สื่อการเรียนการสอน Microsoft PowerPoint...

Preview:

Citation preview

สอการเรยนการสอน Microsoft PowerPoint 2016 Microsoft PowerPoint 2016

จดท าโดย นายฐาปนพงศ ยอแสง นายธรภทร มนตพพฒน นายณพงศ ภรต

โครงการนเปนสวนหนงของการศกษาตามหลกสตรประกาศนยบตรวชาชพ สาขาวชาคอมพวเตอรธรกจ

วทยาลยเทคโนโลยอรรถวทยพณชยการ ปการศกษา 2562

บทคดยอ หวขอโครงการ สอการเรยนการสอน Microsoft PowerPoint 2016 Microsoft PowerPoint 2016 ผจดท าโครงการ นายฐาปนพงศ ยอแสง

นายธรภทร มนตพพฒน นายณพงศ ภรต

อาจารยทปรกษา อาจารยสมาภรณ เยนด อาจารยทปรกษารวม อาจารยนราภรณ บวนช สาขาวชา สาขาวชาคอมพวเตอรธรกจ สถาบน วทยาลยเทคโนโลยอรรถวทยพณชยการ ปการศกษา 2562 --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทคดยอ ในการจดท าโครงการเลมน จดท าขนเกยวกบเวบไซตสอการเรยนการสอนการใชโปรแกรม Microsoft PowerPoint 2016 เพอเผยแพรความรใหผทสนใจไดเขามาศกษา และเรยนรวธการใชงานโปรแกรมไดอยางถกตอง

เวบไซตสอการเรยนการสอนการใชโปรแกรม Microsoft PowerPoint 2016 โดยภายในเวบไซตประกอบไปดวยบทเรยน 5 บท ตงแตเรมตนการใชงาน จนกระทงผใชสามารถน าเสนอผลงานได ซงเวบไซตสอการเรยนการสอนนยงไดแทรกบททดสอบหลงเรยนใหผเรยนไดทดสอบความร ความเขาใจอกดวย

ดงนนคณะผจดท าจงไดจดท าเวบไซตสอการเรยนการสอนน เพอเปนประโยชนแกผทสนใจ ไดเขาใจวธการใชงานโปรแกรม Microsoft PowerPoint 2016 เบองตน และสามารถน าไปประยกตใชในการน าเสนองานในอนาคตได

กตตกรรมประกาศ

ขอขอบคณสถานศกษา วทยาลยเทคโนโลยอรรถวทยพณชยการ ทไดใหคณะผจดท าฝกฝนและเรยนรในการจดท าโครงการน เพอน าไปพฒนาในอนาคตตอไป รวมถงสามารถใหค าปรกษากบนกศกษารนตอไปได และท าใหสามารถจดท าโครงการนส าเรจลลวงไดดวยด

ขอขอบคณอาจารยทปรกษาหลก อาจารยสมาภรณ เยนด ทใหค าแนะน าในการท าเอกสาร และใหค าปรกษาในทกขนตอนของโครงการ ขอบคณอาจารยทปรกษารวมอาจารยนราภรณ บวนช ทใหค าแนะน าในการออกแบบโปรแกรม รวมถงชวยตรวจสอบขอผดพลาด หรอสงทตองปรบปรงแกไข ท าใหโครงการเวบไซตนเสรจสมบรณ และผานมาไดดวยด

และขอขอบคณคณพอ คณแม ผปกครองทกทานทใหก าลงใจ และสนบสนนการท าโครงการน ขอขอบคณสมาชกในกลมทชวยกนจดท าจนโครงการส าเรจไปไดดวยด อกทงยงขอบคณทกอปสรรคปญหาทท าใหรจกความอดทน การแกไขปญหา และพยายามท าใหโครงการนประสบความส าเรจ

ชอโครงการภาษาไทย เวบไซตสอการเรยนการสอน Microsoft PowerPoint 2016 ชอโครงการภาษาองกฤษ Microsoft PowerPoint 2016 โดย 1. นายฐาปนพงศ ยอแสง 2. นายธรภทร มนตพพฒน 3. นายณพงศ ภรต ............................................................................................................................................................. คณะกรรมการอนมตใหเอกสารโครงการฉบบนเปนสวนหนงของการศกษาวชาโครงการ ตามหลกสตรประกาศนยบตรวชาชพ สาขาวชาคอมพวเตอรธรกจ วทยาลยเทคโนโลยอรรถวทย พณชยการ (ATC.)

............................................................ ( อาจารยสมาภรณ เยนด )

อาจารยทปรกษา

............................................................ ( อาจารยนราภรณ บวนช)

อาจารยทปรกษารวม

............................................................ (อาจารยดฐประพจน สวรรณศาสตร)

หวหนาสาขาวชาคอมพวเตอรธรกจ

สารบญ

หนา หนาอนมต ก บทคดยอ ข กตตกรรมประกาศ ค ค าน า ง สารบญ จ สารบญรป ช สารบญตาราง ฏ บทท 1 บทน า 1.1 ภมหลงและความเปนมา 1 1.2 วตถประสงคโครงการ 2 1.3 ขอบเขตการศกษา 2 1.4 ประโยชนทคาดวาจะไดรบ 2 1.5 แผนการด าเนนงาน 3 1.6 เครองมอทใช 4 1.7 งบประมาณในการด าเนนการ 4 บทท 2 ระบบงานและทฤษฎทเกยวของ 2.1 ระบบงานในปจจบน 5 2.2 ปญหาทเกดขนในระบบงานปจจบน 5 2.3 ทฤษฎทเกยวของ 6 บทท 3 การออกแบบงานดวยระบบคอมพวเตอร 3.1 การออกแบบ Site map 25

3.2 การออกแบบสตอรบอรด 32 บทท 4 การพฒนาเวบไซต สอการเรยนการสอนวชามลตมเดย รหววชา 2207-2106 4.1 เครองมอและอปกรณทใช 48 4.2 โปรแกรมทงหมดทใชพฒนา 48

4.3 การตดตงโปรแกรมและระบบ 49

สารบญ (ตอ)

หนา บทท 5 สรปการท าโครงการ 5.1 สรปผลโครงการ 92 5.1.1 ขนาดของโปรแกรมแตละไฟลแจงใหทราบทงหมด 93 5.1.2 ขอผดพลาดทมตอการออกแบบระบบงาน 95 5.1.3 ขอผดพลาดทมในโปรแกรม 95 5.2 ปญหาและอปสรรคในการด าเนนงาน 95 5.3 สรปแผนการด าเนนงานจรง (Gantt Chart) 96 5.4 สรปคาใชจายในการด าเนนงานจรง 97 บรรณานกรม 98 ภาคผนวก 99

- ใบขอเสนออนมตโครงการระบบคอมพวเตอร (ATC.01) 100 - ใบขอเสนออาจารยทปรกษารวมโครงการ (ATC.02) 101 - ใบขอสอบโครงการระบบคอมพวเตอรธรกจ (ATC.03) 102 - ใบรายงานความคบหนาโครงการระบบคอมพวเตอรธรกจ (ATC.04) 103 - ใบบนทกการเขาพบทปรกษาโครงการ (ATC.05) 104 - ขออนญาตอาจารยทปรกษารวมจดท าเอกสาร (ATC.06) 106

ประวตผจดท าโครงการ 107

สารบญรป

หนา รปท 2.1 สขนท 1 และสขนท 2 11 รปท 2.2 สขนท 3 และสขนท 4 11 รปท 2.3 การผสมแบบบวก 12 รปท 2.4 การผสมแบบลบ 12 รปท 2.5 วงลอแบบลบ 13 รปท 2.6 วงลอสแบบบวก 13 รปท 2.7 สทเปนกลาง 14 รปท 2.8 การแสดงความหลากหลายของสทไดจากการผสมสขาว เทา และด า 14 รปท 2.9 ชดสรอน 15 รปท 2.10 ชดสเยน 16รปท 2.11 ชดสแบบเดยว 16 รปท 2.12 ชดสแบบสามเสา 17 รปท 2.13 ชดสทคลายคลงกน 17รปท 2.14 ชดสตรงขาม 18 รปท 2.15 ชดสตรงขามขางเคยง 18 รปท 2.16 ชดสตรงกนขามขางเคยงทงสองดาน 19 รปท 3.1 การออกแบบ Site map 25 รปท 3.2 แสดงหนา Index 32 รปท 3.3 แสดงหนาหลก 32 รปท 3.4 แสดงหนาเลอกหนวยการเรยนร 33 รปท 3.5 แสดงหนาพนฐาน Powerpoint 2016 33 รปท 3.6 แสดงหนาเรมตนใชงาน 34 รปท 3.7 แสดงหนาสรางพรเซนเตชนจากชดธม 34 รปท 3.8 แสดงหนาพรเซนเตชนใหม 35 รปท 3.9 แสดงหนาเพมสไลดแผนใหม 35 รปท 3.10 แสดงหนาเปลยนเคาโครงสไลด 36 รปท 3.11 แสดงหนาการใชงานภาษา 36 รปท 3.12 แสดงหนาปลยนชดธม 37

สารบญรป (ตอ)

หนา รปท 3.13 แสดงหนาเปลยนชดธมส 37 รปท 3.14 แสดงหนาเปลยนฟอนตของธม 38 รปท 3.15 แสดงหนาเปลยนธมเอฟเฟกต 38 รปท 3.16 แสดงหนาเนอหาสไลด 39รปท 3.17 แสดงหนาจดรปแบบขอความในสไลด 39 รปท 3.18 แสดงหนาใสสพนกรอบขอความ 40 รปท 3.19 แสดงหนารปแบบรายการแบบบลเลต 40 รปท 3.20 แสดงหนาจดรปแบบรายการแบบเลขล าดบ 41 รปท 3.21 แสดงหนาเพมกลองขอความ 41 รปท 3.22 แสดงหนาจดรปแบบขอความและกรอบขอความ 42 รปท 3.23 แสดงหนาใสรปภาพลงในสไลด 42 รปท 3.24 แสดงหนาเลอกรปภาพออนไลน 43 รปท 3.25 แสดงหนาจดรปแบบรปภาพ 43 รปท 3.26 แสดงหนาจดรปภาพดวย Layout 44 รปท 3.27 แสดงหนาตารางและกราฟ 44 รปท 3.28 แสดงหนาใสเนอหาในตาราง 45 รปท 3.29 แสดงหนาน าเสนอตวเลขดวยกราฟ 45 รปท 3.30 แสดงหนาจดรปแบบกราฟ 46 รปท 3.31 แสดงหนาเทคนคการสรางและจดรปแบบตาราง 46 รปท 3.32 แสดงหนาสรางสไลดเทมเพลตตนแบบ 47 รปท 3.33 แสดงหนาภาพเคลอนไหว 47 รปท 3.34 แสดงหนาใสเอฟเฟกตการเปลยนแผนสไลด 48 รปท 3.35 แสดงหนาใสเอฟเฟกตการเคลอนไหวเนอหา 48 รปท 3.36 แสดงหนาเพมเอฟเฟกตเนนออบเจกต 49 รปท 3.37 แสดงหนาเพมเอฟเฟกตออกใหออบเจกต 49 รปท 3.38 แสดงหนาหนาตางเลอกออบเจกต 50 รปท 3.39 แสดงหนาสรางการเคลอนไหวให SmartArt 50 รปท 3.40 แสดงหนาสรางการเคลอนไหวให Chart 51

สารบญรป (ตอ)

หนา รปท 3.41 แสดงหนาน าเสนอสไลด 51 รปท 3.42 แสดงหนาแสดงสไลดโชว 52 รปท 3.43 แสดงหนาซอมบรรยายและจบเวลา 52 รปท 3.44 แสดงหนาซอน/แสดงสไลด 53 รปท 3.45 แสดงหนาสงออกพรเซนตไปใชงาน 53 รปท 3.46 แสดงหนาสรางเอกสารประกอบการบรรยาย 54 รปท 3.47 แสดงหนาแพคพรเซนตลงซด 54 รปท 3.48 แสดงหนาแชรสไลดใหคนทตองการ 55 รปท 3.49 แสดงหนาแบบทดสอบใหท า 55 รปท 3.50 แสดงหนาแบบทดสอบท 1 56 รปท 3.51 แสดงหนาแบบทดสอบท 2 56 รปท 3.52 แสดงหนาแบบทดสอบท 3 57 รปท 3.53 แสดงหนาแบบทดสอบท 4 57 รปท 3.54 แสดงหนาแบบทดสอบท 5 58 รปท 3.55 แสดงหนาเนอหาของสาระนาร 58 รปท 3.56 แสดงหนาผจดท า 59 รปท 4.1 คลกเขาไปท Drive D 62 รปท 4.2 คลกเขาไปท Microsoft PowerPoint 2016 62 รปท 4.3 คลกเขาสหนา Web 63 รปท 4.4 คลกเขาไปท Index 63 รปท 4.5 แสดงหนา Index 64 รปท 4.6 แสดงหนาหลก 64 รปท 4.7 แสดงหนาเลอกหนวยการเรยนร 65 รปท 4.8 แสดงหนาพนฐาน Powerpoint 2016 65 รปท 4.9 แสดงหนาเรมตนใชงาน 66 รปท 4.10 แสดงหนาสรางพรเซนเตชนจากชดธม 66 รปท 4.11 แสดงหนาพรเซนเตชนใหม 67 รปท 4.12 แสดงหนาเพมสไลดแผนใหม 67

สารบญรป (ตอ)

หนา รปท 4.13 แสดงหนาเปลยนเคาโครงสไลด 68 รปท 4.14 แสดงหนาการใชงานภาษา 68 รปท 4.15 แสดงหนาเปลยนชดธม 69 รปท 4.16 แสดงหนาเปลยนชดธมส 69 รปท 4.17 แสดงหนาเปลยนฟอนตของธม 70 รปท 4.18 แสดงหนาเปลยนธมเอฟเฟกต 70 รปท 4.19 แสดงหนาเนอหาสไลด 71 รปท 4.20 แสดงหนาจดรปแบบขอความในสไลด 71 รปท 4.21 แสดงหนาใสสพนกรอบขอความ 72 รปท 4.22 แสดงหนารปแบบรายการแบบบลเลต 72 รปท 4.23 แสดงหนาจดรปแบบรายการแบบเลขล าดบ 73 รปท 4.24 แสดงหนาเพมกลองขอความ 73 รปท 4.25 แสดงหนาจดรปแบบขอความและกรอบขอความ 74 รปท 4.26 แสดงหนาใสรปภาพลงในสไลด 74 รปท 4.27 แสดงหนาเลอกรปภาพออนไลน 75 รปท 4.28 แสดงหนาจดรปแบบรปภาพ 75 รปท 4.29 แสดงหนาจดรปภาพดวย Layout 76 รปท 4.30 แสดงหนาตารางและกราฟ 76 รปท 4.31 แสดงหนาใสเนอหาในตาราง 77 รปท 4.32 แสดงหนาน าเสนอตวเลขดวยกราฟ 77 รปท 4.33 แสดงหนาจดรปแบบกราฟ 78 รปท 4.34 แสดงหนาเทคนคการสรางและจดรปแบบตาราง 78 รปท 4.35 แสดงหนาสรางสไลดเทมเพลตตนแบบ 79 รปท 4.36 แสดงหนาภาพเคลอนไหว 79 รปท 4.37 แสดงหนาใสเอฟเฟกตการเปลยนแผนสไลด 80 รปท 4.38 แสดงหนาใสเอฟเฟกตการเคลอนไหวเนอหา 80 รปท 4.39 แสดงหนาเพมเอฟเฟกตเนนออบเจกต 81 รปท 4.40 แสดงหนาเพมเอฟเฟกตออกใหออบเจกต 81

สารบญรป (ตอ)

หนา รปท 4.41 แสดงหนาหนาตางเลอกออบเจกต 82 รปท 4.42 แสดงหนาสรางการเคลอนไหวให SmartArt 82 รปท 4.43 แสดงหนาสรางการเคลอนไหวให Chart 83 รปท 4.44 แสดงหนาน าเสนอสไลด 83 รปท 4.45 แสดงหนาแสดงสไลดโชว 84 รปท 4.46 แสดงหนาซอมบรรยายและจบเวลา 84 รปท 4.47 แสดงหนาซอน/แสดงสไลด 85 รปท 4.48 แสดงหนาสงออกพรเซนตไปใชงาน 85 รปท 4.49 แสดงหนาสรางเอกสารประกอบการบรรยาย 86 รปท 4.50 แสดงหนาแพคพรเซนตลงซด 86 รปท 4.51 แสดงหนาแชรสไลดใหคนทตองการ 87 รปท 4.52 แสดงหนาแบบทดสอบใหโหลด 87 รปท 4.53 แสดงหนาเนอหาของสาระนาร 88 รปท 4.54 แสดงหนาผจดท า 88 รปท 4.55 แสดงหนาแบบทดสอบท 1 89 รปท 4.56 แสดงหนาแบบทดสอบท 2 89 รปท 4.57 แสดงหนาแบบทดสอบท 3 90 รปท 4.58 แสดงหนาแบบทดสอบท 4 90 รปท 4.59 แสดงหนาแบบทดสอบท 5 91 รปท 4.60 แสดงหนาเนอหาของสาระนาร 91 รปท 4.61 แสดงหนาผจดท า 92

สารบญตาราง

หนา 1.1 แผนการด าเนนงาน (Gantt Chart) 3 1.2 งบประมาณด าเนนงาน 4 5.1 ขนาดของโปรแกรมแตละไฟล 92 5.2 ปญหาและอปสรรคในการด าเนนงาน 95 5.3 สรปคาใชจายในการด าเนนงานจรง 97

บทท 1 บทน ำ

1.1 ภมหลงและควำมเปนมำ คณะผจดท ำเหนวำคนสวนใหญไดสนใจในโปรแกรม Microsoft PowerPoint 2016 คณะผจดท ำจงสรำงเวบไซตทเกยวกบกำรท ำงำนพนฐำนของโปรแกรมเพอใหผคนไดมำศกษำหำควำมรจำกเวบไซตของคณะผจดท ำเพอใหผทตองกำรหำขอมลไดทรำบขอมลตำงๆเพอน ำไปใชงำนประกอบกำรเรยนกำรสอน ซงเวบไซตของคณะผจดท ำมรปแบบเวบไซตทสวยงำมอำนสบำยตำมเนอหำทครบถวนเขำใจงำยมภำพประกอบเพอใหกำรคนหำขอมลเปนไปอยำงสะดวกงำยตอกำรคนหำ โปรแกรม Microsoft PowerPoint 2016 เปนโปรแกรมส ำหรบสรำงงำนน ำเสนอหรองำน Presentation ทมประสทธภำพและไดรบควำมนยมดวยรปแบบกำรน ำเสนอทสวยงำมรองรบเนอหำ ไดทกประเภท และสำมำรถเตมเอฟเฟกตสสนใหกบเนอหำทน ำเสนอใหนำตดตำมและนำสนใจ มำกยงขน โดยเฉพำะ Microsoft PowerPoint 2016 นไดเพมควำมสำมำรถในกำรสรำงสรรคกำร น ำเสนอ ไดครอบคลมขอมลทกประเภททคณตองกำรน ำมำใสในสไลด และไดเพมคณสมบตใหม สำมำรถเชอมโยงเขำไปใชงำนรวมกน และเผยแพรงำนน ำเสนอขนเครอขำยสงคมออนไลนทก ำลง ไดรบควำมนยมอยในปจจบนอยำง Facebook, Twitter และ YouTube ผำนโปรแกรม Microsoft PowerPoint 2016 ไดโดยตรง ท ำใหคณน ำเสนองำน Presentation ไดอยำงไรขดจ ำกด เหมำะสมกบ กำรด ำเนนชวตททนสมยในปจจบน ดงน นคณะผ จดท ำจงอยำกใหผ ทสนใจไดมำศกษำหำควำมรเกยวกบเวบไซตเรอง โปรแกรม Microsoft PowerPoint 2016 ไดอยำงถกตองครบถวนและสำมำรถน ำไปใชงำนไดจรง

2

1.2 วตถประสงคโครงกำร 1. เพอฝกทกษะกำรใชโปรแกรม Microsoft PowerPoint 2016 ใหเขำใจมำกยงขน 2. เพอใหผคนทสนใจโปรแกรม Microsoft PowerPoint 2016 เขำมำศกษำหำควำมร

วธกำรใชงำนโปรแกรมไดอยำงถกตอง 3. เพอรจกกำรสรำงเวบไซต

1.3 ขอบเขตกำรศกษำ

1. สำมำรถเรยนรวธกำรใชโปรแกรม Microsoft PowerPoint 2016 2. สำมำรถใชในกำรศกษำหำควำมรเกยวกบโปรแกรม Microsoft PowerPoint 2016 3. สำมำรถฝกทกษะในกำรใชโปรแกรมไดเขำใจมำกยงขน

1.4 ประโยชนทคำดวำจะไดรบ

1. ไดทกษะกำรใชโปรแกรม Microsoft PowerPoint 2016 2. ไดท ำใหผทสนใจโปรแกรม Microsoft PowerPoint 2016 หำขอมลไดอยำงถกตอง 3. ไดรจกวธกำรสรำงเวบไซต

3

1.5 แผนกำรด ำเนนงำน (Gantt Chart)

ตำรำงท 1.1 แผนกำรด ำเนนงำน (Gantt Chart)

ก ำหนดกำร โครงกำรสอบและน ำเสนอวชำโครงกำร ปกำรศกษำ 2562 สำขำวชำคอมพวเตอรธรกจ ภำคเรยนท 1-2

รำยกำร ภำคเรยนท 1 มถนำยน 62 กรกฎำคม 62 สงหำคม 62 กนยำยน 62 ระยะเวลำ

1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 อบรมกำรท ำโครงกำรนกศกษำ

ปวช.3 และปวส.2

11-12 มถนำยน 62

เสนอหวขอ ATC.01โครงกำร รอบท 1

เอกสำรบทท 1

14 มถนำยน 62

ประกำศผลหวขอโครงกำร รอบท 1 17 มถนำยน 62

เสนอหวขอโครงกำร รอบท 2 19 มถนำยน 62

ประกำศผลหวขอโครงกำร รอบท 2 21 มถนำยน 62

ลงทะเบยนหวขอออนไลน

เสนออำจำรยทปรกษำรวม ATC.02

18-30 มถนำยน 62

สงบทท 2 8-14 กรกฎำคม 62

สงบทท 3 15-31กรกฎำคม62

สอบหวขอโครงกำร (รอบเอกสำร) 17 สงหำคม 62

ประกำศผลสอบ 22 สงหำคม 62

สงควำมคบหนำโปรแกรม 50% 9-15 กนยำยน 62

สงควำมคบหนำโปรแกรม 60% 16-22 กนยำยน 62

สงควำมคบหนำโปรแกรม 70% 23-30 กนยำยน 62

รำยกำร ภำคเรยนท 2 มถนำยน 62 กรกฎำคม 62 สงหำคม 62 กนยำยน 62 ระยะเวลำ

1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4

สงควำมคบหนำ 90% 1-8 พฤศจกำยน 62

สงควำมคบหนำ 100% 9-13พฤศจกำยน62

สอบโปรแกรม ระดบปวส.2 16 พฤศจกำยน 62

สอบโปรแกรม ระดบ ปวช.3 30 พฤศจกำยน 62

ประกำศผลสอบ (รอบโปรแกรม) 2 ธนวำคม 62

สงบทท 4 6-19 มกรำคม 63

สงบทท 5 20-26 มกรำคม 63

สงงบประมำณในกำรท ำโครงกำรตำรำงท 1.7 และตำรำงท 5.3 (แบบออนไลน)

26-30 มกรำคม 63

สงรปเลม ซด และคำเขำเลม 1-20 กภำพนธ 63

4

1.6 เครองมอทใชพฒนำโปรแกรม 1. Adobe Dreamweaver ใชในกำรท ำป มในเวบไซต

2. Adobe Photoshop ใชในกำรตดตอรปภำพในเวบไซต

1.7 งบประมำณกำรด ำเนนงำน

ล ำดบ รำยกำร จ ำนวน รำคำ (บำท) 1 กระดำษA4 2 รม 338 2 ตลบหมกเครองปรน 1 ตลบ 380

รวมเปนเงน 718

ตำรำงท 1.2 งบประมำณกำรด ำเนนงำน

บทท 2

ระบบงานและ ทฤษฎทเกยวของ 2.1 ระบบงานในปจจบน คณะผจดท ำเหนวำคนสวนใหญไดสนใจในโปรแกรม Microsoft PowerPoint 2016 คณะผจดท ำจงสรำงเวบไซตทเกยวกบกำรท ำงำนพนฐำนของโปรแกรมเพอใหผคนไดมำศกษำหำควำมรจำกเวบไซตของคณะผจดท ำเพอใหผทตองกำรหำขอมลไดทรำบขอมลตำงๆเพอน ำไปใชงำนประกอบกำรเรยนกำรสอน ซงเวบไซตของคณะผจดท ำมรปแบบเวบไซตทสวยงำมอำนสบำยตำมเนอหำทครบถวนเขำใจงำยมภำพประกอบเพอใหกำรคนหำขอมลเปนไปอยำงสะดวกงำยตอกำรคนหำ โปรแกรม Microsoft PowerPoint 2016 เปนโปรแกรมส ำหรบสรำงงำนน ำเสนอหรองำน Presentation ทมประสทธภำพและไดรบควำมนยมดวยรปแบบกำรน ำเสนอทสวยงำมรองรบเนอหำ ไดทกประเภท และสำมำรถเตมเอฟเฟกตสสนใหกบเนอหำทน ำเสนอใหนำตดตำม และนำสนใจ มำกยงขน โดยเฉพำะ Microsoft PowerPoint 2016 นไดเพมควำมสำมำรถในกำรสรำงสรรคกำร น ำเสนอ ไดครอบคลมขอมลทกประเภททคณตองกำรน ำมำใสในสไลด และไดเพมคณสมบตใหม สำมำรถเชอมโยงเขำไปใชงำนรวมกน และเผยแพรงำนน ำเสนอขนเครอขำยสงคมออนไลนทก ำลง ไดรบควำมนยมอยในปจจบนอยำง Facebook, Twitter และ YouTube ผำนโปรแกรม Microsoft PowerPoint 2016 ไดโดยตรง ท ำใหคณน ำเสนองำน Presentation ไดอยำงไรขดจ ำกด เหมำะสมกบ กำรด ำเนนชวตททนสมยในปจจบน ดงน นคณะผ จดท ำจงอยำกใหผ ทสนใจไดมำศกษำหำควำมรเกยวกบเวบไซตเ รอง โปรแกรม Microsoft PowerPoint 2016 ไดอยำงถกตองครบถวนและสำมำรถน ำไปใชงำนไดจรง 2.2 ปญหาทเกดขนในระบบงานปจจบน 1. เนอหำยงไมตรงตำมควำมตองกำรของผทจะคนหำ

2. ปญหำของขอมลทยงไมละเอยดครบถวน 3. ปญหำดำนเวบไซตดไมเปนทำงกำร

4. เวบไซตหำขอมลทผใชอยำกจะคนหำไดยำก

6

2.3 ทฤษฏทเกยวของ หลกการใชสในลกษณะตาง ๆ กบงานเวบไซต

กำรออกแบบเวบไซต สเปนสงทเปนองคประกอบส ำคญหลกของเวบไซต เพรำะสำมำรถสอใหผทเขำมำด หรอเขำมำใชงำน สำมำรถรถงควำมหมำยของกำรใชสในเวบไซต หรอตองกำรสออำรมณแบบไหน และกำรใชสภำยในเวบไซตก เปนสวนส ำคญทท ำใหเวบสำมำรถดงดดใหผใชงำนใหตดใจ หรออำจท ำใหผใชงำนเปลยนใจไมมำเขำชมเวบไซตนอกไดเชนกน สามารถแบงไดตามลกษณะของการน าขอมลได 3 ลกษณะคอ

1. แบบล ำดบชน (Hierarchy) เปนกำรจดแสดงหนำเวบ เรยงตำมล ำดบกงกลำงแตก แขนงตอเนองไปเหมอนตนไมกลบหว

2. แบบเชงเสน (Lincer) เปนกำรจดแสดงหนำเวบไซตเรยงล ำดบตอเนองไปในทศทำง เดยว

3. แบบผสม (Combination) เปนกำรจดแสดงหนำเวบไซตชนดผสมระหวำงแบบล ำดบ ขนและแบบเชงเสน หลกการออกแบบหนาเวบไซต

เวบไซตเปนสอทไดรบควำมนยมอยำมำกบนอนเตอรเนต ซงเวบไซตเปนสอทอยในควำมควบคมของผใชโดยสมบรณ กลำวคอ ผใชสำมำรถตดสนใจเลอกไดวำจะดเวบไซตใดและจะไมเลอกดเวบไซตใด ไดตำมตองกำร จงท ำใหผใชไมมควำมอดทนตออปสรรคและปญหำทเกดจำกกำรออกแบบเวบไซตผดพลำดถำผใชเหนวำเวบทก ำลงดอยนนไมมประโยชนตอตวเขำ หรอไมเขำใจวำเวบไซตนจะใชงำนอยำงไร เขำกสำมำรถทจะเปลยนไปดเวบไซตอน ๆ ไดอยำงรวดเรว เนองจำกในปจจบนมเวบไซตอยมำกมำย และยงมเวบไซดทเกดขนใหม ๆ ทกวน ผใชจงมทำงเลอกมำกขน และสำมำรถเปรยบเทยบคณภำพของเวบไซดตำง ๆ ไดเอง กำรออกแบบเวบไซตทมประสทธภำพนนตองค ำนงถง องคประกอบส ำคญดงตอไปน องคประกอบการออกแบบเวบไซต 1. ควำมเรยบงำย (Simplicity) หมำยถง กำรจ ำกดองคประกอบเสรมใหเหลอเฉพำะองคประกอบหลก กลำวคอในกำรสอสำรเนอหำกบผใชนน เรำตองเลอกเสนอสงทเรำตองกำรน ำเสนอจรง ๆ ออกมำในสวนของกรำฟก สสน ตวอกษรและภำพเคลอนไหว ตองเลอกใหพอเหมำะ ถำหำกมมำกเกนไปจะรบกวนสำยตำและสรำงควำมค ำรำญตอผใชตวอยำงเวบไซตทไดรบกำรออกแบบทด ไดแก เวบไซตของบรษทใหญ ๆ อยำงเชน Apple Adobe และMicrosoft ทมกำรออกแบบเวบไซตในรปแบบทเรยบงำย ไมซบซอน และใชงำนอยำงสะดวก

7

2. ควำมสม ำเสมอ ( Consistency) หมำยถง กำรสรำงควำมสม ำเสมอใหเกดขนตลอดทงเวบไซต โดยอำจเลอกใชรปแบบเดยวกนตลอดทงเวบไซตกได เพรำะถำหำกวำแตละหนำในเวบไซตนนมควำมแตกตำงกนมำกจนเกนไป อำจท ำใหผใชเกดควำมสบสนและไมแนใจวำก ำลงอยในเวบไซตเดมหรอไม เพรำะฉะนนกำรออกแบบเวบไซตในแตละหนำควรทจะมรปแบบ สไตลของกรำฟก ระบบเนวเกชน (Navigation) และโทนสทมควำมคลำยคลงกนตลอดทงเวบไซต

3. ควำมเปนเอกลกษณ (Identity)ในกำรออกแบบเวบไซตตองค ำนงถงลกษณะขององคกรเปนหลก เนองจำกเวบไซตจะสะทอนถงเอกลกษณและลกษณะขององคกร กำรเลอกใชตวอกษร ชดส รปภำพหรอกรำฟก จะมผลตอรปแบบของเวบไซตเปนอยำงมำก ตวอยำงเชน ถำเรำตองออกแบบเวบไซตของธนำคำรแตเรำกลบเลอกสสนและกรำฟกมำกมำย อำจท ำใหผใชคดวำเปนเวบไซตของสวนสนกซงสงผลตอควำมเชอถอขององคกรได 4. เนอหำ (Useful Content) ถอเปนสงส ำคญทสดในเวบไซต เนอหำในเวบไซตตองสมบรณและไดรบกำรปรบปรงพฒนำใหทนสมยอยเสมอ ผพฒนำตองเตรยมขอมลและเนอหำทผใชตองกำรใหถกตองและสมบรณ เนอหำทส ำคญทสดคอเนอหำททมผพฒนำสรำงสรรคขนมำเอง และไมไปซ ำกบเวบอน เพรำะจะถอเปนสงทดงดดผใชใหเขำมำเวบไซตไดเสมอ แตถำเปนเวบทลงคขอมลจำกเวบอน ๆ มำเมอใดกตำมทผใชทรำบวำ ขอมลนนมำจำกเวบใด ผใชกไมจ ำเปนตองกลบมำใชงำนลงคเหลำนนอก

5. ระบบเนวเกชน (User-Friendly Navigation)เปนสวนประกอบทมควำมส ำคญตอเวบไซตมำก เพรำะจะชวยไมใหผ ใชเกดควำมสบสนระหวำงดเวบไซต ระบบเนวเกชนจงเปรยบเสมอนปำยบอกทำง ดงนนกำรออกแบบเนวเกชน จงควรใหเขำใจงำย ใชงำนไดสะดวก ถำมกำรใชกรำฟกกควรสอควำมหมำย ต ำแหนงของกำรวำงเนวเกชนกควรวำงใหสม ำเสมอ เชน อยต ำแหนงบนสดของทกหนำเปนตน ซงถำจะใหดเมอมเนวเกชนทเปนกรำฟกกควรเพมระบบเนวเกชนทเปนตวอกษรไวสวนลำงดวย เพอชวยอ ำนวยควำมสะดวกใหกบผใชทยกเลกกำรแสดงผลภำพกรำฟกบนเวบเบรำเซอร

6. คณภำพของสงทปรำกฏใหเหนในเวบไซต (Visual Appeal) ลกษณะทนำสนใจของเวบไซตนน ขนอยกบควำมชอบสวนบคคลเปนส ำคญ แตโดยรวมแลวกสำมำรถสรปไดวำเวบไซตทนำสนใจนนสวนประกอบตำง ๆ ควรมคณภำพ เชน กรำฟกควรสมบรณไมมรอยหรอขอบขนบนไดใหเหน ชนดตวอกษรอำนงำยสบำยตำ มกำรเลอกใชโทนสทเขำกนอยำงสวยงำม เปนตน

7. ควำมสะดวกของกำรใชในสภำพตำง ๆ (Compatibility)กำรใชงำนของเวบไซตนนไมควรมขอบจ ำกด กลำวคอ ตองสำมำรถใชงำนไดดในสภำพแวดลอมทหลำกหลำย ไมมกำรบงคบใหผใชตองตดตงโปรแกรมอนใดเพมเตม นอกเหนอจำกเวบบรำวเซอร ควรเปนเวบทแสดงผลไดดในทกระบบปฏบตกำร สำมำรถแสดงผลไดในทกควำมละเอยดหนำจอ ซงหำกเปนเวบไซตทมผใชบรกำรมำกและกลมเปำหมำยหลำกหลำยควรใหควำมส ำคญกบเรองนใหมำก

8

8. ควำมคงทในกำรออกแบบ (Design Stability) ถำตองกำรใหผใชงำนรสกวำเวบไซตมคณภำพ ถกตอง และเชอถอได ควรใหควำมส ำคญกบกำรออกแบบเวบไซตเปนอยำงมำก ตองออกแบบวำงแผนและเรยบเรยงเนอหำอยำงรอบคอบ ถำเวบทจดท ำขนอยำงลวก ๆ ไมมมำตรฐำนกำรออกแบบและระบบกำรจดกำรขอมล ถำมปญหำมำกขนอำจสงผลใหเกดปญหำและท ำใหผใชหมดควำมเชอถอ

9. ควำมคงทของกำรท ำงำน (Function Stability) ระบบกำรท ำงำนตำง ๆ ในเวบไซตควรมควำมถกตองแนนอน ซงตองไดรบกำรออกแบบสรำงสรรคและตรวจสอบอยเสมอ ตวอยำงเชน ลงคตำง ๆ ในเวบไซต ตองตรวจสอบวำยงสำมำรถลงคขอมลไดถกตองหรอไม เพรำะเวบไซตอนอำจมกำรเปลยนแปลงไดตลอดเวลำ ปญหำทเกดจำกลงค กคอ ลงคขำด ซงพบไดบอยเปนปญหำทสรำงควำมร ำคำญกบผใชเปนอยำงมำก

รปแบบของโครงสรางเวบไซต

กำรออกแบบโครงสรำงเวบไซต ขนอยกบลกษณะของขอมลและควำมชอบของผออกแบบ ตลอดจนกลมเปำหมำยทตองกำรน ำเสนอ โครงสรำงของเวบไซตประกอบไปดวย 4 รปแบบใหญๆ ไดดงน 1. โครงสรางแบบเรยงล าดบ (Sequential Structure) เปนโครงสรำงแบบธรรมดำทใชกนมำกทสดเนองจำกงำยตอกำรจดระบบขอมล ขอมลทนยม จดดวยโครงสรำงแบบนมกเปนขอมลทมลกษณะเปนเรองรำวตำมล ำดบของเวลำ เชน กำรเรยงล ำดบตำมตวอกษร ดรรชน สำรำนกรม หรออภธำนศพท โครงสรำงแบบน เหมำะกบเวบไซตทมขนำดเลก เนอหำไมซบซอนใชกำรลงก (Link) ไปทละหนำ ทศทำงของกำรเขำสเนอหำ (Navigation) ภำยในเวบจะเปนกำรด ำเนนเรองในลกษณะเสนตรง โดยม ป มเดนหนำ-ถอยหลงเปนเครองมอหลกในกำรก ำหนดทศทำง ขอเสยของโครงสรำงระบบนคอ ผใชไมสำมำรถก ำหนดทศทำงกำรเขำสเนอหำของตนเองได

2. โครงสรางแบบล าดบขน (Hierarchical Structure) เปนวธทดทสดวธหนงในกำรจดระบบโครงสรำงทมควำมซบซอนของขอมล โดยแบงเนอหำออกเปนสวนตำง ๆ และมรำยละเอยดยอย ๆ ในแตละสวนลดหลนกนมำในลกษณะแนวคดเดยวกบ แผนภมองคกร จงเปนกำรงำยตอกำรท ำควำมเขำใจกบโครงสรำงของเนอหำในเวบลกษณะน ลกษณะเดน เฉพำะของเวบประเภทนคอกำรมจดเรมตนทจดรวมจดเดยวนนคอโฮมเพจ (Homepage) และเชอมโยงไปสเนอหำในลกษณะเปนล ำดบจำกบนลงลำง

3. โครงสรางแบบตาราง (Grid Structure) โครงสรำงรปแบบนมควำมซบซอนมำกกวำรปแบบทผำนมำ กำรออกแบบเพมควำมยดหยน ใหแกกำรเขำสเนอหำของผใช โดยเพมกำรเชอมโยงซงกน และกนระหวำงเนอหำแตละสวน เหมำะแกกำรแสดงใหเหนควำมสมพนธกนของเนอหำ กำรเขำสเนอหำของผใชจะไมเปนลกษณะเชงเสนตรง เนองจำกผใชสำมำรถเปลยนทศ

9

ทำงกำรเขำสเนอหำของตนเองได เชน ในกำรศกษำขอมลประวตศำสตร สมยสโขทย อยธยำ ธนบร และรตนโกสนทร โดยในแตละสมยแบงเปนหวขอยอยเหมอนกนคอ กำรปกครอง ศำสนำ วฒนธรรม และภำษำ ในขณะทผใชก ำลงศกษำขอมลทำงประวตศำสตรเกยวกบกำรปกครองในสมยอยธยำ ผใชอำจศกษำหวขอศำสนำเปนหวขอตอไปกได หรอจะขำมไปดหวขอ กำรปกครองในสมยรตนโกสนทรกอนกไดเพอเปรยบเทยบลกษณะขอมลทเกดขนคนละสมยกน 4. โครงสรางแบบใยแมงมม (Web Structure) โครงสรำงประเภทนจะมควำมยดหยนมำกทสด ทกหนำในเวบสำมำรถจะเชอมโยงไปถงกน ไดหมด เปนกำรสรำงรปแบบกำรเขำสเนอหำทเปนอสระ ผใชสำมำรถก ำหนดวธกำรเขำสเนอหำไดดวยตนเอง กำรเชอมโยงเนอหำแตละหนำอำศยกำรโยงใยขอควำมทมมโนทศน (Concept) เหมอนกนของแตละหนำในลกษณะของไฮเปอรเทกซหรอไฮเปอรมเดย โครงสรำงลกษณะนจดเปนรปแบบทไมมโครงสรำงทแนนนอนตำยตว (Unstructured) นอกจำกนกำรเชอมโยงไมไดจ ำกดเฉพำะเนอหำภำยในเวบนน ๆ แตสำมำรถเชอมโยงออกไปสเนอหำจำกเวบภำยนอกได เลอกใชสส าหรบเวบไซต

กำรสรำงสสนบนหนำเวบเปนสงทสอควำมหมำยของเวบไซตไดอยำงชดเจน กำรเลอกใชสใหเหมำะสม กลมกลน ไมเพยงแตจะสรำงควำมพงพอใจใหกบผใช แตยงสำมำรถท ำใหเหนถงควำมแตกตำงระหวำงเวบไซตได สเปนองคประกอบหลกส ำหรบกำรตกแตงเวบ จงจ ำเปนอยำงยงทจะตองท ำควำมเขำใจเกยวกบกำรใชส

ระบบสทแสดงบนจอคอมพวเตอร มระบบกำรแสดงผลผำนหลอดล ำแสงทเรยกวำ CRT (Cathode ray tube) โดยมลกษณะระบบสแบบบวก อำศยกำรผสมของของแสงสแดง สเขยว และสน ำเงน หรอระบบส RGB สำมำรถก ำหนดคำสจำก 0 ถง 255 ได จำกกำรรวมสของแมสหลกจะท ำใหเกดแสงสขำว มลกษณะเปนจดเลก ๆ บนหนำจอไมสำมำรถมองเหนดวยตำเปลำได จะมองเหนเปนสทถกผสมเปนเนอสเดยวกนแลว จดแตละจดหรอพกเซล (Pixel) เปนสวนประกอบของภำพบนหนำจอคอมพวเตอร โดยจ ำนวนบตทใชในกำรก ำหนดควำมสำมำรถของกำรแสดงสตำง ๆ เพอสรำงภำพบนจอน นเรยกวำ บตเดป (Bit-depth) ในภำษำ HTML มกำรก ำหนดสดวยระบบเลขฐำนสบหก ซงมเครองหมำย (#) อยดำนหนำและตำมดวยเลขฐำนสบหกจ ำนวนอกษรอก 6 หลก โดยแตละไบต (byte)จะมตวอกษรสองตว แบงออกเปน 3 กลม เชน #FF12AC กำรใชตวอกษรแตละไบตนเพอก ำหนดระดบควำมเขมของแมสแตละสของชดส RGB โดย 2 หลกแรก แสดงถงควำมเขมของสแดง 2 หลกตอมำ แสดงถงควำมเขมของสเขยว 2 หลกสดทำยแสดงถงควำมเขมของสน ำเงน

10

ประโยชนของสในรปแบบตาง ๆ มดงน สเปนเครองมออเนกประสงคอยำงหนงทมควำมส ำคญมำกในกำรออกแบบเวบไซตเนองจำกสสำมำรถสอถงควำมรสกและอำรมณ และยงชวยสรำงควำมสมพนธระหวำงสถำนทกบเวลำอกดวย ดงนนสจงเปนปจจยส ำคญอยำงหนงทจะชวยเสรมสรำงควำมหมำยขององคประกอบใหกบเวบเพจได อยำงด

- สสำมำรถชกน ำสำยตำผอำนใหไปยงทกบรเวณในหนำเวบเพจ ผอำนจะมกำรเชอมโยงควำมรสกกบบรเวณของสในรปแบบทคำดหวงไดกำรเลอกเฉดสและต ำแหนงของสอยำงรอบคอบในหนำเวบสำมำรถน ำทำงใหผอำนตดตำมเนอหำในบรเวณตำง ๆ ตำมทเรำก ำหนดได วธนจะเปนประโยชนอยำงมำกเมอคณตองกำรใหผอำนใหควำมสนใจกบสวนใดสวนหนงในเวบไซตเปนพเศษ เชน ขอมลใหม โปรโมชนพเศษ หรอบรเวณทไมคอยไดรบควำมสนใจมำกอน

- สชวยเชอมโยงบรเวณทไดรบกำรออกแบบเขำดวยกน ผอำนจะมควำมรสกวำบรเวณทมสเดยวกนจะมควำมส ำคญเทำกน วธกำรเชอมโยงแบบนชวยจดกลมของขอมลทมควำมสมพนธอยำงไมเดนชดเขำดวยกนได

- สสำมำรถน ำไปใชในกำรแบงบรเวณตำง ๆ ออกจำกกนท ำนองเดยวกบกำรเชอมโยงบรเวณทมสเหมอนกนเขำดวยกนแตในขณะเดยวกนกเปนกำรแบงแยกบรเวณทมสตำงกนออกจำกกน

- สสำมำรถใชในกำรดงดดควำมสนใจของผอำนสำยตำผอำนมกจะมองไปยงสทมลกษณะเดน หรอผดปกตเสมอ กำรออกแบบเวบไซตดวยกำรเลอกใชสอยำงรอบคอบ ไมเพยงแตจะกระตนควำมสนใจของผอำนเพยงเทำนนแตยงชวยหนวงเหนยวใหพวกเขำอยในเวบไซตไดนำนยงขนสวนเวบไซตทใชสไมเหมำะสมเสมอนเปนกำรขบไลผชมไปสเวบอนทมกำรออกแบบทดกวำ

- สสำมำรถสรำงอำรมณโดยรวมของเวบเพจ และกระตนควำมรสกตอบสนองจำกผชมไดนอกเหนอจำกควำมรสกทไดรบจำกสตำมหลกจตวทยำแลว ผชมยงอำจมอำรมณและควำมรสกสมพนธกบสบำงสหรอบำงกลมเปนพเศษ

นอกเหนอจำกกำรใชสชวยในกำรออกแบบแลวสยงสำมำรถสงเสรมเอกลกษณขององคกรหรอหนวยงำนนน ๆ ได ดวยกำรใชสทเปนเอกลกษณขององคกรมำเปนโทนสหลกของเวบไซตกำรออกแบบเกยวกบสไมใชเรองงำย แมวำจะมกฎเกณฑตำง ๆ ทชวยในกำรสรำงชดส (color scheme) ทมประโยชนมำกมำย แตกมแนวทำงและควำมเขำใจผดจ ำนวนมำกทจะน ำไปสกำรสรำงชดสทใหควำมรสกไมเหมำะสม ในบำงสถำนกำรณอำจใชสเปนเพยงเครองประดบอยำงหนงในกำรออกแบบ แตในทำงตรงกนขำม กำรใชสทมำกเกนไป อำจท ำใหไปบดบงองคประกอบอน ๆ ในหนำเวบเพจได

11

ความรเบองตนเกยวกบ ส ( Introduction to Color)

สเปนสงทปรำกฏอยบนโลก ทก ๆสงทเรำมองเหนรอบ ๆตวนน ลวนแตมส โลกของเรำถกจรรโลง และแตงแตมดวย สสนหลำยหลำก ทงสสนตำมธรรมชำต และสทมนษยรงสรรคขน หำกโลกนไมมส หรอมนษยไมสำมำรถ รบรเกยวกบสได สงนนอำจเปน ควำมพกพรองทยงใหญของธรรมชำต เพรำะสมควำมส ำคญตอวฏจกรแหงโลก และเกยวของกบ วถชวตมนษย จนแยกกนไมออก เพรำะมนษยไดตระหนกแลววำ สนนสงผลตอควำมรสกนกคด อำรมณ จนตนำกำร กำรสอควำมหมำย และควำมสขส ำรำญใจในชวตประจ ำวนมำชำนำนแลว ดงนน จงอำจกลำวไดวำ ส มอทธพลตอมนษยเรำเปนอยำงสง และมนษยกใชประโยชน จำกสอยำง อเนกอนนต ในกำรสรำงสรรค สงตำง ๆอยำงไมมทสนสด ตวอยางสขนตาง ๆ

แมสหรอสขนตน ( primary color ) ประกอบดวย สแดง,เหลอง และน ำเงน สทงสำมนถอวำเปนแมสหลก กเพรำะวำสทงสำมเปนสทไมสำมำรถเกดขนจำกกำรผสมของสอน ๆ และยงเปนตนก ำเนดของสอนๆ ทเหลอทงหมด ตอไปกเปนสขนท 2 ทเกดจำกกำรผสมของสขนตนเขำดวยกน สขนท 3 ซงเกดจำกกำรผสมของสขนตนกบสขนท 2 ทอยตดกนทงสองดำน ในทสดเรำกจะไดสขนท 3 ทงหมด ตวอยางสขนตาง ๆ

รปท 2.1 สขนท 1 และสขนท 2

รปท 2.2 สขนท3 และ ขนท4

12

การผสมสม 2 แบบคอ - การผสมแบบบวก ( Additive mixing ) จะเปนกำรผสมของแสง ไมใชกำรผสมของวตถทมสบนกระดำษ กำรน ำไปใชงำน จะน ำไปใชในสอใด ๆ ทใชแสงสองออกมำเชน จอโปรเจคเตอร ทว หรอจอมอนเตอร

รปท 2.3 กำรผสมแบบบวก

- การผสมแบบลบ ( Subtractive mixing ) กำรผสมสแบบนไมเกยวของกบแสง แตจะ

เกยวของกบกำรดดกลนและสะทอนแสงของวตถ กำรน ำไปใชงำน จะน ำไปใชในสอทเกยวของกบกำรใชวตถมส เชน ภำพวำด รปปน หรอ สงพมพตำง ๆ

รปท 2.4 กำรผสมแบบลบ

13

วงลอส( Color Wheel ) เปนรปแบบหนงในกำรจดเรยงสทงหมดไวในวงกลม และ เปนกำรจดล ำดบเฉดสอยำงมเหตผลและ งำยตอกำรน ำไปใช -วงลอแบบลบ ( Subtractive Color Wheel )

รปท 2.5 วงลอแบบลบ - วงลอสแบบบวก ( Additive Color Wheel )

รปท 2.6 วงลอสแบบบวก

14

รปแบบชดสพนฐาน สทเปนกลาง ( Neutral Color ) คอสกลมหนงทไมไดถกบรรจไวในวงลอส เพรำะเปนสท

ไมไดรบอธพลมำจำกสอน ซงกคอ สขำว สเทำ สด ำ

รปท 2.7 สทเปนกลำง

สออน สเขม และโทนส ( Tint, Shade and Tone )ในกำรผสมสกลำงเขำกบสบรสทธ จะเกดเปนสตำง ๆ จ ำนวนมำกมำย - สบรสทธผสมกบสขำว จะไดเปนสออน (Tint of the hue)

- สบรสทธผสมกบสเทำ จะไดโทนสระดบตำง ๆ (Tone of the hue) - สบรสทธผสมกบสด ำ จะไดสทเขม (shade of the hue) สออน สเขม และโทนส มประโยชนอยำงมำกในกำรจดชดของส เพรำะท ำใหสหนงสำมำรถแสดงออกและใหควำมรสกไดหลำยแบบยงขน

รปท 2.8 กำรแสดงควำมหลำกหลำยของสทไดจำกกำรผสมสกบสขำว เทำ และด ำ

15

ความกลมกลนของส ( Color Harmony ) ควำมเปนระเบยบของส ทท ำใหผชมรสกถงสมดลและควำมสวยงำมในเวลำเดยวกน

- กำรใชสทจดชดไป จะท ำใหเกดควำมรสกทหนำเบอ และไมสำมำรถดงดดควำมสนใจจำกผชมได

- กำรใชสทมำกเกนไป กจะดวนวำย ขำดระเบยบ และอำจสรำงควำมสบสนใหกบผชมเปำหมำยในเรองส คอกำรน ำเสนอเวบไซตโดยใชชดสในรปแบบทเขำใจไดงำย นำสนใจ และสอควำมหมำยไดอยำงเหมำะสม

- ชดสรอน (Warm Color Scheme) ประกอบดวยสมวงแกมแดง, แดงแกมมวง, แดง, สม,เหลองและ เขยวอมเหลอง

สเหลำนสรำงควำมรสกอบอน สบำย และรสกตอนรบแกผชม

รปท 2.9 ชดสรอน

16

- ชดสเยน (Cool Color Scheme) ประกอบดวยสมวง, สน ำเงน, น ำเงนออน, ฟำ, น ำเงนแกมเขยวและ สเขยว ชดสเยนนใหควำมรสกเยนสบำย องคประกอบรสกเยนสบำย องคประกอบทใชสเยนจะดสภำพเรยบรอย

รปท 2.10 ชดสเยน

- ชดสแบบเดยว (Monochromatic Color Scheme) เปนรปแบบชดสทงำยทสดคอมคำของ

สทธเพยงสเดยว แตเพมควำมหลำกหลำยโดยกำรเพมควำมเขม ออน ในระดบตำง ๆ ชดสแบบนจะคอนขำงมควำมกลมกลนเปนหนงเดยว แตในบำงครงอำจท ำใหดไมม

ชวตชวำเพรำะขำดควำมหลำกหลำยของส

รปท 2.11 ชดสแบบเดยว

17

- ชดสแบบสามเสา (Triadic Color Scheme) เปนชดสทอยทมมของสำมเหลยมดำนเทำทงสำม ซงเปนสทมระยะในวงลอสเทำกน จงมควำมเขำกนไดอยำงลงตว

รปท 2.12 ชดสแบบสำมเสำ

- ชดสทคลายคลงกน (Analogous Color Scheme) ประกอบดวยส 2 หรอ 3 สทอยตดกน

ในวงลอ สำมำรถเพมเปน 4 หรอ 5 สได แตอำจสงผลใหขอบเขตของสกวำงไป

รปท 2.13 ชดสทคลายคลงกน

18

- ชดสตรงขาม (Complementary Color Scheme) คอสทอยตรงขำมกนในวงลอส เมอน ำทงสองสมำใชคกน จะท ำใหสทงสองมควำมสวำงและสดใสมำกขน

รปท 2.14 ชดสตรงขำม

- ช ด สตรงกน ข าม ข า ง เค ย ง (Split Complementary Color Scheme) เ ปน ชด ส ทเปลยนแปลงมำจำกชดสตรงขำม ชดสแบบนมควำมหลำกหลำยเพมขน แตจะมผลใหควำมสดใส ควำมสะดดตำและ ควำมเขำกนของสลดลงดวย

รปท 2.15 ชดสตรงขำมขำงเคยง

19

- ชดสตรงกนขามขางเคยงทงสองดาน (Double Split Complementary Color Scheme) ดดแปลงจำกชดสตรงขำมเชนกน แตสตรงขำมทงสองสถกแบงแยกเปนสดนขำงทงสองดำน ชดสแบบนมควำมหลำกหลำยของสทมำกขนแตจะมควำมสดใสและกลมกลนของสทลดลง

รปท 2.16 ชดสตรงกนขำมขำงเคยงทงสองดำน ความหมายและการเกดส

ค ำวำ ส (Color) ตำมพจนำนกรมฉบบรำชบณฑตยสถำน หมำยถง ลกษณะของแสง ทปรำกฏแก สำยตำเรำ ใหเหนเปน สขำว ด ำ แดง เขยวฯลฯหรอกำรสะทอนรศมของแสงมำสตำเรำส ทปรำกฏ ในธรรมชำต เกดจำกกำรสะทอนของแสงสวำง ตกกระทบ กบวตถแลว เกดกำรหกเหของแสง ( Spectrum ) สเปนคลนแสงชนดหนง ซงปรำกฏใหเหน เมอแสงผำนละอองไอน ำ ในอำกำศ หรอ แทงแกวปรซม ปรำกฏเปนสตำง ๆ รวม 7 ส ไดแก สแดง มวง สม เหลอง น ำเงน ครำม และเขยว เรยกวำ สรง ทปรำกฏบนทองฟำ สกบอารมณความรสก

สแดง เปนสแหงอ ำนำจแสดงถงกำรมพลงและควำมทะเยอทะยำนจงชวยพชตควำมคดเหนในทำงลบหรอกำรมองโลกในแงรำยอยำงไรกตำมสเฉดนอยในกลมของโทสะและกำรฉนเฉยวดวยหำกเรำน ำสแดงเขำสกระบวนกำรรกษำมำกเกนไปจะท ำใหผถกบ ำบดรสกอดอด ไมสบำยตว หนหนพลนแลนและขำดควำมอดทนเพรำะสแดงเปนสทกระตนระบบประสำทไดรนแรงทสดใหควำมรสกเรำใจ ตนเตน ทำทำย ผกและผลไมสแดงเปนแหลงวตำมนB12 ทองแดง เหลกซงชวยบ ำรงระบบประสำทพลงของสแดงชวยกระตนพลงชวตใหเขมแขง มควำมกระตอรอรน ท ำใหมชวตชวำขน ในแงของกำรรกษำสแดงชวยสรำงเมดเลอดแดงเพมอณหภมในรำงกำยระบบกำรไหลเวยนของเลอดดขน รกษำอำกำรหวด ผกผลไมทมสแดง เชน มะเขอเทศ แตงโมเนองจำกมสำรไลโคบน(Lycopene)เปนตวท ำใหเกดสแดงนอกจำกนยงมสำรเบตำไซซน(Beta-cycin)ทท ำให

20

เกดสแดงในผลทบทม บทรท และแคนเบอรร สำรท งสองตวนจดเปนสำรตำนอนมลอสระ(Antioxidant)ชวยในกำรปองกนมะเรงโดยเฉพำะไลโคปนจะมฤทธตำนมะเรงไดมำกกวำเบตำแคโรทนถง ๒ เทำเลยทเดยวนอกจำกนยงพบสำรเหลำนในผลไมเชน แอปเปลแดง องนแดง หอมแดง พรกชฟำแดง ถวแดงและเชอรรอกดวย

สชมพ เปนสทมลกษณะปลอบประโลมใหจตใจและควำมรสกตำง ๆสงบลงในขณะเดยวกนกใหควำมรสกของกำรมน ำใจด จตใจกวำงขวำง อบอนและทะนถนอมซงตรงกนขำมกบสแดงถำหำกมสชมพอยรำยรอบจะท ำใหรสกถงกำรปกปอง ควำมรกจงมกจะน ำสนมำบ ำบดหรอบรรเทำ คนทมควำมรสกโดดเดยวมอำรมณทอแท คนทมควำมรสกทไวเกนไป เปรำะบำงหรอไมมควำมมนคงทำงอำรมณผกผลไมทมสชมพ เชน ชมพ

สสม เปนสแหงควำมเบกบำนและควำมรนเรงเปนควำมรสกทอสระและไดรบกำรปลดปลอย ละวำงจำกควำมสงสำรหรอสมเพชตนเอง ลดกำรเหนแกตวและยนดทจะใหหรอแบงปน เปนควำมรสกทเกดจำกกนบงของจตใจทตองกำรปรบปรงชวตใหสดใส สสมเปนสแหงควำมสรำงสรรค อบอนสดใสมสตปญญำเตมเปยมไปดวยกำรทะเยอทะยำน มพลง แตกมกำรระมดระวงตน สสมเปนสทน ำมำบ ำบดอำกำรทำงกลำมเนอ ประสำทหรออำกำรปวดกดประสำท หรอชวยในกำรยกระดบจตใจของคน ลกทอซงเปนผลไมทมสสมเปนสเดนทบ ำบดอำกำรของระบบประสำทออนแรง ผลไมและผกทมสสมอดมไปดวยวตำมนBชวยในกำรสรำงเมดเลอด เผำผลำญแปงและน ำตำล บ ำรงระบบประสำทชวยคลำยอำกำรหอบหดและโรคเกยวกบทำงเดนหำยใจชวยใหมำนท ำงำนเปนปกตรวมทงตบออน ล ำไสทงยงชวยในกำรดดซมของอำหำรในกระเพำะและส ำไสท ำงำนเปนอยำงด ในทำงจตวทยำพลงของสสมมคณสมบตในกำรบรรเทำอำกำรซมเศรำ หำกตองกำรเรยกพลงควำมกระตอรอรนกลบคนมำสสมเปนสทชวยได ผกผลไมสสมจะมสำร แคโรทนอยดและไบโอฟลำโวนอยดซงเปนตวชวยบ ำรงหวใจ บ ำรงสำยตำและเพมภมคมกนใหแกรำงกำยซงมสำรแคโรทนทมประสทธภำพสงในกำรตำนอนมลอสระทเปนตวกำรเกดมะเรงผกผลไมทมสำรพวกนไดแก แครอท มะละกอ สม แตงโมเหลองแตงไทย และฟกทอง

สเขยว เปนสทมควำมสมพนธอยำงเนนเฟนกบธรรมชำตชวยใหเรำมอำรมณรวมกบสงอน ๆตลอดจนธรรมชำตตำง ๆ รอบตวเรำไดงำย สเขยวจะชวยสรำงสรรคบรรยำกำศของควำมสบำย ผอนคลำยสงบ กอใหเกดควำมรสกสนโดษ วำวเปลำ สมดลและละวำง แตถำเปนสเขยวเขม มควำมหมำยของกำรหลดพนควำมพอดและถอมตน เปนสทปฏเสธตอควำมรกและควำมสนกสนำน ในขณะทสเขยวมะกอกจะมผลตอรำงกำยและควำมรสก จนอำจท ำใหรำงกำยปวยไดสเหลอง-เขยว จดอยในกลมของควำมอจฉำ อำรมณควำมรษยำ ขนของหมองใจ คบแคนใจ ตลอดจนเปนกำรแสดงถงควำมรสกทปรำรถนำจะครอบครองผกผลไมมมสเขยวมแรธำตทส ำคญโดยเฉพำะวตำมนC ชวยสมำนแผลท ำใหผวพรรณเปลงปลง เพมควำมตำนทำนโรค สเขยวท ำใหประสำทตำผอนคลำยและควำมดนโลหตลดลงได ปองกนกำรจบตวของกอนเลอด ปองกนโรคหวใจ ควำมดนโลหตและชวย

21

ตำนทำนเชอโรครวมทงเยอบอกเสบผกผลไมในกลมนจะมสำรกลมลเทอนและอนดอล ซงจะเปนตวชวยใหกระดกแขงแรง ชวยบ ำรงสำยตำ เชน บรอกโคล กระหล ำปลเขยว แอปเปลเขยว คะนำ ผกบง ผกใบเขยวทกชนด และอโวคำโด

สเหลอง มกเปนสของควำมสข ควำมเบกบำน ควำมมชวตชวำ งำนเฉลมฉลองเปนสของควำมแจมใส มกจะเกยวของกบเชำว สตปญญำขำงในและพลงของควำมคดเปนภมและควำมหยงร เปนควำมจ ำทแจมใส ควำมคดทกระจำงเปนอำรมณของกำรใชควำมคดสรำงสรรคใหมๆ เปนสทกระตนใหเกดกำรมองโลกในแงด ในทำงตรงกนขำมสเหลองเขมกบกลำยเปนสญญำลกษณของควำมหวำดกลว สเหลองท ำใหมอำรมณขนผกและผลไมทมสเหลองมกอดมไปดวยวตำมนA ชวยบ ำรงสำยตำ ปองกนหวดชวยเสรมสรำงควำมเจรญเตบโตใหรำงกำยพลงของสเหลองชวยใหกำรท ำงำนของถงน ำดและล ำไสเปนไปตำมปกต ชวยปรบสมดลของทำงเดนอำหำรท ำใหระบบยอยอำหำรและระบบขบถำยท ำงำนดขนทงยงสำมำรถใชเยยวยำอำกำรทอแท หดห และหมดก ำลงใจไดผกผลไมสสมจะมสำรแคโรทนอยดและไบโอฟลำโวนอยดซงเปนตวชวยบ ำรงหวใจ บ ำรงสำยตำและเพมภมคมกนใหแกรำงกำยซงมสำรแคโรทนทมประสทธภำพสงในกำรตำนอนมลอสระทเปนตวกำรเกดมะเรงผกผลไมทมสำรพวกนไดแก แครอท มะละกอ สม แตงโมเหลอง ขำวโพดหวำนและฟกทอง

สมรกต เปนกำรผสมผสำนกนระหวำงสน ำเงนกบสเขยวเขมของทองทะเลลก จงมควำมหมำยในเชงของควำมเยอกเยน ควำมสงบเงยบเหมอนกบสเขยว สมรกตจงเปนสทเหมำะกบกำรชะลำงเอำควำมเหนอยลำควำมตงเครยดใหออกจำกจตใจหรออำรมณของเรำสมรกตจงเปนสทถกยกวำเปนสทใหก ำลงใจใหกลบมำมประกำยสดชน และมกจะชวยใหคนทรสกโดดเดยวดขน เพมพลงสอสำรใหโดดเดนขน สรำงสรรคมำกขนและรบรตอสมผสและควำมรสกไดรวดเรว

สน าเงน เปนควำมหมำยของกำรสงบเยน สขมเยอกเยน หนกแนนและละเอยดรอบคอบสน ำเงนเปนสทมควำมหมำยเกยวโยงกบจตใจไดสงกวำสเหลอง มควำมหมำยถงกลำงคนจงท ำใหเรำรสกสงบไดลกกวำและผอนคลำยกวำ เรำจะยงเขำสควำมสงบและสงดไดอยำงลมลกเมอสมผสกบสน ำเงนทเขมขนแตถำเปนสน ำเงนออนจะท ำใหเรำรสกปกปองจำกภำรกจตลอดจนกจกรรมทเกดขนในแตละวน ดงนนสน ำเงนจงมกน ำมำบ ำบดคนทนอนไมหลบ เปนสของหองนอน สน ำเงนเปนสทควำมคมจตใจภำยในใหเกดควำมรสกกระจำงและสรำงสรรค สน ำเงนเขมแตยงไมถงขนสกรมทำมอทธพลอยำงสงตอกำรกดหรอกลอมประสำทและจตใจเปนสทเขำถงสญชำตญำณและลำงสงหรณจตใตส ำนกของเรำไดด อยำงไรกตำมสน ำเงนทเขำสโทนด ำหรอมดมำกขนยงหมำยถงควำมโศกเศรำอยำงทสด หรออำรมณทเศรำสดขดดวย จงควรระวงในกำรน ำไปใช สน ำเงนชวยใหระบบหำยใจสมดล รกษำโรคควำมดนโลหตสง ในแงจตวทยำสน ำเงนชวยสรำงแรงบนดำลใจและกำรแสดงออกทำงศลปะ

22

สฟา เปนสทใหควำมรสกสงบเยอกเยน เปนอสระ ปลอดโปรงสบำย ปลอดภย ใจเยนและสำมำรถระงบควำมกระวนกระวำยในใจไดดวยพลงของสฟำมคณสมบตในกำรรกษำอำกำรของโรคปอด ลดอตรำเผำผลำญพลงงำน รกษำอำกำรเจบคอและท ำใหชพจรเตนเปนปกต สมวง เปนสกำรดแลและปลอบโยนชวยใหจตใจสงบและอดทนตอควำมรสกทโศกเศรำหรอสญเสยทมำกระทบจตใจและประสำท สมวงเฉดตำง ๆยงชวยสรำงสมดลของจตใจใหฟนกลบมำจำกภำวะตกต ำหรอควำมเศรำทครอบง ำอย สครำมจะเปนสทมพลงมำกเปนสทไปกระตนสมองใหมควำมฮกเหม กระตนใหเกดควำมคดสรำงสรรคและสญชำตญำณ สครำมเปนสทเขำไปครอบง ำประสำทไดเปนอยำงด สมวงเปนสทเขำไปเปลยนแปลงกำรสอสำรระดบลกเขำไปแทนทและตอสกบควำมกลวและควำมตกใจเขำไปช ำระลำงสงทรบกวนอยในสมองซงสมวงมกเขำไปเชอมโยงกบสอแขนงอน ๆ ศลปะ ดนตร และควำมลกลบเปนสทมอทธพลตอควำมรสกทำงดำนควำมสวยงำม ปรชญำขนสง กระตนใหเกดควำมคดสรำงสรรค แรงบนดำลใจ กอใหเกดควำมเหนอกเหนใจสมวงยงเปนสทมอทธพลตอควำมเชอทลกลบทำงจตวญญำณ อยำงไรกตำมคนทไดรบอทธพลของสดงกลำวจะตอตำนชวตและสงคมทเตมไปดวยสสนแตจะสนใจเรองจตวญญำณมำกกวำผกผลไมสมวงเตมไปดวยวตำมนD ชวยเพมพลงงำนและกำรยอยอำหำร ชวยปรบสมดลในรำงกำยใหท ำงำนเปนปกต ใชบ ำบดโรคไต กระเพำะปสสำวะอกเสบ โรคผวหนงบำงชนดและบ ำบดโรคไขขอสมวงยงชวยใหสมองของเรำสงบ สำมำรถสรำงแรงบนดำลใจดำนตำง ๆ ผกผลไมในกลมสนจะพบสำรกลมแอนไทไซยำนนและโฟโนลก ทเปนตวลดอตรำเสยงกำรเกดโรคมะเรง ชวยรกษำระบบทำงเดนปสสำวะ และชวยในเรองควำมจ ำ ผกผลไมสมวงไดแก กะหล ำมวง องนแดง บลเบอรรมะเขอมวง มนตอเผอก เปนตน

สมงคด เปนสทชวยใหเรำไมรสกควำมหมดหวง วตกกงวลตอเรองใดเรองหนงหรอควำมรสกโกรธหรอผดหวง สมงคดท ำใหจตใจเรำเบกบำนขนทงนเพรำะอทธพลของสทผสมกนระหวำงสแดงกบสมวง ซงมกจะเกยวของกบควำมรสกสงสำร เมตตำชวยเหลอเปนกำรปลกปลอบใหฟนขนมำสมงคดกเหมอนกบสมวงเปนสทเพมควำมรสกปลอดภยจำกอนตรำยและควำมนำกลวทงหลำยมกจะเปนสทมควำมหมำยถงกำรผอนคลำยอยำงลกซงแตสมงคดไมเหมำะกบคนทเปนโรคซมเศรำเรอรงผกผลไมในกลมสนจะพบสำรกลมแอนไทไซยำนนและโฟโนลก ทเปนตวลดอตรำเสยงกำรเกดโรคมะเรง ชวยรกษำระบบทำงเดนปสสำวะ และชวยในเรองควำมจ ำ ผกผลไมสมวงไดแก กะหล ำมวง องนแดง บลเบอรร มะเขอมวง มนตอเผอก ขำวโพดมวง เปนตน

สขาว เปนสทหมำยถงควำมบรสทธอยำงยง จดอยในกลมของกำรปกปอง สรำงสนต สบำย ชวยบรรเทำอำรมณตกใจหรอหวำดวตก สงเสรมใหจตใจสะอำดบรสทธ มพลงทำงควำมคดและจตใจ นอกจำกนนยงหมำยถงควำมเยอกเยนและกำรแยกหรอปลกวเวกกได ผกผลไมในกลมนจะมสำรในกลมอะลซนและธำตซลเนยนซงจะชวยลดครอเลสเตอรอล ลดอตรำกำรเกดโรคหวใจและโรคมะเรงสำรพวกนพบใน ดอกกระหล ำ หอมหวใหญ กระเทยม หวไชเทำ เปนตน

23

สด า เปนสทมควำมหมำยทงในแงของควำมสะดวกสบำย กำรปกปอง และควำมลกลบมกจะเขำไปเกยวของกบควำมเงยบสงด มควำมหมำยของหนทำงอนมลกษณะอนไกลโพน นอกจำกนยงหมำยถงพลงชวตทถดถอยหรอออนลำ หมดพลงและลลบสด ำยงเปนสทขดขวำงกำรเจรญเตบโตและกำรเปลยนแปลง เปนกำรปดปงอ ำพรำงจำกโลกภำยนอก ผกผลไมไดแก ถวด ำ

สเงน เปนสของพระจนทรซงหมำยถงกำรเปลยนแปลง หรอผนแปรมลกษญะคลำยกบอำรมณและบคลกภำพพนฐำนของผหญงทไวตอควำมรสกแตกมดลยภำพมกำรประสำนปรองดองและใหควำมรสกทสดใส

สทอง เปนสทจดอยในกลมอทธพลของพระอำทตยเชนเดยวกบสเหลองและมกจะเกยวเนองกบพลงและควำมอดมสมบรณ เปำหมำยสงสด ปญญำอนสงสดควำมเขำอกเขำใจ ปกตสทองหมำยถงกำรใหชวตใหม ใหพลงใหม ฉดรงออกมำจำกควำมกลวควำมไมแนนอนหรอหนกลบมำใสใจ สทองทวำวแววจะทรงพลงอยำงยงในกำรดงใหหลดพนจำกควำมรสกทตกต ำของจตใจ

สน าตาล เปนสของแผนดน สน ำตำลใหควำมรสกมนคง ลดควำมรสกทไมปลอดภยอยำงไรกตำมสน ำตำลมกเกยวของกบกำรเตมเตมของควำมรสก บ ำบดจำกควำมเศรำโศกควำมรสกคบอกคบใจสนมกจะน ำไปชวยเหลอคนทรสกหมดคณคำในตวเอง ผกผลไมไดแก มะขำมหวำน มะขวดเปนตน ในกำรน ำมำใชเชน กำรเลอกบรโภคอำหำรตำมส หรอบรโภคใหครบผกสรง ไดรบสำรอำหำรครบ๕หม หรอใชสในกำรแตงกำย สทำหอง หรอของใชสวนตว คณลกษณะของส (Characteristics of Color)

ในงำนศลปะ ส นบเปนองคประกอบพนฐำนทมควำมส ำคญมำก โดยเฉพำะในงำนจตรกรรม สถอเปนปจจยส ำคญ ทชวยใหศลปน สำมำรถสรำงสรรคผลงำนไดตำมเจตนำรมณ ซงคณลกษณะของสในงำนศลปะทตองน ำมำพจำรณำมอย 3 ประกำร คอ

4.1 สแท (Hue) หมำยถง ควำมเปนสนน ๆ ทมไดมกำรผสมใหเขมขน หรอจำงลง สแทเปนสในวงจรส เชน สแดง น ำเงน เหลอง สม เขยว มวง ฯลฯ

4.2 น ำหนกของส ( Value) หมำยถง คำควำมออนแก หรอ ควำมสวำงและควำมมด ของส โดยแบงเปน 2 ลกษณะคอ

4.2.1 สแทถกท ำใหออนลงโดยผสมสขำว เรยกวำ สนวล (Tint) 4.2.2 สแทถกท ำใหเขมขนโดยผสมสด ำ เรยกวำ สคล ำ (Shade)

4.3 ควำมจด หรอควำมเขมของส (Intensity) หมำยถง ควำมสดหรอควำมบรสทธของสๆหนง ทมไดถกผสมใหสหมนหรอออนลง หำกสนนอยทำมกลำงสทมน ำหนกตำงคำกนจะเหนสภำพสแทสดใสมำกขน เชน วงกลมสแดง บนพนสน ำเงนอมเทำ

24

4.4 คำควำมเปนสกลำง (Neutral) หมำยถง กำรท ำใหสแททมควำมเขมของสนนหมนลง โดยกำรผสมสตรงขำม เรยกวำ กำรเบรกส เชน สแดงผสมกบสเขยว หรอผสมดวยสทเปนกลำง เชน สเทำ สน ำตำลออน สครม และขำว เพอลดควำมสดของสแทลง 2.4 การน าระบบคอมพวเตอรในการใชงาน

1. น ำคอมพวเตอรเขำมำใชในกำรคนควำท ำสอกำรเรยนกำรสอน 2. น ำคอมพวเตอรเขำมำใชในกำรสรำงสอกำรเรยนกำรสอนใหสมบรณ 3. น ำคอมพวเตอรเขำมำใชในกำรน ำเสนอสอกำรเรยนกำรสอน 4. น ำคอมพวเตอรเขำมำใชในกำรออกแบบงำนและสรำงภำพกรำฟก 5. น ำคอมพวเตอรเขำมำใชในกำรคนหำขอมล

บทท 3 การออกแบบระบบงานดวยระบบคอมพวเตอร

3.1 การออกแบบ Site map

รปท 3.1 การออกแบบ Site map

26

รปท 3.2 การออกแบบ Site map (ตอ)

27

รปท 3.3 การออกแบบ Site map (ตอ)

28

รปท 3.4 การออกแบบ Site map (ตอ)

29

รปท 3.5 การออกแบบ Site map (ตอ)

30

รปท 3.6 การออกแบบ Site map (ตอ)

31

รปท 3.7 การออกแบบ Site map (ตอ)

32

3.2 การออกแบบ Story Board

รปท 3.2 แสดงหนา Index

รปท 3.3 แสดงหนาหลก

33

รปท 3.4 แสดงหนาเลอกหนวยการเรยนร

รปท 3.5 แสดงหนาพนฐาน Powerpoint 2016

34

รปท 3.6 แสดงหนาเรมตนใชงาน

รปท 3.7 แสดงหนาสรางพรเซนเตชนจากชดธม

35

\

รปท 3.8 แสดงหนาพรเซนเตชนใหม

รปท 3.9 แสดงหนาเพมสไลดแผนใหม

36

รปท 3.10 แสดงหนาเปลยนเคาโครงสไลด

รปท 3.11 แสดงหนาการใชงานภาษา

37

รปท 3.12 แสดงหนาเปลยนชดธม

รปท 3.13 แสดงหนาเปลยนชดธมส

38

รปท 3.14 แสดงหนาเปลยนฟอนตของธม

รปท 3.15 แสดงหนาเปลยนธมเอฟเฟกต

39

รปท 3.16 แสดงหนาเนอหาสไลด

รปท 3.17 แสดงหนาจดรปแบบขอความในสไลด

40

รปท 3.18 แสดงหนาใสสพนกรอบขอความ

รปท 3.19 แสดงหนารปแบบรายการแบบบลเลต

41

รปท 3.20 แสดงหนาจดรปแบบรายการแบบเลขล าดบ

รปท 3.21 แสดงหนาเพมกลองขอความ

42

รปท 3.22 แสดงหนาจดรปแบบขอความและกรอบขอความ

รปท 3.23 แสดงหนาใสรปภาพลงในสไลด

43

รปท 3.24 แสดงหนาเลอกรปภาพออนไลน

รปท 3.25 แสดงหนาจดรปแบบรปภาพ

44

รปท 3.26 แสดงหนาจดรปภาพดวย Layout

รปท 3.27 แสดงหนาตารางและกราฟ

45

รปท 3.28 แสดงหนาใสเนอหาในตาราง

รปท 3.29 แสดงหนาน าเสนอตวเลขดวยกราฟ

46

รปท 3.30 แสดงหนาจดรปแบบกราฟ

รปท 3.31 แสดงหนาเทคนคการสรางและจดรปแบบตาราง

47

รปท 3.32 แสดงหนาสรางสไลดเทมเพลตตนแบบ

รปท 3.33 แสดงหนาภาพเคลอนไหว

48

รปท 3.34 แสดงหนาใสเอฟเฟกตการเปลยนแผนสไลด

รปท 3.35 แสดงหนาใสเอฟเฟกตการเคลอนไหวเนอหา

49

รปท 3.36 แสดงหนาเพมเอฟเฟกตเนนออบเจกต

รปท 3.37 แสดงหนาเพมเอฟเฟกตออกใหออบเจกต

50

รปท 3.38 แสดงหนาหนาตางเลอกออบเจกต

รปท 3.39 แสดงหนาสรางการเคลอนไหวให SmartArt

51

รปท 3.40 แสดงหนาสรางการเคลอนไหวให Chart

รปท 3.41 แสดงหนาน าเสนอสไลด

52

รปท 3.42 แสดงหนาแสดงสไลดโชว

รปท 3.43 แสดงหนาซอมบรรยายและจบเวลา

53

รปท 3.44 แสดงหนาซอน/แสดงสไลด

รปท 3.45 แสดงหนาสงออกพรเซนตไปใชงาน

54

รปท 3.46 แสดงหนาสรางเอกสารประกอบการบรรยาย

รปท 3.47 แสดงหนาแพคพรเซนตลงซด

55

รปท 3.48 แสดงหนาแชรสไลดใหคนทตองการ

รปท 3.49 แสดงหนาแบบทดสอบใหท า

56

รปท 3.50 แสดงหนาแบบทดสอบท 1

รปท 3.51 แสดงหนาแบบทดสอบท 2

57

รปท 3.52 แสดงหนาแบบทดสอบท 3

รปท 3.53 แสดงหนาแบบทดสอบท 4

58

รปท 3.54 แสดงหนาแบบทดสอบท 5

รปท 3.55 แสดงหนาเนอหาของสาระนาร

59

รปท 3.56 แสดงหนาผจดท า

60

3.3 การออกแบบสงน าเขา (Input Design) 1. รปภาพประกอบเพอใหเขาใจงายมากยงขน 2. ขอมลประกอบเพอใหเขาใจในรายละเอยดทเกยวของกบเนอหา 3. ทมาของเนอหาเพอใหเครดตเนอหาทน ามา 4. รปภาพและค าอธบายเกยวกบผจดท า

3.4 การออกแบบสงน าออก (Output Design) 1. แสดงออกทางหนาจอคอมพวเตอรในรปแบบของเวบไซต 2. แสดงออกทางเครองฉายโปรเจคเตอรเพอการน าเสนอการสอบวชาโครงการ

บทท 4 การพฒนาเวบไซต เรอง Microsoft PowerPoint 2016

4.1 เครองมอและอปกรณทใช 1. Computer - ยหอ ASUS AMD Ryzen 5 3550H - RAM 8.00 GB - 64-bit Operating System, x64-based processor - Windows 10

2. Mouse 3.Keyboard

4. Printer HP 5. Flash drive A pacer 32 GB 6. กระดาษ A4 ในการปรนเอกสาร 4.2 เครองมอทใชในการพฒนา - Adobe Photoshop CC ใชในการแตงรปภาพในเวบไซต - Adobe Dreamweaver CC ใชในการสรางเวบไซต

62

4.3 การตดตงโปรแกรม

รปท 4.1 คลกเขาไปท Drive D

รปท 4.2 คลกเขาไปท Microsoft PowerPoint 2016

63

รปท 4.3 คลกเขาสหนา Web

รปท 4.4 คลกเขาไปท Index

64

4.4 วธการใชงาน

รปท 4.5 แสดงหนา Index

65

รปท 4.6 แสดงหนาหลก

รปท 4.7 แสดงหนาเลอกหนวยการเรยนร

66

รปท 4.8 แสดงหนาพนฐาน Powerpoint 2016

รปท 4.9 แสดงหนาเรมตนใชงาน

รปท 4.10 แสดงหนาสรางพรเซนเตชนจากชดธม

67

\

รปท 4.11 แสดงหนาพรเซนเตชนใหม

รปท 4.12 แสดงหนาเพมสไลดแผนใหม

68

รปท 4.13 แสดงหนาเปลยนเคาโครงสไลด

รปท 4.14 แสดงหนาการใชงานภาษา

69

รปท 4.15 แสดงหนาเปลยนชดธม

รปท 4.16 แสดงหนาเปลยนชดธมส

70

รปท 4.17 แสดงหนาเปลยนฟอนตของธม

รปท 4.18 แสดงหนาเปลยนธมเอฟเฟกต

71

รปท 4.19 แสดงหนาเนอหาสไลด

รปท 4.20 แสดงหนาจดรปแบบขอความในสไลด

72

รปท 4.21 แสดงหนาใสสพนกรอบขอความ

รปท 4.22 แสดงหนารปแบบรายการแบบบลเลต

73

รปท 4.23 แสดงหนาจดรปแบบรายการแบบเลขล าดบ

รปท 4.24 แสดงหนาเพมกลองขอความ

74

รปท 4.25 แสดงหนาจดรปแบบขอความและกรอบขอความ

รปท 4.26 แสดงหนาใสรปภาพลงในสไลด

75

รปท 4.27 แสดงหนาเลอกรปภาพออนไลน

รปท 4.28 แสดงหนาจดรปแบบรปภาพ

76

รปท 4.29 แสดงหนาจดรปภาพดวย Layout

รปท 4.30 แสดงหนาตารางและกราฟ

77

รปท 4.31 แสดงหนาใสเนอหาในตาราง

รปท 4.32 แสดงหนาน าเสนอตวเลขดวยกราฟ

78

รปท 4.33 แสดงหนาจดรปแบบกราฟ

รปท 4.34 แสดงหนาเทคนคการสรางและจดรปแบบตาราง

79

รปท 4.35 แสดงหนาสรางสไลดเทมเพลตตนแบบ

รปท 4.36 แสดงหนาภาพเคลอนไหว

80

รปท 4.37 แสดงหนาใสเอฟเฟกตการเปลยนแผนสไลด

รปท 4.38 แสดงหนาใสเอฟเฟกตการเคลอนไหวเนอหา

81

รปท 4.39 แสดงหนาเพมเอฟเฟกตเนนออบเจกต

รปท 4.40 แสดงหนาเพมเอฟเฟกตออกใหออบเจกต

82

รปท 4.41 แสดงหนาหนาตางเลอกออบเจกต

รปท 4.42 แสดงหนาสรางการเคลอนไหวให SmartArt

83

รปท 4.43 แสดงหนาสรางการเคลอนไหวให Chart

รปท 4.44 แสดงหนาน าเสนอสไลด

84

รปท 4.45 แสดงหนาแสดงสไลดโชว

รปท 4.46 แสดงหนาซอมบรรยายและจบเวลา

85

รปท 4.47 แสดงหนาซอน/แสดงสไลด

รปท 4.48 แสดงหนาสงออกพรเซนตไปใชงาน

86

รปท 4.49 แสดงหนาสรางเอกสารประกอบการบรรยาย

รปท 4.50 แสดงหนาแพคพรเซนตลงซด

87

รปท 4.51 แสดงหนาแชรสไลดใหคนทตองการ

รปท 4.52 แสดงหนาแบบทดสอบใหโหลด

88

รปท 4.53 แสดงหนาเนอหาของสาระนาร

รปท 4.54 แสดงหนาผจดท า

89

รปท 4.55 แสดงหนาแบบทดสอบท 1

รปท 4.56 แสดงหนาแบบทดสอบท 2

90

รปท 4.57 แสดงหนาแบบทดสอบท 3

รปท 4.58 แสดงหนาแบบทดสอบท 4

91

รปท 4.59 แสดงหนาแบบทดสอบท 5

รปท 4.60 แสดงหนาเนอหาของสาระนาร

92

รปท 4.61 แสดงหนาผจดท า

บทท 5 สรปผลการท าโครงการ

5.1 สรปผลโครงการ

1. เพอศกษาและไดความรเรอง Microsoft PowerPoint 2016 2. เพอไดเผยแพรความรเกยวกบเรอง Microsoft PowerPoint 2016 ใหกบผทสนใจมาศกษาคนควา 3. ไดประสบการณในการสรางเวบไซตในวชาคอมพวเตอรและสามารถน าความรมาประยกตใชให เกดประโยชน

5.1.1 ขนาดของโปรแกรมแตละไฟล ล าดบท ชอไฟล ขนาด หมายเหต 1 index 3 KB หนาแรกของเวบไซต 2 home 7 KB หนาแรก 3 unit 5 KB หนวยการเรยนร 4 unit 1 4 KB หนาพนฐาน PowerPoint 5 unit 1 p1 4 KB หนาเนอหาเรมตนใชงาน 6 unit 1 p2 4 KB หนาเนอหาสรางพรเซนเตชนจากชดธม 7 unit 1 p3 4 KB หนาเนอหาสรางพรเซนเตชนใหม 8 unit 1 p4 4 KB หนาเนอหาเพมสไลดแผนใหม 9 unit 1 p5 4 KB หนาเนอหาเปลยนเคาโครงสไลด 10 unit 1 p6 4 KB หนาเนอหาการใชงานภาษาไทย 11 unit 1 p7 4 KB หนาเนอหาเปลยนชดธม 12 unit 1 p8 4 KB หนาเนอหาเปลยนชดธมส 13 unit 1 p9 4 KB หนาเนอหาเปลยนฟอนตของธม 14 unit 1 p10 4 KB หนาเนอหาเปลยนธมเอฟเฟกต 15 unit 2 4 KB หนา เนอหา สไลด 16 unit 2 p1 4 KB หนาเนอหาจดรปแบบขอความในสไลด 17 unit 2 p2 4 KB หนาเนอหาใสสพนกรอบขอความ 18 unit 2 p3 4 KB หนาเนอหาจดรปแบบรายการบลเลต

ตารางท 5.1 ขนาดของโปรแกรมแตละไฟล

93

ล าดบท ชอไฟล ขนาด หมายเหต 19 unit 2 p4 4 KB หนาเนอหาจดรปแบบแบบเลขล าดบ 20 unit 2 p5 4 KB หนาเนอหาเพมกลองขอความ Text Box 21 unit 2 p6 4 KB หนาเนอหาจดรปแบบกรอบขอความ 22 unit 2 p7 4 KB หนาเนอหาใสรปภาพลงในสไลด 23 unit 2 p8 4 KB หนาเนอหาเลอกรปภาพออนไลน 24 unit 2 p9 4 KB หนาเนอหาจดรปแบบรปภาพ 25 unit 2 p10 4 KB หนาเนอหาจดรปภาพดวย Layout 26 unit 3 4 KB หนาตารางและกราฟ 27 unit 3 p1 4 KB หนาเนอหาใสเนอหาในตาราง 28 unit 3 p2 4 KB หนาเนอหาน าเสนอตวเลขดวยกราฟ 29 unit 3 p3 4 KB หนาเนอหาจดรปแบบกราฟ 30 unit 3 p4 4 KB หนาเนอหาเทคนคการสรางและจดตาราง 31 unit 3 p5 4 KB หนาเนอหาสรางสไลดเทมเพลตตนแบบ 32 unit 4 4 KB หนาภาพเคลอนไหว 33 unit 4 p1 4 KB หนาเนอหาใสเอฟเฟกตการเปลยนสไลด 34 unit 4 p2 4 KB หนาเนอหาใสเอฟเฟกตการเคลอนไหว 35 unit 4 p3 4 KB หนาเนอหาเพมเอฟเฟกตเนนออบเจกต 36 unit 4 p4 4 KB หนาเนอหาเพมเอฟเฟกตใหออบเจกต 37 unit 4 p5 4 KB หนาเนอหาแสดงหนาตางเลอกออบเจกต 38 unit 4 p6 4 KB หนาเนอหาสรางการเคลอนไหวSmartArt 39 unit 4 p7 4 KB หนาเนอหาสรางการเคลอนไหวให Chart 40 unit 5 4 KB หนาน าเสนอสไลด 41 unit 5 p1 4 KB หนาเนอหาแสดงสไลดโชว 42 unit 5 p2 4 KB หนาเนอหาซอมบรรยายและจบเวลา 43 unit 5 p3 4 KB หนาเนอหาซอน/แสดงสไลด 44 unit 5 p4 4 KB หนาเนอหาสงออกพรเซนตไปใชงาน 45 unit 5 p5 4 KB หนาเนอหาเอกสารประกอบการบรรยาย 46 unit 5 p6 4 KB หนาเนอหาแพคพรเซนตลงซด

ตารางท 5.1 ขนาดของโปรแกรมแตละไฟล(ตอ)

94

ล าดบท ชอไฟล ขนาด หมายเหต 47 unit 5 p7 4 KB หนาเนอหาแชรสไลดใหคนทตองการ 48 test 5 KB หนาแบบทดสอบ 49 knowledge 4 KB หนาสาระนาร 50 provider 7 KB หนาผจดท า

ตารางท 5.1 ขนาดของโปรแกรมแตละไฟล(ตอ)

95

5.1.2 ขอผดพลาดทมตอการออกแบบระบบงาน 1. FooterPage ของเวบไซตไมเหมาะสมจงตองมการแกไข 2. หนาแบบทดสอบเขาท าแบบทดสอบไมได 3. ป มหนวยการเรยนรและแบบทดสอบไมนาสนใจ 4. หนา Home ไมมความดงดดจงตองมการแกไข

5.1.2 ขอผดพลาดทมในโปรแกรม 1. Link ขอมลผดหนา 2. ตวอกษรไมแสดงขนบนโปรแกรม 3. โปรแกรมทใชท าเวบไซตคางบอย

5.2 ปญหาและอปสรรคในการด าเนนงาน 1.โปรแกรม Adobe Dreamweaver มปญหาไมสามารถแก Code ได 2. ไฟลงานทสมบรณแลวเกดปญหาเปดไพลไมได 3. สมาชกในกลมมเวลาในการท างานไมตรงกน 4. การตดตอสอสารระหวางกลมไมตอเนองท าใหงานลาชา

96

5.3 แผนการด าเนนงาน (Gantt Chart)

รายการ ภาคเรยนท 1 มถนายน 62 กรกฎาคม 62 สงหาคม 62 กนยายน 62 ระยะเวลา

1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4

อบรมการท าโครงการนกศกษาปวช.3 และปวส.2

11-12 มถนายน 62

เสนอหวขอ ATC.01โครงการ รอบท 1

เอกสารบทท 1 14 มถนายน 62

ประกาศผลหวขอโครงการ รอบท 1 17 มถนายน 62

เสนอหวขอโครงการ รอบท 2 19 มถนายน 62

ประกาศผลหวขอโครงการ รอบท 2 21 มถนายน 62

ลงทะเบยนหวขอออนไลน เสนออาจารยทปรกษารวม

18-30 มถนายน 62

สงเอกสารบทท 2 8-14 กรกฎาคม 62

สงเอกสารบทท 3 15-31 กรกฎาคม 62

สอบน าเสนอโครงการ (รอบเอกสาร) 17 สงหาคม 62

ประกาศผลสอบ (รอบเอกสาร) 22 สงหาคม 62

สงความคบหนาโปรแกรม 50% 9-15 กนยายน 62

สงความคบหนาโปรแกรม 60% 16-22 กนยายน 62

สงความคบหนาโปรแกรม 70% 23-30 กนยายน 62

รายการ ภาคเรยนท 2 พฤศจกายน 62 ธนวาคม 62 มกราคม 63 กมภาพนธ 63 ระยะเวลา

1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 สงความคบหนา 90% 1-8 พฤศจกายน 62

สงความคบหนา 100% 9-13 พฤศจกายน 62

สอบน าเสนอโครงการ ระดบปวช.3 7 ธนวาคม 62

ประกาศผลสอบ (รอบโปรแกรม) 11 ธนวาคม 62

สงเอกสารบทท 4 6-19 มกราคม 63

สงเอกสารบทท 5 20-26 มกราคม 63

สงงบประมาณในการท าโครงการ(แบบออนไลน)

26-30 มกราคม 63

สงรปเลม ซด ช าระคาเขาเลม 1-20 กมภาพนธ 63

ตารางท 5.2 แผนการด าเนนงาน (Gantt Chart)

97

5.4 สรปคาใชจายในการด าเนนงานจรง

ล าดบ รายการ จ านวน ราคา 1 กระดาษA4 2 รม 250

2 เครองพมพ 3 คน คนละ 100 3 คน 300

3 คาพมพเอกสาร 1 เลม 400 4 คา CD 1 แผน 150 5 คาเบดเตลด 200 6 คาท าเลม 200 รวมเปนเงน 1,500

ตารางท 5.3 สรปคาใชจายในการด าเนนงานจรง

98

บรรณานกรม กญญารตน บญมานตย และคณะ. (2561). โครงการเวบไซตสอการเรยนการสอนออนไลนวชา

ภาษาไทยเพองานอาชพ. หลกสตรประกาศนยบตรวชาชพ สาขาวชาคอมพวเตอรธรกจ, วทยาลยเทคโนโลยอรรถวทยพณชยการ

ดวงพร เกยงค า. (2559). คมอ office 2016 ฉบบใชงานจรง. นนทบร : ไอดซ พรเมยร นตยา บวคลาย. (2557). ความรเบองตนเกยวกบ Microsoft PowerPoint. คนขอมลวนท 21 ตลาคม 2562 , จาก http://nittaya1994.blogspot.com/ เมธาวฒน ปนเนตร. (2558). การวเคราะหปญหา. คนขอมลวนท 21 ตลาคม 2562 , จาก

https://answers.microsoft.com บรษท ซอฟทเมลท จ ากด. (2560). ทฤษฎส (Color Theory) ส าหรบการออกแบบเวบไซต.

คนขอมลวนท 30 กรกฎาคม 2562, จาก https://www.spftmelt.com/article.php?id=365 ปลายฟา ชมภ. (2555) ขนตอนการออกแบบโปรแกรม. คนขอมลวนท 21 ตลาคม 2562 , จาก

http://sites.google.com/site/twoinone11 ยพเรศ สมหวาน และคณะ. (2561). โครงการเวบไซตเหรยญไทย. หลกสตรประกาศนยบตร

วชาชพ สาขาวชาคอมพวเตอรธรกจ, วทยาลยเทคโนโลยอรรถวทยพาณชยการ โรงเรยน มหดลวทยานสรณ. (2559). ภาษาคอมพวเตอร. คนขอมลวนท 21 ตลาคม 2562 , จาก http://comedu.nstru.ac.th เอกสทธ การสาล และคณะ. (2561). โครงการเวบไซตพนธไมสงวนทควรอนรกษ. หลกสตร

ประกาศนยบตรวชาชพ สาขาวชาคอมพวเตอรธรกจ, วทยาลยเทคโนโลยอรรถวทย พาณชยการ

Suteerat Sapmool. (2555). ความหมายการออกแบบโปรแกรม. คนขอมลวนท 21 ตลาคม 2562 , จาก http://computer.bps.in.th/suteerat/step

ภาคผนวก - ใบเสนอขออนมตการท าโครงการระบบคอมพวเตอรธรกจ (ATC.01) - ใบอาจารยทปรกษารวม (ATC.02) - ใบขอสอบปองกนโครงการระบบคอมพวเตอรธรกจ (ATC.03) - รายงานความคบหนาโครงการระบบคอมพวเตอรธรกจ (ATC.04) - ใบบนทกการเขาพบอาจารยทปรกษาโครงการ (ATC.05) - ใบขออนญาตอาจารยทปรกษารวมจดท าเอกสาร (ATC.06)

126

ประวตผจดท ำ นาย ฐาปนพงศ ยอแสง เกดเมอวนท 8 กมภาพนธ 2545 ส าเรจการศกษาชนมธยมตอนตนจากโรงเรยนสมทรปราการ เมอปการศกษา 2559 จบการศกษาหลกสตรประกาศนยบตรวชาชพ(ปวช.) สาขาวชาคอมพวเตอรธรกจ ทวทยาลยเทคโนโลยอรรถวทยพณชยการ ปการศกษา 2562 ปจจบนอาศย อยบานเลขท 25/1 หม 3 ต าบลส าโรง อ.พระประแดง จ.สมทรปราการ 10270 เบอรโทรศพท 064-224-3437 E-mail : Thapanapong2154@gmail.com Line ID: Saiko166 นาย ธรภทร มนตพพฒน เกดเมอวนท 25 กรกฎาคม 2544 ส าเรจการศกษาชนมธยมตอนตนจากโรงเรยนเพยนพนอนสรณ เมอปการศกษา 2559 จบการศกษาหลกสตรประกาศนยบตรวชาชพ(ปวช.) สาขาวชาคอมพวเตอรธรกจ ทวทยาลยเทคโนโลยอรรถวทยพณชยการ ปการศกษา 2562 ปจจบนอาศย อยบานเลขท 88/57 หม 3 ต าบลส าโรง อ.พระประแดง จ.สมทรปราการ 10270 เบอรโทรศพท 082-143-9578 E-mail : Theerapat_2507@hotmail.co.th Line ID :TheerapatNats นาย ณพงศ ภรต เกดเมอวนท 6 สงหาคม 2544 ส าเรจการศกษาชนมธยมตอนตนจากโรงเรยนวดทรงธรรม เมอปการศกษา 2559 จบการศกษาหลกสตรประกาศนยบตรวชาชพ(ปวช.) สาขาวชาคอมพวเตอรธรกจ ทวทยาลยเทคโนโลยอรรถวทยพณชยการ ปการศกษา 2562 ปจจบนอาศย อยบานเลขท 14 หม 12 ต าบลบางกอบว อ.พระประแดง จ.สมปราการเบอรโทรศพท 061-756-6246 E-mail : Tonenapong@gmail.com

Recommended