห 2 การประเมนแบบพเศษ เชน การรองเรยนของคนงาน มการเปลยนกระบวนการผลต

และตอบสนองกฎหมายใหม เปนตน 22

6 การจดท ารายงาน ขอมลสรปจากสถานทท างาน 1 รายละเอยดกระบวนการผลต อาจบรรยายโดยใชแผนภมแสดงบรเวณการผลต แสดงแหลงก าเนด

สารเคม เสยงดง บรเวณทมรงส หรอการระบายอากาศ เปนตน 2 ลกษณะงานและรายละเอยดของงาน 3 การจดกลมคนงานทมลกษณะการท างานทคลายกน (Similar Exposure Group) 4 รายละเอยดสารเคมทใช วธการสมผสสาร และผลตอสขภาพ 5 การเฝาระวงทางสงแวดลอม การประเมนการสมผสสาร การเกบตวอยาง ผลการวเคราะหและ

สรปในแตละครง การตรวจวดแบบพเศษหรอการตรวจวดสารทางชวภาพจากรางกายของคนงาน ควรมการบนทกเรองการสมผสสารทไมใชจากงานทท าดวย

23

6 การจดท ารายงาน รายงานการประเมนการสมผส ควรประกอบดวย bull แผนการด าเนนงาน การประเมนการสมผสสาร ผลทได ขอเสนอแนะ และแนวทาง

การเฝาระวง bull วตถประสงคในการประเมนการสมผสตองชดเจน bull เกณฑการประเมนการสมผสสาร ( TLVs PELs คามาตรฐานอน ) bull ผลตอสขภาพของสารเคมแตละชนด bull วธการตรวจวด การวเคราะหทางสถต และการควบคมคณภาพของการวเคราะห bull การอภปรายผลการตรวจวด bull ขอเสนอแนะทชดเจน สามารถน ามาปฏบตได และควรมการตดตามผล

24

ความรอน (Heat) คอ พลงงานรปแบบหนงทท าใหมนษย รบรโดยประสาทสมผส เปนพลงงานจลนของโมเลกลของวตถ เมอวตถไดรบความรอนเพมขน โมเลกลกจะเคลอนไหวได

อณหภม (Temperature) คอระดบความรอนทมอยในวตถ เปนคณสมบต ประจ าตวของวตถนน ๆ (oC oF)

การตรวจวดและประเมนระดบความรอนและการฝกปฏบต

25

การตรวจวดและประเมนระดบความรอนและการฝกปฏบต ปรมาณความรอน (Quantity of Heat) คอ จ านวนความรอนทถกถายเทจาก

วตถหนงไปอกวตถหนง หนวยทใช

1) Kcal = Q น า 1 กก T สง 1 oC 2) BTU = Q น า 1 ปอนด T สง 1 oF 1Kcal = 3968 BTU

26

การตรวจวดและประเมนระดบความรอน

ระดบความรอน คอ อณหภมเวตบลบโกลบในบรเวณทลกจางท างาน ตรวจวด โดยเฉลยในเวลาชวง 2 ชวโมงทมอณหภมเวตบลบโกลบสงสดของการท างานปกต

อณหภมเวตบลบโกลบ (WBGT) เปนดชนวดสภาพความรอนในสงแวดลอมการท างาน (หนวยองศาเซลเซยส) ซงเปนการน าปจจยทมผลกระทบตอความรอนทสะสมในรางกายมาพจารณา

27

การตรวจวดและประเมนระดบความรอน

ปรมาณงาน หรอ ภาระงาน (Work Load) เปนพลงงานความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอใหรางกายใชปฏบตงานตางๆ ผทท างานหนกยอมมความรอนเกดขนในรางกายสงกวาผทท างานเบา และคามาตรฐานระดบความรอนไดน าปจจยนมาพจารณา โดยจ าแนกตามความหนกเบาของงานกบระดบความรอนทไดรบ

28

ความหนกเบาของงาน ความหนกเบาของงาน คอ การใชพลงงานของรางกายหรอใชก าลงงานท าให

เกดการเผาผลาญอาหารในรางกายเพอใชปฏบตงาน สามารถแบงออกเปน 3 ระดบ

งานเบา ลกษณะงานทใชแรงนอยหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการเผา ผลาญอาหารในรางกายไมเกน 200 กโลแคลอรตอชวโมง งานปานกลาง ลกษณะงานทใชแรงปานกลางหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการ เผาผลาญอาหารในรางกาย 201 ndash 350 กโลแคลอรตอชวโมง งานหนก ลกษณะงานทใชแรงมากหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการเผา ผลาญอาหารในรางกายเกน 350 กโลแคลอรตอชวโมง

29

อณหภมของรางกาย

แบงออกเปน 2 สวน

1 อณหภมแกน (Core Temperature) หมายถง อณหภมของอวยวะทอยภายในรางกาย เชน สมอง หวใจ ปอด ตบ ไต และระบบทางเดนหายใจ เปนตน

2 อณหภมทผว (Surface Temperature) หมายถง อณหภมทกลามเนอและผวหนง ซงเปนบรเวณทมการแลกเปลยนความรอนกบสงแวดลอมภายนอก เพอรกษาสมดลอณหภมของรางกายใหคงท

30

กลไกการเกดความรอนในรางกาย bull แหลงสรางความรอนในรางกาย มาจาก 2 ทาง 1 เมตาโบลซม 2 การท างานของกลามเนอ bull วธการในการขจดความรอนออกจากรางกายม 4 วธ 1 การแผรงสความรอน 60 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 2 การพาความรอน 12 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 3 การน าความรอน 3 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 4 การระเหย 22 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด

31

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

1 เมตาโบลซม (Metabolism M) bull 1 Met = Basal Metabolism Rate

bull ldquoชาย 70 กก ทพนผวหนง 18 ม2

bull หายใจ O2 03L min 1 Kcal min

32

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

2 การท างานของกลามเนอ (W) - Respiration

- Glycolysis

3 สงแวดลอม (Environment)

- Sun - Process

33

การไดรบและสญเสย ความรอน

สตรสมดลความรอน

M + W + R + C + D ndash E = + H

M = Metabolism Rate

W = ลกษณะของงาน

เบา 200 Kcal hr ลงไป

ปานกลาง 201 ndash 350 Kcal hr

หนก 350 Kcal hr ขนไป

Note H = M R C - E D (M=M+W) 34

อนตรายจากความรอนและผลกระทบตอสขภาพ

bull การมไข ( Fever )

bull ลมแดด ( Heat stroke )

bull การเปนลม ( Heat syncope)

bull การออนเพลยเนองจากความรอน ( Heat Exhaustion )

bull การขาดน า ( Dehydration )

bull ตะครวเนองจากความรอน ( Heat cramp)

35

1 ดชนทเกยวของกบการเปลยนแปลงทางสรรวทยาของผปฏบตงาน เชน WBGT P4SR

2 ดชนทเกยวของกบความพอใจของผปฏบตงาน เชน ET CET 3 ดชนทเกยวของกบการแลกเปลยนความรอน เชน HSI

การตรวจวนจฉยอนตรายจากความรอน

ดชนความเคนแหงความรอน (HEAT STRESS INDEX)

36

ความรอนสง รางกาย การระบายออกมา

YAGLOU amp MINARD WBGT

ACGIH amp NIOSH ไดใชเปนดชนมาตรฐาน ความรอนของคนงาน

ประเมนโดยใชคาอณหภม 3 ชนด คอ tnwbtna และ tg 37

WET BULB GLOBE TEMPERATURE

(WBGT)

WBGT index ใชงายและเปนดชนทใชในมาตรฐานส าหรบความเครยดจากความรอนของ ACGIH และ NIOSH การหาคา WBGT ตองทราบคาของตวแปรตาง ๆ ดงน WET BULB TEMPERATURE GLOBE TEMPERATURE DRY BULB AIR TEMPERATURE

38

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอน

39

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

1 เทอรโมมเตอรวดอณหภมของกระเปาะเปยกธรรมชาต น าปรอท มาหมดวยผากอสทกระเปาะของเทอรโมมเตอร ใหมความยาวเหนอปลายกระเปาะขนมาประมาณ 1 - 1 14 นว และหมตอยาวลงไปใหปลายของผากอสสวนนจมลงในแกว FLASK ขนาด 125 (มล) ซงมน ากลนบรรจอย

40

2 เทอรโมมเตอรวดอณหภมแบลกโกลบ

ใชวดอณหภมจากการแผรงส ทมผลตอรางกายมนษย

อปกรณนประกอบดวยลกทองแดงทรงกลมกลวง

เสนผาศนยกลาง 6 นว ภายนอกเคลอบดวยโลหะด าดาน

มเทอรโมมเตอรเสยบอยบรเวณเปลอกภายนอก

โดยปลายของเทอรโมมเตอรจะอยบรเวณตรงกลางของโกลบน

3 เทอรโมมเตอรวดอณหภมอากาศหรออณหภมกระเปาะแหง

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

41

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอชนดอานคาโดยตรง

ตองมคณลกษณะของเครองสอดคลองกบมาตรฐาน ISO 7243 หรอเทยบเทา หรอดกวา เชน DIN EN 27243 42

เทคนคและวธการตรวจวด

bull ในการตรวจวดระดบความรอนตองท าการตรวจวดในเดอนทรอนทสดของป

bull ในการเรมการตรวจวดระดบความรอน ตองท าการ set อปกรณกอนเรมท าการอานคาประมาณ 30 นาท

bull ต าแหนงทวางอปกรณกระเปาะแหงตองไมไดรบการแผรงสความรอน จากสภาพแวดลอมในการท างาน

43

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB

WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn) t1+t2+hellip +tn

44

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB ถา NWB = 25 องศาเซลเซยส GT =40 องศาเซลเซยส DB = 30 องศาเซลเซยส WBGT = 0725 + 0240 + 0130 องศาเซลเซยส = 285 องศาเซลเซยส

45

สตรการประเมนภาระงาน

ศกษาระยะเวลาการท างาน และลกษณะการท างาน ของพนกงาน เพอประเมนภาระงาน วาลกษณะงานทท าในชวง 2 ชวโมงทรอนทสดของพนกงาน เปนลกษณะงานหนก งานหนกปานกลาง หรองานเบา โดยค านวณดวยสตรตอไปน

Mเฉลย = M1t1 + M2t2 + M3t3 + + Mntn

t1 + t2 + t3 + + t n

เมอ M1 M2 hellip และ Mn คอ คาประมาณความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอสรางพลงงาน ส าหรบกจกรรมตางๆ มหนวยเปนกโลแคลอรตอชวโมงหรอกโลแคลอรตอนาท ในชวงเวลา t1 t2 tn มหนวยเปนชวโมงหรอนาท

46

คาพลงงานในการแบงระดบความหนก ndash เบา ของงาน

ความหนก - เบา พลงงาน ( กโลแคลอร ชวโมง )

งานเบา ไมเกน 200

งานปานกลาง 201 ndash 350

งานหนก เกน 350

47

ตารางแสดงมาตรฐานระดบความรอน

ความหนกเบาของงาน มาตรฐานระดบความรอน

คาเฉลยอณหภมเวทบลบโกลบ (WBGT)

ก าหนดเปนองศาเซลเซยส

เบา 34

กลาง 32

หนก 30 48

การประเมนภาระงาน (อตราการเผาผลาญอาหารเฉลยในรางกายของคนงานขณะท ากจกรรม)

03 06

20 ndash 30 เพม 08 ทกความสงทเพม 1 เมตร

นง ยน เดนบนพนราบ เดนขนทสง

กโลแคลอรนาท ทาทางการเคลอนไหวของรางกาย

49

10 เมตาโบลสมพนฐาน

02 ndash 12

07 ndash 25

10 ndash 35

10 ndash 150

04 09

10 17

15 25

35 50 70 90

ท างานดวยมอ - เบา ( เขยนหนงมอ เยบปกถกรอย) - หนก ( พมพดด นบเรยงเอกสาร ) ท างานดวยแขนขางเดยว - เบา ( กวาดพน เชดถพน ) - หนก ( ตอกตะป เลอยไม ) ท างานดวยแขน 2 ขาง - เบา (ปอนชนงาน ตะไบโลหะ งานสวน) - หนก ( ไสไม แกะสกกไม ) ท างานดวยรางกายทกสวน - เบา ( ขบรถยนต) - ปานกลาง ( ทาส ขดถพน ) -หนก ( ลาก ดง ยกของหนก) -หนกมาก ( กอสราง ขดดน )

ชวงคาพลงงาน ( กโลแคลอร นาท )

คาพลงงานเฉลย ( กโลแคลอร นาท )

กจกรรม การปฏบตงาน

50

ตวอยางกจกรรมเปรยบเทยบ

20 30

10 60

1 เดนไปเรอย ๆ 2 ใช 2 แขน(งานหนก) และใชรางกายทก

สวน (งานเบา) 3 เมตาโบลสมพนฐานของรางกาย รวม

กโลแคลอร นาท การประกอบชนงาน

51

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส)

WL = (560) + (745) +helliphellip+ (915) + (1120) 2 WL = 300 + 315 + 135 + 120 = 8702 = 435 กโลแคลอรชวโมง 2

52

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง 20 นาท (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณความหนกเบาของงาน

WL = (580) + (740) +helliphellip+ (1120) 2 WL = 400 + 280 + 120 = 8002 = 400 กโลแคลอรชวโมง 2 53

การค านวณหา WBGT เฉลย WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn)

t1+t2+hellip +tn ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณWBGT เฉลย

WBGTเฉลย = (3760)+(3545)+(3215) 60+45+15

= 356 องศาเซลเซยส

54

ตวอยางแบบบนทกขอมลการตรวจวดดชนความรอน

ลกษณะการท างาน Work load ระยะเวลา ( นาท )

WB

(degc) DB (degc)

GT (degc)

WBGT (degc)

ชอสถานประกอบกจการ

วนเดอนป ทตรวจวด

เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช

ปรบเทยบความถกตองเครองมอ

แผนก

ชอพนกงาน

55

การควบคมและปองกนอนตราย bull การใชฉนวนหมแหลงก าเนดความรอน เชน ใชฉนวนบทอน ารอน เพอลดการ

แผรงสและพาความรอน bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน bull การจดระบบระบายอากาศแบบทวไปและแบบเฉพาะท bull การแยกแหลงก าเนดความรอนออกจากบรเวณการท างาน bull การตดประกาศเตอน bull การลดเวลาท างานสมผสความรอนและเพมเวลาพก bull จดน าดมและน าเกลอแร bull การจดอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคล เปนตน

56

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การใชฉนวนหม (Insulator)

bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน (Radiation Shielding)

57

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การจดการระบายอากาศเฉพาะท (Local Exhaust Ventilation)

58

การปองกนททางผาน

bull จดท าหองพก หรอหองควบคมใหพนกงาน

bull การจายอากาศทม ความเยนเฉพาะจด ใหทตว

59

การปองกนททางผาน

bull การจดทศทางการเคลอนท

ของอากาศอยางเหมาะสม

bull อาศยการดนอากาศเยนจากดานลาง เพอไลอากาศรอนสดานบน

60

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาการท างานทสมผสความรอน

bull ใชอปกรณชวยผอนแรง เพอชวยลดคาพลงงานความรอน

61

การปองกนทตวบคคล

bull ใชอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคลเพอปองกนความรอนทตองสมผส

bull จดท าปายเตอน

bull การจดสวสดการในเรอง น าดม-เกลอแร ทช าระลางรางกาย ทนงพก

62

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

เสยง (Sound) คอ พลงงานรปหนงทเกดจากการสนสะเทอนของโมเลกลของอากาศ ท าใหเกดการอดและขยายสลบกนของโมเลกลอากาศ ความดนบรรยากาศจงเกดการเปลยนแปลงตามการเคลอนทของโมเลกลอากาศ เรยกวา คลนเสยง

เสยงดง (noise) หมายถง เสยงซงไมเปนทตองการของคนเพราะท าใหเกดการรบกวนการรบรเสยงทตองการ หรอความเงยบ และเปนเสยงทเปนอนตรายตอการไดยน

เดซเบลเอ ( dBA) เปนหนวยวดความดงเสยงทใกลเคยงกบการตอบสนองตอเสยงของหมนษย

TWA time weighted average เปนคาเฉลยระดบความดงเสยงตลอดระยะเวลาการสมผสเสยง

63

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

ขอมล

สถานท

ขอมลคนงาน

ลกษณะพนฐานของการท างาน

ขอมลมลพษสงแวดลอม

จดกลมคนงานทมการสมผสสารคลายกน

ก าหนดการสมผสมลพษ

เลอกก าหนดขดจ ากดการสมผส

เปรยบเทยบ

การสมผสมลพษของคนงานกบคามาตรฐานการสมผส

การสมผสยอมรบได การสมผสไมแนนอน การสมผสยอมรบไมได

การจดกลมคนงานทมการท างานคลายกนและตดสนใจเกยวกบระดบการสมผสมลพษ 15

4ขนตอนการประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขนตอนท 1 เตรยมการเพอตรวจวดและเกบตวอยาง

bull ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

bull ขนตอนท 3 การวเคราะหและแปลผล เพอเปรยบเทยบกบมาตรฐาน

ความปลอดภยในการท างาน หรอขอมลเดมทมอย

bull ขนตอนท 4 การประเมนการสมผสซ า

16

ขนตอนท 1 เตรยมการเพอตรวจวดและเกบตวอยาง

bull การศกษาคนควาขอมล หรอการทบทวนปญหา

bull การเตรยมและศกษาขอมลดานระบาดวทยาของผปฏบตงาน

bull การเตรยมอปกรณและเครองมอเพอการส ารวจ

bull การวางแผนการตรวจวดและการเกบตวอยางในสงแวดลอมการท างานใหเหมาะสม

bull การเตรยมการดานอน เชน เวลา บคลากร คาใชจาย เปนตน

17

ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

bull ก าหนดวตถประสงคการประเมนการสมผสเปนการประเมนการสมผสเพอ - เปนขอมลพนฐาน - หาแหลงก าเนดมลพษ - เปนไปตามกฎหมาย bull วธการประเมนการสมผส ม 2 วธ - การตรวจวดทตวบคคล - การตรวจวดแบบพนท

18

ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

สงทตองด าเนนการในการตรวจวดและเกบตวอยาง 1 ก าหนดวตถประสงคการตรวจวดและเกบตวอยาง 2 เตรยมความพรอมของเครองมอและผใชเครองมอ

3 การเปรยบเทยบความถกตองของเครองมอตรวจวด

4 จดเตรยมแบบฟอรมส ารวจและแบบบนทกขอมล 5 ท าความเขาใจกบผปฏบตงานในแผนกบรเวณการท างาน หรอ บคคลทตองการ

ตรวจวด เพอใหเกดความรวมมอในการประเมนการสมผสทถกตอง 6 ท าการตรวจวดในสภาพแวดลอมการท างานทไดมการก าหนดไวตามวตถประสงค

19

ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

สงทตองด าเนนการในการตรวจวดและเกบตวอยาง 7 ขณะท าการตรวจวดใหสงเกตการท างานของเครองมออปกรณทใชในการตรวจวด

วา สามารถท างานไดปกต 8 บนทกปจจยสภาพแวดลอมการท างานทเกดขนระหวางตรวจวด

9 อานคาจากเครองมอ บนทกขอมล หรอจดเกบตวอยางอยางถกตองเพอน าสงวเคราะหในหองปฏบตการ หรอน าผลการตรวจตางๆ มาค านวณหาคาเฉลยตามหลกเกณฑทไดมการก าหนดไว

20

ขนตอนท 3 การวเคราะหและแปลผล เพอเปรยบเทยบกบมาตรฐาน ความปลอดภยในการท างาน หรอขอมลเดมทมอย

ประโยชนของผลการตรวจวดสภาพแวดลอมในการท างาน bull เปรยบเทยบกบเกณฑมาตรฐานความปลอดภยในการท างาน

bull เปรยบเทยบผลทไดกบขอมลเดมทมอย

bull เปรยบเทยบผลทไดกบผลการตรวจสขภาพของพนกงาน

21

ขนตอนท 4 การประเมนการสมผสซ า

แนวทางการด าเนนการ 1 ควรมการประเมนการสมผสซ าตามระยะเวลาทก าหนด bull ปละครงตามกฎหมาย bull ต ากวา 25 ของคามาตรฐาน ทก 64 สปดาห bull 25-50 ของคามาตรฐาน ทก 32 สปดาห bull มากกวา 50-100 ของคามาตรฐาน ทก 16 สปดาห 2 การประเมนแบบพเศษ เชน การรองเรยนของคนงาน มการเปลยนกระบวนการผลต

และตอบสนองกฎหมายใหม เปนตน 22

6 การจดท ารายงาน ขอมลสรปจากสถานทท างาน 1 รายละเอยดกระบวนการผลต อาจบรรยายโดยใชแผนภมแสดงบรเวณการผลต แสดงแหลงก าเนด

สารเคม เสยงดง บรเวณทมรงส หรอการระบายอากาศ เปนตน 2 ลกษณะงานและรายละเอยดของงาน 3 การจดกลมคนงานทมลกษณะการท างานทคลายกน (Similar Exposure Group) 4 รายละเอยดสารเคมทใช วธการสมผสสาร และผลตอสขภาพ 5 การเฝาระวงทางสงแวดลอม การประเมนการสมผสสาร การเกบตวอยาง ผลการวเคราะหและ

สรปในแตละครง การตรวจวดแบบพเศษหรอการตรวจวดสารทางชวภาพจากรางกายของคนงาน ควรมการบนทกเรองการสมผสสารทไมใชจากงานทท าดวย

23

6 การจดท ารายงาน รายงานการประเมนการสมผส ควรประกอบดวย bull แผนการด าเนนงาน การประเมนการสมผสสาร ผลทได ขอเสนอแนะ และแนวทาง

การเฝาระวง bull วตถประสงคในการประเมนการสมผสตองชดเจน bull เกณฑการประเมนการสมผสสาร ( TLVs PELs คามาตรฐานอน ) bull ผลตอสขภาพของสารเคมแตละชนด bull วธการตรวจวด การวเคราะหทางสถต และการควบคมคณภาพของการวเคราะห bull การอภปรายผลการตรวจวด bull ขอเสนอแนะทชดเจน สามารถน ามาปฏบตได และควรมการตดตามผล

24

ความรอน (Heat) คอ พลงงานรปแบบหนงทท าใหมนษย รบรโดยประสาทสมผส เปนพลงงานจลนของโมเลกลของวตถ เมอวตถไดรบความรอนเพมขน โมเลกลกจะเคลอนไหวได

อณหภม (Temperature) คอระดบความรอนทมอยในวตถ เปนคณสมบต ประจ าตวของวตถนน ๆ (oC oF)

การตรวจวดและประเมนระดบความรอนและการฝกปฏบต

25

การตรวจวดและประเมนระดบความรอนและการฝกปฏบต ปรมาณความรอน (Quantity of Heat) คอ จ านวนความรอนทถกถายเทจาก

วตถหนงไปอกวตถหนง หนวยทใช

1) Kcal = Q น า 1 กก T สง 1 oC 2) BTU = Q น า 1 ปอนด T สง 1 oF 1Kcal = 3968 BTU

26

การตรวจวดและประเมนระดบความรอน

ระดบความรอน คอ อณหภมเวตบลบโกลบในบรเวณทลกจางท างาน ตรวจวด โดยเฉลยในเวลาชวง 2 ชวโมงทมอณหภมเวตบลบโกลบสงสดของการท างานปกต

อณหภมเวตบลบโกลบ (WBGT) เปนดชนวดสภาพความรอนในสงแวดลอมการท างาน (หนวยองศาเซลเซยส) ซงเปนการน าปจจยทมผลกระทบตอความรอนทสะสมในรางกายมาพจารณา

27

การตรวจวดและประเมนระดบความรอน

ปรมาณงาน หรอ ภาระงาน (Work Load) เปนพลงงานความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอใหรางกายใชปฏบตงานตางๆ ผทท างานหนกยอมมความรอนเกดขนในรางกายสงกวาผทท างานเบา และคามาตรฐานระดบความรอนไดน าปจจยนมาพจารณา โดยจ าแนกตามความหนกเบาของงานกบระดบความรอนทไดรบ

28

ความหนกเบาของงาน ความหนกเบาของงาน คอ การใชพลงงานของรางกายหรอใชก าลงงานท าให

เกดการเผาผลาญอาหารในรางกายเพอใชปฏบตงาน สามารถแบงออกเปน 3 ระดบ

งานเบา ลกษณะงานทใชแรงนอยหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการเผา ผลาญอาหารในรางกายไมเกน 200 กโลแคลอรตอชวโมง งานปานกลาง ลกษณะงานทใชแรงปานกลางหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการ เผาผลาญอาหารในรางกาย 201 ndash 350 กโลแคลอรตอชวโมง งานหนก ลกษณะงานทใชแรงมากหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการเผา ผลาญอาหารในรางกายเกน 350 กโลแคลอรตอชวโมง

29

อณหภมของรางกาย

แบงออกเปน 2 สวน

1 อณหภมแกน (Core Temperature) หมายถง อณหภมของอวยวะทอยภายในรางกาย เชน สมอง หวใจ ปอด ตบ ไต และระบบทางเดนหายใจ เปนตน

2 อณหภมทผว (Surface Temperature) หมายถง อณหภมทกลามเนอและผวหนง ซงเปนบรเวณทมการแลกเปลยนความรอนกบสงแวดลอมภายนอก เพอรกษาสมดลอณหภมของรางกายใหคงท

30

กลไกการเกดความรอนในรางกาย bull แหลงสรางความรอนในรางกาย มาจาก 2 ทาง 1 เมตาโบลซม 2 การท างานของกลามเนอ bull วธการในการขจดความรอนออกจากรางกายม 4 วธ 1 การแผรงสความรอน 60 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 2 การพาความรอน 12 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 3 การน าความรอน 3 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 4 การระเหย 22 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด

31

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

1 เมตาโบลซม (Metabolism M) bull 1 Met = Basal Metabolism Rate

bull ldquoชาย 70 กก ทพนผวหนง 18 ม2

bull หายใจ O2 03L min 1 Kcal min

32

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

2 การท างานของกลามเนอ (W) - Respiration

- Glycolysis

3 สงแวดลอม (Environment)

- Sun - Process

33

การไดรบและสญเสย ความรอน

สตรสมดลความรอน

M + W + R + C + D ndash E = + H

M = Metabolism Rate

W = ลกษณะของงาน

เบา 200 Kcal hr ลงไป

ปานกลาง 201 ndash 350 Kcal hr

หนก 350 Kcal hr ขนไป

Note H = M R C - E D (M=M+W) 34

อนตรายจากความรอนและผลกระทบตอสขภาพ

bull การมไข ( Fever )

bull ลมแดด ( Heat stroke )

bull การเปนลม ( Heat syncope)

bull การออนเพลยเนองจากความรอน ( Heat Exhaustion )

bull การขาดน า ( Dehydration )

bull ตะครวเนองจากความรอน ( Heat cramp)

35

1 ดชนทเกยวของกบการเปลยนแปลงทางสรรวทยาของผปฏบตงาน เชน WBGT P4SR

2 ดชนทเกยวของกบความพอใจของผปฏบตงาน เชน ET CET 3 ดชนทเกยวของกบการแลกเปลยนความรอน เชน HSI

การตรวจวนจฉยอนตรายจากความรอน

ดชนความเคนแหงความรอน (HEAT STRESS INDEX)

36

ความรอนสง รางกาย การระบายออกมา

YAGLOU amp MINARD WBGT

ACGIH amp NIOSH ไดใชเปนดชนมาตรฐาน ความรอนของคนงาน

ประเมนโดยใชคาอณหภม 3 ชนด คอ tnwbtna และ tg 37

WET BULB GLOBE TEMPERATURE

(WBGT)

WBGT index ใชงายและเปนดชนทใชในมาตรฐานส าหรบความเครยดจากความรอนของ ACGIH และ NIOSH การหาคา WBGT ตองทราบคาของตวแปรตาง ๆ ดงน WET BULB TEMPERATURE GLOBE TEMPERATURE DRY BULB AIR TEMPERATURE

38

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอน

39

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

1 เทอรโมมเตอรวดอณหภมของกระเปาะเปยกธรรมชาต น าปรอท มาหมดวยผากอสทกระเปาะของเทอรโมมเตอร ใหมความยาวเหนอปลายกระเปาะขนมาประมาณ 1 - 1 14 นว และหมตอยาวลงไปใหปลายของผากอสสวนนจมลงในแกว FLASK ขนาด 125 (มล) ซงมน ากลนบรรจอย

40

2 เทอรโมมเตอรวดอณหภมแบลกโกลบ

ใชวดอณหภมจากการแผรงส ทมผลตอรางกายมนษย

อปกรณนประกอบดวยลกทองแดงทรงกลมกลวง

เสนผาศนยกลาง 6 นว ภายนอกเคลอบดวยโลหะด าดาน

มเทอรโมมเตอรเสยบอยบรเวณเปลอกภายนอก

โดยปลายของเทอรโมมเตอรจะอยบรเวณตรงกลางของโกลบน

3 เทอรโมมเตอรวดอณหภมอากาศหรออณหภมกระเปาะแหง

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

41

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอชนดอานคาโดยตรง

ตองมคณลกษณะของเครองสอดคลองกบมาตรฐาน ISO 7243 หรอเทยบเทา หรอดกวา เชน DIN EN 27243 42

เทคนคและวธการตรวจวด

bull ในการตรวจวดระดบความรอนตองท าการตรวจวดในเดอนทรอนทสดของป

bull ในการเรมการตรวจวดระดบความรอน ตองท าการ set อปกรณกอนเรมท าการอานคาประมาณ 30 นาท

bull ต าแหนงทวางอปกรณกระเปาะแหงตองไมไดรบการแผรงสความรอน จากสภาพแวดลอมในการท างาน

43

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB

WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn) t1+t2+hellip +tn

44

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB ถา NWB = 25 องศาเซลเซยส GT =40 องศาเซลเซยส DB = 30 องศาเซลเซยส WBGT = 0725 + 0240 + 0130 องศาเซลเซยส = 285 องศาเซลเซยส

45

สตรการประเมนภาระงาน

ศกษาระยะเวลาการท างาน และลกษณะการท างาน ของพนกงาน เพอประเมนภาระงาน วาลกษณะงานทท าในชวง 2 ชวโมงทรอนทสดของพนกงาน เปนลกษณะงานหนก งานหนกปานกลาง หรองานเบา โดยค านวณดวยสตรตอไปน

Mเฉลย = M1t1 + M2t2 + M3t3 + + Mntn

t1 + t2 + t3 + + t n

เมอ M1 M2 hellip และ Mn คอ คาประมาณความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอสรางพลงงาน ส าหรบกจกรรมตางๆ มหนวยเปนกโลแคลอรตอชวโมงหรอกโลแคลอรตอนาท ในชวงเวลา t1 t2 tn มหนวยเปนชวโมงหรอนาท

46

คาพลงงานในการแบงระดบความหนก ndash เบา ของงาน

ความหนก - เบา พลงงาน ( กโลแคลอร ชวโมง )

งานเบา ไมเกน 200

งานปานกลาง 201 ndash 350

งานหนก เกน 350

47

ตารางแสดงมาตรฐานระดบความรอน

ความหนกเบาของงาน มาตรฐานระดบความรอน

คาเฉลยอณหภมเวทบลบโกลบ (WBGT)

ก าหนดเปนองศาเซลเซยส

เบา 34

กลาง 32

หนก 30 48

การประเมนภาระงาน (อตราการเผาผลาญอาหารเฉลยในรางกายของคนงานขณะท ากจกรรม)

03 06

20 ndash 30 เพม 08 ทกความสงทเพม 1 เมตร

นง ยน เดนบนพนราบ เดนขนทสง

กโลแคลอรนาท ทาทางการเคลอนไหวของรางกาย

49

10 เมตาโบลสมพนฐาน

02 ndash 12

07 ndash 25

10 ndash 35

10 ndash 150

04 09

10 17

15 25

35 50 70 90

ท างานดวยมอ - เบา ( เขยนหนงมอ เยบปกถกรอย) - หนก ( พมพดด นบเรยงเอกสาร ) ท างานดวยแขนขางเดยว - เบา ( กวาดพน เชดถพน ) - หนก ( ตอกตะป เลอยไม ) ท างานดวยแขน 2 ขาง - เบา (ปอนชนงาน ตะไบโลหะ งานสวน) - หนก ( ไสไม แกะสกกไม ) ท างานดวยรางกายทกสวน - เบา ( ขบรถยนต) - ปานกลาง ( ทาส ขดถพน ) -หนก ( ลาก ดง ยกของหนก) -หนกมาก ( กอสราง ขดดน )

ชวงคาพลงงาน ( กโลแคลอร นาท )

คาพลงงานเฉลย ( กโลแคลอร นาท )

กจกรรม การปฏบตงาน

50

ตวอยางกจกรรมเปรยบเทยบ

20 30

10 60

1 เดนไปเรอย ๆ 2 ใช 2 แขน(งานหนก) และใชรางกายทก

สวน (งานเบา) 3 เมตาโบลสมพนฐานของรางกาย รวม

กโลแคลอร นาท การประกอบชนงาน

51

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส)

WL = (560) + (745) +helliphellip+ (915) + (1120) 2 WL = 300 + 315 + 135 + 120 = 8702 = 435 กโลแคลอรชวโมง 2

52

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง 20 นาท (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณความหนกเบาของงาน

WL = (580) + (740) +helliphellip+ (1120) 2 WL = 400 + 280 + 120 = 8002 = 400 กโลแคลอรชวโมง 2 53

การค านวณหา WBGT เฉลย WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn)

t1+t2+hellip +tn ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณWBGT เฉลย

WBGTเฉลย = (3760)+(3545)+(3215) 60+45+15

= 356 องศาเซลเซยส

54

ตวอยางแบบบนทกขอมลการตรวจวดดชนความรอน

ลกษณะการท างาน Work load ระยะเวลา ( นาท )

WB

(degc) DB (degc)

GT (degc)

WBGT (degc)

ชอสถานประกอบกจการ

วนเดอนป ทตรวจวด

เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช

ปรบเทยบความถกตองเครองมอ

แผนก

ชอพนกงาน

55

การควบคมและปองกนอนตราย bull การใชฉนวนหมแหลงก าเนดความรอน เชน ใชฉนวนบทอน ารอน เพอลดการ

แผรงสและพาความรอน bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน bull การจดระบบระบายอากาศแบบทวไปและแบบเฉพาะท bull การแยกแหลงก าเนดความรอนออกจากบรเวณการท างาน bull การตดประกาศเตอน bull การลดเวลาท างานสมผสความรอนและเพมเวลาพก bull จดน าดมและน าเกลอแร bull การจดอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคล เปนตน

56

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การใชฉนวนหม (Insulator)

bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน (Radiation Shielding)

57

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การจดการระบายอากาศเฉพาะท (Local Exhaust Ventilation)

58

การปองกนททางผาน

bull จดท าหองพก หรอหองควบคมใหพนกงาน

bull การจายอากาศทม ความเยนเฉพาะจด ใหทตว

59

การปองกนททางผาน

bull การจดทศทางการเคลอนท

ของอากาศอยางเหมาะสม

bull อาศยการดนอากาศเยนจากดานลาง เพอไลอากาศรอนสดานบน

60

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาการท างานทสมผสความรอน

bull ใชอปกรณชวยผอนแรง เพอชวยลดคาพลงงานความรอน

61

การปองกนทตวบคคล

bull ใชอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคลเพอปองกนความรอนทตองสมผส

bull จดท าปายเตอน

bull การจดสวสดการในเรอง น าดม-เกลอแร ทช าระลางรางกาย ทนงพก

62

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

เสยง (Sound) คอ พลงงานรปหนงทเกดจากการสนสะเทอนของโมเลกลของอากาศ ท าใหเกดการอดและขยายสลบกนของโมเลกลอากาศ ความดนบรรยากาศจงเกดการเปลยนแปลงตามการเคลอนทของโมเลกลอากาศ เรยกวา คลนเสยง

เสยงดง (noise) หมายถง เสยงซงไมเปนทตองการของคนเพราะท าใหเกดการรบกวนการรบรเสยงทตองการ หรอความเงยบ และเปนเสยงทเปนอนตรายตอการไดยน

เดซเบลเอ ( dBA) เปนหนวยวดความดงเสยงทใกลเคยงกบการตอบสนองตอเสยงของหมนษย

TWA time weighted average เปนคาเฉลยระดบความดงเสยงตลอดระยะเวลาการสมผสเสยง

63

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

4ขนตอนการประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขนตอนท 1 เตรยมการเพอตรวจวดและเกบตวอยาง

bull ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

bull ขนตอนท 3 การวเคราะหและแปลผล เพอเปรยบเทยบกบมาตรฐาน

ความปลอดภยในการท างาน หรอขอมลเดมทมอย

bull ขนตอนท 4 การประเมนการสมผสซ า

16

ขนตอนท 1 เตรยมการเพอตรวจวดและเกบตวอยาง

bull การศกษาคนควาขอมล หรอการทบทวนปญหา

bull การเตรยมและศกษาขอมลดานระบาดวทยาของผปฏบตงาน

bull การเตรยมอปกรณและเครองมอเพอการส ารวจ

bull การวางแผนการตรวจวดและการเกบตวอยางในสงแวดลอมการท างานใหเหมาะสม

bull การเตรยมการดานอน เชน เวลา บคลากร คาใชจาย เปนตน

17

ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

bull ก าหนดวตถประสงคการประเมนการสมผสเปนการประเมนการสมผสเพอ - เปนขอมลพนฐาน - หาแหลงก าเนดมลพษ - เปนไปตามกฎหมาย bull วธการประเมนการสมผส ม 2 วธ - การตรวจวดทตวบคคล - การตรวจวดแบบพนท

18

ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

สงทตองด าเนนการในการตรวจวดและเกบตวอยาง 1 ก าหนดวตถประสงคการตรวจวดและเกบตวอยาง 2 เตรยมความพรอมของเครองมอและผใชเครองมอ

3 การเปรยบเทยบความถกตองของเครองมอตรวจวด

4 จดเตรยมแบบฟอรมส ารวจและแบบบนทกขอมล 5 ท าความเขาใจกบผปฏบตงานในแผนกบรเวณการท างาน หรอ บคคลทตองการ

ตรวจวด เพอใหเกดความรวมมอในการประเมนการสมผสทถกตอง 6 ท าการตรวจวดในสภาพแวดลอมการท างานทไดมการก าหนดไวตามวตถประสงค

19

ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

สงทตองด าเนนการในการตรวจวดและเกบตวอยาง 7 ขณะท าการตรวจวดใหสงเกตการท างานของเครองมออปกรณทใชในการตรวจวด

วา สามารถท างานไดปกต 8 บนทกปจจยสภาพแวดลอมการท างานทเกดขนระหวางตรวจวด

9 อานคาจากเครองมอ บนทกขอมล หรอจดเกบตวอยางอยางถกตองเพอน าสงวเคราะหในหองปฏบตการ หรอน าผลการตรวจตางๆ มาค านวณหาคาเฉลยตามหลกเกณฑทไดมการก าหนดไว

20

ขนตอนท 3 การวเคราะหและแปลผล เพอเปรยบเทยบกบมาตรฐาน ความปลอดภยในการท างาน หรอขอมลเดมทมอย

ประโยชนของผลการตรวจวดสภาพแวดลอมในการท างาน bull เปรยบเทยบกบเกณฑมาตรฐานความปลอดภยในการท างาน

bull เปรยบเทยบผลทไดกบขอมลเดมทมอย

bull เปรยบเทยบผลทไดกบผลการตรวจสขภาพของพนกงาน

21

ขนตอนท 4 การประเมนการสมผสซ า

แนวทางการด าเนนการ 1 ควรมการประเมนการสมผสซ าตามระยะเวลาทก าหนด bull ปละครงตามกฎหมาย bull ต ากวา 25 ของคามาตรฐาน ทก 64 สปดาห bull 25-50 ของคามาตรฐาน ทก 32 สปดาห bull มากกวา 50-100 ของคามาตรฐาน ทก 16 สปดาห 2 การประเมนแบบพเศษ เชน การรองเรยนของคนงาน มการเปลยนกระบวนการผลต

และตอบสนองกฎหมายใหม เปนตน 22

6 การจดท ารายงาน ขอมลสรปจากสถานทท างาน 1 รายละเอยดกระบวนการผลต อาจบรรยายโดยใชแผนภมแสดงบรเวณการผลต แสดงแหลงก าเนด

สารเคม เสยงดง บรเวณทมรงส หรอการระบายอากาศ เปนตน 2 ลกษณะงานและรายละเอยดของงาน 3 การจดกลมคนงานทมลกษณะการท างานทคลายกน (Similar Exposure Group) 4 รายละเอยดสารเคมทใช วธการสมผสสาร และผลตอสขภาพ 5 การเฝาระวงทางสงแวดลอม การประเมนการสมผสสาร การเกบตวอยาง ผลการวเคราะหและ

สรปในแตละครง การตรวจวดแบบพเศษหรอการตรวจวดสารทางชวภาพจากรางกายของคนงาน ควรมการบนทกเรองการสมผสสารทไมใชจากงานทท าดวย

23

6 การจดท ารายงาน รายงานการประเมนการสมผส ควรประกอบดวย bull แผนการด าเนนงาน การประเมนการสมผสสาร ผลทได ขอเสนอแนะ และแนวทาง

การเฝาระวง bull วตถประสงคในการประเมนการสมผสตองชดเจน bull เกณฑการประเมนการสมผสสาร ( TLVs PELs คามาตรฐานอน ) bull ผลตอสขภาพของสารเคมแตละชนด bull วธการตรวจวด การวเคราะหทางสถต และการควบคมคณภาพของการวเคราะห bull การอภปรายผลการตรวจวด bull ขอเสนอแนะทชดเจน สามารถน ามาปฏบตได และควรมการตดตามผล

24

ความรอน (Heat) คอ พลงงานรปแบบหนงทท าใหมนษย รบรโดยประสาทสมผส เปนพลงงานจลนของโมเลกลของวตถ เมอวตถไดรบความรอนเพมขน โมเลกลกจะเคลอนไหวได

อณหภม (Temperature) คอระดบความรอนทมอยในวตถ เปนคณสมบต ประจ าตวของวตถนน ๆ (oC oF)

การตรวจวดและประเมนระดบความรอนและการฝกปฏบต

25

การตรวจวดและประเมนระดบความรอนและการฝกปฏบต ปรมาณความรอน (Quantity of Heat) คอ จ านวนความรอนทถกถายเทจาก

วตถหนงไปอกวตถหนง หนวยทใช

1) Kcal = Q น า 1 กก T สง 1 oC 2) BTU = Q น า 1 ปอนด T สง 1 oF 1Kcal = 3968 BTU

26

การตรวจวดและประเมนระดบความรอน

ระดบความรอน คอ อณหภมเวตบลบโกลบในบรเวณทลกจางท างาน ตรวจวด โดยเฉลยในเวลาชวง 2 ชวโมงทมอณหภมเวตบลบโกลบสงสดของการท างานปกต

อณหภมเวตบลบโกลบ (WBGT) เปนดชนวดสภาพความรอนในสงแวดลอมการท างาน (หนวยองศาเซลเซยส) ซงเปนการน าปจจยทมผลกระทบตอความรอนทสะสมในรางกายมาพจารณา

27

การตรวจวดและประเมนระดบความรอน

ปรมาณงาน หรอ ภาระงาน (Work Load) เปนพลงงานความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอใหรางกายใชปฏบตงานตางๆ ผทท างานหนกยอมมความรอนเกดขนในรางกายสงกวาผทท างานเบา และคามาตรฐานระดบความรอนไดน าปจจยนมาพจารณา โดยจ าแนกตามความหนกเบาของงานกบระดบความรอนทไดรบ

28

ความหนกเบาของงาน ความหนกเบาของงาน คอ การใชพลงงานของรางกายหรอใชก าลงงานท าให

เกดการเผาผลาญอาหารในรางกายเพอใชปฏบตงาน สามารถแบงออกเปน 3 ระดบ

งานเบา ลกษณะงานทใชแรงนอยหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการเผา ผลาญอาหารในรางกายไมเกน 200 กโลแคลอรตอชวโมง งานปานกลาง ลกษณะงานทใชแรงปานกลางหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการ เผาผลาญอาหารในรางกาย 201 ndash 350 กโลแคลอรตอชวโมง งานหนก ลกษณะงานทใชแรงมากหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการเผา ผลาญอาหารในรางกายเกน 350 กโลแคลอรตอชวโมง

29

อณหภมของรางกาย

แบงออกเปน 2 สวน

1 อณหภมแกน (Core Temperature) หมายถง อณหภมของอวยวะทอยภายในรางกาย เชน สมอง หวใจ ปอด ตบ ไต และระบบทางเดนหายใจ เปนตน

2 อณหภมทผว (Surface Temperature) หมายถง อณหภมทกลามเนอและผวหนง ซงเปนบรเวณทมการแลกเปลยนความรอนกบสงแวดลอมภายนอก เพอรกษาสมดลอณหภมของรางกายใหคงท

30

กลไกการเกดความรอนในรางกาย bull แหลงสรางความรอนในรางกาย มาจาก 2 ทาง 1 เมตาโบลซม 2 การท างานของกลามเนอ bull วธการในการขจดความรอนออกจากรางกายม 4 วธ 1 การแผรงสความรอน 60 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 2 การพาความรอน 12 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 3 การน าความรอน 3 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 4 การระเหย 22 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด

31

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

1 เมตาโบลซม (Metabolism M) bull 1 Met = Basal Metabolism Rate

bull ldquoชาย 70 กก ทพนผวหนง 18 ม2

bull หายใจ O2 03L min 1 Kcal min

32

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

2 การท างานของกลามเนอ (W) - Respiration

- Glycolysis

3 สงแวดลอม (Environment)

- Sun - Process

33

การไดรบและสญเสย ความรอน

สตรสมดลความรอน

M + W + R + C + D ndash E = + H

M = Metabolism Rate

W = ลกษณะของงาน

เบา 200 Kcal hr ลงไป

ปานกลาง 201 ndash 350 Kcal hr

หนก 350 Kcal hr ขนไป

Note H = M R C - E D (M=M+W) 34

อนตรายจากความรอนและผลกระทบตอสขภาพ

bull การมไข ( Fever )

bull ลมแดด ( Heat stroke )

bull การเปนลม ( Heat syncope)

bull การออนเพลยเนองจากความรอน ( Heat Exhaustion )

bull การขาดน า ( Dehydration )

bull ตะครวเนองจากความรอน ( Heat cramp)

35

1 ดชนทเกยวของกบการเปลยนแปลงทางสรรวทยาของผปฏบตงาน เชน WBGT P4SR

2 ดชนทเกยวของกบความพอใจของผปฏบตงาน เชน ET CET 3 ดชนทเกยวของกบการแลกเปลยนความรอน เชน HSI

การตรวจวนจฉยอนตรายจากความรอน

ดชนความเคนแหงความรอน (HEAT STRESS INDEX)

36

ความรอนสง รางกาย การระบายออกมา

YAGLOU amp MINARD WBGT

ACGIH amp NIOSH ไดใชเปนดชนมาตรฐาน ความรอนของคนงาน

ประเมนโดยใชคาอณหภม 3 ชนด คอ tnwbtna และ tg 37

WET BULB GLOBE TEMPERATURE

(WBGT)

WBGT index ใชงายและเปนดชนทใชในมาตรฐานส าหรบความเครยดจากความรอนของ ACGIH และ NIOSH การหาคา WBGT ตองทราบคาของตวแปรตาง ๆ ดงน WET BULB TEMPERATURE GLOBE TEMPERATURE DRY BULB AIR TEMPERATURE

38

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอน

39

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

1 เทอรโมมเตอรวดอณหภมของกระเปาะเปยกธรรมชาต น าปรอท มาหมดวยผากอสทกระเปาะของเทอรโมมเตอร ใหมความยาวเหนอปลายกระเปาะขนมาประมาณ 1 - 1 14 นว และหมตอยาวลงไปใหปลายของผากอสสวนนจมลงในแกว FLASK ขนาด 125 (มล) ซงมน ากลนบรรจอย

40

2 เทอรโมมเตอรวดอณหภมแบลกโกลบ

ใชวดอณหภมจากการแผรงส ทมผลตอรางกายมนษย

อปกรณนประกอบดวยลกทองแดงทรงกลมกลวง

เสนผาศนยกลาง 6 นว ภายนอกเคลอบดวยโลหะด าดาน

มเทอรโมมเตอรเสยบอยบรเวณเปลอกภายนอก

โดยปลายของเทอรโมมเตอรจะอยบรเวณตรงกลางของโกลบน

3 เทอรโมมเตอรวดอณหภมอากาศหรออณหภมกระเปาะแหง

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

41

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอชนดอานคาโดยตรง

ตองมคณลกษณะของเครองสอดคลองกบมาตรฐาน ISO 7243 หรอเทยบเทา หรอดกวา เชน DIN EN 27243 42

เทคนคและวธการตรวจวด

bull ในการตรวจวดระดบความรอนตองท าการตรวจวดในเดอนทรอนทสดของป

bull ในการเรมการตรวจวดระดบความรอน ตองท าการ set อปกรณกอนเรมท าการอานคาประมาณ 30 นาท

bull ต าแหนงทวางอปกรณกระเปาะแหงตองไมไดรบการแผรงสความรอน จากสภาพแวดลอมในการท างาน

43

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB

WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn) t1+t2+hellip +tn

44

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB ถา NWB = 25 องศาเซลเซยส GT =40 องศาเซลเซยส DB = 30 องศาเซลเซยส WBGT = 0725 + 0240 + 0130 องศาเซลเซยส = 285 องศาเซลเซยส

45

สตรการประเมนภาระงาน

ศกษาระยะเวลาการท างาน และลกษณะการท างาน ของพนกงาน เพอประเมนภาระงาน วาลกษณะงานทท าในชวง 2 ชวโมงทรอนทสดของพนกงาน เปนลกษณะงานหนก งานหนกปานกลาง หรองานเบา โดยค านวณดวยสตรตอไปน

Mเฉลย = M1t1 + M2t2 + M3t3 + + Mntn

t1 + t2 + t3 + + t n

เมอ M1 M2 hellip และ Mn คอ คาประมาณความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอสรางพลงงาน ส าหรบกจกรรมตางๆ มหนวยเปนกโลแคลอรตอชวโมงหรอกโลแคลอรตอนาท ในชวงเวลา t1 t2 tn มหนวยเปนชวโมงหรอนาท

46

คาพลงงานในการแบงระดบความหนก ndash เบา ของงาน

ความหนก - เบา พลงงาน ( กโลแคลอร ชวโมง )

งานเบา ไมเกน 200

งานปานกลาง 201 ndash 350

งานหนก เกน 350

47

ตารางแสดงมาตรฐานระดบความรอน

ความหนกเบาของงาน มาตรฐานระดบความรอน

คาเฉลยอณหภมเวทบลบโกลบ (WBGT)

ก าหนดเปนองศาเซลเซยส

เบา 34

กลาง 32

หนก 30 48

การประเมนภาระงาน (อตราการเผาผลาญอาหารเฉลยในรางกายของคนงานขณะท ากจกรรม)

03 06

20 ndash 30 เพม 08 ทกความสงทเพม 1 เมตร

นง ยน เดนบนพนราบ เดนขนทสง

กโลแคลอรนาท ทาทางการเคลอนไหวของรางกาย

49

10 เมตาโบลสมพนฐาน

02 ndash 12

07 ndash 25

10 ndash 35

10 ndash 150

04 09

10 17

15 25

35 50 70 90

ท างานดวยมอ - เบา ( เขยนหนงมอ เยบปกถกรอย) - หนก ( พมพดด นบเรยงเอกสาร ) ท างานดวยแขนขางเดยว - เบา ( กวาดพน เชดถพน ) - หนก ( ตอกตะป เลอยไม ) ท างานดวยแขน 2 ขาง - เบา (ปอนชนงาน ตะไบโลหะ งานสวน) - หนก ( ไสไม แกะสกกไม ) ท างานดวยรางกายทกสวน - เบา ( ขบรถยนต) - ปานกลาง ( ทาส ขดถพน ) -หนก ( ลาก ดง ยกของหนก) -หนกมาก ( กอสราง ขดดน )

ชวงคาพลงงาน ( กโลแคลอร นาท )

คาพลงงานเฉลย ( กโลแคลอร นาท )

กจกรรม การปฏบตงาน

50

ตวอยางกจกรรมเปรยบเทยบ

20 30

10 60

1 เดนไปเรอย ๆ 2 ใช 2 แขน(งานหนก) และใชรางกายทก

สวน (งานเบา) 3 เมตาโบลสมพนฐานของรางกาย รวม

กโลแคลอร นาท การประกอบชนงาน

51

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส)

WL = (560) + (745) +helliphellip+ (915) + (1120) 2 WL = 300 + 315 + 135 + 120 = 8702 = 435 กโลแคลอรชวโมง 2

52

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง 20 นาท (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณความหนกเบาของงาน

WL = (580) + (740) +helliphellip+ (1120) 2 WL = 400 + 280 + 120 = 8002 = 400 กโลแคลอรชวโมง 2 53

การค านวณหา WBGT เฉลย WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn)

t1+t2+hellip +tn ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณWBGT เฉลย

WBGTเฉลย = (3760)+(3545)+(3215) 60+45+15

= 356 องศาเซลเซยส

54

ตวอยางแบบบนทกขอมลการตรวจวดดชนความรอน

ลกษณะการท างาน Work load ระยะเวลา ( นาท )

WB

(degc) DB (degc)

GT (degc)

WBGT (degc)

ชอสถานประกอบกจการ

วนเดอนป ทตรวจวด

เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช

ปรบเทยบความถกตองเครองมอ

แผนก

ชอพนกงาน

55

การควบคมและปองกนอนตราย bull การใชฉนวนหมแหลงก าเนดความรอน เชน ใชฉนวนบทอน ารอน เพอลดการ

แผรงสและพาความรอน bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน bull การจดระบบระบายอากาศแบบทวไปและแบบเฉพาะท bull การแยกแหลงก าเนดความรอนออกจากบรเวณการท างาน bull การตดประกาศเตอน bull การลดเวลาท างานสมผสความรอนและเพมเวลาพก bull จดน าดมและน าเกลอแร bull การจดอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคล เปนตน

56

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การใชฉนวนหม (Insulator)

bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน (Radiation Shielding)

57

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การจดการระบายอากาศเฉพาะท (Local Exhaust Ventilation)

58

การปองกนททางผาน

bull จดท าหองพก หรอหองควบคมใหพนกงาน

bull การจายอากาศทม ความเยนเฉพาะจด ใหทตว

59

การปองกนททางผาน

bull การจดทศทางการเคลอนท

ของอากาศอยางเหมาะสม

bull อาศยการดนอากาศเยนจากดานลาง เพอไลอากาศรอนสดานบน

60

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาการท างานทสมผสความรอน

bull ใชอปกรณชวยผอนแรง เพอชวยลดคาพลงงานความรอน

61

การปองกนทตวบคคล

bull ใชอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคลเพอปองกนความรอนทตองสมผส

bull จดท าปายเตอน

bull การจดสวสดการในเรอง น าดม-เกลอแร ทช าระลางรางกาย ทนงพก

62

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

เสยง (Sound) คอ พลงงานรปหนงทเกดจากการสนสะเทอนของโมเลกลของอากาศ ท าใหเกดการอดและขยายสลบกนของโมเลกลอากาศ ความดนบรรยากาศจงเกดการเปลยนแปลงตามการเคลอนทของโมเลกลอากาศ เรยกวา คลนเสยง

เสยงดง (noise) หมายถง เสยงซงไมเปนทตองการของคนเพราะท าใหเกดการรบกวนการรบรเสยงทตองการ หรอความเงยบ และเปนเสยงทเปนอนตรายตอการไดยน

เดซเบลเอ ( dBA) เปนหนวยวดความดงเสยงทใกลเคยงกบการตอบสนองตอเสยงของหมนษย

TWA time weighted average เปนคาเฉลยระดบความดงเสยงตลอดระยะเวลาการสมผสเสยง

63

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

ขนตอนท 1 เตรยมการเพอตรวจวดและเกบตวอยาง

bull การศกษาคนควาขอมล หรอการทบทวนปญหา

bull การเตรยมและศกษาขอมลดานระบาดวทยาของผปฏบตงาน

bull การเตรยมอปกรณและเครองมอเพอการส ารวจ

bull การวางแผนการตรวจวดและการเกบตวอยางในสงแวดลอมการท างานใหเหมาะสม

bull การเตรยมการดานอน เชน เวลา บคลากร คาใชจาย เปนตน

17

ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

bull ก าหนดวตถประสงคการประเมนการสมผสเปนการประเมนการสมผสเพอ - เปนขอมลพนฐาน - หาแหลงก าเนดมลพษ - เปนไปตามกฎหมาย bull วธการประเมนการสมผส ม 2 วธ - การตรวจวดทตวบคคล - การตรวจวดแบบพนท

18

ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

สงทตองด าเนนการในการตรวจวดและเกบตวอยาง 1 ก าหนดวตถประสงคการตรวจวดและเกบตวอยาง 2 เตรยมความพรอมของเครองมอและผใชเครองมอ

3 การเปรยบเทยบความถกตองของเครองมอตรวจวด

4 จดเตรยมแบบฟอรมส ารวจและแบบบนทกขอมล 5 ท าความเขาใจกบผปฏบตงานในแผนกบรเวณการท างาน หรอ บคคลทตองการ

ตรวจวด เพอใหเกดความรวมมอในการประเมนการสมผสทถกตอง 6 ท าการตรวจวดในสภาพแวดลอมการท างานทไดมการก าหนดไวตามวตถประสงค

19

ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

สงทตองด าเนนการในการตรวจวดและเกบตวอยาง 7 ขณะท าการตรวจวดใหสงเกตการท างานของเครองมออปกรณทใชในการตรวจวด

วา สามารถท างานไดปกต 8 บนทกปจจยสภาพแวดลอมการท างานทเกดขนระหวางตรวจวด

9 อานคาจากเครองมอ บนทกขอมล หรอจดเกบตวอยางอยางถกตองเพอน าสงวเคราะหในหองปฏบตการ หรอน าผลการตรวจตางๆ มาค านวณหาคาเฉลยตามหลกเกณฑทไดมการก าหนดไว

20

ขนตอนท 3 การวเคราะหและแปลผล เพอเปรยบเทยบกบมาตรฐาน ความปลอดภยในการท างาน หรอขอมลเดมทมอย

ประโยชนของผลการตรวจวดสภาพแวดลอมในการท างาน bull เปรยบเทยบกบเกณฑมาตรฐานความปลอดภยในการท างาน

bull เปรยบเทยบผลทไดกบขอมลเดมทมอย

bull เปรยบเทยบผลทไดกบผลการตรวจสขภาพของพนกงาน

21

ขนตอนท 4 การประเมนการสมผสซ า

แนวทางการด าเนนการ 1 ควรมการประเมนการสมผสซ าตามระยะเวลาทก าหนด bull ปละครงตามกฎหมาย bull ต ากวา 25 ของคามาตรฐาน ทก 64 สปดาห bull 25-50 ของคามาตรฐาน ทก 32 สปดาห bull มากกวา 50-100 ของคามาตรฐาน ทก 16 สปดาห 2 การประเมนแบบพเศษ เชน การรองเรยนของคนงาน มการเปลยนกระบวนการผลต

และตอบสนองกฎหมายใหม เปนตน 22

6 การจดท ารายงาน ขอมลสรปจากสถานทท างาน 1 รายละเอยดกระบวนการผลต อาจบรรยายโดยใชแผนภมแสดงบรเวณการผลต แสดงแหลงก าเนด

สารเคม เสยงดง บรเวณทมรงส หรอการระบายอากาศ เปนตน 2 ลกษณะงานและรายละเอยดของงาน 3 การจดกลมคนงานทมลกษณะการท างานทคลายกน (Similar Exposure Group) 4 รายละเอยดสารเคมทใช วธการสมผสสาร และผลตอสขภาพ 5 การเฝาระวงทางสงแวดลอม การประเมนการสมผสสาร การเกบตวอยาง ผลการวเคราะหและ

สรปในแตละครง การตรวจวดแบบพเศษหรอการตรวจวดสารทางชวภาพจากรางกายของคนงาน ควรมการบนทกเรองการสมผสสารทไมใชจากงานทท าดวย

23

6 การจดท ารายงาน รายงานการประเมนการสมผส ควรประกอบดวย bull แผนการด าเนนงาน การประเมนการสมผสสาร ผลทได ขอเสนอแนะ และแนวทาง

การเฝาระวง bull วตถประสงคในการประเมนการสมผสตองชดเจน bull เกณฑการประเมนการสมผสสาร ( TLVs PELs คามาตรฐานอน ) bull ผลตอสขภาพของสารเคมแตละชนด bull วธการตรวจวด การวเคราะหทางสถต และการควบคมคณภาพของการวเคราะห bull การอภปรายผลการตรวจวด bull ขอเสนอแนะทชดเจน สามารถน ามาปฏบตได และควรมการตดตามผล

24

ความรอน (Heat) คอ พลงงานรปแบบหนงทท าใหมนษย รบรโดยประสาทสมผส เปนพลงงานจลนของโมเลกลของวตถ เมอวตถไดรบความรอนเพมขน โมเลกลกจะเคลอนไหวได

อณหภม (Temperature) คอระดบความรอนทมอยในวตถ เปนคณสมบต ประจ าตวของวตถนน ๆ (oC oF)

การตรวจวดและประเมนระดบความรอนและการฝกปฏบต

25

การตรวจวดและประเมนระดบความรอนและการฝกปฏบต ปรมาณความรอน (Quantity of Heat) คอ จ านวนความรอนทถกถายเทจาก

วตถหนงไปอกวตถหนง หนวยทใช

1) Kcal = Q น า 1 กก T สง 1 oC 2) BTU = Q น า 1 ปอนด T สง 1 oF 1Kcal = 3968 BTU

26

การตรวจวดและประเมนระดบความรอน

ระดบความรอน คอ อณหภมเวตบลบโกลบในบรเวณทลกจางท างาน ตรวจวด โดยเฉลยในเวลาชวง 2 ชวโมงทมอณหภมเวตบลบโกลบสงสดของการท างานปกต

อณหภมเวตบลบโกลบ (WBGT) เปนดชนวดสภาพความรอนในสงแวดลอมการท างาน (หนวยองศาเซลเซยส) ซงเปนการน าปจจยทมผลกระทบตอความรอนทสะสมในรางกายมาพจารณา

27

การตรวจวดและประเมนระดบความรอน

ปรมาณงาน หรอ ภาระงาน (Work Load) เปนพลงงานความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอใหรางกายใชปฏบตงานตางๆ ผทท างานหนกยอมมความรอนเกดขนในรางกายสงกวาผทท างานเบา และคามาตรฐานระดบความรอนไดน าปจจยนมาพจารณา โดยจ าแนกตามความหนกเบาของงานกบระดบความรอนทไดรบ

28

ความหนกเบาของงาน ความหนกเบาของงาน คอ การใชพลงงานของรางกายหรอใชก าลงงานท าให

เกดการเผาผลาญอาหารในรางกายเพอใชปฏบตงาน สามารถแบงออกเปน 3 ระดบ

งานเบา ลกษณะงานทใชแรงนอยหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการเผา ผลาญอาหารในรางกายไมเกน 200 กโลแคลอรตอชวโมง งานปานกลาง ลกษณะงานทใชแรงปานกลางหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการ เผาผลาญอาหารในรางกาย 201 ndash 350 กโลแคลอรตอชวโมง งานหนก ลกษณะงานทใชแรงมากหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการเผา ผลาญอาหารในรางกายเกน 350 กโลแคลอรตอชวโมง

29

อณหภมของรางกาย

แบงออกเปน 2 สวน

1 อณหภมแกน (Core Temperature) หมายถง อณหภมของอวยวะทอยภายในรางกาย เชน สมอง หวใจ ปอด ตบ ไต และระบบทางเดนหายใจ เปนตน

2 อณหภมทผว (Surface Temperature) หมายถง อณหภมทกลามเนอและผวหนง ซงเปนบรเวณทมการแลกเปลยนความรอนกบสงแวดลอมภายนอก เพอรกษาสมดลอณหภมของรางกายใหคงท

30

กลไกการเกดความรอนในรางกาย bull แหลงสรางความรอนในรางกาย มาจาก 2 ทาง 1 เมตาโบลซม 2 การท างานของกลามเนอ bull วธการในการขจดความรอนออกจากรางกายม 4 วธ 1 การแผรงสความรอน 60 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 2 การพาความรอน 12 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 3 การน าความรอน 3 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 4 การระเหย 22 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด

31

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

1 เมตาโบลซม (Metabolism M) bull 1 Met = Basal Metabolism Rate

bull ldquoชาย 70 กก ทพนผวหนง 18 ม2

bull หายใจ O2 03L min 1 Kcal min

32

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

2 การท างานของกลามเนอ (W) - Respiration

- Glycolysis

3 สงแวดลอม (Environment)

- Sun - Process

33

การไดรบและสญเสย ความรอน

สตรสมดลความรอน

M + W + R + C + D ndash E = + H

M = Metabolism Rate

W = ลกษณะของงาน

เบา 200 Kcal hr ลงไป

ปานกลาง 201 ndash 350 Kcal hr

หนก 350 Kcal hr ขนไป

Note H = M R C - E D (M=M+W) 34

อนตรายจากความรอนและผลกระทบตอสขภาพ

bull การมไข ( Fever )

bull ลมแดด ( Heat stroke )

bull การเปนลม ( Heat syncope)

bull การออนเพลยเนองจากความรอน ( Heat Exhaustion )

bull การขาดน า ( Dehydration )

bull ตะครวเนองจากความรอน ( Heat cramp)

35

1 ดชนทเกยวของกบการเปลยนแปลงทางสรรวทยาของผปฏบตงาน เชน WBGT P4SR

2 ดชนทเกยวของกบความพอใจของผปฏบตงาน เชน ET CET 3 ดชนทเกยวของกบการแลกเปลยนความรอน เชน HSI

การตรวจวนจฉยอนตรายจากความรอน

ดชนความเคนแหงความรอน (HEAT STRESS INDEX)

36

ความรอนสง รางกาย การระบายออกมา

YAGLOU amp MINARD WBGT

ACGIH amp NIOSH ไดใชเปนดชนมาตรฐาน ความรอนของคนงาน

ประเมนโดยใชคาอณหภม 3 ชนด คอ tnwbtna และ tg 37

WET BULB GLOBE TEMPERATURE

(WBGT)

WBGT index ใชงายและเปนดชนทใชในมาตรฐานส าหรบความเครยดจากความรอนของ ACGIH และ NIOSH การหาคา WBGT ตองทราบคาของตวแปรตาง ๆ ดงน WET BULB TEMPERATURE GLOBE TEMPERATURE DRY BULB AIR TEMPERATURE

38

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอน

39

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

1 เทอรโมมเตอรวดอณหภมของกระเปาะเปยกธรรมชาต น าปรอท มาหมดวยผากอสทกระเปาะของเทอรโมมเตอร ใหมความยาวเหนอปลายกระเปาะขนมาประมาณ 1 - 1 14 นว และหมตอยาวลงไปใหปลายของผากอสสวนนจมลงในแกว FLASK ขนาด 125 (มล) ซงมน ากลนบรรจอย

40

2 เทอรโมมเตอรวดอณหภมแบลกโกลบ

ใชวดอณหภมจากการแผรงส ทมผลตอรางกายมนษย

อปกรณนประกอบดวยลกทองแดงทรงกลมกลวง

เสนผาศนยกลาง 6 นว ภายนอกเคลอบดวยโลหะด าดาน

มเทอรโมมเตอรเสยบอยบรเวณเปลอกภายนอก

โดยปลายของเทอรโมมเตอรจะอยบรเวณตรงกลางของโกลบน

3 เทอรโมมเตอรวดอณหภมอากาศหรออณหภมกระเปาะแหง

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

41

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอชนดอานคาโดยตรง

ตองมคณลกษณะของเครองสอดคลองกบมาตรฐาน ISO 7243 หรอเทยบเทา หรอดกวา เชน DIN EN 27243 42

เทคนคและวธการตรวจวด

bull ในการตรวจวดระดบความรอนตองท าการตรวจวดในเดอนทรอนทสดของป

bull ในการเรมการตรวจวดระดบความรอน ตองท าการ set อปกรณกอนเรมท าการอานคาประมาณ 30 นาท

bull ต าแหนงทวางอปกรณกระเปาะแหงตองไมไดรบการแผรงสความรอน จากสภาพแวดลอมในการท างาน

43

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB

WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn) t1+t2+hellip +tn

44

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB ถา NWB = 25 องศาเซลเซยส GT =40 องศาเซลเซยส DB = 30 องศาเซลเซยส WBGT = 0725 + 0240 + 0130 องศาเซลเซยส = 285 องศาเซลเซยส

45

สตรการประเมนภาระงาน

ศกษาระยะเวลาการท างาน และลกษณะการท างาน ของพนกงาน เพอประเมนภาระงาน วาลกษณะงานทท าในชวง 2 ชวโมงทรอนทสดของพนกงาน เปนลกษณะงานหนก งานหนกปานกลาง หรองานเบา โดยค านวณดวยสตรตอไปน

Mเฉลย = M1t1 + M2t2 + M3t3 + + Mntn

t1 + t2 + t3 + + t n

เมอ M1 M2 hellip และ Mn คอ คาประมาณความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอสรางพลงงาน ส าหรบกจกรรมตางๆ มหนวยเปนกโลแคลอรตอชวโมงหรอกโลแคลอรตอนาท ในชวงเวลา t1 t2 tn มหนวยเปนชวโมงหรอนาท

46

คาพลงงานในการแบงระดบความหนก ndash เบา ของงาน

ความหนก - เบา พลงงาน ( กโลแคลอร ชวโมง )

งานเบา ไมเกน 200

งานปานกลาง 201 ndash 350

งานหนก เกน 350

47

ตารางแสดงมาตรฐานระดบความรอน

ความหนกเบาของงาน มาตรฐานระดบความรอน

คาเฉลยอณหภมเวทบลบโกลบ (WBGT)

ก าหนดเปนองศาเซลเซยส

เบา 34

กลาง 32

หนก 30 48

การประเมนภาระงาน (อตราการเผาผลาญอาหารเฉลยในรางกายของคนงานขณะท ากจกรรม)

03 06

20 ndash 30 เพม 08 ทกความสงทเพม 1 เมตร

นง ยน เดนบนพนราบ เดนขนทสง

กโลแคลอรนาท ทาทางการเคลอนไหวของรางกาย

49

10 เมตาโบลสมพนฐาน

02 ndash 12

07 ndash 25

10 ndash 35

10 ndash 150

04 09

10 17

15 25

35 50 70 90

ท างานดวยมอ - เบา ( เขยนหนงมอ เยบปกถกรอย) - หนก ( พมพดด นบเรยงเอกสาร ) ท างานดวยแขนขางเดยว - เบา ( กวาดพน เชดถพน ) - หนก ( ตอกตะป เลอยไม ) ท างานดวยแขน 2 ขาง - เบา (ปอนชนงาน ตะไบโลหะ งานสวน) - หนก ( ไสไม แกะสกกไม ) ท างานดวยรางกายทกสวน - เบา ( ขบรถยนต) - ปานกลาง ( ทาส ขดถพน ) -หนก ( ลาก ดง ยกของหนก) -หนกมาก ( กอสราง ขดดน )

ชวงคาพลงงาน ( กโลแคลอร นาท )

คาพลงงานเฉลย ( กโลแคลอร นาท )

กจกรรม การปฏบตงาน

50

ตวอยางกจกรรมเปรยบเทยบ

20 30

10 60

1 เดนไปเรอย ๆ 2 ใช 2 แขน(งานหนก) และใชรางกายทก

สวน (งานเบา) 3 เมตาโบลสมพนฐานของรางกาย รวม

กโลแคลอร นาท การประกอบชนงาน

51

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส)

WL = (560) + (745) +helliphellip+ (915) + (1120) 2 WL = 300 + 315 + 135 + 120 = 8702 = 435 กโลแคลอรชวโมง 2

52

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง 20 นาท (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณความหนกเบาของงาน

WL = (580) + (740) +helliphellip+ (1120) 2 WL = 400 + 280 + 120 = 8002 = 400 กโลแคลอรชวโมง 2 53

การค านวณหา WBGT เฉลย WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn)

t1+t2+hellip +tn ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณWBGT เฉลย

WBGTเฉลย = (3760)+(3545)+(3215) 60+45+15

= 356 องศาเซลเซยส

54

ตวอยางแบบบนทกขอมลการตรวจวดดชนความรอน

ลกษณะการท างาน Work load ระยะเวลา ( นาท )

WB

(degc) DB (degc)

GT (degc)

WBGT (degc)

ชอสถานประกอบกจการ

วนเดอนป ทตรวจวด

เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช

ปรบเทยบความถกตองเครองมอ

แผนก

ชอพนกงาน

55

การควบคมและปองกนอนตราย bull การใชฉนวนหมแหลงก าเนดความรอน เชน ใชฉนวนบทอน ารอน เพอลดการ

แผรงสและพาความรอน bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน bull การจดระบบระบายอากาศแบบทวไปและแบบเฉพาะท bull การแยกแหลงก าเนดความรอนออกจากบรเวณการท างาน bull การตดประกาศเตอน bull การลดเวลาท างานสมผสความรอนและเพมเวลาพก bull จดน าดมและน าเกลอแร bull การจดอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคล เปนตน

56

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การใชฉนวนหม (Insulator)

bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน (Radiation Shielding)

57

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การจดการระบายอากาศเฉพาะท (Local Exhaust Ventilation)

58

การปองกนททางผาน

bull จดท าหองพก หรอหองควบคมใหพนกงาน

bull การจายอากาศทม ความเยนเฉพาะจด ใหทตว

59

การปองกนททางผาน

bull การจดทศทางการเคลอนท

ของอากาศอยางเหมาะสม

bull อาศยการดนอากาศเยนจากดานลาง เพอไลอากาศรอนสดานบน

60

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาการท างานทสมผสความรอน

bull ใชอปกรณชวยผอนแรง เพอชวยลดคาพลงงานความรอน

61

การปองกนทตวบคคล

bull ใชอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคลเพอปองกนความรอนทตองสมผส

bull จดท าปายเตอน

bull การจดสวสดการในเรอง น าดม-เกลอแร ทช าระลางรางกาย ทนงพก

62

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

เสยง (Sound) คอ พลงงานรปหนงทเกดจากการสนสะเทอนของโมเลกลของอากาศ ท าใหเกดการอดและขยายสลบกนของโมเลกลอากาศ ความดนบรรยากาศจงเกดการเปลยนแปลงตามการเคลอนทของโมเลกลอากาศ เรยกวา คลนเสยง

เสยงดง (noise) หมายถง เสยงซงไมเปนทตองการของคนเพราะท าใหเกดการรบกวนการรบรเสยงทตองการ หรอความเงยบ และเปนเสยงทเปนอนตรายตอการไดยน

เดซเบลเอ ( dBA) เปนหนวยวดความดงเสยงทใกลเคยงกบการตอบสนองตอเสยงของหมนษย

TWA time weighted average เปนคาเฉลยระดบความดงเสยงตลอดระยะเวลาการสมผสเสยง

63

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

bull ก าหนดวตถประสงคการประเมนการสมผสเปนการประเมนการสมผสเพอ - เปนขอมลพนฐาน - หาแหลงก าเนดมลพษ - เปนไปตามกฎหมาย bull วธการประเมนการสมผส ม 2 วธ - การตรวจวดทตวบคคล - การตรวจวดแบบพนท

18

ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

สงทตองด าเนนการในการตรวจวดและเกบตวอยาง 1 ก าหนดวตถประสงคการตรวจวดและเกบตวอยาง 2 เตรยมความพรอมของเครองมอและผใชเครองมอ

3 การเปรยบเทยบความถกตองของเครองมอตรวจวด

4 จดเตรยมแบบฟอรมส ารวจและแบบบนทกขอมล 5 ท าความเขาใจกบผปฏบตงานในแผนกบรเวณการท างาน หรอ บคคลทตองการ

ตรวจวด เพอใหเกดความรวมมอในการประเมนการสมผสทถกตอง 6 ท าการตรวจวดในสภาพแวดลอมการท างานทไดมการก าหนดไวตามวตถประสงค

19

ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

สงทตองด าเนนการในการตรวจวดและเกบตวอยาง 7 ขณะท าการตรวจวดใหสงเกตการท างานของเครองมออปกรณทใชในการตรวจวด

วา สามารถท างานไดปกต 8 บนทกปจจยสภาพแวดลอมการท างานทเกดขนระหวางตรวจวด

9 อานคาจากเครองมอ บนทกขอมล หรอจดเกบตวอยางอยางถกตองเพอน าสงวเคราะหในหองปฏบตการ หรอน าผลการตรวจตางๆ มาค านวณหาคาเฉลยตามหลกเกณฑทไดมการก าหนดไว

20

ขนตอนท 3 การวเคราะหและแปลผล เพอเปรยบเทยบกบมาตรฐาน ความปลอดภยในการท างาน หรอขอมลเดมทมอย

ประโยชนของผลการตรวจวดสภาพแวดลอมในการท างาน bull เปรยบเทยบกบเกณฑมาตรฐานความปลอดภยในการท างาน

bull เปรยบเทยบผลทไดกบขอมลเดมทมอย

bull เปรยบเทยบผลทไดกบผลการตรวจสขภาพของพนกงาน

21

ขนตอนท 4 การประเมนการสมผสซ า

แนวทางการด าเนนการ 1 ควรมการประเมนการสมผสซ าตามระยะเวลาทก าหนด bull ปละครงตามกฎหมาย bull ต ากวา 25 ของคามาตรฐาน ทก 64 สปดาห bull 25-50 ของคามาตรฐาน ทก 32 สปดาห bull มากกวา 50-100 ของคามาตรฐาน ทก 16 สปดาห 2 การประเมนแบบพเศษ เชน การรองเรยนของคนงาน มการเปลยนกระบวนการผลต

และตอบสนองกฎหมายใหม เปนตน 22

6 การจดท ารายงาน ขอมลสรปจากสถานทท างาน 1 รายละเอยดกระบวนการผลต อาจบรรยายโดยใชแผนภมแสดงบรเวณการผลต แสดงแหลงก าเนด

สารเคม เสยงดง บรเวณทมรงส หรอการระบายอากาศ เปนตน 2 ลกษณะงานและรายละเอยดของงาน 3 การจดกลมคนงานทมลกษณะการท างานทคลายกน (Similar Exposure Group) 4 รายละเอยดสารเคมทใช วธการสมผสสาร และผลตอสขภาพ 5 การเฝาระวงทางสงแวดลอม การประเมนการสมผสสาร การเกบตวอยาง ผลการวเคราะหและ

สรปในแตละครง การตรวจวดแบบพเศษหรอการตรวจวดสารทางชวภาพจากรางกายของคนงาน ควรมการบนทกเรองการสมผสสารทไมใชจากงานทท าดวย

23

6 การจดท ารายงาน รายงานการประเมนการสมผส ควรประกอบดวย bull แผนการด าเนนงาน การประเมนการสมผสสาร ผลทได ขอเสนอแนะ และแนวทาง

การเฝาระวง bull วตถประสงคในการประเมนการสมผสตองชดเจน bull เกณฑการประเมนการสมผสสาร ( TLVs PELs คามาตรฐานอน ) bull ผลตอสขภาพของสารเคมแตละชนด bull วธการตรวจวด การวเคราะหทางสถต และการควบคมคณภาพของการวเคราะห bull การอภปรายผลการตรวจวด bull ขอเสนอแนะทชดเจน สามารถน ามาปฏบตได และควรมการตดตามผล

24

ความรอน (Heat) คอ พลงงานรปแบบหนงทท าใหมนษย รบรโดยประสาทสมผส เปนพลงงานจลนของโมเลกลของวตถ เมอวตถไดรบความรอนเพมขน โมเลกลกจะเคลอนไหวได

อณหภม (Temperature) คอระดบความรอนทมอยในวตถ เปนคณสมบต ประจ าตวของวตถนน ๆ (oC oF)

การตรวจวดและประเมนระดบความรอนและการฝกปฏบต

25

การตรวจวดและประเมนระดบความรอนและการฝกปฏบต ปรมาณความรอน (Quantity of Heat) คอ จ านวนความรอนทถกถายเทจาก

วตถหนงไปอกวตถหนง หนวยทใช

1) Kcal = Q น า 1 กก T สง 1 oC 2) BTU = Q น า 1 ปอนด T สง 1 oF 1Kcal = 3968 BTU

26

การตรวจวดและประเมนระดบความรอน

ระดบความรอน คอ อณหภมเวตบลบโกลบในบรเวณทลกจางท างาน ตรวจวด โดยเฉลยในเวลาชวง 2 ชวโมงทมอณหภมเวตบลบโกลบสงสดของการท างานปกต

อณหภมเวตบลบโกลบ (WBGT) เปนดชนวดสภาพความรอนในสงแวดลอมการท างาน (หนวยองศาเซลเซยส) ซงเปนการน าปจจยทมผลกระทบตอความรอนทสะสมในรางกายมาพจารณา

27

การตรวจวดและประเมนระดบความรอน

ปรมาณงาน หรอ ภาระงาน (Work Load) เปนพลงงานความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอใหรางกายใชปฏบตงานตางๆ ผทท างานหนกยอมมความรอนเกดขนในรางกายสงกวาผทท างานเบา และคามาตรฐานระดบความรอนไดน าปจจยนมาพจารณา โดยจ าแนกตามความหนกเบาของงานกบระดบความรอนทไดรบ

28

ความหนกเบาของงาน ความหนกเบาของงาน คอ การใชพลงงานของรางกายหรอใชก าลงงานท าให

เกดการเผาผลาญอาหารในรางกายเพอใชปฏบตงาน สามารถแบงออกเปน 3 ระดบ

งานเบา ลกษณะงานทใชแรงนอยหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการเผา ผลาญอาหารในรางกายไมเกน 200 กโลแคลอรตอชวโมง งานปานกลาง ลกษณะงานทใชแรงปานกลางหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการ เผาผลาญอาหารในรางกาย 201 ndash 350 กโลแคลอรตอชวโมง งานหนก ลกษณะงานทใชแรงมากหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการเผา ผลาญอาหารในรางกายเกน 350 กโลแคลอรตอชวโมง

29

อณหภมของรางกาย

แบงออกเปน 2 สวน

1 อณหภมแกน (Core Temperature) หมายถง อณหภมของอวยวะทอยภายในรางกาย เชน สมอง หวใจ ปอด ตบ ไต และระบบทางเดนหายใจ เปนตน

2 อณหภมทผว (Surface Temperature) หมายถง อณหภมทกลามเนอและผวหนง ซงเปนบรเวณทมการแลกเปลยนความรอนกบสงแวดลอมภายนอก เพอรกษาสมดลอณหภมของรางกายใหคงท

30

กลไกการเกดความรอนในรางกาย bull แหลงสรางความรอนในรางกาย มาจาก 2 ทาง 1 เมตาโบลซม 2 การท างานของกลามเนอ bull วธการในการขจดความรอนออกจากรางกายม 4 วธ 1 การแผรงสความรอน 60 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 2 การพาความรอน 12 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 3 การน าความรอน 3 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 4 การระเหย 22 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด

31

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

1 เมตาโบลซม (Metabolism M) bull 1 Met = Basal Metabolism Rate

bull ldquoชาย 70 กก ทพนผวหนง 18 ม2

bull หายใจ O2 03L min 1 Kcal min

32

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

2 การท างานของกลามเนอ (W) - Respiration

- Glycolysis

3 สงแวดลอม (Environment)

- Sun - Process

33

การไดรบและสญเสย ความรอน

สตรสมดลความรอน

M + W + R + C + D ndash E = + H

M = Metabolism Rate

W = ลกษณะของงาน

เบา 200 Kcal hr ลงไป

ปานกลาง 201 ndash 350 Kcal hr

หนก 350 Kcal hr ขนไป

Note H = M R C - E D (M=M+W) 34

อนตรายจากความรอนและผลกระทบตอสขภาพ

bull การมไข ( Fever )

bull ลมแดด ( Heat stroke )

bull การเปนลม ( Heat syncope)

bull การออนเพลยเนองจากความรอน ( Heat Exhaustion )

bull การขาดน า ( Dehydration )

bull ตะครวเนองจากความรอน ( Heat cramp)

35

1 ดชนทเกยวของกบการเปลยนแปลงทางสรรวทยาของผปฏบตงาน เชน WBGT P4SR

2 ดชนทเกยวของกบความพอใจของผปฏบตงาน เชน ET CET 3 ดชนทเกยวของกบการแลกเปลยนความรอน เชน HSI

การตรวจวนจฉยอนตรายจากความรอน

ดชนความเคนแหงความรอน (HEAT STRESS INDEX)

36

ความรอนสง รางกาย การระบายออกมา

YAGLOU amp MINARD WBGT

ACGIH amp NIOSH ไดใชเปนดชนมาตรฐาน ความรอนของคนงาน

ประเมนโดยใชคาอณหภม 3 ชนด คอ tnwbtna และ tg 37

WET BULB GLOBE TEMPERATURE

(WBGT)

WBGT index ใชงายและเปนดชนทใชในมาตรฐานส าหรบความเครยดจากความรอนของ ACGIH และ NIOSH การหาคา WBGT ตองทราบคาของตวแปรตาง ๆ ดงน WET BULB TEMPERATURE GLOBE TEMPERATURE DRY BULB AIR TEMPERATURE

38

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอน

39

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

1 เทอรโมมเตอรวดอณหภมของกระเปาะเปยกธรรมชาต น าปรอท มาหมดวยผากอสทกระเปาะของเทอรโมมเตอร ใหมความยาวเหนอปลายกระเปาะขนมาประมาณ 1 - 1 14 นว และหมตอยาวลงไปใหปลายของผากอสสวนนจมลงในแกว FLASK ขนาด 125 (มล) ซงมน ากลนบรรจอย

40

2 เทอรโมมเตอรวดอณหภมแบลกโกลบ

ใชวดอณหภมจากการแผรงส ทมผลตอรางกายมนษย

อปกรณนประกอบดวยลกทองแดงทรงกลมกลวง

เสนผาศนยกลาง 6 นว ภายนอกเคลอบดวยโลหะด าดาน

มเทอรโมมเตอรเสยบอยบรเวณเปลอกภายนอก

โดยปลายของเทอรโมมเตอรจะอยบรเวณตรงกลางของโกลบน

3 เทอรโมมเตอรวดอณหภมอากาศหรออณหภมกระเปาะแหง

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

41

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอชนดอานคาโดยตรง

ตองมคณลกษณะของเครองสอดคลองกบมาตรฐาน ISO 7243 หรอเทยบเทา หรอดกวา เชน DIN EN 27243 42

เทคนคและวธการตรวจวด

bull ในการตรวจวดระดบความรอนตองท าการตรวจวดในเดอนทรอนทสดของป

bull ในการเรมการตรวจวดระดบความรอน ตองท าการ set อปกรณกอนเรมท าการอานคาประมาณ 30 นาท

bull ต าแหนงทวางอปกรณกระเปาะแหงตองไมไดรบการแผรงสความรอน จากสภาพแวดลอมในการท างาน

43

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB

WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn) t1+t2+hellip +tn

44

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB ถา NWB = 25 องศาเซลเซยส GT =40 องศาเซลเซยส DB = 30 องศาเซลเซยส WBGT = 0725 + 0240 + 0130 องศาเซลเซยส = 285 องศาเซลเซยส

45

สตรการประเมนภาระงาน

ศกษาระยะเวลาการท างาน และลกษณะการท างาน ของพนกงาน เพอประเมนภาระงาน วาลกษณะงานทท าในชวง 2 ชวโมงทรอนทสดของพนกงาน เปนลกษณะงานหนก งานหนกปานกลาง หรองานเบา โดยค านวณดวยสตรตอไปน

Mเฉลย = M1t1 + M2t2 + M3t3 + + Mntn

t1 + t2 + t3 + + t n

เมอ M1 M2 hellip และ Mn คอ คาประมาณความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอสรางพลงงาน ส าหรบกจกรรมตางๆ มหนวยเปนกโลแคลอรตอชวโมงหรอกโลแคลอรตอนาท ในชวงเวลา t1 t2 tn มหนวยเปนชวโมงหรอนาท

46

คาพลงงานในการแบงระดบความหนก ndash เบา ของงาน

ความหนก - เบา พลงงาน ( กโลแคลอร ชวโมง )

งานเบา ไมเกน 200

งานปานกลาง 201 ndash 350

งานหนก เกน 350

47

ตารางแสดงมาตรฐานระดบความรอน

ความหนกเบาของงาน มาตรฐานระดบความรอน

คาเฉลยอณหภมเวทบลบโกลบ (WBGT)

ก าหนดเปนองศาเซลเซยส

เบา 34

กลาง 32

หนก 30 48

การประเมนภาระงาน (อตราการเผาผลาญอาหารเฉลยในรางกายของคนงานขณะท ากจกรรม)

03 06

20 ndash 30 เพม 08 ทกความสงทเพม 1 เมตร

นง ยน เดนบนพนราบ เดนขนทสง

กโลแคลอรนาท ทาทางการเคลอนไหวของรางกาย

49

10 เมตาโบลสมพนฐาน

02 ndash 12

07 ndash 25

10 ndash 35

10 ndash 150

04 09

10 17

15 25

35 50 70 90

ท างานดวยมอ - เบา ( เขยนหนงมอ เยบปกถกรอย) - หนก ( พมพดด นบเรยงเอกสาร ) ท างานดวยแขนขางเดยว - เบา ( กวาดพน เชดถพน ) - หนก ( ตอกตะป เลอยไม ) ท างานดวยแขน 2 ขาง - เบา (ปอนชนงาน ตะไบโลหะ งานสวน) - หนก ( ไสไม แกะสกกไม ) ท างานดวยรางกายทกสวน - เบา ( ขบรถยนต) - ปานกลาง ( ทาส ขดถพน ) -หนก ( ลาก ดง ยกของหนก) -หนกมาก ( กอสราง ขดดน )

ชวงคาพลงงาน ( กโลแคลอร นาท )

คาพลงงานเฉลย ( กโลแคลอร นาท )

กจกรรม การปฏบตงาน

50

ตวอยางกจกรรมเปรยบเทยบ

20 30

10 60

1 เดนไปเรอย ๆ 2 ใช 2 แขน(งานหนก) และใชรางกายทก

สวน (งานเบา) 3 เมตาโบลสมพนฐานของรางกาย รวม

กโลแคลอร นาท การประกอบชนงาน

51

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส)

WL = (560) + (745) +helliphellip+ (915) + (1120) 2 WL = 300 + 315 + 135 + 120 = 8702 = 435 กโลแคลอรชวโมง 2

52

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง 20 นาท (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณความหนกเบาของงาน

WL = (580) + (740) +helliphellip+ (1120) 2 WL = 400 + 280 + 120 = 8002 = 400 กโลแคลอรชวโมง 2 53

การค านวณหา WBGT เฉลย WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn)

t1+t2+hellip +tn ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณWBGT เฉลย

WBGTเฉลย = (3760)+(3545)+(3215) 60+45+15

= 356 องศาเซลเซยส

54

ตวอยางแบบบนทกขอมลการตรวจวดดชนความรอน

ลกษณะการท างาน Work load ระยะเวลา ( นาท )

WB

(degc) DB (degc)

GT (degc)

WBGT (degc)

ชอสถานประกอบกจการ

วนเดอนป ทตรวจวด

เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช

ปรบเทยบความถกตองเครองมอ

แผนก

ชอพนกงาน

55

การควบคมและปองกนอนตราย bull การใชฉนวนหมแหลงก าเนดความรอน เชน ใชฉนวนบทอน ารอน เพอลดการ

แผรงสและพาความรอน bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน bull การจดระบบระบายอากาศแบบทวไปและแบบเฉพาะท bull การแยกแหลงก าเนดความรอนออกจากบรเวณการท างาน bull การตดประกาศเตอน bull การลดเวลาท างานสมผสความรอนและเพมเวลาพก bull จดน าดมและน าเกลอแร bull การจดอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคล เปนตน

56

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การใชฉนวนหม (Insulator)

bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน (Radiation Shielding)

57

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การจดการระบายอากาศเฉพาะท (Local Exhaust Ventilation)

58

การปองกนททางผาน

bull จดท าหองพก หรอหองควบคมใหพนกงาน

bull การจายอากาศทม ความเยนเฉพาะจด ใหทตว

59

การปองกนททางผาน

bull การจดทศทางการเคลอนท

ของอากาศอยางเหมาะสม

bull อาศยการดนอากาศเยนจากดานลาง เพอไลอากาศรอนสดานบน

60

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาการท างานทสมผสความรอน

bull ใชอปกรณชวยผอนแรง เพอชวยลดคาพลงงานความรอน

61

การปองกนทตวบคคล

bull ใชอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคลเพอปองกนความรอนทตองสมผส

bull จดท าปายเตอน

bull การจดสวสดการในเรอง น าดม-เกลอแร ทช าระลางรางกาย ทนงพก

62

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

เสยง (Sound) คอ พลงงานรปหนงทเกดจากการสนสะเทอนของโมเลกลของอากาศ ท าใหเกดการอดและขยายสลบกนของโมเลกลอากาศ ความดนบรรยากาศจงเกดการเปลยนแปลงตามการเคลอนทของโมเลกลอากาศ เรยกวา คลนเสยง

เสยงดง (noise) หมายถง เสยงซงไมเปนทตองการของคนเพราะท าใหเกดการรบกวนการรบรเสยงทตองการ หรอความเงยบ และเปนเสยงทเปนอนตรายตอการไดยน

เดซเบลเอ ( dBA) เปนหนวยวดความดงเสยงทใกลเคยงกบการตอบสนองตอเสยงของหมนษย

TWA time weighted average เปนคาเฉลยระดบความดงเสยงตลอดระยะเวลาการสมผสเสยง

63

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

สงทตองด าเนนการในการตรวจวดและเกบตวอยาง 1 ก าหนดวตถประสงคการตรวจวดและเกบตวอยาง 2 เตรยมความพรอมของเครองมอและผใชเครองมอ

3 การเปรยบเทยบความถกตองของเครองมอตรวจวด

4 จดเตรยมแบบฟอรมส ารวจและแบบบนทกขอมล 5 ท าความเขาใจกบผปฏบตงานในแผนกบรเวณการท างาน หรอ บคคลทตองการ

ตรวจวด เพอใหเกดความรวมมอในการประเมนการสมผสทถกตอง 6 ท าการตรวจวดในสภาพแวดลอมการท างานทไดมการก าหนดไวตามวตถประสงค

19

ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

สงทตองด าเนนการในการตรวจวดและเกบตวอยาง 7 ขณะท าการตรวจวดใหสงเกตการท างานของเครองมออปกรณทใชในการตรวจวด

วา สามารถท างานไดปกต 8 บนทกปจจยสภาพแวดลอมการท างานทเกดขนระหวางตรวจวด

9 อานคาจากเครองมอ บนทกขอมล หรอจดเกบตวอยางอยางถกตองเพอน าสงวเคราะหในหองปฏบตการ หรอน าผลการตรวจตางๆ มาค านวณหาคาเฉลยตามหลกเกณฑทไดมการก าหนดไว

20

ขนตอนท 3 การวเคราะหและแปลผล เพอเปรยบเทยบกบมาตรฐาน ความปลอดภยในการท างาน หรอขอมลเดมทมอย

ประโยชนของผลการตรวจวดสภาพแวดลอมในการท างาน bull เปรยบเทยบกบเกณฑมาตรฐานความปลอดภยในการท างาน

bull เปรยบเทยบผลทไดกบขอมลเดมทมอย

bull เปรยบเทยบผลทไดกบผลการตรวจสขภาพของพนกงาน

21

ขนตอนท 4 การประเมนการสมผสซ า

แนวทางการด าเนนการ 1 ควรมการประเมนการสมผสซ าตามระยะเวลาทก าหนด bull ปละครงตามกฎหมาย bull ต ากวา 25 ของคามาตรฐาน ทก 64 สปดาห bull 25-50 ของคามาตรฐาน ทก 32 สปดาห bull มากกวา 50-100 ของคามาตรฐาน ทก 16 สปดาห 2 การประเมนแบบพเศษ เชน การรองเรยนของคนงาน มการเปลยนกระบวนการผลต

และตอบสนองกฎหมายใหม เปนตน 22

6 การจดท ารายงาน ขอมลสรปจากสถานทท างาน 1 รายละเอยดกระบวนการผลต อาจบรรยายโดยใชแผนภมแสดงบรเวณการผลต แสดงแหลงก าเนด

สารเคม เสยงดง บรเวณทมรงส หรอการระบายอากาศ เปนตน 2 ลกษณะงานและรายละเอยดของงาน 3 การจดกลมคนงานทมลกษณะการท างานทคลายกน (Similar Exposure Group) 4 รายละเอยดสารเคมทใช วธการสมผสสาร และผลตอสขภาพ 5 การเฝาระวงทางสงแวดลอม การประเมนการสมผสสาร การเกบตวอยาง ผลการวเคราะหและ

สรปในแตละครง การตรวจวดแบบพเศษหรอการตรวจวดสารทางชวภาพจากรางกายของคนงาน ควรมการบนทกเรองการสมผสสารทไมใชจากงานทท าดวย

23

6 การจดท ารายงาน รายงานการประเมนการสมผส ควรประกอบดวย bull แผนการด าเนนงาน การประเมนการสมผสสาร ผลทได ขอเสนอแนะ และแนวทาง

การเฝาระวง bull วตถประสงคในการประเมนการสมผสตองชดเจน bull เกณฑการประเมนการสมผสสาร ( TLVs PELs คามาตรฐานอน ) bull ผลตอสขภาพของสารเคมแตละชนด bull วธการตรวจวด การวเคราะหทางสถต และการควบคมคณภาพของการวเคราะห bull การอภปรายผลการตรวจวด bull ขอเสนอแนะทชดเจน สามารถน ามาปฏบตได และควรมการตดตามผล

24

ความรอน (Heat) คอ พลงงานรปแบบหนงทท าใหมนษย รบรโดยประสาทสมผส เปนพลงงานจลนของโมเลกลของวตถ เมอวตถไดรบความรอนเพมขน โมเลกลกจะเคลอนไหวได

อณหภม (Temperature) คอระดบความรอนทมอยในวตถ เปนคณสมบต ประจ าตวของวตถนน ๆ (oC oF)

การตรวจวดและประเมนระดบความรอนและการฝกปฏบต

25

การตรวจวดและประเมนระดบความรอนและการฝกปฏบต ปรมาณความรอน (Quantity of Heat) คอ จ านวนความรอนทถกถายเทจาก

วตถหนงไปอกวตถหนง หนวยทใช

1) Kcal = Q น า 1 กก T สง 1 oC 2) BTU = Q น า 1 ปอนด T สง 1 oF 1Kcal = 3968 BTU

26

การตรวจวดและประเมนระดบความรอน

ระดบความรอน คอ อณหภมเวตบลบโกลบในบรเวณทลกจางท างาน ตรวจวด โดยเฉลยในเวลาชวง 2 ชวโมงทมอณหภมเวตบลบโกลบสงสดของการท างานปกต

อณหภมเวตบลบโกลบ (WBGT) เปนดชนวดสภาพความรอนในสงแวดลอมการท างาน (หนวยองศาเซลเซยส) ซงเปนการน าปจจยทมผลกระทบตอความรอนทสะสมในรางกายมาพจารณา

27

การตรวจวดและประเมนระดบความรอน

ปรมาณงาน หรอ ภาระงาน (Work Load) เปนพลงงานความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอใหรางกายใชปฏบตงานตางๆ ผทท างานหนกยอมมความรอนเกดขนในรางกายสงกวาผทท างานเบา และคามาตรฐานระดบความรอนไดน าปจจยนมาพจารณา โดยจ าแนกตามความหนกเบาของงานกบระดบความรอนทไดรบ

28

ความหนกเบาของงาน ความหนกเบาของงาน คอ การใชพลงงานของรางกายหรอใชก าลงงานท าให

เกดการเผาผลาญอาหารในรางกายเพอใชปฏบตงาน สามารถแบงออกเปน 3 ระดบ

งานเบา ลกษณะงานทใชแรงนอยหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการเผา ผลาญอาหารในรางกายไมเกน 200 กโลแคลอรตอชวโมง งานปานกลาง ลกษณะงานทใชแรงปานกลางหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการ เผาผลาญอาหารในรางกาย 201 ndash 350 กโลแคลอรตอชวโมง งานหนก ลกษณะงานทใชแรงมากหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการเผา ผลาญอาหารในรางกายเกน 350 กโลแคลอรตอชวโมง

29

อณหภมของรางกาย

แบงออกเปน 2 สวน

1 อณหภมแกน (Core Temperature) หมายถง อณหภมของอวยวะทอยภายในรางกาย เชน สมอง หวใจ ปอด ตบ ไต และระบบทางเดนหายใจ เปนตน

2 อณหภมทผว (Surface Temperature) หมายถง อณหภมทกลามเนอและผวหนง ซงเปนบรเวณทมการแลกเปลยนความรอนกบสงแวดลอมภายนอก เพอรกษาสมดลอณหภมของรางกายใหคงท

30

กลไกการเกดความรอนในรางกาย bull แหลงสรางความรอนในรางกาย มาจาก 2 ทาง 1 เมตาโบลซม 2 การท างานของกลามเนอ bull วธการในการขจดความรอนออกจากรางกายม 4 วธ 1 การแผรงสความรอน 60 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 2 การพาความรอน 12 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 3 การน าความรอน 3 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 4 การระเหย 22 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด

31

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

1 เมตาโบลซม (Metabolism M) bull 1 Met = Basal Metabolism Rate

bull ldquoชาย 70 กก ทพนผวหนง 18 ม2

bull หายใจ O2 03L min 1 Kcal min

32

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

2 การท างานของกลามเนอ (W) - Respiration

- Glycolysis

3 สงแวดลอม (Environment)

- Sun - Process

33

การไดรบและสญเสย ความรอน

สตรสมดลความรอน

M + W + R + C + D ndash E = + H

M = Metabolism Rate

W = ลกษณะของงาน

เบา 200 Kcal hr ลงไป

ปานกลาง 201 ndash 350 Kcal hr

หนก 350 Kcal hr ขนไป

Note H = M R C - E D (M=M+W) 34

อนตรายจากความรอนและผลกระทบตอสขภาพ

bull การมไข ( Fever )

bull ลมแดด ( Heat stroke )

bull การเปนลม ( Heat syncope)

bull การออนเพลยเนองจากความรอน ( Heat Exhaustion )

bull การขาดน า ( Dehydration )

bull ตะครวเนองจากความรอน ( Heat cramp)

35

1 ดชนทเกยวของกบการเปลยนแปลงทางสรรวทยาของผปฏบตงาน เชน WBGT P4SR

2 ดชนทเกยวของกบความพอใจของผปฏบตงาน เชน ET CET 3 ดชนทเกยวของกบการแลกเปลยนความรอน เชน HSI

การตรวจวนจฉยอนตรายจากความรอน

ดชนความเคนแหงความรอน (HEAT STRESS INDEX)

36

ความรอนสง รางกาย การระบายออกมา

YAGLOU amp MINARD WBGT

ACGIH amp NIOSH ไดใชเปนดชนมาตรฐาน ความรอนของคนงาน

ประเมนโดยใชคาอณหภม 3 ชนด คอ tnwbtna และ tg 37

WET BULB GLOBE TEMPERATURE

(WBGT)

WBGT index ใชงายและเปนดชนทใชในมาตรฐานส าหรบความเครยดจากความรอนของ ACGIH และ NIOSH การหาคา WBGT ตองทราบคาของตวแปรตาง ๆ ดงน WET BULB TEMPERATURE GLOBE TEMPERATURE DRY BULB AIR TEMPERATURE

38

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอน

39

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

1 เทอรโมมเตอรวดอณหภมของกระเปาะเปยกธรรมชาต น าปรอท มาหมดวยผากอสทกระเปาะของเทอรโมมเตอร ใหมความยาวเหนอปลายกระเปาะขนมาประมาณ 1 - 1 14 นว และหมตอยาวลงไปใหปลายของผากอสสวนนจมลงในแกว FLASK ขนาด 125 (มล) ซงมน ากลนบรรจอย

40

2 เทอรโมมเตอรวดอณหภมแบลกโกลบ

ใชวดอณหภมจากการแผรงส ทมผลตอรางกายมนษย

อปกรณนประกอบดวยลกทองแดงทรงกลมกลวง

เสนผาศนยกลาง 6 นว ภายนอกเคลอบดวยโลหะด าดาน

มเทอรโมมเตอรเสยบอยบรเวณเปลอกภายนอก

โดยปลายของเทอรโมมเตอรจะอยบรเวณตรงกลางของโกลบน

3 เทอรโมมเตอรวดอณหภมอากาศหรออณหภมกระเปาะแหง

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

41

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอชนดอานคาโดยตรง

ตองมคณลกษณะของเครองสอดคลองกบมาตรฐาน ISO 7243 หรอเทยบเทา หรอดกวา เชน DIN EN 27243 42

เทคนคและวธการตรวจวด

bull ในการตรวจวดระดบความรอนตองท าการตรวจวดในเดอนทรอนทสดของป

bull ในการเรมการตรวจวดระดบความรอน ตองท าการ set อปกรณกอนเรมท าการอานคาประมาณ 30 นาท

bull ต าแหนงทวางอปกรณกระเปาะแหงตองไมไดรบการแผรงสความรอน จากสภาพแวดลอมในการท างาน

43

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB

WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn) t1+t2+hellip +tn

44

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB ถา NWB = 25 องศาเซลเซยส GT =40 องศาเซลเซยส DB = 30 องศาเซลเซยส WBGT = 0725 + 0240 + 0130 องศาเซลเซยส = 285 องศาเซลเซยส

45

สตรการประเมนภาระงาน

ศกษาระยะเวลาการท างาน และลกษณะการท างาน ของพนกงาน เพอประเมนภาระงาน วาลกษณะงานทท าในชวง 2 ชวโมงทรอนทสดของพนกงาน เปนลกษณะงานหนก งานหนกปานกลาง หรองานเบา โดยค านวณดวยสตรตอไปน

Mเฉลย = M1t1 + M2t2 + M3t3 + + Mntn

t1 + t2 + t3 + + t n

เมอ M1 M2 hellip และ Mn คอ คาประมาณความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอสรางพลงงาน ส าหรบกจกรรมตางๆ มหนวยเปนกโลแคลอรตอชวโมงหรอกโลแคลอรตอนาท ในชวงเวลา t1 t2 tn มหนวยเปนชวโมงหรอนาท

46

คาพลงงานในการแบงระดบความหนก ndash เบา ของงาน

ความหนก - เบา พลงงาน ( กโลแคลอร ชวโมง )

งานเบา ไมเกน 200

งานปานกลาง 201 ndash 350

งานหนก เกน 350

47

ตารางแสดงมาตรฐานระดบความรอน

ความหนกเบาของงาน มาตรฐานระดบความรอน

คาเฉลยอณหภมเวทบลบโกลบ (WBGT)

ก าหนดเปนองศาเซลเซยส

เบา 34

กลาง 32

หนก 30 48

การประเมนภาระงาน (อตราการเผาผลาญอาหารเฉลยในรางกายของคนงานขณะท ากจกรรม)

03 06

20 ndash 30 เพม 08 ทกความสงทเพม 1 เมตร

นง ยน เดนบนพนราบ เดนขนทสง

กโลแคลอรนาท ทาทางการเคลอนไหวของรางกาย

49

10 เมตาโบลสมพนฐาน

02 ndash 12

07 ndash 25

10 ndash 35

10 ndash 150

04 09

10 17

15 25

35 50 70 90

ท างานดวยมอ - เบา ( เขยนหนงมอ เยบปกถกรอย) - หนก ( พมพดด นบเรยงเอกสาร ) ท างานดวยแขนขางเดยว - เบา ( กวาดพน เชดถพน ) - หนก ( ตอกตะป เลอยไม ) ท างานดวยแขน 2 ขาง - เบา (ปอนชนงาน ตะไบโลหะ งานสวน) - หนก ( ไสไม แกะสกกไม ) ท างานดวยรางกายทกสวน - เบา ( ขบรถยนต) - ปานกลาง ( ทาส ขดถพน ) -หนก ( ลาก ดง ยกของหนก) -หนกมาก ( กอสราง ขดดน )

ชวงคาพลงงาน ( กโลแคลอร นาท )

คาพลงงานเฉลย ( กโลแคลอร นาท )

กจกรรม การปฏบตงาน

50

ตวอยางกจกรรมเปรยบเทยบ

20 30

10 60

1 เดนไปเรอย ๆ 2 ใช 2 แขน(งานหนก) และใชรางกายทก

สวน (งานเบา) 3 เมตาโบลสมพนฐานของรางกาย รวม

กโลแคลอร นาท การประกอบชนงาน

51

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส)

WL = (560) + (745) +helliphellip+ (915) + (1120) 2 WL = 300 + 315 + 135 + 120 = 8702 = 435 กโลแคลอรชวโมง 2

52

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง 20 นาท (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณความหนกเบาของงาน

WL = (580) + (740) +helliphellip+ (1120) 2 WL = 400 + 280 + 120 = 8002 = 400 กโลแคลอรชวโมง 2 53

การค านวณหา WBGT เฉลย WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn)

t1+t2+hellip +tn ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณWBGT เฉลย

WBGTเฉลย = (3760)+(3545)+(3215) 60+45+15

= 356 องศาเซลเซยส

54

ตวอยางแบบบนทกขอมลการตรวจวดดชนความรอน

ลกษณะการท างาน Work load ระยะเวลา ( นาท )

WB

(degc) DB (degc)

GT (degc)

WBGT (degc)

ชอสถานประกอบกจการ

วนเดอนป ทตรวจวด

เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช

ปรบเทยบความถกตองเครองมอ

แผนก

ชอพนกงาน

55

การควบคมและปองกนอนตราย bull การใชฉนวนหมแหลงก าเนดความรอน เชน ใชฉนวนบทอน ารอน เพอลดการ

แผรงสและพาความรอน bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน bull การจดระบบระบายอากาศแบบทวไปและแบบเฉพาะท bull การแยกแหลงก าเนดความรอนออกจากบรเวณการท างาน bull การตดประกาศเตอน bull การลดเวลาท างานสมผสความรอนและเพมเวลาพก bull จดน าดมและน าเกลอแร bull การจดอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคล เปนตน

56

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การใชฉนวนหม (Insulator)

bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน (Radiation Shielding)

57

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การจดการระบายอากาศเฉพาะท (Local Exhaust Ventilation)

58

การปองกนททางผาน

bull จดท าหองพก หรอหองควบคมใหพนกงาน

bull การจายอากาศทม ความเยนเฉพาะจด ใหทตว

59

การปองกนททางผาน

bull การจดทศทางการเคลอนท

ของอากาศอยางเหมาะสม

bull อาศยการดนอากาศเยนจากดานลาง เพอไลอากาศรอนสดานบน

60

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาการท างานทสมผสความรอน

bull ใชอปกรณชวยผอนแรง เพอชวยลดคาพลงงานความรอน

61

การปองกนทตวบคคล

bull ใชอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคลเพอปองกนความรอนทตองสมผส

bull จดท าปายเตอน

bull การจดสวสดการในเรอง น าดม-เกลอแร ทช าระลางรางกาย ทนงพก

62

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

เสยง (Sound) คอ พลงงานรปหนงทเกดจากการสนสะเทอนของโมเลกลของอากาศ ท าใหเกดการอดและขยายสลบกนของโมเลกลอากาศ ความดนบรรยากาศจงเกดการเปลยนแปลงตามการเคลอนทของโมเลกลอากาศ เรยกวา คลนเสยง

เสยงดง (noise) หมายถง เสยงซงไมเปนทตองการของคนเพราะท าใหเกดการรบกวนการรบรเสยงทตองการ หรอความเงยบ และเปนเสยงทเปนอนตรายตอการไดยน

เดซเบลเอ ( dBA) เปนหนวยวดความดงเสยงทใกลเคยงกบการตอบสนองตอเสยงของหมนษย

TWA time weighted average เปนคาเฉลยระดบความดงเสยงตลอดระยะเวลาการสมผสเสยง

63

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

ขนตอนท 2 การตรวจวดและเกบตวอยาง

สงทตองด าเนนการในการตรวจวดและเกบตวอยาง 7 ขณะท าการตรวจวดใหสงเกตการท างานของเครองมออปกรณทใชในการตรวจวด

วา สามารถท างานไดปกต 8 บนทกปจจยสภาพแวดลอมการท างานทเกดขนระหวางตรวจวด

9 อานคาจากเครองมอ บนทกขอมล หรอจดเกบตวอยางอยางถกตองเพอน าสงวเคราะหในหองปฏบตการ หรอน าผลการตรวจตางๆ มาค านวณหาคาเฉลยตามหลกเกณฑทไดมการก าหนดไว

20

ขนตอนท 3 การวเคราะหและแปลผล เพอเปรยบเทยบกบมาตรฐาน ความปลอดภยในการท างาน หรอขอมลเดมทมอย

ประโยชนของผลการตรวจวดสภาพแวดลอมในการท างาน bull เปรยบเทยบกบเกณฑมาตรฐานความปลอดภยในการท างาน

bull เปรยบเทยบผลทไดกบขอมลเดมทมอย

bull เปรยบเทยบผลทไดกบผลการตรวจสขภาพของพนกงาน

21

ขนตอนท 4 การประเมนการสมผสซ า

แนวทางการด าเนนการ 1 ควรมการประเมนการสมผสซ าตามระยะเวลาทก าหนด bull ปละครงตามกฎหมาย bull ต ากวา 25 ของคามาตรฐาน ทก 64 สปดาห bull 25-50 ของคามาตรฐาน ทก 32 สปดาห bull มากกวา 50-100 ของคามาตรฐาน ทก 16 สปดาห 2 การประเมนแบบพเศษ เชน การรองเรยนของคนงาน มการเปลยนกระบวนการผลต

และตอบสนองกฎหมายใหม เปนตน 22

6 การจดท ารายงาน ขอมลสรปจากสถานทท างาน 1 รายละเอยดกระบวนการผลต อาจบรรยายโดยใชแผนภมแสดงบรเวณการผลต แสดงแหลงก าเนด

สารเคม เสยงดง บรเวณทมรงส หรอการระบายอากาศ เปนตน 2 ลกษณะงานและรายละเอยดของงาน 3 การจดกลมคนงานทมลกษณะการท างานทคลายกน (Similar Exposure Group) 4 รายละเอยดสารเคมทใช วธการสมผสสาร และผลตอสขภาพ 5 การเฝาระวงทางสงแวดลอม การประเมนการสมผสสาร การเกบตวอยาง ผลการวเคราะหและ

สรปในแตละครง การตรวจวดแบบพเศษหรอการตรวจวดสารทางชวภาพจากรางกายของคนงาน ควรมการบนทกเรองการสมผสสารทไมใชจากงานทท าดวย

23

6 การจดท ารายงาน รายงานการประเมนการสมผส ควรประกอบดวย bull แผนการด าเนนงาน การประเมนการสมผสสาร ผลทได ขอเสนอแนะ และแนวทาง

การเฝาระวง bull วตถประสงคในการประเมนการสมผสตองชดเจน bull เกณฑการประเมนการสมผสสาร ( TLVs PELs คามาตรฐานอน ) bull ผลตอสขภาพของสารเคมแตละชนด bull วธการตรวจวด การวเคราะหทางสถต และการควบคมคณภาพของการวเคราะห bull การอภปรายผลการตรวจวด bull ขอเสนอแนะทชดเจน สามารถน ามาปฏบตได และควรมการตดตามผล

24

ความรอน (Heat) คอ พลงงานรปแบบหนงทท าใหมนษย รบรโดยประสาทสมผส เปนพลงงานจลนของโมเลกลของวตถ เมอวตถไดรบความรอนเพมขน โมเลกลกจะเคลอนไหวได

อณหภม (Temperature) คอระดบความรอนทมอยในวตถ เปนคณสมบต ประจ าตวของวตถนน ๆ (oC oF)

การตรวจวดและประเมนระดบความรอนและการฝกปฏบต

25

การตรวจวดและประเมนระดบความรอนและการฝกปฏบต ปรมาณความรอน (Quantity of Heat) คอ จ านวนความรอนทถกถายเทจาก

วตถหนงไปอกวตถหนง หนวยทใช

1) Kcal = Q น า 1 กก T สง 1 oC 2) BTU = Q น า 1 ปอนด T สง 1 oF 1Kcal = 3968 BTU

26

การตรวจวดและประเมนระดบความรอน

ระดบความรอน คอ อณหภมเวตบลบโกลบในบรเวณทลกจางท างาน ตรวจวด โดยเฉลยในเวลาชวง 2 ชวโมงทมอณหภมเวตบลบโกลบสงสดของการท างานปกต

อณหภมเวตบลบโกลบ (WBGT) เปนดชนวดสภาพความรอนในสงแวดลอมการท างาน (หนวยองศาเซลเซยส) ซงเปนการน าปจจยทมผลกระทบตอความรอนทสะสมในรางกายมาพจารณา

27

การตรวจวดและประเมนระดบความรอน

ปรมาณงาน หรอ ภาระงาน (Work Load) เปนพลงงานความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอใหรางกายใชปฏบตงานตางๆ ผทท างานหนกยอมมความรอนเกดขนในรางกายสงกวาผทท างานเบา และคามาตรฐานระดบความรอนไดน าปจจยนมาพจารณา โดยจ าแนกตามความหนกเบาของงานกบระดบความรอนทไดรบ

28

ความหนกเบาของงาน ความหนกเบาของงาน คอ การใชพลงงานของรางกายหรอใชก าลงงานท าให

เกดการเผาผลาญอาหารในรางกายเพอใชปฏบตงาน สามารถแบงออกเปน 3 ระดบ

งานเบา ลกษณะงานทใชแรงนอยหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการเผา ผลาญอาหารในรางกายไมเกน 200 กโลแคลอรตอชวโมง งานปานกลาง ลกษณะงานทใชแรงปานกลางหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการ เผาผลาญอาหารในรางกาย 201 ndash 350 กโลแคลอรตอชวโมง งานหนก ลกษณะงานทใชแรงมากหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการเผา ผลาญอาหารในรางกายเกน 350 กโลแคลอรตอชวโมง

29

อณหภมของรางกาย

แบงออกเปน 2 สวน

1 อณหภมแกน (Core Temperature) หมายถง อณหภมของอวยวะทอยภายในรางกาย เชน สมอง หวใจ ปอด ตบ ไต และระบบทางเดนหายใจ เปนตน

2 อณหภมทผว (Surface Temperature) หมายถง อณหภมทกลามเนอและผวหนง ซงเปนบรเวณทมการแลกเปลยนความรอนกบสงแวดลอมภายนอก เพอรกษาสมดลอณหภมของรางกายใหคงท

30

กลไกการเกดความรอนในรางกาย bull แหลงสรางความรอนในรางกาย มาจาก 2 ทาง 1 เมตาโบลซม 2 การท างานของกลามเนอ bull วธการในการขจดความรอนออกจากรางกายม 4 วธ 1 การแผรงสความรอน 60 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 2 การพาความรอน 12 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 3 การน าความรอน 3 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 4 การระเหย 22 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด

31

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

1 เมตาโบลซม (Metabolism M) bull 1 Met = Basal Metabolism Rate

bull ldquoชาย 70 กก ทพนผวหนง 18 ม2

bull หายใจ O2 03L min 1 Kcal min

32

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

2 การท างานของกลามเนอ (W) - Respiration

- Glycolysis

3 สงแวดลอม (Environment)

- Sun - Process

33

การไดรบและสญเสย ความรอน

สตรสมดลความรอน

M + W + R + C + D ndash E = + H

M = Metabolism Rate

W = ลกษณะของงาน

เบา 200 Kcal hr ลงไป

ปานกลาง 201 ndash 350 Kcal hr

หนก 350 Kcal hr ขนไป

Note H = M R C - E D (M=M+W) 34

อนตรายจากความรอนและผลกระทบตอสขภาพ

bull การมไข ( Fever )

bull ลมแดด ( Heat stroke )

bull การเปนลม ( Heat syncope)

bull การออนเพลยเนองจากความรอน ( Heat Exhaustion )

bull การขาดน า ( Dehydration )

bull ตะครวเนองจากความรอน ( Heat cramp)

35

1 ดชนทเกยวของกบการเปลยนแปลงทางสรรวทยาของผปฏบตงาน เชน WBGT P4SR

2 ดชนทเกยวของกบความพอใจของผปฏบตงาน เชน ET CET 3 ดชนทเกยวของกบการแลกเปลยนความรอน เชน HSI

การตรวจวนจฉยอนตรายจากความรอน

ดชนความเคนแหงความรอน (HEAT STRESS INDEX)

36

ความรอนสง รางกาย การระบายออกมา

YAGLOU amp MINARD WBGT

ACGIH amp NIOSH ไดใชเปนดชนมาตรฐาน ความรอนของคนงาน

ประเมนโดยใชคาอณหภม 3 ชนด คอ tnwbtna และ tg 37

WET BULB GLOBE TEMPERATURE

(WBGT)

WBGT index ใชงายและเปนดชนทใชในมาตรฐานส าหรบความเครยดจากความรอนของ ACGIH และ NIOSH การหาคา WBGT ตองทราบคาของตวแปรตาง ๆ ดงน WET BULB TEMPERATURE GLOBE TEMPERATURE DRY BULB AIR TEMPERATURE

38

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอน

39

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

1 เทอรโมมเตอรวดอณหภมของกระเปาะเปยกธรรมชาต น าปรอท มาหมดวยผากอสทกระเปาะของเทอรโมมเตอร ใหมความยาวเหนอปลายกระเปาะขนมาประมาณ 1 - 1 14 นว และหมตอยาวลงไปใหปลายของผากอสสวนนจมลงในแกว FLASK ขนาด 125 (มล) ซงมน ากลนบรรจอย

40

2 เทอรโมมเตอรวดอณหภมแบลกโกลบ

ใชวดอณหภมจากการแผรงส ทมผลตอรางกายมนษย

อปกรณนประกอบดวยลกทองแดงทรงกลมกลวง

เสนผาศนยกลาง 6 นว ภายนอกเคลอบดวยโลหะด าดาน

มเทอรโมมเตอรเสยบอยบรเวณเปลอกภายนอก

โดยปลายของเทอรโมมเตอรจะอยบรเวณตรงกลางของโกลบน

3 เทอรโมมเตอรวดอณหภมอากาศหรออณหภมกระเปาะแหง

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

41

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอชนดอานคาโดยตรง

ตองมคณลกษณะของเครองสอดคลองกบมาตรฐาน ISO 7243 หรอเทยบเทา หรอดกวา เชน DIN EN 27243 42

เทคนคและวธการตรวจวด

bull ในการตรวจวดระดบความรอนตองท าการตรวจวดในเดอนทรอนทสดของป

bull ในการเรมการตรวจวดระดบความรอน ตองท าการ set อปกรณกอนเรมท าการอานคาประมาณ 30 นาท

bull ต าแหนงทวางอปกรณกระเปาะแหงตองไมไดรบการแผรงสความรอน จากสภาพแวดลอมในการท างาน

43

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB

WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn) t1+t2+hellip +tn

44

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB ถา NWB = 25 องศาเซลเซยส GT =40 องศาเซลเซยส DB = 30 องศาเซลเซยส WBGT = 0725 + 0240 + 0130 องศาเซลเซยส = 285 องศาเซลเซยส

45

สตรการประเมนภาระงาน

ศกษาระยะเวลาการท างาน และลกษณะการท างาน ของพนกงาน เพอประเมนภาระงาน วาลกษณะงานทท าในชวง 2 ชวโมงทรอนทสดของพนกงาน เปนลกษณะงานหนก งานหนกปานกลาง หรองานเบา โดยค านวณดวยสตรตอไปน

Mเฉลย = M1t1 + M2t2 + M3t3 + + Mntn

t1 + t2 + t3 + + t n

เมอ M1 M2 hellip และ Mn คอ คาประมาณความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอสรางพลงงาน ส าหรบกจกรรมตางๆ มหนวยเปนกโลแคลอรตอชวโมงหรอกโลแคลอรตอนาท ในชวงเวลา t1 t2 tn มหนวยเปนชวโมงหรอนาท

46

คาพลงงานในการแบงระดบความหนก ndash เบา ของงาน

ความหนก - เบา พลงงาน ( กโลแคลอร ชวโมง )

งานเบา ไมเกน 200

งานปานกลาง 201 ndash 350

งานหนก เกน 350

47

ตารางแสดงมาตรฐานระดบความรอน

ความหนกเบาของงาน มาตรฐานระดบความรอน

คาเฉลยอณหภมเวทบลบโกลบ (WBGT)

ก าหนดเปนองศาเซลเซยส

เบา 34

กลาง 32

หนก 30 48

การประเมนภาระงาน (อตราการเผาผลาญอาหารเฉลยในรางกายของคนงานขณะท ากจกรรม)

03 06

20 ndash 30 เพม 08 ทกความสงทเพม 1 เมตร

นง ยน เดนบนพนราบ เดนขนทสง

กโลแคลอรนาท ทาทางการเคลอนไหวของรางกาย

49

10 เมตาโบลสมพนฐาน

02 ndash 12

07 ndash 25

10 ndash 35

10 ndash 150

04 09

10 17

15 25

35 50 70 90

ท างานดวยมอ - เบา ( เขยนหนงมอ เยบปกถกรอย) - หนก ( พมพดด นบเรยงเอกสาร ) ท างานดวยแขนขางเดยว - เบา ( กวาดพน เชดถพน ) - หนก ( ตอกตะป เลอยไม ) ท างานดวยแขน 2 ขาง - เบา (ปอนชนงาน ตะไบโลหะ งานสวน) - หนก ( ไสไม แกะสกกไม ) ท างานดวยรางกายทกสวน - เบา ( ขบรถยนต) - ปานกลาง ( ทาส ขดถพน ) -หนก ( ลาก ดง ยกของหนก) -หนกมาก ( กอสราง ขดดน )

ชวงคาพลงงาน ( กโลแคลอร นาท )

คาพลงงานเฉลย ( กโลแคลอร นาท )

กจกรรม การปฏบตงาน

50

ตวอยางกจกรรมเปรยบเทยบ

20 30

10 60

1 เดนไปเรอย ๆ 2 ใช 2 แขน(งานหนก) และใชรางกายทก

สวน (งานเบา) 3 เมตาโบลสมพนฐานของรางกาย รวม

กโลแคลอร นาท การประกอบชนงาน

51

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส)

WL = (560) + (745) +helliphellip+ (915) + (1120) 2 WL = 300 + 315 + 135 + 120 = 8702 = 435 กโลแคลอรชวโมง 2

52

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง 20 นาท (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณความหนกเบาของงาน

WL = (580) + (740) +helliphellip+ (1120) 2 WL = 400 + 280 + 120 = 8002 = 400 กโลแคลอรชวโมง 2 53

การค านวณหา WBGT เฉลย WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn)

t1+t2+hellip +tn ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณWBGT เฉลย

WBGTเฉลย = (3760)+(3545)+(3215) 60+45+15

= 356 องศาเซลเซยส

54

ตวอยางแบบบนทกขอมลการตรวจวดดชนความรอน

ลกษณะการท างาน Work load ระยะเวลา ( นาท )

WB

(degc) DB (degc)

GT (degc)

WBGT (degc)

ชอสถานประกอบกจการ

วนเดอนป ทตรวจวด

เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช

ปรบเทยบความถกตองเครองมอ

แผนก

ชอพนกงาน

55

การควบคมและปองกนอนตราย bull การใชฉนวนหมแหลงก าเนดความรอน เชน ใชฉนวนบทอน ารอน เพอลดการ

แผรงสและพาความรอน bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน bull การจดระบบระบายอากาศแบบทวไปและแบบเฉพาะท bull การแยกแหลงก าเนดความรอนออกจากบรเวณการท างาน bull การตดประกาศเตอน bull การลดเวลาท างานสมผสความรอนและเพมเวลาพก bull จดน าดมและน าเกลอแร bull การจดอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคล เปนตน

56

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การใชฉนวนหม (Insulator)

bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน (Radiation Shielding)

57

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การจดการระบายอากาศเฉพาะท (Local Exhaust Ventilation)

58

การปองกนททางผาน

bull จดท าหองพก หรอหองควบคมใหพนกงาน

bull การจายอากาศทม ความเยนเฉพาะจด ใหทตว

59

การปองกนททางผาน

bull การจดทศทางการเคลอนท

ของอากาศอยางเหมาะสม

bull อาศยการดนอากาศเยนจากดานลาง เพอไลอากาศรอนสดานบน

60

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาการท างานทสมผสความรอน

bull ใชอปกรณชวยผอนแรง เพอชวยลดคาพลงงานความรอน

61

การปองกนทตวบคคล

bull ใชอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคลเพอปองกนความรอนทตองสมผส

bull จดท าปายเตอน

bull การจดสวสดการในเรอง น าดม-เกลอแร ทช าระลางรางกาย ทนงพก

62

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

เสยง (Sound) คอ พลงงานรปหนงทเกดจากการสนสะเทอนของโมเลกลของอากาศ ท าใหเกดการอดและขยายสลบกนของโมเลกลอากาศ ความดนบรรยากาศจงเกดการเปลยนแปลงตามการเคลอนทของโมเลกลอากาศ เรยกวา คลนเสยง

เสยงดง (noise) หมายถง เสยงซงไมเปนทตองการของคนเพราะท าใหเกดการรบกวนการรบรเสยงทตองการ หรอความเงยบ และเปนเสยงทเปนอนตรายตอการไดยน

เดซเบลเอ ( dBA) เปนหนวยวดความดงเสยงทใกลเคยงกบการตอบสนองตอเสยงของหมนษย

TWA time weighted average เปนคาเฉลยระดบความดงเสยงตลอดระยะเวลาการสมผสเสยง

63

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

ขนตอนท 3 การวเคราะหและแปลผล เพอเปรยบเทยบกบมาตรฐาน ความปลอดภยในการท างาน หรอขอมลเดมทมอย

ประโยชนของผลการตรวจวดสภาพแวดลอมในการท างาน bull เปรยบเทยบกบเกณฑมาตรฐานความปลอดภยในการท างาน

bull เปรยบเทยบผลทไดกบขอมลเดมทมอย

bull เปรยบเทยบผลทไดกบผลการตรวจสขภาพของพนกงาน

21

ขนตอนท 4 การประเมนการสมผสซ า

แนวทางการด าเนนการ 1 ควรมการประเมนการสมผสซ าตามระยะเวลาทก าหนด bull ปละครงตามกฎหมาย bull ต ากวา 25 ของคามาตรฐาน ทก 64 สปดาห bull 25-50 ของคามาตรฐาน ทก 32 สปดาห bull มากกวา 50-100 ของคามาตรฐาน ทก 16 สปดาห 2 การประเมนแบบพเศษ เชน การรองเรยนของคนงาน มการเปลยนกระบวนการผลต

และตอบสนองกฎหมายใหม เปนตน 22

6 การจดท ารายงาน ขอมลสรปจากสถานทท างาน 1 รายละเอยดกระบวนการผลต อาจบรรยายโดยใชแผนภมแสดงบรเวณการผลต แสดงแหลงก าเนด

สารเคม เสยงดง บรเวณทมรงส หรอการระบายอากาศ เปนตน 2 ลกษณะงานและรายละเอยดของงาน 3 การจดกลมคนงานทมลกษณะการท างานทคลายกน (Similar Exposure Group) 4 รายละเอยดสารเคมทใช วธการสมผสสาร และผลตอสขภาพ 5 การเฝาระวงทางสงแวดลอม การประเมนการสมผสสาร การเกบตวอยาง ผลการวเคราะหและ

สรปในแตละครง การตรวจวดแบบพเศษหรอการตรวจวดสารทางชวภาพจากรางกายของคนงาน ควรมการบนทกเรองการสมผสสารทไมใชจากงานทท าดวย

23

6 การจดท ารายงาน รายงานการประเมนการสมผส ควรประกอบดวย bull แผนการด าเนนงาน การประเมนการสมผสสาร ผลทได ขอเสนอแนะ และแนวทาง

การเฝาระวง bull วตถประสงคในการประเมนการสมผสตองชดเจน bull เกณฑการประเมนการสมผสสาร ( TLVs PELs คามาตรฐานอน ) bull ผลตอสขภาพของสารเคมแตละชนด bull วธการตรวจวด การวเคราะหทางสถต และการควบคมคณภาพของการวเคราะห bull การอภปรายผลการตรวจวด bull ขอเสนอแนะทชดเจน สามารถน ามาปฏบตได และควรมการตดตามผล

24

ความรอน (Heat) คอ พลงงานรปแบบหนงทท าใหมนษย รบรโดยประสาทสมผส เปนพลงงานจลนของโมเลกลของวตถ เมอวตถไดรบความรอนเพมขน โมเลกลกจะเคลอนไหวได

อณหภม (Temperature) คอระดบความรอนทมอยในวตถ เปนคณสมบต ประจ าตวของวตถนน ๆ (oC oF)

การตรวจวดและประเมนระดบความรอนและการฝกปฏบต

25

การตรวจวดและประเมนระดบความรอนและการฝกปฏบต ปรมาณความรอน (Quantity of Heat) คอ จ านวนความรอนทถกถายเทจาก

วตถหนงไปอกวตถหนง หนวยทใช

1) Kcal = Q น า 1 กก T สง 1 oC 2) BTU = Q น า 1 ปอนด T สง 1 oF 1Kcal = 3968 BTU

26

การตรวจวดและประเมนระดบความรอน

ระดบความรอน คอ อณหภมเวตบลบโกลบในบรเวณทลกจางท างาน ตรวจวด โดยเฉลยในเวลาชวง 2 ชวโมงทมอณหภมเวตบลบโกลบสงสดของการท างานปกต

อณหภมเวตบลบโกลบ (WBGT) เปนดชนวดสภาพความรอนในสงแวดลอมการท างาน (หนวยองศาเซลเซยส) ซงเปนการน าปจจยทมผลกระทบตอความรอนทสะสมในรางกายมาพจารณา

27

การตรวจวดและประเมนระดบความรอน

ปรมาณงาน หรอ ภาระงาน (Work Load) เปนพลงงานความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอใหรางกายใชปฏบตงานตางๆ ผทท างานหนกยอมมความรอนเกดขนในรางกายสงกวาผทท างานเบา และคามาตรฐานระดบความรอนไดน าปจจยนมาพจารณา โดยจ าแนกตามความหนกเบาของงานกบระดบความรอนทไดรบ

28

ความหนกเบาของงาน ความหนกเบาของงาน คอ การใชพลงงานของรางกายหรอใชก าลงงานท าให

เกดการเผาผลาญอาหารในรางกายเพอใชปฏบตงาน สามารถแบงออกเปน 3 ระดบ

งานเบา ลกษณะงานทใชแรงนอยหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการเผา ผลาญอาหารในรางกายไมเกน 200 กโลแคลอรตอชวโมง งานปานกลาง ลกษณะงานทใชแรงปานกลางหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการ เผาผลาญอาหารในรางกาย 201 ndash 350 กโลแคลอรตอชวโมง งานหนก ลกษณะงานทใชแรงมากหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการเผา ผลาญอาหารในรางกายเกน 350 กโลแคลอรตอชวโมง

29

อณหภมของรางกาย

แบงออกเปน 2 สวน

1 อณหภมแกน (Core Temperature) หมายถง อณหภมของอวยวะทอยภายในรางกาย เชน สมอง หวใจ ปอด ตบ ไต และระบบทางเดนหายใจ เปนตน

2 อณหภมทผว (Surface Temperature) หมายถง อณหภมทกลามเนอและผวหนง ซงเปนบรเวณทมการแลกเปลยนความรอนกบสงแวดลอมภายนอก เพอรกษาสมดลอณหภมของรางกายใหคงท

30

กลไกการเกดความรอนในรางกาย bull แหลงสรางความรอนในรางกาย มาจาก 2 ทาง 1 เมตาโบลซม 2 การท างานของกลามเนอ bull วธการในการขจดความรอนออกจากรางกายม 4 วธ 1 การแผรงสความรอน 60 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 2 การพาความรอน 12 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 3 การน าความรอน 3 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 4 การระเหย 22 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด

31

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

1 เมตาโบลซม (Metabolism M) bull 1 Met = Basal Metabolism Rate

bull ldquoชาย 70 กก ทพนผวหนง 18 ม2

bull หายใจ O2 03L min 1 Kcal min

32

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

2 การท างานของกลามเนอ (W) - Respiration

- Glycolysis

3 สงแวดลอม (Environment)

- Sun - Process

33

การไดรบและสญเสย ความรอน

สตรสมดลความรอน

M + W + R + C + D ndash E = + H

M = Metabolism Rate

W = ลกษณะของงาน

เบา 200 Kcal hr ลงไป

ปานกลาง 201 ndash 350 Kcal hr

หนก 350 Kcal hr ขนไป

Note H = M R C - E D (M=M+W) 34

อนตรายจากความรอนและผลกระทบตอสขภาพ

bull การมไข ( Fever )

bull ลมแดด ( Heat stroke )

bull การเปนลม ( Heat syncope)

bull การออนเพลยเนองจากความรอน ( Heat Exhaustion )

bull การขาดน า ( Dehydration )

bull ตะครวเนองจากความรอน ( Heat cramp)

35

1 ดชนทเกยวของกบการเปลยนแปลงทางสรรวทยาของผปฏบตงาน เชน WBGT P4SR

2 ดชนทเกยวของกบความพอใจของผปฏบตงาน เชน ET CET 3 ดชนทเกยวของกบการแลกเปลยนความรอน เชน HSI

การตรวจวนจฉยอนตรายจากความรอน

ดชนความเคนแหงความรอน (HEAT STRESS INDEX)

36

ความรอนสง รางกาย การระบายออกมา

YAGLOU amp MINARD WBGT

ACGIH amp NIOSH ไดใชเปนดชนมาตรฐาน ความรอนของคนงาน

ประเมนโดยใชคาอณหภม 3 ชนด คอ tnwbtna และ tg 37

WET BULB GLOBE TEMPERATURE

(WBGT)

WBGT index ใชงายและเปนดชนทใชในมาตรฐานส าหรบความเครยดจากความรอนของ ACGIH และ NIOSH การหาคา WBGT ตองทราบคาของตวแปรตาง ๆ ดงน WET BULB TEMPERATURE GLOBE TEMPERATURE DRY BULB AIR TEMPERATURE

38

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอน

39

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

1 เทอรโมมเตอรวดอณหภมของกระเปาะเปยกธรรมชาต น าปรอท มาหมดวยผากอสทกระเปาะของเทอรโมมเตอร ใหมความยาวเหนอปลายกระเปาะขนมาประมาณ 1 - 1 14 นว และหมตอยาวลงไปใหปลายของผากอสสวนนจมลงในแกว FLASK ขนาด 125 (มล) ซงมน ากลนบรรจอย

40

2 เทอรโมมเตอรวดอณหภมแบลกโกลบ

ใชวดอณหภมจากการแผรงส ทมผลตอรางกายมนษย

อปกรณนประกอบดวยลกทองแดงทรงกลมกลวง

เสนผาศนยกลาง 6 นว ภายนอกเคลอบดวยโลหะด าดาน

มเทอรโมมเตอรเสยบอยบรเวณเปลอกภายนอก

โดยปลายของเทอรโมมเตอรจะอยบรเวณตรงกลางของโกลบน

3 เทอรโมมเตอรวดอณหภมอากาศหรออณหภมกระเปาะแหง

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

41

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอชนดอานคาโดยตรง

ตองมคณลกษณะของเครองสอดคลองกบมาตรฐาน ISO 7243 หรอเทยบเทา หรอดกวา เชน DIN EN 27243 42

เทคนคและวธการตรวจวด

bull ในการตรวจวดระดบความรอนตองท าการตรวจวดในเดอนทรอนทสดของป

bull ในการเรมการตรวจวดระดบความรอน ตองท าการ set อปกรณกอนเรมท าการอานคาประมาณ 30 นาท

bull ต าแหนงทวางอปกรณกระเปาะแหงตองไมไดรบการแผรงสความรอน จากสภาพแวดลอมในการท างาน

43

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB

WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn) t1+t2+hellip +tn

44

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB ถา NWB = 25 องศาเซลเซยส GT =40 องศาเซลเซยส DB = 30 องศาเซลเซยส WBGT = 0725 + 0240 + 0130 องศาเซลเซยส = 285 องศาเซลเซยส

45

สตรการประเมนภาระงาน

ศกษาระยะเวลาการท างาน และลกษณะการท างาน ของพนกงาน เพอประเมนภาระงาน วาลกษณะงานทท าในชวง 2 ชวโมงทรอนทสดของพนกงาน เปนลกษณะงานหนก งานหนกปานกลาง หรองานเบา โดยค านวณดวยสตรตอไปน

Mเฉลย = M1t1 + M2t2 + M3t3 + + Mntn

t1 + t2 + t3 + + t n

เมอ M1 M2 hellip และ Mn คอ คาประมาณความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอสรางพลงงาน ส าหรบกจกรรมตางๆ มหนวยเปนกโลแคลอรตอชวโมงหรอกโลแคลอรตอนาท ในชวงเวลา t1 t2 tn มหนวยเปนชวโมงหรอนาท

46

คาพลงงานในการแบงระดบความหนก ndash เบา ของงาน

ความหนก - เบา พลงงาน ( กโลแคลอร ชวโมง )

งานเบา ไมเกน 200

งานปานกลาง 201 ndash 350

งานหนก เกน 350

47

ตารางแสดงมาตรฐานระดบความรอน

ความหนกเบาของงาน มาตรฐานระดบความรอน

คาเฉลยอณหภมเวทบลบโกลบ (WBGT)

ก าหนดเปนองศาเซลเซยส

เบา 34

กลาง 32

หนก 30 48

การประเมนภาระงาน (อตราการเผาผลาญอาหารเฉลยในรางกายของคนงานขณะท ากจกรรม)

03 06

20 ndash 30 เพม 08 ทกความสงทเพม 1 เมตร

นง ยน เดนบนพนราบ เดนขนทสง

กโลแคลอรนาท ทาทางการเคลอนไหวของรางกาย

49

10 เมตาโบลสมพนฐาน

02 ndash 12

07 ndash 25

10 ndash 35

10 ndash 150

04 09

10 17

15 25

35 50 70 90

ท างานดวยมอ - เบา ( เขยนหนงมอ เยบปกถกรอย) - หนก ( พมพดด นบเรยงเอกสาร ) ท างานดวยแขนขางเดยว - เบา ( กวาดพน เชดถพน ) - หนก ( ตอกตะป เลอยไม ) ท างานดวยแขน 2 ขาง - เบา (ปอนชนงาน ตะไบโลหะ งานสวน) - หนก ( ไสไม แกะสกกไม ) ท างานดวยรางกายทกสวน - เบา ( ขบรถยนต) - ปานกลาง ( ทาส ขดถพน ) -หนก ( ลาก ดง ยกของหนก) -หนกมาก ( กอสราง ขดดน )

ชวงคาพลงงาน ( กโลแคลอร นาท )

คาพลงงานเฉลย ( กโลแคลอร นาท )

กจกรรม การปฏบตงาน

50

ตวอยางกจกรรมเปรยบเทยบ

20 30

10 60

1 เดนไปเรอย ๆ 2 ใช 2 แขน(งานหนก) และใชรางกายทก

สวน (งานเบา) 3 เมตาโบลสมพนฐานของรางกาย รวม

กโลแคลอร นาท การประกอบชนงาน

51

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส)

WL = (560) + (745) +helliphellip+ (915) + (1120) 2 WL = 300 + 315 + 135 + 120 = 8702 = 435 กโลแคลอรชวโมง 2

52

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง 20 นาท (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณความหนกเบาของงาน

WL = (580) + (740) +helliphellip+ (1120) 2 WL = 400 + 280 + 120 = 8002 = 400 กโลแคลอรชวโมง 2 53

การค านวณหา WBGT เฉลย WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn)

t1+t2+hellip +tn ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณWBGT เฉลย

WBGTเฉลย = (3760)+(3545)+(3215) 60+45+15

= 356 องศาเซลเซยส

54

ตวอยางแบบบนทกขอมลการตรวจวดดชนความรอน

ลกษณะการท างาน Work load ระยะเวลา ( นาท )

WB

(degc) DB (degc)

GT (degc)

WBGT (degc)

ชอสถานประกอบกจการ

วนเดอนป ทตรวจวด

เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช

ปรบเทยบความถกตองเครองมอ

แผนก

ชอพนกงาน

55

การควบคมและปองกนอนตราย bull การใชฉนวนหมแหลงก าเนดความรอน เชน ใชฉนวนบทอน ารอน เพอลดการ

แผรงสและพาความรอน bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน bull การจดระบบระบายอากาศแบบทวไปและแบบเฉพาะท bull การแยกแหลงก าเนดความรอนออกจากบรเวณการท างาน bull การตดประกาศเตอน bull การลดเวลาท างานสมผสความรอนและเพมเวลาพก bull จดน าดมและน าเกลอแร bull การจดอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคล เปนตน

56

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การใชฉนวนหม (Insulator)

bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน (Radiation Shielding)

57

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การจดการระบายอากาศเฉพาะท (Local Exhaust Ventilation)

58

การปองกนททางผาน

bull จดท าหองพก หรอหองควบคมใหพนกงาน

bull การจายอากาศทม ความเยนเฉพาะจด ใหทตว

59

การปองกนททางผาน

bull การจดทศทางการเคลอนท

ของอากาศอยางเหมาะสม

bull อาศยการดนอากาศเยนจากดานลาง เพอไลอากาศรอนสดานบน

60

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาการท างานทสมผสความรอน

bull ใชอปกรณชวยผอนแรง เพอชวยลดคาพลงงานความรอน

61

การปองกนทตวบคคล

bull ใชอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคลเพอปองกนความรอนทตองสมผส

bull จดท าปายเตอน

bull การจดสวสดการในเรอง น าดม-เกลอแร ทช าระลางรางกาย ทนงพก

62

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

เสยง (Sound) คอ พลงงานรปหนงทเกดจากการสนสะเทอนของโมเลกลของอากาศ ท าใหเกดการอดและขยายสลบกนของโมเลกลอากาศ ความดนบรรยากาศจงเกดการเปลยนแปลงตามการเคลอนทของโมเลกลอากาศ เรยกวา คลนเสยง

เสยงดง (noise) หมายถง เสยงซงไมเปนทตองการของคนเพราะท าใหเกดการรบกวนการรบรเสยงทตองการ หรอความเงยบ และเปนเสยงทเปนอนตรายตอการไดยน

เดซเบลเอ ( dBA) เปนหนวยวดความดงเสยงทใกลเคยงกบการตอบสนองตอเสยงของหมนษย

TWA time weighted average เปนคาเฉลยระดบความดงเสยงตลอดระยะเวลาการสมผสเสยง

63

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

ขนตอนท 4 การประเมนการสมผสซ า

แนวทางการด าเนนการ 1 ควรมการประเมนการสมผสซ าตามระยะเวลาทก าหนด bull ปละครงตามกฎหมาย bull ต ากวา 25 ของคามาตรฐาน ทก 64 สปดาห bull 25-50 ของคามาตรฐาน ทก 32 สปดาห bull มากกวา 50-100 ของคามาตรฐาน ทก 16 สปดาห 2 การประเมนแบบพเศษ เชน การรองเรยนของคนงาน มการเปลยนกระบวนการผลต

และตอบสนองกฎหมายใหม เปนตน 22

6 การจดท ารายงาน ขอมลสรปจากสถานทท างาน 1 รายละเอยดกระบวนการผลต อาจบรรยายโดยใชแผนภมแสดงบรเวณการผลต แสดงแหลงก าเนด

สารเคม เสยงดง บรเวณทมรงส หรอการระบายอากาศ เปนตน 2 ลกษณะงานและรายละเอยดของงาน 3 การจดกลมคนงานทมลกษณะการท างานทคลายกน (Similar Exposure Group) 4 รายละเอยดสารเคมทใช วธการสมผสสาร และผลตอสขภาพ 5 การเฝาระวงทางสงแวดลอม การประเมนการสมผสสาร การเกบตวอยาง ผลการวเคราะหและ

สรปในแตละครง การตรวจวดแบบพเศษหรอการตรวจวดสารทางชวภาพจากรางกายของคนงาน ควรมการบนทกเรองการสมผสสารทไมใชจากงานทท าดวย

23

6 การจดท ารายงาน รายงานการประเมนการสมผส ควรประกอบดวย bull แผนการด าเนนงาน การประเมนการสมผสสาร ผลทได ขอเสนอแนะ และแนวทาง

การเฝาระวง bull วตถประสงคในการประเมนการสมผสตองชดเจน bull เกณฑการประเมนการสมผสสาร ( TLVs PELs คามาตรฐานอน ) bull ผลตอสขภาพของสารเคมแตละชนด bull วธการตรวจวด การวเคราะหทางสถต และการควบคมคณภาพของการวเคราะห bull การอภปรายผลการตรวจวด bull ขอเสนอแนะทชดเจน สามารถน ามาปฏบตได และควรมการตดตามผล

24

ความรอน (Heat) คอ พลงงานรปแบบหนงทท าใหมนษย รบรโดยประสาทสมผส เปนพลงงานจลนของโมเลกลของวตถ เมอวตถไดรบความรอนเพมขน โมเลกลกจะเคลอนไหวได

อณหภม (Temperature) คอระดบความรอนทมอยในวตถ เปนคณสมบต ประจ าตวของวตถนน ๆ (oC oF)

การตรวจวดและประเมนระดบความรอนและการฝกปฏบต

25

การตรวจวดและประเมนระดบความรอนและการฝกปฏบต ปรมาณความรอน (Quantity of Heat) คอ จ านวนความรอนทถกถายเทจาก

วตถหนงไปอกวตถหนง หนวยทใช

1) Kcal = Q น า 1 กก T สง 1 oC 2) BTU = Q น า 1 ปอนด T สง 1 oF 1Kcal = 3968 BTU

26

การตรวจวดและประเมนระดบความรอน

ระดบความรอน คอ อณหภมเวตบลบโกลบในบรเวณทลกจางท างาน ตรวจวด โดยเฉลยในเวลาชวง 2 ชวโมงทมอณหภมเวตบลบโกลบสงสดของการท างานปกต

อณหภมเวตบลบโกลบ (WBGT) เปนดชนวดสภาพความรอนในสงแวดลอมการท างาน (หนวยองศาเซลเซยส) ซงเปนการน าปจจยทมผลกระทบตอความรอนทสะสมในรางกายมาพจารณา

27

การตรวจวดและประเมนระดบความรอน

ปรมาณงาน หรอ ภาระงาน (Work Load) เปนพลงงานความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอใหรางกายใชปฏบตงานตางๆ ผทท างานหนกยอมมความรอนเกดขนในรางกายสงกวาผทท างานเบา และคามาตรฐานระดบความรอนไดน าปจจยนมาพจารณา โดยจ าแนกตามความหนกเบาของงานกบระดบความรอนทไดรบ

28

ความหนกเบาของงาน ความหนกเบาของงาน คอ การใชพลงงานของรางกายหรอใชก าลงงานท าให

เกดการเผาผลาญอาหารในรางกายเพอใชปฏบตงาน สามารถแบงออกเปน 3 ระดบ

งานเบา ลกษณะงานทใชแรงนอยหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการเผา ผลาญอาหารในรางกายไมเกน 200 กโลแคลอรตอชวโมง งานปานกลาง ลกษณะงานทใชแรงปานกลางหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการ เผาผลาญอาหารในรางกาย 201 ndash 350 กโลแคลอรตอชวโมง งานหนก ลกษณะงานทใชแรงมากหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการเผา ผลาญอาหารในรางกายเกน 350 กโลแคลอรตอชวโมง

29

อณหภมของรางกาย

แบงออกเปน 2 สวน

1 อณหภมแกน (Core Temperature) หมายถง อณหภมของอวยวะทอยภายในรางกาย เชน สมอง หวใจ ปอด ตบ ไต และระบบทางเดนหายใจ เปนตน

2 อณหภมทผว (Surface Temperature) หมายถง อณหภมทกลามเนอและผวหนง ซงเปนบรเวณทมการแลกเปลยนความรอนกบสงแวดลอมภายนอก เพอรกษาสมดลอณหภมของรางกายใหคงท

30

กลไกการเกดความรอนในรางกาย bull แหลงสรางความรอนในรางกาย มาจาก 2 ทาง 1 เมตาโบลซม 2 การท างานของกลามเนอ bull วธการในการขจดความรอนออกจากรางกายม 4 วธ 1 การแผรงสความรอน 60 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 2 การพาความรอน 12 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 3 การน าความรอน 3 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 4 การระเหย 22 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด

31

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

1 เมตาโบลซม (Metabolism M) bull 1 Met = Basal Metabolism Rate

bull ldquoชาย 70 กก ทพนผวหนง 18 ม2

bull หายใจ O2 03L min 1 Kcal min

32

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

2 การท างานของกลามเนอ (W) - Respiration

- Glycolysis

3 สงแวดลอม (Environment)

- Sun - Process

33

การไดรบและสญเสย ความรอน

สตรสมดลความรอน

M + W + R + C + D ndash E = + H

M = Metabolism Rate

W = ลกษณะของงาน

เบา 200 Kcal hr ลงไป

ปานกลาง 201 ndash 350 Kcal hr

หนก 350 Kcal hr ขนไป

Note H = M R C - E D (M=M+W) 34

อนตรายจากความรอนและผลกระทบตอสขภาพ

bull การมไข ( Fever )

bull ลมแดด ( Heat stroke )

bull การเปนลม ( Heat syncope)

bull การออนเพลยเนองจากความรอน ( Heat Exhaustion )

bull การขาดน า ( Dehydration )

bull ตะครวเนองจากความรอน ( Heat cramp)

35

1 ดชนทเกยวของกบการเปลยนแปลงทางสรรวทยาของผปฏบตงาน เชน WBGT P4SR

2 ดชนทเกยวของกบความพอใจของผปฏบตงาน เชน ET CET 3 ดชนทเกยวของกบการแลกเปลยนความรอน เชน HSI

การตรวจวนจฉยอนตรายจากความรอน

ดชนความเคนแหงความรอน (HEAT STRESS INDEX)

36

ความรอนสง รางกาย การระบายออกมา

YAGLOU amp MINARD WBGT

ACGIH amp NIOSH ไดใชเปนดชนมาตรฐาน ความรอนของคนงาน

ประเมนโดยใชคาอณหภม 3 ชนด คอ tnwbtna และ tg 37

WET BULB GLOBE TEMPERATURE

(WBGT)

WBGT index ใชงายและเปนดชนทใชในมาตรฐานส าหรบความเครยดจากความรอนของ ACGIH และ NIOSH การหาคา WBGT ตองทราบคาของตวแปรตาง ๆ ดงน WET BULB TEMPERATURE GLOBE TEMPERATURE DRY BULB AIR TEMPERATURE

38

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอน

39

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

1 เทอรโมมเตอรวดอณหภมของกระเปาะเปยกธรรมชาต น าปรอท มาหมดวยผากอสทกระเปาะของเทอรโมมเตอร ใหมความยาวเหนอปลายกระเปาะขนมาประมาณ 1 - 1 14 นว และหมตอยาวลงไปใหปลายของผากอสสวนนจมลงในแกว FLASK ขนาด 125 (มล) ซงมน ากลนบรรจอย

40

2 เทอรโมมเตอรวดอณหภมแบลกโกลบ

ใชวดอณหภมจากการแผรงส ทมผลตอรางกายมนษย

อปกรณนประกอบดวยลกทองแดงทรงกลมกลวง

เสนผาศนยกลาง 6 นว ภายนอกเคลอบดวยโลหะด าดาน

มเทอรโมมเตอรเสยบอยบรเวณเปลอกภายนอก

โดยปลายของเทอรโมมเตอรจะอยบรเวณตรงกลางของโกลบน

3 เทอรโมมเตอรวดอณหภมอากาศหรออณหภมกระเปาะแหง

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

41

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอชนดอานคาโดยตรง

ตองมคณลกษณะของเครองสอดคลองกบมาตรฐาน ISO 7243 หรอเทยบเทา หรอดกวา เชน DIN EN 27243 42

เทคนคและวธการตรวจวด

bull ในการตรวจวดระดบความรอนตองท าการตรวจวดในเดอนทรอนทสดของป

bull ในการเรมการตรวจวดระดบความรอน ตองท าการ set อปกรณกอนเรมท าการอานคาประมาณ 30 นาท

bull ต าแหนงทวางอปกรณกระเปาะแหงตองไมไดรบการแผรงสความรอน จากสภาพแวดลอมในการท างาน

43

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB

WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn) t1+t2+hellip +tn

44

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB ถา NWB = 25 องศาเซลเซยส GT =40 องศาเซลเซยส DB = 30 องศาเซลเซยส WBGT = 0725 + 0240 + 0130 องศาเซลเซยส = 285 องศาเซลเซยส

45

สตรการประเมนภาระงาน

ศกษาระยะเวลาการท างาน และลกษณะการท างาน ของพนกงาน เพอประเมนภาระงาน วาลกษณะงานทท าในชวง 2 ชวโมงทรอนทสดของพนกงาน เปนลกษณะงานหนก งานหนกปานกลาง หรองานเบา โดยค านวณดวยสตรตอไปน

Mเฉลย = M1t1 + M2t2 + M3t3 + + Mntn

t1 + t2 + t3 + + t n

เมอ M1 M2 hellip และ Mn คอ คาประมาณความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอสรางพลงงาน ส าหรบกจกรรมตางๆ มหนวยเปนกโลแคลอรตอชวโมงหรอกโลแคลอรตอนาท ในชวงเวลา t1 t2 tn มหนวยเปนชวโมงหรอนาท

46

คาพลงงานในการแบงระดบความหนก ndash เบา ของงาน

ความหนก - เบา พลงงาน ( กโลแคลอร ชวโมง )

งานเบา ไมเกน 200

งานปานกลาง 201 ndash 350

งานหนก เกน 350

47

ตารางแสดงมาตรฐานระดบความรอน

ความหนกเบาของงาน มาตรฐานระดบความรอน

คาเฉลยอณหภมเวทบลบโกลบ (WBGT)

ก าหนดเปนองศาเซลเซยส

เบา 34

กลาง 32

หนก 30 48

การประเมนภาระงาน (อตราการเผาผลาญอาหารเฉลยในรางกายของคนงานขณะท ากจกรรม)

03 06

20 ndash 30 เพม 08 ทกความสงทเพม 1 เมตร

นง ยน เดนบนพนราบ เดนขนทสง

กโลแคลอรนาท ทาทางการเคลอนไหวของรางกาย

49

10 เมตาโบลสมพนฐาน

02 ndash 12

07 ndash 25

10 ndash 35

10 ndash 150

04 09

10 17

15 25

35 50 70 90

ท างานดวยมอ - เบา ( เขยนหนงมอ เยบปกถกรอย) - หนก ( พมพดด นบเรยงเอกสาร ) ท างานดวยแขนขางเดยว - เบา ( กวาดพน เชดถพน ) - หนก ( ตอกตะป เลอยไม ) ท างานดวยแขน 2 ขาง - เบา (ปอนชนงาน ตะไบโลหะ งานสวน) - หนก ( ไสไม แกะสกกไม ) ท างานดวยรางกายทกสวน - เบา ( ขบรถยนต) - ปานกลาง ( ทาส ขดถพน ) -หนก ( ลาก ดง ยกของหนก) -หนกมาก ( กอสราง ขดดน )

ชวงคาพลงงาน ( กโลแคลอร นาท )

คาพลงงานเฉลย ( กโลแคลอร นาท )

กจกรรม การปฏบตงาน

50

ตวอยางกจกรรมเปรยบเทยบ

20 30

10 60

1 เดนไปเรอย ๆ 2 ใช 2 แขน(งานหนก) และใชรางกายทก

สวน (งานเบา) 3 เมตาโบลสมพนฐานของรางกาย รวม

กโลแคลอร นาท การประกอบชนงาน

51

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส)

WL = (560) + (745) +helliphellip+ (915) + (1120) 2 WL = 300 + 315 + 135 + 120 = 8702 = 435 กโลแคลอรชวโมง 2

52

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง 20 นาท (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณความหนกเบาของงาน

WL = (580) + (740) +helliphellip+ (1120) 2 WL = 400 + 280 + 120 = 8002 = 400 กโลแคลอรชวโมง 2 53

การค านวณหา WBGT เฉลย WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn)

t1+t2+hellip +tn ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณWBGT เฉลย

WBGTเฉลย = (3760)+(3545)+(3215) 60+45+15

= 356 องศาเซลเซยส

54

ตวอยางแบบบนทกขอมลการตรวจวดดชนความรอน

ลกษณะการท างาน Work load ระยะเวลา ( นาท )

WB

(degc) DB (degc)

GT (degc)

WBGT (degc)

ชอสถานประกอบกจการ

วนเดอนป ทตรวจวด

เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช

ปรบเทยบความถกตองเครองมอ

แผนก

ชอพนกงาน

55

การควบคมและปองกนอนตราย bull การใชฉนวนหมแหลงก าเนดความรอน เชน ใชฉนวนบทอน ารอน เพอลดการ

แผรงสและพาความรอน bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน bull การจดระบบระบายอากาศแบบทวไปและแบบเฉพาะท bull การแยกแหลงก าเนดความรอนออกจากบรเวณการท างาน bull การตดประกาศเตอน bull การลดเวลาท างานสมผสความรอนและเพมเวลาพก bull จดน าดมและน าเกลอแร bull การจดอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคล เปนตน

56

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การใชฉนวนหม (Insulator)

bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน (Radiation Shielding)

57

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การจดการระบายอากาศเฉพาะท (Local Exhaust Ventilation)

58

การปองกนททางผาน

bull จดท าหองพก หรอหองควบคมใหพนกงาน

bull การจายอากาศทม ความเยนเฉพาะจด ใหทตว

59

การปองกนททางผาน

bull การจดทศทางการเคลอนท

ของอากาศอยางเหมาะสม

bull อาศยการดนอากาศเยนจากดานลาง เพอไลอากาศรอนสดานบน

60

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาการท างานทสมผสความรอน

bull ใชอปกรณชวยผอนแรง เพอชวยลดคาพลงงานความรอน

61

การปองกนทตวบคคล

bull ใชอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคลเพอปองกนความรอนทตองสมผส

bull จดท าปายเตอน

bull การจดสวสดการในเรอง น าดม-เกลอแร ทช าระลางรางกาย ทนงพก

62

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

เสยง (Sound) คอ พลงงานรปหนงทเกดจากการสนสะเทอนของโมเลกลของอากาศ ท าใหเกดการอดและขยายสลบกนของโมเลกลอากาศ ความดนบรรยากาศจงเกดการเปลยนแปลงตามการเคลอนทของโมเลกลอากาศ เรยกวา คลนเสยง

เสยงดง (noise) หมายถง เสยงซงไมเปนทตองการของคนเพราะท าใหเกดการรบกวนการรบรเสยงทตองการ หรอความเงยบ และเปนเสยงทเปนอนตรายตอการไดยน

เดซเบลเอ ( dBA) เปนหนวยวดความดงเสยงทใกลเคยงกบการตอบสนองตอเสยงของหมนษย

TWA time weighted average เปนคาเฉลยระดบความดงเสยงตลอดระยะเวลาการสมผสเสยง

63

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

6 การจดท ารายงาน ขอมลสรปจากสถานทท างาน 1 รายละเอยดกระบวนการผลต อาจบรรยายโดยใชแผนภมแสดงบรเวณการผลต แสดงแหลงก าเนด

สารเคม เสยงดง บรเวณทมรงส หรอการระบายอากาศ เปนตน 2 ลกษณะงานและรายละเอยดของงาน 3 การจดกลมคนงานทมลกษณะการท างานทคลายกน (Similar Exposure Group) 4 รายละเอยดสารเคมทใช วธการสมผสสาร และผลตอสขภาพ 5 การเฝาระวงทางสงแวดลอม การประเมนการสมผสสาร การเกบตวอยาง ผลการวเคราะหและ

สรปในแตละครง การตรวจวดแบบพเศษหรอการตรวจวดสารทางชวภาพจากรางกายของคนงาน ควรมการบนทกเรองการสมผสสารทไมใชจากงานทท าดวย

23

6 การจดท ารายงาน รายงานการประเมนการสมผส ควรประกอบดวย bull แผนการด าเนนงาน การประเมนการสมผสสาร ผลทได ขอเสนอแนะ และแนวทาง

การเฝาระวง bull วตถประสงคในการประเมนการสมผสตองชดเจน bull เกณฑการประเมนการสมผสสาร ( TLVs PELs คามาตรฐานอน ) bull ผลตอสขภาพของสารเคมแตละชนด bull วธการตรวจวด การวเคราะหทางสถต และการควบคมคณภาพของการวเคราะห bull การอภปรายผลการตรวจวด bull ขอเสนอแนะทชดเจน สามารถน ามาปฏบตได และควรมการตดตามผล

24

ความรอน (Heat) คอ พลงงานรปแบบหนงทท าใหมนษย รบรโดยประสาทสมผส เปนพลงงานจลนของโมเลกลของวตถ เมอวตถไดรบความรอนเพมขน โมเลกลกจะเคลอนไหวได

อณหภม (Temperature) คอระดบความรอนทมอยในวตถ เปนคณสมบต ประจ าตวของวตถนน ๆ (oC oF)

การตรวจวดและประเมนระดบความรอนและการฝกปฏบต

25

การตรวจวดและประเมนระดบความรอนและการฝกปฏบต ปรมาณความรอน (Quantity of Heat) คอ จ านวนความรอนทถกถายเทจาก

วตถหนงไปอกวตถหนง หนวยทใช

1) Kcal = Q น า 1 กก T สง 1 oC 2) BTU = Q น า 1 ปอนด T สง 1 oF 1Kcal = 3968 BTU

26

การตรวจวดและประเมนระดบความรอน

ระดบความรอน คอ อณหภมเวตบลบโกลบในบรเวณทลกจางท างาน ตรวจวด โดยเฉลยในเวลาชวง 2 ชวโมงทมอณหภมเวตบลบโกลบสงสดของการท างานปกต

อณหภมเวตบลบโกลบ (WBGT) เปนดชนวดสภาพความรอนในสงแวดลอมการท างาน (หนวยองศาเซลเซยส) ซงเปนการน าปจจยทมผลกระทบตอความรอนทสะสมในรางกายมาพจารณา

27

การตรวจวดและประเมนระดบความรอน

ปรมาณงาน หรอ ภาระงาน (Work Load) เปนพลงงานความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอใหรางกายใชปฏบตงานตางๆ ผทท างานหนกยอมมความรอนเกดขนในรางกายสงกวาผทท างานเบา และคามาตรฐานระดบความรอนไดน าปจจยนมาพจารณา โดยจ าแนกตามความหนกเบาของงานกบระดบความรอนทไดรบ

28

ความหนกเบาของงาน ความหนกเบาของงาน คอ การใชพลงงานของรางกายหรอใชก าลงงานท าให

เกดการเผาผลาญอาหารในรางกายเพอใชปฏบตงาน สามารถแบงออกเปน 3 ระดบ

งานเบา ลกษณะงานทใชแรงนอยหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการเผา ผลาญอาหารในรางกายไมเกน 200 กโลแคลอรตอชวโมง งานปานกลาง ลกษณะงานทใชแรงปานกลางหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการ เผาผลาญอาหารในรางกาย 201 ndash 350 กโลแคลอรตอชวโมง งานหนก ลกษณะงานทใชแรงมากหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการเผา ผลาญอาหารในรางกายเกน 350 กโลแคลอรตอชวโมง

29

อณหภมของรางกาย

แบงออกเปน 2 สวน

1 อณหภมแกน (Core Temperature) หมายถง อณหภมของอวยวะทอยภายในรางกาย เชน สมอง หวใจ ปอด ตบ ไต และระบบทางเดนหายใจ เปนตน

2 อณหภมทผว (Surface Temperature) หมายถง อณหภมทกลามเนอและผวหนง ซงเปนบรเวณทมการแลกเปลยนความรอนกบสงแวดลอมภายนอก เพอรกษาสมดลอณหภมของรางกายใหคงท

30

กลไกการเกดความรอนในรางกาย bull แหลงสรางความรอนในรางกาย มาจาก 2 ทาง 1 เมตาโบลซม 2 การท างานของกลามเนอ bull วธการในการขจดความรอนออกจากรางกายม 4 วธ 1 การแผรงสความรอน 60 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 2 การพาความรอน 12 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 3 การน าความรอน 3 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 4 การระเหย 22 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด

31

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

1 เมตาโบลซม (Metabolism M) bull 1 Met = Basal Metabolism Rate

bull ldquoชาย 70 กก ทพนผวหนง 18 ม2

bull หายใจ O2 03L min 1 Kcal min

32

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

2 การท างานของกลามเนอ (W) - Respiration

- Glycolysis

3 สงแวดลอม (Environment)

- Sun - Process

33

การไดรบและสญเสย ความรอน

สตรสมดลความรอน

M + W + R + C + D ndash E = + H

M = Metabolism Rate

W = ลกษณะของงาน

เบา 200 Kcal hr ลงไป

ปานกลาง 201 ndash 350 Kcal hr

หนก 350 Kcal hr ขนไป

Note H = M R C - E D (M=M+W) 34

อนตรายจากความรอนและผลกระทบตอสขภาพ

bull การมไข ( Fever )

bull ลมแดด ( Heat stroke )

bull การเปนลม ( Heat syncope)

bull การออนเพลยเนองจากความรอน ( Heat Exhaustion )

bull การขาดน า ( Dehydration )

bull ตะครวเนองจากความรอน ( Heat cramp)

35

1 ดชนทเกยวของกบการเปลยนแปลงทางสรรวทยาของผปฏบตงาน เชน WBGT P4SR

2 ดชนทเกยวของกบความพอใจของผปฏบตงาน เชน ET CET 3 ดชนทเกยวของกบการแลกเปลยนความรอน เชน HSI

การตรวจวนจฉยอนตรายจากความรอน

ดชนความเคนแหงความรอน (HEAT STRESS INDEX)

36

ความรอนสง รางกาย การระบายออกมา

YAGLOU amp MINARD WBGT

ACGIH amp NIOSH ไดใชเปนดชนมาตรฐาน ความรอนของคนงาน

ประเมนโดยใชคาอณหภม 3 ชนด คอ tnwbtna และ tg 37

WET BULB GLOBE TEMPERATURE

(WBGT)

WBGT index ใชงายและเปนดชนทใชในมาตรฐานส าหรบความเครยดจากความรอนของ ACGIH และ NIOSH การหาคา WBGT ตองทราบคาของตวแปรตาง ๆ ดงน WET BULB TEMPERATURE GLOBE TEMPERATURE DRY BULB AIR TEMPERATURE

38

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอน

39

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

1 เทอรโมมเตอรวดอณหภมของกระเปาะเปยกธรรมชาต น าปรอท มาหมดวยผากอสทกระเปาะของเทอรโมมเตอร ใหมความยาวเหนอปลายกระเปาะขนมาประมาณ 1 - 1 14 นว และหมตอยาวลงไปใหปลายของผากอสสวนนจมลงในแกว FLASK ขนาด 125 (มล) ซงมน ากลนบรรจอย

40

2 เทอรโมมเตอรวดอณหภมแบลกโกลบ

ใชวดอณหภมจากการแผรงส ทมผลตอรางกายมนษย

อปกรณนประกอบดวยลกทองแดงทรงกลมกลวง

เสนผาศนยกลาง 6 นว ภายนอกเคลอบดวยโลหะด าดาน

มเทอรโมมเตอรเสยบอยบรเวณเปลอกภายนอก

โดยปลายของเทอรโมมเตอรจะอยบรเวณตรงกลางของโกลบน

3 เทอรโมมเตอรวดอณหภมอากาศหรออณหภมกระเปาะแหง

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

41

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอชนดอานคาโดยตรง

ตองมคณลกษณะของเครองสอดคลองกบมาตรฐาน ISO 7243 หรอเทยบเทา หรอดกวา เชน DIN EN 27243 42

เทคนคและวธการตรวจวด

bull ในการตรวจวดระดบความรอนตองท าการตรวจวดในเดอนทรอนทสดของป

bull ในการเรมการตรวจวดระดบความรอน ตองท าการ set อปกรณกอนเรมท าการอานคาประมาณ 30 นาท

bull ต าแหนงทวางอปกรณกระเปาะแหงตองไมไดรบการแผรงสความรอน จากสภาพแวดลอมในการท างาน

43

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB

WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn) t1+t2+hellip +tn

44

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB ถา NWB = 25 องศาเซลเซยส GT =40 องศาเซลเซยส DB = 30 องศาเซลเซยส WBGT = 0725 + 0240 + 0130 องศาเซลเซยส = 285 องศาเซลเซยส

45

สตรการประเมนภาระงาน

ศกษาระยะเวลาการท างาน และลกษณะการท างาน ของพนกงาน เพอประเมนภาระงาน วาลกษณะงานทท าในชวง 2 ชวโมงทรอนทสดของพนกงาน เปนลกษณะงานหนก งานหนกปานกลาง หรองานเบา โดยค านวณดวยสตรตอไปน

Mเฉลย = M1t1 + M2t2 + M3t3 + + Mntn

t1 + t2 + t3 + + t n

เมอ M1 M2 hellip และ Mn คอ คาประมาณความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอสรางพลงงาน ส าหรบกจกรรมตางๆ มหนวยเปนกโลแคลอรตอชวโมงหรอกโลแคลอรตอนาท ในชวงเวลา t1 t2 tn มหนวยเปนชวโมงหรอนาท

46

คาพลงงานในการแบงระดบความหนก ndash เบา ของงาน

ความหนก - เบา พลงงาน ( กโลแคลอร ชวโมง )

งานเบา ไมเกน 200

งานปานกลาง 201 ndash 350

งานหนก เกน 350

47

ตารางแสดงมาตรฐานระดบความรอน

ความหนกเบาของงาน มาตรฐานระดบความรอน

คาเฉลยอณหภมเวทบลบโกลบ (WBGT)

ก าหนดเปนองศาเซลเซยส

เบา 34

กลาง 32

หนก 30 48

การประเมนภาระงาน (อตราการเผาผลาญอาหารเฉลยในรางกายของคนงานขณะท ากจกรรม)

03 06

20 ndash 30 เพม 08 ทกความสงทเพม 1 เมตร

นง ยน เดนบนพนราบ เดนขนทสง

กโลแคลอรนาท ทาทางการเคลอนไหวของรางกาย

49

10 เมตาโบลสมพนฐาน

02 ndash 12

07 ndash 25

10 ndash 35

10 ndash 150

04 09

10 17

15 25

35 50 70 90

ท างานดวยมอ - เบา ( เขยนหนงมอ เยบปกถกรอย) - หนก ( พมพดด นบเรยงเอกสาร ) ท างานดวยแขนขางเดยว - เบา ( กวาดพน เชดถพน ) - หนก ( ตอกตะป เลอยไม ) ท างานดวยแขน 2 ขาง - เบา (ปอนชนงาน ตะไบโลหะ งานสวน) - หนก ( ไสไม แกะสกกไม ) ท างานดวยรางกายทกสวน - เบา ( ขบรถยนต) - ปานกลาง ( ทาส ขดถพน ) -หนก ( ลาก ดง ยกของหนก) -หนกมาก ( กอสราง ขดดน )

ชวงคาพลงงาน ( กโลแคลอร นาท )

คาพลงงานเฉลย ( กโลแคลอร นาท )

กจกรรม การปฏบตงาน

50

ตวอยางกจกรรมเปรยบเทยบ

20 30

10 60

1 เดนไปเรอย ๆ 2 ใช 2 แขน(งานหนก) และใชรางกายทก

สวน (งานเบา) 3 เมตาโบลสมพนฐานของรางกาย รวม

กโลแคลอร นาท การประกอบชนงาน

51

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส)

WL = (560) + (745) +helliphellip+ (915) + (1120) 2 WL = 300 + 315 + 135 + 120 = 8702 = 435 กโลแคลอรชวโมง 2

52

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง 20 นาท (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณความหนกเบาของงาน

WL = (580) + (740) +helliphellip+ (1120) 2 WL = 400 + 280 + 120 = 8002 = 400 กโลแคลอรชวโมง 2 53

การค านวณหา WBGT เฉลย WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn)

t1+t2+hellip +tn ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณWBGT เฉลย

WBGTเฉลย = (3760)+(3545)+(3215) 60+45+15

= 356 องศาเซลเซยส

54

ตวอยางแบบบนทกขอมลการตรวจวดดชนความรอน

ลกษณะการท างาน Work load ระยะเวลา ( นาท )

WB

(degc) DB (degc)

GT (degc)

WBGT (degc)

ชอสถานประกอบกจการ

วนเดอนป ทตรวจวด

เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช

ปรบเทยบความถกตองเครองมอ

แผนก

ชอพนกงาน

55

การควบคมและปองกนอนตราย bull การใชฉนวนหมแหลงก าเนดความรอน เชน ใชฉนวนบทอน ารอน เพอลดการ

แผรงสและพาความรอน bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน bull การจดระบบระบายอากาศแบบทวไปและแบบเฉพาะท bull การแยกแหลงก าเนดความรอนออกจากบรเวณการท างาน bull การตดประกาศเตอน bull การลดเวลาท างานสมผสความรอนและเพมเวลาพก bull จดน าดมและน าเกลอแร bull การจดอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคล เปนตน

56

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การใชฉนวนหม (Insulator)

bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน (Radiation Shielding)

57

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การจดการระบายอากาศเฉพาะท (Local Exhaust Ventilation)

58

การปองกนททางผาน

bull จดท าหองพก หรอหองควบคมใหพนกงาน

bull การจายอากาศทม ความเยนเฉพาะจด ใหทตว

59

การปองกนททางผาน

bull การจดทศทางการเคลอนท

ของอากาศอยางเหมาะสม

bull อาศยการดนอากาศเยนจากดานลาง เพอไลอากาศรอนสดานบน

60

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาการท างานทสมผสความรอน

bull ใชอปกรณชวยผอนแรง เพอชวยลดคาพลงงานความรอน

61

การปองกนทตวบคคล

bull ใชอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคลเพอปองกนความรอนทตองสมผส

bull จดท าปายเตอน

bull การจดสวสดการในเรอง น าดม-เกลอแร ทช าระลางรางกาย ทนงพก

62

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

เสยง (Sound) คอ พลงงานรปหนงทเกดจากการสนสะเทอนของโมเลกลของอากาศ ท าใหเกดการอดและขยายสลบกนของโมเลกลอากาศ ความดนบรรยากาศจงเกดการเปลยนแปลงตามการเคลอนทของโมเลกลอากาศ เรยกวา คลนเสยง

เสยงดง (noise) หมายถง เสยงซงไมเปนทตองการของคนเพราะท าใหเกดการรบกวนการรบรเสยงทตองการ หรอความเงยบ และเปนเสยงทเปนอนตรายตอการไดยน

เดซเบลเอ ( dBA) เปนหนวยวดความดงเสยงทใกลเคยงกบการตอบสนองตอเสยงของหมนษย

TWA time weighted average เปนคาเฉลยระดบความดงเสยงตลอดระยะเวลาการสมผสเสยง

63

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

6 การจดท ารายงาน รายงานการประเมนการสมผส ควรประกอบดวย bull แผนการด าเนนงาน การประเมนการสมผสสาร ผลทได ขอเสนอแนะ และแนวทาง

การเฝาระวง bull วตถประสงคในการประเมนการสมผสตองชดเจน bull เกณฑการประเมนการสมผสสาร ( TLVs PELs คามาตรฐานอน ) bull ผลตอสขภาพของสารเคมแตละชนด bull วธการตรวจวด การวเคราะหทางสถต และการควบคมคณภาพของการวเคราะห bull การอภปรายผลการตรวจวด bull ขอเสนอแนะทชดเจน สามารถน ามาปฏบตได และควรมการตดตามผล

24

ความรอน (Heat) คอ พลงงานรปแบบหนงทท าใหมนษย รบรโดยประสาทสมผส เปนพลงงานจลนของโมเลกลของวตถ เมอวตถไดรบความรอนเพมขน โมเลกลกจะเคลอนไหวได

อณหภม (Temperature) คอระดบความรอนทมอยในวตถ เปนคณสมบต ประจ าตวของวตถนน ๆ (oC oF)

การตรวจวดและประเมนระดบความรอนและการฝกปฏบต

25

การตรวจวดและประเมนระดบความรอนและการฝกปฏบต ปรมาณความรอน (Quantity of Heat) คอ จ านวนความรอนทถกถายเทจาก

วตถหนงไปอกวตถหนง หนวยทใช

1) Kcal = Q น า 1 กก T สง 1 oC 2) BTU = Q น า 1 ปอนด T สง 1 oF 1Kcal = 3968 BTU

26

การตรวจวดและประเมนระดบความรอน

ระดบความรอน คอ อณหภมเวตบลบโกลบในบรเวณทลกจางท างาน ตรวจวด โดยเฉลยในเวลาชวง 2 ชวโมงทมอณหภมเวตบลบโกลบสงสดของการท างานปกต

อณหภมเวตบลบโกลบ (WBGT) เปนดชนวดสภาพความรอนในสงแวดลอมการท างาน (หนวยองศาเซลเซยส) ซงเปนการน าปจจยทมผลกระทบตอความรอนทสะสมในรางกายมาพจารณา

27

การตรวจวดและประเมนระดบความรอน

ปรมาณงาน หรอ ภาระงาน (Work Load) เปนพลงงานความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอใหรางกายใชปฏบตงานตางๆ ผทท างานหนกยอมมความรอนเกดขนในรางกายสงกวาผทท างานเบา และคามาตรฐานระดบความรอนไดน าปจจยนมาพจารณา โดยจ าแนกตามความหนกเบาของงานกบระดบความรอนทไดรบ

28

ความหนกเบาของงาน ความหนกเบาของงาน คอ การใชพลงงานของรางกายหรอใชก าลงงานท าให

เกดการเผาผลาญอาหารในรางกายเพอใชปฏบตงาน สามารถแบงออกเปน 3 ระดบ

งานเบา ลกษณะงานทใชแรงนอยหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการเผา ผลาญอาหารในรางกายไมเกน 200 กโลแคลอรตอชวโมง งานปานกลาง ลกษณะงานทใชแรงปานกลางหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการ เผาผลาญอาหารในรางกาย 201 ndash 350 กโลแคลอรตอชวโมง งานหนก ลกษณะงานทใชแรงมากหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการเผา ผลาญอาหารในรางกายเกน 350 กโลแคลอรตอชวโมง

29

อณหภมของรางกาย

แบงออกเปน 2 สวน

1 อณหภมแกน (Core Temperature) หมายถง อณหภมของอวยวะทอยภายในรางกาย เชน สมอง หวใจ ปอด ตบ ไต และระบบทางเดนหายใจ เปนตน

2 อณหภมทผว (Surface Temperature) หมายถง อณหภมทกลามเนอและผวหนง ซงเปนบรเวณทมการแลกเปลยนความรอนกบสงแวดลอมภายนอก เพอรกษาสมดลอณหภมของรางกายใหคงท

30

กลไกการเกดความรอนในรางกาย bull แหลงสรางความรอนในรางกาย มาจาก 2 ทาง 1 เมตาโบลซม 2 การท างานของกลามเนอ bull วธการในการขจดความรอนออกจากรางกายม 4 วธ 1 การแผรงสความรอน 60 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 2 การพาความรอน 12 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 3 การน าความรอน 3 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 4 การระเหย 22 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด

31

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

1 เมตาโบลซม (Metabolism M) bull 1 Met = Basal Metabolism Rate

bull ldquoชาย 70 กก ทพนผวหนง 18 ม2

bull หายใจ O2 03L min 1 Kcal min

32

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

2 การท างานของกลามเนอ (W) - Respiration

- Glycolysis

3 สงแวดลอม (Environment)

- Sun - Process

33

การไดรบและสญเสย ความรอน

สตรสมดลความรอน

M + W + R + C + D ndash E = + H

M = Metabolism Rate

W = ลกษณะของงาน

เบา 200 Kcal hr ลงไป

ปานกลาง 201 ndash 350 Kcal hr

หนก 350 Kcal hr ขนไป

Note H = M R C - E D (M=M+W) 34

อนตรายจากความรอนและผลกระทบตอสขภาพ

bull การมไข ( Fever )

bull ลมแดด ( Heat stroke )

bull การเปนลม ( Heat syncope)

bull การออนเพลยเนองจากความรอน ( Heat Exhaustion )

bull การขาดน า ( Dehydration )

bull ตะครวเนองจากความรอน ( Heat cramp)

35

1 ดชนทเกยวของกบการเปลยนแปลงทางสรรวทยาของผปฏบตงาน เชน WBGT P4SR

2 ดชนทเกยวของกบความพอใจของผปฏบตงาน เชน ET CET 3 ดชนทเกยวของกบการแลกเปลยนความรอน เชน HSI

การตรวจวนจฉยอนตรายจากความรอน

ดชนความเคนแหงความรอน (HEAT STRESS INDEX)

36

ความรอนสง รางกาย การระบายออกมา

YAGLOU amp MINARD WBGT

ACGIH amp NIOSH ไดใชเปนดชนมาตรฐาน ความรอนของคนงาน

ประเมนโดยใชคาอณหภม 3 ชนด คอ tnwbtna และ tg 37

WET BULB GLOBE TEMPERATURE

(WBGT)

WBGT index ใชงายและเปนดชนทใชในมาตรฐานส าหรบความเครยดจากความรอนของ ACGIH และ NIOSH การหาคา WBGT ตองทราบคาของตวแปรตาง ๆ ดงน WET BULB TEMPERATURE GLOBE TEMPERATURE DRY BULB AIR TEMPERATURE

38

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอน

39

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

1 เทอรโมมเตอรวดอณหภมของกระเปาะเปยกธรรมชาต น าปรอท มาหมดวยผากอสทกระเปาะของเทอรโมมเตอร ใหมความยาวเหนอปลายกระเปาะขนมาประมาณ 1 - 1 14 นว และหมตอยาวลงไปใหปลายของผากอสสวนนจมลงในแกว FLASK ขนาด 125 (มล) ซงมน ากลนบรรจอย

40

2 เทอรโมมเตอรวดอณหภมแบลกโกลบ

ใชวดอณหภมจากการแผรงส ทมผลตอรางกายมนษย

อปกรณนประกอบดวยลกทองแดงทรงกลมกลวง

เสนผาศนยกลาง 6 นว ภายนอกเคลอบดวยโลหะด าดาน

มเทอรโมมเตอรเสยบอยบรเวณเปลอกภายนอก

โดยปลายของเทอรโมมเตอรจะอยบรเวณตรงกลางของโกลบน

3 เทอรโมมเตอรวดอณหภมอากาศหรออณหภมกระเปาะแหง

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

41

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอชนดอานคาโดยตรง

ตองมคณลกษณะของเครองสอดคลองกบมาตรฐาน ISO 7243 หรอเทยบเทา หรอดกวา เชน DIN EN 27243 42

เทคนคและวธการตรวจวด

bull ในการตรวจวดระดบความรอนตองท าการตรวจวดในเดอนทรอนทสดของป

bull ในการเรมการตรวจวดระดบความรอน ตองท าการ set อปกรณกอนเรมท าการอานคาประมาณ 30 นาท

bull ต าแหนงทวางอปกรณกระเปาะแหงตองไมไดรบการแผรงสความรอน จากสภาพแวดลอมในการท างาน

43

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB

WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn) t1+t2+hellip +tn

44

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB ถา NWB = 25 องศาเซลเซยส GT =40 องศาเซลเซยส DB = 30 องศาเซลเซยส WBGT = 0725 + 0240 + 0130 องศาเซลเซยส = 285 องศาเซลเซยส

45

สตรการประเมนภาระงาน

ศกษาระยะเวลาการท างาน และลกษณะการท างาน ของพนกงาน เพอประเมนภาระงาน วาลกษณะงานทท าในชวง 2 ชวโมงทรอนทสดของพนกงาน เปนลกษณะงานหนก งานหนกปานกลาง หรองานเบา โดยค านวณดวยสตรตอไปน

Mเฉลย = M1t1 + M2t2 + M3t3 + + Mntn

t1 + t2 + t3 + + t n

เมอ M1 M2 hellip และ Mn คอ คาประมาณความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอสรางพลงงาน ส าหรบกจกรรมตางๆ มหนวยเปนกโลแคลอรตอชวโมงหรอกโลแคลอรตอนาท ในชวงเวลา t1 t2 tn มหนวยเปนชวโมงหรอนาท

46

คาพลงงานในการแบงระดบความหนก ndash เบา ของงาน

ความหนก - เบา พลงงาน ( กโลแคลอร ชวโมง )

งานเบา ไมเกน 200

งานปานกลาง 201 ndash 350

งานหนก เกน 350

47

ตารางแสดงมาตรฐานระดบความรอน

ความหนกเบาของงาน มาตรฐานระดบความรอน

คาเฉลยอณหภมเวทบลบโกลบ (WBGT)

ก าหนดเปนองศาเซลเซยส

เบา 34

กลาง 32

หนก 30 48

การประเมนภาระงาน (อตราการเผาผลาญอาหารเฉลยในรางกายของคนงานขณะท ากจกรรม)

03 06

20 ndash 30 เพม 08 ทกความสงทเพม 1 เมตร

นง ยน เดนบนพนราบ เดนขนทสง

กโลแคลอรนาท ทาทางการเคลอนไหวของรางกาย

49

10 เมตาโบลสมพนฐาน

02 ndash 12

07 ndash 25

10 ndash 35

10 ndash 150

04 09

10 17

15 25

35 50 70 90

ท างานดวยมอ - เบา ( เขยนหนงมอ เยบปกถกรอย) - หนก ( พมพดด นบเรยงเอกสาร ) ท างานดวยแขนขางเดยว - เบา ( กวาดพน เชดถพน ) - หนก ( ตอกตะป เลอยไม ) ท างานดวยแขน 2 ขาง - เบา (ปอนชนงาน ตะไบโลหะ งานสวน) - หนก ( ไสไม แกะสกกไม ) ท างานดวยรางกายทกสวน - เบา ( ขบรถยนต) - ปานกลาง ( ทาส ขดถพน ) -หนก ( ลาก ดง ยกของหนก) -หนกมาก ( กอสราง ขดดน )

ชวงคาพลงงาน ( กโลแคลอร นาท )

คาพลงงานเฉลย ( กโลแคลอร นาท )

กจกรรม การปฏบตงาน

50

ตวอยางกจกรรมเปรยบเทยบ

20 30

10 60

1 เดนไปเรอย ๆ 2 ใช 2 แขน(งานหนก) และใชรางกายทก

สวน (งานเบา) 3 เมตาโบลสมพนฐานของรางกาย รวม

กโลแคลอร นาท การประกอบชนงาน

51

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส)

WL = (560) + (745) +helliphellip+ (915) + (1120) 2 WL = 300 + 315 + 135 + 120 = 8702 = 435 กโลแคลอรชวโมง 2

52

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง 20 นาท (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณความหนกเบาของงาน

WL = (580) + (740) +helliphellip+ (1120) 2 WL = 400 + 280 + 120 = 8002 = 400 กโลแคลอรชวโมง 2 53

การค านวณหา WBGT เฉลย WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn)

t1+t2+hellip +tn ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณWBGT เฉลย

WBGTเฉลย = (3760)+(3545)+(3215) 60+45+15

= 356 องศาเซลเซยส

54

ตวอยางแบบบนทกขอมลการตรวจวดดชนความรอน

ลกษณะการท างาน Work load ระยะเวลา ( นาท )

WB

(degc) DB (degc)

GT (degc)

WBGT (degc)

ชอสถานประกอบกจการ

วนเดอนป ทตรวจวด

เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช

ปรบเทยบความถกตองเครองมอ

แผนก

ชอพนกงาน

55

การควบคมและปองกนอนตราย bull การใชฉนวนหมแหลงก าเนดความรอน เชน ใชฉนวนบทอน ารอน เพอลดการ

แผรงสและพาความรอน bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน bull การจดระบบระบายอากาศแบบทวไปและแบบเฉพาะท bull การแยกแหลงก าเนดความรอนออกจากบรเวณการท างาน bull การตดประกาศเตอน bull การลดเวลาท างานสมผสความรอนและเพมเวลาพก bull จดน าดมและน าเกลอแร bull การจดอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคล เปนตน

56

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การใชฉนวนหม (Insulator)

bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน (Radiation Shielding)

57

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การจดการระบายอากาศเฉพาะท (Local Exhaust Ventilation)

58

การปองกนททางผาน

bull จดท าหองพก หรอหองควบคมใหพนกงาน

bull การจายอากาศทม ความเยนเฉพาะจด ใหทตว

59

การปองกนททางผาน

bull การจดทศทางการเคลอนท

ของอากาศอยางเหมาะสม

bull อาศยการดนอากาศเยนจากดานลาง เพอไลอากาศรอนสดานบน

60

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาการท างานทสมผสความรอน

bull ใชอปกรณชวยผอนแรง เพอชวยลดคาพลงงานความรอน

61

การปองกนทตวบคคล

bull ใชอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคลเพอปองกนความรอนทตองสมผส

bull จดท าปายเตอน

bull การจดสวสดการในเรอง น าดม-เกลอแร ทช าระลางรางกาย ทนงพก

62

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

เสยง (Sound) คอ พลงงานรปหนงทเกดจากการสนสะเทอนของโมเลกลของอากาศ ท าใหเกดการอดและขยายสลบกนของโมเลกลอากาศ ความดนบรรยากาศจงเกดการเปลยนแปลงตามการเคลอนทของโมเลกลอากาศ เรยกวา คลนเสยง

เสยงดง (noise) หมายถง เสยงซงไมเปนทตองการของคนเพราะท าใหเกดการรบกวนการรบรเสยงทตองการ หรอความเงยบ และเปนเสยงทเปนอนตรายตอการไดยน

เดซเบลเอ ( dBA) เปนหนวยวดความดงเสยงทใกลเคยงกบการตอบสนองตอเสยงของหมนษย

TWA time weighted average เปนคาเฉลยระดบความดงเสยงตลอดระยะเวลาการสมผสเสยง

63

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

ความรอน (Heat) คอ พลงงานรปแบบหนงทท าใหมนษย รบรโดยประสาทสมผส เปนพลงงานจลนของโมเลกลของวตถ เมอวตถไดรบความรอนเพมขน โมเลกลกจะเคลอนไหวได

อณหภม (Temperature) คอระดบความรอนทมอยในวตถ เปนคณสมบต ประจ าตวของวตถนน ๆ (oC oF)

การตรวจวดและประเมนระดบความรอนและการฝกปฏบต

25

การตรวจวดและประเมนระดบความรอนและการฝกปฏบต ปรมาณความรอน (Quantity of Heat) คอ จ านวนความรอนทถกถายเทจาก

วตถหนงไปอกวตถหนง หนวยทใช

1) Kcal = Q น า 1 กก T สง 1 oC 2) BTU = Q น า 1 ปอนด T สง 1 oF 1Kcal = 3968 BTU

26

การตรวจวดและประเมนระดบความรอน

ระดบความรอน คอ อณหภมเวตบลบโกลบในบรเวณทลกจางท างาน ตรวจวด โดยเฉลยในเวลาชวง 2 ชวโมงทมอณหภมเวตบลบโกลบสงสดของการท างานปกต

อณหภมเวตบลบโกลบ (WBGT) เปนดชนวดสภาพความรอนในสงแวดลอมการท างาน (หนวยองศาเซลเซยส) ซงเปนการน าปจจยทมผลกระทบตอความรอนทสะสมในรางกายมาพจารณา

27

การตรวจวดและประเมนระดบความรอน

ปรมาณงาน หรอ ภาระงาน (Work Load) เปนพลงงานความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอใหรางกายใชปฏบตงานตางๆ ผทท างานหนกยอมมความรอนเกดขนในรางกายสงกวาผทท างานเบา และคามาตรฐานระดบความรอนไดน าปจจยนมาพจารณา โดยจ าแนกตามความหนกเบาของงานกบระดบความรอนทไดรบ

28

ความหนกเบาของงาน ความหนกเบาของงาน คอ การใชพลงงานของรางกายหรอใชก าลงงานท าให

เกดการเผาผลาญอาหารในรางกายเพอใชปฏบตงาน สามารถแบงออกเปน 3 ระดบ

งานเบา ลกษณะงานทใชแรงนอยหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการเผา ผลาญอาหารในรางกายไมเกน 200 กโลแคลอรตอชวโมง งานปานกลาง ลกษณะงานทใชแรงปานกลางหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการ เผาผลาญอาหารในรางกาย 201 ndash 350 กโลแคลอรตอชวโมง งานหนก ลกษณะงานทใชแรงมากหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการเผา ผลาญอาหารในรางกายเกน 350 กโลแคลอรตอชวโมง

29

อณหภมของรางกาย

แบงออกเปน 2 สวน

1 อณหภมแกน (Core Temperature) หมายถง อณหภมของอวยวะทอยภายในรางกาย เชน สมอง หวใจ ปอด ตบ ไต และระบบทางเดนหายใจ เปนตน

2 อณหภมทผว (Surface Temperature) หมายถง อณหภมทกลามเนอและผวหนง ซงเปนบรเวณทมการแลกเปลยนความรอนกบสงแวดลอมภายนอก เพอรกษาสมดลอณหภมของรางกายใหคงท

30

กลไกการเกดความรอนในรางกาย bull แหลงสรางความรอนในรางกาย มาจาก 2 ทาง 1 เมตาโบลซม 2 การท างานของกลามเนอ bull วธการในการขจดความรอนออกจากรางกายม 4 วธ 1 การแผรงสความรอน 60 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 2 การพาความรอน 12 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 3 การน าความรอน 3 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 4 การระเหย 22 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด

31

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

1 เมตาโบลซม (Metabolism M) bull 1 Met = Basal Metabolism Rate

bull ldquoชาย 70 กก ทพนผวหนง 18 ม2

bull หายใจ O2 03L min 1 Kcal min

32

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

2 การท างานของกลามเนอ (W) - Respiration

- Glycolysis

3 สงแวดลอม (Environment)

- Sun - Process

33

การไดรบและสญเสย ความรอน

สตรสมดลความรอน

M + W + R + C + D ndash E = + H

M = Metabolism Rate

W = ลกษณะของงาน

เบา 200 Kcal hr ลงไป

ปานกลาง 201 ndash 350 Kcal hr

หนก 350 Kcal hr ขนไป

Note H = M R C - E D (M=M+W) 34

อนตรายจากความรอนและผลกระทบตอสขภาพ

bull การมไข ( Fever )

bull ลมแดด ( Heat stroke )

bull การเปนลม ( Heat syncope)

bull การออนเพลยเนองจากความรอน ( Heat Exhaustion )

bull การขาดน า ( Dehydration )

bull ตะครวเนองจากความรอน ( Heat cramp)

35

1 ดชนทเกยวของกบการเปลยนแปลงทางสรรวทยาของผปฏบตงาน เชน WBGT P4SR

2 ดชนทเกยวของกบความพอใจของผปฏบตงาน เชน ET CET 3 ดชนทเกยวของกบการแลกเปลยนความรอน เชน HSI

การตรวจวนจฉยอนตรายจากความรอน

ดชนความเคนแหงความรอน (HEAT STRESS INDEX)

36

ความรอนสง รางกาย การระบายออกมา

YAGLOU amp MINARD WBGT

ACGIH amp NIOSH ไดใชเปนดชนมาตรฐาน ความรอนของคนงาน

ประเมนโดยใชคาอณหภม 3 ชนด คอ tnwbtna และ tg 37

WET BULB GLOBE TEMPERATURE

(WBGT)

WBGT index ใชงายและเปนดชนทใชในมาตรฐานส าหรบความเครยดจากความรอนของ ACGIH และ NIOSH การหาคา WBGT ตองทราบคาของตวแปรตาง ๆ ดงน WET BULB TEMPERATURE GLOBE TEMPERATURE DRY BULB AIR TEMPERATURE

38

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอน

39

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

1 เทอรโมมเตอรวดอณหภมของกระเปาะเปยกธรรมชาต น าปรอท มาหมดวยผากอสทกระเปาะของเทอรโมมเตอร ใหมความยาวเหนอปลายกระเปาะขนมาประมาณ 1 - 1 14 นว และหมตอยาวลงไปใหปลายของผากอสสวนนจมลงในแกว FLASK ขนาด 125 (มล) ซงมน ากลนบรรจอย

40

2 เทอรโมมเตอรวดอณหภมแบลกโกลบ

ใชวดอณหภมจากการแผรงส ทมผลตอรางกายมนษย

อปกรณนประกอบดวยลกทองแดงทรงกลมกลวง

เสนผาศนยกลาง 6 นว ภายนอกเคลอบดวยโลหะด าดาน

มเทอรโมมเตอรเสยบอยบรเวณเปลอกภายนอก

โดยปลายของเทอรโมมเตอรจะอยบรเวณตรงกลางของโกลบน

3 เทอรโมมเตอรวดอณหภมอากาศหรออณหภมกระเปาะแหง

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

41

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอชนดอานคาโดยตรง

ตองมคณลกษณะของเครองสอดคลองกบมาตรฐาน ISO 7243 หรอเทยบเทา หรอดกวา เชน DIN EN 27243 42

เทคนคและวธการตรวจวด

bull ในการตรวจวดระดบความรอนตองท าการตรวจวดในเดอนทรอนทสดของป

bull ในการเรมการตรวจวดระดบความรอน ตองท าการ set อปกรณกอนเรมท าการอานคาประมาณ 30 นาท

bull ต าแหนงทวางอปกรณกระเปาะแหงตองไมไดรบการแผรงสความรอน จากสภาพแวดลอมในการท างาน

43

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB

WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn) t1+t2+hellip +tn

44

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB ถา NWB = 25 องศาเซลเซยส GT =40 องศาเซลเซยส DB = 30 องศาเซลเซยส WBGT = 0725 + 0240 + 0130 องศาเซลเซยส = 285 องศาเซลเซยส

45

สตรการประเมนภาระงาน

ศกษาระยะเวลาการท างาน และลกษณะการท างาน ของพนกงาน เพอประเมนภาระงาน วาลกษณะงานทท าในชวง 2 ชวโมงทรอนทสดของพนกงาน เปนลกษณะงานหนก งานหนกปานกลาง หรองานเบา โดยค านวณดวยสตรตอไปน

Mเฉลย = M1t1 + M2t2 + M3t3 + + Mntn

t1 + t2 + t3 + + t n

เมอ M1 M2 hellip และ Mn คอ คาประมาณความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอสรางพลงงาน ส าหรบกจกรรมตางๆ มหนวยเปนกโลแคลอรตอชวโมงหรอกโลแคลอรตอนาท ในชวงเวลา t1 t2 tn มหนวยเปนชวโมงหรอนาท

46

คาพลงงานในการแบงระดบความหนก ndash เบา ของงาน

ความหนก - เบา พลงงาน ( กโลแคลอร ชวโมง )

งานเบา ไมเกน 200

งานปานกลาง 201 ndash 350

งานหนก เกน 350

47

ตารางแสดงมาตรฐานระดบความรอน

ความหนกเบาของงาน มาตรฐานระดบความรอน

คาเฉลยอณหภมเวทบลบโกลบ (WBGT)

ก าหนดเปนองศาเซลเซยส

เบา 34

กลาง 32

หนก 30 48

การประเมนภาระงาน (อตราการเผาผลาญอาหารเฉลยในรางกายของคนงานขณะท ากจกรรม)

03 06

20 ndash 30 เพม 08 ทกความสงทเพม 1 เมตร

นง ยน เดนบนพนราบ เดนขนทสง

กโลแคลอรนาท ทาทางการเคลอนไหวของรางกาย

49

10 เมตาโบลสมพนฐาน

02 ndash 12

07 ndash 25

10 ndash 35

10 ndash 150

04 09

10 17

15 25

35 50 70 90

ท างานดวยมอ - เบา ( เขยนหนงมอ เยบปกถกรอย) - หนก ( พมพดด นบเรยงเอกสาร ) ท างานดวยแขนขางเดยว - เบา ( กวาดพน เชดถพน ) - หนก ( ตอกตะป เลอยไม ) ท างานดวยแขน 2 ขาง - เบา (ปอนชนงาน ตะไบโลหะ งานสวน) - หนก ( ไสไม แกะสกกไม ) ท างานดวยรางกายทกสวน - เบา ( ขบรถยนต) - ปานกลาง ( ทาส ขดถพน ) -หนก ( ลาก ดง ยกของหนก) -หนกมาก ( กอสราง ขดดน )

ชวงคาพลงงาน ( กโลแคลอร นาท )

คาพลงงานเฉลย ( กโลแคลอร นาท )

กจกรรม การปฏบตงาน

50

ตวอยางกจกรรมเปรยบเทยบ

20 30

10 60

1 เดนไปเรอย ๆ 2 ใช 2 แขน(งานหนก) และใชรางกายทก

สวน (งานเบา) 3 เมตาโบลสมพนฐานของรางกาย รวม

กโลแคลอร นาท การประกอบชนงาน

51

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส)

WL = (560) + (745) +helliphellip+ (915) + (1120) 2 WL = 300 + 315 + 135 + 120 = 8702 = 435 กโลแคลอรชวโมง 2

52

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง 20 นาท (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณความหนกเบาของงาน

WL = (580) + (740) +helliphellip+ (1120) 2 WL = 400 + 280 + 120 = 8002 = 400 กโลแคลอรชวโมง 2 53

การค านวณหา WBGT เฉลย WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn)

t1+t2+hellip +tn ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณWBGT เฉลย

WBGTเฉลย = (3760)+(3545)+(3215) 60+45+15

= 356 องศาเซลเซยส

54

ตวอยางแบบบนทกขอมลการตรวจวดดชนความรอน

ลกษณะการท างาน Work load ระยะเวลา ( นาท )

WB

(degc) DB (degc)

GT (degc)

WBGT (degc)

ชอสถานประกอบกจการ

วนเดอนป ทตรวจวด

เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช

ปรบเทยบความถกตองเครองมอ

แผนก

ชอพนกงาน

55

การควบคมและปองกนอนตราย bull การใชฉนวนหมแหลงก าเนดความรอน เชน ใชฉนวนบทอน ารอน เพอลดการ

แผรงสและพาความรอน bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน bull การจดระบบระบายอากาศแบบทวไปและแบบเฉพาะท bull การแยกแหลงก าเนดความรอนออกจากบรเวณการท างาน bull การตดประกาศเตอน bull การลดเวลาท างานสมผสความรอนและเพมเวลาพก bull จดน าดมและน าเกลอแร bull การจดอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคล เปนตน

56

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การใชฉนวนหม (Insulator)

bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน (Radiation Shielding)

57

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การจดการระบายอากาศเฉพาะท (Local Exhaust Ventilation)

58

การปองกนททางผาน

bull จดท าหองพก หรอหองควบคมใหพนกงาน

bull การจายอากาศทม ความเยนเฉพาะจด ใหทตว

59

การปองกนททางผาน

bull การจดทศทางการเคลอนท

ของอากาศอยางเหมาะสม

bull อาศยการดนอากาศเยนจากดานลาง เพอไลอากาศรอนสดานบน

60

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาการท างานทสมผสความรอน

bull ใชอปกรณชวยผอนแรง เพอชวยลดคาพลงงานความรอน

61

การปองกนทตวบคคล

bull ใชอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคลเพอปองกนความรอนทตองสมผส

bull จดท าปายเตอน

bull การจดสวสดการในเรอง น าดม-เกลอแร ทช าระลางรางกาย ทนงพก

62

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

เสยง (Sound) คอ พลงงานรปหนงทเกดจากการสนสะเทอนของโมเลกลของอากาศ ท าใหเกดการอดและขยายสลบกนของโมเลกลอากาศ ความดนบรรยากาศจงเกดการเปลยนแปลงตามการเคลอนทของโมเลกลอากาศ เรยกวา คลนเสยง

เสยงดง (noise) หมายถง เสยงซงไมเปนทตองการของคนเพราะท าใหเกดการรบกวนการรบรเสยงทตองการ หรอความเงยบ และเปนเสยงทเปนอนตรายตอการไดยน

เดซเบลเอ ( dBA) เปนหนวยวดความดงเสยงทใกลเคยงกบการตอบสนองตอเสยงของหมนษย

TWA time weighted average เปนคาเฉลยระดบความดงเสยงตลอดระยะเวลาการสมผสเสยง

63

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

การตรวจวดและประเมนระดบความรอนและการฝกปฏบต ปรมาณความรอน (Quantity of Heat) คอ จ านวนความรอนทถกถายเทจาก

วตถหนงไปอกวตถหนง หนวยทใช

1) Kcal = Q น า 1 กก T สง 1 oC 2) BTU = Q น า 1 ปอนด T สง 1 oF 1Kcal = 3968 BTU

26

การตรวจวดและประเมนระดบความรอน

ระดบความรอน คอ อณหภมเวตบลบโกลบในบรเวณทลกจางท างาน ตรวจวด โดยเฉลยในเวลาชวง 2 ชวโมงทมอณหภมเวตบลบโกลบสงสดของการท างานปกต

อณหภมเวตบลบโกลบ (WBGT) เปนดชนวดสภาพความรอนในสงแวดลอมการท างาน (หนวยองศาเซลเซยส) ซงเปนการน าปจจยทมผลกระทบตอความรอนทสะสมในรางกายมาพจารณา

27

การตรวจวดและประเมนระดบความรอน

ปรมาณงาน หรอ ภาระงาน (Work Load) เปนพลงงานความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอใหรางกายใชปฏบตงานตางๆ ผทท างานหนกยอมมความรอนเกดขนในรางกายสงกวาผทท างานเบา และคามาตรฐานระดบความรอนไดน าปจจยนมาพจารณา โดยจ าแนกตามความหนกเบาของงานกบระดบความรอนทไดรบ

28

ความหนกเบาของงาน ความหนกเบาของงาน คอ การใชพลงงานของรางกายหรอใชก าลงงานท าให

เกดการเผาผลาญอาหารในรางกายเพอใชปฏบตงาน สามารถแบงออกเปน 3 ระดบ

งานเบา ลกษณะงานทใชแรงนอยหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการเผา ผลาญอาหารในรางกายไมเกน 200 กโลแคลอรตอชวโมง งานปานกลาง ลกษณะงานทใชแรงปานกลางหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการ เผาผลาญอาหารในรางกาย 201 ndash 350 กโลแคลอรตอชวโมง งานหนก ลกษณะงานทใชแรงมากหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการเผา ผลาญอาหารในรางกายเกน 350 กโลแคลอรตอชวโมง

29

อณหภมของรางกาย

แบงออกเปน 2 สวน

1 อณหภมแกน (Core Temperature) หมายถง อณหภมของอวยวะทอยภายในรางกาย เชน สมอง หวใจ ปอด ตบ ไต และระบบทางเดนหายใจ เปนตน

2 อณหภมทผว (Surface Temperature) หมายถง อณหภมทกลามเนอและผวหนง ซงเปนบรเวณทมการแลกเปลยนความรอนกบสงแวดลอมภายนอก เพอรกษาสมดลอณหภมของรางกายใหคงท

30

กลไกการเกดความรอนในรางกาย bull แหลงสรางความรอนในรางกาย มาจาก 2 ทาง 1 เมตาโบลซม 2 การท างานของกลามเนอ bull วธการในการขจดความรอนออกจากรางกายม 4 วธ 1 การแผรงสความรอน 60 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 2 การพาความรอน 12 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 3 การน าความรอน 3 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 4 การระเหย 22 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด

31

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

1 เมตาโบลซม (Metabolism M) bull 1 Met = Basal Metabolism Rate

bull ldquoชาย 70 กก ทพนผวหนง 18 ม2

bull หายใจ O2 03L min 1 Kcal min

32

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

2 การท างานของกลามเนอ (W) - Respiration

- Glycolysis

3 สงแวดลอม (Environment)

- Sun - Process

33

การไดรบและสญเสย ความรอน

สตรสมดลความรอน

M + W + R + C + D ndash E = + H

M = Metabolism Rate

W = ลกษณะของงาน

เบา 200 Kcal hr ลงไป

ปานกลาง 201 ndash 350 Kcal hr

หนก 350 Kcal hr ขนไป

Note H = M R C - E D (M=M+W) 34

อนตรายจากความรอนและผลกระทบตอสขภาพ

bull การมไข ( Fever )

bull ลมแดด ( Heat stroke )

bull การเปนลม ( Heat syncope)

bull การออนเพลยเนองจากความรอน ( Heat Exhaustion )

bull การขาดน า ( Dehydration )

bull ตะครวเนองจากความรอน ( Heat cramp)

35

1 ดชนทเกยวของกบการเปลยนแปลงทางสรรวทยาของผปฏบตงาน เชน WBGT P4SR

2 ดชนทเกยวของกบความพอใจของผปฏบตงาน เชน ET CET 3 ดชนทเกยวของกบการแลกเปลยนความรอน เชน HSI

การตรวจวนจฉยอนตรายจากความรอน

ดชนความเคนแหงความรอน (HEAT STRESS INDEX)

36

ความรอนสง รางกาย การระบายออกมา

YAGLOU amp MINARD WBGT

ACGIH amp NIOSH ไดใชเปนดชนมาตรฐาน ความรอนของคนงาน

ประเมนโดยใชคาอณหภม 3 ชนด คอ tnwbtna และ tg 37

WET BULB GLOBE TEMPERATURE

(WBGT)

WBGT index ใชงายและเปนดชนทใชในมาตรฐานส าหรบความเครยดจากความรอนของ ACGIH และ NIOSH การหาคา WBGT ตองทราบคาของตวแปรตาง ๆ ดงน WET BULB TEMPERATURE GLOBE TEMPERATURE DRY BULB AIR TEMPERATURE

38

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอน

39

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

1 เทอรโมมเตอรวดอณหภมของกระเปาะเปยกธรรมชาต น าปรอท มาหมดวยผากอสทกระเปาะของเทอรโมมเตอร ใหมความยาวเหนอปลายกระเปาะขนมาประมาณ 1 - 1 14 นว และหมตอยาวลงไปใหปลายของผากอสสวนนจมลงในแกว FLASK ขนาด 125 (มล) ซงมน ากลนบรรจอย

40

2 เทอรโมมเตอรวดอณหภมแบลกโกลบ

ใชวดอณหภมจากการแผรงส ทมผลตอรางกายมนษย

อปกรณนประกอบดวยลกทองแดงทรงกลมกลวง

เสนผาศนยกลาง 6 นว ภายนอกเคลอบดวยโลหะด าดาน

มเทอรโมมเตอรเสยบอยบรเวณเปลอกภายนอก

โดยปลายของเทอรโมมเตอรจะอยบรเวณตรงกลางของโกลบน

3 เทอรโมมเตอรวดอณหภมอากาศหรออณหภมกระเปาะแหง

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

41

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอชนดอานคาโดยตรง

ตองมคณลกษณะของเครองสอดคลองกบมาตรฐาน ISO 7243 หรอเทยบเทา หรอดกวา เชน DIN EN 27243 42

เทคนคและวธการตรวจวด

bull ในการตรวจวดระดบความรอนตองท าการตรวจวดในเดอนทรอนทสดของป

bull ในการเรมการตรวจวดระดบความรอน ตองท าการ set อปกรณกอนเรมท าการอานคาประมาณ 30 นาท

bull ต าแหนงทวางอปกรณกระเปาะแหงตองไมไดรบการแผรงสความรอน จากสภาพแวดลอมในการท างาน

43

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB

WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn) t1+t2+hellip +tn

44

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB ถา NWB = 25 องศาเซลเซยส GT =40 องศาเซลเซยส DB = 30 องศาเซลเซยส WBGT = 0725 + 0240 + 0130 องศาเซลเซยส = 285 องศาเซลเซยส

45

สตรการประเมนภาระงาน

ศกษาระยะเวลาการท างาน และลกษณะการท างาน ของพนกงาน เพอประเมนภาระงาน วาลกษณะงานทท าในชวง 2 ชวโมงทรอนทสดของพนกงาน เปนลกษณะงานหนก งานหนกปานกลาง หรองานเบา โดยค านวณดวยสตรตอไปน

Mเฉลย = M1t1 + M2t2 + M3t3 + + Mntn

t1 + t2 + t3 + + t n

เมอ M1 M2 hellip และ Mn คอ คาประมาณความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอสรางพลงงาน ส าหรบกจกรรมตางๆ มหนวยเปนกโลแคลอรตอชวโมงหรอกโลแคลอรตอนาท ในชวงเวลา t1 t2 tn มหนวยเปนชวโมงหรอนาท

46

คาพลงงานในการแบงระดบความหนก ndash เบา ของงาน

ความหนก - เบา พลงงาน ( กโลแคลอร ชวโมง )

งานเบา ไมเกน 200

งานปานกลาง 201 ndash 350

งานหนก เกน 350

47

ตารางแสดงมาตรฐานระดบความรอน

ความหนกเบาของงาน มาตรฐานระดบความรอน

คาเฉลยอณหภมเวทบลบโกลบ (WBGT)

ก าหนดเปนองศาเซลเซยส

เบา 34

กลาง 32

หนก 30 48

การประเมนภาระงาน (อตราการเผาผลาญอาหารเฉลยในรางกายของคนงานขณะท ากจกรรม)

03 06

20 ndash 30 เพม 08 ทกความสงทเพม 1 เมตร

นง ยน เดนบนพนราบ เดนขนทสง

กโลแคลอรนาท ทาทางการเคลอนไหวของรางกาย

49

10 เมตาโบลสมพนฐาน

02 ndash 12

07 ndash 25

10 ndash 35

10 ndash 150

04 09

10 17

15 25

35 50 70 90

ท างานดวยมอ - เบา ( เขยนหนงมอ เยบปกถกรอย) - หนก ( พมพดด นบเรยงเอกสาร ) ท างานดวยแขนขางเดยว - เบา ( กวาดพน เชดถพน ) - หนก ( ตอกตะป เลอยไม ) ท างานดวยแขน 2 ขาง - เบา (ปอนชนงาน ตะไบโลหะ งานสวน) - หนก ( ไสไม แกะสกกไม ) ท างานดวยรางกายทกสวน - เบา ( ขบรถยนต) - ปานกลาง ( ทาส ขดถพน ) -หนก ( ลาก ดง ยกของหนก) -หนกมาก ( กอสราง ขดดน )

ชวงคาพลงงาน ( กโลแคลอร นาท )

คาพลงงานเฉลย ( กโลแคลอร นาท )

กจกรรม การปฏบตงาน

50

ตวอยางกจกรรมเปรยบเทยบ

20 30

10 60

1 เดนไปเรอย ๆ 2 ใช 2 แขน(งานหนก) และใชรางกายทก

สวน (งานเบา) 3 เมตาโบลสมพนฐานของรางกาย รวม

กโลแคลอร นาท การประกอบชนงาน

51

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส)

WL = (560) + (745) +helliphellip+ (915) + (1120) 2 WL = 300 + 315 + 135 + 120 = 8702 = 435 กโลแคลอรชวโมง 2

52

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง 20 นาท (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณความหนกเบาของงาน

WL = (580) + (740) +helliphellip+ (1120) 2 WL = 400 + 280 + 120 = 8002 = 400 กโลแคลอรชวโมง 2 53

การค านวณหา WBGT เฉลย WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn)

t1+t2+hellip +tn ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณWBGT เฉลย

WBGTเฉลย = (3760)+(3545)+(3215) 60+45+15

= 356 องศาเซลเซยส

54

ตวอยางแบบบนทกขอมลการตรวจวดดชนความรอน

ลกษณะการท างาน Work load ระยะเวลา ( นาท )

WB

(degc) DB (degc)

GT (degc)

WBGT (degc)

ชอสถานประกอบกจการ

วนเดอนป ทตรวจวด

เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช

ปรบเทยบความถกตองเครองมอ

แผนก

ชอพนกงาน

55

การควบคมและปองกนอนตราย bull การใชฉนวนหมแหลงก าเนดความรอน เชน ใชฉนวนบทอน ารอน เพอลดการ

แผรงสและพาความรอน bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน bull การจดระบบระบายอากาศแบบทวไปและแบบเฉพาะท bull การแยกแหลงก าเนดความรอนออกจากบรเวณการท างาน bull การตดประกาศเตอน bull การลดเวลาท างานสมผสความรอนและเพมเวลาพก bull จดน าดมและน าเกลอแร bull การจดอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคล เปนตน

56

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การใชฉนวนหม (Insulator)

bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน (Radiation Shielding)

57

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การจดการระบายอากาศเฉพาะท (Local Exhaust Ventilation)

58

การปองกนททางผาน

bull จดท าหองพก หรอหองควบคมใหพนกงาน

bull การจายอากาศทม ความเยนเฉพาะจด ใหทตว

59

การปองกนททางผาน

bull การจดทศทางการเคลอนท

ของอากาศอยางเหมาะสม

bull อาศยการดนอากาศเยนจากดานลาง เพอไลอากาศรอนสดานบน

60

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาการท างานทสมผสความรอน

bull ใชอปกรณชวยผอนแรง เพอชวยลดคาพลงงานความรอน

61

การปองกนทตวบคคล

bull ใชอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคลเพอปองกนความรอนทตองสมผส

bull จดท าปายเตอน

bull การจดสวสดการในเรอง น าดม-เกลอแร ทช าระลางรางกาย ทนงพก

62

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

เสยง (Sound) คอ พลงงานรปหนงทเกดจากการสนสะเทอนของโมเลกลของอากาศ ท าใหเกดการอดและขยายสลบกนของโมเลกลอากาศ ความดนบรรยากาศจงเกดการเปลยนแปลงตามการเคลอนทของโมเลกลอากาศ เรยกวา คลนเสยง

เสยงดง (noise) หมายถง เสยงซงไมเปนทตองการของคนเพราะท าใหเกดการรบกวนการรบรเสยงทตองการ หรอความเงยบ และเปนเสยงทเปนอนตรายตอการไดยน

เดซเบลเอ ( dBA) เปนหนวยวดความดงเสยงทใกลเคยงกบการตอบสนองตอเสยงของหมนษย

TWA time weighted average เปนคาเฉลยระดบความดงเสยงตลอดระยะเวลาการสมผสเสยง

63

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

การตรวจวดและประเมนระดบความรอน

ระดบความรอน คอ อณหภมเวตบลบโกลบในบรเวณทลกจางท างาน ตรวจวด โดยเฉลยในเวลาชวง 2 ชวโมงทมอณหภมเวตบลบโกลบสงสดของการท างานปกต

อณหภมเวตบลบโกลบ (WBGT) เปนดชนวดสภาพความรอนในสงแวดลอมการท างาน (หนวยองศาเซลเซยส) ซงเปนการน าปจจยทมผลกระทบตอความรอนทสะสมในรางกายมาพจารณา

27

การตรวจวดและประเมนระดบความรอน

ปรมาณงาน หรอ ภาระงาน (Work Load) เปนพลงงานความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอใหรางกายใชปฏบตงานตางๆ ผทท างานหนกยอมมความรอนเกดขนในรางกายสงกวาผทท างานเบา และคามาตรฐานระดบความรอนไดน าปจจยนมาพจารณา โดยจ าแนกตามความหนกเบาของงานกบระดบความรอนทไดรบ

28

ความหนกเบาของงาน ความหนกเบาของงาน คอ การใชพลงงานของรางกายหรอใชก าลงงานท าให

เกดการเผาผลาญอาหารในรางกายเพอใชปฏบตงาน สามารถแบงออกเปน 3 ระดบ

งานเบา ลกษณะงานทใชแรงนอยหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการเผา ผลาญอาหารในรางกายไมเกน 200 กโลแคลอรตอชวโมง งานปานกลาง ลกษณะงานทใชแรงปานกลางหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการ เผาผลาญอาหารในรางกาย 201 ndash 350 กโลแคลอรตอชวโมง งานหนก ลกษณะงานทใชแรงมากหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการเผา ผลาญอาหารในรางกายเกน 350 กโลแคลอรตอชวโมง

29

อณหภมของรางกาย

แบงออกเปน 2 สวน

1 อณหภมแกน (Core Temperature) หมายถง อณหภมของอวยวะทอยภายในรางกาย เชน สมอง หวใจ ปอด ตบ ไต และระบบทางเดนหายใจ เปนตน

2 อณหภมทผว (Surface Temperature) หมายถง อณหภมทกลามเนอและผวหนง ซงเปนบรเวณทมการแลกเปลยนความรอนกบสงแวดลอมภายนอก เพอรกษาสมดลอณหภมของรางกายใหคงท

30

กลไกการเกดความรอนในรางกาย bull แหลงสรางความรอนในรางกาย มาจาก 2 ทาง 1 เมตาโบลซม 2 การท างานของกลามเนอ bull วธการในการขจดความรอนออกจากรางกายม 4 วธ 1 การแผรงสความรอน 60 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 2 การพาความรอน 12 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 3 การน าความรอน 3 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 4 การระเหย 22 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด

31

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

1 เมตาโบลซม (Metabolism M) bull 1 Met = Basal Metabolism Rate

bull ldquoชาย 70 กก ทพนผวหนง 18 ม2

bull หายใจ O2 03L min 1 Kcal min

32

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

2 การท างานของกลามเนอ (W) - Respiration

- Glycolysis

3 สงแวดลอม (Environment)

- Sun - Process

33

การไดรบและสญเสย ความรอน

สตรสมดลความรอน

M + W + R + C + D ndash E = + H

M = Metabolism Rate

W = ลกษณะของงาน

เบา 200 Kcal hr ลงไป

ปานกลาง 201 ndash 350 Kcal hr

หนก 350 Kcal hr ขนไป

Note H = M R C - E D (M=M+W) 34

อนตรายจากความรอนและผลกระทบตอสขภาพ

bull การมไข ( Fever )

bull ลมแดด ( Heat stroke )

bull การเปนลม ( Heat syncope)

bull การออนเพลยเนองจากความรอน ( Heat Exhaustion )

bull การขาดน า ( Dehydration )

bull ตะครวเนองจากความรอน ( Heat cramp)

35

1 ดชนทเกยวของกบการเปลยนแปลงทางสรรวทยาของผปฏบตงาน เชน WBGT P4SR

2 ดชนทเกยวของกบความพอใจของผปฏบตงาน เชน ET CET 3 ดชนทเกยวของกบการแลกเปลยนความรอน เชน HSI

การตรวจวนจฉยอนตรายจากความรอน

ดชนความเคนแหงความรอน (HEAT STRESS INDEX)

36

ความรอนสง รางกาย การระบายออกมา

YAGLOU amp MINARD WBGT

ACGIH amp NIOSH ไดใชเปนดชนมาตรฐาน ความรอนของคนงาน

ประเมนโดยใชคาอณหภม 3 ชนด คอ tnwbtna และ tg 37

WET BULB GLOBE TEMPERATURE

(WBGT)

WBGT index ใชงายและเปนดชนทใชในมาตรฐานส าหรบความเครยดจากความรอนของ ACGIH และ NIOSH การหาคา WBGT ตองทราบคาของตวแปรตาง ๆ ดงน WET BULB TEMPERATURE GLOBE TEMPERATURE DRY BULB AIR TEMPERATURE

38

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอน

39

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

1 เทอรโมมเตอรวดอณหภมของกระเปาะเปยกธรรมชาต น าปรอท มาหมดวยผากอสทกระเปาะของเทอรโมมเตอร ใหมความยาวเหนอปลายกระเปาะขนมาประมาณ 1 - 1 14 นว และหมตอยาวลงไปใหปลายของผากอสสวนนจมลงในแกว FLASK ขนาด 125 (มล) ซงมน ากลนบรรจอย

40

2 เทอรโมมเตอรวดอณหภมแบลกโกลบ

ใชวดอณหภมจากการแผรงส ทมผลตอรางกายมนษย

อปกรณนประกอบดวยลกทองแดงทรงกลมกลวง

เสนผาศนยกลาง 6 นว ภายนอกเคลอบดวยโลหะด าดาน

มเทอรโมมเตอรเสยบอยบรเวณเปลอกภายนอก

โดยปลายของเทอรโมมเตอรจะอยบรเวณตรงกลางของโกลบน

3 เทอรโมมเตอรวดอณหภมอากาศหรออณหภมกระเปาะแหง

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

41

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอชนดอานคาโดยตรง

ตองมคณลกษณะของเครองสอดคลองกบมาตรฐาน ISO 7243 หรอเทยบเทา หรอดกวา เชน DIN EN 27243 42

เทคนคและวธการตรวจวด

bull ในการตรวจวดระดบความรอนตองท าการตรวจวดในเดอนทรอนทสดของป

bull ในการเรมการตรวจวดระดบความรอน ตองท าการ set อปกรณกอนเรมท าการอานคาประมาณ 30 นาท

bull ต าแหนงทวางอปกรณกระเปาะแหงตองไมไดรบการแผรงสความรอน จากสภาพแวดลอมในการท างาน

43

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB

WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn) t1+t2+hellip +tn

44

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB ถา NWB = 25 องศาเซลเซยส GT =40 องศาเซลเซยส DB = 30 องศาเซลเซยส WBGT = 0725 + 0240 + 0130 องศาเซลเซยส = 285 องศาเซลเซยส

45

สตรการประเมนภาระงาน

ศกษาระยะเวลาการท างาน และลกษณะการท างาน ของพนกงาน เพอประเมนภาระงาน วาลกษณะงานทท าในชวง 2 ชวโมงทรอนทสดของพนกงาน เปนลกษณะงานหนก งานหนกปานกลาง หรองานเบา โดยค านวณดวยสตรตอไปน

Mเฉลย = M1t1 + M2t2 + M3t3 + + Mntn

t1 + t2 + t3 + + t n

เมอ M1 M2 hellip และ Mn คอ คาประมาณความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอสรางพลงงาน ส าหรบกจกรรมตางๆ มหนวยเปนกโลแคลอรตอชวโมงหรอกโลแคลอรตอนาท ในชวงเวลา t1 t2 tn มหนวยเปนชวโมงหรอนาท

46

คาพลงงานในการแบงระดบความหนก ndash เบา ของงาน

ความหนก - เบา พลงงาน ( กโลแคลอร ชวโมง )

งานเบา ไมเกน 200

งานปานกลาง 201 ndash 350

งานหนก เกน 350

47

ตารางแสดงมาตรฐานระดบความรอน

ความหนกเบาของงาน มาตรฐานระดบความรอน

คาเฉลยอณหภมเวทบลบโกลบ (WBGT)

ก าหนดเปนองศาเซลเซยส

เบา 34

กลาง 32

หนก 30 48

การประเมนภาระงาน (อตราการเผาผลาญอาหารเฉลยในรางกายของคนงานขณะท ากจกรรม)

03 06

20 ndash 30 เพม 08 ทกความสงทเพม 1 เมตร

นง ยน เดนบนพนราบ เดนขนทสง

กโลแคลอรนาท ทาทางการเคลอนไหวของรางกาย

49

10 เมตาโบลสมพนฐาน

02 ndash 12

07 ndash 25

10 ndash 35

10 ndash 150

04 09

10 17

15 25

35 50 70 90

ท างานดวยมอ - เบา ( เขยนหนงมอ เยบปกถกรอย) - หนก ( พมพดด นบเรยงเอกสาร ) ท างานดวยแขนขางเดยว - เบา ( กวาดพน เชดถพน ) - หนก ( ตอกตะป เลอยไม ) ท างานดวยแขน 2 ขาง - เบา (ปอนชนงาน ตะไบโลหะ งานสวน) - หนก ( ไสไม แกะสกกไม ) ท างานดวยรางกายทกสวน - เบา ( ขบรถยนต) - ปานกลาง ( ทาส ขดถพน ) -หนก ( ลาก ดง ยกของหนก) -หนกมาก ( กอสราง ขดดน )

ชวงคาพลงงาน ( กโลแคลอร นาท )

คาพลงงานเฉลย ( กโลแคลอร นาท )

กจกรรม การปฏบตงาน

50

ตวอยางกจกรรมเปรยบเทยบ

20 30

10 60

1 เดนไปเรอย ๆ 2 ใช 2 แขน(งานหนก) และใชรางกายทก

สวน (งานเบา) 3 เมตาโบลสมพนฐานของรางกาย รวม

กโลแคลอร นาท การประกอบชนงาน

51

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส)

WL = (560) + (745) +helliphellip+ (915) + (1120) 2 WL = 300 + 315 + 135 + 120 = 8702 = 435 กโลแคลอรชวโมง 2

52

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง 20 นาท (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณความหนกเบาของงาน

WL = (580) + (740) +helliphellip+ (1120) 2 WL = 400 + 280 + 120 = 8002 = 400 กโลแคลอรชวโมง 2 53

การค านวณหา WBGT เฉลย WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn)

t1+t2+hellip +tn ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณWBGT เฉลย

WBGTเฉลย = (3760)+(3545)+(3215) 60+45+15

= 356 องศาเซลเซยส

54

ตวอยางแบบบนทกขอมลการตรวจวดดชนความรอน

ลกษณะการท างาน Work load ระยะเวลา ( นาท )

WB

(degc) DB (degc)

GT (degc)

WBGT (degc)

ชอสถานประกอบกจการ

วนเดอนป ทตรวจวด

เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช

ปรบเทยบความถกตองเครองมอ

แผนก

ชอพนกงาน

55

การควบคมและปองกนอนตราย bull การใชฉนวนหมแหลงก าเนดความรอน เชน ใชฉนวนบทอน ารอน เพอลดการ

แผรงสและพาความรอน bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน bull การจดระบบระบายอากาศแบบทวไปและแบบเฉพาะท bull การแยกแหลงก าเนดความรอนออกจากบรเวณการท างาน bull การตดประกาศเตอน bull การลดเวลาท างานสมผสความรอนและเพมเวลาพก bull จดน าดมและน าเกลอแร bull การจดอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคล เปนตน

56

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การใชฉนวนหม (Insulator)

bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน (Radiation Shielding)

57

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การจดการระบายอากาศเฉพาะท (Local Exhaust Ventilation)

58

การปองกนททางผาน

bull จดท าหองพก หรอหองควบคมใหพนกงาน

bull การจายอากาศทม ความเยนเฉพาะจด ใหทตว

59

การปองกนททางผาน

bull การจดทศทางการเคลอนท

ของอากาศอยางเหมาะสม

bull อาศยการดนอากาศเยนจากดานลาง เพอไลอากาศรอนสดานบน

60

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาการท างานทสมผสความรอน

bull ใชอปกรณชวยผอนแรง เพอชวยลดคาพลงงานความรอน

61

การปองกนทตวบคคล

bull ใชอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคลเพอปองกนความรอนทตองสมผส

bull จดท าปายเตอน

bull การจดสวสดการในเรอง น าดม-เกลอแร ทช าระลางรางกาย ทนงพก

62

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

เสยง (Sound) คอ พลงงานรปหนงทเกดจากการสนสะเทอนของโมเลกลของอากาศ ท าใหเกดการอดและขยายสลบกนของโมเลกลอากาศ ความดนบรรยากาศจงเกดการเปลยนแปลงตามการเคลอนทของโมเลกลอากาศ เรยกวา คลนเสยง

เสยงดง (noise) หมายถง เสยงซงไมเปนทตองการของคนเพราะท าใหเกดการรบกวนการรบรเสยงทตองการ หรอความเงยบ และเปนเสยงทเปนอนตรายตอการไดยน

เดซเบลเอ ( dBA) เปนหนวยวดความดงเสยงทใกลเคยงกบการตอบสนองตอเสยงของหมนษย

TWA time weighted average เปนคาเฉลยระดบความดงเสยงตลอดระยะเวลาการสมผสเสยง

63

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

การตรวจวดและประเมนระดบความรอน

ปรมาณงาน หรอ ภาระงาน (Work Load) เปนพลงงานความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอใหรางกายใชปฏบตงานตางๆ ผทท างานหนกยอมมความรอนเกดขนในรางกายสงกวาผทท างานเบา และคามาตรฐานระดบความรอนไดน าปจจยนมาพจารณา โดยจ าแนกตามความหนกเบาของงานกบระดบความรอนทไดรบ

28

ความหนกเบาของงาน ความหนกเบาของงาน คอ การใชพลงงานของรางกายหรอใชก าลงงานท าให

เกดการเผาผลาญอาหารในรางกายเพอใชปฏบตงาน สามารถแบงออกเปน 3 ระดบ

งานเบา ลกษณะงานทใชแรงนอยหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการเผา ผลาญอาหารในรางกายไมเกน 200 กโลแคลอรตอชวโมง งานปานกลาง ลกษณะงานทใชแรงปานกลางหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการ เผาผลาญอาหารในรางกาย 201 ndash 350 กโลแคลอรตอชวโมง งานหนก ลกษณะงานทใชแรงมากหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการเผา ผลาญอาหารในรางกายเกน 350 กโลแคลอรตอชวโมง

29

อณหภมของรางกาย

แบงออกเปน 2 สวน

1 อณหภมแกน (Core Temperature) หมายถง อณหภมของอวยวะทอยภายในรางกาย เชน สมอง หวใจ ปอด ตบ ไต และระบบทางเดนหายใจ เปนตน

2 อณหภมทผว (Surface Temperature) หมายถง อณหภมทกลามเนอและผวหนง ซงเปนบรเวณทมการแลกเปลยนความรอนกบสงแวดลอมภายนอก เพอรกษาสมดลอณหภมของรางกายใหคงท

30

กลไกการเกดความรอนในรางกาย bull แหลงสรางความรอนในรางกาย มาจาก 2 ทาง 1 เมตาโบลซม 2 การท างานของกลามเนอ bull วธการในการขจดความรอนออกจากรางกายม 4 วธ 1 การแผรงสความรอน 60 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 2 การพาความรอน 12 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 3 การน าความรอน 3 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 4 การระเหย 22 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด

31

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

1 เมตาโบลซม (Metabolism M) bull 1 Met = Basal Metabolism Rate

bull ldquoชาย 70 กก ทพนผวหนง 18 ม2

bull หายใจ O2 03L min 1 Kcal min

32

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

2 การท างานของกลามเนอ (W) - Respiration

- Glycolysis

3 สงแวดลอม (Environment)

- Sun - Process

33

การไดรบและสญเสย ความรอน

สตรสมดลความรอน

M + W + R + C + D ndash E = + H

M = Metabolism Rate

W = ลกษณะของงาน

เบา 200 Kcal hr ลงไป

ปานกลาง 201 ndash 350 Kcal hr

หนก 350 Kcal hr ขนไป

Note H = M R C - E D (M=M+W) 34

อนตรายจากความรอนและผลกระทบตอสขภาพ

bull การมไข ( Fever )

bull ลมแดด ( Heat stroke )

bull การเปนลม ( Heat syncope)

bull การออนเพลยเนองจากความรอน ( Heat Exhaustion )

bull การขาดน า ( Dehydration )

bull ตะครวเนองจากความรอน ( Heat cramp)

35

1 ดชนทเกยวของกบการเปลยนแปลงทางสรรวทยาของผปฏบตงาน เชน WBGT P4SR

2 ดชนทเกยวของกบความพอใจของผปฏบตงาน เชน ET CET 3 ดชนทเกยวของกบการแลกเปลยนความรอน เชน HSI

การตรวจวนจฉยอนตรายจากความรอน

ดชนความเคนแหงความรอน (HEAT STRESS INDEX)

36

ความรอนสง รางกาย การระบายออกมา

YAGLOU amp MINARD WBGT

ACGIH amp NIOSH ไดใชเปนดชนมาตรฐาน ความรอนของคนงาน

ประเมนโดยใชคาอณหภม 3 ชนด คอ tnwbtna และ tg 37

WET BULB GLOBE TEMPERATURE

(WBGT)

WBGT index ใชงายและเปนดชนทใชในมาตรฐานส าหรบความเครยดจากความรอนของ ACGIH และ NIOSH การหาคา WBGT ตองทราบคาของตวแปรตาง ๆ ดงน WET BULB TEMPERATURE GLOBE TEMPERATURE DRY BULB AIR TEMPERATURE

38

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอน

39

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

1 เทอรโมมเตอรวดอณหภมของกระเปาะเปยกธรรมชาต น าปรอท มาหมดวยผากอสทกระเปาะของเทอรโมมเตอร ใหมความยาวเหนอปลายกระเปาะขนมาประมาณ 1 - 1 14 นว และหมตอยาวลงไปใหปลายของผากอสสวนนจมลงในแกว FLASK ขนาด 125 (มล) ซงมน ากลนบรรจอย

40

2 เทอรโมมเตอรวดอณหภมแบลกโกลบ

ใชวดอณหภมจากการแผรงส ทมผลตอรางกายมนษย

อปกรณนประกอบดวยลกทองแดงทรงกลมกลวง

เสนผาศนยกลาง 6 นว ภายนอกเคลอบดวยโลหะด าดาน

มเทอรโมมเตอรเสยบอยบรเวณเปลอกภายนอก

โดยปลายของเทอรโมมเตอรจะอยบรเวณตรงกลางของโกลบน

3 เทอรโมมเตอรวดอณหภมอากาศหรออณหภมกระเปาะแหง

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

41

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอชนดอานคาโดยตรง

ตองมคณลกษณะของเครองสอดคลองกบมาตรฐาน ISO 7243 หรอเทยบเทา หรอดกวา เชน DIN EN 27243 42

เทคนคและวธการตรวจวด

bull ในการตรวจวดระดบความรอนตองท าการตรวจวดในเดอนทรอนทสดของป

bull ในการเรมการตรวจวดระดบความรอน ตองท าการ set อปกรณกอนเรมท าการอานคาประมาณ 30 นาท

bull ต าแหนงทวางอปกรณกระเปาะแหงตองไมไดรบการแผรงสความรอน จากสภาพแวดลอมในการท างาน

43

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB

WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn) t1+t2+hellip +tn

44

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB ถา NWB = 25 องศาเซลเซยส GT =40 องศาเซลเซยส DB = 30 องศาเซลเซยส WBGT = 0725 + 0240 + 0130 องศาเซลเซยส = 285 องศาเซลเซยส

45

สตรการประเมนภาระงาน

ศกษาระยะเวลาการท างาน และลกษณะการท างาน ของพนกงาน เพอประเมนภาระงาน วาลกษณะงานทท าในชวง 2 ชวโมงทรอนทสดของพนกงาน เปนลกษณะงานหนก งานหนกปานกลาง หรองานเบา โดยค านวณดวยสตรตอไปน

Mเฉลย = M1t1 + M2t2 + M3t3 + + Mntn

t1 + t2 + t3 + + t n

เมอ M1 M2 hellip และ Mn คอ คาประมาณความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอสรางพลงงาน ส าหรบกจกรรมตางๆ มหนวยเปนกโลแคลอรตอชวโมงหรอกโลแคลอรตอนาท ในชวงเวลา t1 t2 tn มหนวยเปนชวโมงหรอนาท

46

คาพลงงานในการแบงระดบความหนก ndash เบา ของงาน

ความหนก - เบา พลงงาน ( กโลแคลอร ชวโมง )

งานเบา ไมเกน 200

งานปานกลาง 201 ndash 350

งานหนก เกน 350

47

ตารางแสดงมาตรฐานระดบความรอน

ความหนกเบาของงาน มาตรฐานระดบความรอน

คาเฉลยอณหภมเวทบลบโกลบ (WBGT)

ก าหนดเปนองศาเซลเซยส

เบา 34

กลาง 32

หนก 30 48

การประเมนภาระงาน (อตราการเผาผลาญอาหารเฉลยในรางกายของคนงานขณะท ากจกรรม)

03 06

20 ndash 30 เพม 08 ทกความสงทเพม 1 เมตร

นง ยน เดนบนพนราบ เดนขนทสง

กโลแคลอรนาท ทาทางการเคลอนไหวของรางกาย

49

10 เมตาโบลสมพนฐาน

02 ndash 12

07 ndash 25

10 ndash 35

10 ndash 150

04 09

10 17

15 25

35 50 70 90

ท างานดวยมอ - เบา ( เขยนหนงมอ เยบปกถกรอย) - หนก ( พมพดด นบเรยงเอกสาร ) ท างานดวยแขนขางเดยว - เบา ( กวาดพน เชดถพน ) - หนก ( ตอกตะป เลอยไม ) ท างานดวยแขน 2 ขาง - เบา (ปอนชนงาน ตะไบโลหะ งานสวน) - หนก ( ไสไม แกะสกกไม ) ท างานดวยรางกายทกสวน - เบา ( ขบรถยนต) - ปานกลาง ( ทาส ขดถพน ) -หนก ( ลาก ดง ยกของหนก) -หนกมาก ( กอสราง ขดดน )

ชวงคาพลงงาน ( กโลแคลอร นาท )

คาพลงงานเฉลย ( กโลแคลอร นาท )

กจกรรม การปฏบตงาน

50

ตวอยางกจกรรมเปรยบเทยบ

20 30

10 60

1 เดนไปเรอย ๆ 2 ใช 2 แขน(งานหนก) และใชรางกายทก

สวน (งานเบา) 3 เมตาโบลสมพนฐานของรางกาย รวม

กโลแคลอร นาท การประกอบชนงาน

51

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส)

WL = (560) + (745) +helliphellip+ (915) + (1120) 2 WL = 300 + 315 + 135 + 120 = 8702 = 435 กโลแคลอรชวโมง 2

52

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง 20 นาท (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณความหนกเบาของงาน

WL = (580) + (740) +helliphellip+ (1120) 2 WL = 400 + 280 + 120 = 8002 = 400 กโลแคลอรชวโมง 2 53

การค านวณหา WBGT เฉลย WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn)

t1+t2+hellip +tn ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณWBGT เฉลย

WBGTเฉลย = (3760)+(3545)+(3215) 60+45+15

= 356 องศาเซลเซยส

54

ตวอยางแบบบนทกขอมลการตรวจวดดชนความรอน

ลกษณะการท างาน Work load ระยะเวลา ( นาท )

WB

(degc) DB (degc)

GT (degc)

WBGT (degc)

ชอสถานประกอบกจการ

วนเดอนป ทตรวจวด

เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช

ปรบเทยบความถกตองเครองมอ

แผนก

ชอพนกงาน

55

การควบคมและปองกนอนตราย bull การใชฉนวนหมแหลงก าเนดความรอน เชน ใชฉนวนบทอน ารอน เพอลดการ

แผรงสและพาความรอน bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน bull การจดระบบระบายอากาศแบบทวไปและแบบเฉพาะท bull การแยกแหลงก าเนดความรอนออกจากบรเวณการท างาน bull การตดประกาศเตอน bull การลดเวลาท างานสมผสความรอนและเพมเวลาพก bull จดน าดมและน าเกลอแร bull การจดอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคล เปนตน

56

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การใชฉนวนหม (Insulator)

bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน (Radiation Shielding)

57

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การจดการระบายอากาศเฉพาะท (Local Exhaust Ventilation)

58

การปองกนททางผาน

bull จดท าหองพก หรอหองควบคมใหพนกงาน

bull การจายอากาศทม ความเยนเฉพาะจด ใหทตว

59

การปองกนททางผาน

bull การจดทศทางการเคลอนท

ของอากาศอยางเหมาะสม

bull อาศยการดนอากาศเยนจากดานลาง เพอไลอากาศรอนสดานบน

60

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาการท างานทสมผสความรอน

bull ใชอปกรณชวยผอนแรง เพอชวยลดคาพลงงานความรอน

61

การปองกนทตวบคคล

bull ใชอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคลเพอปองกนความรอนทตองสมผส

bull จดท าปายเตอน

bull การจดสวสดการในเรอง น าดม-เกลอแร ทช าระลางรางกาย ทนงพก

62

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

เสยง (Sound) คอ พลงงานรปหนงทเกดจากการสนสะเทอนของโมเลกลของอากาศ ท าใหเกดการอดและขยายสลบกนของโมเลกลอากาศ ความดนบรรยากาศจงเกดการเปลยนแปลงตามการเคลอนทของโมเลกลอากาศ เรยกวา คลนเสยง

เสยงดง (noise) หมายถง เสยงซงไมเปนทตองการของคนเพราะท าใหเกดการรบกวนการรบรเสยงทตองการ หรอความเงยบ และเปนเสยงทเปนอนตรายตอการไดยน

เดซเบลเอ ( dBA) เปนหนวยวดความดงเสยงทใกลเคยงกบการตอบสนองตอเสยงของหมนษย

TWA time weighted average เปนคาเฉลยระดบความดงเสยงตลอดระยะเวลาการสมผสเสยง

63

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

ความหนกเบาของงาน ความหนกเบาของงาน คอ การใชพลงงานของรางกายหรอใชก าลงงานท าให

เกดการเผาผลาญอาหารในรางกายเพอใชปฏบตงาน สามารถแบงออกเปน 3 ระดบ

งานเบา ลกษณะงานทใชแรงนอยหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการเผา ผลาญอาหารในรางกายไมเกน 200 กโลแคลอรตอชวโมง งานปานกลาง ลกษณะงานทใชแรงปานกลางหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการ เผาผลาญอาหารในรางกาย 201 ndash 350 กโลแคลอรตอชวโมง งานหนก ลกษณะงานทใชแรงมากหรอใชก าลงงานทท าใหเกดการเผา ผลาญอาหารในรางกายเกน 350 กโลแคลอรตอชวโมง

29

อณหภมของรางกาย

แบงออกเปน 2 สวน

1 อณหภมแกน (Core Temperature) หมายถง อณหภมของอวยวะทอยภายในรางกาย เชน สมอง หวใจ ปอด ตบ ไต และระบบทางเดนหายใจ เปนตน

2 อณหภมทผว (Surface Temperature) หมายถง อณหภมทกลามเนอและผวหนง ซงเปนบรเวณทมการแลกเปลยนความรอนกบสงแวดลอมภายนอก เพอรกษาสมดลอณหภมของรางกายใหคงท

30

กลไกการเกดความรอนในรางกาย bull แหลงสรางความรอนในรางกาย มาจาก 2 ทาง 1 เมตาโบลซม 2 การท างานของกลามเนอ bull วธการในการขจดความรอนออกจากรางกายม 4 วธ 1 การแผรงสความรอน 60 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 2 การพาความรอน 12 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 3 การน าความรอน 3 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 4 การระเหย 22 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด

31

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

1 เมตาโบลซม (Metabolism M) bull 1 Met = Basal Metabolism Rate

bull ldquoชาย 70 กก ทพนผวหนง 18 ม2

bull หายใจ O2 03L min 1 Kcal min

32

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

2 การท างานของกลามเนอ (W) - Respiration

- Glycolysis

3 สงแวดลอม (Environment)

- Sun - Process

33

การไดรบและสญเสย ความรอน

สตรสมดลความรอน

M + W + R + C + D ndash E = + H

M = Metabolism Rate

W = ลกษณะของงาน

เบา 200 Kcal hr ลงไป

ปานกลาง 201 ndash 350 Kcal hr

หนก 350 Kcal hr ขนไป

Note H = M R C - E D (M=M+W) 34

อนตรายจากความรอนและผลกระทบตอสขภาพ

bull การมไข ( Fever )

bull ลมแดด ( Heat stroke )

bull การเปนลม ( Heat syncope)

bull การออนเพลยเนองจากความรอน ( Heat Exhaustion )

bull การขาดน า ( Dehydration )

bull ตะครวเนองจากความรอน ( Heat cramp)

35

1 ดชนทเกยวของกบการเปลยนแปลงทางสรรวทยาของผปฏบตงาน เชน WBGT P4SR

2 ดชนทเกยวของกบความพอใจของผปฏบตงาน เชน ET CET 3 ดชนทเกยวของกบการแลกเปลยนความรอน เชน HSI

การตรวจวนจฉยอนตรายจากความรอน

ดชนความเคนแหงความรอน (HEAT STRESS INDEX)

36

ความรอนสง รางกาย การระบายออกมา

YAGLOU amp MINARD WBGT

ACGIH amp NIOSH ไดใชเปนดชนมาตรฐาน ความรอนของคนงาน

ประเมนโดยใชคาอณหภม 3 ชนด คอ tnwbtna และ tg 37

WET BULB GLOBE TEMPERATURE

(WBGT)

WBGT index ใชงายและเปนดชนทใชในมาตรฐานส าหรบความเครยดจากความรอนของ ACGIH และ NIOSH การหาคา WBGT ตองทราบคาของตวแปรตาง ๆ ดงน WET BULB TEMPERATURE GLOBE TEMPERATURE DRY BULB AIR TEMPERATURE

38

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอน

39

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

1 เทอรโมมเตอรวดอณหภมของกระเปาะเปยกธรรมชาต น าปรอท มาหมดวยผากอสทกระเปาะของเทอรโมมเตอร ใหมความยาวเหนอปลายกระเปาะขนมาประมาณ 1 - 1 14 นว และหมตอยาวลงไปใหปลายของผากอสสวนนจมลงในแกว FLASK ขนาด 125 (มล) ซงมน ากลนบรรจอย

40

2 เทอรโมมเตอรวดอณหภมแบลกโกลบ

ใชวดอณหภมจากการแผรงส ทมผลตอรางกายมนษย

อปกรณนประกอบดวยลกทองแดงทรงกลมกลวง

เสนผาศนยกลาง 6 นว ภายนอกเคลอบดวยโลหะด าดาน

มเทอรโมมเตอรเสยบอยบรเวณเปลอกภายนอก

โดยปลายของเทอรโมมเตอรจะอยบรเวณตรงกลางของโกลบน

3 เทอรโมมเตอรวดอณหภมอากาศหรออณหภมกระเปาะแหง

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

41

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอชนดอานคาโดยตรง

ตองมคณลกษณะของเครองสอดคลองกบมาตรฐาน ISO 7243 หรอเทยบเทา หรอดกวา เชน DIN EN 27243 42

เทคนคและวธการตรวจวด

bull ในการตรวจวดระดบความรอนตองท าการตรวจวดในเดอนทรอนทสดของป

bull ในการเรมการตรวจวดระดบความรอน ตองท าการ set อปกรณกอนเรมท าการอานคาประมาณ 30 นาท

bull ต าแหนงทวางอปกรณกระเปาะแหงตองไมไดรบการแผรงสความรอน จากสภาพแวดลอมในการท างาน

43

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB

WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn) t1+t2+hellip +tn

44

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB ถา NWB = 25 องศาเซลเซยส GT =40 องศาเซลเซยส DB = 30 องศาเซลเซยส WBGT = 0725 + 0240 + 0130 องศาเซลเซยส = 285 องศาเซลเซยส

45

สตรการประเมนภาระงาน

ศกษาระยะเวลาการท างาน และลกษณะการท างาน ของพนกงาน เพอประเมนภาระงาน วาลกษณะงานทท าในชวง 2 ชวโมงทรอนทสดของพนกงาน เปนลกษณะงานหนก งานหนกปานกลาง หรองานเบา โดยค านวณดวยสตรตอไปน

Mเฉลย = M1t1 + M2t2 + M3t3 + + Mntn

t1 + t2 + t3 + + t n

เมอ M1 M2 hellip และ Mn คอ คาประมาณความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอสรางพลงงาน ส าหรบกจกรรมตางๆ มหนวยเปนกโลแคลอรตอชวโมงหรอกโลแคลอรตอนาท ในชวงเวลา t1 t2 tn มหนวยเปนชวโมงหรอนาท

46

คาพลงงานในการแบงระดบความหนก ndash เบา ของงาน

ความหนก - เบา พลงงาน ( กโลแคลอร ชวโมง )

งานเบา ไมเกน 200

งานปานกลาง 201 ndash 350

งานหนก เกน 350

47

ตารางแสดงมาตรฐานระดบความรอน

ความหนกเบาของงาน มาตรฐานระดบความรอน

คาเฉลยอณหภมเวทบลบโกลบ (WBGT)

ก าหนดเปนองศาเซลเซยส

เบา 34

กลาง 32

หนก 30 48

การประเมนภาระงาน (อตราการเผาผลาญอาหารเฉลยในรางกายของคนงานขณะท ากจกรรม)

03 06

20 ndash 30 เพม 08 ทกความสงทเพม 1 เมตร

นง ยน เดนบนพนราบ เดนขนทสง

กโลแคลอรนาท ทาทางการเคลอนไหวของรางกาย

49

10 เมตาโบลสมพนฐาน

02 ndash 12

07 ndash 25

10 ndash 35

10 ndash 150

04 09

10 17

15 25

35 50 70 90

ท างานดวยมอ - เบา ( เขยนหนงมอ เยบปกถกรอย) - หนก ( พมพดด นบเรยงเอกสาร ) ท างานดวยแขนขางเดยว - เบา ( กวาดพน เชดถพน ) - หนก ( ตอกตะป เลอยไม ) ท างานดวยแขน 2 ขาง - เบา (ปอนชนงาน ตะไบโลหะ งานสวน) - หนก ( ไสไม แกะสกกไม ) ท างานดวยรางกายทกสวน - เบา ( ขบรถยนต) - ปานกลาง ( ทาส ขดถพน ) -หนก ( ลาก ดง ยกของหนก) -หนกมาก ( กอสราง ขดดน )

ชวงคาพลงงาน ( กโลแคลอร นาท )

คาพลงงานเฉลย ( กโลแคลอร นาท )

กจกรรม การปฏบตงาน

50

ตวอยางกจกรรมเปรยบเทยบ

20 30

10 60

1 เดนไปเรอย ๆ 2 ใช 2 แขน(งานหนก) และใชรางกายทก

สวน (งานเบา) 3 เมตาโบลสมพนฐานของรางกาย รวม

กโลแคลอร นาท การประกอบชนงาน

51

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส)

WL = (560) + (745) +helliphellip+ (915) + (1120) 2 WL = 300 + 315 + 135 + 120 = 8702 = 435 กโลแคลอรชวโมง 2

52

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง 20 นาท (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณความหนกเบาของงาน

WL = (580) + (740) +helliphellip+ (1120) 2 WL = 400 + 280 + 120 = 8002 = 400 กโลแคลอรชวโมง 2 53

การค านวณหา WBGT เฉลย WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn)

t1+t2+hellip +tn ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณWBGT เฉลย

WBGTเฉลย = (3760)+(3545)+(3215) 60+45+15

= 356 องศาเซลเซยส

54

ตวอยางแบบบนทกขอมลการตรวจวดดชนความรอน

ลกษณะการท างาน Work load ระยะเวลา ( นาท )

WB

(degc) DB (degc)

GT (degc)

WBGT (degc)

ชอสถานประกอบกจการ

วนเดอนป ทตรวจวด

เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช

ปรบเทยบความถกตองเครองมอ

แผนก

ชอพนกงาน

55

การควบคมและปองกนอนตราย bull การใชฉนวนหมแหลงก าเนดความรอน เชน ใชฉนวนบทอน ารอน เพอลดการ

แผรงสและพาความรอน bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน bull การจดระบบระบายอากาศแบบทวไปและแบบเฉพาะท bull การแยกแหลงก าเนดความรอนออกจากบรเวณการท างาน bull การตดประกาศเตอน bull การลดเวลาท างานสมผสความรอนและเพมเวลาพก bull จดน าดมและน าเกลอแร bull การจดอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคล เปนตน

56

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การใชฉนวนหม (Insulator)

bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน (Radiation Shielding)

57

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การจดการระบายอากาศเฉพาะท (Local Exhaust Ventilation)

58

การปองกนททางผาน

bull จดท าหองพก หรอหองควบคมใหพนกงาน

bull การจายอากาศทม ความเยนเฉพาะจด ใหทตว

59

การปองกนททางผาน

bull การจดทศทางการเคลอนท

ของอากาศอยางเหมาะสม

bull อาศยการดนอากาศเยนจากดานลาง เพอไลอากาศรอนสดานบน

60

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาการท างานทสมผสความรอน

bull ใชอปกรณชวยผอนแรง เพอชวยลดคาพลงงานความรอน

61

การปองกนทตวบคคล

bull ใชอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคลเพอปองกนความรอนทตองสมผส

bull จดท าปายเตอน

bull การจดสวสดการในเรอง น าดม-เกลอแร ทช าระลางรางกาย ทนงพก

62

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

เสยง (Sound) คอ พลงงานรปหนงทเกดจากการสนสะเทอนของโมเลกลของอากาศ ท าใหเกดการอดและขยายสลบกนของโมเลกลอากาศ ความดนบรรยากาศจงเกดการเปลยนแปลงตามการเคลอนทของโมเลกลอากาศ เรยกวา คลนเสยง

เสยงดง (noise) หมายถง เสยงซงไมเปนทตองการของคนเพราะท าใหเกดการรบกวนการรบรเสยงทตองการ หรอความเงยบ และเปนเสยงทเปนอนตรายตอการไดยน

เดซเบลเอ ( dBA) เปนหนวยวดความดงเสยงทใกลเคยงกบการตอบสนองตอเสยงของหมนษย

TWA time weighted average เปนคาเฉลยระดบความดงเสยงตลอดระยะเวลาการสมผสเสยง

63

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

อณหภมของรางกาย

แบงออกเปน 2 สวน

1 อณหภมแกน (Core Temperature) หมายถง อณหภมของอวยวะทอยภายในรางกาย เชน สมอง หวใจ ปอด ตบ ไต และระบบทางเดนหายใจ เปนตน

2 อณหภมทผว (Surface Temperature) หมายถง อณหภมทกลามเนอและผวหนง ซงเปนบรเวณทมการแลกเปลยนความรอนกบสงแวดลอมภายนอก เพอรกษาสมดลอณหภมของรางกายใหคงท

30

กลไกการเกดความรอนในรางกาย bull แหลงสรางความรอนในรางกาย มาจาก 2 ทาง 1 เมตาโบลซม 2 การท างานของกลามเนอ bull วธการในการขจดความรอนออกจากรางกายม 4 วธ 1 การแผรงสความรอน 60 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 2 การพาความรอน 12 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 3 การน าความรอน 3 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 4 การระเหย 22 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด

31

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

1 เมตาโบลซม (Metabolism M) bull 1 Met = Basal Metabolism Rate

bull ldquoชาย 70 กก ทพนผวหนง 18 ม2

bull หายใจ O2 03L min 1 Kcal min

32

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

2 การท างานของกลามเนอ (W) - Respiration

- Glycolysis

3 สงแวดลอม (Environment)

- Sun - Process

33

การไดรบและสญเสย ความรอน

สตรสมดลความรอน

M + W + R + C + D ndash E = + H

M = Metabolism Rate

W = ลกษณะของงาน

เบา 200 Kcal hr ลงไป

ปานกลาง 201 ndash 350 Kcal hr

หนก 350 Kcal hr ขนไป

Note H = M R C - E D (M=M+W) 34

อนตรายจากความรอนและผลกระทบตอสขภาพ

bull การมไข ( Fever )

bull ลมแดด ( Heat stroke )

bull การเปนลม ( Heat syncope)

bull การออนเพลยเนองจากความรอน ( Heat Exhaustion )

bull การขาดน า ( Dehydration )

bull ตะครวเนองจากความรอน ( Heat cramp)

35

1 ดชนทเกยวของกบการเปลยนแปลงทางสรรวทยาของผปฏบตงาน เชน WBGT P4SR

2 ดชนทเกยวของกบความพอใจของผปฏบตงาน เชน ET CET 3 ดชนทเกยวของกบการแลกเปลยนความรอน เชน HSI

การตรวจวนจฉยอนตรายจากความรอน

ดชนความเคนแหงความรอน (HEAT STRESS INDEX)

36

ความรอนสง รางกาย การระบายออกมา

YAGLOU amp MINARD WBGT

ACGIH amp NIOSH ไดใชเปนดชนมาตรฐาน ความรอนของคนงาน

ประเมนโดยใชคาอณหภม 3 ชนด คอ tnwbtna และ tg 37

WET BULB GLOBE TEMPERATURE

(WBGT)

WBGT index ใชงายและเปนดชนทใชในมาตรฐานส าหรบความเครยดจากความรอนของ ACGIH และ NIOSH การหาคา WBGT ตองทราบคาของตวแปรตาง ๆ ดงน WET BULB TEMPERATURE GLOBE TEMPERATURE DRY BULB AIR TEMPERATURE

38

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอน

39

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

1 เทอรโมมเตอรวดอณหภมของกระเปาะเปยกธรรมชาต น าปรอท มาหมดวยผากอสทกระเปาะของเทอรโมมเตอร ใหมความยาวเหนอปลายกระเปาะขนมาประมาณ 1 - 1 14 นว และหมตอยาวลงไปใหปลายของผากอสสวนนจมลงในแกว FLASK ขนาด 125 (มล) ซงมน ากลนบรรจอย

40

2 เทอรโมมเตอรวดอณหภมแบลกโกลบ

ใชวดอณหภมจากการแผรงส ทมผลตอรางกายมนษย

อปกรณนประกอบดวยลกทองแดงทรงกลมกลวง

เสนผาศนยกลาง 6 นว ภายนอกเคลอบดวยโลหะด าดาน

มเทอรโมมเตอรเสยบอยบรเวณเปลอกภายนอก

โดยปลายของเทอรโมมเตอรจะอยบรเวณตรงกลางของโกลบน

3 เทอรโมมเตอรวดอณหภมอากาศหรออณหภมกระเปาะแหง

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

41

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอชนดอานคาโดยตรง

ตองมคณลกษณะของเครองสอดคลองกบมาตรฐาน ISO 7243 หรอเทยบเทา หรอดกวา เชน DIN EN 27243 42

เทคนคและวธการตรวจวด

bull ในการตรวจวดระดบความรอนตองท าการตรวจวดในเดอนทรอนทสดของป

bull ในการเรมการตรวจวดระดบความรอน ตองท าการ set อปกรณกอนเรมท าการอานคาประมาณ 30 นาท

bull ต าแหนงทวางอปกรณกระเปาะแหงตองไมไดรบการแผรงสความรอน จากสภาพแวดลอมในการท างาน

43

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB

WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn) t1+t2+hellip +tn

44

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB ถา NWB = 25 องศาเซลเซยส GT =40 องศาเซลเซยส DB = 30 องศาเซลเซยส WBGT = 0725 + 0240 + 0130 องศาเซลเซยส = 285 องศาเซลเซยส

45

สตรการประเมนภาระงาน

ศกษาระยะเวลาการท างาน และลกษณะการท างาน ของพนกงาน เพอประเมนภาระงาน วาลกษณะงานทท าในชวง 2 ชวโมงทรอนทสดของพนกงาน เปนลกษณะงานหนก งานหนกปานกลาง หรองานเบา โดยค านวณดวยสตรตอไปน

Mเฉลย = M1t1 + M2t2 + M3t3 + + Mntn

t1 + t2 + t3 + + t n

เมอ M1 M2 hellip และ Mn คอ คาประมาณความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอสรางพลงงาน ส าหรบกจกรรมตางๆ มหนวยเปนกโลแคลอรตอชวโมงหรอกโลแคลอรตอนาท ในชวงเวลา t1 t2 tn มหนวยเปนชวโมงหรอนาท

46

คาพลงงานในการแบงระดบความหนก ndash เบา ของงาน

ความหนก - เบา พลงงาน ( กโลแคลอร ชวโมง )

งานเบา ไมเกน 200

งานปานกลาง 201 ndash 350

งานหนก เกน 350

47

ตารางแสดงมาตรฐานระดบความรอน

ความหนกเบาของงาน มาตรฐานระดบความรอน

คาเฉลยอณหภมเวทบลบโกลบ (WBGT)

ก าหนดเปนองศาเซลเซยส

เบา 34

กลาง 32

หนก 30 48

การประเมนภาระงาน (อตราการเผาผลาญอาหารเฉลยในรางกายของคนงานขณะท ากจกรรม)

03 06

20 ndash 30 เพม 08 ทกความสงทเพม 1 เมตร

นง ยน เดนบนพนราบ เดนขนทสง

กโลแคลอรนาท ทาทางการเคลอนไหวของรางกาย

49

10 เมตาโบลสมพนฐาน

02 ndash 12

07 ndash 25

10 ndash 35

10 ndash 150

04 09

10 17

15 25

35 50 70 90

ท างานดวยมอ - เบา ( เขยนหนงมอ เยบปกถกรอย) - หนก ( พมพดด นบเรยงเอกสาร ) ท างานดวยแขนขางเดยว - เบา ( กวาดพน เชดถพน ) - หนก ( ตอกตะป เลอยไม ) ท างานดวยแขน 2 ขาง - เบา (ปอนชนงาน ตะไบโลหะ งานสวน) - หนก ( ไสไม แกะสกกไม ) ท างานดวยรางกายทกสวน - เบา ( ขบรถยนต) - ปานกลาง ( ทาส ขดถพน ) -หนก ( ลาก ดง ยกของหนก) -หนกมาก ( กอสราง ขดดน )

ชวงคาพลงงาน ( กโลแคลอร นาท )

คาพลงงานเฉลย ( กโลแคลอร นาท )

กจกรรม การปฏบตงาน

50

ตวอยางกจกรรมเปรยบเทยบ

20 30

10 60

1 เดนไปเรอย ๆ 2 ใช 2 แขน(งานหนก) และใชรางกายทก

สวน (งานเบา) 3 เมตาโบลสมพนฐานของรางกาย รวม

กโลแคลอร นาท การประกอบชนงาน

51

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส)

WL = (560) + (745) +helliphellip+ (915) + (1120) 2 WL = 300 + 315 + 135 + 120 = 8702 = 435 กโลแคลอรชวโมง 2

52

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง 20 นาท (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณความหนกเบาของงาน

WL = (580) + (740) +helliphellip+ (1120) 2 WL = 400 + 280 + 120 = 8002 = 400 กโลแคลอรชวโมง 2 53

การค านวณหา WBGT เฉลย WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn)

t1+t2+hellip +tn ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณWBGT เฉลย

WBGTเฉลย = (3760)+(3545)+(3215) 60+45+15

= 356 องศาเซลเซยส

54

ตวอยางแบบบนทกขอมลการตรวจวดดชนความรอน

ลกษณะการท างาน Work load ระยะเวลา ( นาท )

WB

(degc) DB (degc)

GT (degc)

WBGT (degc)

ชอสถานประกอบกจการ

วนเดอนป ทตรวจวด

เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช

ปรบเทยบความถกตองเครองมอ

แผนก

ชอพนกงาน

55

การควบคมและปองกนอนตราย bull การใชฉนวนหมแหลงก าเนดความรอน เชน ใชฉนวนบทอน ารอน เพอลดการ

แผรงสและพาความรอน bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน bull การจดระบบระบายอากาศแบบทวไปและแบบเฉพาะท bull การแยกแหลงก าเนดความรอนออกจากบรเวณการท างาน bull การตดประกาศเตอน bull การลดเวลาท างานสมผสความรอนและเพมเวลาพก bull จดน าดมและน าเกลอแร bull การจดอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคล เปนตน

56

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การใชฉนวนหม (Insulator)

bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน (Radiation Shielding)

57

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การจดการระบายอากาศเฉพาะท (Local Exhaust Ventilation)

58

การปองกนททางผาน

bull จดท าหองพก หรอหองควบคมใหพนกงาน

bull การจายอากาศทม ความเยนเฉพาะจด ใหทตว

59

การปองกนททางผาน

bull การจดทศทางการเคลอนท

ของอากาศอยางเหมาะสม

bull อาศยการดนอากาศเยนจากดานลาง เพอไลอากาศรอนสดานบน

60

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาการท างานทสมผสความรอน

bull ใชอปกรณชวยผอนแรง เพอชวยลดคาพลงงานความรอน

61

การปองกนทตวบคคล

bull ใชอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคลเพอปองกนความรอนทตองสมผส

bull จดท าปายเตอน

bull การจดสวสดการในเรอง น าดม-เกลอแร ทช าระลางรางกาย ทนงพก

62

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

เสยง (Sound) คอ พลงงานรปหนงทเกดจากการสนสะเทอนของโมเลกลของอากาศ ท าใหเกดการอดและขยายสลบกนของโมเลกลอากาศ ความดนบรรยากาศจงเกดการเปลยนแปลงตามการเคลอนทของโมเลกลอากาศ เรยกวา คลนเสยง

เสยงดง (noise) หมายถง เสยงซงไมเปนทตองการของคนเพราะท าใหเกดการรบกวนการรบรเสยงทตองการ หรอความเงยบ และเปนเสยงทเปนอนตรายตอการไดยน

เดซเบลเอ ( dBA) เปนหนวยวดความดงเสยงทใกลเคยงกบการตอบสนองตอเสยงของหมนษย

TWA time weighted average เปนคาเฉลยระดบความดงเสยงตลอดระยะเวลาการสมผสเสยง

63

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

กลไกการเกดความรอนในรางกาย bull แหลงสรางความรอนในรางกาย มาจาก 2 ทาง 1 เมตาโบลซม 2 การท างานของกลามเนอ bull วธการในการขจดความรอนออกจากรางกายม 4 วธ 1 การแผรงสความรอน 60 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 2 การพาความรอน 12 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 3 การน าความรอน 3 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด 4 การระเหย 22 ของปรมาณความรอนทถกขจดออกไปทงหมด

31

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

1 เมตาโบลซม (Metabolism M) bull 1 Met = Basal Metabolism Rate

bull ldquoชาย 70 กก ทพนผวหนง 18 ม2

bull หายใจ O2 03L min 1 Kcal min

32

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

2 การท างานของกลามเนอ (W) - Respiration

- Glycolysis

3 สงแวดลอม (Environment)

- Sun - Process

33

การไดรบและสญเสย ความรอน

สตรสมดลความรอน

M + W + R + C + D ndash E = + H

M = Metabolism Rate

W = ลกษณะของงาน

เบา 200 Kcal hr ลงไป

ปานกลาง 201 ndash 350 Kcal hr

หนก 350 Kcal hr ขนไป

Note H = M R C - E D (M=M+W) 34

อนตรายจากความรอนและผลกระทบตอสขภาพ

bull การมไข ( Fever )

bull ลมแดด ( Heat stroke )

bull การเปนลม ( Heat syncope)

bull การออนเพลยเนองจากความรอน ( Heat Exhaustion )

bull การขาดน า ( Dehydration )

bull ตะครวเนองจากความรอน ( Heat cramp)

35

1 ดชนทเกยวของกบการเปลยนแปลงทางสรรวทยาของผปฏบตงาน เชน WBGT P4SR

2 ดชนทเกยวของกบความพอใจของผปฏบตงาน เชน ET CET 3 ดชนทเกยวของกบการแลกเปลยนความรอน เชน HSI

การตรวจวนจฉยอนตรายจากความรอน

ดชนความเคนแหงความรอน (HEAT STRESS INDEX)

36

ความรอนสง รางกาย การระบายออกมา

YAGLOU amp MINARD WBGT

ACGIH amp NIOSH ไดใชเปนดชนมาตรฐาน ความรอนของคนงาน

ประเมนโดยใชคาอณหภม 3 ชนด คอ tnwbtna และ tg 37

WET BULB GLOBE TEMPERATURE

(WBGT)

WBGT index ใชงายและเปนดชนทใชในมาตรฐานส าหรบความเครยดจากความรอนของ ACGIH และ NIOSH การหาคา WBGT ตองทราบคาของตวแปรตาง ๆ ดงน WET BULB TEMPERATURE GLOBE TEMPERATURE DRY BULB AIR TEMPERATURE

38

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอน

39

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

1 เทอรโมมเตอรวดอณหภมของกระเปาะเปยกธรรมชาต น าปรอท มาหมดวยผากอสทกระเปาะของเทอรโมมเตอร ใหมความยาวเหนอปลายกระเปาะขนมาประมาณ 1 - 1 14 นว และหมตอยาวลงไปใหปลายของผากอสสวนนจมลงในแกว FLASK ขนาด 125 (มล) ซงมน ากลนบรรจอย

40

2 เทอรโมมเตอรวดอณหภมแบลกโกลบ

ใชวดอณหภมจากการแผรงส ทมผลตอรางกายมนษย

อปกรณนประกอบดวยลกทองแดงทรงกลมกลวง

เสนผาศนยกลาง 6 นว ภายนอกเคลอบดวยโลหะด าดาน

มเทอรโมมเตอรเสยบอยบรเวณเปลอกภายนอก

โดยปลายของเทอรโมมเตอรจะอยบรเวณตรงกลางของโกลบน

3 เทอรโมมเตอรวดอณหภมอากาศหรออณหภมกระเปาะแหง

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

41

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอชนดอานคาโดยตรง

ตองมคณลกษณะของเครองสอดคลองกบมาตรฐาน ISO 7243 หรอเทยบเทา หรอดกวา เชน DIN EN 27243 42

เทคนคและวธการตรวจวด

bull ในการตรวจวดระดบความรอนตองท าการตรวจวดในเดอนทรอนทสดของป

bull ในการเรมการตรวจวดระดบความรอน ตองท าการ set อปกรณกอนเรมท าการอานคาประมาณ 30 นาท

bull ต าแหนงทวางอปกรณกระเปาะแหงตองไมไดรบการแผรงสความรอน จากสภาพแวดลอมในการท างาน

43

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB

WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn) t1+t2+hellip +tn

44

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB ถา NWB = 25 องศาเซลเซยส GT =40 องศาเซลเซยส DB = 30 องศาเซลเซยส WBGT = 0725 + 0240 + 0130 องศาเซลเซยส = 285 องศาเซลเซยส

45

สตรการประเมนภาระงาน

ศกษาระยะเวลาการท างาน และลกษณะการท างาน ของพนกงาน เพอประเมนภาระงาน วาลกษณะงานทท าในชวง 2 ชวโมงทรอนทสดของพนกงาน เปนลกษณะงานหนก งานหนกปานกลาง หรองานเบา โดยค านวณดวยสตรตอไปน

Mเฉลย = M1t1 + M2t2 + M3t3 + + Mntn

t1 + t2 + t3 + + t n

เมอ M1 M2 hellip และ Mn คอ คาประมาณความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอสรางพลงงาน ส าหรบกจกรรมตางๆ มหนวยเปนกโลแคลอรตอชวโมงหรอกโลแคลอรตอนาท ในชวงเวลา t1 t2 tn มหนวยเปนชวโมงหรอนาท

46

คาพลงงานในการแบงระดบความหนก ndash เบา ของงาน

ความหนก - เบา พลงงาน ( กโลแคลอร ชวโมง )

งานเบา ไมเกน 200

งานปานกลาง 201 ndash 350

งานหนก เกน 350

47

ตารางแสดงมาตรฐานระดบความรอน

ความหนกเบาของงาน มาตรฐานระดบความรอน

คาเฉลยอณหภมเวทบลบโกลบ (WBGT)

ก าหนดเปนองศาเซลเซยส

เบา 34

กลาง 32

หนก 30 48

การประเมนภาระงาน (อตราการเผาผลาญอาหารเฉลยในรางกายของคนงานขณะท ากจกรรม)

03 06

20 ndash 30 เพม 08 ทกความสงทเพม 1 เมตร

นง ยน เดนบนพนราบ เดนขนทสง

กโลแคลอรนาท ทาทางการเคลอนไหวของรางกาย

49

10 เมตาโบลสมพนฐาน

02 ndash 12

07 ndash 25

10 ndash 35

10 ndash 150

04 09

10 17

15 25

35 50 70 90

ท างานดวยมอ - เบา ( เขยนหนงมอ เยบปกถกรอย) - หนก ( พมพดด นบเรยงเอกสาร ) ท างานดวยแขนขางเดยว - เบา ( กวาดพน เชดถพน ) - หนก ( ตอกตะป เลอยไม ) ท างานดวยแขน 2 ขาง - เบา (ปอนชนงาน ตะไบโลหะ งานสวน) - หนก ( ไสไม แกะสกกไม ) ท างานดวยรางกายทกสวน - เบา ( ขบรถยนต) - ปานกลาง ( ทาส ขดถพน ) -หนก ( ลาก ดง ยกของหนก) -หนกมาก ( กอสราง ขดดน )

ชวงคาพลงงาน ( กโลแคลอร นาท )

คาพลงงานเฉลย ( กโลแคลอร นาท )

กจกรรม การปฏบตงาน

50

ตวอยางกจกรรมเปรยบเทยบ

20 30

10 60

1 เดนไปเรอย ๆ 2 ใช 2 แขน(งานหนก) และใชรางกายทก

สวน (งานเบา) 3 เมตาโบลสมพนฐานของรางกาย รวม

กโลแคลอร นาท การประกอบชนงาน

51

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส)

WL = (560) + (745) +helliphellip+ (915) + (1120) 2 WL = 300 + 315 + 135 + 120 = 8702 = 435 กโลแคลอรชวโมง 2

52

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง 20 นาท (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณความหนกเบาของงาน

WL = (580) + (740) +helliphellip+ (1120) 2 WL = 400 + 280 + 120 = 8002 = 400 กโลแคลอรชวโมง 2 53

การค านวณหา WBGT เฉลย WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn)

t1+t2+hellip +tn ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณWBGT เฉลย

WBGTเฉลย = (3760)+(3545)+(3215) 60+45+15

= 356 องศาเซลเซยส

54

ตวอยางแบบบนทกขอมลการตรวจวดดชนความรอน

ลกษณะการท างาน Work load ระยะเวลา ( นาท )

WB

(degc) DB (degc)

GT (degc)

WBGT (degc)

ชอสถานประกอบกจการ

วนเดอนป ทตรวจวด

เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช

ปรบเทยบความถกตองเครองมอ

แผนก

ชอพนกงาน

55

การควบคมและปองกนอนตราย bull การใชฉนวนหมแหลงก าเนดความรอน เชน ใชฉนวนบทอน ารอน เพอลดการ

แผรงสและพาความรอน bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน bull การจดระบบระบายอากาศแบบทวไปและแบบเฉพาะท bull การแยกแหลงก าเนดความรอนออกจากบรเวณการท างาน bull การตดประกาศเตอน bull การลดเวลาท างานสมผสความรอนและเพมเวลาพก bull จดน าดมและน าเกลอแร bull การจดอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคล เปนตน

56

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การใชฉนวนหม (Insulator)

bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน (Radiation Shielding)

57

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การจดการระบายอากาศเฉพาะท (Local Exhaust Ventilation)

58

การปองกนททางผาน

bull จดท าหองพก หรอหองควบคมใหพนกงาน

bull การจายอากาศทม ความเยนเฉพาะจด ใหทตว

59

การปองกนททางผาน

bull การจดทศทางการเคลอนท

ของอากาศอยางเหมาะสม

bull อาศยการดนอากาศเยนจากดานลาง เพอไลอากาศรอนสดานบน

60

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาการท างานทสมผสความรอน

bull ใชอปกรณชวยผอนแรง เพอชวยลดคาพลงงานความรอน

61

การปองกนทตวบคคล

bull ใชอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคลเพอปองกนความรอนทตองสมผส

bull จดท าปายเตอน

bull การจดสวสดการในเรอง น าดม-เกลอแร ทช าระลางรางกาย ทนงพก

62

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

เสยง (Sound) คอ พลงงานรปหนงทเกดจากการสนสะเทอนของโมเลกลของอากาศ ท าใหเกดการอดและขยายสลบกนของโมเลกลอากาศ ความดนบรรยากาศจงเกดการเปลยนแปลงตามการเคลอนทของโมเลกลอากาศ เรยกวา คลนเสยง

เสยงดง (noise) หมายถง เสยงซงไมเปนทตองการของคนเพราะท าใหเกดการรบกวนการรบรเสยงทตองการ หรอความเงยบ และเปนเสยงทเปนอนตรายตอการไดยน

เดซเบลเอ ( dBA) เปนหนวยวดความดงเสยงทใกลเคยงกบการตอบสนองตอเสยงของหมนษย

TWA time weighted average เปนคาเฉลยระดบความดงเสยงตลอดระยะเวลาการสมผสเสยง

63

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

1 เมตาโบลซม (Metabolism M) bull 1 Met = Basal Metabolism Rate

bull ldquoชาย 70 กก ทพนผวหนง 18 ม2

bull หายใจ O2 03L min 1 Kcal min

32

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

2 การท างานของกลามเนอ (W) - Respiration

- Glycolysis

3 สงแวดลอม (Environment)

- Sun - Process

33

การไดรบและสญเสย ความรอน

สตรสมดลความรอน

M + W + R + C + D ndash E = + H

M = Metabolism Rate

W = ลกษณะของงาน

เบา 200 Kcal hr ลงไป

ปานกลาง 201 ndash 350 Kcal hr

หนก 350 Kcal hr ขนไป

Note H = M R C - E D (M=M+W) 34

อนตรายจากความรอนและผลกระทบตอสขภาพ

bull การมไข ( Fever )

bull ลมแดด ( Heat stroke )

bull การเปนลม ( Heat syncope)

bull การออนเพลยเนองจากความรอน ( Heat Exhaustion )

bull การขาดน า ( Dehydration )

bull ตะครวเนองจากความรอน ( Heat cramp)

35

1 ดชนทเกยวของกบการเปลยนแปลงทางสรรวทยาของผปฏบตงาน เชน WBGT P4SR

2 ดชนทเกยวของกบความพอใจของผปฏบตงาน เชน ET CET 3 ดชนทเกยวของกบการแลกเปลยนความรอน เชน HSI

การตรวจวนจฉยอนตรายจากความรอน

ดชนความเคนแหงความรอน (HEAT STRESS INDEX)

36

ความรอนสง รางกาย การระบายออกมา

YAGLOU amp MINARD WBGT

ACGIH amp NIOSH ไดใชเปนดชนมาตรฐาน ความรอนของคนงาน

ประเมนโดยใชคาอณหภม 3 ชนด คอ tnwbtna และ tg 37

WET BULB GLOBE TEMPERATURE

(WBGT)

WBGT index ใชงายและเปนดชนทใชในมาตรฐานส าหรบความเครยดจากความรอนของ ACGIH และ NIOSH การหาคา WBGT ตองทราบคาของตวแปรตาง ๆ ดงน WET BULB TEMPERATURE GLOBE TEMPERATURE DRY BULB AIR TEMPERATURE

38

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอน

39

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

1 เทอรโมมเตอรวดอณหภมของกระเปาะเปยกธรรมชาต น าปรอท มาหมดวยผากอสทกระเปาะของเทอรโมมเตอร ใหมความยาวเหนอปลายกระเปาะขนมาประมาณ 1 - 1 14 นว และหมตอยาวลงไปใหปลายของผากอสสวนนจมลงในแกว FLASK ขนาด 125 (มล) ซงมน ากลนบรรจอย

40

2 เทอรโมมเตอรวดอณหภมแบลกโกลบ

ใชวดอณหภมจากการแผรงส ทมผลตอรางกายมนษย

อปกรณนประกอบดวยลกทองแดงทรงกลมกลวง

เสนผาศนยกลาง 6 นว ภายนอกเคลอบดวยโลหะด าดาน

มเทอรโมมเตอรเสยบอยบรเวณเปลอกภายนอก

โดยปลายของเทอรโมมเตอรจะอยบรเวณตรงกลางของโกลบน

3 เทอรโมมเตอรวดอณหภมอากาศหรออณหภมกระเปาะแหง

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

41

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอชนดอานคาโดยตรง

ตองมคณลกษณะของเครองสอดคลองกบมาตรฐาน ISO 7243 หรอเทยบเทา หรอดกวา เชน DIN EN 27243 42

เทคนคและวธการตรวจวด

bull ในการตรวจวดระดบความรอนตองท าการตรวจวดในเดอนทรอนทสดของป

bull ในการเรมการตรวจวดระดบความรอน ตองท าการ set อปกรณกอนเรมท าการอานคาประมาณ 30 นาท

bull ต าแหนงทวางอปกรณกระเปาะแหงตองไมไดรบการแผรงสความรอน จากสภาพแวดลอมในการท างาน

43

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB

WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn) t1+t2+hellip +tn

44

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB ถา NWB = 25 องศาเซลเซยส GT =40 องศาเซลเซยส DB = 30 องศาเซลเซยส WBGT = 0725 + 0240 + 0130 องศาเซลเซยส = 285 องศาเซลเซยส

45

สตรการประเมนภาระงาน

ศกษาระยะเวลาการท างาน และลกษณะการท างาน ของพนกงาน เพอประเมนภาระงาน วาลกษณะงานทท าในชวง 2 ชวโมงทรอนทสดของพนกงาน เปนลกษณะงานหนก งานหนกปานกลาง หรองานเบา โดยค านวณดวยสตรตอไปน

Mเฉลย = M1t1 + M2t2 + M3t3 + + Mntn

t1 + t2 + t3 + + t n

เมอ M1 M2 hellip และ Mn คอ คาประมาณความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอสรางพลงงาน ส าหรบกจกรรมตางๆ มหนวยเปนกโลแคลอรตอชวโมงหรอกโลแคลอรตอนาท ในชวงเวลา t1 t2 tn มหนวยเปนชวโมงหรอนาท

46

คาพลงงานในการแบงระดบความหนก ndash เบา ของงาน

ความหนก - เบา พลงงาน ( กโลแคลอร ชวโมง )

งานเบา ไมเกน 200

งานปานกลาง 201 ndash 350

งานหนก เกน 350

47

ตารางแสดงมาตรฐานระดบความรอน

ความหนกเบาของงาน มาตรฐานระดบความรอน

คาเฉลยอณหภมเวทบลบโกลบ (WBGT)

ก าหนดเปนองศาเซลเซยส

เบา 34

กลาง 32

หนก 30 48

การประเมนภาระงาน (อตราการเผาผลาญอาหารเฉลยในรางกายของคนงานขณะท ากจกรรม)

03 06

20 ndash 30 เพม 08 ทกความสงทเพม 1 เมตร

นง ยน เดนบนพนราบ เดนขนทสง

กโลแคลอรนาท ทาทางการเคลอนไหวของรางกาย

49

10 เมตาโบลสมพนฐาน

02 ndash 12

07 ndash 25

10 ndash 35

10 ndash 150

04 09

10 17

15 25

35 50 70 90

ท างานดวยมอ - เบา ( เขยนหนงมอ เยบปกถกรอย) - หนก ( พมพดด นบเรยงเอกสาร ) ท างานดวยแขนขางเดยว - เบา ( กวาดพน เชดถพน ) - หนก ( ตอกตะป เลอยไม ) ท างานดวยแขน 2 ขาง - เบา (ปอนชนงาน ตะไบโลหะ งานสวน) - หนก ( ไสไม แกะสกกไม ) ท างานดวยรางกายทกสวน - เบา ( ขบรถยนต) - ปานกลาง ( ทาส ขดถพน ) -หนก ( ลาก ดง ยกของหนก) -หนกมาก ( กอสราง ขดดน )

ชวงคาพลงงาน ( กโลแคลอร นาท )

คาพลงงานเฉลย ( กโลแคลอร นาท )

กจกรรม การปฏบตงาน

50

ตวอยางกจกรรมเปรยบเทยบ

20 30

10 60

1 เดนไปเรอย ๆ 2 ใช 2 แขน(งานหนก) และใชรางกายทก

สวน (งานเบา) 3 เมตาโบลสมพนฐานของรางกาย รวม

กโลแคลอร นาท การประกอบชนงาน

51

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส)

WL = (560) + (745) +helliphellip+ (915) + (1120) 2 WL = 300 + 315 + 135 + 120 = 8702 = 435 กโลแคลอรชวโมง 2

52

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง 20 นาท (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณความหนกเบาของงาน

WL = (580) + (740) +helliphellip+ (1120) 2 WL = 400 + 280 + 120 = 8002 = 400 กโลแคลอรชวโมง 2 53

การค านวณหา WBGT เฉลย WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn)

t1+t2+hellip +tn ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณWBGT เฉลย

WBGTเฉลย = (3760)+(3545)+(3215) 60+45+15

= 356 องศาเซลเซยส

54

ตวอยางแบบบนทกขอมลการตรวจวดดชนความรอน

ลกษณะการท างาน Work load ระยะเวลา ( นาท )

WB

(degc) DB (degc)

GT (degc)

WBGT (degc)

ชอสถานประกอบกจการ

วนเดอนป ทตรวจวด

เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช

ปรบเทยบความถกตองเครองมอ

แผนก

ชอพนกงาน

55

การควบคมและปองกนอนตราย bull การใชฉนวนหมแหลงก าเนดความรอน เชน ใชฉนวนบทอน ารอน เพอลดการ

แผรงสและพาความรอน bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน bull การจดระบบระบายอากาศแบบทวไปและแบบเฉพาะท bull การแยกแหลงก าเนดความรอนออกจากบรเวณการท างาน bull การตดประกาศเตอน bull การลดเวลาท างานสมผสความรอนและเพมเวลาพก bull จดน าดมและน าเกลอแร bull การจดอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคล เปนตน

56

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การใชฉนวนหม (Insulator)

bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน (Radiation Shielding)

57

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การจดการระบายอากาศเฉพาะท (Local Exhaust Ventilation)

58

การปองกนททางผาน

bull จดท าหองพก หรอหองควบคมใหพนกงาน

bull การจายอากาศทม ความเยนเฉพาะจด ใหทตว

59

การปองกนททางผาน

bull การจดทศทางการเคลอนท

ของอากาศอยางเหมาะสม

bull อาศยการดนอากาศเยนจากดานลาง เพอไลอากาศรอนสดานบน

60

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาการท างานทสมผสความรอน

bull ใชอปกรณชวยผอนแรง เพอชวยลดคาพลงงานความรอน

61

การปองกนทตวบคคล

bull ใชอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคลเพอปองกนความรอนทตองสมผส

bull จดท าปายเตอน

bull การจดสวสดการในเรอง น าดม-เกลอแร ทช าระลางรางกาย ทนงพก

62

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

เสยง (Sound) คอ พลงงานรปหนงทเกดจากการสนสะเทอนของโมเลกลของอากาศ ท าใหเกดการอดและขยายสลบกนของโมเลกลอากาศ ความดนบรรยากาศจงเกดการเปลยนแปลงตามการเคลอนทของโมเลกลอากาศ เรยกวา คลนเสยง

เสยงดง (noise) หมายถง เสยงซงไมเปนทตองการของคนเพราะท าใหเกดการรบกวนการรบรเสยงทตองการ หรอความเงยบ และเปนเสยงทเปนอนตรายตอการไดยน

เดซเบลเอ ( dBA) เปนหนวยวดความดงเสยงทใกลเคยงกบการตอบสนองตอเสยงของหมนษย

TWA time weighted average เปนคาเฉลยระดบความดงเสยงตลอดระยะเวลาการสมผสเสยง

63

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

กลไกการเกดความรอนในรางกาย

2 การท างานของกลามเนอ (W) - Respiration

- Glycolysis

3 สงแวดลอม (Environment)

- Sun - Process

33

การไดรบและสญเสย ความรอน

สตรสมดลความรอน

M + W + R + C + D ndash E = + H

M = Metabolism Rate

W = ลกษณะของงาน

เบา 200 Kcal hr ลงไป

ปานกลาง 201 ndash 350 Kcal hr

หนก 350 Kcal hr ขนไป

Note H = M R C - E D (M=M+W) 34

อนตรายจากความรอนและผลกระทบตอสขภาพ

bull การมไข ( Fever )

bull ลมแดด ( Heat stroke )

bull การเปนลม ( Heat syncope)

bull การออนเพลยเนองจากความรอน ( Heat Exhaustion )

bull การขาดน า ( Dehydration )

bull ตะครวเนองจากความรอน ( Heat cramp)

35

1 ดชนทเกยวของกบการเปลยนแปลงทางสรรวทยาของผปฏบตงาน เชน WBGT P4SR

2 ดชนทเกยวของกบความพอใจของผปฏบตงาน เชน ET CET 3 ดชนทเกยวของกบการแลกเปลยนความรอน เชน HSI

การตรวจวนจฉยอนตรายจากความรอน

ดชนความเคนแหงความรอน (HEAT STRESS INDEX)

36

ความรอนสง รางกาย การระบายออกมา

YAGLOU amp MINARD WBGT

ACGIH amp NIOSH ไดใชเปนดชนมาตรฐาน ความรอนของคนงาน

ประเมนโดยใชคาอณหภม 3 ชนด คอ tnwbtna และ tg 37

WET BULB GLOBE TEMPERATURE

(WBGT)

WBGT index ใชงายและเปนดชนทใชในมาตรฐานส าหรบความเครยดจากความรอนของ ACGIH และ NIOSH การหาคา WBGT ตองทราบคาของตวแปรตาง ๆ ดงน WET BULB TEMPERATURE GLOBE TEMPERATURE DRY BULB AIR TEMPERATURE

38

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอน

39

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

1 เทอรโมมเตอรวดอณหภมของกระเปาะเปยกธรรมชาต น าปรอท มาหมดวยผากอสทกระเปาะของเทอรโมมเตอร ใหมความยาวเหนอปลายกระเปาะขนมาประมาณ 1 - 1 14 นว และหมตอยาวลงไปใหปลายของผากอสสวนนจมลงในแกว FLASK ขนาด 125 (มล) ซงมน ากลนบรรจอย

40

2 เทอรโมมเตอรวดอณหภมแบลกโกลบ

ใชวดอณหภมจากการแผรงส ทมผลตอรางกายมนษย

อปกรณนประกอบดวยลกทองแดงทรงกลมกลวง

เสนผาศนยกลาง 6 นว ภายนอกเคลอบดวยโลหะด าดาน

มเทอรโมมเตอรเสยบอยบรเวณเปลอกภายนอก

โดยปลายของเทอรโมมเตอรจะอยบรเวณตรงกลางของโกลบน

3 เทอรโมมเตอรวดอณหภมอากาศหรออณหภมกระเปาะแหง

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

41

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอชนดอานคาโดยตรง

ตองมคณลกษณะของเครองสอดคลองกบมาตรฐาน ISO 7243 หรอเทยบเทา หรอดกวา เชน DIN EN 27243 42

เทคนคและวธการตรวจวด

bull ในการตรวจวดระดบความรอนตองท าการตรวจวดในเดอนทรอนทสดของป

bull ในการเรมการตรวจวดระดบความรอน ตองท าการ set อปกรณกอนเรมท าการอานคาประมาณ 30 นาท

bull ต าแหนงทวางอปกรณกระเปาะแหงตองไมไดรบการแผรงสความรอน จากสภาพแวดลอมในการท างาน

43

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB

WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn) t1+t2+hellip +tn

44

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB ถา NWB = 25 องศาเซลเซยส GT =40 องศาเซลเซยส DB = 30 องศาเซลเซยส WBGT = 0725 + 0240 + 0130 องศาเซลเซยส = 285 องศาเซลเซยส

45

สตรการประเมนภาระงาน

ศกษาระยะเวลาการท างาน และลกษณะการท างาน ของพนกงาน เพอประเมนภาระงาน วาลกษณะงานทท าในชวง 2 ชวโมงทรอนทสดของพนกงาน เปนลกษณะงานหนก งานหนกปานกลาง หรองานเบา โดยค านวณดวยสตรตอไปน

Mเฉลย = M1t1 + M2t2 + M3t3 + + Mntn

t1 + t2 + t3 + + t n

เมอ M1 M2 hellip และ Mn คอ คาประมาณความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอสรางพลงงาน ส าหรบกจกรรมตางๆ มหนวยเปนกโลแคลอรตอชวโมงหรอกโลแคลอรตอนาท ในชวงเวลา t1 t2 tn มหนวยเปนชวโมงหรอนาท

46

คาพลงงานในการแบงระดบความหนก ndash เบา ของงาน

ความหนก - เบา พลงงาน ( กโลแคลอร ชวโมง )

งานเบา ไมเกน 200

งานปานกลาง 201 ndash 350

งานหนก เกน 350

47

ตารางแสดงมาตรฐานระดบความรอน

ความหนกเบาของงาน มาตรฐานระดบความรอน

คาเฉลยอณหภมเวทบลบโกลบ (WBGT)

ก าหนดเปนองศาเซลเซยส

เบา 34

กลาง 32

หนก 30 48

การประเมนภาระงาน (อตราการเผาผลาญอาหารเฉลยในรางกายของคนงานขณะท ากจกรรม)

03 06

20 ndash 30 เพม 08 ทกความสงทเพม 1 เมตร

นง ยน เดนบนพนราบ เดนขนทสง

กโลแคลอรนาท ทาทางการเคลอนไหวของรางกาย

49

10 เมตาโบลสมพนฐาน

02 ndash 12

07 ndash 25

10 ndash 35

10 ndash 150

04 09

10 17

15 25

35 50 70 90

ท างานดวยมอ - เบา ( เขยนหนงมอ เยบปกถกรอย) - หนก ( พมพดด นบเรยงเอกสาร ) ท างานดวยแขนขางเดยว - เบา ( กวาดพน เชดถพน ) - หนก ( ตอกตะป เลอยไม ) ท างานดวยแขน 2 ขาง - เบา (ปอนชนงาน ตะไบโลหะ งานสวน) - หนก ( ไสไม แกะสกกไม ) ท างานดวยรางกายทกสวน - เบา ( ขบรถยนต) - ปานกลาง ( ทาส ขดถพน ) -หนก ( ลาก ดง ยกของหนก) -หนกมาก ( กอสราง ขดดน )

ชวงคาพลงงาน ( กโลแคลอร นาท )

คาพลงงานเฉลย ( กโลแคลอร นาท )

กจกรรม การปฏบตงาน

50

ตวอยางกจกรรมเปรยบเทยบ

20 30

10 60

1 เดนไปเรอย ๆ 2 ใช 2 แขน(งานหนก) และใชรางกายทก

สวน (งานเบา) 3 เมตาโบลสมพนฐานของรางกาย รวม

กโลแคลอร นาท การประกอบชนงาน

51

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส)

WL = (560) + (745) +helliphellip+ (915) + (1120) 2 WL = 300 + 315 + 135 + 120 = 8702 = 435 กโลแคลอรชวโมง 2

52

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง 20 นาท (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณความหนกเบาของงาน

WL = (580) + (740) +helliphellip+ (1120) 2 WL = 400 + 280 + 120 = 8002 = 400 กโลแคลอรชวโมง 2 53

การค านวณหา WBGT เฉลย WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn)

t1+t2+hellip +tn ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณWBGT เฉลย

WBGTเฉลย = (3760)+(3545)+(3215) 60+45+15

= 356 องศาเซลเซยส

54

ตวอยางแบบบนทกขอมลการตรวจวดดชนความรอน

ลกษณะการท างาน Work load ระยะเวลา ( นาท )

WB

(degc) DB (degc)

GT (degc)

WBGT (degc)

ชอสถานประกอบกจการ

วนเดอนป ทตรวจวด

เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช

ปรบเทยบความถกตองเครองมอ

แผนก

ชอพนกงาน

55

การควบคมและปองกนอนตราย bull การใชฉนวนหมแหลงก าเนดความรอน เชน ใชฉนวนบทอน ารอน เพอลดการ

แผรงสและพาความรอน bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน bull การจดระบบระบายอากาศแบบทวไปและแบบเฉพาะท bull การแยกแหลงก าเนดความรอนออกจากบรเวณการท างาน bull การตดประกาศเตอน bull การลดเวลาท างานสมผสความรอนและเพมเวลาพก bull จดน าดมและน าเกลอแร bull การจดอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคล เปนตน

56

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การใชฉนวนหม (Insulator)

bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน (Radiation Shielding)

57

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การจดการระบายอากาศเฉพาะท (Local Exhaust Ventilation)

58

การปองกนททางผาน

bull จดท าหองพก หรอหองควบคมใหพนกงาน

bull การจายอากาศทม ความเยนเฉพาะจด ใหทตว

59

การปองกนททางผาน

bull การจดทศทางการเคลอนท

ของอากาศอยางเหมาะสม

bull อาศยการดนอากาศเยนจากดานลาง เพอไลอากาศรอนสดานบน

60

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาการท างานทสมผสความรอน

bull ใชอปกรณชวยผอนแรง เพอชวยลดคาพลงงานความรอน

61

การปองกนทตวบคคล

bull ใชอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคลเพอปองกนความรอนทตองสมผส

bull จดท าปายเตอน

bull การจดสวสดการในเรอง น าดม-เกลอแร ทช าระลางรางกาย ทนงพก

62

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

เสยง (Sound) คอ พลงงานรปหนงทเกดจากการสนสะเทอนของโมเลกลของอากาศ ท าใหเกดการอดและขยายสลบกนของโมเลกลอากาศ ความดนบรรยากาศจงเกดการเปลยนแปลงตามการเคลอนทของโมเลกลอากาศ เรยกวา คลนเสยง

เสยงดง (noise) หมายถง เสยงซงไมเปนทตองการของคนเพราะท าใหเกดการรบกวนการรบรเสยงทตองการ หรอความเงยบ และเปนเสยงทเปนอนตรายตอการไดยน

เดซเบลเอ ( dBA) เปนหนวยวดความดงเสยงทใกลเคยงกบการตอบสนองตอเสยงของหมนษย

TWA time weighted average เปนคาเฉลยระดบความดงเสยงตลอดระยะเวลาการสมผสเสยง

63

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

การไดรบและสญเสย ความรอน

สตรสมดลความรอน

M + W + R + C + D ndash E = + H

M = Metabolism Rate

W = ลกษณะของงาน

เบา 200 Kcal hr ลงไป

ปานกลาง 201 ndash 350 Kcal hr

หนก 350 Kcal hr ขนไป

Note H = M R C - E D (M=M+W) 34

อนตรายจากความรอนและผลกระทบตอสขภาพ

bull การมไข ( Fever )

bull ลมแดด ( Heat stroke )

bull การเปนลม ( Heat syncope)

bull การออนเพลยเนองจากความรอน ( Heat Exhaustion )

bull การขาดน า ( Dehydration )

bull ตะครวเนองจากความรอน ( Heat cramp)

35

1 ดชนทเกยวของกบการเปลยนแปลงทางสรรวทยาของผปฏบตงาน เชน WBGT P4SR

2 ดชนทเกยวของกบความพอใจของผปฏบตงาน เชน ET CET 3 ดชนทเกยวของกบการแลกเปลยนความรอน เชน HSI

การตรวจวนจฉยอนตรายจากความรอน

ดชนความเคนแหงความรอน (HEAT STRESS INDEX)

36

ความรอนสง รางกาย การระบายออกมา

YAGLOU amp MINARD WBGT

ACGIH amp NIOSH ไดใชเปนดชนมาตรฐาน ความรอนของคนงาน

ประเมนโดยใชคาอณหภม 3 ชนด คอ tnwbtna และ tg 37

WET BULB GLOBE TEMPERATURE

(WBGT)

WBGT index ใชงายและเปนดชนทใชในมาตรฐานส าหรบความเครยดจากความรอนของ ACGIH และ NIOSH การหาคา WBGT ตองทราบคาของตวแปรตาง ๆ ดงน WET BULB TEMPERATURE GLOBE TEMPERATURE DRY BULB AIR TEMPERATURE

38

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอน

39

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

1 เทอรโมมเตอรวดอณหภมของกระเปาะเปยกธรรมชาต น าปรอท มาหมดวยผากอสทกระเปาะของเทอรโมมเตอร ใหมความยาวเหนอปลายกระเปาะขนมาประมาณ 1 - 1 14 นว และหมตอยาวลงไปใหปลายของผากอสสวนนจมลงในแกว FLASK ขนาด 125 (มล) ซงมน ากลนบรรจอย

40

2 เทอรโมมเตอรวดอณหภมแบลกโกลบ

ใชวดอณหภมจากการแผรงส ทมผลตอรางกายมนษย

อปกรณนประกอบดวยลกทองแดงทรงกลมกลวง

เสนผาศนยกลาง 6 นว ภายนอกเคลอบดวยโลหะด าดาน

มเทอรโมมเตอรเสยบอยบรเวณเปลอกภายนอก

โดยปลายของเทอรโมมเตอรจะอยบรเวณตรงกลางของโกลบน

3 เทอรโมมเตอรวดอณหภมอากาศหรออณหภมกระเปาะแหง

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

41

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอชนดอานคาโดยตรง

ตองมคณลกษณะของเครองสอดคลองกบมาตรฐาน ISO 7243 หรอเทยบเทา หรอดกวา เชน DIN EN 27243 42

เทคนคและวธการตรวจวด

bull ในการตรวจวดระดบความรอนตองท าการตรวจวดในเดอนทรอนทสดของป

bull ในการเรมการตรวจวดระดบความรอน ตองท าการ set อปกรณกอนเรมท าการอานคาประมาณ 30 นาท

bull ต าแหนงทวางอปกรณกระเปาะแหงตองไมไดรบการแผรงสความรอน จากสภาพแวดลอมในการท างาน

43

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB

WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn) t1+t2+hellip +tn

44

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB ถา NWB = 25 องศาเซลเซยส GT =40 องศาเซลเซยส DB = 30 องศาเซลเซยส WBGT = 0725 + 0240 + 0130 องศาเซลเซยส = 285 องศาเซลเซยส

45

สตรการประเมนภาระงาน

ศกษาระยะเวลาการท างาน และลกษณะการท างาน ของพนกงาน เพอประเมนภาระงาน วาลกษณะงานทท าในชวง 2 ชวโมงทรอนทสดของพนกงาน เปนลกษณะงานหนก งานหนกปานกลาง หรองานเบา โดยค านวณดวยสตรตอไปน

Mเฉลย = M1t1 + M2t2 + M3t3 + + Mntn

t1 + t2 + t3 + + t n

เมอ M1 M2 hellip และ Mn คอ คาประมาณความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอสรางพลงงาน ส าหรบกจกรรมตางๆ มหนวยเปนกโลแคลอรตอชวโมงหรอกโลแคลอรตอนาท ในชวงเวลา t1 t2 tn มหนวยเปนชวโมงหรอนาท

46

คาพลงงานในการแบงระดบความหนก ndash เบา ของงาน

ความหนก - เบา พลงงาน ( กโลแคลอร ชวโมง )

งานเบา ไมเกน 200

งานปานกลาง 201 ndash 350

งานหนก เกน 350

47

ตารางแสดงมาตรฐานระดบความรอน

ความหนกเบาของงาน มาตรฐานระดบความรอน

คาเฉลยอณหภมเวทบลบโกลบ (WBGT)

ก าหนดเปนองศาเซลเซยส

เบา 34

กลาง 32

หนก 30 48

การประเมนภาระงาน (อตราการเผาผลาญอาหารเฉลยในรางกายของคนงานขณะท ากจกรรม)

03 06

20 ndash 30 เพม 08 ทกความสงทเพม 1 เมตร

นง ยน เดนบนพนราบ เดนขนทสง

กโลแคลอรนาท ทาทางการเคลอนไหวของรางกาย

49

10 เมตาโบลสมพนฐาน

02 ndash 12

07 ndash 25

10 ndash 35

10 ndash 150

04 09

10 17

15 25

35 50 70 90

ท างานดวยมอ - เบา ( เขยนหนงมอ เยบปกถกรอย) - หนก ( พมพดด นบเรยงเอกสาร ) ท างานดวยแขนขางเดยว - เบา ( กวาดพน เชดถพน ) - หนก ( ตอกตะป เลอยไม ) ท างานดวยแขน 2 ขาง - เบา (ปอนชนงาน ตะไบโลหะ งานสวน) - หนก ( ไสไม แกะสกกไม ) ท างานดวยรางกายทกสวน - เบา ( ขบรถยนต) - ปานกลาง ( ทาส ขดถพน ) -หนก ( ลาก ดง ยกของหนก) -หนกมาก ( กอสราง ขดดน )

ชวงคาพลงงาน ( กโลแคลอร นาท )

คาพลงงานเฉลย ( กโลแคลอร นาท )

กจกรรม การปฏบตงาน

50

ตวอยางกจกรรมเปรยบเทยบ

20 30

10 60

1 เดนไปเรอย ๆ 2 ใช 2 แขน(งานหนก) และใชรางกายทก

สวน (งานเบา) 3 เมตาโบลสมพนฐานของรางกาย รวม

กโลแคลอร นาท การประกอบชนงาน

51

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส)

WL = (560) + (745) +helliphellip+ (915) + (1120) 2 WL = 300 + 315 + 135 + 120 = 8702 = 435 กโลแคลอรชวโมง 2

52

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง 20 นาท (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณความหนกเบาของงาน

WL = (580) + (740) +helliphellip+ (1120) 2 WL = 400 + 280 + 120 = 8002 = 400 กโลแคลอรชวโมง 2 53

การค านวณหา WBGT เฉลย WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn)

t1+t2+hellip +tn ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณWBGT เฉลย

WBGTเฉลย = (3760)+(3545)+(3215) 60+45+15

= 356 องศาเซลเซยส

54

ตวอยางแบบบนทกขอมลการตรวจวดดชนความรอน

ลกษณะการท างาน Work load ระยะเวลา ( นาท )

WB

(degc) DB (degc)

GT (degc)

WBGT (degc)

ชอสถานประกอบกจการ

วนเดอนป ทตรวจวด

เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช

ปรบเทยบความถกตองเครองมอ

แผนก

ชอพนกงาน

55

การควบคมและปองกนอนตราย bull การใชฉนวนหมแหลงก าเนดความรอน เชน ใชฉนวนบทอน ารอน เพอลดการ

แผรงสและพาความรอน bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน bull การจดระบบระบายอากาศแบบทวไปและแบบเฉพาะท bull การแยกแหลงก าเนดความรอนออกจากบรเวณการท างาน bull การตดประกาศเตอน bull การลดเวลาท างานสมผสความรอนและเพมเวลาพก bull จดน าดมและน าเกลอแร bull การจดอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคล เปนตน

56

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การใชฉนวนหม (Insulator)

bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน (Radiation Shielding)

57

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การจดการระบายอากาศเฉพาะท (Local Exhaust Ventilation)

58

การปองกนททางผาน

bull จดท าหองพก หรอหองควบคมใหพนกงาน

bull การจายอากาศทม ความเยนเฉพาะจด ใหทตว

59

การปองกนททางผาน

bull การจดทศทางการเคลอนท

ของอากาศอยางเหมาะสม

bull อาศยการดนอากาศเยนจากดานลาง เพอไลอากาศรอนสดานบน

60

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาการท างานทสมผสความรอน

bull ใชอปกรณชวยผอนแรง เพอชวยลดคาพลงงานความรอน

61

การปองกนทตวบคคล

bull ใชอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคลเพอปองกนความรอนทตองสมผส

bull จดท าปายเตอน

bull การจดสวสดการในเรอง น าดม-เกลอแร ทช าระลางรางกาย ทนงพก

62

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

เสยง (Sound) คอ พลงงานรปหนงทเกดจากการสนสะเทอนของโมเลกลของอากาศ ท าใหเกดการอดและขยายสลบกนของโมเลกลอากาศ ความดนบรรยากาศจงเกดการเปลยนแปลงตามการเคลอนทของโมเลกลอากาศ เรยกวา คลนเสยง

เสยงดง (noise) หมายถง เสยงซงไมเปนทตองการของคนเพราะท าใหเกดการรบกวนการรบรเสยงทตองการ หรอความเงยบ และเปนเสยงทเปนอนตรายตอการไดยน

เดซเบลเอ ( dBA) เปนหนวยวดความดงเสยงทใกลเคยงกบการตอบสนองตอเสยงของหมนษย

TWA time weighted average เปนคาเฉลยระดบความดงเสยงตลอดระยะเวลาการสมผสเสยง

63

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

อนตรายจากความรอนและผลกระทบตอสขภาพ

bull การมไข ( Fever )

bull ลมแดด ( Heat stroke )

bull การเปนลม ( Heat syncope)

bull การออนเพลยเนองจากความรอน ( Heat Exhaustion )

bull การขาดน า ( Dehydration )

bull ตะครวเนองจากความรอน ( Heat cramp)

35

1 ดชนทเกยวของกบการเปลยนแปลงทางสรรวทยาของผปฏบตงาน เชน WBGT P4SR

2 ดชนทเกยวของกบความพอใจของผปฏบตงาน เชน ET CET 3 ดชนทเกยวของกบการแลกเปลยนความรอน เชน HSI

การตรวจวนจฉยอนตรายจากความรอน

ดชนความเคนแหงความรอน (HEAT STRESS INDEX)

36

ความรอนสง รางกาย การระบายออกมา

YAGLOU amp MINARD WBGT

ACGIH amp NIOSH ไดใชเปนดชนมาตรฐาน ความรอนของคนงาน

ประเมนโดยใชคาอณหภม 3 ชนด คอ tnwbtna และ tg 37

WET BULB GLOBE TEMPERATURE

(WBGT)

WBGT index ใชงายและเปนดชนทใชในมาตรฐานส าหรบความเครยดจากความรอนของ ACGIH และ NIOSH การหาคา WBGT ตองทราบคาของตวแปรตาง ๆ ดงน WET BULB TEMPERATURE GLOBE TEMPERATURE DRY BULB AIR TEMPERATURE

38

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอน

39

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

1 เทอรโมมเตอรวดอณหภมของกระเปาะเปยกธรรมชาต น าปรอท มาหมดวยผากอสทกระเปาะของเทอรโมมเตอร ใหมความยาวเหนอปลายกระเปาะขนมาประมาณ 1 - 1 14 นว และหมตอยาวลงไปใหปลายของผากอสสวนนจมลงในแกว FLASK ขนาด 125 (มล) ซงมน ากลนบรรจอย

40

2 เทอรโมมเตอรวดอณหภมแบลกโกลบ

ใชวดอณหภมจากการแผรงส ทมผลตอรางกายมนษย

อปกรณนประกอบดวยลกทองแดงทรงกลมกลวง

เสนผาศนยกลาง 6 นว ภายนอกเคลอบดวยโลหะด าดาน

มเทอรโมมเตอรเสยบอยบรเวณเปลอกภายนอก

โดยปลายของเทอรโมมเตอรจะอยบรเวณตรงกลางของโกลบน

3 เทอรโมมเตอรวดอณหภมอากาศหรออณหภมกระเปาะแหง

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

41

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอชนดอานคาโดยตรง

ตองมคณลกษณะของเครองสอดคลองกบมาตรฐาน ISO 7243 หรอเทยบเทา หรอดกวา เชน DIN EN 27243 42

เทคนคและวธการตรวจวด

bull ในการตรวจวดระดบความรอนตองท าการตรวจวดในเดอนทรอนทสดของป

bull ในการเรมการตรวจวดระดบความรอน ตองท าการ set อปกรณกอนเรมท าการอานคาประมาณ 30 นาท

bull ต าแหนงทวางอปกรณกระเปาะแหงตองไมไดรบการแผรงสความรอน จากสภาพแวดลอมในการท างาน

43

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB

WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn) t1+t2+hellip +tn

44

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB ถา NWB = 25 องศาเซลเซยส GT =40 องศาเซลเซยส DB = 30 องศาเซลเซยส WBGT = 0725 + 0240 + 0130 องศาเซลเซยส = 285 องศาเซลเซยส

45

สตรการประเมนภาระงาน

ศกษาระยะเวลาการท างาน และลกษณะการท างาน ของพนกงาน เพอประเมนภาระงาน วาลกษณะงานทท าในชวง 2 ชวโมงทรอนทสดของพนกงาน เปนลกษณะงานหนก งานหนกปานกลาง หรองานเบา โดยค านวณดวยสตรตอไปน

Mเฉลย = M1t1 + M2t2 + M3t3 + + Mntn

t1 + t2 + t3 + + t n

เมอ M1 M2 hellip และ Mn คอ คาประมาณความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอสรางพลงงาน ส าหรบกจกรรมตางๆ มหนวยเปนกโลแคลอรตอชวโมงหรอกโลแคลอรตอนาท ในชวงเวลา t1 t2 tn มหนวยเปนชวโมงหรอนาท

46

คาพลงงานในการแบงระดบความหนก ndash เบา ของงาน

ความหนก - เบา พลงงาน ( กโลแคลอร ชวโมง )

งานเบา ไมเกน 200

งานปานกลาง 201 ndash 350

งานหนก เกน 350

47

ตารางแสดงมาตรฐานระดบความรอน

ความหนกเบาของงาน มาตรฐานระดบความรอน

คาเฉลยอณหภมเวทบลบโกลบ (WBGT)

ก าหนดเปนองศาเซลเซยส

เบา 34

กลาง 32

หนก 30 48

การประเมนภาระงาน (อตราการเผาผลาญอาหารเฉลยในรางกายของคนงานขณะท ากจกรรม)

03 06

20 ndash 30 เพม 08 ทกความสงทเพม 1 เมตร

นง ยน เดนบนพนราบ เดนขนทสง

กโลแคลอรนาท ทาทางการเคลอนไหวของรางกาย

49

10 เมตาโบลสมพนฐาน

02 ndash 12

07 ndash 25

10 ndash 35

10 ndash 150

04 09

10 17

15 25

35 50 70 90

ท างานดวยมอ - เบา ( เขยนหนงมอ เยบปกถกรอย) - หนก ( พมพดด นบเรยงเอกสาร ) ท างานดวยแขนขางเดยว - เบา ( กวาดพน เชดถพน ) - หนก ( ตอกตะป เลอยไม ) ท างานดวยแขน 2 ขาง - เบา (ปอนชนงาน ตะไบโลหะ งานสวน) - หนก ( ไสไม แกะสกกไม ) ท างานดวยรางกายทกสวน - เบา ( ขบรถยนต) - ปานกลาง ( ทาส ขดถพน ) -หนก ( ลาก ดง ยกของหนก) -หนกมาก ( กอสราง ขดดน )

ชวงคาพลงงาน ( กโลแคลอร นาท )

คาพลงงานเฉลย ( กโลแคลอร นาท )

กจกรรม การปฏบตงาน

50

ตวอยางกจกรรมเปรยบเทยบ

20 30

10 60

1 เดนไปเรอย ๆ 2 ใช 2 แขน(งานหนก) และใชรางกายทก

สวน (งานเบา) 3 เมตาโบลสมพนฐานของรางกาย รวม

กโลแคลอร นาท การประกอบชนงาน

51

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส)

WL = (560) + (745) +helliphellip+ (915) + (1120) 2 WL = 300 + 315 + 135 + 120 = 8702 = 435 กโลแคลอรชวโมง 2

52

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง 20 นาท (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณความหนกเบาของงาน

WL = (580) + (740) +helliphellip+ (1120) 2 WL = 400 + 280 + 120 = 8002 = 400 กโลแคลอรชวโมง 2 53

การค านวณหา WBGT เฉลย WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn)

t1+t2+hellip +tn ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณWBGT เฉลย

WBGTเฉลย = (3760)+(3545)+(3215) 60+45+15

= 356 องศาเซลเซยส

54

ตวอยางแบบบนทกขอมลการตรวจวดดชนความรอน

ลกษณะการท างาน Work load ระยะเวลา ( นาท )

WB

(degc) DB (degc)

GT (degc)

WBGT (degc)

ชอสถานประกอบกจการ

วนเดอนป ทตรวจวด

เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช

ปรบเทยบความถกตองเครองมอ

แผนก

ชอพนกงาน

55

การควบคมและปองกนอนตราย bull การใชฉนวนหมแหลงก าเนดความรอน เชน ใชฉนวนบทอน ารอน เพอลดการ

แผรงสและพาความรอน bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน bull การจดระบบระบายอากาศแบบทวไปและแบบเฉพาะท bull การแยกแหลงก าเนดความรอนออกจากบรเวณการท างาน bull การตดประกาศเตอน bull การลดเวลาท างานสมผสความรอนและเพมเวลาพก bull จดน าดมและน าเกลอแร bull การจดอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคล เปนตน

56

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การใชฉนวนหม (Insulator)

bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน (Radiation Shielding)

57

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การจดการระบายอากาศเฉพาะท (Local Exhaust Ventilation)

58

การปองกนททางผาน

bull จดท าหองพก หรอหองควบคมใหพนกงาน

bull การจายอากาศทม ความเยนเฉพาะจด ใหทตว

59

การปองกนททางผาน

bull การจดทศทางการเคลอนท

ของอากาศอยางเหมาะสม

bull อาศยการดนอากาศเยนจากดานลาง เพอไลอากาศรอนสดานบน

60

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาการท างานทสมผสความรอน

bull ใชอปกรณชวยผอนแรง เพอชวยลดคาพลงงานความรอน

61

การปองกนทตวบคคล

bull ใชอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคลเพอปองกนความรอนทตองสมผส

bull จดท าปายเตอน

bull การจดสวสดการในเรอง น าดม-เกลอแร ทช าระลางรางกาย ทนงพก

62

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

เสยง (Sound) คอ พลงงานรปหนงทเกดจากการสนสะเทอนของโมเลกลของอากาศ ท าใหเกดการอดและขยายสลบกนของโมเลกลอากาศ ความดนบรรยากาศจงเกดการเปลยนแปลงตามการเคลอนทของโมเลกลอากาศ เรยกวา คลนเสยง

เสยงดง (noise) หมายถง เสยงซงไมเปนทตองการของคนเพราะท าใหเกดการรบกวนการรบรเสยงทตองการ หรอความเงยบ และเปนเสยงทเปนอนตรายตอการไดยน

เดซเบลเอ ( dBA) เปนหนวยวดความดงเสยงทใกลเคยงกบการตอบสนองตอเสยงของหมนษย

TWA time weighted average เปนคาเฉลยระดบความดงเสยงตลอดระยะเวลาการสมผสเสยง

63

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

1 ดชนทเกยวของกบการเปลยนแปลงทางสรรวทยาของผปฏบตงาน เชน WBGT P4SR

2 ดชนทเกยวของกบความพอใจของผปฏบตงาน เชน ET CET 3 ดชนทเกยวของกบการแลกเปลยนความรอน เชน HSI

การตรวจวนจฉยอนตรายจากความรอน

ดชนความเคนแหงความรอน (HEAT STRESS INDEX)

36

ความรอนสง รางกาย การระบายออกมา

YAGLOU amp MINARD WBGT

ACGIH amp NIOSH ไดใชเปนดชนมาตรฐาน ความรอนของคนงาน

ประเมนโดยใชคาอณหภม 3 ชนด คอ tnwbtna และ tg 37

WET BULB GLOBE TEMPERATURE

(WBGT)

WBGT index ใชงายและเปนดชนทใชในมาตรฐานส าหรบความเครยดจากความรอนของ ACGIH และ NIOSH การหาคา WBGT ตองทราบคาของตวแปรตาง ๆ ดงน WET BULB TEMPERATURE GLOBE TEMPERATURE DRY BULB AIR TEMPERATURE

38

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอน

39

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

1 เทอรโมมเตอรวดอณหภมของกระเปาะเปยกธรรมชาต น าปรอท มาหมดวยผากอสทกระเปาะของเทอรโมมเตอร ใหมความยาวเหนอปลายกระเปาะขนมาประมาณ 1 - 1 14 นว และหมตอยาวลงไปใหปลายของผากอสสวนนจมลงในแกว FLASK ขนาด 125 (มล) ซงมน ากลนบรรจอย

40

2 เทอรโมมเตอรวดอณหภมแบลกโกลบ

ใชวดอณหภมจากการแผรงส ทมผลตอรางกายมนษย

อปกรณนประกอบดวยลกทองแดงทรงกลมกลวง

เสนผาศนยกลาง 6 นว ภายนอกเคลอบดวยโลหะด าดาน

มเทอรโมมเตอรเสยบอยบรเวณเปลอกภายนอก

โดยปลายของเทอรโมมเตอรจะอยบรเวณตรงกลางของโกลบน

3 เทอรโมมเตอรวดอณหภมอากาศหรออณหภมกระเปาะแหง

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

41

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอชนดอานคาโดยตรง

ตองมคณลกษณะของเครองสอดคลองกบมาตรฐาน ISO 7243 หรอเทยบเทา หรอดกวา เชน DIN EN 27243 42

เทคนคและวธการตรวจวด

bull ในการตรวจวดระดบความรอนตองท าการตรวจวดในเดอนทรอนทสดของป

bull ในการเรมการตรวจวดระดบความรอน ตองท าการ set อปกรณกอนเรมท าการอานคาประมาณ 30 นาท

bull ต าแหนงทวางอปกรณกระเปาะแหงตองไมไดรบการแผรงสความรอน จากสภาพแวดลอมในการท างาน

43

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB

WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn) t1+t2+hellip +tn

44

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB ถา NWB = 25 องศาเซลเซยส GT =40 องศาเซลเซยส DB = 30 องศาเซลเซยส WBGT = 0725 + 0240 + 0130 องศาเซลเซยส = 285 องศาเซลเซยส

45

สตรการประเมนภาระงาน

ศกษาระยะเวลาการท างาน และลกษณะการท างาน ของพนกงาน เพอประเมนภาระงาน วาลกษณะงานทท าในชวง 2 ชวโมงทรอนทสดของพนกงาน เปนลกษณะงานหนก งานหนกปานกลาง หรองานเบา โดยค านวณดวยสตรตอไปน

Mเฉลย = M1t1 + M2t2 + M3t3 + + Mntn

t1 + t2 + t3 + + t n

เมอ M1 M2 hellip และ Mn คอ คาประมาณความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอสรางพลงงาน ส าหรบกจกรรมตางๆ มหนวยเปนกโลแคลอรตอชวโมงหรอกโลแคลอรตอนาท ในชวงเวลา t1 t2 tn มหนวยเปนชวโมงหรอนาท

46

คาพลงงานในการแบงระดบความหนก ndash เบา ของงาน

ความหนก - เบา พลงงาน ( กโลแคลอร ชวโมง )

งานเบา ไมเกน 200

งานปานกลาง 201 ndash 350

งานหนก เกน 350

47

ตารางแสดงมาตรฐานระดบความรอน

ความหนกเบาของงาน มาตรฐานระดบความรอน

คาเฉลยอณหภมเวทบลบโกลบ (WBGT)

ก าหนดเปนองศาเซลเซยส

เบา 34

กลาง 32

หนก 30 48

การประเมนภาระงาน (อตราการเผาผลาญอาหารเฉลยในรางกายของคนงานขณะท ากจกรรม)

03 06

20 ndash 30 เพม 08 ทกความสงทเพม 1 เมตร

นง ยน เดนบนพนราบ เดนขนทสง

กโลแคลอรนาท ทาทางการเคลอนไหวของรางกาย

49

10 เมตาโบลสมพนฐาน

02 ndash 12

07 ndash 25

10 ndash 35

10 ndash 150

04 09

10 17

15 25

35 50 70 90

ท างานดวยมอ - เบา ( เขยนหนงมอ เยบปกถกรอย) - หนก ( พมพดด นบเรยงเอกสาร ) ท างานดวยแขนขางเดยว - เบา ( กวาดพน เชดถพน ) - หนก ( ตอกตะป เลอยไม ) ท างานดวยแขน 2 ขาง - เบา (ปอนชนงาน ตะไบโลหะ งานสวน) - หนก ( ไสไม แกะสกกไม ) ท างานดวยรางกายทกสวน - เบา ( ขบรถยนต) - ปานกลาง ( ทาส ขดถพน ) -หนก ( ลาก ดง ยกของหนก) -หนกมาก ( กอสราง ขดดน )

ชวงคาพลงงาน ( กโลแคลอร นาท )

คาพลงงานเฉลย ( กโลแคลอร นาท )

กจกรรม การปฏบตงาน

50

ตวอยางกจกรรมเปรยบเทยบ

20 30

10 60

1 เดนไปเรอย ๆ 2 ใช 2 แขน(งานหนก) และใชรางกายทก

สวน (งานเบา) 3 เมตาโบลสมพนฐานของรางกาย รวม

กโลแคลอร นาท การประกอบชนงาน

51

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส)

WL = (560) + (745) +helliphellip+ (915) + (1120) 2 WL = 300 + 315 + 135 + 120 = 8702 = 435 กโลแคลอรชวโมง 2

52

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง 20 นาท (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณความหนกเบาของงาน

WL = (580) + (740) +helliphellip+ (1120) 2 WL = 400 + 280 + 120 = 8002 = 400 กโลแคลอรชวโมง 2 53

การค านวณหา WBGT เฉลย WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn)

t1+t2+hellip +tn ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณWBGT เฉลย

WBGTเฉลย = (3760)+(3545)+(3215) 60+45+15

= 356 องศาเซลเซยส

54

ตวอยางแบบบนทกขอมลการตรวจวดดชนความรอน

ลกษณะการท างาน Work load ระยะเวลา ( นาท )

WB

(degc) DB (degc)

GT (degc)

WBGT (degc)

ชอสถานประกอบกจการ

วนเดอนป ทตรวจวด

เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช

ปรบเทยบความถกตองเครองมอ

แผนก

ชอพนกงาน

55

การควบคมและปองกนอนตราย bull การใชฉนวนหมแหลงก าเนดความรอน เชน ใชฉนวนบทอน ารอน เพอลดการ

แผรงสและพาความรอน bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน bull การจดระบบระบายอากาศแบบทวไปและแบบเฉพาะท bull การแยกแหลงก าเนดความรอนออกจากบรเวณการท างาน bull การตดประกาศเตอน bull การลดเวลาท างานสมผสความรอนและเพมเวลาพก bull จดน าดมและน าเกลอแร bull การจดอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคล เปนตน

56

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การใชฉนวนหม (Insulator)

bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน (Radiation Shielding)

57

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การจดการระบายอากาศเฉพาะท (Local Exhaust Ventilation)

58

การปองกนททางผาน

bull จดท าหองพก หรอหองควบคมใหพนกงาน

bull การจายอากาศทม ความเยนเฉพาะจด ใหทตว

59

การปองกนททางผาน

bull การจดทศทางการเคลอนท

ของอากาศอยางเหมาะสม

bull อาศยการดนอากาศเยนจากดานลาง เพอไลอากาศรอนสดานบน

60

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาการท างานทสมผสความรอน

bull ใชอปกรณชวยผอนแรง เพอชวยลดคาพลงงานความรอน

61

การปองกนทตวบคคล

bull ใชอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคลเพอปองกนความรอนทตองสมผส

bull จดท าปายเตอน

bull การจดสวสดการในเรอง น าดม-เกลอแร ทช าระลางรางกาย ทนงพก

62

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

เสยง (Sound) คอ พลงงานรปหนงทเกดจากการสนสะเทอนของโมเลกลของอากาศ ท าใหเกดการอดและขยายสลบกนของโมเลกลอากาศ ความดนบรรยากาศจงเกดการเปลยนแปลงตามการเคลอนทของโมเลกลอากาศ เรยกวา คลนเสยง

เสยงดง (noise) หมายถง เสยงซงไมเปนทตองการของคนเพราะท าใหเกดการรบกวนการรบรเสยงทตองการ หรอความเงยบ และเปนเสยงทเปนอนตรายตอการไดยน

เดซเบลเอ ( dBA) เปนหนวยวดความดงเสยงทใกลเคยงกบการตอบสนองตอเสยงของหมนษย

TWA time weighted average เปนคาเฉลยระดบความดงเสยงตลอดระยะเวลาการสมผสเสยง

63

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

ความรอนสง รางกาย การระบายออกมา

YAGLOU amp MINARD WBGT

ACGIH amp NIOSH ไดใชเปนดชนมาตรฐาน ความรอนของคนงาน

ประเมนโดยใชคาอณหภม 3 ชนด คอ tnwbtna และ tg 37

WET BULB GLOBE TEMPERATURE

(WBGT)

WBGT index ใชงายและเปนดชนทใชในมาตรฐานส าหรบความเครยดจากความรอนของ ACGIH และ NIOSH การหาคา WBGT ตองทราบคาของตวแปรตาง ๆ ดงน WET BULB TEMPERATURE GLOBE TEMPERATURE DRY BULB AIR TEMPERATURE

38

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอน

39

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

1 เทอรโมมเตอรวดอณหภมของกระเปาะเปยกธรรมชาต น าปรอท มาหมดวยผากอสทกระเปาะของเทอรโมมเตอร ใหมความยาวเหนอปลายกระเปาะขนมาประมาณ 1 - 1 14 นว และหมตอยาวลงไปใหปลายของผากอสสวนนจมลงในแกว FLASK ขนาด 125 (มล) ซงมน ากลนบรรจอย

40

2 เทอรโมมเตอรวดอณหภมแบลกโกลบ

ใชวดอณหภมจากการแผรงส ทมผลตอรางกายมนษย

อปกรณนประกอบดวยลกทองแดงทรงกลมกลวง

เสนผาศนยกลาง 6 นว ภายนอกเคลอบดวยโลหะด าดาน

มเทอรโมมเตอรเสยบอยบรเวณเปลอกภายนอก

โดยปลายของเทอรโมมเตอรจะอยบรเวณตรงกลางของโกลบน

3 เทอรโมมเตอรวดอณหภมอากาศหรออณหภมกระเปาะแหง

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

41

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอชนดอานคาโดยตรง

ตองมคณลกษณะของเครองสอดคลองกบมาตรฐาน ISO 7243 หรอเทยบเทา หรอดกวา เชน DIN EN 27243 42

เทคนคและวธการตรวจวด

bull ในการตรวจวดระดบความรอนตองท าการตรวจวดในเดอนทรอนทสดของป

bull ในการเรมการตรวจวดระดบความรอน ตองท าการ set อปกรณกอนเรมท าการอานคาประมาณ 30 นาท

bull ต าแหนงทวางอปกรณกระเปาะแหงตองไมไดรบการแผรงสความรอน จากสภาพแวดลอมในการท างาน

43

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB

WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn) t1+t2+hellip +tn

44

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB ถา NWB = 25 องศาเซลเซยส GT =40 องศาเซลเซยส DB = 30 องศาเซลเซยส WBGT = 0725 + 0240 + 0130 องศาเซลเซยส = 285 องศาเซลเซยส

45

สตรการประเมนภาระงาน

ศกษาระยะเวลาการท างาน และลกษณะการท างาน ของพนกงาน เพอประเมนภาระงาน วาลกษณะงานทท าในชวง 2 ชวโมงทรอนทสดของพนกงาน เปนลกษณะงานหนก งานหนกปานกลาง หรองานเบา โดยค านวณดวยสตรตอไปน

Mเฉลย = M1t1 + M2t2 + M3t3 + + Mntn

t1 + t2 + t3 + + t n

เมอ M1 M2 hellip และ Mn คอ คาประมาณความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอสรางพลงงาน ส าหรบกจกรรมตางๆ มหนวยเปนกโลแคลอรตอชวโมงหรอกโลแคลอรตอนาท ในชวงเวลา t1 t2 tn มหนวยเปนชวโมงหรอนาท

46

คาพลงงานในการแบงระดบความหนก ndash เบา ของงาน

ความหนก - เบา พลงงาน ( กโลแคลอร ชวโมง )

งานเบา ไมเกน 200

งานปานกลาง 201 ndash 350

งานหนก เกน 350

47

ตารางแสดงมาตรฐานระดบความรอน

ความหนกเบาของงาน มาตรฐานระดบความรอน

คาเฉลยอณหภมเวทบลบโกลบ (WBGT)

ก าหนดเปนองศาเซลเซยส

เบา 34

กลาง 32

หนก 30 48

การประเมนภาระงาน (อตราการเผาผลาญอาหารเฉลยในรางกายของคนงานขณะท ากจกรรม)

03 06

20 ndash 30 เพม 08 ทกความสงทเพม 1 เมตร

นง ยน เดนบนพนราบ เดนขนทสง

กโลแคลอรนาท ทาทางการเคลอนไหวของรางกาย

49

10 เมตาโบลสมพนฐาน

02 ndash 12

07 ndash 25

10 ndash 35

10 ndash 150

04 09

10 17

15 25

35 50 70 90

ท างานดวยมอ - เบา ( เขยนหนงมอ เยบปกถกรอย) - หนก ( พมพดด นบเรยงเอกสาร ) ท างานดวยแขนขางเดยว - เบา ( กวาดพน เชดถพน ) - หนก ( ตอกตะป เลอยไม ) ท างานดวยแขน 2 ขาง - เบา (ปอนชนงาน ตะไบโลหะ งานสวน) - หนก ( ไสไม แกะสกกไม ) ท างานดวยรางกายทกสวน - เบา ( ขบรถยนต) - ปานกลาง ( ทาส ขดถพน ) -หนก ( ลาก ดง ยกของหนก) -หนกมาก ( กอสราง ขดดน )

ชวงคาพลงงาน ( กโลแคลอร นาท )

คาพลงงานเฉลย ( กโลแคลอร นาท )

กจกรรม การปฏบตงาน

50

ตวอยางกจกรรมเปรยบเทยบ

20 30

10 60

1 เดนไปเรอย ๆ 2 ใช 2 แขน(งานหนก) และใชรางกายทก

สวน (งานเบา) 3 เมตาโบลสมพนฐานของรางกาย รวม

กโลแคลอร นาท การประกอบชนงาน

51

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส)

WL = (560) + (745) +helliphellip+ (915) + (1120) 2 WL = 300 + 315 + 135 + 120 = 8702 = 435 กโลแคลอรชวโมง 2

52

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง 20 นาท (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณความหนกเบาของงาน

WL = (580) + (740) +helliphellip+ (1120) 2 WL = 400 + 280 + 120 = 8002 = 400 กโลแคลอรชวโมง 2 53

การค านวณหา WBGT เฉลย WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn)

t1+t2+hellip +tn ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณWBGT เฉลย

WBGTเฉลย = (3760)+(3545)+(3215) 60+45+15

= 356 องศาเซลเซยส

54

ตวอยางแบบบนทกขอมลการตรวจวดดชนความรอน

ลกษณะการท างาน Work load ระยะเวลา ( นาท )

WB

(degc) DB (degc)

GT (degc)

WBGT (degc)

ชอสถานประกอบกจการ

วนเดอนป ทตรวจวด

เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช

ปรบเทยบความถกตองเครองมอ

แผนก

ชอพนกงาน

55

การควบคมและปองกนอนตราย bull การใชฉนวนหมแหลงก าเนดความรอน เชน ใชฉนวนบทอน ารอน เพอลดการ

แผรงสและพาความรอน bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน bull การจดระบบระบายอากาศแบบทวไปและแบบเฉพาะท bull การแยกแหลงก าเนดความรอนออกจากบรเวณการท างาน bull การตดประกาศเตอน bull การลดเวลาท างานสมผสความรอนและเพมเวลาพก bull จดน าดมและน าเกลอแร bull การจดอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคล เปนตน

56

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การใชฉนวนหม (Insulator)

bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน (Radiation Shielding)

57

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การจดการระบายอากาศเฉพาะท (Local Exhaust Ventilation)

58

การปองกนททางผาน

bull จดท าหองพก หรอหองควบคมใหพนกงาน

bull การจายอากาศทม ความเยนเฉพาะจด ใหทตว

59

การปองกนททางผาน

bull การจดทศทางการเคลอนท

ของอากาศอยางเหมาะสม

bull อาศยการดนอากาศเยนจากดานลาง เพอไลอากาศรอนสดานบน

60

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาการท างานทสมผสความรอน

bull ใชอปกรณชวยผอนแรง เพอชวยลดคาพลงงานความรอน

61

การปองกนทตวบคคล

bull ใชอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคลเพอปองกนความรอนทตองสมผส

bull จดท าปายเตอน

bull การจดสวสดการในเรอง น าดม-เกลอแร ทช าระลางรางกาย ทนงพก

62

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

เสยง (Sound) คอ พลงงานรปหนงทเกดจากการสนสะเทอนของโมเลกลของอากาศ ท าใหเกดการอดและขยายสลบกนของโมเลกลอากาศ ความดนบรรยากาศจงเกดการเปลยนแปลงตามการเคลอนทของโมเลกลอากาศ เรยกวา คลนเสยง

เสยงดง (noise) หมายถง เสยงซงไมเปนทตองการของคนเพราะท าใหเกดการรบกวนการรบรเสยงทตองการ หรอความเงยบ และเปนเสยงทเปนอนตรายตอการไดยน

เดซเบลเอ ( dBA) เปนหนวยวดความดงเสยงทใกลเคยงกบการตอบสนองตอเสยงของหมนษย

TWA time weighted average เปนคาเฉลยระดบความดงเสยงตลอดระยะเวลาการสมผสเสยง

63

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

WET BULB GLOBE TEMPERATURE

(WBGT)

WBGT index ใชงายและเปนดชนทใชในมาตรฐานส าหรบความเครยดจากความรอนของ ACGIH และ NIOSH การหาคา WBGT ตองทราบคาของตวแปรตาง ๆ ดงน WET BULB TEMPERATURE GLOBE TEMPERATURE DRY BULB AIR TEMPERATURE

38

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอน

39

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

1 เทอรโมมเตอรวดอณหภมของกระเปาะเปยกธรรมชาต น าปรอท มาหมดวยผากอสทกระเปาะของเทอรโมมเตอร ใหมความยาวเหนอปลายกระเปาะขนมาประมาณ 1 - 1 14 นว และหมตอยาวลงไปใหปลายของผากอสสวนนจมลงในแกว FLASK ขนาด 125 (มล) ซงมน ากลนบรรจอย

40

2 เทอรโมมเตอรวดอณหภมแบลกโกลบ

ใชวดอณหภมจากการแผรงส ทมผลตอรางกายมนษย

อปกรณนประกอบดวยลกทองแดงทรงกลมกลวง

เสนผาศนยกลาง 6 นว ภายนอกเคลอบดวยโลหะด าดาน

มเทอรโมมเตอรเสยบอยบรเวณเปลอกภายนอก

โดยปลายของเทอรโมมเตอรจะอยบรเวณตรงกลางของโกลบน

3 เทอรโมมเตอรวดอณหภมอากาศหรออณหภมกระเปาะแหง

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

41

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอชนดอานคาโดยตรง

ตองมคณลกษณะของเครองสอดคลองกบมาตรฐาน ISO 7243 หรอเทยบเทา หรอดกวา เชน DIN EN 27243 42

เทคนคและวธการตรวจวด

bull ในการตรวจวดระดบความรอนตองท าการตรวจวดในเดอนทรอนทสดของป

bull ในการเรมการตรวจวดระดบความรอน ตองท าการ set อปกรณกอนเรมท าการอานคาประมาณ 30 นาท

bull ต าแหนงทวางอปกรณกระเปาะแหงตองไมไดรบการแผรงสความรอน จากสภาพแวดลอมในการท างาน

43

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB

WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn) t1+t2+hellip +tn

44

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB ถา NWB = 25 องศาเซลเซยส GT =40 องศาเซลเซยส DB = 30 องศาเซลเซยส WBGT = 0725 + 0240 + 0130 องศาเซลเซยส = 285 องศาเซลเซยส

45

สตรการประเมนภาระงาน

ศกษาระยะเวลาการท างาน และลกษณะการท างาน ของพนกงาน เพอประเมนภาระงาน วาลกษณะงานทท าในชวง 2 ชวโมงทรอนทสดของพนกงาน เปนลกษณะงานหนก งานหนกปานกลาง หรองานเบา โดยค านวณดวยสตรตอไปน

Mเฉลย = M1t1 + M2t2 + M3t3 + + Mntn

t1 + t2 + t3 + + t n

เมอ M1 M2 hellip และ Mn คอ คาประมาณความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอสรางพลงงาน ส าหรบกจกรรมตางๆ มหนวยเปนกโลแคลอรตอชวโมงหรอกโลแคลอรตอนาท ในชวงเวลา t1 t2 tn มหนวยเปนชวโมงหรอนาท

46

คาพลงงานในการแบงระดบความหนก ndash เบา ของงาน

ความหนก - เบา พลงงาน ( กโลแคลอร ชวโมง )

งานเบา ไมเกน 200

งานปานกลาง 201 ndash 350

งานหนก เกน 350

47

ตารางแสดงมาตรฐานระดบความรอน

ความหนกเบาของงาน มาตรฐานระดบความรอน

คาเฉลยอณหภมเวทบลบโกลบ (WBGT)

ก าหนดเปนองศาเซลเซยส

เบา 34

กลาง 32

หนก 30 48

การประเมนภาระงาน (อตราการเผาผลาญอาหารเฉลยในรางกายของคนงานขณะท ากจกรรม)

03 06

20 ndash 30 เพม 08 ทกความสงทเพม 1 เมตร

นง ยน เดนบนพนราบ เดนขนทสง

กโลแคลอรนาท ทาทางการเคลอนไหวของรางกาย

49

10 เมตาโบลสมพนฐาน

02 ndash 12

07 ndash 25

10 ndash 35

10 ndash 150

04 09

10 17

15 25

35 50 70 90

ท างานดวยมอ - เบา ( เขยนหนงมอ เยบปกถกรอย) - หนก ( พมพดด นบเรยงเอกสาร ) ท างานดวยแขนขางเดยว - เบา ( กวาดพน เชดถพน ) - หนก ( ตอกตะป เลอยไม ) ท างานดวยแขน 2 ขาง - เบา (ปอนชนงาน ตะไบโลหะ งานสวน) - หนก ( ไสไม แกะสกกไม ) ท างานดวยรางกายทกสวน - เบา ( ขบรถยนต) - ปานกลาง ( ทาส ขดถพน ) -หนก ( ลาก ดง ยกของหนก) -หนกมาก ( กอสราง ขดดน )

ชวงคาพลงงาน ( กโลแคลอร นาท )

คาพลงงานเฉลย ( กโลแคลอร นาท )

กจกรรม การปฏบตงาน

50

ตวอยางกจกรรมเปรยบเทยบ

20 30

10 60

1 เดนไปเรอย ๆ 2 ใช 2 แขน(งานหนก) และใชรางกายทก

สวน (งานเบา) 3 เมตาโบลสมพนฐานของรางกาย รวม

กโลแคลอร นาท การประกอบชนงาน

51

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส)

WL = (560) + (745) +helliphellip+ (915) + (1120) 2 WL = 300 + 315 + 135 + 120 = 8702 = 435 กโลแคลอรชวโมง 2

52

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง 20 นาท (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณความหนกเบาของงาน

WL = (580) + (740) +helliphellip+ (1120) 2 WL = 400 + 280 + 120 = 8002 = 400 กโลแคลอรชวโมง 2 53

การค านวณหา WBGT เฉลย WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn)

t1+t2+hellip +tn ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณWBGT เฉลย

WBGTเฉลย = (3760)+(3545)+(3215) 60+45+15

= 356 องศาเซลเซยส

54

ตวอยางแบบบนทกขอมลการตรวจวดดชนความรอน

ลกษณะการท างาน Work load ระยะเวลา ( นาท )

WB

(degc) DB (degc)

GT (degc)

WBGT (degc)

ชอสถานประกอบกจการ

วนเดอนป ทตรวจวด

เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช

ปรบเทยบความถกตองเครองมอ

แผนก

ชอพนกงาน

55

การควบคมและปองกนอนตราย bull การใชฉนวนหมแหลงก าเนดความรอน เชน ใชฉนวนบทอน ารอน เพอลดการ

แผรงสและพาความรอน bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน bull การจดระบบระบายอากาศแบบทวไปและแบบเฉพาะท bull การแยกแหลงก าเนดความรอนออกจากบรเวณการท างาน bull การตดประกาศเตอน bull การลดเวลาท างานสมผสความรอนและเพมเวลาพก bull จดน าดมและน าเกลอแร bull การจดอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคล เปนตน

56

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การใชฉนวนหม (Insulator)

bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน (Radiation Shielding)

57

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การจดการระบายอากาศเฉพาะท (Local Exhaust Ventilation)

58

การปองกนททางผาน

bull จดท าหองพก หรอหองควบคมใหพนกงาน

bull การจายอากาศทม ความเยนเฉพาะจด ใหทตว

59

การปองกนททางผาน

bull การจดทศทางการเคลอนท

ของอากาศอยางเหมาะสม

bull อาศยการดนอากาศเยนจากดานลาง เพอไลอากาศรอนสดานบน

60

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาการท างานทสมผสความรอน

bull ใชอปกรณชวยผอนแรง เพอชวยลดคาพลงงานความรอน

61

การปองกนทตวบคคล

bull ใชอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคลเพอปองกนความรอนทตองสมผส

bull จดท าปายเตอน

bull การจดสวสดการในเรอง น าดม-เกลอแร ทช าระลางรางกาย ทนงพก

62

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

เสยง (Sound) คอ พลงงานรปหนงทเกดจากการสนสะเทอนของโมเลกลของอากาศ ท าใหเกดการอดและขยายสลบกนของโมเลกลอากาศ ความดนบรรยากาศจงเกดการเปลยนแปลงตามการเคลอนทของโมเลกลอากาศ เรยกวา คลนเสยง

เสยงดง (noise) หมายถง เสยงซงไมเปนทตองการของคนเพราะท าใหเกดการรบกวนการรบรเสยงทตองการ หรอความเงยบ และเปนเสยงทเปนอนตรายตอการไดยน

เดซเบลเอ ( dBA) เปนหนวยวดความดงเสยงทใกลเคยงกบการตอบสนองตอเสยงของหมนษย

TWA time weighted average เปนคาเฉลยระดบความดงเสยงตลอดระยะเวลาการสมผสเสยง

63

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอน

39

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

1 เทอรโมมเตอรวดอณหภมของกระเปาะเปยกธรรมชาต น าปรอท มาหมดวยผากอสทกระเปาะของเทอรโมมเตอร ใหมความยาวเหนอปลายกระเปาะขนมาประมาณ 1 - 1 14 นว และหมตอยาวลงไปใหปลายของผากอสสวนนจมลงในแกว FLASK ขนาด 125 (มล) ซงมน ากลนบรรจอย

40

2 เทอรโมมเตอรวดอณหภมแบลกโกลบ

ใชวดอณหภมจากการแผรงส ทมผลตอรางกายมนษย

อปกรณนประกอบดวยลกทองแดงทรงกลมกลวง

เสนผาศนยกลาง 6 นว ภายนอกเคลอบดวยโลหะด าดาน

มเทอรโมมเตอรเสยบอยบรเวณเปลอกภายนอก

โดยปลายของเทอรโมมเตอรจะอยบรเวณตรงกลางของโกลบน

3 เทอรโมมเตอรวดอณหภมอากาศหรออณหภมกระเปาะแหง

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

41

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอชนดอานคาโดยตรง

ตองมคณลกษณะของเครองสอดคลองกบมาตรฐาน ISO 7243 หรอเทยบเทา หรอดกวา เชน DIN EN 27243 42

เทคนคและวธการตรวจวด

bull ในการตรวจวดระดบความรอนตองท าการตรวจวดในเดอนทรอนทสดของป

bull ในการเรมการตรวจวดระดบความรอน ตองท าการ set อปกรณกอนเรมท าการอานคาประมาณ 30 นาท

bull ต าแหนงทวางอปกรณกระเปาะแหงตองไมไดรบการแผรงสความรอน จากสภาพแวดลอมในการท างาน

43

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB

WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn) t1+t2+hellip +tn

44

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB ถา NWB = 25 องศาเซลเซยส GT =40 องศาเซลเซยส DB = 30 องศาเซลเซยส WBGT = 0725 + 0240 + 0130 องศาเซลเซยส = 285 องศาเซลเซยส

45

สตรการประเมนภาระงาน

ศกษาระยะเวลาการท างาน และลกษณะการท างาน ของพนกงาน เพอประเมนภาระงาน วาลกษณะงานทท าในชวง 2 ชวโมงทรอนทสดของพนกงาน เปนลกษณะงานหนก งานหนกปานกลาง หรองานเบา โดยค านวณดวยสตรตอไปน

Mเฉลย = M1t1 + M2t2 + M3t3 + + Mntn

t1 + t2 + t3 + + t n

เมอ M1 M2 hellip และ Mn คอ คาประมาณความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอสรางพลงงาน ส าหรบกจกรรมตางๆ มหนวยเปนกโลแคลอรตอชวโมงหรอกโลแคลอรตอนาท ในชวงเวลา t1 t2 tn มหนวยเปนชวโมงหรอนาท

46

คาพลงงานในการแบงระดบความหนก ndash เบา ของงาน

ความหนก - เบา พลงงาน ( กโลแคลอร ชวโมง )

งานเบา ไมเกน 200

งานปานกลาง 201 ndash 350

งานหนก เกน 350

47

ตารางแสดงมาตรฐานระดบความรอน

ความหนกเบาของงาน มาตรฐานระดบความรอน

คาเฉลยอณหภมเวทบลบโกลบ (WBGT)

ก าหนดเปนองศาเซลเซยส

เบา 34

กลาง 32

หนก 30 48

การประเมนภาระงาน (อตราการเผาผลาญอาหารเฉลยในรางกายของคนงานขณะท ากจกรรม)

03 06

20 ndash 30 เพม 08 ทกความสงทเพม 1 เมตร

นง ยน เดนบนพนราบ เดนขนทสง

กโลแคลอรนาท ทาทางการเคลอนไหวของรางกาย

49

10 เมตาโบลสมพนฐาน

02 ndash 12

07 ndash 25

10 ndash 35

10 ndash 150

04 09

10 17

15 25

35 50 70 90

ท างานดวยมอ - เบา ( เขยนหนงมอ เยบปกถกรอย) - หนก ( พมพดด นบเรยงเอกสาร ) ท างานดวยแขนขางเดยว - เบา ( กวาดพน เชดถพน ) - หนก ( ตอกตะป เลอยไม ) ท างานดวยแขน 2 ขาง - เบา (ปอนชนงาน ตะไบโลหะ งานสวน) - หนก ( ไสไม แกะสกกไม ) ท างานดวยรางกายทกสวน - เบา ( ขบรถยนต) - ปานกลาง ( ทาส ขดถพน ) -หนก ( ลาก ดง ยกของหนก) -หนกมาก ( กอสราง ขดดน )

ชวงคาพลงงาน ( กโลแคลอร นาท )

คาพลงงานเฉลย ( กโลแคลอร นาท )

กจกรรม การปฏบตงาน

50

ตวอยางกจกรรมเปรยบเทยบ

20 30

10 60

1 เดนไปเรอย ๆ 2 ใช 2 แขน(งานหนก) และใชรางกายทก

สวน (งานเบา) 3 เมตาโบลสมพนฐานของรางกาย รวม

กโลแคลอร นาท การประกอบชนงาน

51

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส)

WL = (560) + (745) +helliphellip+ (915) + (1120) 2 WL = 300 + 315 + 135 + 120 = 8702 = 435 กโลแคลอรชวโมง 2

52

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง 20 นาท (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณความหนกเบาของงาน

WL = (580) + (740) +helliphellip+ (1120) 2 WL = 400 + 280 + 120 = 8002 = 400 กโลแคลอรชวโมง 2 53

การค านวณหา WBGT เฉลย WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn)

t1+t2+hellip +tn ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณWBGT เฉลย

WBGTเฉลย = (3760)+(3545)+(3215) 60+45+15

= 356 องศาเซลเซยส

54

ตวอยางแบบบนทกขอมลการตรวจวดดชนความรอน

ลกษณะการท างาน Work load ระยะเวลา ( นาท )

WB

(degc) DB (degc)

GT (degc)

WBGT (degc)

ชอสถานประกอบกจการ

วนเดอนป ทตรวจวด

เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช

ปรบเทยบความถกตองเครองมอ

แผนก

ชอพนกงาน

55

การควบคมและปองกนอนตราย bull การใชฉนวนหมแหลงก าเนดความรอน เชน ใชฉนวนบทอน ารอน เพอลดการ

แผรงสและพาความรอน bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน bull การจดระบบระบายอากาศแบบทวไปและแบบเฉพาะท bull การแยกแหลงก าเนดความรอนออกจากบรเวณการท างาน bull การตดประกาศเตอน bull การลดเวลาท างานสมผสความรอนและเพมเวลาพก bull จดน าดมและน าเกลอแร bull การจดอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคล เปนตน

56

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การใชฉนวนหม (Insulator)

bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน (Radiation Shielding)

57

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การจดการระบายอากาศเฉพาะท (Local Exhaust Ventilation)

58

การปองกนททางผาน

bull จดท าหองพก หรอหองควบคมใหพนกงาน

bull การจายอากาศทม ความเยนเฉพาะจด ใหทตว

59

การปองกนททางผาน

bull การจดทศทางการเคลอนท

ของอากาศอยางเหมาะสม

bull อาศยการดนอากาศเยนจากดานลาง เพอไลอากาศรอนสดานบน

60

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาการท างานทสมผสความรอน

bull ใชอปกรณชวยผอนแรง เพอชวยลดคาพลงงานความรอน

61

การปองกนทตวบคคล

bull ใชอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคลเพอปองกนความรอนทตองสมผส

bull จดท าปายเตอน

bull การจดสวสดการในเรอง น าดม-เกลอแร ทช าระลางรางกาย ทนงพก

62

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

เสยง (Sound) คอ พลงงานรปหนงทเกดจากการสนสะเทอนของโมเลกลของอากาศ ท าใหเกดการอดและขยายสลบกนของโมเลกลอากาศ ความดนบรรยากาศจงเกดการเปลยนแปลงตามการเคลอนทของโมเลกลอากาศ เรยกวา คลนเสยง

เสยงดง (noise) หมายถง เสยงซงไมเปนทตองการของคนเพราะท าใหเกดการรบกวนการรบรเสยงทตองการ หรอความเงยบ และเปนเสยงทเปนอนตรายตอการไดยน

เดซเบลเอ ( dBA) เปนหนวยวดความดงเสยงทใกลเคยงกบการตอบสนองตอเสยงของหมนษย

TWA time weighted average เปนคาเฉลยระดบความดงเสยงตลอดระยะเวลาการสมผสเสยง

63

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

1 เทอรโมมเตอรวดอณหภมของกระเปาะเปยกธรรมชาต น าปรอท มาหมดวยผากอสทกระเปาะของเทอรโมมเตอร ใหมความยาวเหนอปลายกระเปาะขนมาประมาณ 1 - 1 14 นว และหมตอยาวลงไปใหปลายของผากอสสวนนจมลงในแกว FLASK ขนาด 125 (มล) ซงมน ากลนบรรจอย

40

2 เทอรโมมเตอรวดอณหภมแบลกโกลบ

ใชวดอณหภมจากการแผรงส ทมผลตอรางกายมนษย

อปกรณนประกอบดวยลกทองแดงทรงกลมกลวง

เสนผาศนยกลาง 6 นว ภายนอกเคลอบดวยโลหะด าดาน

มเทอรโมมเตอรเสยบอยบรเวณเปลอกภายนอก

โดยปลายของเทอรโมมเตอรจะอยบรเวณตรงกลางของโกลบน

3 เทอรโมมเตอรวดอณหภมอากาศหรออณหภมกระเปาะแหง

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

41

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอชนดอานคาโดยตรง

ตองมคณลกษณะของเครองสอดคลองกบมาตรฐาน ISO 7243 หรอเทยบเทา หรอดกวา เชน DIN EN 27243 42

เทคนคและวธการตรวจวด

bull ในการตรวจวดระดบความรอนตองท าการตรวจวดในเดอนทรอนทสดของป

bull ในการเรมการตรวจวดระดบความรอน ตองท าการ set อปกรณกอนเรมท าการอานคาประมาณ 30 นาท

bull ต าแหนงทวางอปกรณกระเปาะแหงตองไมไดรบการแผรงสความรอน จากสภาพแวดลอมในการท างาน

43

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB

WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn) t1+t2+hellip +tn

44

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB ถา NWB = 25 องศาเซลเซยส GT =40 องศาเซลเซยส DB = 30 องศาเซลเซยส WBGT = 0725 + 0240 + 0130 องศาเซลเซยส = 285 องศาเซลเซยส

45

สตรการประเมนภาระงาน

ศกษาระยะเวลาการท างาน และลกษณะการท างาน ของพนกงาน เพอประเมนภาระงาน วาลกษณะงานทท าในชวง 2 ชวโมงทรอนทสดของพนกงาน เปนลกษณะงานหนก งานหนกปานกลาง หรองานเบา โดยค านวณดวยสตรตอไปน

Mเฉลย = M1t1 + M2t2 + M3t3 + + Mntn

t1 + t2 + t3 + + t n

เมอ M1 M2 hellip และ Mn คอ คาประมาณความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอสรางพลงงาน ส าหรบกจกรรมตางๆ มหนวยเปนกโลแคลอรตอชวโมงหรอกโลแคลอรตอนาท ในชวงเวลา t1 t2 tn มหนวยเปนชวโมงหรอนาท

46

คาพลงงานในการแบงระดบความหนก ndash เบา ของงาน

ความหนก - เบา พลงงาน ( กโลแคลอร ชวโมง )

งานเบา ไมเกน 200

งานปานกลาง 201 ndash 350

งานหนก เกน 350

47

ตารางแสดงมาตรฐานระดบความรอน

ความหนกเบาของงาน มาตรฐานระดบความรอน

คาเฉลยอณหภมเวทบลบโกลบ (WBGT)

ก าหนดเปนองศาเซลเซยส

เบา 34

กลาง 32

หนก 30 48

การประเมนภาระงาน (อตราการเผาผลาญอาหารเฉลยในรางกายของคนงานขณะท ากจกรรม)

03 06

20 ndash 30 เพม 08 ทกความสงทเพม 1 เมตร

นง ยน เดนบนพนราบ เดนขนทสง

กโลแคลอรนาท ทาทางการเคลอนไหวของรางกาย

49

10 เมตาโบลสมพนฐาน

02 ndash 12

07 ndash 25

10 ndash 35

10 ndash 150

04 09

10 17

15 25

35 50 70 90

ท างานดวยมอ - เบา ( เขยนหนงมอ เยบปกถกรอย) - หนก ( พมพดด นบเรยงเอกสาร ) ท างานดวยแขนขางเดยว - เบา ( กวาดพน เชดถพน ) - หนก ( ตอกตะป เลอยไม ) ท างานดวยแขน 2 ขาง - เบา (ปอนชนงาน ตะไบโลหะ งานสวน) - หนก ( ไสไม แกะสกกไม ) ท างานดวยรางกายทกสวน - เบา ( ขบรถยนต) - ปานกลาง ( ทาส ขดถพน ) -หนก ( ลาก ดง ยกของหนก) -หนกมาก ( กอสราง ขดดน )

ชวงคาพลงงาน ( กโลแคลอร นาท )

คาพลงงานเฉลย ( กโลแคลอร นาท )

กจกรรม การปฏบตงาน

50

ตวอยางกจกรรมเปรยบเทยบ

20 30

10 60

1 เดนไปเรอย ๆ 2 ใช 2 แขน(งานหนก) และใชรางกายทก

สวน (งานเบา) 3 เมตาโบลสมพนฐานของรางกาย รวม

กโลแคลอร นาท การประกอบชนงาน

51

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส)

WL = (560) + (745) +helliphellip+ (915) + (1120) 2 WL = 300 + 315 + 135 + 120 = 8702 = 435 กโลแคลอรชวโมง 2

52

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง 20 นาท (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณความหนกเบาของงาน

WL = (580) + (740) +helliphellip+ (1120) 2 WL = 400 + 280 + 120 = 8002 = 400 กโลแคลอรชวโมง 2 53

การค านวณหา WBGT เฉลย WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn)

t1+t2+hellip +tn ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณWBGT เฉลย

WBGTเฉลย = (3760)+(3545)+(3215) 60+45+15

= 356 องศาเซลเซยส

54

ตวอยางแบบบนทกขอมลการตรวจวดดชนความรอน

ลกษณะการท างาน Work load ระยะเวลา ( นาท )

WB

(degc) DB (degc)

GT (degc)

WBGT (degc)

ชอสถานประกอบกจการ

วนเดอนป ทตรวจวด

เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช

ปรบเทยบความถกตองเครองมอ

แผนก

ชอพนกงาน

55

การควบคมและปองกนอนตราย bull การใชฉนวนหมแหลงก าเนดความรอน เชน ใชฉนวนบทอน ารอน เพอลดการ

แผรงสและพาความรอน bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน bull การจดระบบระบายอากาศแบบทวไปและแบบเฉพาะท bull การแยกแหลงก าเนดความรอนออกจากบรเวณการท างาน bull การตดประกาศเตอน bull การลดเวลาท างานสมผสความรอนและเพมเวลาพก bull จดน าดมและน าเกลอแร bull การจดอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคล เปนตน

56

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การใชฉนวนหม (Insulator)

bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน (Radiation Shielding)

57

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การจดการระบายอากาศเฉพาะท (Local Exhaust Ventilation)

58

การปองกนททางผาน

bull จดท าหองพก หรอหองควบคมใหพนกงาน

bull การจายอากาศทม ความเยนเฉพาะจด ใหทตว

59

การปองกนททางผาน

bull การจดทศทางการเคลอนท

ของอากาศอยางเหมาะสม

bull อาศยการดนอากาศเยนจากดานลาง เพอไลอากาศรอนสดานบน

60

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาการท างานทสมผสความรอน

bull ใชอปกรณชวยผอนแรง เพอชวยลดคาพลงงานความรอน

61

การปองกนทตวบคคล

bull ใชอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคลเพอปองกนความรอนทตองสมผส

bull จดท าปายเตอน

bull การจดสวสดการในเรอง น าดม-เกลอแร ทช าระลางรางกาย ทนงพก

62

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

เสยง (Sound) คอ พลงงานรปหนงทเกดจากการสนสะเทอนของโมเลกลของอากาศ ท าใหเกดการอดและขยายสลบกนของโมเลกลอากาศ ความดนบรรยากาศจงเกดการเปลยนแปลงตามการเคลอนทของโมเลกลอากาศ เรยกวา คลนเสยง

เสยงดง (noise) หมายถง เสยงซงไมเปนทตองการของคนเพราะท าใหเกดการรบกวนการรบรเสยงทตองการ หรอความเงยบ และเปนเสยงทเปนอนตรายตอการไดยน

เดซเบลเอ ( dBA) เปนหนวยวดความดงเสยงทใกลเคยงกบการตอบสนองตอเสยงของหมนษย

TWA time weighted average เปนคาเฉลยระดบความดงเสยงตลอดระยะเวลาการสมผสเสยง

63

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

2 เทอรโมมเตอรวดอณหภมแบลกโกลบ

ใชวดอณหภมจากการแผรงส ทมผลตอรางกายมนษย

อปกรณนประกอบดวยลกทองแดงทรงกลมกลวง

เสนผาศนยกลาง 6 นว ภายนอกเคลอบดวยโลหะด าดาน

มเทอรโมมเตอรเสยบอยบรเวณเปลอกภายนอก

โดยปลายของเทอรโมมเตอรจะอยบรเวณตรงกลางของโกลบน

3 เทอรโมมเตอรวดอณหภมอากาศหรออณหภมกระเปาะแหง

เครองมอและอปกรณทใชในการตรวจวด WBGT

41

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอชนดอานคาโดยตรง

ตองมคณลกษณะของเครองสอดคลองกบมาตรฐาน ISO 7243 หรอเทยบเทา หรอดกวา เชน DIN EN 27243 42

เทคนคและวธการตรวจวด

bull ในการตรวจวดระดบความรอนตองท าการตรวจวดในเดอนทรอนทสดของป

bull ในการเรมการตรวจวดระดบความรอน ตองท าการ set อปกรณกอนเรมท าการอานคาประมาณ 30 นาท

bull ต าแหนงทวางอปกรณกระเปาะแหงตองไมไดรบการแผรงสความรอน จากสภาพแวดลอมในการท างาน

43

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB

WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn) t1+t2+hellip +tn

44

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB ถา NWB = 25 องศาเซลเซยส GT =40 องศาเซลเซยส DB = 30 องศาเซลเซยส WBGT = 0725 + 0240 + 0130 องศาเซลเซยส = 285 องศาเซลเซยส

45

สตรการประเมนภาระงาน

ศกษาระยะเวลาการท างาน และลกษณะการท างาน ของพนกงาน เพอประเมนภาระงาน วาลกษณะงานทท าในชวง 2 ชวโมงทรอนทสดของพนกงาน เปนลกษณะงานหนก งานหนกปานกลาง หรองานเบา โดยค านวณดวยสตรตอไปน

Mเฉลย = M1t1 + M2t2 + M3t3 + + Mntn

t1 + t2 + t3 + + t n

เมอ M1 M2 hellip และ Mn คอ คาประมาณความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอสรางพลงงาน ส าหรบกจกรรมตางๆ มหนวยเปนกโลแคลอรตอชวโมงหรอกโลแคลอรตอนาท ในชวงเวลา t1 t2 tn มหนวยเปนชวโมงหรอนาท

46

คาพลงงานในการแบงระดบความหนก ndash เบา ของงาน

ความหนก - เบา พลงงาน ( กโลแคลอร ชวโมง )

งานเบา ไมเกน 200

งานปานกลาง 201 ndash 350

งานหนก เกน 350

47

ตารางแสดงมาตรฐานระดบความรอน

ความหนกเบาของงาน มาตรฐานระดบความรอน

คาเฉลยอณหภมเวทบลบโกลบ (WBGT)

ก าหนดเปนองศาเซลเซยส

เบา 34

กลาง 32

หนก 30 48

การประเมนภาระงาน (อตราการเผาผลาญอาหารเฉลยในรางกายของคนงานขณะท ากจกรรม)

03 06

20 ndash 30 เพม 08 ทกความสงทเพม 1 เมตร

นง ยน เดนบนพนราบ เดนขนทสง

กโลแคลอรนาท ทาทางการเคลอนไหวของรางกาย

49

10 เมตาโบลสมพนฐาน

02 ndash 12

07 ndash 25

10 ndash 35

10 ndash 150

04 09

10 17

15 25

35 50 70 90

ท างานดวยมอ - เบา ( เขยนหนงมอ เยบปกถกรอย) - หนก ( พมพดด นบเรยงเอกสาร ) ท างานดวยแขนขางเดยว - เบา ( กวาดพน เชดถพน ) - หนก ( ตอกตะป เลอยไม ) ท างานดวยแขน 2 ขาง - เบา (ปอนชนงาน ตะไบโลหะ งานสวน) - หนก ( ไสไม แกะสกกไม ) ท างานดวยรางกายทกสวน - เบา ( ขบรถยนต) - ปานกลาง ( ทาส ขดถพน ) -หนก ( ลาก ดง ยกของหนก) -หนกมาก ( กอสราง ขดดน )

ชวงคาพลงงาน ( กโลแคลอร นาท )

คาพลงงานเฉลย ( กโลแคลอร นาท )

กจกรรม การปฏบตงาน

50

ตวอยางกจกรรมเปรยบเทยบ

20 30

10 60

1 เดนไปเรอย ๆ 2 ใช 2 แขน(งานหนก) และใชรางกายทก

สวน (งานเบา) 3 เมตาโบลสมพนฐานของรางกาย รวม

กโลแคลอร นาท การประกอบชนงาน

51

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส)

WL = (560) + (745) +helliphellip+ (915) + (1120) 2 WL = 300 + 315 + 135 + 120 = 8702 = 435 กโลแคลอรชวโมง 2

52

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง 20 นาท (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณความหนกเบาของงาน

WL = (580) + (740) +helliphellip+ (1120) 2 WL = 400 + 280 + 120 = 8002 = 400 กโลแคลอรชวโมง 2 53

การค านวณหา WBGT เฉลย WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn)

t1+t2+hellip +tn ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณWBGT เฉลย

WBGTเฉลย = (3760)+(3545)+(3215) 60+45+15

= 356 องศาเซลเซยส

54

ตวอยางแบบบนทกขอมลการตรวจวดดชนความรอน

ลกษณะการท างาน Work load ระยะเวลา ( นาท )

WB

(degc) DB (degc)

GT (degc)

WBGT (degc)

ชอสถานประกอบกจการ

วนเดอนป ทตรวจวด

เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช

ปรบเทยบความถกตองเครองมอ

แผนก

ชอพนกงาน

55

การควบคมและปองกนอนตราย bull การใชฉนวนหมแหลงก าเนดความรอน เชน ใชฉนวนบทอน ารอน เพอลดการ

แผรงสและพาความรอน bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน bull การจดระบบระบายอากาศแบบทวไปและแบบเฉพาะท bull การแยกแหลงก าเนดความรอนออกจากบรเวณการท างาน bull การตดประกาศเตอน bull การลดเวลาท างานสมผสความรอนและเพมเวลาพก bull จดน าดมและน าเกลอแร bull การจดอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคล เปนตน

56

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การใชฉนวนหม (Insulator)

bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน (Radiation Shielding)

57

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การจดการระบายอากาศเฉพาะท (Local Exhaust Ventilation)

58

การปองกนททางผาน

bull จดท าหองพก หรอหองควบคมใหพนกงาน

bull การจายอากาศทม ความเยนเฉพาะจด ใหทตว

59

การปองกนททางผาน

bull การจดทศทางการเคลอนท

ของอากาศอยางเหมาะสม

bull อาศยการดนอากาศเยนจากดานลาง เพอไลอากาศรอนสดานบน

60

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาการท างานทสมผสความรอน

bull ใชอปกรณชวยผอนแรง เพอชวยลดคาพลงงานความรอน

61

การปองกนทตวบคคล

bull ใชอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคลเพอปองกนความรอนทตองสมผส

bull จดท าปายเตอน

bull การจดสวสดการในเรอง น าดม-เกลอแร ทช าระลางรางกาย ทนงพก

62

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

เสยง (Sound) คอ พลงงานรปหนงทเกดจากการสนสะเทอนของโมเลกลของอากาศ ท าใหเกดการอดและขยายสลบกนของโมเลกลอากาศ ความดนบรรยากาศจงเกดการเปลยนแปลงตามการเคลอนทของโมเลกลอากาศ เรยกวา คลนเสยง

เสยงดง (noise) หมายถง เสยงซงไมเปนทตองการของคนเพราะท าใหเกดการรบกวนการรบรเสยงทตองการ หรอความเงยบ และเปนเสยงทเปนอนตรายตอการไดยน

เดซเบลเอ ( dBA) เปนหนวยวดความดงเสยงทใกลเคยงกบการตอบสนองตอเสยงของหมนษย

TWA time weighted average เปนคาเฉลยระดบความดงเสยงตลอดระยะเวลาการสมผสเสยง

63

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดสภาพความรอชนดอานคาโดยตรง

ตองมคณลกษณะของเครองสอดคลองกบมาตรฐาน ISO 7243 หรอเทยบเทา หรอดกวา เชน DIN EN 27243 42

เทคนคและวธการตรวจวด

bull ในการตรวจวดระดบความรอนตองท าการตรวจวดในเดอนทรอนทสดของป

bull ในการเรมการตรวจวดระดบความรอน ตองท าการ set อปกรณกอนเรมท าการอานคาประมาณ 30 นาท

bull ต าแหนงทวางอปกรณกระเปาะแหงตองไมไดรบการแผรงสความรอน จากสภาพแวดลอมในการท างาน

43

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB

WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn) t1+t2+hellip +tn

44

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB ถา NWB = 25 องศาเซลเซยส GT =40 องศาเซลเซยส DB = 30 องศาเซลเซยส WBGT = 0725 + 0240 + 0130 องศาเซลเซยส = 285 องศาเซลเซยส

45

สตรการประเมนภาระงาน

ศกษาระยะเวลาการท างาน และลกษณะการท างาน ของพนกงาน เพอประเมนภาระงาน วาลกษณะงานทท าในชวง 2 ชวโมงทรอนทสดของพนกงาน เปนลกษณะงานหนก งานหนกปานกลาง หรองานเบา โดยค านวณดวยสตรตอไปน

Mเฉลย = M1t1 + M2t2 + M3t3 + + Mntn

t1 + t2 + t3 + + t n

เมอ M1 M2 hellip และ Mn คอ คาประมาณความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอสรางพลงงาน ส าหรบกจกรรมตางๆ มหนวยเปนกโลแคลอรตอชวโมงหรอกโลแคลอรตอนาท ในชวงเวลา t1 t2 tn มหนวยเปนชวโมงหรอนาท

46

คาพลงงานในการแบงระดบความหนก ndash เบา ของงาน

ความหนก - เบา พลงงาน ( กโลแคลอร ชวโมง )

งานเบา ไมเกน 200

งานปานกลาง 201 ndash 350

งานหนก เกน 350

47

ตารางแสดงมาตรฐานระดบความรอน

ความหนกเบาของงาน มาตรฐานระดบความรอน

คาเฉลยอณหภมเวทบลบโกลบ (WBGT)

ก าหนดเปนองศาเซลเซยส

เบา 34

กลาง 32

หนก 30 48

การประเมนภาระงาน (อตราการเผาผลาญอาหารเฉลยในรางกายของคนงานขณะท ากจกรรม)

03 06

20 ndash 30 เพม 08 ทกความสงทเพม 1 เมตร

นง ยน เดนบนพนราบ เดนขนทสง

กโลแคลอรนาท ทาทางการเคลอนไหวของรางกาย

49

10 เมตาโบลสมพนฐาน

02 ndash 12

07 ndash 25

10 ndash 35

10 ndash 150

04 09

10 17

15 25

35 50 70 90

ท างานดวยมอ - เบา ( เขยนหนงมอ เยบปกถกรอย) - หนก ( พมพดด นบเรยงเอกสาร ) ท างานดวยแขนขางเดยว - เบา ( กวาดพน เชดถพน ) - หนก ( ตอกตะป เลอยไม ) ท างานดวยแขน 2 ขาง - เบา (ปอนชนงาน ตะไบโลหะ งานสวน) - หนก ( ไสไม แกะสกกไม ) ท างานดวยรางกายทกสวน - เบา ( ขบรถยนต) - ปานกลาง ( ทาส ขดถพน ) -หนก ( ลาก ดง ยกของหนก) -หนกมาก ( กอสราง ขดดน )

ชวงคาพลงงาน ( กโลแคลอร นาท )

คาพลงงานเฉลย ( กโลแคลอร นาท )

กจกรรม การปฏบตงาน

50

ตวอยางกจกรรมเปรยบเทยบ

20 30

10 60

1 เดนไปเรอย ๆ 2 ใช 2 แขน(งานหนก) และใชรางกายทก

สวน (งานเบา) 3 เมตาโบลสมพนฐานของรางกาย รวม

กโลแคลอร นาท การประกอบชนงาน

51

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส)

WL = (560) + (745) +helliphellip+ (915) + (1120) 2 WL = 300 + 315 + 135 + 120 = 8702 = 435 กโลแคลอรชวโมง 2

52

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง 20 นาท (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณความหนกเบาของงาน

WL = (580) + (740) +helliphellip+ (1120) 2 WL = 400 + 280 + 120 = 8002 = 400 กโลแคลอรชวโมง 2 53

การค านวณหา WBGT เฉลย WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn)

t1+t2+hellip +tn ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณWBGT เฉลย

WBGTเฉลย = (3760)+(3545)+(3215) 60+45+15

= 356 องศาเซลเซยส

54

ตวอยางแบบบนทกขอมลการตรวจวดดชนความรอน

ลกษณะการท างาน Work load ระยะเวลา ( นาท )

WB

(degc) DB (degc)

GT (degc)

WBGT (degc)

ชอสถานประกอบกจการ

วนเดอนป ทตรวจวด

เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช

ปรบเทยบความถกตองเครองมอ

แผนก

ชอพนกงาน

55

การควบคมและปองกนอนตราย bull การใชฉนวนหมแหลงก าเนดความรอน เชน ใชฉนวนบทอน ารอน เพอลดการ

แผรงสและพาความรอน bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน bull การจดระบบระบายอากาศแบบทวไปและแบบเฉพาะท bull การแยกแหลงก าเนดความรอนออกจากบรเวณการท างาน bull การตดประกาศเตอน bull การลดเวลาท างานสมผสความรอนและเพมเวลาพก bull จดน าดมและน าเกลอแร bull การจดอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคล เปนตน

56

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การใชฉนวนหม (Insulator)

bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน (Radiation Shielding)

57

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การจดการระบายอากาศเฉพาะท (Local Exhaust Ventilation)

58

การปองกนททางผาน

bull จดท าหองพก หรอหองควบคมใหพนกงาน

bull การจายอากาศทม ความเยนเฉพาะจด ใหทตว

59

การปองกนททางผาน

bull การจดทศทางการเคลอนท

ของอากาศอยางเหมาะสม

bull อาศยการดนอากาศเยนจากดานลาง เพอไลอากาศรอนสดานบน

60

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาการท างานทสมผสความรอน

bull ใชอปกรณชวยผอนแรง เพอชวยลดคาพลงงานความรอน

61

การปองกนทตวบคคล

bull ใชอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคลเพอปองกนความรอนทตองสมผส

bull จดท าปายเตอน

bull การจดสวสดการในเรอง น าดม-เกลอแร ทช าระลางรางกาย ทนงพก

62

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

เสยง (Sound) คอ พลงงานรปหนงทเกดจากการสนสะเทอนของโมเลกลของอากาศ ท าใหเกดการอดและขยายสลบกนของโมเลกลอากาศ ความดนบรรยากาศจงเกดการเปลยนแปลงตามการเคลอนทของโมเลกลอากาศ เรยกวา คลนเสยง

เสยงดง (noise) หมายถง เสยงซงไมเปนทตองการของคนเพราะท าใหเกดการรบกวนการรบรเสยงทตองการ หรอความเงยบ และเปนเสยงทเปนอนตรายตอการไดยน

เดซเบลเอ ( dBA) เปนหนวยวดความดงเสยงทใกลเคยงกบการตอบสนองตอเสยงของหมนษย

TWA time weighted average เปนคาเฉลยระดบความดงเสยงตลอดระยะเวลาการสมผสเสยง

63

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

เทคนคและวธการตรวจวด

bull ในการตรวจวดระดบความรอนตองท าการตรวจวดในเดอนทรอนทสดของป

bull ในการเรมการตรวจวดระดบความรอน ตองท าการ set อปกรณกอนเรมท าการอานคาประมาณ 30 นาท

bull ต าแหนงทวางอปกรณกระเปาะแหงตองไมไดรบการแผรงสความรอน จากสภาพแวดลอมในการท างาน

43

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB

WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn) t1+t2+hellip +tn

44

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB ถา NWB = 25 องศาเซลเซยส GT =40 องศาเซลเซยส DB = 30 องศาเซลเซยส WBGT = 0725 + 0240 + 0130 องศาเซลเซยส = 285 องศาเซลเซยส

45

สตรการประเมนภาระงาน

ศกษาระยะเวลาการท างาน และลกษณะการท างาน ของพนกงาน เพอประเมนภาระงาน วาลกษณะงานทท าในชวง 2 ชวโมงทรอนทสดของพนกงาน เปนลกษณะงานหนก งานหนกปานกลาง หรองานเบา โดยค านวณดวยสตรตอไปน

Mเฉลย = M1t1 + M2t2 + M3t3 + + Mntn

t1 + t2 + t3 + + t n

เมอ M1 M2 hellip และ Mn คอ คาประมาณความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอสรางพลงงาน ส าหรบกจกรรมตางๆ มหนวยเปนกโลแคลอรตอชวโมงหรอกโลแคลอรตอนาท ในชวงเวลา t1 t2 tn มหนวยเปนชวโมงหรอนาท

46

คาพลงงานในการแบงระดบความหนก ndash เบา ของงาน

ความหนก - เบา พลงงาน ( กโลแคลอร ชวโมง )

งานเบา ไมเกน 200

งานปานกลาง 201 ndash 350

งานหนก เกน 350

47

ตารางแสดงมาตรฐานระดบความรอน

ความหนกเบาของงาน มาตรฐานระดบความรอน

คาเฉลยอณหภมเวทบลบโกลบ (WBGT)

ก าหนดเปนองศาเซลเซยส

เบา 34

กลาง 32

หนก 30 48

การประเมนภาระงาน (อตราการเผาผลาญอาหารเฉลยในรางกายของคนงานขณะท ากจกรรม)

03 06

20 ndash 30 เพม 08 ทกความสงทเพม 1 เมตร

นง ยน เดนบนพนราบ เดนขนทสง

กโลแคลอรนาท ทาทางการเคลอนไหวของรางกาย

49

10 เมตาโบลสมพนฐาน

02 ndash 12

07 ndash 25

10 ndash 35

10 ndash 150

04 09

10 17

15 25

35 50 70 90

ท างานดวยมอ - เบา ( เขยนหนงมอ เยบปกถกรอย) - หนก ( พมพดด นบเรยงเอกสาร ) ท างานดวยแขนขางเดยว - เบา ( กวาดพน เชดถพน ) - หนก ( ตอกตะป เลอยไม ) ท างานดวยแขน 2 ขาง - เบา (ปอนชนงาน ตะไบโลหะ งานสวน) - หนก ( ไสไม แกะสกกไม ) ท างานดวยรางกายทกสวน - เบา ( ขบรถยนต) - ปานกลาง ( ทาส ขดถพน ) -หนก ( ลาก ดง ยกของหนก) -หนกมาก ( กอสราง ขดดน )

ชวงคาพลงงาน ( กโลแคลอร นาท )

คาพลงงานเฉลย ( กโลแคลอร นาท )

กจกรรม การปฏบตงาน

50

ตวอยางกจกรรมเปรยบเทยบ

20 30

10 60

1 เดนไปเรอย ๆ 2 ใช 2 แขน(งานหนก) และใชรางกายทก

สวน (งานเบา) 3 เมตาโบลสมพนฐานของรางกาย รวม

กโลแคลอร นาท การประกอบชนงาน

51

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส)

WL = (560) + (745) +helliphellip+ (915) + (1120) 2 WL = 300 + 315 + 135 + 120 = 8702 = 435 กโลแคลอรชวโมง 2

52

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง 20 นาท (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณความหนกเบาของงาน

WL = (580) + (740) +helliphellip+ (1120) 2 WL = 400 + 280 + 120 = 8002 = 400 กโลแคลอรชวโมง 2 53

การค านวณหา WBGT เฉลย WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn)

t1+t2+hellip +tn ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณWBGT เฉลย

WBGTเฉลย = (3760)+(3545)+(3215) 60+45+15

= 356 องศาเซลเซยส

54

ตวอยางแบบบนทกขอมลการตรวจวดดชนความรอน

ลกษณะการท างาน Work load ระยะเวลา ( นาท )

WB

(degc) DB (degc)

GT (degc)

WBGT (degc)

ชอสถานประกอบกจการ

วนเดอนป ทตรวจวด

เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช

ปรบเทยบความถกตองเครองมอ

แผนก

ชอพนกงาน

55

การควบคมและปองกนอนตราย bull การใชฉนวนหมแหลงก าเนดความรอน เชน ใชฉนวนบทอน ารอน เพอลดการ

แผรงสและพาความรอน bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน bull การจดระบบระบายอากาศแบบทวไปและแบบเฉพาะท bull การแยกแหลงก าเนดความรอนออกจากบรเวณการท างาน bull การตดประกาศเตอน bull การลดเวลาท างานสมผสความรอนและเพมเวลาพก bull จดน าดมและน าเกลอแร bull การจดอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคล เปนตน

56

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การใชฉนวนหม (Insulator)

bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน (Radiation Shielding)

57

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การจดการระบายอากาศเฉพาะท (Local Exhaust Ventilation)

58

การปองกนททางผาน

bull จดท าหองพก หรอหองควบคมใหพนกงาน

bull การจายอากาศทม ความเยนเฉพาะจด ใหทตว

59

การปองกนททางผาน

bull การจดทศทางการเคลอนท

ของอากาศอยางเหมาะสม

bull อาศยการดนอากาศเยนจากดานลาง เพอไลอากาศรอนสดานบน

60

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาการท างานทสมผสความรอน

bull ใชอปกรณชวยผอนแรง เพอชวยลดคาพลงงานความรอน

61

การปองกนทตวบคคล

bull ใชอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคลเพอปองกนความรอนทตองสมผส

bull จดท าปายเตอน

bull การจดสวสดการในเรอง น าดม-เกลอแร ทช าระลางรางกาย ทนงพก

62

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

เสยง (Sound) คอ พลงงานรปหนงทเกดจากการสนสะเทอนของโมเลกลของอากาศ ท าใหเกดการอดและขยายสลบกนของโมเลกลอากาศ ความดนบรรยากาศจงเกดการเปลยนแปลงตามการเคลอนทของโมเลกลอากาศ เรยกวา คลนเสยง

เสยงดง (noise) หมายถง เสยงซงไมเปนทตองการของคนเพราะท าใหเกดการรบกวนการรบรเสยงทตองการ หรอความเงยบ และเปนเสยงทเปนอนตรายตอการไดยน

เดซเบลเอ ( dBA) เปนหนวยวดความดงเสยงทใกลเคยงกบการตอบสนองตอเสยงของหมนษย

TWA time weighted average เปนคาเฉลยระดบความดงเสยงตลอดระยะเวลาการสมผสเสยง

63

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB

WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn) t1+t2+hellip +tn

44

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB ถา NWB = 25 องศาเซลเซยส GT =40 องศาเซลเซยส DB = 30 องศาเซลเซยส WBGT = 0725 + 0240 + 0130 องศาเซลเซยส = 285 องศาเซลเซยส

45

สตรการประเมนภาระงาน

ศกษาระยะเวลาการท างาน และลกษณะการท างาน ของพนกงาน เพอประเมนภาระงาน วาลกษณะงานทท าในชวง 2 ชวโมงทรอนทสดของพนกงาน เปนลกษณะงานหนก งานหนกปานกลาง หรองานเบา โดยค านวณดวยสตรตอไปน

Mเฉลย = M1t1 + M2t2 + M3t3 + + Mntn

t1 + t2 + t3 + + t n

เมอ M1 M2 hellip และ Mn คอ คาประมาณความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอสรางพลงงาน ส าหรบกจกรรมตางๆ มหนวยเปนกโลแคลอรตอชวโมงหรอกโลแคลอรตอนาท ในชวงเวลา t1 t2 tn มหนวยเปนชวโมงหรอนาท

46

คาพลงงานในการแบงระดบความหนก ndash เบา ของงาน

ความหนก - เบา พลงงาน ( กโลแคลอร ชวโมง )

งานเบา ไมเกน 200

งานปานกลาง 201 ndash 350

งานหนก เกน 350

47

ตารางแสดงมาตรฐานระดบความรอน

ความหนกเบาของงาน มาตรฐานระดบความรอน

คาเฉลยอณหภมเวทบลบโกลบ (WBGT)

ก าหนดเปนองศาเซลเซยส

เบา 34

กลาง 32

หนก 30 48

การประเมนภาระงาน (อตราการเผาผลาญอาหารเฉลยในรางกายของคนงานขณะท ากจกรรม)

03 06

20 ndash 30 เพม 08 ทกความสงทเพม 1 เมตร

นง ยน เดนบนพนราบ เดนขนทสง

กโลแคลอรนาท ทาทางการเคลอนไหวของรางกาย

49

10 เมตาโบลสมพนฐาน

02 ndash 12

07 ndash 25

10 ndash 35

10 ndash 150

04 09

10 17

15 25

35 50 70 90

ท างานดวยมอ - เบา ( เขยนหนงมอ เยบปกถกรอย) - หนก ( พมพดด นบเรยงเอกสาร ) ท างานดวยแขนขางเดยว - เบา ( กวาดพน เชดถพน ) - หนก ( ตอกตะป เลอยไม ) ท างานดวยแขน 2 ขาง - เบา (ปอนชนงาน ตะไบโลหะ งานสวน) - หนก ( ไสไม แกะสกกไม ) ท างานดวยรางกายทกสวน - เบา ( ขบรถยนต) - ปานกลาง ( ทาส ขดถพน ) -หนก ( ลาก ดง ยกของหนก) -หนกมาก ( กอสราง ขดดน )

ชวงคาพลงงาน ( กโลแคลอร นาท )

คาพลงงานเฉลย ( กโลแคลอร นาท )

กจกรรม การปฏบตงาน

50

ตวอยางกจกรรมเปรยบเทยบ

20 30

10 60

1 เดนไปเรอย ๆ 2 ใช 2 แขน(งานหนก) และใชรางกายทก

สวน (งานเบา) 3 เมตาโบลสมพนฐานของรางกาย รวม

กโลแคลอร นาท การประกอบชนงาน

51

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส)

WL = (560) + (745) +helliphellip+ (915) + (1120) 2 WL = 300 + 315 + 135 + 120 = 8702 = 435 กโลแคลอรชวโมง 2

52

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง 20 นาท (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณความหนกเบาของงาน

WL = (580) + (740) +helliphellip+ (1120) 2 WL = 400 + 280 + 120 = 8002 = 400 กโลแคลอรชวโมง 2 53

การค านวณหา WBGT เฉลย WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn)

t1+t2+hellip +tn ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณWBGT เฉลย

WBGTเฉลย = (3760)+(3545)+(3215) 60+45+15

= 356 องศาเซลเซยส

54

ตวอยางแบบบนทกขอมลการตรวจวดดชนความรอน

ลกษณะการท างาน Work load ระยะเวลา ( นาท )

WB

(degc) DB (degc)

GT (degc)

WBGT (degc)

ชอสถานประกอบกจการ

วนเดอนป ทตรวจวด

เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช

ปรบเทยบความถกตองเครองมอ

แผนก

ชอพนกงาน

55

การควบคมและปองกนอนตราย bull การใชฉนวนหมแหลงก าเนดความรอน เชน ใชฉนวนบทอน ารอน เพอลดการ

แผรงสและพาความรอน bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน bull การจดระบบระบายอากาศแบบทวไปและแบบเฉพาะท bull การแยกแหลงก าเนดความรอนออกจากบรเวณการท างาน bull การตดประกาศเตอน bull การลดเวลาท างานสมผสความรอนและเพมเวลาพก bull จดน าดมและน าเกลอแร bull การจดอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคล เปนตน

56

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การใชฉนวนหม (Insulator)

bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน (Radiation Shielding)

57

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การจดการระบายอากาศเฉพาะท (Local Exhaust Ventilation)

58

การปองกนททางผาน

bull จดท าหองพก หรอหองควบคมใหพนกงาน

bull การจายอากาศทม ความเยนเฉพาะจด ใหทตว

59

การปองกนททางผาน

bull การจดทศทางการเคลอนท

ของอากาศอยางเหมาะสม

bull อาศยการดนอากาศเยนจากดานลาง เพอไลอากาศรอนสดานบน

60

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาการท างานทสมผสความรอน

bull ใชอปกรณชวยผอนแรง เพอชวยลดคาพลงงานความรอน

61

การปองกนทตวบคคล

bull ใชอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคลเพอปองกนความรอนทตองสมผส

bull จดท าปายเตอน

bull การจดสวสดการในเรอง น าดม-เกลอแร ทช าระลางรางกาย ทนงพก

62

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

เสยง (Sound) คอ พลงงานรปหนงทเกดจากการสนสะเทอนของโมเลกลของอากาศ ท าใหเกดการอดและขยายสลบกนของโมเลกลอากาศ ความดนบรรยากาศจงเกดการเปลยนแปลงตามการเคลอนทของโมเลกลอากาศ เรยกวา คลนเสยง

เสยงดง (noise) หมายถง เสยงซงไมเปนทตองการของคนเพราะท าใหเกดการรบกวนการรบรเสยงทตองการ หรอความเงยบ และเปนเสยงทเปนอนตรายตอการไดยน

เดซเบลเอ ( dBA) เปนหนวยวดความดงเสยงทใกลเคยงกบการตอบสนองตอเสยงของหมนษย

TWA time weighted average เปนคาเฉลยระดบความดงเสยงตลอดระยะเวลาการสมผสเสยง

63

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

สตรการค านวณคา WBGT

bull กรณวดในอาคารหรอนอกอาคารทไมมแสงแดด WBGT = 07 NWB + 03 GT bull กรณวดนอกอาคารและมแสงแดด

WBGT = 07 NWB + 02 GT + 01 DB ถา NWB = 25 องศาเซลเซยส GT =40 องศาเซลเซยส DB = 30 องศาเซลเซยส WBGT = 0725 + 0240 + 0130 องศาเซลเซยส = 285 องศาเซลเซยส

45

สตรการประเมนภาระงาน

ศกษาระยะเวลาการท างาน และลกษณะการท างาน ของพนกงาน เพอประเมนภาระงาน วาลกษณะงานทท าในชวง 2 ชวโมงทรอนทสดของพนกงาน เปนลกษณะงานหนก งานหนกปานกลาง หรองานเบา โดยค านวณดวยสตรตอไปน

Mเฉลย = M1t1 + M2t2 + M3t3 + + Mntn

t1 + t2 + t3 + + t n

เมอ M1 M2 hellip และ Mn คอ คาประมาณความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอสรางพลงงาน ส าหรบกจกรรมตางๆ มหนวยเปนกโลแคลอรตอชวโมงหรอกโลแคลอรตอนาท ในชวงเวลา t1 t2 tn มหนวยเปนชวโมงหรอนาท

46

คาพลงงานในการแบงระดบความหนก ndash เบา ของงาน

ความหนก - เบา พลงงาน ( กโลแคลอร ชวโมง )

งานเบา ไมเกน 200

งานปานกลาง 201 ndash 350

งานหนก เกน 350

47

ตารางแสดงมาตรฐานระดบความรอน

ความหนกเบาของงาน มาตรฐานระดบความรอน

คาเฉลยอณหภมเวทบลบโกลบ (WBGT)

ก าหนดเปนองศาเซลเซยส

เบา 34

กลาง 32

หนก 30 48

การประเมนภาระงาน (อตราการเผาผลาญอาหารเฉลยในรางกายของคนงานขณะท ากจกรรม)

03 06

20 ndash 30 เพม 08 ทกความสงทเพม 1 เมตร

นง ยน เดนบนพนราบ เดนขนทสง

กโลแคลอรนาท ทาทางการเคลอนไหวของรางกาย

49

10 เมตาโบลสมพนฐาน

02 ndash 12

07 ndash 25

10 ndash 35

10 ndash 150

04 09

10 17

15 25

35 50 70 90

ท างานดวยมอ - เบา ( เขยนหนงมอ เยบปกถกรอย) - หนก ( พมพดด นบเรยงเอกสาร ) ท างานดวยแขนขางเดยว - เบา ( กวาดพน เชดถพน ) - หนก ( ตอกตะป เลอยไม ) ท างานดวยแขน 2 ขาง - เบา (ปอนชนงาน ตะไบโลหะ งานสวน) - หนก ( ไสไม แกะสกกไม ) ท างานดวยรางกายทกสวน - เบา ( ขบรถยนต) - ปานกลาง ( ทาส ขดถพน ) -หนก ( ลาก ดง ยกของหนก) -หนกมาก ( กอสราง ขดดน )

ชวงคาพลงงาน ( กโลแคลอร นาท )

คาพลงงานเฉลย ( กโลแคลอร นาท )

กจกรรม การปฏบตงาน

50

ตวอยางกจกรรมเปรยบเทยบ

20 30

10 60

1 เดนไปเรอย ๆ 2 ใช 2 แขน(งานหนก) และใชรางกายทก

สวน (งานเบา) 3 เมตาโบลสมพนฐานของรางกาย รวม

กโลแคลอร นาท การประกอบชนงาน

51

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส)

WL = (560) + (745) +helliphellip+ (915) + (1120) 2 WL = 300 + 315 + 135 + 120 = 8702 = 435 กโลแคลอรชวโมง 2

52

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง 20 นาท (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณความหนกเบาของงาน

WL = (580) + (740) +helliphellip+ (1120) 2 WL = 400 + 280 + 120 = 8002 = 400 กโลแคลอรชวโมง 2 53

การค านวณหา WBGT เฉลย WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn)

t1+t2+hellip +tn ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณWBGT เฉลย

WBGTเฉลย = (3760)+(3545)+(3215) 60+45+15

= 356 องศาเซลเซยส

54

ตวอยางแบบบนทกขอมลการตรวจวดดชนความรอน

ลกษณะการท างาน Work load ระยะเวลา ( นาท )

WB

(degc) DB (degc)

GT (degc)

WBGT (degc)

ชอสถานประกอบกจการ

วนเดอนป ทตรวจวด

เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช

ปรบเทยบความถกตองเครองมอ

แผนก

ชอพนกงาน

55

การควบคมและปองกนอนตราย bull การใชฉนวนหมแหลงก าเนดความรอน เชน ใชฉนวนบทอน ารอน เพอลดการ

แผรงสและพาความรอน bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน bull การจดระบบระบายอากาศแบบทวไปและแบบเฉพาะท bull การแยกแหลงก าเนดความรอนออกจากบรเวณการท างาน bull การตดประกาศเตอน bull การลดเวลาท างานสมผสความรอนและเพมเวลาพก bull จดน าดมและน าเกลอแร bull การจดอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคล เปนตน

56

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การใชฉนวนหม (Insulator)

bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน (Radiation Shielding)

57

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การจดการระบายอากาศเฉพาะท (Local Exhaust Ventilation)

58

การปองกนททางผาน

bull จดท าหองพก หรอหองควบคมใหพนกงาน

bull การจายอากาศทม ความเยนเฉพาะจด ใหทตว

59

การปองกนททางผาน

bull การจดทศทางการเคลอนท

ของอากาศอยางเหมาะสม

bull อาศยการดนอากาศเยนจากดานลาง เพอไลอากาศรอนสดานบน

60

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาการท างานทสมผสความรอน

bull ใชอปกรณชวยผอนแรง เพอชวยลดคาพลงงานความรอน

61

การปองกนทตวบคคล

bull ใชอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคลเพอปองกนความรอนทตองสมผส

bull จดท าปายเตอน

bull การจดสวสดการในเรอง น าดม-เกลอแร ทช าระลางรางกาย ทนงพก

62

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

เสยง (Sound) คอ พลงงานรปหนงทเกดจากการสนสะเทอนของโมเลกลของอากาศ ท าใหเกดการอดและขยายสลบกนของโมเลกลอากาศ ความดนบรรยากาศจงเกดการเปลยนแปลงตามการเคลอนทของโมเลกลอากาศ เรยกวา คลนเสยง

เสยงดง (noise) หมายถง เสยงซงไมเปนทตองการของคนเพราะท าใหเกดการรบกวนการรบรเสยงทตองการ หรอความเงยบ และเปนเสยงทเปนอนตรายตอการไดยน

เดซเบลเอ ( dBA) เปนหนวยวดความดงเสยงทใกลเคยงกบการตอบสนองตอเสยงของหมนษย

TWA time weighted average เปนคาเฉลยระดบความดงเสยงตลอดระยะเวลาการสมผสเสยง

63

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

สตรการประเมนภาระงาน

ศกษาระยะเวลาการท างาน และลกษณะการท างาน ของพนกงาน เพอประเมนภาระงาน วาลกษณะงานทท าในชวง 2 ชวโมงทรอนทสดของพนกงาน เปนลกษณะงานหนก งานหนกปานกลาง หรองานเบา โดยค านวณดวยสตรตอไปน

Mเฉลย = M1t1 + M2t2 + M3t3 + + Mntn

t1 + t2 + t3 + + t n

เมอ M1 M2 hellip และ Mn คอ คาประมาณความรอนทเกดจากการเผาผลาญอาหารเพอสรางพลงงาน ส าหรบกจกรรมตางๆ มหนวยเปนกโลแคลอรตอชวโมงหรอกโลแคลอรตอนาท ในชวงเวลา t1 t2 tn มหนวยเปนชวโมงหรอนาท

46

คาพลงงานในการแบงระดบความหนก ndash เบา ของงาน

ความหนก - เบา พลงงาน ( กโลแคลอร ชวโมง )

งานเบา ไมเกน 200

งานปานกลาง 201 ndash 350

งานหนก เกน 350

47

ตารางแสดงมาตรฐานระดบความรอน

ความหนกเบาของงาน มาตรฐานระดบความรอน

คาเฉลยอณหภมเวทบลบโกลบ (WBGT)

ก าหนดเปนองศาเซลเซยส

เบา 34

กลาง 32

หนก 30 48

การประเมนภาระงาน (อตราการเผาผลาญอาหารเฉลยในรางกายของคนงานขณะท ากจกรรม)

03 06

20 ndash 30 เพม 08 ทกความสงทเพม 1 เมตร

นง ยน เดนบนพนราบ เดนขนทสง

กโลแคลอรนาท ทาทางการเคลอนไหวของรางกาย

49

10 เมตาโบลสมพนฐาน

02 ndash 12

07 ndash 25

10 ndash 35

10 ndash 150

04 09

10 17

15 25

35 50 70 90

ท างานดวยมอ - เบา ( เขยนหนงมอ เยบปกถกรอย) - หนก ( พมพดด นบเรยงเอกสาร ) ท างานดวยแขนขางเดยว - เบา ( กวาดพน เชดถพน ) - หนก ( ตอกตะป เลอยไม ) ท างานดวยแขน 2 ขาง - เบา (ปอนชนงาน ตะไบโลหะ งานสวน) - หนก ( ไสไม แกะสกกไม ) ท างานดวยรางกายทกสวน - เบา ( ขบรถยนต) - ปานกลาง ( ทาส ขดถพน ) -หนก ( ลาก ดง ยกของหนก) -หนกมาก ( กอสราง ขดดน )

ชวงคาพลงงาน ( กโลแคลอร นาท )

คาพลงงานเฉลย ( กโลแคลอร นาท )

กจกรรม การปฏบตงาน

50

ตวอยางกจกรรมเปรยบเทยบ

20 30

10 60

1 เดนไปเรอย ๆ 2 ใช 2 แขน(งานหนก) และใชรางกายทก

สวน (งานเบา) 3 เมตาโบลสมพนฐานของรางกาย รวม

กโลแคลอร นาท การประกอบชนงาน

51

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส)

WL = (560) + (745) +helliphellip+ (915) + (1120) 2 WL = 300 + 315 + 135 + 120 = 8702 = 435 กโลแคลอรชวโมง 2

52

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง 20 นาท (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณความหนกเบาของงาน

WL = (580) + (740) +helliphellip+ (1120) 2 WL = 400 + 280 + 120 = 8002 = 400 กโลแคลอรชวโมง 2 53

การค านวณหา WBGT เฉลย WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn)

t1+t2+hellip +tn ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณWBGT เฉลย

WBGTเฉลย = (3760)+(3545)+(3215) 60+45+15

= 356 องศาเซลเซยส

54

ตวอยางแบบบนทกขอมลการตรวจวดดชนความรอน

ลกษณะการท างาน Work load ระยะเวลา ( นาท )

WB

(degc) DB (degc)

GT (degc)

WBGT (degc)

ชอสถานประกอบกจการ

วนเดอนป ทตรวจวด

เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช

ปรบเทยบความถกตองเครองมอ

แผนก

ชอพนกงาน

55

การควบคมและปองกนอนตราย bull การใชฉนวนหมแหลงก าเนดความรอน เชน ใชฉนวนบทอน ารอน เพอลดการ

แผรงสและพาความรอน bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน bull การจดระบบระบายอากาศแบบทวไปและแบบเฉพาะท bull การแยกแหลงก าเนดความรอนออกจากบรเวณการท างาน bull การตดประกาศเตอน bull การลดเวลาท างานสมผสความรอนและเพมเวลาพก bull จดน าดมและน าเกลอแร bull การจดอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคล เปนตน

56

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การใชฉนวนหม (Insulator)

bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน (Radiation Shielding)

57

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การจดการระบายอากาศเฉพาะท (Local Exhaust Ventilation)

58

การปองกนททางผาน

bull จดท าหองพก หรอหองควบคมใหพนกงาน

bull การจายอากาศทม ความเยนเฉพาะจด ใหทตว

59

การปองกนททางผาน

bull การจดทศทางการเคลอนท

ของอากาศอยางเหมาะสม

bull อาศยการดนอากาศเยนจากดานลาง เพอไลอากาศรอนสดานบน

60

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาการท างานทสมผสความรอน

bull ใชอปกรณชวยผอนแรง เพอชวยลดคาพลงงานความรอน

61

การปองกนทตวบคคล

bull ใชอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคลเพอปองกนความรอนทตองสมผส

bull จดท าปายเตอน

bull การจดสวสดการในเรอง น าดม-เกลอแร ทช าระลางรางกาย ทนงพก

62

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

เสยง (Sound) คอ พลงงานรปหนงทเกดจากการสนสะเทอนของโมเลกลของอากาศ ท าใหเกดการอดและขยายสลบกนของโมเลกลอากาศ ความดนบรรยากาศจงเกดการเปลยนแปลงตามการเคลอนทของโมเลกลอากาศ เรยกวา คลนเสยง

เสยงดง (noise) หมายถง เสยงซงไมเปนทตองการของคนเพราะท าใหเกดการรบกวนการรบรเสยงทตองการ หรอความเงยบ และเปนเสยงทเปนอนตรายตอการไดยน

เดซเบลเอ ( dBA) เปนหนวยวดความดงเสยงทใกลเคยงกบการตอบสนองตอเสยงของหมนษย

TWA time weighted average เปนคาเฉลยระดบความดงเสยงตลอดระยะเวลาการสมผสเสยง

63

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

คาพลงงานในการแบงระดบความหนก ndash เบา ของงาน

ความหนก - เบา พลงงาน ( กโลแคลอร ชวโมง )

งานเบา ไมเกน 200

งานปานกลาง 201 ndash 350

งานหนก เกน 350

47

ตารางแสดงมาตรฐานระดบความรอน

ความหนกเบาของงาน มาตรฐานระดบความรอน

คาเฉลยอณหภมเวทบลบโกลบ (WBGT)

ก าหนดเปนองศาเซลเซยส

เบา 34

กลาง 32

หนก 30 48

การประเมนภาระงาน (อตราการเผาผลาญอาหารเฉลยในรางกายของคนงานขณะท ากจกรรม)

03 06

20 ndash 30 เพม 08 ทกความสงทเพม 1 เมตร

นง ยน เดนบนพนราบ เดนขนทสง

กโลแคลอรนาท ทาทางการเคลอนไหวของรางกาย

49

10 เมตาโบลสมพนฐาน

02 ndash 12

07 ndash 25

10 ndash 35

10 ndash 150

04 09

10 17

15 25

35 50 70 90

ท างานดวยมอ - เบา ( เขยนหนงมอ เยบปกถกรอย) - หนก ( พมพดด นบเรยงเอกสาร ) ท างานดวยแขนขางเดยว - เบา ( กวาดพน เชดถพน ) - หนก ( ตอกตะป เลอยไม ) ท างานดวยแขน 2 ขาง - เบา (ปอนชนงาน ตะไบโลหะ งานสวน) - หนก ( ไสไม แกะสกกไม ) ท างานดวยรางกายทกสวน - เบา ( ขบรถยนต) - ปานกลาง ( ทาส ขดถพน ) -หนก ( ลาก ดง ยกของหนก) -หนกมาก ( กอสราง ขดดน )

ชวงคาพลงงาน ( กโลแคลอร นาท )

คาพลงงานเฉลย ( กโลแคลอร นาท )

กจกรรม การปฏบตงาน

50

ตวอยางกจกรรมเปรยบเทยบ

20 30

10 60

1 เดนไปเรอย ๆ 2 ใช 2 แขน(งานหนก) และใชรางกายทก

สวน (งานเบา) 3 เมตาโบลสมพนฐานของรางกาย รวม

กโลแคลอร นาท การประกอบชนงาน

51

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส)

WL = (560) + (745) +helliphellip+ (915) + (1120) 2 WL = 300 + 315 + 135 + 120 = 8702 = 435 กโลแคลอรชวโมง 2

52

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง 20 นาท (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณความหนกเบาของงาน

WL = (580) + (740) +helliphellip+ (1120) 2 WL = 400 + 280 + 120 = 8002 = 400 กโลแคลอรชวโมง 2 53

การค านวณหา WBGT เฉลย WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn)

t1+t2+hellip +tn ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณWBGT เฉลย

WBGTเฉลย = (3760)+(3545)+(3215) 60+45+15

= 356 องศาเซลเซยส

54

ตวอยางแบบบนทกขอมลการตรวจวดดชนความรอน

ลกษณะการท างาน Work load ระยะเวลา ( นาท )

WB

(degc) DB (degc)

GT (degc)

WBGT (degc)

ชอสถานประกอบกจการ

วนเดอนป ทตรวจวด

เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช

ปรบเทยบความถกตองเครองมอ

แผนก

ชอพนกงาน

55

การควบคมและปองกนอนตราย bull การใชฉนวนหมแหลงก าเนดความรอน เชน ใชฉนวนบทอน ารอน เพอลดการ

แผรงสและพาความรอน bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน bull การจดระบบระบายอากาศแบบทวไปและแบบเฉพาะท bull การแยกแหลงก าเนดความรอนออกจากบรเวณการท างาน bull การตดประกาศเตอน bull การลดเวลาท างานสมผสความรอนและเพมเวลาพก bull จดน าดมและน าเกลอแร bull การจดอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคล เปนตน

56

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การใชฉนวนหม (Insulator)

bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน (Radiation Shielding)

57

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การจดการระบายอากาศเฉพาะท (Local Exhaust Ventilation)

58

การปองกนททางผาน

bull จดท าหองพก หรอหองควบคมใหพนกงาน

bull การจายอากาศทม ความเยนเฉพาะจด ใหทตว

59

การปองกนททางผาน

bull การจดทศทางการเคลอนท

ของอากาศอยางเหมาะสม

bull อาศยการดนอากาศเยนจากดานลาง เพอไลอากาศรอนสดานบน

60

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาการท างานทสมผสความรอน

bull ใชอปกรณชวยผอนแรง เพอชวยลดคาพลงงานความรอน

61

การปองกนทตวบคคล

bull ใชอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคลเพอปองกนความรอนทตองสมผส

bull จดท าปายเตอน

bull การจดสวสดการในเรอง น าดม-เกลอแร ทช าระลางรางกาย ทนงพก

62

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

เสยง (Sound) คอ พลงงานรปหนงทเกดจากการสนสะเทอนของโมเลกลของอากาศ ท าใหเกดการอดและขยายสลบกนของโมเลกลอากาศ ความดนบรรยากาศจงเกดการเปลยนแปลงตามการเคลอนทของโมเลกลอากาศ เรยกวา คลนเสยง

เสยงดง (noise) หมายถง เสยงซงไมเปนทตองการของคนเพราะท าใหเกดการรบกวนการรบรเสยงทตองการ หรอความเงยบ และเปนเสยงทเปนอนตรายตอการไดยน

เดซเบลเอ ( dBA) เปนหนวยวดความดงเสยงทใกลเคยงกบการตอบสนองตอเสยงของหมนษย

TWA time weighted average เปนคาเฉลยระดบความดงเสยงตลอดระยะเวลาการสมผสเสยง

63

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

ตารางแสดงมาตรฐานระดบความรอน

ความหนกเบาของงาน มาตรฐานระดบความรอน

คาเฉลยอณหภมเวทบลบโกลบ (WBGT)

ก าหนดเปนองศาเซลเซยส

เบา 34

กลาง 32

หนก 30 48

การประเมนภาระงาน (อตราการเผาผลาญอาหารเฉลยในรางกายของคนงานขณะท ากจกรรม)

03 06

20 ndash 30 เพม 08 ทกความสงทเพม 1 เมตร

นง ยน เดนบนพนราบ เดนขนทสง

กโลแคลอรนาท ทาทางการเคลอนไหวของรางกาย

49

10 เมตาโบลสมพนฐาน

02 ndash 12

07 ndash 25

10 ndash 35

10 ndash 150

04 09

10 17

15 25

35 50 70 90

ท างานดวยมอ - เบา ( เขยนหนงมอ เยบปกถกรอย) - หนก ( พมพดด นบเรยงเอกสาร ) ท างานดวยแขนขางเดยว - เบา ( กวาดพน เชดถพน ) - หนก ( ตอกตะป เลอยไม ) ท างานดวยแขน 2 ขาง - เบา (ปอนชนงาน ตะไบโลหะ งานสวน) - หนก ( ไสไม แกะสกกไม ) ท างานดวยรางกายทกสวน - เบา ( ขบรถยนต) - ปานกลาง ( ทาส ขดถพน ) -หนก ( ลาก ดง ยกของหนก) -หนกมาก ( กอสราง ขดดน )

ชวงคาพลงงาน ( กโลแคลอร นาท )

คาพลงงานเฉลย ( กโลแคลอร นาท )

กจกรรม การปฏบตงาน

50

ตวอยางกจกรรมเปรยบเทยบ

20 30

10 60

1 เดนไปเรอย ๆ 2 ใช 2 แขน(งานหนก) และใชรางกายทก

สวน (งานเบา) 3 เมตาโบลสมพนฐานของรางกาย รวม

กโลแคลอร นาท การประกอบชนงาน

51

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส)

WL = (560) + (745) +helliphellip+ (915) + (1120) 2 WL = 300 + 315 + 135 + 120 = 8702 = 435 กโลแคลอรชวโมง 2

52

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง 20 นาท (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณความหนกเบาของงาน

WL = (580) + (740) +helliphellip+ (1120) 2 WL = 400 + 280 + 120 = 8002 = 400 กโลแคลอรชวโมง 2 53

การค านวณหา WBGT เฉลย WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn)

t1+t2+hellip +tn ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณWBGT เฉลย

WBGTเฉลย = (3760)+(3545)+(3215) 60+45+15

= 356 องศาเซลเซยส

54

ตวอยางแบบบนทกขอมลการตรวจวดดชนความรอน

ลกษณะการท างาน Work load ระยะเวลา ( นาท )

WB

(degc) DB (degc)

GT (degc)

WBGT (degc)

ชอสถานประกอบกจการ

วนเดอนป ทตรวจวด

เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช

ปรบเทยบความถกตองเครองมอ

แผนก

ชอพนกงาน

55

การควบคมและปองกนอนตราย bull การใชฉนวนหมแหลงก าเนดความรอน เชน ใชฉนวนบทอน ารอน เพอลดการ

แผรงสและพาความรอน bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน bull การจดระบบระบายอากาศแบบทวไปและแบบเฉพาะท bull การแยกแหลงก าเนดความรอนออกจากบรเวณการท างาน bull การตดประกาศเตอน bull การลดเวลาท างานสมผสความรอนและเพมเวลาพก bull จดน าดมและน าเกลอแร bull การจดอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคล เปนตน

56

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การใชฉนวนหม (Insulator)

bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน (Radiation Shielding)

57

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การจดการระบายอากาศเฉพาะท (Local Exhaust Ventilation)

58

การปองกนททางผาน

bull จดท าหองพก หรอหองควบคมใหพนกงาน

bull การจายอากาศทม ความเยนเฉพาะจด ใหทตว

59

การปองกนททางผาน

bull การจดทศทางการเคลอนท

ของอากาศอยางเหมาะสม

bull อาศยการดนอากาศเยนจากดานลาง เพอไลอากาศรอนสดานบน

60

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาการท างานทสมผสความรอน

bull ใชอปกรณชวยผอนแรง เพอชวยลดคาพลงงานความรอน

61

การปองกนทตวบคคล

bull ใชอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคลเพอปองกนความรอนทตองสมผส

bull จดท าปายเตอน

bull การจดสวสดการในเรอง น าดม-เกลอแร ทช าระลางรางกาย ทนงพก

62

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

เสยง (Sound) คอ พลงงานรปหนงทเกดจากการสนสะเทอนของโมเลกลของอากาศ ท าใหเกดการอดและขยายสลบกนของโมเลกลอากาศ ความดนบรรยากาศจงเกดการเปลยนแปลงตามการเคลอนทของโมเลกลอากาศ เรยกวา คลนเสยง

เสยงดง (noise) หมายถง เสยงซงไมเปนทตองการของคนเพราะท าใหเกดการรบกวนการรบรเสยงทตองการ หรอความเงยบ และเปนเสยงทเปนอนตรายตอการไดยน

เดซเบลเอ ( dBA) เปนหนวยวดความดงเสยงทใกลเคยงกบการตอบสนองตอเสยงของหมนษย

TWA time weighted average เปนคาเฉลยระดบความดงเสยงตลอดระยะเวลาการสมผสเสยง

63

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

การประเมนภาระงาน (อตราการเผาผลาญอาหารเฉลยในรางกายของคนงานขณะท ากจกรรม)

03 06

20 ndash 30 เพม 08 ทกความสงทเพม 1 เมตร

นง ยน เดนบนพนราบ เดนขนทสง

กโลแคลอรนาท ทาทางการเคลอนไหวของรางกาย

49

10 เมตาโบลสมพนฐาน

02 ndash 12

07 ndash 25

10 ndash 35

10 ndash 150

04 09

10 17

15 25

35 50 70 90

ท างานดวยมอ - เบา ( เขยนหนงมอ เยบปกถกรอย) - หนก ( พมพดด นบเรยงเอกสาร ) ท างานดวยแขนขางเดยว - เบา ( กวาดพน เชดถพน ) - หนก ( ตอกตะป เลอยไม ) ท างานดวยแขน 2 ขาง - เบา (ปอนชนงาน ตะไบโลหะ งานสวน) - หนก ( ไสไม แกะสกกไม ) ท างานดวยรางกายทกสวน - เบา ( ขบรถยนต) - ปานกลาง ( ทาส ขดถพน ) -หนก ( ลาก ดง ยกของหนก) -หนกมาก ( กอสราง ขดดน )

ชวงคาพลงงาน ( กโลแคลอร นาท )

คาพลงงานเฉลย ( กโลแคลอร นาท )

กจกรรม การปฏบตงาน

50

ตวอยางกจกรรมเปรยบเทยบ

20 30

10 60

1 เดนไปเรอย ๆ 2 ใช 2 แขน(งานหนก) และใชรางกายทก

สวน (งานเบา) 3 เมตาโบลสมพนฐานของรางกาย รวม

กโลแคลอร นาท การประกอบชนงาน

51

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส)

WL = (560) + (745) +helliphellip+ (915) + (1120) 2 WL = 300 + 315 + 135 + 120 = 8702 = 435 กโลแคลอรชวโมง 2

52

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง 20 นาท (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณความหนกเบาของงาน

WL = (580) + (740) +helliphellip+ (1120) 2 WL = 400 + 280 + 120 = 8002 = 400 กโลแคลอรชวโมง 2 53

การค านวณหา WBGT เฉลย WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn)

t1+t2+hellip +tn ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณWBGT เฉลย

WBGTเฉลย = (3760)+(3545)+(3215) 60+45+15

= 356 องศาเซลเซยส

54

ตวอยางแบบบนทกขอมลการตรวจวดดชนความรอน

ลกษณะการท างาน Work load ระยะเวลา ( นาท )

WB

(degc) DB (degc)

GT (degc)

WBGT (degc)

ชอสถานประกอบกจการ

วนเดอนป ทตรวจวด

เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช

ปรบเทยบความถกตองเครองมอ

แผนก

ชอพนกงาน

55

การควบคมและปองกนอนตราย bull การใชฉนวนหมแหลงก าเนดความรอน เชน ใชฉนวนบทอน ารอน เพอลดการ

แผรงสและพาความรอน bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน bull การจดระบบระบายอากาศแบบทวไปและแบบเฉพาะท bull การแยกแหลงก าเนดความรอนออกจากบรเวณการท างาน bull การตดประกาศเตอน bull การลดเวลาท างานสมผสความรอนและเพมเวลาพก bull จดน าดมและน าเกลอแร bull การจดอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคล เปนตน

56

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การใชฉนวนหม (Insulator)

bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน (Radiation Shielding)

57

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การจดการระบายอากาศเฉพาะท (Local Exhaust Ventilation)

58

การปองกนททางผาน

bull จดท าหองพก หรอหองควบคมใหพนกงาน

bull การจายอากาศทม ความเยนเฉพาะจด ใหทตว

59

การปองกนททางผาน

bull การจดทศทางการเคลอนท

ของอากาศอยางเหมาะสม

bull อาศยการดนอากาศเยนจากดานลาง เพอไลอากาศรอนสดานบน

60

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาการท างานทสมผสความรอน

bull ใชอปกรณชวยผอนแรง เพอชวยลดคาพลงงานความรอน

61

การปองกนทตวบคคล

bull ใชอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคลเพอปองกนความรอนทตองสมผส

bull จดท าปายเตอน

bull การจดสวสดการในเรอง น าดม-เกลอแร ทช าระลางรางกาย ทนงพก

62

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

เสยง (Sound) คอ พลงงานรปหนงทเกดจากการสนสะเทอนของโมเลกลของอากาศ ท าใหเกดการอดและขยายสลบกนของโมเลกลอากาศ ความดนบรรยากาศจงเกดการเปลยนแปลงตามการเคลอนทของโมเลกลอากาศ เรยกวา คลนเสยง

เสยงดง (noise) หมายถง เสยงซงไมเปนทตองการของคนเพราะท าใหเกดการรบกวนการรบรเสยงทตองการ หรอความเงยบ และเปนเสยงทเปนอนตรายตอการไดยน

เดซเบลเอ ( dBA) เปนหนวยวดความดงเสยงทใกลเคยงกบการตอบสนองตอเสยงของหมนษย

TWA time weighted average เปนคาเฉลยระดบความดงเสยงตลอดระยะเวลาการสมผสเสยง

63

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

10 เมตาโบลสมพนฐาน

02 ndash 12

07 ndash 25

10 ndash 35

10 ndash 150

04 09

10 17

15 25

35 50 70 90

ท างานดวยมอ - เบา ( เขยนหนงมอ เยบปกถกรอย) - หนก ( พมพดด นบเรยงเอกสาร ) ท างานดวยแขนขางเดยว - เบา ( กวาดพน เชดถพน ) - หนก ( ตอกตะป เลอยไม ) ท างานดวยแขน 2 ขาง - เบา (ปอนชนงาน ตะไบโลหะ งานสวน) - หนก ( ไสไม แกะสกกไม ) ท างานดวยรางกายทกสวน - เบา ( ขบรถยนต) - ปานกลาง ( ทาส ขดถพน ) -หนก ( ลาก ดง ยกของหนก) -หนกมาก ( กอสราง ขดดน )

ชวงคาพลงงาน ( กโลแคลอร นาท )

คาพลงงานเฉลย ( กโลแคลอร นาท )

กจกรรม การปฏบตงาน

50

ตวอยางกจกรรมเปรยบเทยบ

20 30

10 60

1 เดนไปเรอย ๆ 2 ใช 2 แขน(งานหนก) และใชรางกายทก

สวน (งานเบา) 3 เมตาโบลสมพนฐานของรางกาย รวม

กโลแคลอร นาท การประกอบชนงาน

51

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส)

WL = (560) + (745) +helliphellip+ (915) + (1120) 2 WL = 300 + 315 + 135 + 120 = 8702 = 435 กโลแคลอรชวโมง 2

52

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง 20 นาท (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณความหนกเบาของงาน

WL = (580) + (740) +helliphellip+ (1120) 2 WL = 400 + 280 + 120 = 8002 = 400 กโลแคลอรชวโมง 2 53

การค านวณหา WBGT เฉลย WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn)

t1+t2+hellip +tn ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณWBGT เฉลย

WBGTเฉลย = (3760)+(3545)+(3215) 60+45+15

= 356 องศาเซลเซยส

54

ตวอยางแบบบนทกขอมลการตรวจวดดชนความรอน

ลกษณะการท างาน Work load ระยะเวลา ( นาท )

WB

(degc) DB (degc)

GT (degc)

WBGT (degc)

ชอสถานประกอบกจการ

วนเดอนป ทตรวจวด

เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช

ปรบเทยบความถกตองเครองมอ

แผนก

ชอพนกงาน

55

การควบคมและปองกนอนตราย bull การใชฉนวนหมแหลงก าเนดความรอน เชน ใชฉนวนบทอน ารอน เพอลดการ

แผรงสและพาความรอน bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน bull การจดระบบระบายอากาศแบบทวไปและแบบเฉพาะท bull การแยกแหลงก าเนดความรอนออกจากบรเวณการท างาน bull การตดประกาศเตอน bull การลดเวลาท างานสมผสความรอนและเพมเวลาพก bull จดน าดมและน าเกลอแร bull การจดอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคล เปนตน

56

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การใชฉนวนหม (Insulator)

bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน (Radiation Shielding)

57

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การจดการระบายอากาศเฉพาะท (Local Exhaust Ventilation)

58

การปองกนททางผาน

bull จดท าหองพก หรอหองควบคมใหพนกงาน

bull การจายอากาศทม ความเยนเฉพาะจด ใหทตว

59

การปองกนททางผาน

bull การจดทศทางการเคลอนท

ของอากาศอยางเหมาะสม

bull อาศยการดนอากาศเยนจากดานลาง เพอไลอากาศรอนสดานบน

60

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาการท างานทสมผสความรอน

bull ใชอปกรณชวยผอนแรง เพอชวยลดคาพลงงานความรอน

61

การปองกนทตวบคคล

bull ใชอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคลเพอปองกนความรอนทตองสมผส

bull จดท าปายเตอน

bull การจดสวสดการในเรอง น าดม-เกลอแร ทช าระลางรางกาย ทนงพก

62

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

เสยง (Sound) คอ พลงงานรปหนงทเกดจากการสนสะเทอนของโมเลกลของอากาศ ท าใหเกดการอดและขยายสลบกนของโมเลกลอากาศ ความดนบรรยากาศจงเกดการเปลยนแปลงตามการเคลอนทของโมเลกลอากาศ เรยกวา คลนเสยง

เสยงดง (noise) หมายถง เสยงซงไมเปนทตองการของคนเพราะท าใหเกดการรบกวนการรบรเสยงทตองการ หรอความเงยบ และเปนเสยงทเปนอนตรายตอการไดยน

เดซเบลเอ ( dBA) เปนหนวยวดความดงเสยงทใกลเคยงกบการตอบสนองตอเสยงของหมนษย

TWA time weighted average เปนคาเฉลยระดบความดงเสยงตลอดระยะเวลาการสมผสเสยง

63

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

ตวอยางกจกรรมเปรยบเทยบ

20 30

10 60

1 เดนไปเรอย ๆ 2 ใช 2 แขน(งานหนก) และใชรางกายทก

สวน (งานเบา) 3 เมตาโบลสมพนฐานของรางกาย รวม

กโลแคลอร นาท การประกอบชนงาน

51

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส)

WL = (560) + (745) +helliphellip+ (915) + (1120) 2 WL = 300 + 315 + 135 + 120 = 8702 = 435 กโลแคลอรชวโมง 2

52

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง 20 นาท (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณความหนกเบาของงาน

WL = (580) + (740) +helliphellip+ (1120) 2 WL = 400 + 280 + 120 = 8002 = 400 กโลแคลอรชวโมง 2 53

การค านวณหา WBGT เฉลย WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn)

t1+t2+hellip +tn ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณWBGT เฉลย

WBGTเฉลย = (3760)+(3545)+(3215) 60+45+15

= 356 องศาเซลเซยส

54

ตวอยางแบบบนทกขอมลการตรวจวดดชนความรอน

ลกษณะการท างาน Work load ระยะเวลา ( นาท )

WB

(degc) DB (degc)

GT (degc)

WBGT (degc)

ชอสถานประกอบกจการ

วนเดอนป ทตรวจวด

เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช

ปรบเทยบความถกตองเครองมอ

แผนก

ชอพนกงาน

55

การควบคมและปองกนอนตราย bull การใชฉนวนหมแหลงก าเนดความรอน เชน ใชฉนวนบทอน ารอน เพอลดการ

แผรงสและพาความรอน bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน bull การจดระบบระบายอากาศแบบทวไปและแบบเฉพาะท bull การแยกแหลงก าเนดความรอนออกจากบรเวณการท างาน bull การตดประกาศเตอน bull การลดเวลาท างานสมผสความรอนและเพมเวลาพก bull จดน าดมและน าเกลอแร bull การจดอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคล เปนตน

56

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การใชฉนวนหม (Insulator)

bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน (Radiation Shielding)

57

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การจดการระบายอากาศเฉพาะท (Local Exhaust Ventilation)

58

การปองกนททางผาน

bull จดท าหองพก หรอหองควบคมใหพนกงาน

bull การจายอากาศทม ความเยนเฉพาะจด ใหทตว

59

การปองกนททางผาน

bull การจดทศทางการเคลอนท

ของอากาศอยางเหมาะสม

bull อาศยการดนอากาศเยนจากดานลาง เพอไลอากาศรอนสดานบน

60

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาการท างานทสมผสความรอน

bull ใชอปกรณชวยผอนแรง เพอชวยลดคาพลงงานความรอน

61

การปองกนทตวบคคล

bull ใชอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคลเพอปองกนความรอนทตองสมผส

bull จดท าปายเตอน

bull การจดสวสดการในเรอง น าดม-เกลอแร ทช าระลางรางกาย ทนงพก

62

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

เสยง (Sound) คอ พลงงานรปหนงทเกดจากการสนสะเทอนของโมเลกลของอากาศ ท าใหเกดการอดและขยายสลบกนของโมเลกลอากาศ ความดนบรรยากาศจงเกดการเปลยนแปลงตามการเคลอนทของโมเลกลอากาศ เรยกวา คลนเสยง

เสยงดง (noise) หมายถง เสยงซงไมเปนทตองการของคนเพราะท าใหเกดการรบกวนการรบรเสยงทตองการ หรอความเงยบ และเปนเสยงทเปนอนตรายตอการไดยน

เดซเบลเอ ( dBA) เปนหนวยวดความดงเสยงทใกลเคยงกบการตอบสนองตอเสยงของหมนษย

TWA time weighted average เปนคาเฉลยระดบความดงเสยงตลอดระยะเวลาการสมผสเสยง

63

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส)

WL = (560) + (745) +helliphellip+ (915) + (1120) 2 WL = 300 + 315 + 135 + 120 = 8702 = 435 กโลแคลอรชวโมง 2

52

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง 20 นาท (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณความหนกเบาของงาน

WL = (580) + (740) +helliphellip+ (1120) 2 WL = 400 + 280 + 120 = 8002 = 400 กโลแคลอรชวโมง 2 53

การค านวณหา WBGT เฉลย WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn)

t1+t2+hellip +tn ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณWBGT เฉลย

WBGTเฉลย = (3760)+(3545)+(3215) 60+45+15

= 356 องศาเซลเซยส

54

ตวอยางแบบบนทกขอมลการตรวจวดดชนความรอน

ลกษณะการท างาน Work load ระยะเวลา ( นาท )

WB

(degc) DB (degc)

GT (degc)

WBGT (degc)

ชอสถานประกอบกจการ

วนเดอนป ทตรวจวด

เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช

ปรบเทยบความถกตองเครองมอ

แผนก

ชอพนกงาน

55

การควบคมและปองกนอนตราย bull การใชฉนวนหมแหลงก าเนดความรอน เชน ใชฉนวนบทอน ารอน เพอลดการ

แผรงสและพาความรอน bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน bull การจดระบบระบายอากาศแบบทวไปและแบบเฉพาะท bull การแยกแหลงก าเนดความรอนออกจากบรเวณการท างาน bull การตดประกาศเตอน bull การลดเวลาท างานสมผสความรอนและเพมเวลาพก bull จดน าดมและน าเกลอแร bull การจดอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคล เปนตน

56

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การใชฉนวนหม (Insulator)

bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน (Radiation Shielding)

57

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การจดการระบายอากาศเฉพาะท (Local Exhaust Ventilation)

58

การปองกนททางผาน

bull จดท าหองพก หรอหองควบคมใหพนกงาน

bull การจายอากาศทม ความเยนเฉพาะจด ใหทตว

59

การปองกนททางผาน

bull การจดทศทางการเคลอนท

ของอากาศอยางเหมาะสม

bull อาศยการดนอากาศเยนจากดานลาง เพอไลอากาศรอนสดานบน

60

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาการท างานทสมผสความรอน

bull ใชอปกรณชวยผอนแรง เพอชวยลดคาพลงงานความรอน

61

การปองกนทตวบคคล

bull ใชอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคลเพอปองกนความรอนทตองสมผส

bull จดท าปายเตอน

bull การจดสวสดการในเรอง น าดม-เกลอแร ทช าระลางรางกาย ทนงพก

62

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

เสยง (Sound) คอ พลงงานรปหนงทเกดจากการสนสะเทอนของโมเลกลของอากาศ ท าใหเกดการอดและขยายสลบกนของโมเลกลอากาศ ความดนบรรยากาศจงเกดการเปลยนแปลงตามการเคลอนทของโมเลกลอากาศ เรยกวา คลนเสยง

เสยงดง (noise) หมายถง เสยงซงไมเปนทตองการของคนเพราะท าใหเกดการรบกวนการรบรเสยงทตองการ หรอความเงยบ และเปนเสยงทเปนอนตรายตอการไดยน

เดซเบลเอ ( dBA) เปนหนวยวดความดงเสยงทใกลเคยงกบการตอบสนองตอเสยงของหมนษย

TWA time weighted average เปนคาเฉลยระดบความดงเสยงตลอดระยะเวลาการสมผสเสยง

63

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

สมการค านวณหาความหนกเบาของงาน WL = (WL1t1) + (WL2t2) + hellip+ (WLntn) + (1120) 2

ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง 20 นาท (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณความหนกเบาของงาน

WL = (580) + (740) +helliphellip+ (1120) 2 WL = 400 + 280 + 120 = 8002 = 400 กโลแคลอรชวโมง 2 53

การค านวณหา WBGT เฉลย WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn)

t1+t2+hellip +tn ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณWBGT เฉลย

WBGTเฉลย = (3760)+(3545)+(3215) 60+45+15

= 356 องศาเซลเซยส

54

ตวอยางแบบบนทกขอมลการตรวจวดดชนความรอน

ลกษณะการท างาน Work load ระยะเวลา ( นาท )

WB

(degc) DB (degc)

GT (degc)

WBGT (degc)

ชอสถานประกอบกจการ

วนเดอนป ทตรวจวด

เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช

ปรบเทยบความถกตองเครองมอ

แผนก

ชอพนกงาน

55

การควบคมและปองกนอนตราย bull การใชฉนวนหมแหลงก าเนดความรอน เชน ใชฉนวนบทอน ารอน เพอลดการ

แผรงสและพาความรอน bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน bull การจดระบบระบายอากาศแบบทวไปและแบบเฉพาะท bull การแยกแหลงก าเนดความรอนออกจากบรเวณการท างาน bull การตดประกาศเตอน bull การลดเวลาท างานสมผสความรอนและเพมเวลาพก bull จดน าดมและน าเกลอแร bull การจดอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคล เปนตน

56

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การใชฉนวนหม (Insulator)

bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน (Radiation Shielding)

57

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การจดการระบายอากาศเฉพาะท (Local Exhaust Ventilation)

58

การปองกนททางผาน

bull จดท าหองพก หรอหองควบคมใหพนกงาน

bull การจายอากาศทม ความเยนเฉพาะจด ใหทตว

59

การปองกนททางผาน

bull การจดทศทางการเคลอนท

ของอากาศอยางเหมาะสม

bull อาศยการดนอากาศเยนจากดานลาง เพอไลอากาศรอนสดานบน

60

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาการท างานทสมผสความรอน

bull ใชอปกรณชวยผอนแรง เพอชวยลดคาพลงงานความรอน

61

การปองกนทตวบคคล

bull ใชอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคลเพอปองกนความรอนทตองสมผส

bull จดท าปายเตอน

bull การจดสวสดการในเรอง น าดม-เกลอแร ทช าระลางรางกาย ทนงพก

62

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

เสยง (Sound) คอ พลงงานรปหนงทเกดจากการสนสะเทอนของโมเลกลของอากาศ ท าใหเกดการอดและขยายสลบกนของโมเลกลอากาศ ความดนบรรยากาศจงเกดการเปลยนแปลงตามการเคลอนทของโมเลกลอากาศ เรยกวา คลนเสยง

เสยงดง (noise) หมายถง เสยงซงไมเปนทตองการของคนเพราะท าใหเกดการรบกวนการรบรเสยงทตองการ หรอความเงยบ และเปนเสยงทเปนอนตรายตอการไดยน

เดซเบลเอ ( dBA) เปนหนวยวดความดงเสยงทใกลเคยงกบการตอบสนองตอเสยงของหมนษย

TWA time weighted average เปนคาเฉลยระดบความดงเสยงตลอดระยะเวลาการสมผสเสยง

63

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

การค านวณหา WBGT เฉลย WBGTเฉลย = (WBGT1t1)+(WBGT2t2)+hellip+(WBGTntn)

t1+t2+hellip +tn ตวอยาง คนงานซกพรม 1 ชวโมง (WBGT=37 องศาเซลเซยส) ยกของหนก 45 นาท (WBGT=35 องศาเซลเซยส) ขดดน 15 นาท (WBGT=32 องศาเซลเซยส) จงค านวณWBGT เฉลย

WBGTเฉลย = (3760)+(3545)+(3215) 60+45+15

= 356 องศาเซลเซยส

54

ตวอยางแบบบนทกขอมลการตรวจวดดชนความรอน

ลกษณะการท างาน Work load ระยะเวลา ( นาท )

WB

(degc) DB (degc)

GT (degc)

WBGT (degc)

ชอสถานประกอบกจการ

วนเดอนป ทตรวจวด

เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช

ปรบเทยบความถกตองเครองมอ

แผนก

ชอพนกงาน

55

การควบคมและปองกนอนตราย bull การใชฉนวนหมแหลงก าเนดความรอน เชน ใชฉนวนบทอน ารอน เพอลดการ

แผรงสและพาความรอน bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน bull การจดระบบระบายอากาศแบบทวไปและแบบเฉพาะท bull การแยกแหลงก าเนดความรอนออกจากบรเวณการท างาน bull การตดประกาศเตอน bull การลดเวลาท างานสมผสความรอนและเพมเวลาพก bull จดน าดมและน าเกลอแร bull การจดอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคล เปนตน

56

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การใชฉนวนหม (Insulator)

bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน (Radiation Shielding)

57

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การจดการระบายอากาศเฉพาะท (Local Exhaust Ventilation)

58

การปองกนททางผาน

bull จดท าหองพก หรอหองควบคมใหพนกงาน

bull การจายอากาศทม ความเยนเฉพาะจด ใหทตว

59

การปองกนททางผาน

bull การจดทศทางการเคลอนท

ของอากาศอยางเหมาะสม

bull อาศยการดนอากาศเยนจากดานลาง เพอไลอากาศรอนสดานบน

60

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาการท างานทสมผสความรอน

bull ใชอปกรณชวยผอนแรง เพอชวยลดคาพลงงานความรอน

61

การปองกนทตวบคคล

bull ใชอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคลเพอปองกนความรอนทตองสมผส

bull จดท าปายเตอน

bull การจดสวสดการในเรอง น าดม-เกลอแร ทช าระลางรางกาย ทนงพก

62

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

เสยง (Sound) คอ พลงงานรปหนงทเกดจากการสนสะเทอนของโมเลกลของอากาศ ท าใหเกดการอดและขยายสลบกนของโมเลกลอากาศ ความดนบรรยากาศจงเกดการเปลยนแปลงตามการเคลอนทของโมเลกลอากาศ เรยกวา คลนเสยง

เสยงดง (noise) หมายถง เสยงซงไมเปนทตองการของคนเพราะท าใหเกดการรบกวนการรบรเสยงทตองการ หรอความเงยบ และเปนเสยงทเปนอนตรายตอการไดยน

เดซเบลเอ ( dBA) เปนหนวยวดความดงเสยงทใกลเคยงกบการตอบสนองตอเสยงของหมนษย

TWA time weighted average เปนคาเฉลยระดบความดงเสยงตลอดระยะเวลาการสมผสเสยง

63

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

ตวอยางแบบบนทกขอมลการตรวจวดดชนความรอน

ลกษณะการท างาน Work load ระยะเวลา ( นาท )

WB

(degc) DB (degc)

GT (degc)

WBGT (degc)

ชอสถานประกอบกจการ

วนเดอนป ทตรวจวด

เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช

ปรบเทยบความถกตองเครองมอ

แผนก

ชอพนกงาน

55

การควบคมและปองกนอนตราย bull การใชฉนวนหมแหลงก าเนดความรอน เชน ใชฉนวนบทอน ารอน เพอลดการ

แผรงสและพาความรอน bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน bull การจดระบบระบายอากาศแบบทวไปและแบบเฉพาะท bull การแยกแหลงก าเนดความรอนออกจากบรเวณการท างาน bull การตดประกาศเตอน bull การลดเวลาท างานสมผสความรอนและเพมเวลาพก bull จดน าดมและน าเกลอแร bull การจดอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคล เปนตน

56

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การใชฉนวนหม (Insulator)

bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน (Radiation Shielding)

57

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การจดการระบายอากาศเฉพาะท (Local Exhaust Ventilation)

58

การปองกนททางผาน

bull จดท าหองพก หรอหองควบคมใหพนกงาน

bull การจายอากาศทม ความเยนเฉพาะจด ใหทตว

59

การปองกนททางผาน

bull การจดทศทางการเคลอนท

ของอากาศอยางเหมาะสม

bull อาศยการดนอากาศเยนจากดานลาง เพอไลอากาศรอนสดานบน

60

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาการท างานทสมผสความรอน

bull ใชอปกรณชวยผอนแรง เพอชวยลดคาพลงงานความรอน

61

การปองกนทตวบคคล

bull ใชอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคลเพอปองกนความรอนทตองสมผส

bull จดท าปายเตอน

bull การจดสวสดการในเรอง น าดม-เกลอแร ทช าระลางรางกาย ทนงพก

62

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

เสยง (Sound) คอ พลงงานรปหนงทเกดจากการสนสะเทอนของโมเลกลของอากาศ ท าใหเกดการอดและขยายสลบกนของโมเลกลอากาศ ความดนบรรยากาศจงเกดการเปลยนแปลงตามการเคลอนทของโมเลกลอากาศ เรยกวา คลนเสยง

เสยงดง (noise) หมายถง เสยงซงไมเปนทตองการของคนเพราะท าใหเกดการรบกวนการรบรเสยงทตองการ หรอความเงยบ และเปนเสยงทเปนอนตรายตอการไดยน

เดซเบลเอ ( dBA) เปนหนวยวดความดงเสยงทใกลเคยงกบการตอบสนองตอเสยงของหมนษย

TWA time weighted average เปนคาเฉลยระดบความดงเสยงตลอดระยะเวลาการสมผสเสยง

63

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

การควบคมและปองกนอนตราย bull การใชฉนวนหมแหลงก าเนดความรอน เชน ใชฉนวนบทอน ารอน เพอลดการ

แผรงสและพาความรอน bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน bull การจดระบบระบายอากาศแบบทวไปและแบบเฉพาะท bull การแยกแหลงก าเนดความรอนออกจากบรเวณการท างาน bull การตดประกาศเตอน bull การลดเวลาท างานสมผสความรอนและเพมเวลาพก bull จดน าดมและน าเกลอแร bull การจดอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคล เปนตน

56

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การใชฉนวนหม (Insulator)

bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน (Radiation Shielding)

57

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การจดการระบายอากาศเฉพาะท (Local Exhaust Ventilation)

58

การปองกนททางผาน

bull จดท าหองพก หรอหองควบคมใหพนกงาน

bull การจายอากาศทม ความเยนเฉพาะจด ใหทตว

59

การปองกนททางผาน

bull การจดทศทางการเคลอนท

ของอากาศอยางเหมาะสม

bull อาศยการดนอากาศเยนจากดานลาง เพอไลอากาศรอนสดานบน

60

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาการท างานทสมผสความรอน

bull ใชอปกรณชวยผอนแรง เพอชวยลดคาพลงงานความรอน

61

การปองกนทตวบคคล

bull ใชอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคลเพอปองกนความรอนทตองสมผส

bull จดท าปายเตอน

bull การจดสวสดการในเรอง น าดม-เกลอแร ทช าระลางรางกาย ทนงพก

62

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

เสยง (Sound) คอ พลงงานรปหนงทเกดจากการสนสะเทอนของโมเลกลของอากาศ ท าใหเกดการอดและขยายสลบกนของโมเลกลอากาศ ความดนบรรยากาศจงเกดการเปลยนแปลงตามการเคลอนทของโมเลกลอากาศ เรยกวา คลนเสยง

เสยงดง (noise) หมายถง เสยงซงไมเปนทตองการของคนเพราะท าใหเกดการรบกวนการรบรเสยงทตองการ หรอความเงยบ และเปนเสยงทเปนอนตรายตอการไดยน

เดซเบลเอ ( dBA) เปนหนวยวดความดงเสยงทใกลเคยงกบการตอบสนองตอเสยงของหมนษย

TWA time weighted average เปนคาเฉลยระดบความดงเสยงตลอดระยะเวลาการสมผสเสยง

63

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การใชฉนวนหม (Insulator)

bull การใชฉากกนปองกนรงสความรอน (Radiation Shielding)

57

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การจดการระบายอากาศเฉพาะท (Local Exhaust Ventilation)

58

การปองกนททางผาน

bull จดท าหองพก หรอหองควบคมใหพนกงาน

bull การจายอากาศทม ความเยนเฉพาะจด ใหทตว

59

การปองกนททางผาน

bull การจดทศทางการเคลอนท

ของอากาศอยางเหมาะสม

bull อาศยการดนอากาศเยนจากดานลาง เพอไลอากาศรอนสดานบน

60

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาการท างานทสมผสความรอน

bull ใชอปกรณชวยผอนแรง เพอชวยลดคาพลงงานความรอน

61

การปองกนทตวบคคล

bull ใชอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคลเพอปองกนความรอนทตองสมผส

bull จดท าปายเตอน

bull การจดสวสดการในเรอง น าดม-เกลอแร ทช าระลางรางกาย ทนงพก

62

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

เสยง (Sound) คอ พลงงานรปหนงทเกดจากการสนสะเทอนของโมเลกลของอากาศ ท าใหเกดการอดและขยายสลบกนของโมเลกลอากาศ ความดนบรรยากาศจงเกดการเปลยนแปลงตามการเคลอนทของโมเลกลอากาศ เรยกวา คลนเสยง

เสยงดง (noise) หมายถง เสยงซงไมเปนทตองการของคนเพราะท าใหเกดการรบกวนการรบรเสยงทตองการ หรอความเงยบ และเปนเสยงทเปนอนตรายตอการไดยน

เดซเบลเอ ( dBA) เปนหนวยวดความดงเสยงทใกลเคยงกบการตอบสนองตอเสยงของหมนษย

TWA time weighted average เปนคาเฉลยระดบความดงเสยงตลอดระยะเวลาการสมผสเสยง

63

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

การปรบปรงทแหลงก าเนด bull การจดการระบายอากาศเฉพาะท (Local Exhaust Ventilation)

58

การปองกนททางผาน

bull จดท าหองพก หรอหองควบคมใหพนกงาน

bull การจายอากาศทม ความเยนเฉพาะจด ใหทตว

59

การปองกนททางผาน

bull การจดทศทางการเคลอนท

ของอากาศอยางเหมาะสม

bull อาศยการดนอากาศเยนจากดานลาง เพอไลอากาศรอนสดานบน

60

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาการท างานทสมผสความรอน

bull ใชอปกรณชวยผอนแรง เพอชวยลดคาพลงงานความรอน

61

การปองกนทตวบคคล

bull ใชอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคลเพอปองกนความรอนทตองสมผส

bull จดท าปายเตอน

bull การจดสวสดการในเรอง น าดม-เกลอแร ทช าระลางรางกาย ทนงพก

62

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

เสยง (Sound) คอ พลงงานรปหนงทเกดจากการสนสะเทอนของโมเลกลของอากาศ ท าใหเกดการอดและขยายสลบกนของโมเลกลอากาศ ความดนบรรยากาศจงเกดการเปลยนแปลงตามการเคลอนทของโมเลกลอากาศ เรยกวา คลนเสยง

เสยงดง (noise) หมายถง เสยงซงไมเปนทตองการของคนเพราะท าใหเกดการรบกวนการรบรเสยงทตองการ หรอความเงยบ และเปนเสยงทเปนอนตรายตอการไดยน

เดซเบลเอ ( dBA) เปนหนวยวดความดงเสยงทใกลเคยงกบการตอบสนองตอเสยงของหมนษย

TWA time weighted average เปนคาเฉลยระดบความดงเสยงตลอดระยะเวลาการสมผสเสยง

63

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

การปองกนททางผาน

bull จดท าหองพก หรอหองควบคมใหพนกงาน

bull การจายอากาศทม ความเยนเฉพาะจด ใหทตว

59

การปองกนททางผาน

bull การจดทศทางการเคลอนท

ของอากาศอยางเหมาะสม

bull อาศยการดนอากาศเยนจากดานลาง เพอไลอากาศรอนสดานบน

60

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาการท างานทสมผสความรอน

bull ใชอปกรณชวยผอนแรง เพอชวยลดคาพลงงานความรอน

61

การปองกนทตวบคคล

bull ใชอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคลเพอปองกนความรอนทตองสมผส

bull จดท าปายเตอน

bull การจดสวสดการในเรอง น าดม-เกลอแร ทช าระลางรางกาย ทนงพก

62

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

เสยง (Sound) คอ พลงงานรปหนงทเกดจากการสนสะเทอนของโมเลกลของอากาศ ท าใหเกดการอดและขยายสลบกนของโมเลกลอากาศ ความดนบรรยากาศจงเกดการเปลยนแปลงตามการเคลอนทของโมเลกลอากาศ เรยกวา คลนเสยง

เสยงดง (noise) หมายถง เสยงซงไมเปนทตองการของคนเพราะท าใหเกดการรบกวนการรบรเสยงทตองการ หรอความเงยบ และเปนเสยงทเปนอนตรายตอการไดยน

เดซเบลเอ ( dBA) เปนหนวยวดความดงเสยงทใกลเคยงกบการตอบสนองตอเสยงของหมนษย

TWA time weighted average เปนคาเฉลยระดบความดงเสยงตลอดระยะเวลาการสมผสเสยง

63

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

การปองกนททางผาน

bull การจดทศทางการเคลอนท

ของอากาศอยางเหมาะสม

bull อาศยการดนอากาศเยนจากดานลาง เพอไลอากาศรอนสดานบน

60

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาการท างานทสมผสความรอน

bull ใชอปกรณชวยผอนแรง เพอชวยลดคาพลงงานความรอน

61

การปองกนทตวบคคล

bull ใชอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคลเพอปองกนความรอนทตองสมผส

bull จดท าปายเตอน

bull การจดสวสดการในเรอง น าดม-เกลอแร ทช าระลางรางกาย ทนงพก

62

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

เสยง (Sound) คอ พลงงานรปหนงทเกดจากการสนสะเทอนของโมเลกลของอากาศ ท าใหเกดการอดและขยายสลบกนของโมเลกลอากาศ ความดนบรรยากาศจงเกดการเปลยนแปลงตามการเคลอนทของโมเลกลอากาศ เรยกวา คลนเสยง

เสยงดง (noise) หมายถง เสยงซงไมเปนทตองการของคนเพราะท าใหเกดการรบกวนการรบรเสยงทตองการ หรอความเงยบ และเปนเสยงทเปนอนตรายตอการไดยน

เดซเบลเอ ( dBA) เปนหนวยวดความดงเสยงทใกลเคยงกบการตอบสนองตอเสยงของหมนษย

TWA time weighted average เปนคาเฉลยระดบความดงเสยงตลอดระยะเวลาการสมผสเสยง

63

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาการท างานทสมผสความรอน

bull ใชอปกรณชวยผอนแรง เพอชวยลดคาพลงงานความรอน

61

การปองกนทตวบคคล

bull ใชอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคลเพอปองกนความรอนทตองสมผส

bull จดท าปายเตอน

bull การจดสวสดการในเรอง น าดม-เกลอแร ทช าระลางรางกาย ทนงพก

62

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

เสยง (Sound) คอ พลงงานรปหนงทเกดจากการสนสะเทอนของโมเลกลของอากาศ ท าใหเกดการอดและขยายสลบกนของโมเลกลอากาศ ความดนบรรยากาศจงเกดการเปลยนแปลงตามการเคลอนทของโมเลกลอากาศ เรยกวา คลนเสยง

เสยงดง (noise) หมายถง เสยงซงไมเปนทตองการของคนเพราะท าใหเกดการรบกวนการรบรเสยงทตองการ หรอความเงยบ และเปนเสยงทเปนอนตรายตอการไดยน

เดซเบลเอ ( dBA) เปนหนวยวดความดงเสยงทใกลเคยงกบการตอบสนองตอเสยงของหมนษย

TWA time weighted average เปนคาเฉลยระดบความดงเสยงตลอดระยะเวลาการสมผสเสยง

63

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

การปองกนทตวบคคล

bull ใชอปกรณปองกนอนตรายสวนบคคลเพอปองกนความรอนทตองสมผส

bull จดท าปายเตอน

bull การจดสวสดการในเรอง น าดม-เกลอแร ทช าระลางรางกาย ทนงพก

62

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

เสยง (Sound) คอ พลงงานรปหนงทเกดจากการสนสะเทอนของโมเลกลของอากาศ ท าใหเกดการอดและขยายสลบกนของโมเลกลอากาศ ความดนบรรยากาศจงเกดการเปลยนแปลงตามการเคลอนทของโมเลกลอากาศ เรยกวา คลนเสยง

เสยงดง (noise) หมายถง เสยงซงไมเปนทตองการของคนเพราะท าใหเกดการรบกวนการรบรเสยงทตองการ หรอความเงยบ และเปนเสยงทเปนอนตรายตอการไดยน

เดซเบลเอ ( dBA) เปนหนวยวดความดงเสยงทใกลเคยงกบการตอบสนองตอเสยงของหมนษย

TWA time weighted average เปนคาเฉลยระดบความดงเสยงตลอดระยะเวลาการสมผสเสยง

63

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

เสยง (Sound) คอ พลงงานรปหนงทเกดจากการสนสะเทอนของโมเลกลของอากาศ ท าใหเกดการอดและขยายสลบกนของโมเลกลอากาศ ความดนบรรยากาศจงเกดการเปลยนแปลงตามการเคลอนทของโมเลกลอากาศ เรยกวา คลนเสยง

เสยงดง (noise) หมายถง เสยงซงไมเปนทตองการของคนเพราะท าใหเกดการรบกวนการรบรเสยงทตองการ หรอความเงยบ และเปนเสยงทเปนอนตรายตอการไดยน

เดซเบลเอ ( dBA) เปนหนวยวดความดงเสยงทใกลเคยงกบการตอบสนองตอเสยงของหมนษย

TWA time weighted average เปนคาเฉลยระดบความดงเสยงตลอดระยะเวลาการสมผสเสยง

63

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

การตรวจวดและประเมนการสมผสเสยงและการฝกปฏบต

bull ความถของเสยง (Frequency of Sound) หมายถง จ านวนครงของการเปลยนแปลงความดนบรรยากาศตามการอดและขยายของโมเลกลอากาศในหนงวนาท หนวยวด คอ รอบตอวนาท หรอ เฮรตช (Hertz Hz)

bull ความดนสยง (Sound Pressure) หมายถง คาความดนของคลนเสยงทเปลยนแปลงไปจากความดนบรรยากาศปกต ซงคาความดนทเปลยนแปลงมากทสด คอ คาความสงคลนหรอแอมปลจด การตอบสนองของหตอความดนเสยงไมไดมลกษณะเปนเสนตรง แตมความสมพนธในลกษณะของลอการทม (Logarithm) ดงนนคาระดบความดนเสยงทอานไดจากการตรวจวดโดยเครองวดเสยงนน เปนคาทไดจากการเปรยบเทยบกบความดนเสยงอางองแลว มหนวยวดเปน เดซเบล (decibel dB)

64

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

เสยงแบงออกเปน 3 ประเภท bull เสยงดงแบบตอเนอง ( Continuous Noise)

- เสยงดงตอเนองแบบคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบ เสยงเปลยนแปลงไมเกน 3 dBA เชน เสยงพดลม เปนตน - เสยงดงตอเนองแบบไมคงท ลกษณะเสยงดงทมระดบเสยงเปลยนแปลงเกน 10

dBA เชน เสยงเจยร เปนตน bull เสยงดงเปนชวง ๆ ( Intermittent Noise) เปนเสยงทดงไมตอเนองดงปนระยะ เชน เสยง

เครองบนบนผาน เปนตน bull เสยงดงกระทบหรอกระแทก (Impact Noise) เปนเสยงทเกดขนและสนสดอยางรวดเรวใน

เวลานอยกวา 1 วนาท มการเปลยนแปลงของเสยงมากกวา 40 dBA 65

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

กลไกการไดยน

66

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

67

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

อนตรายจากเสยงดงและผลกระทบตอสขภาพ bull การสญเสยการไดยนเกดจากการทเซลลขนถกกระทบกระเทอนจนไมสามารถท างานได bull การสญเสยการไดยน แบงออกเปน 2 ชนด การสญเสยการไดยนแบบชวคราว การสญเสยการไดยนแบบถาวร (ไมสามารถรกษาได) bull ชวงความถทมนษยไดยน 20 ndash 20000 เฮรตซ bull การสญเสยการไดยน จะเรมทความถ 4000 เฮรตซ bull ความถของการสนทนาซงมความถต า คอ ท 500 ndash 2000 เฮรตซจะสญเสยชากวาท

ความถสง bull เสยงดงทอาจเปนอนตรายตอการไดยนทดสอบไดโดยยนหางกน 1 เมตร แลวพดคยกน

ดวยเสยงปกต ถาไมสามารถไดยนหรอตองพดซ าๆ หรอตะโกนคยกน แสดงวาสภาพแวดลอมการท างานนนมความดงเสยงประมาณ 90 เดซเบลเอ หรอมากกวา

68

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

เครองมอทใชในการตรวจวดเสยง

สวนประกอบพนฐานของเครองวดเสยง ม 4 สวน

1 ไมโครโฟน

2 ชดขยายเสยง

3 ขายถวงน าหนก

4 มาตรวด

69

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

Sound level meter

Sound level meter

bull เปนเครองมอพนฐานในการวดเสยงไดตงแต 40 ndash 140 เดซเบล

bull ขายทใชอยางกวางขวาง คอ ขาย A เพราะเปนขายตอบสนองตอเสยงคลายคลงกบหคนมากทสด

bull ตองสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 651 Type 2 หรอเทยบเทา

70

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

เครองวเคราะหความถเสยง

71

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

72

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

เครองวดเสยงกระทบหรอกระแทก เครองวดระดบเสยงกระทบหรอกระแทกตองมคณลกษณะสอดคลองกบ

มาตรฐาน IEC 61672 หรอ IEC 60804 หรอเทยบเทา เนองจากเครองวดเสยงทวไปไมมความไวพอ ในการตอบสนองตอเสยงกระแทก จงควรใชเครองวดเสยงกระทบหรอกระแทกโดยเฉพาะ

73

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

Noise Dosimeter

Noise Dosimeter

bull ใชประเมนการสมผสเสยงทมความดงเปลยน แปลงไมคงทตลอดระยะเวลาการท างาน

bull เครองจะบนทกระดบเสยงระยะเวลาทไดสมผสทระดบความดงตางๆตลอดเวลาทพนกงานสมผส

bull เครองวดปรมาณเสยงสะสมตองมคณ ลกษณะสอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61252

หรอเทยบเทา 74

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

เครองวเคราะหความถเสยง

bull เครองนสามารถวดความดงเสยงในแตละความถได แลวน าผลการตรวจวดไปใชประโยชนในการวางแผน ควบคมเสยง เชน การเลอกใชวสดดดซบเสยง bull เครองวเคราะหความถเสยง ตองมคณ ลกษณะ สอดคลองกบมาตรฐาน IEC 61260 หรอเทยบเทา

75

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

เครองวเคราะหความถเสยง

76

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

การวเคราะหความถของเสยง

22720

16K

77

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

Windscreen

78

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

Calibrator

79

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

Calibration

80

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

Tripod

81

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

การตดตง Noise dosimeter ทตวบคคล

ตรวจสอบเครองใหพรอมใชงาน และตงคาของเครอง ดงน

Threshold level ท 80 dBA ระดบเสยงดงทเครองวดปรมาณเสยงสะสมเรมน ามาค านวณ

Criteria level ท 90 dBA อตราแลกเปลยนพลงงาน (Energy Exchange

Rate) ท 5 82

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

ขนตอนและเทคนคการตรวจวด

1 การส ารวจเบองตน (ควรมแผนผงและกระบวนการผลต) 2 การตรวจวดเสยง - เตรยมการ(เลอกเครองมอ ตรวจความพรอม ปรบเทยบ เตรยมอปกรณอน ๆ) - เทคนคการวดควรตงคาดงน 1 ตงคาเครองวดเสยง(วดแบบ dBA การตอบสนองแบบชา วดชวงคาสง) 2 การตรวจวดเสยงตองใหไมโครโฟนอยระดบหของพนกงาน หางไมเกน 30 ซม 3 อานคาและบนทกคาระดบเสยงและระยะเวลาการสมผส 4 น าคา TWA ทตรวจวดไดไปเปรยบเทยบเกณฑมาตรฐาน

83

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

สตรการค านวณ

bull หาระยะเวลาทสามารถท างานได Tชวโมง = 8( 2(L-90) 5) Tนาท = 480( 2(L -90) 5)

bull หาปรมาณเสยงสะสมทพนกงานไดรบ

D = (C1T1+ C2T2++ CnTn) 100

bull หาคา TWA 8 ชวโมง TWA 8 ชวโมง =1661 log (D100)+90

84

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

90

5

85

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

การค านวณ

C1= 2 ชวโมง C2= 1 ชวโมง C3= 3 ชวโมง C4= 2 ชวโมง L1= 94 dBA T1= 46 ชวโมง L2= 85 dBA T2= 16 ชวโมง L3= 91 dBA T3= 7 ชวโมง L4= 88 dBA T4= 106 ชวโมง

จากสมการ T = 8 ชวโมง 2(L - 90)5 หรอตาราง A1

86

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

การค านวณ

bull D = (C1T1 + C2T2 + C3T3 + C4T4) 100

D = (246 + 116 + 37 + 2106) 100

D = 111

bull TWA 8 ชวโมง = 1661 log (D100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 1661 log (111100) + 90

TWA 8 ชวโมง = 908 dBA

(หรอใชตาราง A2)

87

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

มาตรฐานระดบเสยงทยอมใหลกจางไดรบตลอดเวลาการท างานในแตละวน

88

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

การค านวณความสามรถในการลดเสยงของอปกรณปกปองการไดยน ตองน าคาอตราการลดระดบเสยง(NRR)มาค านวณเพอชวยในการพจารณาในการเลอกใช

อปกรณปกปองการไดยน วธการค านวณคา NRR ตามหลกการของ OSHA สามารถท าได 2 แบบ คอ bull แบบใชอปกรณปองกนเพยงชนดเดยว 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 ลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน bull แบบใชอปกรณปองกน 2 ชนด 1 น าคาหรอค านวณคา TWA ทขาย A ของลกจางในสภาพแวดลอมในการท างาน 2 เลอกคา NRRทสงสดของอปกรณปกปองการไดยนของทง 2 ชนดลบ 7 เดซเบลออกจาก NRRแลวคณดวย safety factor 50 แลวมาบวกดวย 5 3 น าคาจากขอ 2 ลบคาในขอ 1 จะไดคาประมาณTWA ทขาย A ภายใตอปกรณปกปองการไดยน

89

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

การควบคมอนตรายจากเสยง มหลกการ 3 ประการ คอ 1 การควบคมทแหลงก าเนด การออกแบบเครองจกร เครองมอใหท างานเงยบ การออกแบบจด

ผงการท างานเพอลดการสมผสเสยง การจดทครอบปดเครองจกร การตดตงในต าแหนงใหมนคงและการใชอปกรณปองกนการสนสะเทอน หรอการตดตงวสดดดซบเสยงทแหลงก าเนด เชน เครองจ ากดเสยง (Silencers) เครองเกบเสยง (Muffler) เครองลดการสนสะเทอน(Vibration Isolators) แหนบลดการสนสะเทอน (Damper Treatments) เปนตน และการบ ารงรกษาอยางเปนระบบและสม าเสมอ

2 การควบคมททางผาน ท าไดโดยการเพมระยะทางระหวางแหลงก าเนดและบรเวณทมผปฏบตงานอย การปดกนหองหรอท าฉากก าบงกนทางเดนเสยง การตดตงวสดดดซบเสยงทเพดานหรอฝาผนง

3 การควบคมทผปฏบตงาน โดยอาจหมนเวยนคนท างาน การจดท าเปนหองควบคม การทดสอบสมรรถภาพการไดยน การใชทอดหหรอทครอบห บางครงอาจตองสวมใสทงทอดหและทครอบหพรอมกน

90

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

การปรบปรงทแหลงก าเนดเสยง

bull บ ารงรกษาเครองจกรอปกรณ bull เลอกใชเครองจกรทไมกอใหเกดเสยงดงมาก bull ใชแผนวสดชวยดดซบเสยงทเกดจากแรงกระแทก bull ตดตงเครองจกรบนพนทมความมนคง bull ลดระยะความสงระหวางจดปลอยกบพนของวสดรองรบใหใกลกน

91

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

การปองกนททางผานของเสยง

bull ปดครอบเครองจกรทเปนสาเหตเสยงดง

bull ท าฉากกนระหวางแหลงก าเนดเสยงกบผปฏบตงาน bull ท าหองกนแยกจากบรเวณทมเสยงดง bull ตดตงวสดดดซบเสยง bull ยายเครองจกรหรออปกรณทมเสยงดงออกไป

92

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

การปองกนทตวบคคล

bull ลดระยะเวลาท างานลง

bull ตดตงปายเตอนบรเวณทมเสยงดง bull ตรวจสมรรถภาพการไดยน

93

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

โครงการอนรกษการไดยน

กฎกระทรวงฯ ขอ 12 มการก าหนดใหมการจดท าโครงการอนรกษการไดยน ในสถานประกอบกจการ เมอลกจางไดรบเสยงเฉลยตงแต 85 เดซเบลเอ ตลอดระยะเวลา 8 ชวโมง

94

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

องคประกอบหลกของโครงการอนรกษการไดยน

bull นโยบายของโครงการและก าหนดหนาท ความรบผดชอบ bull การเฝาระวงเสยงดง bull การควบคมเสยงดง bull การเฝาระวงการไดยนและระบบการสงตอ bull การสอสาร bull การฝกอบรมและการจงใจ bull การเกบบนทกขอมลและจดท าเอกสาร bull การตรวจประเมนและประเมนผลโครงการ bull การทบทวนการจดการ

95

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดเสยง

จดตรวจวด

จ านวนคน

สมผสเสยง

ระยะเวลาสมผสเสยง(ชม)

ระดบเสยง(dBA)

TWA 8ชม เทยบมาตรฐาน

ค านวณได มาตรฐาน เกน ไมเกน

ชอสถานประกอบกจการทตง

เครองวดเสยงยหอรน

วนทท าการตรวจวดวนทท าการปรบเทยบ

96

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

การตรวจวดและประเมนความเขมขนของแสงสวางและการฝกปฏบต

bull แสงเปนพลงงานคลนแมเหลกไฟฟาในชวงความยาวคลนทสามารถกระตนจอภาพและท าใหเกดการมองเหน ซงมควมยาวคลนในชวง 380 ndash 770 นาโนเมตร

bull หนวยวดความเขมแสง เปน ลกซ (Lux)

bull แหลงก าเนดแสงทส าคญ

- จากธรรมชาต คอ ดวงอาทตย

- สงทมนษยสรางขน เชน หลอดไฟฟลออเรสเซนต หลอดแสงจนทร เปนตน 97

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

กลไกการมองเหน

98

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

อนตรายของแสงสวางและผลกระทบตอสขภาพ

bull แสงสวางนอยเกนไป - กลามเนอตาท างานมากเกนไปเพราะตองบงคบใหรมานตาเปดกวางขน - เกดความเมอยลาจากการจองมองเพงนาน ๆ - การหยบจบเครองมออปกรณผดพลาดไดงาย bull แสงสวางมากเกนไป - เกดความไมสบาย เมอยลา การมองเหนแยลง ทงแสงสวางนอยไปหรอมากไป จะท าใหมผลกระทบตอจตใจ เบอ

หนายในการท างาน เกดอบตเหตไดงาย 99

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

เครองมอและอปกรณในการตรวจวดความเขมแสงสวาง สวนประกอบทส าคญม 2 สวน

1 เซลลรบแสง ถกออกแบบใหโคงเพอใหแสงจากทกทสทางตกกระทบ 90 องศารอบดาน

2 สวนมเตอร จะแสดงคาบนหนาจอเปนความเขมแสงสวาง

LUX METER bullสามารถวดความเขมแสงสวาง 0 ndash 10000 ลกซ bullตองปนตามมาตรฐาน CIE 1931หรอ ISOCIE 10527 หรอเทยบเทา

LUX METER 100

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

การตรวจวดความเขมแสงสวาง

การตรวจวดภายในอาคาร ตองพจารณาสภาพแวดลอมทมผลดวย เชน มาน มล สภาพมดครมเนองจากฝนตก เปนตน

วธการตรวจวดม 2 วธ 1 การวดแบบจด วด ณ จดสายตาตกกระทบชนงานหรอจดทคนงานท างานอย โดยวางเซลล

รบแสงในแนวระนาบกบชนงาน 2 การวดแสงเฉลยแบบพนท เปนการวดในพนททวไป เชน ทางเดน พนทกระบวนการผลต เปนตน

สามารถวดได 2 แบบคอ แบงพนทเปน 22 และวดจดตวแทนพนทถาหลอดไฟตดซ า ๆ กน

101

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

การวดแบบแบงพนทเปน 22 ตารางเมตร

หาคาเฉลยของ 8 จด

จดตรวจวด

102

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

หลอดไฟมระยะหางระหวางหลอดเทากนและมมากกวา 2 แถว

103

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

ไฟดวงเดยวตดกลางหอง

104

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

หลอดไฟตดตงแถวเดยวกลางหอง

105

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองมากกวาหรอเทากบ 2 แถว

106

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

หลอดไฟตดตงแบบตอเนองแถวเดยว

107

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

หลอดไฟตดกระจายบนเพดาน

108

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

ขนตอนและเทคนควธการวดแสงสวาง bull ปรบเครองอานคาท ศนย bull ศกษาลกษณะการท างานของผปฏบตงาน และปจจยแวดลอม bull วางเซลลรบแสงระนาบเดยวกบพนผวงาน bull ใหเซลลรบแสงรบแสงจนคาแนนอน ประมาณ 2- 3 นาท จงอานคามเตอรและ

บนทกผล bull น าผลการตรวจวดเทยบกบกฎกระทรวง หมวด 2 เรองแสงสวาง bull การตรวจวดตองวดตามสภาพความเปนจรง ลกษณะการท างานจรง bull งานทปฏบตในเวลากลางวนตองวดเวลากลางวน งานทปฏบตในเวลากลางคนตอง

วดเวลากลางคน bull การบนทกผลตองบนทกปจจยแวดลอมทเกยวของดวย

109

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

การควบคมและปองกนอนตราย

bull การจดการกบแหลงแสง - เลอกระบบแสงสวาง ลกษณะของหองและพน ปรมาณแสงทเพยงพอและมคณภาพ bull แสงสวางทควรหลกเลยง - การเกดแสงจา ( ม 2 ชนด เขาตาโดยตรง และจากการสะทอน ) - การเกดเงา

110

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

สาเหตทท าใหระบบการสองสวางลดลง

bull ฝ น หรอสงสกปรกทตดอยบนดวงไฟ bull อายการใชงานของแหลงก าเนดแสง bull การน าสงของตาง ๆ วางกดขวางการสองสวาง

111

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

ตวอยางแบบบนทกการตรวจวดความเขมแสงสวาง

จดท างาน วดแบบ คาทวดได(ลกซ)

มาตรฐาน

หมายเหต

พนท เฉพาะจด

ชอสถานประกอบกจการ

วนทตรวจวด เวลาทตรวจวด

เครองมอทใช ปรบเทยบความถกตองวนท

112

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

การจดท ารายงานการตรวจวดและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

bull ขอมลเกยวกบสถานประกอบกจการ

bull การตรวจและประเมนสภาพแวดลอมในการท างาน

- ผลการตรวจวดคาระดบความรอนโดยค านวณเฉลยของ WBGT - ผลการตรวจวดความเขมของแสงสวางในบรเวณการท างาน - ผลการตรวจวดเสยงในการท างาน

bull การด าเนนการปรบปรงสภาพแวดลอมในการท างาน

113

114

114

Recommended