108
การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ สาหรับการพัฒนาระบบฐานข้อมูลบุคลากร ในการ ให้บริการสารสนเทศ และการปรับขึ ้นเงินเดือน โรงเรียนวรนารีเฉลิม สงขลา Applying Information Technology for Developing Personnel Database System on Information Service and Salary Increase Woranari Chaloem Songkhla School ธนัญทร ทองจันทร์ Thananthorn Thongchan งานวิจัยนี้ได ้รับทุนอุดหนุนการวิจัยจากมหาวิทยาลัยหาดใหญ่ 2558 ลิขสิทธิ ์เป็นของมหาวิทยาลัยหาดใหญ่ HATYAI UNIVERSITY

UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

  • Upload
    others

  • View
    11

  • Download
    0

Embed Size (px)

Citation preview

Page 1: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

การประยกตใชเทคโนโลยสารสนเทศ ส าหรบการพฒนาระบบฐานขอมลบคลากร ในการใหบรการสารสนเทศ และการปรบขนเงนเดอน โรงเรยนวรนารเฉลม สงขลา

Applying Information Technology for Developing Personnel Database System on Information Service and Salary Increase Woranari Chaloem Songkhla School

ธนญทร ทองจนทร Thananthorn Thongchan

งานวจยนไดรบทนอดหนนการวจยจากมหาวทยาลยหาดใหญ 2558

ลขสทธเปนของมหาวทยาลยหาดใหญ

HATYAI UNIVERSITY

Page 2: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

(1)

ชองานวจย การประยกตใชเทคโนโลยสารสนเทศ ส าหรบการพฒนาระบบฐานขอมลบคลากร ในการใหบรการสารสนเทศ และการปรบขนเงนเดอน โรงเรยนวรนารเฉลม สงขลา

ผวจย ธนญทร ทองจนทร ทนอดหนน 2558

บทคดยอ

การวจยครงนมวตถประสงคเพอประเมนการประยกตใชเทคโนโลยสารสนเทศในสวนงานบคคลโรงเรยนวรนารเฉลม ในสวนของการใหบรการสารสนเทศสวนบคคลแกครและบคลากรทางการศกษาในองคกร รวมถงการน าเทคโนโลยสารสนเทศมาใชสนบสนนกระบวนการปรบขนเงนเดอนของบคคลากรในโรงเรยน โดยใชวงจรการพฒนาระบบ SDLC มาเปนระเบยบวธในการพฒนาระบบสารสนเทศ ประชากรประกอบดวย คร บคลากรทางการศกษา และเจาหนาทฝายงานบคคลในโรงเรยนวรนารเฉลม จงหวดสงขลา เครองมอทใชในการเกบรวบรวมขอมลคอ แบบสอบถาม และการสมภาษณเชงลก วเคราะหขอมลโดยการวเคราะหเนอหา และหาความถรอยละ คาเฉลย และสวนเบยงเบนมาตรฐาน ผลการวจยสรปไดดงน 1. การประเมนดานการประยกตใชเทคโนโลยสารสนเทศมาสนบสนนการใหบรการสารสนเทศสวนบคคล พบวา ภาพรวมความพงพอใจอยในระดบ “มาก” ความพงพอใจในการน าเทคโนโลยสารสนเทศมาสนบสนนกระบวนการใหบรการสารสนเทศสวนบคคลในระดบ “มาก” และพงพอใจดานการใชงานระบบสารสนเทศอยในระดบ “มาก” 2. การประเมนดานการประยกตใชเทคโนโลยสารสนเทศมาสนบสนนกระบวนการปรบขนเงนเดอน พบวา ภาพรวมความพงพอใจอยในระดบ “มาก” ความพงพอใจในการน าเทคโนโลยสารสนเทศมาสนบสนนกระบวนการปรบขนเงนเดอนอยในระดบ “มาก” และพงพอใจดานการใชงานระบบสารสนเทศอยในระดบ “มาก”

HATYAI UNIVERSITY

Page 3: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

(2)

Research Title Applying Information Technology for Developing Personnel Database System on Information Service and Salary Increase Woranari Chaloem Songkhla School Researcher Thananthorn Thongchan Research Scholarship 2015

ABSTRACT The research purpose was to adjust an information technology in human resource department at Woranari Chaloem Songkhla School in part of information service process and upgrade salary process. Methodology of this research is Software Development life cycle (SDLC) to develop this information system. The sample population consisted of instructions, teacher and human resource staff. The research tools were questionnaire and in-depth interview. The data were analyst by using content analysis and statistical analysis. The results of the research were as followed: 1. Adjustment an information technology for information service evaluation: The member of sample in overall satisfaction at high level, for support information service process satisfaction at high level and in using information system satisfaction at high level. 2. Adjustment an information technology for salary increase evaluation: The members of sample in overall satisfaction at high level, for support upgrade salary process satisfaction at high level and in using information system satisfaction at high level.

HATYAI UNIVERSITY

Page 4: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

(3)

กตตกรรมประกาศ งานวจยฉบบนส าเรจลลวงไดดวยดโดยไดรบความอนเคราะห และความรวมมอจากหลายฝาย ทงนผวจยขอกราบขอบพระคณ ผศ.ปณยนช รธรโก รกษาการคณบดคณะวทยาศาสตรและเทคโนโลย ทชวยผลกดนและสนบสนนการท าวจยครงน รวมทงใหความกรณาตรวจสอบงานวจยและใหขอเสนอแนะในการแกไขขอบกพรองตาง ๆ อนเปนประโยชนในการวจยเปนอยางยง ขอกราบขอบพระคณนางลาวลย เผอกสวรรณ หวหนาฝายงานบคคล โรงเรยนวรนารเฉลม จงหวดสงขลา ทชวยสนบสนน และใหความรวมมอในการประสานงาน และรวมตรวจสอบเครองมอในการวจย รวมถงชวยแกปญหาตาง ๆ ในการสนบสนนงานวจยใหบรรลในครงน ขอขอบพระคณ คร บคลากรทางการศกษา และเจาหนาทสวนงานบคลากรทใหขอมล ขอคดเหน และความรวมมอในการท าแบบสอบถาม การสมภาษณในการวจยครงน ขอขอบพระคณ ดร.กอแกว จนทรกงทอง ผอ านวยการส านกวจยและพฒนา นายสมเกยรต แกวเกาะสะบา นกวจยประจ าส านกวจยและพฒนา มหาวทยาลยหาดใหญ ทชวยเสนอแนะแนวทางการท าวจย และสนบสนนการท าวจยของผวจย ขอขอบคณนางสาวณฏฐน ชยเพชร เจาหนาทสงเสรมความรและเผยแพรความร ประจ าส านกวจยและพฒนาทชวยในการประสานงานในการท าวจยครงน สดทายนผวจยขอกราบขอบพระคณมหาวทยาลยหาดใหญทใหทนอดหนนการวจยในครงน รวมไปถงความเอออ านวยในทกขนตอนของการวจย ผจดท าหวงเปนอยางยงวางานวจยครงนจะเปนประโยชนตอทางโรงเรยนวรนารเฉลม จงหวดสงขลา และส าหรบโรงเรยนอน ๆ ทตองการน าเทคโนโลยสารสนเทศไปสนบสนนกระบวนการใหบรการสารสนเทศ และกระบวนการปรบขนเงนเดอน ส าหรบคณความดและประโยชนของงานวจยน ผจดท าขอมอบแดมหาวทยาลยหาดใหญ และผใหการสนบสนนทกทาน หากมขอบกพรองประการใด ผจดท าขออภยไว ณ ทน ธนญทร ทองจนทร

HATYAI UNIVERSITY

Page 5: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

(4)

สารบญ บทคดยอ (1) ABSTRACT (2) กตตกรรมประกาศ (3) สารบญ (4) สารบญตาราง (6) ตารางภาพประกอบ (7) บทท 1 บทน า ความส าคญและทมาของปญหา 1

วตถประสงคการวจย 3 สมมตฐานการวจย 4 ประโยชนของการวจย 4 ขอบเขตการวจย 4 นยามศพทเฉพาะ 5

บทท 2 เอกสารงานวจยทเกยวของ แนวคดทฤษฎทเกยวของ 6

งานวจยทเกยวของ 33 บทท 3 วธการวจย ประชากรและกลมตวอยาง 35

เครองมอทใชในการวจย 37 การสรางและหาคณภาพเครองมอ 38 วธการวเคราะหขอมลและสถต 43 การวเคราะหความตองการของระบบสารสนเทศ 45 การออกแบบระบบ 47

บทท 4 ผลการด าเนนงานวจย ผลการออกแบบสวนน าเขา การประมวลผล และการแสดงผล 49 ผลการออกแบบโปรแกรมตนแบบ และการท างานของระบบ 50 ผลการพฒนาระบบสารสนเทศ 51 ผลการตดตงและทดสอบระบบ 60 ผลการประเมนความพงพอใจการใชระบบสารสนเทศ 62

HATYAI UNIVERSITY

Page 6: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

(5)

บทท 5 สรปผล อภปราย และขอเสนอแนะ สรปผลการวจย 66 อภปรายผล 68 ขอเสนอแนะ 69 บรรณานกรม ภาคผนวก ภาคผนวก ก เครองมอในการท าวจย ภาคผนวก ข เอกสารทเกยวของในการวจย ประวตผวจย

HATYAI UNIVERSITY

Page 7: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

(6)

สารบญตาราง ตารางท 2.1 ตารางแสดงภาพสญลกษณทใชในการออกแบบ Data Flow Diagram 18 ตารางท 2.2 ตารางแสดงภาพสญลกษณทใชในการออกแบบ ER-Diagram 21 ตารางท 3.1 ขนาดของกลมตวอยางของเครซและมอรแกน 35 ตารางท 3.2 ตารางเปรยบเทยบอตราสวนของประชากรจนไดกลมตวอยางแยกตามกลมสาระการเรยนร 37 ตารางท 3.3 ตารางแสดงผลสรปขอมลทไดจากการสมภาษณ 39 ตารางท 4.1 ตารางแสดงผลการประเมนความพงพอใจตอการใชระบบฐานขอมลบคลากร 62

HATYAI UNIVERSITY

Page 8: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

(7)

ตารางภาพประกอบ

ภาพประกอบ 2.1 แสดงแบบจ าลองการพฒนาระบบในรปแบบ Waterfall Model 13 ภาพประกอบ 2.2 แสดงแบบจ าลองการพฒนาระบบในรปแบบ Adaptive Water Fall 14 ภาพประกอบ 2.3 แสดงแบบจ าลองการพฒนาระบบในรปแบบ Evolutionary 15 ภาพประกอบ 2.4 แสดงแบบจ าลองการพฒนาระบบในรปแบบ Incremental 15 ภาพประกอบ 2.5 แสดงแบบจ าลองการพฒนาระบบในรปแบบ Spiral 16 ภาพประกอบ 2.6 แสดงรปแบบแผนภาพยสเคส 22 ภาพประกอบ 3.1 แสดงแผนภมขนตอนการสรางเครองมอ 39 ภาพประกอบ 3.2 กรอบแนวคดในการวจย 44 ภาพประกอบ 3.3 แผนภาพยสเคสของระบบ 46 ภาพประกอบ 3.4 แผนภาพกระแสขอมลระดบ 0 47 ภาพประกอบ 3.5 แผนภาพความสมพนธระหวางเอนทต 48 ภาพประกอบ 4.1 แสดงหนาจอการลอกอน 51 ภาพประกอบ 4.2 แสดงหนาจอการแสดงขอมลสารสนเทศสวนบคคล 51 ภาพประกอบ 4.3 แสดงหนาจอการท างานของเจาหนาทงานบคคล 52 ภาพประกอบ 4.4 แสดงหนาจอการจดการขอมลบคลากร 52 ภาพประกอบ 4.5 แสดงการระบเงอนไขการเลอนขนเงนเดอน 53 ภาพประกอบ 4.6 แสดงการเลอกบคลากรผไดเลอนขนเงนเดอน 53 ภาพประกอบ 4.7 แสดงการจดการคะแนนเลอนขน 54 ภาพประกอบ 4.8 แสดงภาพตารางปรบขนเงนเดอน 54 ภาพประกอบ 4.9 แสดงการออกรายงานสรปครผไดเลอนขน 55 ภาพประกอบ 4.10 แสดงภาพการเปรยบเทยบการขนเงนเดอนกบตารางปรบขนเงนเดอน 55 ภาพประกอบ 4.11 แสดงภาพการออกรายงานสรปรายชอบคลากร 56 ภาพประกอบ 4.12 แสดงภาพการออกรายงานเงนเดอนลาสด 56 ภาพประกอบ 4.13 แสดงภาพรายงานสรปรายชอ และเงนเดอนปจจบน 57 ภาพประกอบ 4.14 แสดงภาพรายงานสรปปเกษยณ 57 ภาพประกอบ 4.15 แสดงภาพรายงานสรปการเลอนขนเงนเดอนรายบคคล 58 ภาพประกอบ 4.16 แสดงภาพรายงานสรปครผไดเลอนขน 58 ภาพประกอบ 4.17 แสดงภาพรายงานสรปเงนเดอนขนเดยวกน 59 ภาพประกอบ 4.18 แสดงภาพรายงานสรปการนบจ านวน 59 ภาพประกอบ 4.19 แสดงภาพของเวบไซตโรงเรยนซงมระบบฐานขอมลรวมอย 60

HATYAI UNIVERSITY

Page 9: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

บทท 1 บทน า

ความส าคญและทมาของปญหา

ความกาวหนาทางดานวทยาศาสตรและเทคโนโลย ท าใหมการพฒนาคดคนสงอ านวยความสะดวกตอการด ารงชวตในปจจบนเปนอนมาก เทคโนโลยสามารถเสรมปจจยพนฐานการด ารงชวตไดเปนอยางด เชน การสรางทอยอาศยมคณภาพ และมาตรฐาน รวมท งชวยใหการผลตสนคาและใหบรการตางๆ ตอบสนองความตองการของมนษยมากขน เทคโนโลยท าใหระบบการผลตสามารถผลตสนคาไดเปนจ านวนมาก ในราคาถกลง สนคาไดคณภาพ รวมทงเทคโนโลยสารสนเทศซงใหบรการดานขอมล ขาวสารดวยกลไกอเลกทรอนกส ท าใหมการตดตอสอสารกนไดสะดวก รวดเรวตลอดเวลา เหนวาชวตปจจบนเกยวของกบเทคโนโลยเปนอนมาก ซงสวนใหญใชระบบคอมพวเตอรในการด าเนนงาน

การด าเนนกจกรรมขององคกร ในปจจบนจ าเปนตองพงพาเทคโนโลยสารสนเทศและการสอสาร เปนอยางมาก เพอใหการด าเนนงานมประสทธภาพ และพฒนางานใหกาวหนายงขน การลงทนในการจดหาและใชทรพยากรสารสนเทศจงเปนสงจ าเปนกบทกองคกรในปจจบน แตหลายหนวยงานใชเทคโนโลยสารสนเทศทลงทนไมคมคา หรออยในภาวะเสยง เชนเสยงทระบบเทคโนโลยสารสนเทศทลงทนท าใหกจกรรมขององคกร หรอกจกรรมทางธรกจอยในภาวะเสยง หรออยในภาวะทลงทนพฒนาดานเทคโนโลยสารสนเทศผด ไมเหมาะสมและสอดคลองกบยทธศาสตร และความตองการในการใชงานขององคกรและธรกจ จากการศกษาของ Standish Group พบวามโครงการดานเทคโนโลยสารสนเทศและการสอสารจ านวนมากในแคนาดาประสบความลมเหลวในการด าเนนงาน ทงดานความลาชาของโครงการ การใชเงนเกนงบประมาณ การพฒนาระบบไดไมตรงกบความตองการ โดยมโครงการทประสบความส าเรจเพยงรอยละ 29 เทานน ซงปจจยทสงผลถงประสทธภาพตวหนงทจะชวยใหโครงการดานเทคโนโลยสารสนเทศ ขององคกรประสบความส าเรจ ตอบสนองตอกจกรรมและยทธศาสตรขององคกร และใชทรพยากรดานเทคโนโลยสารสนเทศ อยางมประสทธภาพ คอ การประยกตใชเทคโนโลยสารสนเทศใหเหมาะสมกบการด าเนนงานขององคกร

ปจจยทมอทธพลตอประสทธภาพการท างานของบคลากร นนมหลายปจจยไดแก นโยบายขององคกร การบรหาร การบงคบบญชา ชวตความเปนอยสวนตว ความสมพนธกบผใตบงคบบญชา สถานะความมนคง ความส าเรจของงาน สวสดการ คาตอบแทน รวมถงการเปนทยอมรบ เปนตน โดยปจจยหนงทส าคญคอ คาตอบแทน หรอรายไดจากการปฏบตงาน หรอเงนเดอน และสถานะความมนคง ความส าเรจของงาน โดยขอมลจากปจจยเหลานมกจะไดรบการจดเกบ และดแลทฝายบคคลขององคกร ซงการน าเทคโนโลยสารสนเทศมาใชประโยชนนนจะชวยงานตาง ๆ ดงตอไปน

HATYAI UNIVERSITY

Page 10: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

2

1. การเกบรวบรวมขอมล เปนวธการรวบรวมขอมลเขาสระบบสารสนเทศ ซงการเกบรวบรวมขอมลจากคอมพวเตอรสามารถเกบไดหลายแบบ

2. การประมวลผล ขอมลทเกบมาไดมกจะเกบในสอตาง ๆ เชน แผนบนทก แผนซด และเทป ขอมลเหลานจะถกน ามาประมวลผลตามความตองการ เชน จ าแนกประเภทขอมล จดกลม เรยงล าดบขอมล ค านวณ หรอจดการคดแยกขอมลทจดเกบ

3. การแสดงผลลพธ คอการน าผลจากการประมวลผลทได มาแสดงผลลพธใหอยในรปแบบตาง ๆ อปกรณทใชในการแสดงผลลพธมหลายรปแบบ สามารถแสดงเปนตวหนงสอ รปภาพ ตลอดจนพมพออกมาในรปแบบกระดาษ การแสดงผลลพธมทงทแสดงเปนภาพ เสยง และวดทศน เปนตน

4. การท าส าเนา เมอมขอมลทจดเกบในสออเลกทรอนกสตาง ๆ การท าส าเนาจะท าไดงาย และท าไดเปนจ านวนมาก อปกรณทชวยในการท าส าเนาจดไดวาเปนเทคโนโลยสารสนเทศอกประเภทหนงทมการพฒนามาอยางตอเนอง เชน เครองพมพ เครองถายเอกสาร อปกรณการเกบขอมลทางอเลกทรอนกส เชน แผนบนทก ซดรอม ซงสามารถท าส าเนาไดเปนจ านวนมาก

5. การสอสารโทรคมนาคม เปนวธการทจะสงขอมลหรอขาวสารจากทหนงไปยงอกทหนง หรอกระจายออกไปยงปลายทางครงละมาก ๆ โดยใชเครอขายคอมพวเตอรทมรปแบบของสอหลายอยาง เชน สายโทรศพท เสนใยน าแสง เคเบลใตน า คลนวทย ไมโครเวฟ และดาวเทยม

ลกษณะส าคญของเทคโนโลยสารสนเทศทมาชวยสนบสนนการด าเนนงานขององคกรไดแก ชวยใหการท างานรวดเรว ถกตอง และแมนย า ในระบบการจดการขององคกรทกแหงตองใชขอมลเพอการด าเนนการและตดสนใจ ระบบธรกจจงใชเทคโนโลยคอมพวเตอรและเทคโนโลยการสอสารเปนเครองมอชวยในการด าเนนการเพอใหการท างานมความรวดเรว ถกตอง และแมนย า เทคโนโลยสารสนเทศชวยท าใหการบรการกวางขวางขน เมอมการพฒนาระบบเกบและใชขอมล ท าใหการบรการตางๆอยในรปแบบการบรการแบบกระจาย ผใชสามารถสงซอสนคาจากทบาน สามารถถามขอมลผานทางโทรศพท นสตนกศกษาบางมหาวทยาลยสามารถใชคอมพวเตอรสอบถามผลสอบจากทบานได รวมทงเทคโนโลยสารสนเทศชวยด าเนนการในหนวยงานตาง ๆ ปจจบนทกหนวยงานตางพฒนาระบบจดเกบขอมลและรวบรวมขอมลเพอใชในองคกร ประเทศไทยมระบบทะเบยนราษฎรทจดท าดวยระบบคอมพวเตอร ระบบเวชระเบยนในโรงพยาบาล ระบบการจดเกบขอมลภาษซงในปจจบนองคกรทกระดบเหนความส าคญทจะน าเทคโนโลยสารสนเทศมาใช

ปจจบนงานบรการขอมลบคลากรของโรงเรยนวรนารเฉลม จงหวดสงขลา มการด าเนนงานหลก 2 สวน คอ 1) การปรบขนเงนเดอนบคลากรในโรงเรยน ซงจะมการปรบใหปละ 2 ครง ครงทหนง วนท 1 เมษายนของป และครงทสองวนท 1 ตลาคมของป โดยเกณฑในการปรบขนเงนเดอน ขนอยกบผลงานและขนทจะไดในแตละป โดยกระบวนการปรบขนเงนเดอนนนด าเนนการดวยมอ (Manual) มาตลอด สงผลใหเจาหนาทซงด าเนนการดงกลาวท าไดลาชา เนองจากตองใชความละเอยดถถวนในการตรวจสอบตวเลข

HATYAI UNIVERSITY

Page 11: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

3 ทางการเงนใหเกดความถกตองมากทสด ซงการปรบขนเงนเดอนจะอางองตามตารางการปรบเงนเดอนจากบญชเงนเดอนชวคราวของขาราชการคร และบคลากรทางการศกษาทมใบอนญาตประกอบวชาชพ 2) การใหบรการขอมลสารสนเทศสวนบคคลแกบคลากร โดยขอมลททางฝายงานบรการบคลากรใหบรการ มกจะเปนขอมลสวนตวของบคลากรภายในโรงเรยน บคลากรมกจะมการขอขอมลไปใชท าธรกรรมสวนบคคลอยบอยครง ตวอยางขอมลเชน ขอมลสวนตว ขอมลเงนเดอนปจจบน เครองราชอสรยาภรณ ประวตการยาย เปนตน โดยตองการความถกตอง และความเปนปจจบนของขอมลมากทสด ในการรวบรวมขอมลเพอด าเนนการปรบขนเงนเดอนบคลากร และใหบรการขอมลสารสนเทศ ตามค ารองขอของบคลากรภายในโรงเรยนนน มกจะใชเวลานาน เนองจากขอมลสวนใหญจดเกบอยางกระจดกระจาย รวมทงจดเกบอยในรปแบบแฟมกระดาษ ถงแมจะมขอมลบางสวนจดเกบอยในระบบคอมพวเตอร แตกอยในรปแบบสเปรดชท (Spreadsheet) ซงจดเกบอยางไมเปนระบบ การน าขอมลทมอยกลบมาใชใหมท าไดยาก และใชเวลานานในการคนหาขอมล ผวจยจงมแนวคดทจะ ศกษาการประยกตใชเทคโนโลยสารสนเทศใหเหมาะสม และสนบสนนกบการด าเนนงานดงกลาว ดวยการพฒนาระบบสารสนเทศเพอรวบรวมขอมลจากการด าเนนการใหจดเกบอยในแหลงเดยวกน รวมถงสนบสนนกระบวนการดานการปรบขนเงนเดอนบคลากร และการใหบรการสารสนเทศ ใหเกดประสทธภาพในการด าเนนงาน และการใหบรการ จากการใชโรงเรยนวรนารเฉลม จงหวงสงขลา เปนกรณศกษา ซงเปนโรงเรยนประจ าจงหวด และมชอเสยงในดานคณภาพการศกษาเปนอนดบตน ๆ ของจงหวด เมอผวจยด าเนนโครงการวจยเสรจสน สงผลใหโรงเรยนอน ๆ ในจงหวดสงขลา สามารถน าผลการวจยเปนตนแบบ ในการมาดงาน หรอน าไปประยกตใชใหเหมาะสมตอไป

วตถประสงคการวจย การวจยครงนผวจยก าหนดวตถประสงค 4 ประการ คอ

1. เพอศกษาการใหบรการสารสนเทศ และกระบวนการปรบขนเงนเดอนบคลากร ของฝายงานบรการบคลากร โรงเรยนวรนารเฉลม

2. เพอพฒนาระบบฐานขอมลบคลากรใหสามารถใหบรการสารสนเทศ รวมทงสนบสนนการปรบขนเงนเดอนบคลากร ของฝายงานบรการบคลากร โรงเรยนวรนารเฉลม

3. เพอประเมนผลการน าระบบฐานขอมลดานการใหบรการสารสนเทศ และการสนบสนนการปรบขนเงนเดอนบคลากร ของฝายงานบรการบคลากร โรงเรยนวรนารเฉลม

4. เพอเสนอแนวทางปรบปรงกระบวนการด าเนนงาน ใหสอดคลองกบระบบสารสนเทศทพฒนาขน

HATYAI UNIVERSITY

Page 12: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

4

สมมตฐานการวจย การวจยครงนผวจยก าหนดสมมตฐาน ดงน

1. บคลากรซงปฏบตหนาทในฝายงานบคคล ทใชเทคโนโลยสารสนเทศ สามารถปรบปรงกระบวนการปรบขนเงนเดอน ใหมความรวดเรวสงกวากอนใชระบบสารสนเทศ

2. ครทกคนซงขอใชบรการขอมลจากฝายงานบคล ไดรบขอมลสารสนเทศเรวกวากอนน าระบบสารสนเทศเขามาปรบใช

ประโยชนของการวจย การวจยครงนผวจยคาดวาจะไดประโยชน ดงน 1. สามารถลดระยะเวลาในกระบวนการปรบขนเงนเดอนบคลากรของฝายงานบรการบคลากร โรงเรยนวรนารเฉลม 2. สามารถลดระยะเวลาการรองขอการใหบรการสารสนเทศของบคลากร ในโรงเรยนวรนารเฉลม 3. โรงเรยนวรนารเฉลมไดระบบสารสนเทศทชวยสนบสนนการด าเนนงาน ดานการจดเกบขอมลบคลากรอยางเปนระบบ รวมถงงายตอการคนหาขอมลสารสนเทศ

ขอบเขตการวจย การวจยครงนผวจยก าหนดขอบเขตการวจย ดงน ประชากรในการศกษาครงน คอ ขาราชการคร และบคลากรทางการศกษาทงหมด ของโรงเรยน วรนารเฉลม จงหวดสงขลา ปการศกษา 2556 ทงหมด 179 คน โดยประชากรแบงเปน 2 กลมดงน 1) กลมผใหบรการขอมล ไดแก เจาหนาทงานบรการบคลากร 2) กลมผใชบรการขอมล ไดแก คร และบคลากรทางการศกษา ประชากรทใชในการศกษาท งหมด 179 คน เมอเทยบขนาดประชากรตามตารางของเครซ และมอรแกนจะไดขนาดของกลมตวอยางเทากบ 123 คน

1. การศกษากระบวนการปรบขนเงนเดอนบคลากร และการใชบรการสารสนเทศ โดยจะศกษาในแงของระยะเวลาในการไดมาซงสารสนเทศ และความถกตองของสารสนเทศ 2. การศกษา และพฒนาระบบสารสนเทศ รวมถงเสนอแนวทางในการประยกตใชเทคโนโลยสารสนเทศ ใหเหมาะสมกบโรงเรยนวรนารเฉลม

HATYAI UNIVERSITY

Page 13: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

5 3. ในการท าวจยครงนจะมการเกบขอมลแบบปฐมภม (Primary Data) โดยจะใชแบบสอบถามในการเกบขอมลจากประชากรทงหมด 4. ประชากรทใชในการศกษาวจยเปนขาราชการคร และบคลากรทางการศกษาทงหมด ของโรงเรยนวรนารเฉลม จงหวดสงขลา

นยามศพทเฉพาะ ประสทธภาพในการปฏบตงาน หมายถง การทบคลากรสามารถปฏบตหนาทไดส าเรจลลวงไปไดดวยด โดยค านงถงปรมาณของผลงาน คณภาพของผลงาน ความทนเวลา ความประหยด ความคมคา ผลสมฤทธของงาน และองคประกอบอน ๆ ขอมลสวนบคคล หมายถง ขอมลสวนตวของคร บคลากรทางการศกษา ในโรงเรยนวรนารเฉลม ซงประกอบดวย ชอ ทอย เพศ กลมสาระ คสมรส บตร วนทสงบรรจ ปเกษยณ เลขทต าแหนง ต าแหนง อนดบ เลขทใบประกอบวชาชพ ขอมลเครองราชอสรยาภรณ ประวตการศกษา ประวตอตราเงนเดอน ประวตการยาย การลา บคลากร หมายถง ขาราชการคร บคลากรทางการศกษา และเจาหนาท ของโรงเรยนวรนารเฉลม จงหวดสงขลา เทคโนโลยสารสนเทศ หมายถง เทคโนโลยทใชจดการสารสนเทศ เปนเทคโนโลยทเกยวของตงแต การเกบรวบรวมขอมล การประมวลผล การแสดงผลลพธ การท าส าเนา และการสอสารโทรคมนาคม เพอใหไดสารสนเทศท เหมาะสมและสามารถน าไปใชใหเกดประโยชนได ระบบฐานขอมลบคลากร หมายถงระบบทมการน าคอมพวเตอร มาชวยในการจดเกบ รวบรวม หรอจดการกบขอมลสวนบคคล ของบคลากร เพอใหขอมลนนกลายเปนสารสนเทศทด สามารถน าไปใชในการประกอบการตดสนใจไดในเวลาอนรวดเรว และถกตอง การใหบรการสารสนเทศ หมายถง การทเจาหนาทฝายงานบคคล ท าการรวบรวมขอมลสวนบคคลของคร หรอบคลากรทางการศกษา ของโรงเรยนวรนารเฉลม ออกมาเปนสารสนเทศตามค ารองขอของแตละบคคล กระบวนการปรบขนเงนเดอน หมายถง กระบวนการทเจาหนาทฝายงานบคลากร ด าเนนการปรบขนเงนเดอนคร หรอบคลากรทางการศกษาตามอนดบ และขนเงนเดอน HATYAI U

NIVERSITY

Page 14: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

บทท 2 เอกสารงานวจยทเกยวของ

การศกษาวจยครงน เปนการศกษาวจยเชงพฒนา โดยศกษาปจจยทสงผลตอการใหบรการสารสนเทศสวนบคคล และกระบวนการปรบขนเงนเดอน จากนนน าผลทไดจากปจจยดงกลาวมาพฒนาระบบสารสนเทศใหสนบสนนกระบวนการใหบรการสารสนเทศแกบคลากรและกระบวนการปรบขนเงนเดอน แลวท าการประเมนความพงพอใจจากการใชงาน โดยท าการศกษาแนวคดและผลงานวจยทเกยวของรวมถงเอกสารตาง ๆ เพอน ามาเปนขอมลพนฐานในการศกษาวจยโดยมเนอหาดงน แนวคดทฤษฎทเกยวของ 1. สารสนเทศและระบบสารสนเทศ 1.1 ความหมายของสารสนเทศ สารสนเทศเกดจากขอมลดบทผานการประมวลผลแลวสามารถน าไปใชประโยชนได ซงจะอยในรปแบบตาง ๆ เชน อยในระบบคอมพวเตอรแลวแสดงผลผานหนาจอคอมพวเตอร หรอจดเกบอยในรปแบบสอบนทกขอมล ตาง ๆ ทงรปแบบ กระดาษ ภาพ เสยง วดทศน เปนตน โดยมผใหความหมายของสารสนเทศไวตาง ๆ ดงน สชาดา กระนนทน (2541) ใหความหมายไววา “สารสนเทศ คอขอความรทประมวลไดจากขอมลตาง ๆ ทเกยวของในเรองนน จนไดขอสรปเปนองคความรทสามารถน าไปใชประโยชนได โดยเนนทการเกดประโยชนคอความรทเกดเพมขนกบผใช” ณฏฐพนธ เขจรนนทน และไพบลย เกยรตโกมล (2542) ใหความหมายไววา “สารสนเทศหมายถงผลลพธทเกดจากการประมวลผลขอมลดบทถกจดเกบไวอยางเปนระบบระเบยบ โดยผลลพธทไดสามารถน าไปประกอบการท างาน หรอสนบสนนการตดสนใจของผบรหาร” สารสนเทศทมคณภาพ และเปนทตองการของผบรหาร หรอผใช ควรตองประกอบดวยคณสมบตดงตอไปน 1. ตรงประเดน (Relevance) สารสนเทศควรทจะบรรจดวยสารสนเทศทเปนทตองการหรอเปนประโยชนตอเรองทผบรหารก าลงท าการตดสนใจ 2. ความถกตอง (Accuracy) สารสนเทศทไดควรเปนสารสนเทศทถกตองไมมขอผดพลาด และเปนทเชอถอไดของผบรหาร 3. ถกเวลา (Timeliness) สารสนเทศทไดควรทนสมย และทนเวลา เพอสนบสนนการตดสนใจทก าลงกระท าอยในขณะนน 4. พสจนได (Verifiable) รายงานทออกควรทจะบรรจดวยสารสนเทศทสามารถตรวจสอบแหลงทมาวาเปนขอมลทมาจากแหลงใด และมความนาเชอถอเพยงใด

HATYAI UNIVERSITY

Page 15: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

7

มาล ลาสกล (2545) ใหความหมายไววา “สารสนเทศ ประกอบดวยคาสองคาคอ สาร และสนเทศ สาร แปลวา แกน เนอแททแขง แกนสาร สวนสาคญ หนงสอ จดหมาย สนเทศแปลวา คาสง ขาวสาร ใบบอก เมอรวมกนเปนคา สารสนเทศ หมายถงแกนหรอเนอหาทเปนขอมล ขอเทจจรง ขาวสาร ขอความหรอตวเอกสารทบนทกขอความ ซงแจงใหทราบเนอหาสาระ” จตตมา เทยมบญประเสรฐ (2544) ไดแบงประเภทของสารสนเทศทดควรมคณสมบตดงตอไปน 1. มความถกตองเชอถอได หมายถงความถกตองทปราศจากขอผดพลาด หรอความคาดเคลอนของขอมลสารสนเทศเปนผลลพธขอมลสารสนเทศทไดจากการประมวลผล 2. สามารถตรวจสอบได สารสนเทศทไดอาจมาจากแหลงขอมลหลาย ๆ แหลง ดงนนขอมลทมาจากแหลงทแตกตางกนควรจะไดมการตรวจสอบเพอจะไดเชอถอไดวาเปนขอมลทถกตองหรอสารสนเทศบางอยางทมความสาคญควรผานการตรวจสอบใหแนใจวาสารสนเทศนนถกตอง 3. ความสมบรณ สารสนเทศทชวยในการตดสนใจ จะตองมความสมบรณ มฉะนนอาจทาใหการตดสนใจของผบรหารเกดความผดพลาดได ความสมบรณไมไดหมายถงปรมาณของสารสนเทศ คณภาพความสมบรณของสารสนเทศมกจะเนนถงสารสนเทศทปราศจากการถกละเลยหรอถกมองขามสงสาคญไป 4. ทนตอการใชงานหรอทนเวลา สารสนเทศจะตองทนสมยและทนตอการใชงานอยเสมอ ทกครงทขอมลมความเปลยนแปลงจะตองมการปรบปรงใหทนสมย เพอผลตสารสนเทศใหทนตอการนาไปใชประโยชน สารสนเทศทมคณคาหรอไมนนจะตองคานงถงชวงเวลาเปนสงสาคญ 5. ความกะทดรด สารสนเทศทดควรจะเปนสารสนเทศทกะทดรดมเฉพาะสาระสาคญและมความสมบรณในตวเอง โดยทวไปความกะทดรดของสารสนเทศขนอยกบระดบของผบรหารดวย ผบรหารระดบสงตองการสารสนเทศทมความกะทดรดมาก สวนผบรหารระดบกลางและระดบปฏบตการตองการสารสนเทศทมความละเอยดมากขน ความกะทดรดจะตองตรงกบความตองการของผบรหารดวย 6. ตรงประเดนหรอตรงตามความตองการ สารสนเทศทตรงตามความตองการหมายถงความเกยวของของสารสนเทศกบงาน สารสนเทศทดจะตองเกยวของหรอสมพนธโดยตรงกบงานทตองการใชสารสนเทศนน ดงนนสารสนเทศทผใชแตละคนตองการอาจไมตรงกน 1.2 ความหมายของระบบสารสนเทศ คาวาระบบสารสนเทศมาจากคา 2 คา คอคาวา ระบบ (System) หมายถงกลมขององคประกอบหลาย ๆ สวน ซงแตละสวนจะมปฏสมพนธตอกนเพอทางานใหบรรลจดประสงคหรอเปาหมายรวมกน เมอมการนาคาวา ระบบ รวมกบคาวา สารสนเทศ จงกลายเปน ระบบสารสนเทศ (Information System) ซงจดเปนกลไกชนดหนง ดวยการนาเทคโนโลยคอมพวเตอรเขามาประยกตใชกบการจดการขอมลในองคกร ดงนนระบบสารสนเทศจงมองคประกอบหลายสวนดวยกน ซงแตละสวนนน

HATYAI UNIVERSITY

Page 16: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

8

จาเปนตองปฏสมพนธกนเพอใหเกดเปนระบบสารสนเทศทสมบรณ ซงประกอบดวย 5 สวนคอ (โอภาส เอยมสรวงศ, 2547) 1. ฮารดแวร (Hardware) 2. ซอฟตแวร (Software) 3. ขอมล (Data) 4. บคลากรทางคอมพวเตอร (Peopleware) 5. กระบวนการทางาน (Procedures) เมอนาองคประกอบทง 5 มาทางานรวมกนกจะเปนระบบสารสนเทศททาใหจดเกบขอมล การคนคนสารสนเทศ และการประมวลผลขอมลเพอใหไดมาซงสารสนเทศ และนาไปจดทารายงานสารสนเทศเพอใหผบรหารหรอผทเกยวของใชประโยชนตอไป มาล ลาสกล (2545) ใหความหมายระบบสารสนเทศไววา “ระบบโดยทวไปหมายถง กลมของสวนตาง ๆ ทมความสมพนธกน และประสานสมพนธกบสวนอน ๆ นามารวมกนเพอวตถประสงคเรองใดเรองหนง ดงนนคาวา ระบบสารสนเทศ จงหมายถง การนาองคประกอบหรอสวนตาง ๆ ทสาคญซงเกยวของกบการจดการ และการใหบรการสารสนเทศ ซงไดแก ทรพยากรสารสนเทศ บคลากร เครองจกกลและอปกรณตาง ๆ กระบวนการจดการสารสนเทศ กระบวนการบรหารหนวยงานสารสนเทศ และผใชมาทางานรวมกนเพอรวบรวม จดเกบ ประมวลผล และเผยแพรสารสนเทศ” 1.3 ระบบสารสนเทศในองคกร การนาระบบสารสนเทศมาประยกตใชในองคกรมหลายรปแบบ เชน ระบบสารสนเทศเพอการจดการ ระบบสนบสนนการตดสนใจ ระบบผเชยวชาญ รวมทงระบบสารสนเทศสาหรบผบรหาร ซงไมวาจะเปนระบบสารสนเทศในระดบใด ถาหากระบบนนไดรบการออกแบบมาใหตรงตามความตองการของผใชระบบแลว ยอมมประโยชนตอองคกรเปนอยางมาก การนาระบบสารสนเทศเขามาใชในองคกรจะชวยในการสนบสนนการปฏบตงานของผบรหารและเจาหนาทใหสะดวกรวดเรวยงขน ธงชย สทธกรณ (2547) ไดแบงระบบสารสนเทศออกเปน 6 ประเภทดงน 1. ระบบประมวลผลรายการ (Transaction Processing System: TPS) หมายถง ระบบประมวลผลทสนบสนนงานดานธรกจเปนหลก เปนระบบแรกทไดรบการพฒนาขนใชกบเครองคอมพวเตอร เนนการประมวลผลแบบรายวน เชน การประมวลผลการรบจายบลเงนสด การควบคมคลงสนคา ระบบบนทกการบญช ระบบการซอขายสนคาในซเปอรมารเกต เปนตน ระบบประมวลผลรายการจะทาใหการใชเครองคอมพวเตอรเปนเรองงาย ไมยงยากซบซอน 2. ระบบสารสนเทศเพอการจดการ (Management Information System: MIS) หมายถงระบบสารสนเทศทเกยวของกบผบรหารโดยตรง ซงใหประโยชนไดมากกวาการชวยงานแบบครงคราว ระบบจะมความสามารถในการคานวณและเปรยบเทยบขอมล นอกจากนนยงสามารถสรางสารสนเทศทถกตองและทนสมย โดยทวไปมกผนวกรวมระบบสารสนเทศเพอการจดการเขากบระบบประมวลผลรายการ เชน การประมวลผลการขายสนคา ระบบประมวลผลรายการจะบนทกรายการขาย และปรบยอดบญชของลกคาพรอมกบตรวจสอบสนคาคงคลง สวนระบบสารสนเทศเพอการจดการจะทาหนาทรายงานสรปยอดสนคาในชวงเวลานน ทาใหยอดบญชลาสดเปนปจจบน ในสวนของสนคาคงคลงกทราบไดทนทวา

HATYAI UNIVERSITY

Page 17: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

9

อะไรขาดเหลอ เปนตน ดงนนระบบสารสนเทศเพอการจดการเปนระบบท รวบรวมขอมลหรอสารสนเทศทงหมดภายในองคกร เพอใหเรยกใชในลกษณะแบงปนและแลกเปลยนสารสนเทศทเกยวของหรอสมพนธกนระหวางหนวยงานตาง ๆ แสดงการไหลของขอมลหรอสารสนเทศระหวางหนวยงานภายในองคกรเพอใหเกดภาพรวมในการตดสนใจ 3. ระบบสารสนเทศเพอผบรหาร (Executive Information System: EIS) เปนระบบสารสนเทศทมจดเดนคอเปนระบบสารสนเทศสาหรบผบรหารระดบสง โดยมกมการทางานแบบไมมการกาหนดโครงสรางการทางานทแนนอน เนองจากภาระหนาทของผบรหารระดบสงเกยวของกบการกาหนดระเบยบขนตอนการทางานตาง ๆ วางนโยบายทางธรกจ ควบคมการบรหารงานของทกสวนงาน โดยมเปาหมายใหองคกรมการเปลยนแปลงในทางทดขน เหลานจาเปนตองอาศยสารสนเทศทสามารถปรบเปลยนไปตามขนตอนการตดสนใจทไมสามารถกาหนดไดลวงหนา และตองไดมาอยางรวดเรวใหทนกบความตองการของผบรหารระดบสง สวนใหญแลวจะใหสารสนเทศทสรปการควบคมดานการจดการหนาทในฝายตาง ๆ ซงสามารถใชในการประเมนผลถงหนาทตาง ๆ วาเปนไปตามแผนทไดวางไวหรอไม ประสทธภาพมากนอยเพยงใด และเพอใหงายและสะดวกตอการใชงานของผบรหารระดบสงซงอาจไมมความคนเคยกบการใชระบบมากนก จงมการนาความสามารถดานกราฟกและดานการสอสารเขามารวมดวย ตวอยางเชน ระบบการวางแผนกาลงคน ระบบสารสนเทศทใชในการประมาณการงบประมาณในชวงเวลา 5 ป ระบบสารสนเทศทใชในการคาดการณยอดขายในชวงเวลา 2 ป 4. ระบบสนบสนนการตดสนใจ (Decision Support System: DSS) หมายถงระบบสารสนเทศทสรางทางเลอกสาหรบตดสนใจของผบรหาร ในกรณผบรหารระดบสงนยมเรยกระบบสารสนเทศนวา ระบบสารสนเทศเพอการสนบสนนผบรหารระดบสง (Executive Support System: ESS) ซงมลกษณะ ชวยผบรหารในกระบวนการตดสนใจ ผใชสามารถกาหนดและควบคมขอมลตาง ๆ ทงสวนนาเขาและแสดงผลไดตามตองการ ไดสารสนเทศใชประกอบการตดสนใจสาหรบผบรหารทกระดบ แตเหมาะสมทสดสาหรบผบรหารระดบกลางและระดบสง รวมถงเสนอเครองมอชวยการตดสนใจในรปแบบจาลองแบบทดสอบ และเครองมอชวยการวเคราะหขอมลหรอสถานการณ ระบบสนบสนนการตดสนใจเปนระบบทสามารถสนบสนนองคกรใน 2 กรณคอ เพอเปนการแกปญหา มงเนนการแกปญหาสาหรบคน 1 คน ตางกบระบบสารสนเทศเพอการจดการทเนนการแกปญหาใหกบสวนรวมขององคกรทงระบบและชวยในการพยากรณ 5. ระบบสานกงานอตโนมต (Office Automation System: OAS) ระบบสานกงานอตโนมตหมายถง ระบบสารสนเทศทมงหวงใหระบบงานทวไปกลายเปนระบบทใชกระดาษนอยทสด โดยใชความสามารถของซอฟตแวรตาง ๆ รวมกบความสะดวกในการสอสารระหวางกนผานระบบเครอขายคอมพวเตอร ขอมลขาวสารในระบบนสงผานระหวางกนในรปแบบของอเลกทรอนกส (Electronic Data Interchange: EDI) เชน อเมล หรอขอมลทมรปแบบเฉพาะ

HATYAI UNIVERSITY

Page 18: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

10

6. ระบบปญญาประดษฐ (Artificial Intelligence System: AIS) และระบบผเชยวชาญ (Expert System: ES) หมายถงระบบทถกพฒนาใหคอมพวเตอรมความสามารถในการปฏบตงานแทนมนษย โดยสรางปญญา ดานความร และเงอนไขการตดสนใจ ใหกบระบบคอมพวเตอร เพอหวงใหคอมพวเตอรทางานไดเชนเดยวกบคนทมความชานาญ ขอดของระบบปญญาประดษฐ และระบบผเชยวชาญคอ คอมพวเตอรเครองหนง ๆ อาจเปนทรวบรวมความรของมนษยหลายแขนงจานวนมาก ทาใหมนษยมผชวยทมความรกวางขวางและหลากหลาย พรอมทางานตลอดเวลา สามารถทางานไดหลากหลายสถานทในเวลาเดยวกน และไมตองมการฝกอบรม สามารถทางานไดทนททไดรบขอมลพรอมกน ดงน นระบบปญญาประดษฐสามารถเปนผเชยวชาญได ซงอาจเปนความรเฉพาะดานซงบนทกไวลวงหนา ระบบนจงมหนาทนาขอมลทไดรบมาเปรยบเทยบและวเคราะหกบขอมลทเกบไว ทาใหคอมพวเตอรเสมอนมนษยผเชยวชาญ 1.4 การพฒนาระบบสารสนเทศ จตตมา เทยมบญประเสรฐ (2544) กลาววาระบบสารสนเทศ (Information System) หมายถงระบบทผานกระบวนการกลนกรองหรอประมวลผลขอมลเพอใหไดสารสนเทศทตองการเพอทจะสนบสนนการปฏบตงานขององคกรในกระบวนการทางานน น ขอมลนาเขาจะถกกลนกรองหรอประมวลผลใหไดผลลพธคอ สารสนเทศทสามารถนาไปใชประโยชนตามวตถประสงคได ณฏฐพนธ เขจรนนท และไพบลย เกยรตโกมล (2542) การพฒนาระบบสารสนเทศเปนการใชกระบวนการทใชเทคนคการศกษาการวเคราะห และการออกแบบระบบสารสนเทศขององคกรใหสามารถดาเนนงานอยางมประสทธภาพโดยบางครงจะเรยกวธการดาเนนงานในลกษณะนวา “การวเคราะหและออกแบบระบบ (System Analysis and Design)” เนองจากผพฒนาระบบตองศกษาและวเคราะหกระบวนการไหลของขอมล ตลอดจนความสมพนธระหวางปจจยนาเขา ทรพยากรดาเนนงาน และผลลพธ เพอทาการออกแบบระบบสารสนเทศใหม สวนขนตอนการพฒนาระบบสารสนเทศแบงออกเปน 5 ขนตอนดงตอไปน 1. การสารวจเบองตน (Preliminary Investigation) เปนขนตอนแรกของการวเคราะหและพฒนาระบบสารสนเทศ โดยผพฒนาระบบจะสารวจหาขอมลในประเดนตาง ๆ เกยวกบระบบงาน 2. การวเคราะหความตองการ (Requirement Analysis) เปนขนตอนทจะมงเจาะลกลงในรายละเอยด โดยเฉพาะในประเดนทเกยวของกบความตองการของผใช 3. การออกแบบระบบ (System Design) การออกแบบระบบจะทาการออกแบบรายละเอยดในสวนตาง ๆ ของระบบสารสนเทศไดแก การแสดงผลลพธ การปอนขอมล กระบวนการ การเกบรกษา การปฏบตงาน และบลากรทเกยวของกบระบบงานใหม 4. การจดหาอปกรณของระบบ (System Acquisition) ทมงานพฒนาระบบจะตองกาหนดสวนประกอบของระบบทงในดานอปกรณและชดคาสง ตลอดจนการบรการตาง ๆ ทตองการจากผขาย

HATYAI UNIVERSITY

Page 19: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

11

5. การตดตงระบบและการบารงรกษา (System Implementation and Maintenance) ทมงานพฒนาระบบจะควบคมและดแลการตดตงอปกรณตาง ๆ ของระบบใหมโดยดาเนนการดวยตวเองหรอจางผรบเหมา นอกจากนยงมหนาทกาหนดกฎเกณฑในการประเมนและการบารงรกษาระบบอยางสมาเสมอเพอใหระบบใหมสามารถปฏบตงานไดอยางมประสทธภาพ 1.5 ทฤษฎการพฒนาระบบสารสนเทศ ในการวเคราะหและออกแบบระบบสารสนเทศเพอสนบสนนกระบวนการใหบรการสารสนเทศ และกระบวนการปรบขนเงนเดอน ไดพฒนาระบบสารสนเทศโดยใช SDLC (System Development Life Cycle) ซงมขนตอนในการดาเนนงานเปนลาดบ ทาใหการพฒนาเปนไปตามลาดบขนตอน อกทงในบางสวนของการออกแบบไดเลอกรปแบบ Evolutionary Prototype เพอเปนการทวนสอบความตองการ และทาใหผใชเหนภาพของระบบมากขน โดยวงจรการพฒนาระบบงานมขนตอนการทางานเรยงตามลาดบ 7 ขนตอน (Kendal 1998) คอ 1. กาหนดปญหา (Problem Definition) ขนตอนนเปนการกาหนดขอบเขตของปญหาสาเหตของปญหา ตลอดจนกลยทธในการแกไขปญหา นกวเคราะหระบบจะตองศกษาระบบงานเดม (Current System) โดยหาเปาหมายทชดเจนของงาน ประกอบกบนาคอมพวเตอรเขาไปใชในสวนตาง ๆ ของระบบสารสนเทศ ตวอยาง การสอบถามขอมล การสมภาษณ การออกแบบสอบถาม การสงเกตพฤตกรรมของผใช และสงแวดลอมเพอสบคน เกบรวบรวมขอมลทเปนความตองการของระบบจากผใช เพอกาหนดวตถประสงคทสามารถวดผลทได ตลอดจนกาหนดขอบเขตของการพฒนาระบบ 2. การวเคราะห (Analysis) การวเคราะหระบบจะรวบรวมขอมลตาง ๆ ทไดจากขนตอนท 2 มาเขยนเปนไดอะแกรมการไหลของขอมล (Data Flow Diagram) พจนานกรมขอมล (Data Dictionary) และโครงสรางการตดสนใจ (Structured Decision) มาชวยในการวเคราะหเพอแกปญหาใหถกตอง และนกวเคราะหระบบจะตองมการทางานรวมกบผใชระบบ เพอใหไดความตองการจากผใชโดยแทจรง (Requirement Specification) 3. การออกแบบ (Design) หลงจากการวเคราะหระบบแลว ขนตอนน จะตองทาการวางโครงสรางของระบบงาน ทงในรปลกษณะทวไป และเฉพาะ เพอแกปญหาทเกดขน โดยการแจกแจงรายละเอยดทแนชด ของแตละงานซงขนตอนน จะไดวตถประสงคของระบบเพอทาการออกแบบ Output, Input, Data Flow Diagram และ Database เพอใหไดระบบงานทสมบรณ เพอสรางขนตอนนไปยงโปรแกรมเมอรตอไป 4. การพฒนา (Development) ขนตอนนเปนการทางานรวมกนระหวางโปรแกรมเมอรและนกวเคราะหระบบ เพอพฒนาซอฟตแวร ซงตองนาสวนทไดจากการวเคราะหในตอนท 2 และการออกแบบในสวนท 3 มาใชโดยโปรแกรมเมอรจะเปนผเขยนโปรแกรม ตรวจสอบขอผดพลาด กาหนดความปลอดภยของระบบ และทดสอบโปรแกรมรวมถงทาเอกสารโปรแกรมสาหรบผใชระบบอกดวย

HATYAI UNIVERSITY

Page 20: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

12

5. การทดสอบ (Testing) กอนทจะนาระบบทสรางขนไปใชจรงนนจะตองมการทดสอบระบบ ซงบางครงผทดสอบอาจเปนตวโปรแกรมเมอรเองหรอในบางกรณ อาจใหนกวเคราะหระบบและผใชงานระบบเปนผตรวจสอบ ซงวธการทดสอบมอย หลายวธเชน Unit Testing, Component Test, Integration Test เปนตน 6. การใชงานจรง (Implement) หลงจากทดสอบเสรจสน กจะนาระบบมาตดตงใหแกผใชระบบไดทดลองใชงานจรง และผใชตองผานการทดสอบซงถอวาเปนขนตอนสดทายของนกวเคราะหระบบทตองรบผดชอบ 7. การบารงรกษา (Maintenance) หลงจากนาระบบใหมมาตดต ง ผใชระบบอาจยงไมคนเคยกบการทางานของระบบใหมดงนนจงตองมการแนะนาอยางตอเนอง คอยดแลบารงรกษาฐานขอมล และชวยเหลอผใชระบบในการปฏบตงาน กตต ภกดวฒนะกล และพนดา พาณชกล (2546) กลาววา วงจรการพฒนาระบบ คอกระบวนการทางความคด (Logical Process) ในการพฒนาระบบสารสนเทศ เพอแกปญหาทางธรกจและตอบสนองความตองการของผใชได โดยภายในวงจรนนจะแบงกระบวนการพฒนาออกเปนระยะ (Phase) ไดแกระยะการวางแผน (Planning Phase) ระยะการวเคราะห (Analysis Phase) ระยะการออกแบบ (Design Phase) และระยะการสรางและพฒนา (Implementation Phase) โดยแตละระยะจะประกอบดวยขนตอน ซงแตละโครงการจะมการแบงระยะและขนตอนในแตละระยะแตกตางกน ทาใหปจจบนมรปแบบหรอโมเดลของวงจรการพฒนาระบบแตกแขนงออกไป ดงน 1. รปแบบ Waterfall มหลกการเปรยบเสมอนกบน าตกไหลจากทสงลงสทตา และจะไมสามารถไหลยอนกลบมาในทศทางเดมไดอก ดงนนการพฒนาระบบงานดวยหลกการน เมอทาขนตอนหนงแลวจะไมสามารถยอนหลบมาทขนตอนกอนหนาไดอกซงจะเหนวาเปนจดออนของหลกการน หากวามขอผดพลาดเกดขนทขนตอนกอนหนานแลว จะไมสามารถยอนหลบไปแกไขได ดงน นหลกการนจาเปนตองมการวางแผนทดเพอใหสามารถปองกนการผดพลาดไดมากทสดซงทาไดยาก ยกเวนวาระบบงานนนมรปแบบการพฒนาทดและตายตวอยแลว ดงภาพประกอบ 2.1

HATYAI UNIVERSITY

Page 21: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

13

ภาพประกอบ 2.1 แสดงแบบจาลองการพฒนาระบบในรปแบบ Waterfall Model ทมา: กตต ภกดวฒนะกล และพนดา พาณชกล. คมภรการวเคราะหและออกแบบระบบ (กรงเทพมหานคร: เคทพ คอมพ แอนด คอนซลท, 2546). 2. รปแบบ Adapted Waterfall เปนรปแบบในการพฒนาระบบงานทปรบปรงมาจากแบบ Waterfall โดยในแตละขนตอนเมอดาเนนงานอย สามารถยอนกลบมายงขนตอนกอนหนาเพอแกไขขอผดพลาดหรอสามารถยอนกลบขามขน โดยไมจาเปนตองเปนขนตอนทตดกนได ดงภาพประกอบ 2.2

HATYAI UNIVERSITY

Page 22: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

14

ภาพประกอบ 2.2 แสดงแบบจาลองการพฒนาระบบในรปแบบ Adaptive Water Fall ทมา: กตต ภกดวฒนะกล และพนดา พาณชกล. คมภรการวเคราะหและออกแบบระบบ (กรงเทพมหานคร: เคทพ คอมพ แอนด คอนซลท, 2546). 3. รปแบบ Evolutionary มแนวคดทเกดมาจากทฤษฎววฒนาการ โดยจะพฒนาระบบงานจนเสรจสนใน Version แรกกอน จากนนจงพจารณา Product ใน Version แรกทไดพฒนาผานมาถงขอดและขอเสยแลว จงเรมกระบวนการพฒนาระบบงานใหมจนได Product ใน Version ท 2 และ Version ตอ ๆ ไปจนกวาจะได Product ทสมบรณทสดซงตองมการวางแผนกาหนดจานวน Version ตงแตเรมโครงการพฒนา มขอสงเกตวาการพฒนา Product ใน Version ตาง ๆ นน ไมมความสมพนธกบ Product ใน Version แรกแตอยางใด ดงภาพประกอบ 2.3

HATYAI UNIVERSITY

Page 23: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

15

ภาพประกอบ 2.3 แสดงแบบจาลองการพฒนาระบบในรปแบบ Evolutionary ทมา: กตต ภกดวฒนะกล และพนดา พาณชกล. คมภรการวเคราะหและออกแบบระบบ (กรงเทพมหานคร: เคทพ คอมพ แอนด คอนซลท, 2546). 4. รปแบบ Incremental มลกษณะคลายกบแบบ Evolutionary แตมขอแตกตางกนตรงทตว Product เนองจาก Product ทเกดขนในการพฒนาขนแรกนนจะยงใชการไมได แตจะคอย ๆ เพมสวนการทางานของชนงานในขนท 2 หรอ 3 หรอจนสมบรณในทสด แตอยางไรกตามยงไมสามารถแนใจไดวา Product ทไดจากการรวมกนของ Product นนจะเปน Product ทสมบรณ ดงนนในบางครง SDLC ในรปแบบ Evolutionary อาจจะมบทบาทในการทาให Product ทพฒนาขนโดยผสมผสานกบรปแบบอน ๆ ใหมความสมบรณมากยงขนจนได Version ใหมทสมบรณทสด ดงภาพประกอบ 2.4

ภาพประกอบ 2.4 แสดงแบบจาลองการพฒนาระบบในรปแบบ Incremental ทมา: กตต ภกดวฒนะกล และพนดา พาณชกล. คมภรการวเคราะหและออกแบบระบบ (กรงเทพมหานคร: เคทพ คอมพ แอนด คอนซลท, 2546).

HATYAI UNIVERSITY

Page 24: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

16

5. รปแบบ Spiral มลกษณะเปนวงจรวเคราะห – ออกแบบ – พฒนา – ทดสอบ และวนจนกลบมาในแนวทางเดม เชนนเรอยไป จนกระทงได Product ทสมบรณ การพฒนาระบบงานดวย SDLC ในรปแบบนมความยดหยนมากทสด เนองจากการทางานใน 1 วงรอบนน ไมจาเปนตองได Product หรอสวนของ Product ทแนนอน และการทา Analysis Design Implementation และ Testing ในแตละวงรอบนนจะสนหรอยาวเทาใดกได และหากไมมความจาเปนใด ๆบางขนตอนอาจจะถกขามไปได ดงภาพประกอบ 2.5

ภาพประกอบ 2.5 แสดงแบบจาลองการพฒนาระบบในรปแบบ Spiral ทมา: กตต ภกดวฒนะกล และพนดา พาณชกล. คมภรการวเคราะหและออกแบบระบบ (กรงเทพมหานคร: เคทพ คอมพ แอนด คอนซลท, 2546).

1.6 แนวทางปฏบตในการพฒนาระบบสารสนเทศ (Methodologies) เมอมกระบวนการทางความคดในการพฒนาระบบแลว จะตองมวธการหรอแนวทาง ทจะนากระบวนการทางความคดในการพฒนาระบบแลว จะตองมวธการหรอแนวทางทจะนากระบวนการนนมาลงมอปฏบต เพอใหการพฒนาระบบน นเปนผลสาเรจจนกลายเปนระบบทสามารถใชงานไดอยางมประสทธภาพ วธการดงกลาวเรยกวา Methodology คอวธการหรอแนวทางทจะนากระบวนการทางความคดของวงจรการพฒนาระบบสารสนเทศมาปฏบตจรงจนกลายเปนระบบสารสนเทศทสามารถใชงานได โดยมการระบถงขนตอนในการปฏบตเพอใชพฒนาระบบในวงจรการพฒนาระบบ การปฏบตตามขนตอนตาง ๆ ของ Methodology เพอพฒนาระบบนน แตละ Methodology มการใชแบบจาลอง (Model) เครองมอ (Tools) และเทคนค (Technique) ทแตกตางกนไป เพอชวยใหการดาเนนการในแตละขนตอนสะดวกยงขน และสามารถรองรบระบบงานทมความซบซอนได แบบจาลอง (Model) คอสญลกษณทใชในการจาลองขอเทจจรงตาง ๆ ทเกดขนในระบบ ไมวาจะเปนแบบจาลองขอมล (Process Model) ตวอยางแบบจาลองดงน Flow Chart, Data Flow Diagram (DFD), Structure Chart, Use Case Diagram, Class Diagram, Sequence Diagram, PERT Chart, Gantt Chart, Organization Hierarchy Chart และ Financial Analysis Models –NPV, ROI

HATYAI UNIVERSITY

Page 25: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

17

เครองมอในการพฒนาระบบ (Tools) คอซอฟตแวรทชวยสรางหรอวาดแบบจาลองชนดตาง ๆ ตรวจสอบความถกตองของแบบจาลอง ชวยสรางรายงานและแบบฟอรม รวมทงชวยสรางโคดโปรแกรมใหอตโนมตตวอยางเครองมอดงน Project Management Application, Drawing / Graphics Application, Word Processor / Text Editor, Computer – Aided System Engineering (CASE) Tools, Integrated Development Environment (IDE), Database Management Application, Reverse – Engineering Tool และ Code Generator Tool เทคนค (Techniques) คอวธการทเปนแนวทางเพอชวยใหนกวเคราะหระบบสามารถดาเนนกจกรรมในขนตอนตาง ๆ ของการพฒนาระบบไดอยางมประสทธภาพ ตวอยางเทคนค ดงน Strategic Planning Techniques, Project Management Techniques, User Interviewing Techniques, Relational Database Design Techniques, Structured Analysis Technique, Structured Design Technique, Structure Programming Technique, Software – Testing Technique และ Object – Oriented Analysis and Design Techniques ในการวเคราะหนนเมอทราบถงขนตอนการทางานของระบบ ขอมลทนาเขาสระบบ ขอมลและรายงานทไดจากการประมวลผลแตละขนตอน บคคลทเกยวของกบระบบ แหลงจดเกบขอมล เปนตน ซงขอเทจจรงเหลานมรายละเอยดจานวนมาก และซบซอน การวเคราะหระบบอาจจะดาเนนไปดวยความลาบาก ดงนนจงตอง “จาลองขอเทจจรง” เหลานนใหอยในรปแบบทสามารถเขาใจงาย โดยอาจใชแผนภาพ (Diagrams) ชนดตาง ๆ ในการจาลองซงจะชวยใหผใช และเจาของระบบสารสนเทศทาความเขาใจไดงายขน ในการจาลองขอเทจจรงทรวบรวมมาได จะเรมตนดวยการจาลองแบบขนตอนการทางานของระบบ (Process Modeling) โดยการนาเสนอรายละเอยดของการจาลองขนตอนการทางานของระบบดวย “แผนภาพกระแสขอมล (Data Flow Diagram: DFD)” ซงจะแสดงใหเหนถงขนตอนการทางานของระบบ ขอมลทเขาและออกจากระบบ รวมทงขอมลทไหลอยภายในระบบจากขนตอนหนงไปยงอกขนตอนหนง ประเภทของแบบจาลองทใชในการพฒนาระบบสารสนเทศ ไดแก 1. แบบจาลองเชงตรรกะ (Logical Model) เปนแบบจาลองทอธบายการดาเนนงานระบบวามการทางาน และความตองการใดบาง โดยไมคานงถงเทคโนโลย หรอโปรแกรมภาษาใด ๆ ทนามาตดตงใชงาน 2. แบบจาลองเชงกายภาพ (Physical Model) เปนแบบจาลองทนอกจากจะอธบายดาเนนงานของระบบวาทางานอะไรแลว ยงอธบายวามการดาเนนงานอยางไร นอกจากนยงมการแสดงถงประสทธภาพของเทคโนโลยทเลอกมาตดต งใชงานเพอสนองความตองการ และแสดงขอจากดของเทคโนโลยนน ๆ ดวยในขนตอนการวเคราะหระบบจะเนนแบบจาลองประเภท Logical Model มากกวา Physical Model เนองจากสาเหต ดงน

HATYAI UNIVERSITY

Page 26: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

18

2.1 มลกษณะทเปนกลาง แสดงรายละเอยดของระบบงานปจจบนเทานน ไมมการอางถงเทคโนโลยใด ๆ 2.2 สนบสนนการรวบรวมขอมลใหสมบรณมากขน โดยสามารถลดความเสยงทอาจมขอมลหรอความตองการใด ๆ สญหายไป 2.3 นกวเคราะหระบบสามารถสอสารกบผใชระบบ (End Users) โดยไมตองใชคาศพทเทคนคไดจงชวยใหผใชสามารถเขาใจไดงายขน แบบจาลองขนตอนการทางานของระบบ (Process Modeling) คอเทคนคทใชในการรวบรวมบนทก สรางโครงสราง และแสดงทศทางของขอมลในการดาเนนงานขนตอนตาง ๆ รวมทงขอมลเชงตรรกะ (Logic) หลกการ (Policies) และขบวนการ (Procedures) ตาง ๆ ของแตละขนตอนเหตผลของการจาลองขนตอน การทางานของระบบขน กคอตองการแสดงขอเทจจรงในการทางาน และขอมลของระบบทเกบรวบรวมของขอความ ใหเปนภาพเพอความสะดวกในการสอสารระหวางนกวเคราะหระบบ และโปรแกรมเมอร หรอผเกยวของคนอน ๆ และงายตอความเขาใจผใชระบบ โดยเครองมอทใชในการจาลองขนตอนการทางานนนมหลายรปแบบ แตกตางกน แตทนยมใชมอย 3 รปแบบ คอ 1. แผนภาพกระแสขอมล (Data Flow Diagram) เปนเครองมอทนกวเคราะหระบบใชในการสรางแบบจาลองขนตอนของการทางานของระบบ ซงจะทาใหเหนภาพแสดงการไหล และการเปลยนแปลงของขอมลจนไดผลลพธทตองการ สญลกษณมาตรฐานทไดรบความนยมม 2 ชนดคอ มาตรฐานของ Gane and Sarson (1979) และชดสญลกษณมาตรฐาน DeMacro and Yourdon (DeMacro 1979, Yourdon and Constantine 1979) ดงภาพแสดงในตารางท 1 (อางถงใน กตต ภกดวฒนะกล และพนดา พาณชกล 2546) ตารางท 2.1 ตารางแสดงภาพสญลกษณทใชในการออกแบบ Data Flow Diagram

HATYAI UNIVERSITY

Page 27: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

19

1.1 Process หรอขนตอนการดาเนนงาน หรอการประมวลผล คองานทดาเนนการ/ตอบสนองขอมลทรบเขา หรอดาเนนการ/ตอบสนองตอเงอนไข/ สภาวะใด ๆ ทเกดขน ไมวาขนตอนการดาเนนงานนนจะกระทาโดยบคคล หนวยงาน หนยนต เครองจกร หรอเครองคอมพวเตอรกตาม ในการสราง Process นนมกฎดงน - ตองไมมขอมลรบเขาเพยงอยางเดยว โดยไมมการสงขอมลออกจากขนตอนการทางาน (Process) เรยงขอผดพลาดชนดนน “Black Hole” เนองจากขอมลทรบเขามาแลวสญหายไป - ตองไมมขอมลออกเพยงอยางเดยว โดยไมมขอมลเขาส Process เลย - ขอมลรบเขาจะตองเพยงพอในการสรางขอมลสงออก กรณทมขอมลทรบเขาไมเพยงพอในการสรางขอมลสงออกเรยกวา “Gray Hole” โดยอาจเกดจากการรวบรวมขอเทจจรง และขอมลไมสมบรณ หรอการใชชอขอมลรบเขาและขอมลสงออกผด - การตงชอ Process ตองใชคากรยา (Verb) เชน Prepare Management Report, Calculate Data สาหรบภาษาไทยใหเปนคากรยาเชนเดยวกน เชน บนทกขอมลใบสงซอ ตรวจสอบขอมลลกคา คานวณเงนเดอน เปนตน 1.2 Data Store แหลงจดเกบขอมล เปนแหลงเกบ/บนทกขอมล เปรยบเสมอนคลงขอมลโดยอธบายรายละเอยดและคณสมบตเฉพาะตวของสงทตองการเกบ/บนทกสญลกษณทใชอธบายคอ สเหลยมเปด 1 ขาง แบงออกเปน 2 สวน ไดแก สวนท 1 ทางดานซายใชแสดงรหสของ Data Store อาจจะเปนหมายเลขลาดบ หรอตวอกษรกไดเชน D1 D2 เปนตน สาหรบสวนท 2 ทางดานขวา ใชแสดงชอ Data Store หรอชอไฟล เชน Employee, Application, Member ในการสราง Data Store นนมกฎดงน - ขอมลจาก Data Store หนงจะวงไปสอก Data Store หนงโดยตรงไมได จะตองผานการประมวลผลจาก Process กอน - ขอมลจาก External Entity จะวงเขาส External Entity โดยตรงไมได - การตงชอ Data Store จะตองใชคานาม เชน Customer File, Inventory เปนตน 1.3 External-Entity หรอ Source หรอ Destination เปนรปสเหลยมจตรส หรอสเหลยมผนผา สญลกษณนแสดงใหทราบถงแหลงทมาของขอมลซงอาจเปน บคคล หนวยงานในองคกร องคกรอน ๆ หรอระบบงานอน ๆ ทอยภายนอกขอบเขตของระบบ แตมความสมพนธกบระบบ โดยมการสงขอมลเขาระบบเพอดาเนนงาน และรบขอมลทผานการดาเนนงานเรยบรอยแลวจากระบบ โดยภายในสเหลยมจะแสดงชอ ซงมกฎดงน - ขอมลจาก External-Entity จะวงไปสอก External-Entity หนงโดยตรงไมไดจะตองผาน Process กอนเพอประมวลผลขอมล จงไดขอมลออกไปสอก External-Entity ได - การต งชอ External-Entity ตองใชค านาม (Noun) เชน Customer, Bank และ Government เปนตน

HATYAI UNIVERSITY

Page 28: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

20

1.4 Data Flow เปนการสอสารระหวางขนตอนการทางาน (Process) ตาง ๆ และสภาพแวดลอมภายนอกระบบ หรอภายในระบบ โดยแสดงถงขอมลทนาเขาในแตละ Process และขอมลทสงออกจาก Process ใชในการแสดงถงการบนทกขอมล การลบขอมล การแกไขขอมลตาง ๆ ในไฟลหรอในฐานขอมล ซงใน Data Flow Diagram เรยกวา “Data Store” โดย Data Flow เปรยบเสมอนถนนซงมชดของขอมลวงไปมา โดยขอมลเหลานควรเดนทางไปพรอม ๆ หรอเรยกวา “Single Data Flow” สญลกษณทใชอธบายเสนทางการไหลของขอมลคอ เสนตรงทประกอบดวยหวลกศร ตรงปลายเพอบอกทศทางการเดนทางหรอการไหลของขอมล ดงรป ในการสราง Data Flow นนมกฎดงน - ชอของ Data Flow ควรเปนชอของขอมลทสงโดยไมตองอธบายวาสงอยางไร ทางานอยางไร - Data Flow ตองมจดเรมตนหรอสนสดท Process เพราะ Data Flow คอขอมลนาเขา (Inputs) และขอมลสงออก (Outputs) ของ Process - Data Flow จะเดนทางระหวาง External Entity กบ External Entity ไมได - Data Flow จะเดนทางจาก External Entity กบ External Entity ไมได - Data Flow จะเดนทางจาก Data Store ไป External Entity ไมได - Data Flow จะเดนทางระหวาง Data Store กบ Data Store ไมได - การตงชอ Data Flow จะตองใชคานาม (Noun) เชน Inventory Data เปนตน ในการเขยน DFD จะมองขอบเขตของระบบจากจดใหญ ๆ ภายในระบบ และมองลกลงไปในรายละเอยดสวนยอย ๆ ซงเปรยบเสมอนกระบวนการ Top-Down การออกแบบ DFD ใชในขนตอนการวเคราะหระบบ ซงใชเปนกรรมวธการแบงระบบเปนระบบยอย โดยมขนตอนการออกแบบระบบดงน สรางแผนภาพบรบท หรอเรยกวา Context Diagram เปนการมองภาพรวมของระบบอยางกวาง ๆ เปน Process ในขนตอนนแบบจาลองจะแสดงใหเหนผทเกยวของกบระบบทงหมดวามการสงขอมลอะไรเขา หรอออกจากระบบบาง สรางแผนภาพกระแสขอมลระดบศนย (Data Flow Diagram Level 0) เปนการขยายรายละเอยดของแผนภาพบรบท สรางแผนภาพกระแสขอมลระดบหนง (Data Flow Diagram Level 1) เปนการขยายรายละเอยดในแตละ Process ของ สรางแผนภาพกระแสขอมลระดบศนย 2. Entity Relationship Diagram แผนภาพแสดงความสมพนธระหวางขอมล ในการวเคราะหความตองการของระบบ นอกจากจะตองจาลองขนตอนการทางานดวย DFD แลว นกวเคราะหระบบยงจาเปนตองจาลองขอมลทเกดขนทงหมดในระบบดวยการสรางแผนภาพความสมพนธระหวางขอมล ซงจะมพนฐานหลก 3 ประการคอ เอนตต รเลชน และ แอตทรบวต โดยจะแสดงถงความสมพนธระหวางขอมลทเกดขนทงหมดในระบบ การจาลองขอมลในขนตอนการวเคราะหความตองการนเรยกวา

HATYAI UNIVERSITY

Page 29: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

21

การออกแบบฐานขอมลเชงแนวคด (Conceptual Database Design) กอนทจะสงมอบ ER-Diagram ใหกบนกออกแบบระบบเพอออกแบบฐานขอมลในระดบตอไป 2.1 สญลกษณทใชใน ER-Diagram เปนสญลกษณทใชจาลองขอมล โดยทนยมม 2 รปแบบ คอ ตามแบบของ Chen Model และ Crow’s Foot Model ดงภาพแสดงในตารางท 2.2 (อางถงใน กตต ภกดวฒนะกล และพนดา พาณชกล 2546) ตารางท 2.2 ตารางแสดงภาพสญลกษณทใชในการออกแบบ ER-Diagram

3. Data Dictionary พจนานกรมขอมล จะประกอบดวยหนวยของขอมล หรอขอมลยอยของระบบ โดยขอมลยอย คอขอมลทไมสามารถแตกยอยออกไปไดอก เชน ขอมลลกคา ประกอบดวย รหสลกคา ชอ และทอย เปนตน ขอมลยอยเหลานเมอนามารวมกนกจะเรยกวาเรคคอรด และในทสดกจะเปนโครงสรางแฟมขอมล โดยทพจนานกรมขอมลจะอธบายรายละเอยดโครงสรางแฟมขอมล และรวมถงรายการขอมลประกอบตาง ๆ ซงประกอบดวยชอรเลชน แอตทรบวต รายละเอยดขอมล แอตทรบวตโดเมน โดยคณสมบตทดของพจนานกรมขอมลนนจะตองงายตอการดแลรกษา ชอและความหมายมความสมบรณในตวเอง สะดวกรวดเรว ในการเกบและเรยกใชขอมล

HATYAI UNIVERSITY

Page 30: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

22

1.7 แผนภาพยสเคส (Use Case Diagram) ผวจยใชแผนภาพยสเคสสาหรบแสดงการปฏสมพนธระหวางผใชกบระบบ เพอใหผใชระบบเหนภาพรวมการทางานของระบบ กบผใชระบบโดยมผใหนยามดงตอไปน

ธรวฒน ประกอบผล (2009) กลาวไววา แผนภาพยสเคสหมายถง แผนภาพทแสดงการทางานของผใชระบบ (User) และความสมพนธกบระบบยอย (Subsystems) ภายในระบบใหญในการเขยน Use Case Diagram ผใชระบบ (User) จะถกกาหนดวาใหเปน Actor และระบบยอย (Subsystems) คอ Use Case จดประสงคหลกของการเขยน Use Case Diagram กเพอเลาเรองราวทงหมดของระบบวามการทางานอะไรบางเปนการดง Requirement หรอเรองราวตาง ๆ ของระบบจากผใชงานซงถอวาเปนจดเรมตนในการวเคราะห และออกแบบระบบสญลกษณทใชใน Use Case Diagram จะใชสญลกษณรปคนแทน Actor ใชสญลกษณวงรแทน Use Case และใชเสนตรงในการเชอม Actor กบ Use Case เพอทจะแสดงการใชงานของ Use Case ของ Actor นอกจากนน Use Case ทก ๆ ตวจะตองอยภายในสเหลยมเดยวกนซงมชอของระบบระบอยดวยดงภาพประกอบ 2.6

ภาพประกอบ 2.6 แสดงรปแผนภาพยสเคส ความสมพนธระหวาง Use Case หมายถงความสมพนธทแตละ Use Case ภายในระบบเองมความสมพนธกนโดยความสมพนธของ Use Case นนสามารถแบงออกได 2 แบบคอ Include และ Extends

ความสมพนธแบบ Include หมายถงการท Use Case หนงเรยกใชงาน Use Case อกอนหนงคลาย ๆ กบการเรยกใชงาน Program ยอยโดย Program หลกใชการเขยนสญลกษณแทนการ Include ของUse Case นนใชสญลกษณเสนประพรอมหวลกศรชไปยง Use Case ทถกเรยกใชงานและมคาวา<<include>> กากบอยบนเสนลกศร ความสมพนธแบบ Extend หมายถงการท Use Case หนงไปมผลตอการทางานตามปกตของอก Use Case หนงนนหมายถงวา Use Case ทมา Extend นนจะมผลทาใหการทางานของ Use Case ทถก Extend ถกรบกวนหรอมการสะดดหรอมกจกรรมทเปลยนแปลงไปสญลกษณทใชแทน Extend ใน Use Case Diagram กคอใชสญลกษณลกศรโดยเรมจาก Use Case ท Extend ไปยง Use Case ทถก Extend และมคาวา <<extend>> กากบ

HATYAI UNIVERSITY

Page 31: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

23

2. เทคโนโลยสารสนเทศ 2.1 ทมาและความหมายของเทคโนโลยสารสนเทศ ในอดตทมนษยยงเรรอนมอาชพเกษตรกรรม ลาสตว ตอมามการรวมตวกนสรางบานเมอง และสงคมเมองทาใหเกดอตสาหกรรมการผลต ทาใหเกดการปฏวตทางอตสาหกรรมทเนนการผลตจานวนมาก สงคมจงเปนเมองทมอตสาหกรรมเขามาเกยวของ ระบบสอสารโทรคมนาคมและคอมพวเตอรกาวหนามาก การสอสารกระจายทวถงกน ทาใหขาวสารแพรไปอยางรวดเรว โอภาส เอยมสรวงศ (2557) กลาววา “ปจจบนคาวา เทคโนโลยสารสนเทศ หรอเรยกสน ๆ วา ไอท (IT) มกนามาใชงานอยางกวางขวาง เกอบทกวงการลวนเหนความสาคญของเทคโนโลยสารสนเทศกนทงสน หรออาจเรยกวา โลกแหงยคไอทนนเอง” เทคโนโลย (Technology) คอการประยกตความรดานวทยาศาสตรมาใชใหเกดประโยชนทเกยวของกบการผลต การสราง วธการดาเนนงาน และรวมถงอปกรณตาง ๆ ทไมไดมตามธรรมชาต โลกแหงเทคโนโลยในปจจบนน ทาใหมนษยไดรบสงอกนวยความสะดวกกบการดาเนนชวตมากมาย สารสนเทศ (Information) คอผลลพธทเกดจากการประมวลผลขอมลดบ (Raw Data) ดวยการรวบรวมขอมลดบจากแหลงตาง ๆ และนามาผานกระบวนการประมวลผล ไมวาจะเปนการจดกลมขอมล การเรยงลาดบขอมล การคานวณ และสรปผล จากนนกนามาเสนอในรปของรายงานทเหมาะสมตอการใชงานทกอใหเกดประโยชนตอการดาเนนชวตของมนษย ไมวาจะเปนดานของชวตประจาวน ขาวสาร ความรดานวชาการ และธรกจ ดงนนเมอนาคาวาเทคโนโลย และคาวาสารสนเทศมารวมกน จงไดความหมายทกวางมาก เพราะเมอนามารวมกนเปนคาวา เทคโนโลยสารสนเทศ กจะหมายถง เทคโนโลยเพอใชกบการจดการสารสนเทศ ซงหมายถงเทคโนโลยการผลต การจดเกบขอมล การวเคราะหและเผยแพร การสอสารโทรคมราคม และอปกรณสนบสนน การปฏบตงานดานสารสนเทศอน ๆ ทสามารถนามาประยกตใชงานรวมกนใหไดมาซงประโยชนสง มประสทธภาพ ความถกตองแมนยา ทนตอเหตการณ จงสามารถกลาวโดยสรปไดวา เทคโนโลยสารสนเทศจะเกยวของเกยวกบเทคโนโลยทสาคญ ๆ อย 2 สาขา คอ เทคโนโลยคอมพวเตอร และเทคโนโลยดานการสอสารโทรคมนาคม โดยมรายละเอยดดงน

1. การเกบรวบรวมขอมล เปนวธการรวบรวมขอมลเขาสระบบสารสนเทศ ซงการเกบรวบรวมขอมลจากคอมพวเตอรสามารถเกบไดหลายแบบ

2. การประมวลผล ขอมลทเกบมาไดมกจะเกบในสอตาง ๆ เชน แผนบนทก แผนซด และเทป ขอมลเหลานจะถกนามาประมวลผลตามความตองการ เชน จาแนกประเภทขอมล จดกลม เรยงลาดบขอมล คานวณ หรอจดการคดแยกขอมลทจดเกบ

3. การแสดงผลลพธ คอการนาผลจากการประมวลผลทได มาแสดงผลลพธใหอยในรปแบบตาง ๆ อปกรณทใชในการแสดงผลลพธมหลายรปแบบ สามารถแสดงเปนตวหนงสอ รปภาพ ตลอดจนพมพออกมาในรปแบบกระดาษ การแสดงผลลพธมทงทแสดงเปนภาพ เสยง และวดทศน เปนตน

HATYAI UNIVERSITY

Page 32: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

24

4. การทาสาเนา เมอมขอมลทจดเกบในสออเลกทรอนกสตาง ๆ การทาสาเนาจะทาไดงาย และทาไดเปนจานวนมาก อปกรณทชวยในการทาสาเนาจดไดวาเปนเทคโนโลยสารสนเทศอกประเภทหนงทมการพฒนามาอยางตอเนอง เชน เครองพมพ เครองถายเอกสาร อปกรณการเกบขอมลทางอเลกทรอนกส เชน แผนบนทก ซดรอม ซงสามารถทาสาเนาไดเปนจานวนมาก 5. การสอสารโทรคมนาคม เปนวธการทจะสงขอมลหรอขาวสารจากทหนงไปยงอกทหนง หรอกระจายออกไปยงปลายทางครงละมาก ๆ โดยใชเครอขายคอมพวเตอรทมรปแบบของสอหลายอยาง เชน สายโทรศพท เสนใยนาแสง เคเบลใตนา คลนวทย ไมโครเวฟ และดาวเทยม เปนตน 2.2 ลกษณะส าคญของเทคโนโลยสารสนเทศ โดยพนฐานของเทคโนโลย ยอมมประโยชนตอการพฒนาประเทศชาตใหเจรญกาวหนาไดแตเทคโนโลยสารสนเทศเปนเรองทเกยวของกบวถความเปนอยของสงคมสมยใหมอยมาก ลกษณะเดนทสาคญของเทคโนโลยสารสนเทศมดงน 1) เทคโนโลยสารสนเทศชวยเพมผลผลต ลดตนทนและเพมประสทธภาพในการทางานในการประกอบการทางดานเศรษฐกจการคา และการอตสาหกรรม จาเปนตองหาวธในการเพมผลผลต ลดตนทนและเพมประสทธภาพในการทางาน คอมพวเตอรและเทคโนโลยสารสนเทศชวยทาใหเกดระบบอตโนมต เราสามารถฝากถอนเงนสดผานเครองเอทเอมไดตลอดเวลา ธนาคารสามารถใหบรการไดดขน ทาใหการบรการโดยรวมมประสทธภาพ ในระบบการจดการทกแหงตองใชขอมลเพอการดาเนนการและการตดสนใจ ระบบธรกจจงใชเครองมอเหลานชวยในการทางาน เชน ใชในระบบจดเกบเงนสด จองตวเครองบน เปนตน 2) เทคโนโลยสารสนเทศเปลยนรปแบบการบรการเปนแบบกระจาย เมอมการพฒนาระบบขอมลและการใชขอมลไดด การบรการตาง ๆ จงเนนรปแบบการบรการแบบกระจาย ผใชสามารถสงซอสนคาจากทบาน สามารถสอบถามขอมลผานทางโทรศพท นสตนกศกษาบางมหาวทยาลยสามารถใชคอมพวเตอรสอบถามผลสอบจากทบานได 3) เทคโนโลยสารสนเทศเปนสงทจาเปนสาหรบการดาเนนการในหนวยงานตาง ๆ ปจจบนทกหนวยงานตางพฒนาระบบรวบรวมจดเกบขอมลเพอใชในองคกรของประเทศ เชน ระบบทะเบยนราษฎร ระบบเวชระเบยนในโรงพยาบาล ระบบการจดเกบขอมลภาษ ในองคกรทกทกระดบเหนความสาคญทจะนาเทคโนโลยสารสนเทศมาใช 4) เทคโนโลยสารสนเทศเกยวของกบคนทกระดบ พฒนาการดานเทคโนโลยสารสนเทศทาใหชวตความเปนอยของคนเกยวของกบเทคโนโลย ดงจะเหนไดจากการพมพดวยคอมพวเตอรแทนการใชพมพดด การใชตารางการคานวณ และการใชอปกรณสอสารโทรคมนาคมในรปแบบตาง ๆ เปนตน

HATYAI UNIVERSITY

Page 33: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

25

2.3 เทคโนโลยคอมพวเตอร คอมพวเตอรเปนอปกรณเครองมอทสาคญประก ารหนงในการนามาใชสาหรบการประมวลผลขอมลเพอใหไดมาซงสารสนเทศตรงตามความตองการไดอยางรวดเรวทนตอเหตการณ การจดการขอมลทางสารสนเทศไมวาจะเปนการจดการขอมล การรวบรวม การประมวลผล ในปจจบนมกใชเทคโนโลยคอมพวเตอร ในการจดการแทบทงสน เพราะคอมพวเตอรประมวลผลไดรวดเรว มความถกตองแมนยาสง กระบวนการประมวลผลขอมลในคอมพวเตอรประกอบดวยสวนสาคญ 3 สวนคอ 1) การนาเขาขอมล (Input) 2) การประมวลผล (Data Processing) ซงประกอบดวย การแบงจาพวก การจดเรยง การสรปผล การจาลอง/การคดลอก การคานวณ การจดเกบ การควบคม 3) การแสดงผลขอมล (Output) 2.4 เครอขายคอมพวเตอร เครอขายคอมพวเตอร (Computer Network) คอระบบทมคอมพวเตอรอยางนอยสองเครองเชอมตอกนโดยใชสอกลาง และสามารถสอสารขอมลกนไดอยางมประสทธภาพ ซงทาใหผใชคอมพวเตอรแตละเครองสามารถแลกเปลยนขอมลซงกนและกนได และใชทรพยากรทอยในเครอขายรวมกนได และทาใหประหยดคาใชจายไดเปนจานวนมาก เชน การใชขอมลรวมกน การใช Software รวมกน การตอเชอมคอมพวเตอรเขากบระบบอน ในปจจบนเรานยมจดประเภทของเครอขายตามขนาดภมศาสตรทระบบเครอขายนนครอบคลมอย ซงสามารถแบงไดเปน 3 ระบบดงน 1) ระบบเครอขายคอมพวเตอรระยะใกล (Local Area Network หรอ LAN) เปนระบบเครอขายระดบทองถน มขนาดเลก ครอบคลมพนทจากด เชอมโยงกนในรศมใกล ๆ ในเขตพนทเดยวกน เชน ในอาคารเดยวกน หองเดยวกน ภายในตกเดยวกนหรอหลาย ๆ ตกใกลกน เปนตน โดยไมตองเชอมการตดตอกบองคการโทรศพท หรอการสอสารแหงประเทศไทย ระบบแลนมประโยชนคอ สามารถทาใหเครองคอมพวเตอรหลาย ๆ เครองทเชอมตอกน สามารถสงขอมลแลกเปลยนกนไดอยางสะดวก รวดเรว และยงสามารถใชทรพยากรรวมกนไดอกดวย ระบบเครอขาย LAN จะเปนระบบเครอขายทมการใชงานในองคกรตาง ๆ มากทสด 2) ระบบเครอขายคอมพวเตอรระดบเมอง (Metropolitan Area Network หรอ MAN) เปนระบบเครอขายระดบเมอง คอมการเชอมโยงกนในพนท ทกวางไกลกวาในระบบ LAN อาจจะเชอมโยงกนภายในจงหวด โดยมลกษณะการเชอมโยงคอมพวเตอรทมระยะหางไกลกนในชวง 5-40 กโลเมตร ผานสายสอสารประเภทตาง ๆ เชน เสนใยแกวนาแสง เคเบลหรอสายโคแอกเชยล 3) ระบบเครอขายระยะไกล (Wide Area Network หรอ WAN) เปนระบบเครอขายระดบไกล คอ จะเปนเครอขายทเชอมโยงคอมพวเตอร หรออปกรณทอยหางไกลกนเขาดวยกน อาจจะตองเปนการตดตอสอสารในระดบประเทศ ขามทวป หรอทวโลกกได ตวอยางเชน อนเทอรเนต เปนตน

HATYAI UNIVERSITY

Page 34: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

26

3. ฐานขอมล 3.1 ความหมายของฐานขอมล สารสนเทศทดนนควรจะมาจากแหลงจดเกบขอมลทมการจดเกบอยางเปนระบบระเบยบ และการจดรปแบบขอมลทมประสทธภาพในระบบฐานขอมล ดงนนการจดการระบบฐานขอมลควรเรมตนทาความเขาใจความหมายและโครงสรางเพอเปนพนฐานในการจดการขอมลตอไป นกวชาการไดใหความหมายของระบบฐานขอมลไวดงตอไปน นนทน แขวงโสภา (2548) ไดใหความหมายฐานขอมล (Database) วาหมายถงกลมขอมล (Data) ทเปนขอเทจจรง (Real Fact) ทถกนามาเกบรวบรวมไวในทเดยวกน มการจดการขอมลนนอยางเปนระบบเพอนาไปใชในวตถประสงคอยางใดอยางหนงตามตองการ โดยกลมผใชตงแต 1 กลมขนไปขอมลเหลานอาจเปนขอเทจจรงทเกยวกบบคคล สงของสถานท หรอเหตการณใด ๆ ซงเปนไดทงตวเลข ขอความ รปภาพ หรออน ๆ กตต ภกดวฒนะกล และจาลอง ครอตสาหะ (2544) ไดใหความหมายของฐานขอมลไววา ฐานขอมลเปนการนาเอาขอมลตาง ๆ ทมความสมพนธกน ซงแตเดมถกจดเกบอยในแตละแฟมขอมล ไดถกนามาจดเกบรวมกนไวภายในฐานขอมลเดยวกน สงผลใหแตละฝายสามารถใชขอมลรวมกนและสามารถแกไขปญหาตาง ๆ ทเกดขนในระบบแฟมขอมลได สชาดา กระนนทน (2541) ไดใหความหมายของฐานขอมลวา “ฐานขอมลคอ แฟมขอมลทเกยวของกนและนามาจดเกบรวบรวมไวดวยกน ดวยระบบการจดการฐานขอมล (Database Management System: DBMS) ซงประกอบดวยสวนนยามขอมล สวนจดการขอมล และพจนานกรมขอมล เพออานวยความสะดวกในการบนทก ปรบปรงแกไข เพมเตม ปองกนการทางานซ าซอน ขอมลซ าซอน และรกษาความปลอดภยของขอมล” ณฏฐพนธ เขจรนนทน และไพบลย เกยรโกมล (2542) ไดกลาววา “ฐานขอมล หมายถง การเกบรวบรวมขอมลเขาไวดวยกนอยางมแบบแผน ณ ทใดทหนงในองคการเพอทผใชจะสามารถนาขอมลมาประมวลผล และประยกตใชงานตามทตองการไดอยางมประสทธภาพ” ระบบฐานขอมล (Database System) หมายถง การรวมแฟมขอมลหลาย ๆ แฟมขอมลมาจดเกบเปนฐานขอมล ขอมลเหลานจะตองเปนขอมลทมความสมพนธกน มการขจดความซ าซอนของขอมล และเกบขอมลเหลานไวทศนยกลางเพอควบคมดแลรกษา มการใชงานรวมกนและตองเปนขอมลทใชสนบสนนการดาเนนงานอยางใดอยางหนงขององคกร อาจกลาวไดวาแตละฐานขอมลจะเทยบเทากบระบบ แฟมขอมล 1 ระบบ เรยกฐานขอมลทจดทาขนเพอสนบสนนการดาเนนงานอยางใดอยางหนงวา ระบบฐานขอมล (กตต ภกดวฒนะกล และจาลอง ครอตสาหะ :2544) จากความหมายของฐานขอมลทกลาวมาสรปไดวา ฐานขอมล หมายถง การเกบรวบรวมขอมลเขาไวดวยกนอยางมระบบ เพออานวยความสะดวกในการบนทก ปรบปรงแกไข เพมเตมปองกนการทางานซ าซอน ขอมลซ าซอน และรกษาความปลอดภยของขอมล

HATYAI UNIVERSITY

Page 35: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

27

3.2 องคประกอบของฐานขอมล องคประกอบสาคญของฐานขอมลทสมบรณม 4 องคประกอบ ดงน (กตต ภกดวฒนะกล และจาลอง ครอตสาหะ, 2544) 1) ขอมล (Data) หมายถง ขอมลทเกบรวบรวมไวในระบบคอมพวเตอร และจะถกเรยกใชเพอการประมวลผลโดยโปรแกรมประยกตตาง ๆ ขอมลดงกลาวอาจอยในรปของแฟมขอมล (File) หรอฐานขอมล (Database) ซงขอมลทจดเกบอาจเปนแฟมขอมลเพยงแฟมเดยวหรอหลายแฟม หรออยในรปของฐานขอมลทเปนการรวบรวมแฟมขอมลตงแต 1 แฟมขอมลขนไปโดยเปนแฟมขอมลทมความสมพนธกนเกบไวในทเดยวกนในหนวยเกบขอมลสารอง เชน แฟมขอมลลกคา แฟมขอมลบคลากร เปนตน ทงน เพอใหบคลากรจากหลายหนวยงานสามารถใชขอมลจากฐานขอมลรวมกนได โดยขอมลทอยในแฟมขอมลน จะถกเรยกใชโดยโปรแกรมประยกตตาง ๆ หรอทาการประมวลผลเพอสรางเปนสารสนเทศตามความตองการ 2) ฮารดแวร (Hardware) ในระบบฐานขอมลนน ฮารดแวรหมายถง คอมพวเตอรและอปกรณรอบขาง ประกอบดวย หนวยประมวลผลกลาง หนวยความจาหลกทรวมกนเพอนาขอมลจากฐานขอมลมาประมวลผลตามคาสงทกาหนด หนวยความจาสารอง เปนสวนสาคญท ใชจดเกบขอมลของฐานขอมล รวมถงอปกรณนาเขาและแสดงขอมลดวย 3) ซอฟตแวร (Software) หมายถง โปรแกรมหรอชดคาสงทเขยนขนมาเพอใชสงใหคอมพวเตอรทางาน ซงสามารถแบงซอฟตแวรทใชในระบบฐานขอมลไดเปน 2 ประเภท ดงน 1. ซอฟตแวรระบบจดการฐานขอมล (Database Management System) หรอทเรยกวา DBMS เชน โปรแกรม Microsoft Access, MySQL, Oracle เปนตน ระบบจดการฐานขอมลนเปนซอฟตแวร สาหรบบรหารและจดการฐานขอมล ทาหนาทในการสราง เรยกใช หรอปรบปรงฐานขอมล ในการทางานกบฐานขอมลนน จะตองผานระบบจดการฐานขอมลทกครง โดย DBMS ทาหนาทเปนตวกลางในการตดตอระหวางผใชกบฐานขอมล เชน การเพม การลบ หรอการคนหาขอมลจากฐานขอมล และมหนาทในการจดการ และควบคมความถกตองความซ าซอน และความสมพนธระหวางขอมลตาง ๆ ภายในฐานขอมลแทนโปรแกรมเมอร 2. จดทาพจนานกรมขอมล (Data dictionary) DBMS มหนาทจดเกบนยามขอมล ตงแตหนวยเลกทสด คอเขตขอมล ระเบยน ไปจนถงแฟมขอมล นอกจากนยงจดเกบความสมพนธระหวางขอมลรวมถงการดแลรกษาดชนทใชในการเขาถงขอมล รวมทงรายละเอยดของรายการตาง ๆ ดวยดงน - ควบคมดแลความปลอดภยและความเปนเอกภาพของขอมล - ควบคมการใชขอมลพรอมกน - ประสานงานกบระบบปฏบตการ เพอชวยผใชท วไป และโปรแกรมเมอรในการเรยกใชขอมลแกไขขอมล และออกรายงาน

HATYAI UNIVERSITY

Page 36: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

28

4) ซอฟตแวรประยกต (Application Software) คอโปรแกรมทถกเขยนขนโดยใชภาษาระดบสงรวมถงโปรแกรมยทลตตาง ๆ ทนกเขยนโปรแกรม (Programmer) ใชเขยนโปรแกรมเพอใชทางานในเรองใดเรองหนงโดยเฉพาะ ซอฟตแวรประยกตอาจไดรบการพฒนาขนโดยใชภาษาคอมพวเตอรอน ๆ เชน ภาษา PHP ซงเปนภาษาทเชอมตอการทางานของฐานขอมลผานระบบเครอขายได 5) บคลากร (People) คอ บคลากรทเกยวของกบฐานขอมล สามารถจาแนกออกเปน 5 ประเภทคอ 1. ผใช (End User) คอบคลากรทใชขอมลเพอใหงานสาเรจลลวงได 2. ผปฏบตการ (Operator) คอผปฏบตการดานการประมวลผล การปอนขอมลเขาเครองคอมพวเตอร 3. นกวเคราะหและออกแบบระบบ (System Analysis) คอบคลากรททาหนาทวเคราะหระบบฐานขอมล และออกแบบระบบงานทจะนามาใช 4. ผเขยนโปรแกรมประยกต (Programmer) คอผททาหนาทเขยนโปรแกรมประยกตใชงานตาง ๆ ใหการจดเกบและเรยกใชขอมลเปนไปตามความตองการของผใช 5. ผบรหารฐานขอมล (Database Administrator: DBA) คอบคลากรททาหนาทบรหารและควบคมการบรหารงานของระบบฐานขอมลทงหมด 3.3 ประเภทของฐานขอมล การสรางฐานขอมลนนจาเปนจะตองคดวธการแสดงโลกของความจรงใหไดใกลเคยงทสดเพอใหผใชขอมลสามารถทาความเขาใจกบเหตการณหรอสถานการณทขอมลนนเปนตวแทนไดอยางถกตองในขณะเดยวกนเปนวธทสะดวกทจะบนทกไวในระบบคอมพวเตอรดวยวธการนกคอการทาแบบจาลองขอมล ซงสามารถแบงไดเปน 3 แบบคอ (ครรชต มาลยวงศ, 2535) 1. ฐานขอมลแบบลาดบชน (Hierarchical Data Model) เปนการแสดงความสมพนธของเอนตตในแบบลาดบชน ซงเรมจากเอนตตหลก แลวยอยลงในเอนตตตาง ๆ ตามลาดบ เชน ฐานขอมลเกยวกบคณะตาง ๆ ในมหาวทยาลย 2. ฐานขอมลแบบขายงาน (Network Data Model) เปนการแสดงความสมพนธของเอนตตในแบบทแตละเอนตตอาจมความสมพนธกบเอนตตอน ๆ ไดหลายเอนตต 3. ฐานขอมลแบบตาราง (Relational Data Model) เปนการแสดงขอมลตาง ๆ ของเอนตตในรปแบบของตาราง รวมทงแสดงความสมพนธระหวางเอนตตในรปแบบตารางดวย 3.4 ประโยชนของฐานขอมล ฐานขอมลมความสาคญ และมประโยชนอยางยงตอการดาเนนงานขององคกร ดงจะเหนไดวาฐานขอมลมประโยชนหลายประการดงน (สวรรณา เสอกรง, 2547)

HATYAI UNIVERSITY

Page 37: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

29

1) ลดความซ าซอนของขอมล การจดเกบในระบบฐานขอมลทเปนการรวบรวมแฟมขอมลทอยกระจายกนโดยการออกแบบโครงสรางขอมลในลกษณะแนวคดรายละเอยดของขอมลทถกบนทกจะถกวางไวทเดยวในฐานขอมล 2) ความคงทของขอมล การลดความซ าซอนหรอการควบคมความซ าซอนของขอมล ทาใหเกดความคงทของขอมล ตวอยางเชน เมอทอยของลกคาถกเกบเพยงแหงเดยวเปนการลดขอขดแยงในการเกดความไมตรงกนของคาของขอมลทเกบเมอความซ าซอนถกควบคมโดยระบบฐานขอมลเอง จะทาใหเกดความคงทไดโดยการปรบปรงรายการของขอมลเมอมการเปลยนแปลงเกดขน หากมการเกบทอยลกคาสองแหงระบบฐานขอมลกควรจะปรบปรงคาของขอมลในแฟมทเกยวของทงสองแหงเมอไรกตามทมการเปลยนแปลงเกดขน 3) เกดการรวมกนของขอมลในฐานขอมล ขอมลทถกจดเกบเปนหนงเดยวกน มโครงสรางแบบเชงแนวคด (Logical Structure) ดวยความสมพนธแนวคดนไดกาหนดความเกยวของกนระหวางขอมลจงทาใหเกดวามงายสาหรบผใชในการเชอมความสมพนธระหวางขอมล ซอฟตแวรจดการฐานขอมลมหนาทเชอมโยงขอมลทมความสมพนธกนเชงแนวคดโดยไมสนใจวาขอมลนนจะถกจดเกบทางกายภาพอยางไร 4) การรวมกนของขอมล ฐานขอมลมเปาหมายในการใชขอมลรวมกนของผใชทเกยวของในองคการดวยระบบแมขาย-ลกขายไดกาหนดใหผใชหลายคนใชขอมลรวมกนในเวลาเดยวกนไดภายใตขอจากดทกาหนด 5) การพฒนางานประยกตทงาย มการประยกตทใหผใชทมพนฐานทางการเขยนโปรแกรมไดใชภาษารนท 4 ในการใชระบบสารสนเทศจากฐานขอมลไดงาย โดยอาศยเครองมอชวยในการทางาน เชน เครองสรางการตดตอระหวางผใชโดยใชกราฟก (Graphic User Interface: GUI) เครองมอสรางรายงาน (Report Generator) รวมทงในปจจบนมภาษาระดบสง สาหรบการพฒนางานประยกตใหเลอกใชงานมากขน 6) การทาใหเกดมาตรฐาน ผลกระทบจากการใชขอมลรวมกนทาใหผบรหารฐานขอมลตองมการกาหนดมาตรฐานตาง ๆ ของการกาหนดรปแบบขอมล การกาหนดรหสแทนสงตาง ๆ โดยตองใชรปแบบของการกาหนดรหสทสอความหมายเดยวกน 3.5 โปรแกรมฐานขอมล MySQL โปรแกรมฐานขอมล MySQL เปนระบบฐานขอมลทพฒนาโดยบรษท MySQL AB ประเทศสวเดน โดยผกอตงเปนชาวสวเดน 2 คนคอ David Axmark และ Allan Larson และชาวฟนแลนดอกหนงคนคอ Michael Monty Widenius ซงมวตถประสงคให MySQL เปนซอฟตแวรฟรทเปดเผยซอรสโคดภายใต GNU General Public License (GPL) (สมศกด โชคชยชตกล, 2551) โปรแกรมฐานขอมล MySQL เปนระบบจดการฐานขอมลระบบหนงทไดรบความนยมกนอยางแพรหลายในปจจบนเพราะไดพฒนาแบบ Open Source มความสามารถในการจดการกบฐานขอมล

HATYAI UNIVERSITY

Page 38: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

30

ดวยภาษา SQL (Structure Query Language) อยางมประสทธภาพ มความสามารถในการทางาน รองรบการทางานจากผใชหลาย ๆ คนและหลาย ๆ งานไดในเวลาเดยวกน เปนระบบฐานขอมลแบบรวมศนย ซงจดเกบฐานขอมลไวชดเดยว ผใชภายในองคกรจากเครองคอมพวเตอรสวนบคคลสามารถเขาถงขอมลผานระบบเครอขายทงอานและเขยนขอมลไดพรอม ๆ กน ขอมลทไดมความทนสมย และสอดคลองกนอยเสมอ ลดการเกบขอมลทซ าซอนในหลาย ๆ เครอง การปรบปรงขอมลทถกตองรวดเรวทนตอเหตการณซงเปนไปตามรปแบบของระบบฐานขอมลเชงสมพนธ (Relational Database) (กตภม วรฉตร, 2545) 4. ความรเกยวกบการบรหารงานบคคล 4.1 ความหมายของการบรหารงานบคคล การบรหารงานบคคล หมายถง ภารกจของผบรหารทกคน และของผช านาญการดานบคลากรโดยเฉพาะท มงปฏบตในกจกรรมทงปวง ทเกยวของกบบคลากร โดยมกระบวนการทสาคญคอ การกาหนดนโยบายกฎระเบยบ ขอบงคบเกยวกบบคลากร การวางแผนอตรากาลงคน การกาหนดตาแหนง การกาหนดเงนเดอน การบรรจแตงตง การจดทาระเบยนประวต การพฒนาบคลากร การพจารณาความดความชอบ การใหออกจากงาน และบาเหนจบานาญ (ธงชย สนตวงษ, 2537) 4.2 วตถประสงคของการบรหารงานบคคล วตถประสงคทสาคญของการบรหารงานบคคล คอการไดมาซงบคลากรทมความรความสามารถ และคณสมบต ทเหมาะสมกบลกษณะงาน ตามจานวนและระยะเวลาทตองการเพอใหมการใชกาลงคนใหเกดประโยชนสงสด เพอเสรมสรางขวญและกาลงใจ และเพอธารงรกษาบคลากรใหมความพงพอใจทจะอยปฏบตงานกงองคกรนานทสด (กรรณการ มานะกจ, 2539) จงอาจสรปไดวาการบรหารงานบคลากรมวตถประสงคดงน 1. เพอสรรหา และคดเลอกบคลากรทมคณสมบตเหมาะสมกบงาน 2. เพอพฒนาบคลากรใหมความรความสามารถยงขน 3. เพอกระตนใหบคลากรทางานอยางมประสทธภาพดวยความเตมใจ 4. เพอธารงรกษาบคลากรใหมความพงพอใจทจะอยกงองคกรนานทสด 4.3 หนาทของการบรหารงานบคคล กรรณการ มานะกจ (2539) แบงหนาทการบรหารงานบคลากรเปน 2 สวนคอ หนาทเกยวกบองคกร และหนาทเกยวกบบคลากร สรปไดดงน 4.3.1 หนาทเกยวกบองคกร คอ หนาทในการใหความชวยเหลอแกฝายตาง ๆ ในองคกรเพอชวยใหการดาเนนงานเปนไปอยางมประสทธภาพ หนาทดงกลาวประกอบดวย 1. การรเรมและกาหนดนโยบายดานงานบคลากร (Policy Initiation and Formulation)

HATYAI UNIVERSITY

Page 39: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

31

2. การใหคาแนะนาแกฝายตาง ๆ (Advice) เพอใหการดาเนนงานบคคลสามารถดาเนนไปไดอยางถกตอง และเหมาะสม 3. การใหบรการแกฝายตาง ๆ (Service) ไดแก การสรรหาบคลากร การรบสมคร การสอบคดเลอก การสมภาษณ การฝกอบรมและการพฒนา การประเมนผลการปฏบตงาน และการจายคาตอบแทน เปนตน 4. การควบคม (Control) ฝายบคลากรจะตองพยายามควบคม ใหมการปฏบตงานทอยในขอบเขตทกาหนดไวอยางเหมาะสม 4.3.2 หนาทเกยวกบบคลากร เปนหนาทโดยตรงของฝายบคลากร ซงเกยวของกบบคคลในองคกร เรมตงแตรบสมครเขาทางาน จนกระทงออกจากองคกรนนไป หนาทดงกลาวประกอบดวย 1. การวางแผนกาลงคน (Manpower Planning) เปนกระบวนการคาดการณลวงหนาถงความตองการบคลากรในองคกรวาตองการบคลากรประเภทใด ระดบใด จานวนเทาใด และตองการเมอใดเพอใหไดบคลากรทมคณสมบตเหมาะสมและตรงกบความตองการอยางเพยงพอ 2. การสรรหาบคลากร (Recruitment) เปนกระบวนการทเกยวของกบการแสวงหา และการจงใจผสมครทมความรความสามารถ ตรงกบความตองการ ใหเขามารวมงานกงองคกร ไดแก การโฆษณา การรบสมครจากสถาบนการศกษา จากเจาหนาทภายในแนะนา บคลากรมาสมครดวยตนเองทองคกร หรอการตดตอสานกจดหางาน เปนตน 3. การคดเลอกบคลากร (Selection) เปนงานทเกยวของกบการคดเลอกบคลากรทดทสด และมคณสมบตตามทกาหนดไวมาทางานในตาแหนงตาง ๆ ทตองการรบ 4. การฝกอบรม และการพฒนา (Training and Developing) เปนการพฒนาใหบคลากรมความรความสามารถ และประสบการณเพมมากขน 5. การประเมนผลการปฏบตงาน (Evaluation) เปนการเปรยบเทยบผลงานทปฏบตจรงกบมาตรฐานทกาหนดไว เพอแสดงใหเหนวาบคลากรมประสทธภาพเพยงใด คมคากบผลตอบแทนหรอไมนอกจากนนยงเปนสงทชวยใหฝายบรหารพจารณาในการเลอนตาแหนง การโยกยายใหบคลากรปฏบตงานดานอนทมความเหมาะสมมากยงขน 6. การเลอนตาแหนง การโยกยาย การลดตาแหนง และการพนจากงาน (Promotion, Transfer, Demotion and Separation) 7. การจายผลตอบแทน (Compensation) ฝายบคลากรมสวนในการรบผดชอบการจายเงนคาจาง และเงนเดอนแกบคลากร โดยฝายบคลากรจะรวมมอกบฝายตาง ๆ ในการวเคราะห งานและประเมนคางาน เพอกาหนดการจายคาจาง และเงนเดอนทเหมาะสม 8. สขภาพ และความปลอดภย (Health and Safety) เปนการจดการเกยวกบสวสดการตาง ๆ ทเหมาะสมใหแกบคลากร เชน การตดตอทาบตรประกนสงคม การประกนชวต เปนตน

HATYAI UNIVERSITY

Page 40: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

32

9. การกาหนดวนย และการรองทกข (Discipline and Grievance) เพอใชในการควบคมการทางานของคนหมมากใหอยในขอบเขตทเหมาะสม และจดใหมการรองทกขเพอรบฟอง และแกไขปญหาตาง ๆ ในการปฏบตงาน 10. แรงงานสมพนธ (Labor Relations) เปนการสรางความสมพนธทดระหวางลกจางกบนายจาง 11. การวจยการจดการงานบคลากร (Personnel Management Research)

5. ทฤษฎความพงพอใจ แนวคดทฤษฎเกยวกบความพงพอใจ (Satisfaction) ไดมผใหความหมายของความพงพอใจไวหลาย

ความหมาย ดงน พจนานกรมฉบบราชบณฑตสถาน (2542) ไดใหความหมายของความพงพอใจไววา พงพอใจ

หมายถง รก ชอบใจ และพงใจ หมายถง พอใจ ชอบใจ ดเรก ปลงด (2528) กลาววา ความพงพอใจ หมายถง ทศนคตทางบวกของบคคลทมตอสงใดสงหนง

เปนความรสกหรอทศนคตทดตองานททาของบคคลทมตองานในทางบวก ความสขของบคคลอนเกดจากการปฏบตงานและไดรบผลเปนทพงพอใจ ทาใหบคคลเกดความกระตอรอรน มความสข ความมงมนทจะทางาน มขวญและมกาลงใจ มความผกพนกบหนวยงาน มความภาคภมใจในความสาเรจของงานททา และสงเหลานจะสงผลตอประสทธภาพและประสทธผลในการทางานสงผลตอถงความกาวหนาและความสาเรจขององคการอกดวย

วรฬ พรรณเทว (2542) กลาววา ความพงพอใจเปนความรสกภายในจตใจของมนษยทไมเหมอนกน ขนอยกบแตละบคคลวาจะมความคาดหมายกบสงหนงสงใดอยางไร ถาคาดหวงหรอมความตงใจมากและไดรบการตอบสนองดวยดจะมความพงพอใจมากแตในทางตรงกนขามอาจผดหวงหรอไมพงพอใจเปนอยางยง เมอไมไดรบการตอบสนองตามทคาดหวงไวทงนขนอยกบสงทตงใจไววาจะมมากหรอนอยสอดคลองกบ

ฉตรชย ไชยทา (2535) กลาววา ความพงพอใจหมายถงความรสกหรอทศนคตของบคคลทมตอสงหนงหรอปจจยตางๆทเกยวของ ความรสกพอใจจะเกดขนเมอความตองการของบคคลไดรบการตอบสนองหรอบรรลจดมงหมายในระดบหนง ความรสกดงกลาวจะลดลงหรอไมเกดขน หากความตองการหรอจดมงหมายนนไมไดรบการตอบสนอง

กตตมา ปรดดลก (2529) กลาววา ความพงพอใจ หมายถง ความรสกชอบหรอพอใจทมตอองคประกอบและสงจงใจในดานตางๆเมอไดรบการตอบสนอง

กาญจนา อรณสขรจ (2546) กลาววา ความพงพอใจของมนษยเปนการแสดงออกทางพฤตกรรมทเปนนามธรรม ไมสามารถมองเหนเปนรปรางได การทเราจะทราบวาบคคลมความพงพอใจหรอไม สามารถ

HATYAI UNIVERSITY

Page 41: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

33

สงเกตโดยการแสดงออกทคอนขางสลบซบซอนและตองมสงเราทตรงตอความตองการของบคคล จงจะทาใหบคคลเกดความพงพอใจ ดงนนการสงเราจงเปนแรงจงใจของบคคลนนใหเกดความพงพอใจในงานนน

นภารตน ดานกลาง (2544) กลาววา ความพงพอใจเปนความรสกทางบวกความรสกทางลบและความสขทมความสมพนธกนอยางซบซอน โดยความพงพอใจจะเกดขนเมอความรสกทางบวกมากกวาทางลบ เทพพนม เมองแมน และสวง สวรรณ (2540) กลาววา ความพงพอใจเปนภาวะของความพงใจหรอภาวะทมอารมณในทางบวกทเกดขน เนองจากการประเมนประสบการณของคนๆหนง สงทขาดหายไประหวางการเสนอใหกบสงทไดรบจะเปนรากฐานของการพอใจและไมพอใจได

สงา ภณรงค (2540) กลาววา ความพงพอใจ หมายถงความรสกทเกดขนเมอไดรบผลสาเรจตามความมงหมายหรอเปนความรสกขนสดทายทไดรบผลสาเรจตามวตถประสงค

สรปไดวา ความพงพอใจ หมายถง ความรสกทดหรอทศนคตทดของบคคล ซงมกเกดจากการไดรบการตอบสนองตามทตนตองการ กจะเกดความรสกทดตอสงนน ตรงกนขามหากความตองการของตนไมไดรบการตอบสนองความไมพงพอใจกจะเกดขน งานวจยทเกยวของ

สนน หวานแท (2553) ไดทาการวจยเรอง “การพฒนาระบบสารสนเทศเพอการจดเกบและการสบคน สาหรบการบรหารงานบคคล คณะอกษรศาสตร มหาวทยาลยศลปากร” โดย ไดศกษาความคดเหนของผเชยวชาญในการพฒนาระบบสารสนเทศเพอการจดเกบ และสบคนสาหรบการบรหารงานบคคล คณะอกษรศาสตร มหาวทยาลยศลปากร รวมถงวเคราะห ออกแบบ และพฒนาระบบสารสนเทศเพอการจดเกบ และสบคนสาหรบการบรหารงานบคคล คณะอกษรศาสตร มหาวทยาลยศลปากร สดทายทาการประเมนระบบสารสนเทศ จากกลมตวอยางคอ ขาราชการ และพนกงานคณะอกษรศาสตร มหาวทยาลยศลปากร ประจาปงบประมาณ 2553 จานวน 70 คน ซงผลการประเมนจากผเชยวชาญประสทธภาพขอ งระบบอยในระดบด โดยมคาเฉลย 4.01 ผลประเมนจากผใชระดบปฏบตการ ประสทธภาพของระบบอยในระดบด โดยมคาเฉลย 4.13 และผลประเมนจากผใชท วไป ประสทธภาพของระบบอยในระดบด โดยมคาเฉลย 4.05

ทวรตน นวลชวย (2545) ไดทาการวจยเรอง “การพฒนาระบบสารสนเทศเพอการบรหารงานบคคล สถาบนราชภฏสงขลา” โดยมวตถประสงคเพอพฒนาระบบสารสนเทศเพอการบรหารงานบคล เพอวเคราะหความคมคาทางดานเศรษฐศาสตร เพอประเมนคณภาพระบบสารสนเทศทพฒนาขน ผลการวจยพบวา จากการประเมนเพอศกษาความพงพอใจของกลมตวอยางจานวน 3 กลมคอ กลมผใชฝายการเจาหนาท ผใชฝายการเงนและบญช ผบรหาร และบคลากรทวไป สรปไดวา ทกกลมมความพงพอใจโดยรวมในระดบพงพอใจมาก ผลของงานวจยสรปวาระบบทพฒนาขนสามารถนามาใชงานไดอยางแทจรง ตรงกบความตองการ และคมคาดานเศรษฐศาสตร

HATYAI UNIVERSITY

Page 42: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

34

กญญนนทน ภทรสรณสร (2543 )ไดทาการวจยเรอง “ปจจยทมอทธพลตอประสทธภาพการทางานของบคลากร: กรณศกษาสาหรบสถาบนเทคโนโลยปทมวน” โดย นาเสนอปจจยทมอทธพลตอประสทธภาพการทางานของบคลากร ทปฏบตงานในสถาบนเทคโนโลยปทมวน โดยศกษาถงสถานภาพทวไปของบคลากรทตอบแบบสอบถาม และความคดเหนทเกยวกบปจจยทมอทธพลตอประสทธภาพการทางานของบคลากรทปฏบตงานในสถาบนเทคโนโลยปทมวน จากการทดสอบสมมตฐานโดยหาความสมพนธพบวา ปจจยทกปจจย ไดแก ปจจยสวนบคคล สภาพแวดลอมในการทางาน ความผกพนตอหนวยงาน การทางานเปนทม ความกาวหนาในการทางาน เทคโนโลยสารสนเทศ รายไดและสวสดการ มความสมพนธเชงบวกกบประสทธภาพการทางาน แตเมอทดสอบดวยการวเคราะหแบบมลตเปลรเกรสชน พบวา ปจจยดานความกาวหนา และเทคโนโลยสารสนเทศ มอทธพลตอประสทธภาพการทางานของบคลากรอยางมนยสาคญทางสถตทระดบ 0.05

HATYAI UNIVERSITY

Page 43: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

บทท 3 วธการวจย

การศกษาวจยครงน เปนการศกษาวจยเชงพฒนา โดยศกษาปจจยทสงผลตอการใหบรการสารสนเทศสวนบคคล และกระบวนการปรบขนเงนเดอน จากนนน าผลทไดจากปจจยดงกลาวมาพฒนาระบบสารสนเทศใหสนบสนนกระบวนการใหบรการสารสนเทศแกบคลากรและกระบวนการปรบขนเงนเดอน แลวท าการประเมนความพงพอใจจากการใชงาน โดยใชแบบสอบถาม และการสมภาษณเชงลกในการรวบรวมขอมลในแตละกระบวนการพฒนาระบบ ดงน

ประชากรและกลมตวอยาง 1. ประชากร ประชากรในการศกษาครงน คอ ขาราชการคร และบคลากรทางการศกษาทงหมด ของโรงเรยนวรนารเฉลม จงหวดสงขลา ปการศกษา 2556 ทงหมด 179 คน โดยแบงประชากรเปน 2 กลมดงน 1.1 กลมผใหบรการขอมล ไดแก เจาหนาทงานบรการบคลากร 1.2 กลมผใชบรการขอมล ไดแก คร และบคลากรทางการศกษา ซงบคลากรภายในโรงเรยนวรนารเฉลม จงหวดสงขลา มการสงกดกลมสาระการเรยนรทงหมด 10 กลมสาระการเรยนร และไดปฏบตงานในสวนงานตาง ๆ ภายในโรงเรยน ดงน 1) สขศกษา-พลศกษา 2) การงานอาชพและเทคโนโลย 3) คณตศาสตร 4) ฝายบรหาร 5) ภาษาตางประเทศ 6) ภาษาไทย 7) วทยาศาสตร 8) ศลปะ 9) สนบสนนการสอน 10) สงคมศกษา ศาสนา และวฒนธรรม

HATYAI UNIVERSITY

Page 44: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

36

2 กลมตวอยาง จากตารางสาเรจรปของเครจซและมอรแกน (Krejcie & Morgan, 1970) ใชในการประมาณการคาสดสวนของประชากรโดยกาหนดใหสดสวนของลกษณะทสนใจในประชากรเทากบ 0.5 ระดบความคลาดเคลอนทยอมรบได 5% และระดบความเชอมนท 95% ดงตารางท 3.1 ตารางท 3.1 ขนาดของกลมตวอยางของเครซและมอรแกน

HATYAI UNIVERSITY

Page 45: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

37

จากตารางท 1 ประชากรทใชในการศกษาทงหมด 179 คน เมอเทยบขนาดประชากรตามตารางของเครซและมอรแกนจะไดขนาดของกลมตวอยางเทากบ 123 คน โดยแจกแจงดงตารางท 3.2 ตารางท 3.2 ตารางเปรยบเทยบอตราสวนของประชากรไดกลมตวอยางแยกตามกลมสาระการเรยนร

กลมสาระการเรยนร ประชากร กลมตวอยาง 1 สขศกษา-พลศกษา 12 8 2 การงานอาชพและเทคโนโลย 21 14 3 คณตศาสตร 23 16 4 ฝายบรหาร 9 6 5 ภาษาตางประเทศ 22 15 6 ภาษาไทย 19 13 7 วทยาศาสตร 30 21 8 ศลปะ 11 8 9 สนบสนนการสอน 19 13

10 สงคมศกษา ศาสนา และวฒนธรรม 13 9 รวม 179 123 เครองมอทใชในการวจย

เครองมอทใชในการศกษาวจยแบงเปน 2 สวนหลก ดงน 1. เครองมอทใชในการพฒนาระบบสารสนเทศ 1.1 ฮารดแวร เครองคอมพวเตอร PC - Microsoft Windows XP

- CPU Inter(R) Pentium(R) Dual CPU E2200 @ 2.20 GHz - RAM 1 GB

1.2 ซอฟตแวร 1) AppServ Version 2.5.8 for Windows: ซงประกอบไปดวย

- โปรแกรมจาลอง เวบเซรบเวอร (Web Server): Apache Web Server Version 2.2.4 - โปรแกรมประมวลผลภาษา PHP: PHP Script Language Version 5.2.1 - โปรแกรมฐานขอมล: MySQL Database Version 5.0.27

HATYAI UNIVERSITY

Page 46: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

38

- โปรแกรมระบบจดการฐานขอมล: phpMyAdmin Database Manager Version 2.9.2

2) โปรแกรมสาหรบเขยนซอรสโคด (Source code): Edit Plus Version 3.2.0.1 2. เครองมอทใชในการเกบรวบรวมขอมล 2.1 แบบสมภาษณ สรางขนสาหรบสอบถามเกยวกบ กระบวนการปรบขนเงนเดอน และกระบวนการรองขอขอมลของคร และบคลากรทางการศกษาในโรงเรยนวรนารเฉลม 2.2 แบบสอบถาม สรางขนเพอเกบขอมลของประชากรโดยแบงออกเปน 3 สวนดงน

1) ขอมลเกยวกบลกษณะทางประชากรศาสตรของประชากรผ ตอบแบบสอบถาม ประกอบดวย ชอ ทอย เพศ กลมสาระ คสมรส บตร วนทสงบรรจ ปเกษยณ เลขทตาแหนง ตาแหนง อนดบ เลขทใบประกอบวชาชพ ขอมลเครองราชอสรยาภรณ ประวตการศกษา ป ระวตอตราเงนเดอน ประวตการยาย การลารายได

2) ขอมลเกยวกบความพงพอใจในการนาระบบฐานขอมลเขามาใชในการดาเนนงานภายในโรงเรยน

3) ทศนะคตทมตอระบบสารสนเทศทจะนาเขามาใช ซงเปนแบบสอบถามความคดเหน รวมถงขอเสนอแนะ

2.3 แบบประเมน หลงจากพฒนาระบบสารสนเทศ สรางขนเพอประเมนความพงพอใจ หลงจากทมระบบสารสนเทศเขาไปใชในการสนบสนนการปรบขนเงนเดอน และการใหบรการสารสนเทศ ภายในโรงเรยน

การสรางและหาคณภาพเครองมอ 1. การสรางแบบสมภาษณ ผวจยดาเนนการสรางแบบสมภาษณ ทงหมด 5 ดานคอ ดานการวเคราะหวามตองการในการพฒนาระบบ ดานการออกแบบสวนนาเขา ประมวลผล และแสดงผลขอมล ดานการทวนสอบความตองการดวยโปรแกรมตนแบบ ดานการทดสอบและสงมอบระบบ และดานการประเมนความพงพอใจตอการใชงานของระบบ โดยมขนตอนดงน 1.1 ศกษาวธการสรางแบบสมภาษณแบบมโครงสราง โดยใชคาถามในลกษณะปลายเปด (ธรศกด อนอารมณเลศ, 2549) ศกษางานวจยทเกยวกบการพฒนาระบบสารสนเทศ และศกษากระบวนการปรบขนเงนเดอน และการใหบรการสารสนเทศสวนบคคล 1.2 คนหา และศกษาแบบสมภาษณของงานวจยทใกลเคยงกบงานวจยของผวจย ซงเคยผานผทรงคณวฒมาแลว

HATYAI UNIVERSITY

Page 47: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

39

1.3 ทาการสรางแบบสมภาษณ โดยประยกตจากแบบสมภาษณทผานผทรงคณวฒมาแลว แลวใหผวจยทมประสบการณตรวจสอบความถกตอง และปรบปรงแกไข 1.4 ปรบปรงแกไขตามคาแนะนาของผตรวจสอบแบบสมภาษณ 1.5 นาแบบสมภาษณไปใชงานจรง

ภาพประกอบ 3.1 แสดงแผนภมขนตอนการสรางเครองมอ

หลงจากทไดนาแบบสมภาษณไปใช ไดทาการสรปและวเคราะหขอมลเพอกาหนดเปนแนวทางในการพฒนาระบบฐานขอมลบคลากร โรงเรยนวรนารเฉลม ผลสรปทไดจากการสมภาษณดงน ตารางท 3.3 ตารางแสดงผลสรปขอมลทไดจากการสมภาษณ

ประเดนคาถาม สรปขอมลทไดจากการสมภาษณ 1. ปจจบนทานมความคดเหนอยางไร เกยวกบภาพรวมในกระบวนการปรบขนเงนเดอน และการขอใชบรการสารสนเทศสวนบคคล

- กระบวนการใหบรการ และรวบรวมขอมลบคลากรปจจบนมความลาชา บางครงขอมลผดพลาด และตองทาแบบสอบถามเพอรวบรวมขอมลอยบอย ๆ - กระบวนการปรบขนเงนเดอนทาไดยาก ตวเลขเงนเดอนมกจะสลบตาแหนง หรอขนผดขน ใชเวลานานมาก เนองจากบคลากร

HATYAI UNIVERSITY

Page 48: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

40

ตารางท 3.3 ตารางแสดงผลสรปขอมลทไดจากการสมภาษณ (ตอ) ประเดนคาถาม สรปขอมลทไดจากการสมภาษณ

มจานวนมาก ในการรวบรวมขอมลสาหรบปรบขนเงนเดอนจงทาไดลาชา เสยเวลาในการจดการกบภาระงานอน ๆ

2. ทานตองการใหหนาจอการทางานสวนการนาเขาขอมล การแสดงผลขอมล มลกษณะเปนอยางไร

- สวนการนาเขาขอมล ใหสามารถนาเขาขอมลตามระเบยนประวตบคลากรตามแบบฟอรมของโรงเรยนอยางครบถวน งายตอการกรอกขอมล ขนาดตวอกษรแสดงชดเจน และเปนลาดบในการกรอกขอมล - สวนการแสดงผลขอมล สามารถออกมาเปนขอมลสรปตามแบบฟอรมของโรงเรยน และรายงานสรปแยกประเภทตามกลมสาระการเรยนรทไดกาหนดไว

3. จากการทางานของโปรแกรมตนแบบ ทานตองการปรบเปลยน หรอเพมเตมการทางานใด ๆ หรอไม อยางไร

- ตองการใหปรบแกขอมลคาอธบายการนาเขาขอมลในบางสวนทยงผดอย รวมถงปรบการนาเขาขอมลวนทใหเปนการกรอกปกต ไมตองทาปฏทนอตโนมต - เพมการออกรายงานสรปการนบจานวน โดยมเงอนไข ระดบ/กลมงาน ระดบการศกษา ชวงอาย เพศ

4. จากการทดลองใชระบบฐานขอมลบคลากร ทานพบวามปญหา หรอขอจากดใด ๆ ทตองการปรบปรง

- ขอมลบางสวนยงผดอย ใหระบเอกสารคาสง ตอนทาการปรบขนเงนเดอนอตโนมตไปเลย ใหเพมฝายงานบรหารเขาไปในกลมสาระการเรยนร - เมอเลอกครงทปรบขนเงนเดอนตามปงบประมาณ ใหเปลยนจากครงท 1 , 2 เปน 1 เมษายน และ 1 ตลาคม

5. จากการนาเทคโนโลยสารสนเทศในรปแบบระบบฐานขอมลบคลากรเขามาปรบใชในกระบวนการใหบรการสารสนเทศ และกระบวนการปรบขนเงนเดอน ทานคดวาการดาเนนการดงกลาวเปนอยางไร

- ภาพรวมระบบสารสนเทศทพฒนาขน ชวยใหกระบวนการปรบขนเงนเดอนมความสะดวก รวดเรว และลดเวลาในการดาเนนงานดงกลาวใหนอยลง จากเดมใชเวลาประมาณ 1-2 เดอน สามารถทาใหเสรจไดภายใน 1-2 วน ถอวาเปนการเพมประสทธภาพการดาเนนการไดอยางดมาก - ดานกระบวนการใหบรการขอมลสารสนเทศ สวนบคคล กสามารถชวยใหบคลากรสามารถเขาถงขอมลของตนเองไดอยางรวดเรว ครบถวน และไมตองเสยเวลาในการรวบรวมขอมลจากฝายงานบคคล

HATYAI UNIVERSITY

Page 49: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

41

2. การสรางแบบสอบถาม การสรางเครองมอแบบสอบถามในการวจยครงนมจานวน 3 ตอน โดยทาการอธบายตามลกษณะของแบบวดทมแหลงทมาแตกตางกน ดงน แบบวดทไมตองทาการแปล หรอดดแปลง

1. แบบสอบถามขอมลสวนบคคล เปนแบบวดทมขอคาถามเกยวกบ เพศ อาย กลมสาระการเรยนร

2. แบบสอบถามดานขอมลตาง ๆ เกยวกบการทาวจยในแตละกระบวนการพฒนาระบบ 3. แบบสอบถามความคดเหน และขอเสนอแนะเพมเตมเกยวกบการทาวจยมลกษณะเปน

แบบปลายเปด แบบวดทไดมาจากการดดแปลง แบบสอบถามเกยวกบปจจยทสงผลตอการประยกตใชเทคโนโลยสารสนเทศในหนวยงาน วดความคดเหนเกยวกบปจจยดานกระบวนการปรบขนเงนเดอน และการขอใชบรการขอมลสวนบคคล ปจจยดานการออกแบบกระบวนการ สวนนาเขา สวนแสดงผล ปจจยดานการพฒนารวมถงประเมนโปรแกรมตนแบบ ปจจยดานการตดตงและทดสอบระบบ และแบบประเมนความพงพอใจในการใชงานระบบทพฒนาขน 1. แบบสอบถามเกยวกบปจจยทสงผลตอการประยกตใชเทคโนโลยสารสนเทศในหนวยงาน วดความคดเหนเกยวกบปจจยดานกระบวนการปรบขนเงนเดอน ประกอบไปดวยขอคาถามเกยวกบการใหบรการขอมลสวนบคคล กระบวนการปรบขนเงนเดอนของฝายงานบคคล และการนาเทคโนโลยสารสนเทศเขามาใช ลกษณะเปนมาตรวด ระดบความคดเหน 4 ระดบ ตงแต มากทสด มาก นอย นอยทสด ตวอยาง

รายการประเมน ระดบความคดเหน

นอยทสด นอย มาก มากทสด 1. กระบวนการปรบขนเงนเดอนในปจจบนสงผลกระทบตอภาพรวมในการทางานของทาน 2. ขอมลเงนเดอนทไดมความถกตองตงแตครงแรก

เกณฑการใหคะแนน ใหคะแนนจาก 4 3 2 และ 1 จากมากทสด ถง นอยทสดตามลาดบการแปลความหมายคะแนน ผตอบทใหคะแนนสงแสดงวาพงพอใจกบกระบวนการเดมในการทางานเดมสงกวาผทตอบคะแนนรวมจากแบบวดตากวา

HATYAI UNIVERSITY

Page 50: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

42

2. แบบสอบถามเกยวกบการออกแบบสวนนาเขาขอมล การประมวลผล และการแสดงผลขอมล หลงจากผานการศกษาสภาพปญหามาแลว ลกษณะเปนมาตรวด ระดบความคดเหน 4 ระดบ ตงแต มากทสด มาก นอย นอยทสด ตวอยาง

รายการประเมน ระดบความคดเหน

นอยทสด นอย มาก มากทสด 1. บคลากรทกคนควรมสวนในการนาเขาขอมล 2. ฝายงานบคคลควรจดการการนาเขาขอมลอยางเปนระบบ

เกณฑการใหคะแนน ใหคะแนนจาก 4 3 2 และ 1 จากมากทสด ถง นอยทสดตามลาดบการแปลความหมายคะแนน ผตอบทใหคะแนนสงแสดงวาตะหนกในการมสวนรวมในการออกแบบระบบฐานขอมลสงกวาผทตอบคะแนนรวมจากแบบวดตากวา

3. แบบสอบถามเกยวกบการออกแบบและพฒนาโปรแกรมตนแบบ เพอใชในการประเมนเพอคนหาความตองการของระบบทเหนภาพและชดเจนมากขน หลงจากผานการออกแบบระบบมาแลว ลกษณะเปนมาตรวด ระดบความคดเหน 4 ระดบ ตงแต มากทสด มาก นอย นอยทสด ตวอยาง

รายการประเมน ระดบความคดเหน

นอยทสด นอย มาก มากทสด 1. สวนการ Login ของโปรแกรมตนแบบเขาใจงาย 2. ลาดบการทางานของโปรแกรมตนแบบเขาใจงาย

เกณฑการใหคะแนน ใหคะแนนจาก 4 3 2 และ 1 จากมากทสด ถง นอยทสดตามลาดบการแปลความหมายคะแนน ผตอบทใหคะแนนสงแสดงวาเขาใจการทางานของโปรแกรมตนแบบของระบบฐานขอมลสงกวาผทตอบคะแนนรวมจากแบบวดตากวา

4. แบบสอบถามเกยวกบการตดตงและทดสอบระบบ เพอใชในการประเมนความสาเรจ และปญหาจากการตดตง และทดสอบระบบจากผใช ลกษณะเปนมาตรวด ระดบความคดเหน 4 ระดบ ตงแต มากทสด มาก นอย นอยทสด

HATYAI UNIVERSITY

Page 51: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

43

ตวอยาง

รายการประเมน ระดบความคดเหน

นอยทสด นอย มาก มากทสด 1. ขนตอนการตดตงโปรแกรมมความราบรน 2. ขนตอนการตดตงฐานขอมลมความราบรน

เกณฑการใหคะแนน ใหคะแนนจาก 4 3 2 และ 1 จากมากทสด ถง นอยทสดตามลาดบการแปลความหมายคะแนน ผตอบทใหคะแนนสงแสดงวาเขาใจการทางาน และพอใจในการทางานของระบบฐานขอมลสงกวาผทตอบคะแนนรวมจากแบบวดตากวา

5. แบบสอบถามเกยวกบการประเมนการใชงานระบบฐานขอมล เพอใชในการประเมนความพงพอใจตอการนาระบบฐานขอมลทผานการทดสอบและแกไขระบบ ลกษณะเปนมาตรวด ระดบความคดเหน 5 ระดบ ตงแต มากทสด มาก ปานกลาง นอย นอยทสด ตวอยาง

หวขอการประเมน มากทสด มาก ปานกลาง นอย

นอยทสด

1. ระบบมการใชงานงาย สะดวก รวดเรว

2. ระบบมรปแบบทสวยงาม เรยบงาย เกณฑการใหคะแนน ใหคะแนนจาก 5 4 3 2 และ 1 จากมากทสด ถง นอยทสดตามลาดบการแปลความหมายคะแนน ผตอบทใหคะแนนสงแสดงวาพงพอใจในการทางานของระบบฐานขอมลสงกวาผทตอบคะแนนรวมจากแบบวดตากวา วธการวเคราะหขอมลและสถต 1) การวเคราะหสถตเชงพรรณนา ทาการวเคราะห ขอมลออกมาในรปแบบความถ รอยละ คาเฉลย และสวนเบยงเบนมาตรฐาน เพออธบายลกษณะของการประเมนความพงพอใจในการนาระบบสารสนเทศเขาไปใชในการดาเนนงาน

HATYAI UNIVERSITY

Page 52: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

44

2) กรอบแนวคด (Research Framework) ดงภาพประกอบ 3.2

ภาพประกอบ 3.2 กรอบแนวคดในการวจย 3) สถตทใชในการวเคราะหขอมล การวเคราะหขอมลทไดจากการประเมนประสทธภาพของระบบสารสนเทศโดยกลมผใชงาน โดยใชสถตพนฐานในการวเคราะหขอมลดงน (บญชม ศรสะอาด, 2549)

1. คาเฉลย (Mean) โดยใชสตรคานวณ ดงน

เมอ หมายถง คาเฉลยเลขคณต หมายถง ผลรวมของขอมลทงหมด หมายถง จานวนกลมตวอยาง

2. สวนเบยงเบนมาตรฐาน (Standard Division) โดยใชสตรคานวณ ดงน

เมอ หมายถง สวนเบยงเบนมาตรฐาน หมายถง ผลรวมของคะแนน หมายถง ผลรวมของคะแนนทงหมด หมายถง จานวนกลมตวอยาง

HATYAI UNIVERSITY

Page 53: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

45

การวเคราะหความตองการของระบบสารสนเทศ หลงจากผวจยไปรวบรวมปญหา ใหคาปรกษา และเสนอแนวทางแกไขปญหาในกระบวนการใหบรการสารสนเทศ และกระบวนการปรบขนเงนเดอน ดวยการสมภาษณจากกลมตวแทนกลมสาระการเรยนรทงหมด 10 คน และทาการใชแบบสอบถามจากกลมตวอยาง 123 คน จากผลการเกบรวบรวมขอมลและการวเคราะหขอมลพบวา สวนงานบคคลมชองทางในการใหบรการขอมลสารสนเทศสวนบคคลทหลากหลายชองทาง รอยละ 85.73 ระบวานอย รอยละ 14.27 ระบวานอยทสด สวนขอมลสารสนเทศทรองขอมความถกตอง รอยละ 60.25 ระบวานอย รอยละ 20.38 ระบวามาก รอยละ 19.37 ระบวามากทสด ดานการรองขอขอมลสารสนเทศสวนบคคล ใชเวลาในการดาเนนการทนตอเวลา รอยละ 70 ระบวานอย รอยละ 30 ระบวามาก และมการจดการขอมล และการใหบรการขอมลอยางเปนระบบ รอยละ 57.78 ระบวานอย รอยละ 25.42 ระบวามาก รอยละ 16.8 ระบวานอยทสด สวนขอเสนอเพมเตมเกยวกบการใหบรการขอมลสวนบคคล ภาพรวมระบวา การใหบรการชาเนองจาก เจาหนาทตองเสยเวลาในการรวบรวม และคนหาขอมลทกระจดกระจาย ในบางครงเมอตองการขอมลสรปโดยดวนจากสวนกลาง ฝายงานบคคลกจะแจกแบบฟอรมเพอสอบถามขอมลจากครทงโรงเรยน ถอเปนการเพมภาระงานโดยไมจาเปน ดานกระบวนการปรบขนเงนเดอนไดผลการรวบรวมและวเคราะหขอมลคอ กระบวนการปรบขนเงนเดอนในปจจบนสงผลกระทบตอภาพรวมในการทางาน รอยละ 63.85 ระบวามากทสด รอยละ 36.15 ระบวามาก ดานขอมลเงนเดอนทไดมความถกตอง ตงแตครงแรก รอยละ 50.62 ระบวานอย รอยละ 27.26 ระบวามาก รอยละ 22.12 ระบวานอยทสด ดานกระบวนการปรบขนเงนเดอนในปจจบนมความเหมาะสม รอยละ 68.75 ระบวานอย รอยละ 18.42 ระบวามาก รอยละ 12.83 ระบวานอยทสด ดานจานวนบคลากรในโรงเรยนสงผลตอความเรว และความถกตองในการปรบขนเงนเดอน รอยละ 70.25 ระบวามาก รอยละ 29.75 ระบวานอย และขอเสนอแนะรวมถงความคดเหนอน ๆ ดานกระบวนการปรบขนเงนเดอนพบวา ปจจบนยงใชเวลาในการดาเนนการมาก ขอมลตวเลขเงนเดอนมกจะผดพลาดเชนสลบตาแหนง อาจเนองมาจากความเหนอยลาของการจดทาขอมล ดานการนาเทคโนโลยสารสนเทศเขามาประยกตใชไดผลการรวบรวมและวเคราะหขอมลคอ เทคโนโลยสารสนเทศมผลตอการทางานของทาน รอยละ 60.72 ระบวามาก รอยละ 31.24 ระบวานอย รอยละ 8.04 ระบวามากทสด การนาเทคโนโลยสารสนเทศเขามาชวยทาใหเกดความยงยากในการทางาน รอยละ 48.67 ระบวานอย รอยละ 30.72 ระบวามาก รอยละ 20.61 ระบวานอยทสด ดานความพรอมในการเรยนร หากมการนาเทคโนโลยสารสนเทศมาปรบใชในองคกร รอยละ 67.34 ระบวามาก รอยละ 18.76 ระบวานอย รอยละ 13.9 ระบวามากทสด ดานเทคโนโลยสารสนเทศชวยใหการทางานรวดเรวมากขน รอยละ 81.43 ระบวามาก รอยละ 18.57 ระบวามากทสด ดานเทคโนโลยสารสนเทศชวยใหการทางานถกตองมากขน รอยละ 79.64 ระบวามาก รอยละ 20.36 ระบวามากทสด ขอเสนอแนะเพมเตมดานการนาเทคโนโลยสารสนเทศเขามาใช พบวา พรอมทจะปรบตวเขากบระบบสารสนเทศทจะนามาปรบใช แตอยากใหใชงานไดงาย และใหขอมลทถกตอง รวมถงมความปลอดภยของขอมลทอยในระบบสารสนเทศ

HATYAI UNIVERSITY

Page 54: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

46

จากการรวบรวมขอมลผวจยดาเนนการใชแผนภาพยสเคสดงภาพประกอบ 3.3 เพอแสดงการจาลองความสามารถของระบบทจะพฒนาเพอแกปญหาจากการรวบรวมและวเคราะหขอมลจากการวจย

ภาพประกอบ 3.3 แผนภาพยสเคสของระบบ หลงจากผวจยไดแผนภาพยสเคส สาหรบจาลองกรณการใชงานระบบสารสนเทศทจะพฒนาขนมา เพอใหผใชเหนภาพรวม และการปฏสมพนธระหวางผใชกบระบบ โดยการทางานหลกของระบบเจาหนาทจะเปนคนจดการขอมลบคลากร รวมทงปรบขนเงนเดอน และออกรายงานตาง ๆ ได สวนคร สามารถดขอมลสวนบคคลได โดยผใชทกกลมสามารถเปลยนรหสผาน และตองใชชอผใช และรหสผานสาหรบเขาใชงานระบบตามสทธของตนเอง

HATYAI UNIVERSITY

Page 55: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

47

การออกแบบระบบ จากการรวบรวมความตองการ ทงจากการสมภาษณ จากแบบสอบถาม รวมถงศกษาจากเอกสารทะเบยนประวต เอกสารแบบฟอรมสารวจอตรากาลง เอกสารตารางปรบขนเงนเดอนตามอนดบ และขนเงนเดอน ผ วจ ยไดออกแบบกระบวนการทางานในรปแบบ แผนภาพกระแสขอมลระดบ 0 ซงเปนแบบจาลองทใชแสดงกระบวนการทางานของระบบดงภาพประกอบ 3.4

ภาพประกอบ 3.4 แผนภาพกระแสขอมลระดบ 0

HATYAI UNIVERSITY

Page 56: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

48

ภาพประกอบ 3.4 แผนภาพกระแสขอมลระดบ 0 (ตอ)

การออกแบบฐานขอมล หลงจากออกแบบกระบวนการทางานแลว ผวจยดาเนนการออกแบบฐานขอมลดงภาพประกอบ 3.5

ภาพประกอบ 3.5 แผนภาพความสมพนธระหวางเอนทต

HATYAI UNIVERSITY

Page 57: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

บทท 4 ผลการด าเนนงานวจย

การศกษาวจยครงน เปนการศกษาวจยเชงพฒนา โดยศกษาปจจยทสงผลตอการใหบรการสารสนเทศสวนบคคล และกระบวนการปรบขนเงนเดอน จากนนน าผลทไดจากปจจยดงกลาวมาพฒนาระบบสารสนเทศใหสนบสนนกระบวนการใหบรการสารสนเทศแกบคลากรและกระบวนการปรบขนเงนเดอน แลวท าการประเมนความพงพอใจจากการใชงาน โดยผลจากการวจย ดงน ผลการออกแบบสวนน าเขา การประมวลผล และการแสดงผล จากการออกแบบระบบสารสนเทศผวจยไดด าเนนการออกแบบสวนการน าเขาขอมล สวนการประมวลผล และสวนการแสดงผลขอมล โดยน าแบบจ าลองตาง ๆ ไปเพออธบายกบกลมตวอยางแลวด าเนนการใชเครองมอแบบสอบถามในการเกบรวบรวมและวเคราะหความตองการ รวมกลมตวอยางผตอบทงสน 123 คน ดงตอไปน สวนการออกแบบการแสดงผลขอมล บคลากรทกคนควรมสวนในการน าเขาขอมล รอยละ 80 ระบวานอย รอยละ 20 ระบวานอยทสด ฝายงานบคคลควรจดการการน าเขาขอมลอยางเปนระบบ รอยละ 78.76 ระบวามาก รอยละ 21.24 ระบวามากทสด ดานความสวยงามของสวนน าเขาขอมลมผลตอการน าเขาขอมล รอยละ 85 ระบวานอย รอยละ 15 ระบวานอยทสด รปแบบการน าเขาขอมลควรมความเรยบงาย รอยละ 76.48 ระบวามาก รอยละ 23.25 ระบวามากทสด รปแบบการน าเขาขอมลควรจดกลมขอมลเปนสดสวน รอยละ 79 ระบวามาก รอยละ 21 ระบวามากทสด ขอเสนอแนะโดยรวมพบวา ตองการใหฝายบคคลเปนผจดการขอมล และน าเขาขอมลอยางเปนระบบ สวนการออกแบบการประมวลผล จากประชากรทงหมดไดท าการจดล าดบความส าคญของการประมวลผลดงตอไปน ความรวดเรวมาเปนอนดบทหนง ตอมาคอความถกตองของขอมลสารสนเทศเปนอนดบทสอง ตามมาดวยความปลอดภยของขอมลเปนอนดบทสาม ความเปนปจจบนมาเปนอนดบทส และความเปนปจจบนของขอมลสวนใหญใหความส าคญเปนอนดบสดทาย โดยขอเสนอแนะโดยรวมในการประมวลผลพบวาผใชตองการความถกตอง และรวดเรวของระบบสารสนเทศทจะพฒนาขน ดานการออกแบบการแสดงผลขอมล บคลากรทกคนสามารถเขาถงขอมลสวนบคคลไดเอง รอยละ 77.54 ระบวามาก รอยละ 22.46 ระบวามากทสด บคลากรสามารถรองขอขอมลสวนบคคลจากฝายงานบคคลได รอยละ 81.25 ระบวามาก รอยละ 18.75 ระบวามากทสด ขอมลสวนบคคลควรมความปลอดภย รอยละ 75.74 ระบวามาก รอยละ 24.26 ระบวามากทสด และสามารถเขาถงขอมลไดจากทกท รอยละ 60.74 ระบวามาก รอยละ 21.55 ระบวามากทสด รอยละ 17.71 ระบวานอย โดยขอเสนอแนะเพมเตมดานการ

HATYAI UNIVERSITY

Page 58: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

50

ออกแบบสวนการแสดงผลขอมล ครสามารถเขาถงขอมลสวนตวไดอยางสะดวก ขอมลควรมความถกตองและครบถวน ผลการออกแบบโปรแกรมตนแบบ และการท างานของระบบ หลงจากผวจยไดด าเนนการเกบรวบรวม และวเคราะหขอมลในการออกแบบการน าเขาขอมล การประมวลผล และการแสดงผลแลว ผวจยไดน าผลดงกลาวมาสรางโปรแกรมตนแบบเพอจ าลองการท างานของโปรแกรมใหผใชไดเหนจรง แลวน าไปใหผใชศกษาเรยนร และเหนจรงจากนนท าการใชแบบสอบถามเพอประเมนโปรแกรมตนแบบ และเพอเปนการทวนสอบความตองการกอนการพฒนาจรงอกครงรวมกลมตวอยางผตอบทงสน 123 คน โดยไดผลประเมนดงตอไปน ดานการประเมนโปรแกรมตนแบบส าหรบคร และสวนงานบคคล สวนการ Login ของโปรแกรมตนแบบเขาใจงาย รอยละ 75.74 ระบวามากทสด รอยละ 24.26 ระบวามาก ล าดบการท างานของโปรแกรมตนแบบเขาใจงาย รอยละ 67.45 ระบวามาก รอยละ 32.55 ระบวามากทสด การท างานสวนการเปลยนรหสผานเขาใจงาย รอยละ 78.64 ระบวามากทสด รอยละ 21.36 ระบวามาก รปแบบการแสดงผลขอมลสวนบคคลเขาใจงาย รอยละ 80 ระบวามาก รอยละ 20 ระบวามากทสด ภาพรวมของโปรแกรมตนแบบมความเขาใจงาย รอยละ 67.26 ระบวามาก รอยละ 24.5 ระบวามากทสด รอยละ 8.24 ระบวานอย ส าหรบสวนงานบคคล สวนการจดการขอมลบคลากรมความเขาใจงาย รอยละ 70.58 ระบวามาก รอยละ 29.42 ระบวามากทสด ระบวามากทสด สวนการจดการขอมลพนฐานมความเขาใจงาย รอยละ 79.61 ระบวามาก รอยละ 20.39 ระบวานอย สวนงานปรบขนเงนเดอนมความเขาใจงาย รอยละ 81.32 ระบวามากทสด รอยละ 18.68 ระบวามาก สวนการออกรายงานสรปมความเขาใจงาย รอยละ 65.22 ระบวามาก รอยละ 34.78 ระบวามากทสด ภาพรวมของโปรแกรมตนแบบในสวนงานบคคลมความเขาใจงาย รอยละ 78.53 ระบวามาก รอยละ 21.47 ระบวามากทสด สวนขอเสนอแนะเพมเตมเกยวกบโปรแกรมตนแบบ ภาพรวมระบวา โปรแกรมงายตอการใชงาน ขอมลมความครบถวน เพมเตมการออกรายงานสรปผลตาง ๆ

HATYAI UNIVERSITY

Page 59: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

51

ผลการพฒนาระบบสารสนเทศ หลงจากไปทวนสอบความตองการโดยการใชโปรแกรมตนแบบ แลวท าการประเมนเพอหาขอบกพรอง และยนยนความตองการ ผวจยด าเนนการพฒนาระบบสารสนเทศ เพอใหสามารถสนบสนนกระบวนการใหบรการสารสนเทศสวนบคคล และสนบสนนกระบวนการปรบขนเงนเดอน โดยมการท างานหลก ๆ ดงตอไปน 1. หนาจอการเขาใชงานระบบ โดยผใชทกคนจ าเปนตองมชอผใชและรหสผาน ถงจะสามารถเขาใชงานระบบไดซงสทธการท างานมสองกลมผใช คอ คร และเจาหนาทงานบคคล โดยมหนาจอส าหรบเขาสระบบดงภาพประกอบ 4.1

ภาพประกอบ 4.1 แสดงหนาจอการลอกอน

2. กรณผใชเขาใชงานระบบแลวมสทธการท างานเปนครจะสามารถเขาถงขอมลสารสนเทศสวน

บคคลของตนเองไดเทานน และยงสามารถเปลยนรหสผานของตนเองได ดงภาพประกอบ 4.2

ภาพประกอบ 4.2 แสดงหนาจอการแสดงขอมลสารสนเทศสวนบคคล

HATYAI UNIVERSITY

Page 60: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

52

3. กรณผใชเขาใชงานระบบแลวมสทธการท างานเปนเจาหนาทงานบคคล ซงเปรยบเสมอนผดแลและจดการระบบทงหมด โดยสามารถจดการขอมลบคคล ทงเพม แกไข ลบ คนหาขอมลบคลากร รวมทงสามารถจดการปรบขนเงนเดอนครและบคลากรทางการศกษาภายในโรงเรยนพรอมกนไดทละหลาย ๆ คนตามปงบประมาณ และค าสงแตงตงทไดรบมา รวมถงสามารถออกรายงานตาง ๆ ใหออกมาเปนสารสนเทศทสามารถน าไปใชประโยชนได รวมทงสามารถจดการอตราเงนเดอน ก าหนดสทธผใชระบบ และดรหสผานของครทลมรหสผานของตนเองไดดงภาพประกอบ 4.3

ภาพประกอบ 4.3 แสดงหนาจอการท างานของเจาหนาทงานบคคล

4. ตวอยางการท างานในการจดการขอมลบคลากร ดงภาพประกอบ 4.4

ภาพประกอบ 4.4 แสดงหนาจอการจดการขอมลบคลากร

HATYAI UNIVERSITY

Page 61: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

53

5. ตวอยางการท างานในกระบวนการปรบขนเงนเดอน โดยเรมจากการระบเงอนไขการเลอนขนเงนเดอน โดยใหระบปงบประมาณเปนป พ.ศ. ระบครงท ซงจะม 2 ครงคอ 1 เมษายน และ 1 ตลาคม ระบการเลอนขนสวนใหญ ส าหรบก าหนดขนเงนเดอนทจะขนใหกบครสวนใหญทไดรบเลอก และระบเอกสารค าสงในการปรบขนเงนเดอน ดงภาพประกอบ 4.5

ภาพประกอบ 4.5 แสดงการระบเงอนไขการเลอนขนเงนเดอน

จากนนระบครผไดเลอนขน โดยเลอกไดหลาย ๆ คนดงภาพประกอบ 4.6

ภาพประกอบ 4.6 แสดงการเลอกบคลากรผไดเลอนขนเงนเดอน

HATYAI UNIVERSITY

Page 62: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

54

จากนนท าการจดการคะแนนเลอนขน โดยคะแนนเลอนขนสวนใหญทเลอกไวจะมาระบในการท างานสวนน โดยผใชสามารถปรบแกคะแนนส าหรบบางคนได จากนนกดปมยนยนการเลอนขนอนดบ การปรบขนเงนเดอนจะถกด าเนนการทนทดงภาพประกอบ 4.7

ภาพประกอบ 4.7 แสดงการจดการคะแนนเลอนขน

โดยขนเงนเดอนทขนจะอางองตามตารางปรบขนเงนเดอน ดงภาพประกอบ 4.8

ภาพประกอบ 4.8 แสดงภาพตารางปรบขนเงนเดอน

เมอท าการตรวจสอบผลการปรบขนเงนเดอนโดยการออกรายงานสรปผไดเลอนขน แลวไปตรวจสอบกบตารางปรบขนเงนเดอนผลเปนดงภาพประกอบ 4.9 และ 4.10

HATYAI UNIVERSITY

Page 63: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

55

ภาพประกอบ 4.9 แสดงการออกรายงานสรปครผไดเลอนขน

ภาพประกอบ 4.10 แสดงภาพการเปรยบเทยบการขนเงนเดอนกบตารางปรบขนเงนเดอน

HATYAI UNIVERSITY

Page 64: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

56

6. การออกรายงานโดยระบบสามารถออกรายงานไดดงตอไปน -สรปรายชอบคลากรตามกลมสาระ เปนรายงานสรปรายชอบคลากรแยกตามกลมสาระท

ผใชตองการ ซงจะแสดงรายชอ ต าแหนง อนดบ และขน ดงภาพประกอบ 4.11

ภาพประกอบ 4.11 แสดงภาพการออกรายงานสรปรายชอบคลากร

-สรปขนเงนเดอนและอนดบตามกลมสาระดงภาพท 4.12

ภาพท 4.12 แสดงภาพการออกรายงานเงนเดอนลาสด

-สรประดบ ต าแหนง และเงนเดอน ตามอนดบ ดงภาพประกอบ 4.13

HATYAI UNIVERSITY

Page 65: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

57

ภาพประกอบ 4.13 แสดงภาพรายงานสรปรายชอ และเงนเดอนปจจบน

-ปเกษยณอายราชการ ดงภาพประกอบ 4.14

ภาพประกอบ 4.14 แสดงภาพรายงานสรปปเกษยณ

HATYAI UNIVERSITY

Page 66: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

58

-สรปการเลอนขนแตละบคคล ดงภาพประกอบ 4.15

ภาพประกอบ 4.15 แสดงภาพรายงานสรปการเลอนขนเงนเดอนรายบคคล

-สรปครผไดเลอนขน ดงภาพประกอบ 16

ภาพประกอบ 4.16 แสดงภาพรายงานสรปครผไดเลอนขน

HATYAI UNIVERSITY

Page 67: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

59

-สรปเงนเดอนขนเดยวกน ดงภาพประกอบ 4.17

ภาพประกอบ 4.17 แสดงภาพรายงานสรปเงนเดอนขนเดยวกน

-สรปการนบจ านวน ดงภาพประกอบ 4.18

ภาพประกอบ 4.18 แสดงภาพรายงานสรปการนบจ านวน

HATYAI UNIVERSITY

Page 68: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

60

ผลการตดตงและทดสอบระบบ หลงจากผวจยไดด าเนนการพฒนาระบบฐานขอมลบคลากร โรงเรยนวรนารเฉลม จงหวดสงขลา

แลว ผวจยด าเนนการไปตดตง และแจกคมอการใชระบบในรปแบบไฟลใหสวนงานบคลากร เพอแจกจายและฝกอบรม รวมถงทดสอบระบบจากผใชจรงเปนเวลาประมาณ 4 สปดาห โดยมลงคตวระบบอยภายในเวบไซตของโรงเรยนวรนารเฉลม ดงภาพประกอบ 4.19

ภาพประกอบ 4.19 แสดงภาพของเวบไซตโรงเรยนซงมระบบฐานขอมลรวมอย

หลงจากนนผวจยไดเกบรวบรวมขอมล และวเคราะหขอมลในการตดตง และทดสอบระบบดวยแบบสอบถาม และแบบสมภาษณ รวมกลมตวอยางผตอบทงสน 123 คน ผลเปนดงน ผลการตดตงระบบเฉพาะเจาหนาทสารสนเทศ และสวนงานบคคล ขนตอนการตดตงโปรแกรมมความราบรน รอยละ 81.67 ระบวามาก รอยละ 18.33 ระบวามากทสด ขนตอนการตดตงฐานขอมลมความราบรน รอยละ 79.53 ระบวามาก รอยละ 20.47 ระบวามากทสด การสรางชองทางเขาถงระบบสารสนเทศมความราบรน รอยละ 77.45 ระบวามาก รอยละ 16.23 ระบวามากทสด รอยละ 6.32 ระบวานอย ภาพรวมของการตดตงมความราบรน รอยละ78.77 ระบวามาก รอยละ 21.23 ระบวามากทสด

ดานการทดสอบการใชงานระบบ ส าหรบคร และบคลากรทางการศกษา ชองทางการเขาใชระบบมความปลอดภย รอยละ 71.23 ระบวามาก รอยละ18.75 ระบวามากทสด รอยละ 10.02 ระบวานอย ชองทางการเขาใชระบบมความงายตอการเขาถง รอยละ 85.63 ระบวามาก รอยละ 14.37 ระบวามากทสด การแสดงขอมลสวนบคคลมความถกตอง รอยละ 75.84 ระบวามาก รอยละ 20.16 ระบวามากทสด รอยละ 4 ระบวานอย การแสดงขอมลสวนบคคลมความครบถวนสมบรณ รอยละ 86.72 ระบวามาก รอยละ 13.28

HATYAI UNIVERSITY

Page 69: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

61

ระบวามากทสด การเปลยนรหสผานมความงายในการใชงาน รอยละ 89.23 ระบวามากทสด รอยละ 10.77 ระบวามาก

ดานการทดสอบการใชงานระบบ ส าหรบฝายงานบคคล ชองทางการเขาใชระบบมความปลอดภย รอยละ 75.27 ระบวามาก รอยละ24.73 ระบวามากทสด ชองทางการเขาใชระบบมความงายตอการเขาถง รอยละ 81.42 ระบวามาก รอยละ 18.58 การจดการขอมลบคลากรในโรงเรยนท าไดงาย รอยละ 76 ระบวามาก รอยละ 24 ระบวามากทสด การแสดงขอมลบคลากรในโรงเรยนมความครบถวนสมบรณ รอยละ 86.57 ระบวามาก รอยละ 13.43 ระบวามากทสด การคนหาขอมลบคลากรในโรงเรยนท าไดงาย รอยละ 75 ระบวามาก รอยละ 25 ระบวามากทสด การจดการการปรบขนเงนเดอนท าไดงาย รอยละ 81.74 ระบวามากทสด รอยละ 18.26 ระบวามาก การออกรายงานท าไดตรงความตองการ รอยละ 78.54 ระบวามากทสด รอยละ 21.46 ระบวามาก การเปลยนรหสผานมความงายในการใชงาน รอยละ 85.59 ระบวามากทสด รอยละ 14.41 ระบวามาก ขอเสนอแนะโดยรวมของการทดสอบระบบคอ ระบบมความเรยบงาย ล าดบการท างานชดเจนและเขาใจงาย ดานการปรบขนเงนเดอนยงตองเรยนรสกพกถงจะเขาใจ ขอมลโดยรวมมความถกตอง และเหนวาชวยลดเวลาในการด าเนนการส าหรบการปรบขนเงนเดอนไดมาก

HATYAI UNIVERSITY

Page 70: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

62

ผลการประเมนความพงพอใจการใชระบบสารสนเทศ หลงจากผวจยไดด าเนนการพฒนาระบบฐานขอมลบคลากร โรงเรยนวรนารเฉลม จงหวดสงขลา

แลว ใหผใชทดลองใชงานระบบ จนผวจยด าเนนการปรบแกใหระบบตรงความตองการมากทสด แลวจงท าการประเมนความพงพอใจการใชระบบสารสนเทศ รวมกลมตวอยางผประเมนทงสน 123 คนไดผลดงตารางท 4.1 ตอไปน

ตารางท 4.1 ตารางแสดงผลการประเมนความพงพอใจตอการใชระบบฐานขอมลบคลากร

หวขอการประเมน ผลการประเมน

S.D. ประสทธภาพ

1. ระบบมการใชงานงาย สะดวก รวดเรว 4.37 0.56 ด

2. ระบบมความเหมาะสมกบภาระงานและชวยแบงเบาภาระของผใช 4.06 0.57 ด

3. ระบบมการประมวลผลทรวดเรว แมนย า และถกตองสมบรณ 4.12 0.42 ด

4. ระบบมรปแบบทสวยงาม เรยบงาย 3.50 0.70 ปานกลาง

5. ระบบมขอมลทครบถวน ตรงกบความตองการ 4.19 0.65 ด

6. ระบบใหความรความทนสมย รองรบเทคโนโลยสมยใหม ๆ 3.50 0.70 ปานกลาง

7. ระบบชวยสนบสนนกระบวนการใหบรการสารสนเทศสวนบคคล 3.90 0.77 ด

8. ระบบชวยสนบสนนกระบวนการปรบขนเงนเดอน 4.15 0.53 ด

9. ระบบมขอมลทเปนประโยชนและน าไปประยกตใชงานได 3.65 0.78 ด

10. ระบบมฟงกชนการใชงานตรงกบความตองการ 4.50 0.70 ด

11. ความพงพอใจโดยรวมในการใชงานระบบ 4.08 0.55 ด จากตารางท 4.1 ผลประเมนความพงพอใจการใชระบบสารสนเทศผใชระดบคร และเจาหนาท

สารสนเทศรวมกนประเมน พบวาระบบฐานขอมลบคลากร โรงเรยนวรนารเฉลม จงหวดสงขลา มประสทธภาพอยในระดบด โดยมคาเฉลย 4.08

เมอพจารณาดานทคาเฉลยมากทสดพบวา ระบบมฟงกชนการใชงานตรงกบความตองการ โดยมคาเฉลยเทากบ 4.5 สวนดานทมคาเฉลยนอยทสดม 2 ดานคอ ระบบมรปแบบทสวยงาม เรยบงาย และ ความรความทนสมย รองรบเทคโนโลยสมยใหม ๆ โดยมคาเฉลยเทากบ 3.5

ขอเสนอแนะเพมเตมในการประเมนความพงพอใจโดยภาพรวมคร และเจาหนาทงานบคคลเหนวาระบบสามารถตอบสนองกระบวนการปรบขนเงนเดอน และการใหบรการสารสนเทศสวนบคคลได ดานการออกแบบหนาจอมความเรยบงาย และแบงสดสวนชดเจนเขาใจงาย ดานการจดการขอมลและคนหาขอมลท าไดด การออกรายงานสามารถท าไดอยางครบถวนตอบสนองความตองการ โดยรวมระบบ

HATYAI UNIVERSITY

Page 71: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

63

สารสนเทศชวยลดระยะเวลา ในกระบวนการท างานดานการปรบขนเงนเดอนเปนอยางมาก จากเดมใชเวลาด าเนนการกวา 2-4 สปดาห รวมถงใชเวลาตรวจทานความถกตองอก 1-2 สปดาห แตเมอน าระบบฐานขอมลเขามาใช สามารถปรบขนเงนเดอนพรอมตรวจสอบความถกตองจนงานเสรจสนภายใน 1-2วนเทานน สวนดานการใหบรการสารสนเทศสวนบคคล ครสามารถเขาใชระบบแลวสามารถดขอมลสารสนเทศสวนบคคลไดทนทโดยไมตองท าเรองรองขอขอมลจากฝายงานบคคล รวมถงรอระยะเวลาในการรวบรวมหรอคนหาขอมลดงกลาวอก

HATYAI UNIVERSITY

Page 72: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

บทท 5 สรปผล อภปราย และขอเสนอแนะ

การวจยเรอง “การประยกตใชเทคโนโลยสารสนเทศ ส าหรบการพฒนาระบบฐานขอมลบคลากร ในการใหบรการสารสนเทศ และการปรบขนเงนเดอน โรงเรยนวรนารเฉลม สงขลา” มรายละเอยดในการวจยดงน วตถประสงคของการวจย

1. เพอศกษาการใหบรการสารสนเทศ และกระบวนการปรบขนเงนเดอนบคลากร ของฝายงานบรการบคลากร โรงเรยนวรนารเฉลม

2. เพอพฒนาระบบฐานขอมลบคลากรใหสามารถใหบรการสารสนเทศ รวมทงสนบสนนการปรบขนเงนเดอนบคลากร ของฝายงานบรการบคลากร โรงเรยนวรนารเฉลม

3. เพอประเมนผลการน าระบบฐานขอมลดานการใหบรการสารสนเทศ และการสนบสนนการปรบขนเงนเดอนบคลากร ของฝายงานบรการบคลากร โรงเรยนวรนารเฉลม

4. เพอเสนอแนวทางปรบปรงกระบวนการด าเนนงาน ใหสอดคลองกบระบบสารสนเทศทพฒนาขน ตวแปรทศกษา 1. ตวแปรตน คอการใชระบบฐานขอมลบคลากร โรงเรยนวรนารเฉลม สงขลา ส าหรบการใหบรการสารสนเทศสวนบคคล และกระบวนการปรบขนเงนเดอน 2. ตวแปรตาม 2.1 ผลการประเมนความพงพอใจของระบบฐานขอมลบคลากร โรงเรยนวรนารเฉลม สงขลา ดานการใหบรการขอมลสารสนเทศสวนบคคล โดยครในโรงเรยน 2.2 ผลการประเมนความพงพอใจของระบบฐานขอมลบคลากร โรงเรยนวรนารเฉลม สงขลา ดานการกระบวนการปรบขนเงนเดอน โดยครในสวนงานบคคลของโรงเรยน ประชากรและกลมตวอยาง ประชากร หมายถงกลมเปาหมายทเปนผใชระบบฐานขอมลทผวจยไดพฒนาขนในครงนไดแก คร บคลากรการศกษาในโรงเรยน และเจาหนาทงานบคคล ของโรงเรยนวรนารเฉลม สงขลา กลมตวอยาง ในการเลอกกลมตวอยางส าหรบการวจยครงน ผวจยใชการเทยบขนาดประชากรตามตารางของเครซและมอรแกนจะไดขนาดของกลมตวอยางเทากบ 123 คน จากกลมสาระการเรยนรทง 10

HATYAI UNIVERSITY

Page 73: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

65

กลมสาระ ดงน สขศกษา-พลศกษา 8 คน การงานอาชพและเทคโนโลย 14 คน คณตศาสตร 16 คน ฝายบรหาร 6 คน ภาษาตางประเทศ 15 คน ภาษาไทย 13 คน วทยาศาสตร 21 คน ศลปะ 8 คน สนบสนนการสอน 13 คน และ สงคมศกษาวฒนธรรม 9 คน เครองมอทใชในการวจย เครองมอทใชในการวจยครงนประกอบดวย

1. เครองมอทใชในการพฒนาระบบสารสนเทศ 2. เครองมอทใชในการเกบรวบรวมขอมล ประกอบไปดวย แบบสมภาษณ แบบสอบถาม 3. แบบประเมนความพงพอใจจากการใชระบบสารสนเทศ

การทดลองในการท าวจยเพอพฒนาระบบ ไปจนถงการใชงานระบบสารสนเทศและการประเมนเพอหาประสทธภาพโดยผใชงาน การวจยเพอพฒนาระบบฐานขอมลบคลากร น าไปสการประเมนประสทธภาพและความพงพอใจตอการประยกตใชเทคโนโลยสารสนเทศ ในรปแบบระบบฐานขอมลบคลากรโรงเรยนวรนารเฉลม สงขลา โดยใชกลมผใช มขนตอนดงตอไปน 1. สวนงานบคคล โรงเรยนวรนารเฉลม สงขลา ตดตอขอใหค าปรกษาจากผวจยจากปญหาในการใหบรการสารสนเทศและกระบวนการปรบขนเงนเดอน 2. ผวจยจดการบรการวชาการเพอเขาไปศกษาสภาพปญหาเบองตน และเสนอแนวทางประยกตใชเทคโนโลยสารสนเทศแก ฝายงานบคคลโรงเรยนวรนารเฉลม สงขลา 3. ผวจยท าการก าหนดกลมตวอยาง และท าหนงสอขออนญาตหวหนาฝายงานบคคล เขาไปแจกแบบสอบถาม และสมภาษณเชงลกเกยวกบ ปญหาทเกดขนในการใหบรการสารสนเทศสวนบคคล และกระบวนการปรบขนเงนเดอน 4. จากนนผวจ ยน าผลทไดจากการรวบรวมขอมลไปวเคราะหความตองการแลวท าการออกแบบจ าลองเชงวเคราะหเพอไปใชท าขอตกลงในการวางขอบเขตในการพฒนาระบบ 5. ผ วจ ยด าเนนการนดหมายกบฝายงานบคคลเพอไปทวนสอบความตองการรวมท งแจกแบบสอบถาม และสมภาษณเชงลกในการออกแบบสวนน าเขาขอมล ออกแบบการประมวลผล และออกแบบสวนการแสดงผลลพธของระบบ 6. ผวจยนดหมายกบทางโรงเรยนเพอน าขอมลมาวเคราะหแลวด าเนนการออกแบบโปรแกรมตนแบบ เพอน าไปใชในการทวนสอบความตองการและใหผใชเหนภาพรวมของระบบสารสนเทศทจะพฒนาขนในรปแบบระบบฐานขอมลบคลากร ดานการจดการขอมลสวนบคคล และการปรบขนเงนเดอน

HATYAI UNIVERSITY

Page 74: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

66

7. ผวจยจดท าและแจกแบบสอบถาม และสมภาษณเชงลกเกยวกบโปรแกรมตนแบบเพอน าขอมลกลบไปวเคราะห แลวพฒนาจากโปรแกรมตนแบบไปสระบบจรง เพอใหระบบทจะพฒนาตรงกบความตองการมากทสด 8. หลงจากนนผวจยด าเนนการพฒนาระบบฐานขอมลบคลากร ใหครสามารถเขาไปเรยกใชขอมลสารสนเทศของตนเองผานระบบไดโดยไมมสทธเหนขอมลของผอน สวนเจาหนาทงานบคคลสามารถจดการขอมลบคคลากรไดท งโรงเรยน คนคนสารสนเทศ ออกรายงานตามความตองการทไดจากการรวบรวมขอมลของผวจย และประเดนส าคญคอ การปรบขนเงนเดอนแบบอตโนมตตามค าสง ในแตละปการศกษา 9. ผวจยจดท าคมอการใชงานระบบฐานขอมล แลวด าเนนการไปตดตง และใหค าแนะน าในการดแลบ ารงรกษาระบบแกฝายเทคโนโลยสารสนเทศของโรงเรยน รวมทงแจกแบบสอบถามใหกบผใชทกกลมเพอท าการประเมนประสทธภาพหลงจากการทดสอบใชงานระบบ เปนเวลา 1 เดอน ในชวงเดอน ธนวาคม 2556 จากนนกลบไปสมภาษณเชงลกเพอรวบรวมปญหาและขอบกพรองในการบ ารงรกษาระบบใหตรงความตองการมากทสด 10. จดท าแบบประเมนความพงพอใจใหกบคร และบคลากรทางการศกษา รวมทงเจาหนาทงานบคคล เพอใหผใชงานไดทดลองใชระบบทผวจยพฒนาขน และประเมนประสทธภาพ รวมถงความพงพอใจตอระบบ ใชเวลาทดลองกลมละ 4 สปดาห รวมระยะเวลาทดสอบระบบ 2 เดอน ในระหวางเดอน ธนวาคม 2556 ถงเดอนกมภาพนธ 2557 โดยประมาณ 11. รวมรวมขอมลการประเมนระบบ แลวท าการวเคราะหขอมล สถตทใชในการวเคราะหขอมล การวเคราะหขอมลทไดจากการประเมนระบบสารสนเทศโดยใชกลมตวอยาง เพอหาประสทธภาพ และความพงพอใจตอการใชงานระบบนน ใชสถตเชงปรมาณไดแก คาเฉลย รอยละ และสวนเบยงเบนมาตรฐาน สรปผลการวจย การวจยเรอง “การประยกตใชเทคโนโลยสารสนเทศ ส าหรบการพฒนาระบบฐานขอมลบคลากร ในการใหบรการสารสนเทศ และการปรบขนเงนเดอน โรงเรยนวรนารเฉลม สงขลา” สรปผลการวจยดงน 1. ผลการศกษาความเหนจากกลมผใชครและบคลากรทางการศกษาในการขอใชบรการขอมลสารสนเทศสวนบคคล โรงเรยนวรนารเฉลม สงขลา ความคดเหนสรปไดวา ครและบคลากรทางการศกษาสามารถสบคนขอมลสารสนเทศสวนบคคลไดสะดวกมากขนผานชองทางการใชระบบฐานขอมล รวมทงขอมลสารสนเทศทไดมความถกตอง สามารถเขาถงขอมลไดอยางรวดเรวกวาเดม

HATYAI UNIVERSITY

Page 75: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

67

2. ผลการศกษาความเหนจากกลมผใชเจาหนาทงานบคคล โรงเรยนวรนารเฉลม สงขลา ความคดเหนสรปไดวา กระบวนการปรบขนเงนเดอนสามารถด าเนนการไดอยางรวดเรวมากกวาเดม ขอมลการปรบขนเงนเดอนทปรบขนอตโนมตจากระบบมความถกตอง สงผลใหเจาหนาทงานบคล มเวลามากขนส าหรบการด าเนนงานในภาระงานดานอน ๆ 3. ผลการวเคราะห ออกแบบ และพฒนาระบบสารสนเทศ ไดระบบสารสนเทศในรปแบบระบบฐานขอมลบคลากรของโรงเรยน ทสามารถจดเกบขอมลบคลากร คนคนขอมลบคลากร ออกรายงาน และปรบขนเงนเดอนบคลากรไดอตโนมต ไดระบบทสามารถใชไดกบคอมพวเตอรทเชอมโยงกบเครอขายภายใน และภายนอกโรงเรยนได โดยใชโปรแกรม Web Browser เชน Microsoft Internet Explorer 6.0 ขนไป ซงระบบสารสนเทศมคณสมบตดานตาง ๆ ดงน 1) ดานระบบความปลอดภย ผใชงานทกระดบจะตองกรอกขอมล Login คอชอผใชและรหสผานกอนเขาสระบบ 2) ดานการบนทก แกไข ลบขอมลบคลากร ผใชระดบเจาหนาทฝายงานบคคล จะเปนผด าเนนการไดเทานน 3) ดานการรองขอสารสนเทศสวนบคคล ผ ใชระดบครและบคลากรทางการศกษาสามารถด าเนนการเขาใชผานระบบไดโดยตรงโดยจะเหนเฉพาะขอมลของแตละคนเทานน 4) ดานการปรบขนเงนเดอน ผใชระดบเจาหนาทฝายงานบคคล จะเปนผด าเนนการไดเทานน โดยสามารถเลอกปรบขนเงนเดอนไดปงบประมาณ ละ 2 ครง คอ 1 เมษายน และ 1 ตลาคม รวมทงสามารถระบขนสวนใหญทบคลากรจะไดเลอน และเอกสารค าสงทออกมา เพอใชในการปรบขนเงนเดอนอตโนมตไดครงละหลาย ๆ คน 5) ดานการสบคนขอมล จะมเมนส าหรบสบคนมลโดยการพมพชอ หรอนามสกลของบคลากร ระบบจะท าการดงรายการชอ หรอนามสกลตามทพมพมาใหเลอก ผใชระดบเจาหนาทฝายงานบคคล เทานนทด าเนนการได 6) ดานการออกรายงาน จะมเมนการออกรายงานเพอใชในการด าเนนงานตาง ๆ เกยวกบการด าเนนงานของสวนงานบคลากรดงน สรปรายชอบคลากรตามกลมสาระ สรปขนเงนเดอนและอนดบตามกลมสาระ สรประดบ ต าแหนง และเงนเดอน ตามอนดบ ปเกษยณอายราชการ สรปการเลอนขนรายบคคล สรปครผไดเลอนขน สรปเงนเดอนขนเดยวกน และสรปการนบจ านวน ผใชระดบเจาหนาทฝายงานบคคล จะเปนผด าเนนการไดเทานน 7) ดานการเปลยนรหสผาน ผใชทกระดบสามารถเปลยนรหสผานของตนเองได 8) ดานโมดลการใชงาน ระบบสารสนเทศจะมโมดลส าหรบผใชงาน 2 กลม ซงแตละกลมจะมฟงกชนการใชงานทแตกตางกนดงน

HATYAI UNIVERSITY

Page 76: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

68

8.1 โมดลส าหรบครและบคลากรทางการศกษา มฟงกชนในการเรยกดสารสนเทศสวนบคคลของตนเองเทานนผานระบบ โดยเขาถงไดดวยการ Login ดวยชอผใชและรหสผานของตนเอง รวมทงสามารถเปลยนรหสผานของตนเองได 8.2 โมดลส าหรบเจาหนาทฝายงานบคคล มฟงกชนส าหรบจดการขอมลบคลากร จดการขอมลพนฐาน เชน อตราเงนเดอน ก าหนดสทธการเปนเจาหนาท จดการการปรบขนเงนเดอน ออกรายงานตาง ๆ และดรหสผานของบคลากรอน ๆ ทลมรหสผานของตนเอง 4. ผลการประเมนความพงพอใจตอการประยกตใชระบบสารสนเทศในการด าเนนงาน ในรปแบบระบบฐานขอมลบคลากรโรงเรยนวรนารเฉลม สงขลา สรปผลดงน 1) ระบบชวยใหการเขาถงสารสนเทศสวนบคคลท าไดรวดเรวกวาไมมการน าระบบสารสนเทศเขามาประยกตใชในองคกรอยทระดบด โดยมคาเฉลย 3.9 ซงผลการประเมนดงกลาวแสดงวาระบบสารสนเทศทผวจยพฒนาขนมประสทธภาพสามารถน าไปใชงานไดจรง 2) ระบบชวยใหกระบวนการปรบขนเงนเดอนของบคลากรท าไดอยางรวดเรวและถกตอง มากกวาชวงทยงไมไดมการน าเทคโนโลยสารสนเทศเขามาประยกตใช ผลการประเมนอยในระดบดโดยมคาเฉลย 4.15 ซงผลการประเมนดงกลาวแสดงวาระบบสารสนเทศทผวจยพฒนาขนมประสทธภาพสามารถน าไปใชงานไดจรง 3) การประเมนความพงพอใจโดยรวมของระบบฐานขอมลบคลากร โรงเรยนวรนารเฉลม สงขลาอยทมากทระดบด โดยมคาเฉลยอยท 4.08 อภปรายผลการวจย ผลการด าเนนการวจยเรอง “การประยกตใชเทคโนโลยสารสนเทศ ส าหรบการพฒนาระบบฐานขอมลบคลากร ในการใหบรการสารสนเทศ และการปรบขนเงนเดอน โรงเรยนวรนารเฉลม สงขลา” ผวจยขอน าไปสการอภปรายผลดงตอไปน 1. การประเมนผลดานการประยกตใชเทคโนโลยสารสนเทศในรปแบบระบบสารสนเทศ ใหมาสนบสนนกระบวนการใหบรการสารสนเทศสวนบคคลพบวา ความพงพอใจโดยรวมอยในระดบด ดานการใชงานระบบสารสนเทศใหสนบสนนการใหบรการขอมลสารสนเทศความพงพอใจ อยในระดบด โดยจากเดม เมอมการรองขอขอมลสารสนเทศสวนบคคล ตองรอระยะเวลาในการรวบรวมขอมลจากฝายงานบคคลของโรงเรยนทไมแนนอน หรอในบางโอกาสทสวนงานบคคลจ าเปนตองรวบรวมขอมล หรอจดท าสารสนเทศของบคลากรในโรงเรยน มกจะจดท าไดชา หรอตองขอความรวมมอจากบคลากรในการแจกแบบสอบถามเพอรวบรวมขอมลทมอยในจากบคลากรภายในโรงเรยน แตหลงจากมระบบสารสนเทศเขามาชวยสนบสนนกระบวนการดงกลาว กสามารถใชระบบสารสนเทศในการประมวลผล หรอดขอมลสารสนเทศสวนบคคลไดทนท ตามสทธการเขาถงขอมลของผใชแตละคน

HATYAI UNIVERSITY

Page 77: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

69

2. การประเมนผลดานการประยกตใชเทคโนโลยสารสนเทศในรปแบบระบบสารสนเทศ ใหมาสนบสนนกระบวนการปรบขนเงนเดอนพบวา ความพงพอใจโดยรวมอยในระดบด ดานการใชงานระบบสารสนเทศใหสนบสนนกระบวนการปรบขนเงนเดอนความพงพอใจอยในระดบด โดยจากเดม เจาหนาทงานบคคลจะตองใชระยะเวลาในการปรบขนเงนเดอน ประมาณ 1 ถง 2 เดอน เนองจากมจ านวนบคลากรในโรงเรยนนบรอยคนทท าการปรบขนเงนเดอนในแตละครง แตละคนไดรบการปรบขนไมเทากน โดยอางองตามตารางการปรบขนเงนเดอน หลาย ๆ ครงขอผดพลาดเกดขนจากบคลากรผด าเนนการปรบขนเงนเดอน และตองตรวจสอบความถกตองของขอมลเงนเดอน ซงถอเปนเรองส าคญ กอนจะด าเนนการสงขอมลเงนเดอนทปรบขนไปส ส านกงานเขตพนทการศกษา แตเมอมระบบสารสนเทศเขามาชวยสนบสนนกระบวนการปรบขนเงนเดอน พบวาการด าเนนการดงกลาวลดระยะเวลาลงไดมาก โดยใชระยะเวลาในการจดท า และตรวจสอบความถกตองเหลอเพยงประมาณ 1 ถง 2 วน ขอเสนอแนะทวไป 1. ดานการปรบนโยบายใหสามารถประยกตใชระบบสารสนเทศไดอยางมประสทธภาพ และความปลอดภยของขอมลสวนบคคล ควรมการเนนย าใหครและบคลากรทางการศกษาแตละคนตระหนกถงการเปลยนรหสผาน และจ ารหสผานของตนเองใหได เพอความปลอดภยของขอมลสวนบคคล 2. ดานความมนคงของระบบ ผดแลระบบประจ าโรงเรยนควรมชองทางการเขาถงระบบฐานขอมลทรเฉพาะบคลากรภายในโรงเรยน ถงแมจะพฒนาระบบในรปแบบเวบแอปพลเคชน เพอใหสามารถเขาถงตวระบบจากทใดกไดทมอนเตอรเนท แตกไมควรเผยแพร URL ทจะเขาถงแกสาธารณชน ขอเสนอแนะเพอการวจยครงตอไป 1. เนองจากระบบสารสนเทศทผวจยจดท าขนนน สนบสนนสวนงานเฉพาะโรงเรยนวรนารเฉลมเทานน โดยถอเปนโรงเรยนอนดบตน ๆ ของจงหวดสงขลา หากมการน าระบบสารสนเทศไปประยกตใชกบโรงเรยนอน ๆ วาสามารถชวยลดภาระงานดานการใหบรการสารสนเทศ และการปรบขนเงนเดอนไดหรอไม 2. จากการรวบรวมความตองการและศกษาสภาพปญหา ทกโรงเรยนตองสงขอมลการปรบขนเงนเดอนของโรงเรยนไปใหกบ ส านกงานเขตพนทการศกษา ประจ าเขตการศกษาทโรงเรยนสงกด หากมระบบสารสนเทศเขามาชวยสนบสนนกระบวนการดงกลาวผวจ ยคาดวาจะชวยเพมประสทธภาพการด าเนนงานได

HATYAI UNIVERSITY

Page 78: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

70

บรรณานกรม

กตต ภกดวฒนะกล(2548). คมภร PHP. กรงเทพฯ: บรษท เคทพ คอม แอนด คอนซลท. กตต ภกดวฒนะกล และจ าลอง ครอตสาหะ (2546). การออกแบบฐานขอมล. พมพครงท 4 กรงเทพฯ:

บรษท เคทพ คอม แอนด คอนซลท. กตต ภกดวฒนะกล และพนดา พาณชกล(2546). คมภรการวเคราะห และออกแบบฐานขอมล.พมพครงท 2

กรงเทพฯ: เคทพ คอม แอนด คอนซลท. กตตภม วรฉตร(2545). MySQL ถามตอบครอบจกรวาล. กรงเทพมหานคร: บรษท วตต กรป จ ากด. กญญนนทน ภทรสรณสร(2554). ปจจยทมอทธพลตอประสทธภาพการท างานของบคลากร: กรณศกษา

ส าหรบสถาบนเทคโนโลยปทมวน. วารสารวชาการปทมวน, ปท 1(ฉบบท 1) ครรชต มาลยวงศ (2535). เทคโนโลยสารสนเทศ. กรงเทพฯ: โรงพมพสารมวลชน. จตตมา เทยมบญประเสรฐ(2544). ระบบสารสนเทศเพอการจดการ. กรงเทพฯ: หางหนสวนจ ากด ว.เจ.พรนตง. พรฤด เนตโสภากล แปล โรเจอร เอส เพรสแมน(2002). วศวกรรมซอฟตแวร ทฤษฎ หลกการ และ

การประยกต (Software Engineering). บรษท ส านกพมพทอป จ ากด. ทศนย สนตพงศศภกรม เมธา ทรงธรรมวฒน และ ศรสดา ไทยเลศ(2539). ความพงพอใจของผปวยนอกตอ

การใหบรการของแผนกนรเวช โรงพยาบาลศรนครนทร : ภาควชาสตศาสตรและนรเวชวทยา คณะแพทยศาสตร มหาวทยาลยขอนแกน

เทพฤทธ บณฑตวฒนาวงศ. (2554). การวเคราะหและออกแบบฐานขอมล Database Design กรงเทพฯ: บรษท โปรวชน.

ธงชย สนตวงษ(2537). การบรหารงานบคคล. กรงเทพฯ: ไทยวฒนาพาณชย. ธงชย สทธกรณ(2547). ระบบคอมพวเตอรเบองตน. กรงเทพฯ : บรษทไอดอนโฟ ดสทรบวเตอร เซนเตอร. ธรวฒน ประกอบผล และสนทรน วงศศรกล. (2552). การพฒนาโมเดลส าหรบการเขยนโปรแกรมเชง

วตถดวย UML 2.0 Unified Modeling Language กรงเทพฯ: บรษท ซคเซส มเดย. สนน หวานแท(2553). การพฒนาระบบสารสนเทศเพอการจดเกบและการสบคน ส าหรบการบรหารงาน

บคคล คณะอกษรศาสตร มหาวทยาลยศลปากร. นครปฐม: มหาวทยาลยศลปากร Alan Dennis., Barbara Haley Wixom., David Tegarden. (2010). System Analysis and

Design with UML An Object-Orientation Approach: John Wiley & Sons (Asia) Pte Ltd,.

Axel van Lamsweerde. (2009). Requirements Engineering From System Goals to UML Models to Software Specifications England: John Wiley & Sons Ltd,.

HATYAI UNIVERSITY

Page 79: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

71

International Organization for Standarization, ISO Standard 9126. (2001). Software Engineering – Product Quality, parts 1, 2 and 3, International Organization for Standarization, Geneve, 2001 (part 1), 2003 (parts 2 and 3).

Kenneth E. & Julie E. Kendall. (2001). Software Engineering A Practitioner’s Approach , Fifth Edition, Mc Graw Hill.

Krejcie, R.V.,and Morgan D.W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Psycholological measurement : 607-610

Paul C.Jorgensen. (2008). Software Testing A Craftsman’s Approach Third Edition: Taylor & Francis Group, LLC.

R.A. Teubner. (2007). Strategic information systems planning: A case study from the financial services industry: Volume 16 Issue 1, March, 2007 Pages 105-125.

HATYAI UNIVERSITY

Page 80: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

ภาคผนวก

HATYAI UNIVERSITY

Page 81: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

ภาคผนวก ก เครองมอทใชในการวจย

HATYAI UNIVERSITY

Page 82: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

แบบสอบถาม กระบวนการปรบขนเงนเดอน และการขอใชบรการขอมลสวนบคคล

โรงเรยนวรนารเฉลม จงหวดสงขลา _________________________________

ค าชแจงในการตอบแบบสอบถาม แบบสอบถามนมวตถประสงคเพอศกษาสภาพปญหา และการด าเนนงานในกระบวนการปรบขนเงนเดอน และการรองขอขอมลสารสนเทศสวนบคคล ของฝายงานบคคล โรงเรยนวรนารเฉลม เพอเปนแนวทางในการปรบปรงกระบวนการปรบขนเงนเดอน และการใหบรการขอมลสวนบคคล ใหเหมาะสม สอดคลองกบความตองการ และมคณภาพมากขน โปรดประเมนตามความคดเหนของทานในทกขอดวยความสมบรณ เพราะค าตอบทไดจากทานจะเปนแนวทางทเปนประโยชนตอการปรบปรงกระบวนการดงกลาวตอไป การประเมนแบงเปน 4 ตอนดงน 1. ขอมลทวไปของผตอบแบบสอบถาม 2. การใหบรการขอมลสวนบคคล 3. กระบวนการปรบขนเงนเดอนของฝายงานบคคล 4. การน าเทคโนโลยสารสนเทศเขามาใช ตอนทายในแตละสวนเปนแบบสอบถามปลายเปด เพอใหทานไดแสดงความคดเหน และขอ เสนอแนะ ความคดเหนของทานในทกสวนของแบบสอบถามนจะถอเปนความลบ การน าเสนอผลการประเมนจะน าเสนอเปนภาพรวมซงไมน าเสนอผลการประเมนเปนรายบคคล ดงนน จงขอใหทานประเมน โดยท าเครองหมาย / ลงในชองทเลอก

ส าหรบคร

HATYAI UNIVERSITY

Page 83: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

ตอนท 1 ขอมลทวไปของผตอบแบบสอบถาม 1. เพศ ( ) ชาย ( ) หญง 2. อาย ( ) ต ากวา 20 ป ( ) 21 – 25 ป ( ) 26 – 35 ป ( ) 36 – 45 ป ( ) 46 – 55 ป ( ) มากกวา 55 ป 3. กลมสาระการเรยนรททานสงกด ( ) สขศกษา ( ) การงานอาชพ ( ) คณตศาสตร ( ) บรหาร ( ) ภาษาตางประเทศ ( ) ภาษาไทย ( ) วทยาศาสตร ( ) ศลปะ ( ) สนบสนนการสอน ( ) สงคมศกษา ศาสนา และวฒนธรรม ตอนท 2 การใหบรการขอมลสวนบคคล

รายการประเมน ระดบความคดเหน

นอยทสด นอย มาก มากทสด 1. มชองทางในการใหบรการขอมลสารสนเทศสวนบคคลทหลากหลาย 2. ขอมลสารสนเทศททานรองขอจากฝายงานบคคล มความถกตอง 3. การรองขอขอมลสารสนเทศสวนบคคล ใชเวลาในการด าเนนการทนตอเวลา 4. มการจดการขอมล และการใหบรการขอมลอยางเปนระบบ

ขอเสนอแนะและความคดเหนของทานเกยวกบการใหบรการขอมลสวนบคคล............................................... ....................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................

HATYAI UNIVERSITY

Page 84: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

ตอนท 3 กระบวนการปรบขนเงนเดอนของฝายงานบคคล

รายการประเมน ระดบความคดเหน

นอยทสด นอย มาก มากทสด 1. กระบวนการปรบขนเงนเดอนในปจจบนสงผลกระทบตอภาพรวมในการท างานของทาน 2. ขอมลเงนเดอนทไดมความถกตองตงแตครงแรก 3. กระบวนการปรบขนเงนเดอนในปจจบนมความเหมาะสม 4. จ านวนบคลากรในโรงเรยนสงผลตอความเรว และความถกตองในการปรบขนเงนเดอน

ขอเสนอแนะและความคดเหนของทานเกยวกบกระบวนการปรบขนเงนเดอนของฝายงานบคคล.................. .................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... ตอนท 4 การน าเทคโนโลยสารสนเทศเขามาใช

รายการประเมน ระดบความคดเหน

นอยทสด นอย มาก มากทสด 1. เทคโนโลยสารสนเทศมผลตอการท างานของทาน 2. การน าเทคโนโลยสารสนเทศเขามาชวยท าใหเกดความยงยากในการท างาน 3. ทานพรอมทจะเรยนร หากมการน าเทคโนโลยสารสนเทศมาปรบใชในองคกร 4. เทคโนโลยสารสนเทศชวยใหการท างานรวดเรวมากขน 5. เทคโนโลยสารสนเทศชวยใหการท างานถกตองมากขน

ขอเสนอแนะและความคดเหนของทานเกยวกบการน าเทคโนโลยสารสนเทศเขามาใช..................................... ....................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................

ขอขอบคณทใหความรวมมอในการตอบ

HATYAI UNIVERSITY

Page 85: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

แบบสอบถาม การออกแบบสวนน าเขาขอมล กระบวนการประมวลผล และการแสดงผลขอมล

ระบบฐานขอมลบคลากร โรงเรยนวรนารเฉลม จงหวดสงขลา _________________________________

ค าชแจงในการตอบแบบสอบถาม แบบสอบถามนมวตถประสงคเพอออกแบบสวนน าเขาขอมล การประมวลผล และการแสดงผลขอมล หลงจากผานการศกษาสภาพปญหา และการด าเนนงานในกระบวนการปรบขนเงนเดอน และการรองขอขอมลสารสนเทศสวนบคคล ของฝายงานบคคล โรงเรยนวรนารเฉลม เพอเปนแนวทางในการปรบปรงกระบวนการปรบขนเงนเดอน และการใหบรการขอมลสวนบคคล ใหเหมาะสม สอดคลองกบความตองการ และมคณภาพมากขน โปรดประเมนตามความคดเหนของทานในทกขอดวยความสมบรณ เพราะค าตอบทไดจากทานจะเปนแนวทางทเปนประโยชนตอการปรบปรงกระบวนการดงกลาวตอไป การประเมนแบงเปน 4 ตอนดงน 1. ขอมลทวไปของผตอบแบบสอบถาม 2. การออกแบบสวนน าเขาขอมล 3. การออกแบบการประมวลผลขอมล 4. การออกแบบการแสดงผลขอมล ตอนทายในแตละสวนเปนแบบสอบถามปลายเปด เพอใหทานไดแสดงความคดเหน และขอ เสนอแนะ ความคดเหนของทานในทกสวนของแบบสอบถามนจะถอเปนความลบ การน าเสนอผลการประเมนจะน าเสนอเปนภาพรวมซงไมน าเสนอผลการประเมนเปนรายบคคล ดงนน จงขอใหทานประเมน โดยท าเครองหมาย / ลงในชองทเลอก

ส าหรบครและงานบคคล

HATYAI UNIVERSITY

Page 86: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

ตอนท 1 ขอมลทวไปของผตอบแบบสอบถาม 1. เพศ ( ) ชาย ( ) หญง 2. ทานอยในงานบคคลหรอไม ( ) ใช ( ) ไมใช 3. อาย ( ) ต ากวา 20 ป ( ) 21 – 25 ป ( ) 26 – 35 ป ( ) 36 – 45 ป ( ) 46 – 55 ป ( ) มากกวา 55 ป 4. กลมสาระการเรยนรททานสงกด ( ) สขศกษา ( ) การงานอาชพ ( ) คณตศาสตร ( ) บรหาร ( ) ภาษาตางประเทศ ( ) ภาษาไทย ( ) วทยาศาสตร ( ) ศลปะ ( ) สนบสนนการสอน ( ) สงคมศกษา ศาสนา และวฒนธรรม ตอนท 2 การออกแบบสวนน าเขาขอมล

รายการประเมน ระดบความคดเหน

นอยทสด นอย มาก มากทสด 1. บคลากรทกคนควรมสวนในการน าเขาขอมล 2. ฝายงานบคคลควรจดการการน าเขาขอมลอยางเปนระบบ 3. ความสวยงามของสวนน าเขาขอมลมผลตอการน าเขาขอมล 4. รปแบบการน าเขาขอมลควรมความเรยบงาย 5. รปแบบการน าเขาขอมลควรจดกลมขอมลเปนสดสวน

ขอเสนอแนะและความคดเหนของทานเกยวกบการออกแบบสวนน าเขาขอมล............................................... ....................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................

HATYAI UNIVERSITY

Page 87: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

ตอนท 3 การออกแบบการประมวลผลขอมล ขอใหผตอบแบบสอบถามจดล าดบความส าคญของการประมวลผลดงตอไปน โดยมเกณฑ ตงแตอนดบท 1 คอระดบมากทสด จนถงอนดบท 5 นอยทสด (__) ความถกตองในการประมวลผล (__) ความรวดเรวในการประมวลผล (__) ความครบถวน สมบรณของขอมล (__) ความเปนปจจบนของขอมล (__) ความปลอดภยของขอมล ขอเสนอแนะและความคดเหนของทานเกยวกบการออกแบบการประมวลผลขอมล........................................ .................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... ตอนท 4 การออกแบบการแสดงผลขอมล

รายการประเมน ระดบความคดเหน

นอยทสด นอย มาก มากทสด 1. บคลากรทกคนสามารถเขาถงขอมลสวนบคคลไดเอง 2. บคลากรสามารถรองขอขอมลสวนบคคลจากฝายงานบคคลได 3. ขอมลสวนบคคลควรมความปลอดภย 4. สามารถเขาถงขอมลไดจากทกท

ขอเสนอแนะและความคดเหนของทานเกยวกบการออกแบบการแสดงผลขอมล............................................ ....................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................

ขอขอบคณทใหความรวมมอในการตอบ

HATYAI UNIVERSITY

Page 88: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

แบบสอบถาม การออกแบบโปรแกรมตนแบบ

ระบบฐานขอมลบคลากร โรงเรยนวรนารเฉลม จงหวดสงขลา _________________________________

ค าชแจงในการตอบแบบสอบถาม แบบสอบถามนมวตถประสงคเพอประเมนโปรแกรมตนแบบ หลงจากไปออกแบบสวนการน าเขาขอมล การประมวลผล และสวนการแสดงผลขอมลของระบบฐานขอมลบคลากร ของการด าเนนงานในกระบวนการปรบขนเงนเดอน และการรองขอขอมลสารสนเทศสวนบคคล ของฝายงานบคคล โรงเรยนวรนารเฉลม เพอเปนแนวทางในการปรบปรงกระบวนการปรบขนเงนเดอน และการใหบรการขอมลสวนบคคล ใหเหมาะสม สอดคลองกบความตองการ และมคณภาพมากขน โปรดประเมนตามความคดเหนของทานในทกขอดวยความสมบรณ เพราะค าตอบทไดจากทานจะเปนแนวทางทเปนประโยชนตอการปรบปรงกระบวนการดงกลาวตอไป การประเมนแบงเปน 3 ตอนดงน 1. ขอมลทวไปของผตอบแบบสอบถาม 2. การประเมนโปรแกรมตนแบบ 3. ขอเสนอแนะเพมเตม ตอนทายในแตละสวนเปนแบบสอบถามปลายเปด เพอใหทานไดแสดงความคดเหน และขอ เสนอแนะ ความคดเหนของทานในทกสวนของแบบสอบถามนจะถอเปนความลบ การน าเสนอผลการประเมนจะน าเสนอเปนภาพรวมซงไมน าเสนอผลการประเมนเปนรายบคคล ดงนน จงขอใหทานประเมน โดยท าเครองหมาย / ลงในชองทเลอก

ส าหรบครและงานบคคล

HATYAI UNIVERSITY

Page 89: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

ตอนท 1 ขอมลทวไปของผตอบแบบสอบถาม 1. เพศ ( ) ชาย ( ) หญง 2. ทานอยในงานบคคลหรอไม ( ) ใช ( ) ไมใช 3. อาย ( ) ต ากวา 20 ป ( ) 21 – 25 ป ( ) 26 – 35 ป ( ) 36 – 45 ป ( ) 46 – 55 ป ( ) มากกวา 55 ป 4. กลมสาระการเรยนรททานสงกด ( ) สขศกษา ( ) การงานอาชพ ( ) คณตศาสตร ( ) บรหาร ( ) ภาษาตางประเทศ ( ) ภาษาไทย ( ) วทยาศาสตร ( ) ศลปะ ( ) สนบสนนการสอน ( ) สงคมศกษา ศาสนา และวฒนธรรม ตอนท 2 การประเมนโปรแกรมตนแบบ 2.1 ส าหรบคร และสวนงานบคคล

รายการประเมน ระดบความคดเหน

นอยทสด นอย มาก มากทสด 1. สวนการ Login ของโปรแกรมตนแบบเขาใจงาย 2. ล าดบการท างานของโปรแกรมตนแบบเขาใจงาย 3. การท างานสวนการเปลยนรหสผานเขาใจงาย 4. รปแบบการแสดงผลขอมลสวนบคคลเขาใจงาย 5. ภาพรวมของโปรแกรมตนแบบมความเขาใจงาย

2.2 ส าหรบสวนงานบคคลเทานน

รายการประเมน ระดบความคดเหน

นอยทสด นอย มาก มากทสด 1. สวนการจดการขอมลบคลากรมความเขาใจงาย 2. สวนการจดการขอมลพนฐานมความเขาใจงาย 3. สวนงานปรบขนเงนเดอนมความเขาใจงาย 4. สวนการออกรายงานสรปมความเขาใจงาย 5. ภาพรวมของโปรแกรมตนแบบในสวนงานบคคลมความเขาใจงาย

HATYAI UNIVERSITY

Page 90: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

ตอนท 3 ขอเสนอแนะ และความคดเหนของทานเกยวกบโปรแกรมตนแบบ .......................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... ..........................................................................................................................................................................

ขอขอบคณทใหความรวมมอในการตอบ

HATYAI UNIVERSITY

Page 91: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

แบบสอบถาม การตดตงและทดสอบระบบ

ระบบฐานขอมลบคลากร โรงเรยนวรนารเฉลม จงหวดสงขลา _________________________________

ค าชแจงในการตอบแบบสอบถาม แบบสอบถามนมวตถประสงคเพอประเมนผลการตดต ง และทดสอบระบบจากผใช ระบบฐานขอมลบคลากร โรงเรยนวรนารเฉลม เพอเปนแนวทางในการปรบปรงระบบสารสนเทศ ใหเหมาะสม สอดคลองกบความตองการ และมคณภาพมากขน โปรดประเมนตามความคดเหนของทานในทกขอดวยความสมบรณ เพราะค าตอบทไดจากทานจะเปนแนวทางทเปนประโยชนตอการปรบปรงกระบวนการดงกลาวตอไป การประเมนแบงเปน 4 ตอนดงน 1. ขอมลทวไปของผตอบแบบสอบถาม 2. การตดตงระบบ 3. การทดสอบการใชงานระบบ 4. ขอเสนอแนะเพมเตมจากการทดสอบระบบ ตอนทายในแตละสวนเปนแบบสอบถามปลายเปด เพอใหทานไดแสดงความคดเหน และขอ เสนอแนะ ความคดเหนของทานในทกสวนของแบบสอบถามนจะถอเปนความลบ การน าเสนอผลการประเมนจะน าเสนอเปนภาพรวมซงไมน าเสนอผลการประเมนเปนรายบคคล ดงนน จงขอใหทานประเมน โดยท าเครองหมาย / ลงในชองทเลอก

ส าหรบคร และงานบคคล

HATYAI UNIVERSITY

Page 92: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

ตอนท 1 ขอมลทวไปของผตอบแบบสอบถาม 1. เพศ ( ) ชาย ( ) หญง 2. อาย ( ) ต ากวา 20 ป ( ) 21 – 25 ป ( ) 26 – 35 ป ( ) 36 – 45 ป ( ) 46 – 55 ป ( ) มากกวา 55 ป 3. กลมสาระการเรยนรททานสงกด ( ) สขศกษา ( ) การงานอาชพ ( ) คณตศาสตร ( ) บรหาร ( ) ภาษาตางประเทศ ( ) ภาษาไทย ( ) วทยาศาสตร ( ) ศลปะ ( ) สนบสนนการสอน ( ) สงคมศกษา ศาสนา และวฒนธรรม ตอนท 2 การตดตงระบบ (เฉพาะเจาหนาทสารสนเทศของโรงเรยน และสวนงานบคคล)

รายการประเมน ระดบความคดเหน

นอยทสด นอย มาก มากทสด 1. ขนตอนการตดตงโปรแกรมมความราบรน 2. ขนตอนการตดตงฐานขอมลมความราบรน 3. การสรางชองทางเขาถงระบบสารสนเทศมความราบรน 4. ภาพรวมของการตดตงมความราบรน

ตอนท 3 การทดสอบการใชงานระบบ 3.1 ส าหรบคร และบคลากรทางการศกษา

รายการประเมน ระดบความคดเหน

นอยทสด นอย มาก มากทสด 1. ชองทางการเขาใชระบบมความปลอดภย 2. ชองทางการเขาใชระบบมความงายตอการเขาถง 3. การแสดงขอมลสวนบคคลมความถกตอง 4. การแสดงขอมลสวนบคคลมความครบถวนสมบรณ 5. การเปลยนรหสผานมความงายในการใชงาน

HATYAI UNIVERSITY

Page 93: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

3.2 ส าหรบฝายงานบคคล

รายการประเมน ระดบความคดเหน

นอยทสด นอย มาก มากทสด 1. ชองทางการเขาใชระบบมความปลอดภย 2. ชองทางการเขาใชระบบมความงายตอการเขาถง 3. การจดการขอมลบคลากรในโรงเรยนท าไดงาย 4. การแสดงขอมลบคคลากรในโรงเรยนมความครบถวนสมบรณ 5. การคนหาขอมลบคลากรในโรงเรยนท าไดงาย 6. การจดการการปรบขนเงนเดอนท าไดงาย 7. การออกรายงานท าไดตรงความตองการ 8. การเปลยนรหสผานมความงายในการใชงาน

ตอนท 4 ขอเสนอแนะเพมเตมจากการทดสอบระบบ ........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................ ..........................................................................................................................................................................

ขอขอบคณทใหความรวมมอในการตอบ

HATYAI UNIVERSITY

Page 94: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

แบบสอบถาม การประเมนการใชงานระบบฐานขอมลการบรการสารสนเทศของบคลากร

ระบบฐานขอมลบคลากร โรงเรยนวรนารเฉลม จงหวดสงขลา _________________________________

ค าชแจงในการตอบแบบสอบถาม แบบสอบถามนมวตถประสงคเพอประเมนความพงพอใจจากการใชงาน ระบบฐานขอมลบคลากร โรงเรยนวรนารเฉลม เพอน าผลการประเมนไปใชสรปผลจากการวจย โปรดประเมนตามความคดเ หนของทานในทกขอดวยความสมบรณ เพราะค าตอบทไดจากทานจะเปนแนวทางทเปนประโยชนตอการปรบปรงกระบวนการท างานตอไป การประเมนแบงเปน 3 ตอนดงน 1. ขอมลทวไปของผตอบแบบสอบถาม 2. แบบประเมนความพงพอใจการใชงานระบบฐานขอมลบคลากร 3. ขอเสนอแนะเพมเตม ตอนทายในแตละสวนเปนแบบสอบถามปลายเปด เพอใหทานไดแสดงความคดเหน และขอ เสนอแนะ ความคดเหนของทานในทกสวนของแบบสอบถามนจะถอเปนความลบ การน าเสนอผลการประเมนจะน าเสนอเปนภาพรวมซงไมน าเสนอผลการประเมนเปนรายบคคล ดงนน จงขอใหทานประเมน โดยท าเครองหมาย / ลงในชองทเลอก

ส าหรบคร และงานบคคล

HATYAI UNIVERSITY

Page 95: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

ตอนท 1 ขอมลทวไปของผตอบแบบสอบถาม 1. เพศ ( ) ชาย ( ) หญง 2. อาย ( ) ต ากวา 20 ป ( ) 21 – 25 ป ( ) 26 – 35 ป ( ) 36 – 45 ป ( ) 46 – 55 ป ( ) มากกวา 55 ป 3. กลมสาระการเรยนรททานสงกด ( ) สขศกษา ( ) การงานอาชพ ( ) คณตศาสตร ( ) บรหาร ( ) ภาษาตางประเทศ ( ) ภาษาไทย ( ) วทยาศาสตร ( ) ศลปะ ( ) สนบสนนการสอน ( ) สงคมศกษา ศาสนา และวฒนธรรม ตอนท 2 แบบประเมนความพงพอใจการใชงานระบบฐานขอมลบคลากร โดยแบงระดบการประเมนดงตอไปน ระดบคะแนน 5 หมายถง มากทสด/ดทสด ระดบคะแนน 4 หมายถง มาก/ด ระดบคะแนน 3 หมายถง ปานกลาง ระดบคะแนน 2 หมายถง นอย/ควรปรบปรง ระดบคะแนน 1 หมายถง นอยทสด/ตองปรบปรงอยางมาก

หวขอการประเมน มากทสด มาก

ปานกลาง นอย

นอยทสด

1. ระบบมการใชงานงาย สะดวก รวดเรว 2. ระบบมความเหมาะสมกบภาระงานและชวยแบงเบาภาระของผใช

3. ระบบมการประมวลผลทรวดเรว แมนย า และถกตองสมบรณ

4. ระบบมรปแบบทสวยงาม เรยบงาย

5. ระบบมขอมลทครบถวน ตรงกบความตองการ

6. ระบบใหความรความทนสมย รองรบเทคโนโลยสมยใหม ๆ 7. ระบบชวยสนบสนนกระบวนการใหบรการสารสนเทศสวนบคคล

8. ระบบชวยสนบสนนกระบวนการปรบขนเงนเดอน

9. ระบบมขอมลทเปนประโยชนและน าไปประยกตใชงานได

10. ระบบมฟงกชนการใชงานตรงกบความตองการ

11. ความพงพอใจโดยรวมในการใชงานระบบ

HATYAI UNIVERSITY

Page 96: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

ตอนท 3 ขอเสนอแนะเพมเตม ........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................ .......................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................ .......................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................ ..........................................................................................................................................................................

ขอขอบคณทใหความรวมมอในการตอบ

HATYAI UNIVERSITY

Page 97: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

แบบสมภาษณเชงลก

กระบวนการปรบขนเงนเดอน และการขอใชบรการขอมลสวนบคคล โรงเรยนวรนารเฉลม จงหวดสงขลา

_________________________ สอบถามกลมบคลากรทางการศกษา

ปจจบนทานมความคดเหนอยางไรเกยวกบภาพรวมในกระบวนการปรบขนเงนเดอน และการขอใชบรการขอมลสารสนเทศสวนบคคล ของสวนงานบคคล ...................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. ..................................................................................................................................................................

ขอมลพนฐาน เพศ .........................อาย......................ป ต าแหนงผใหสมภาษณ................................................................................... กลมสาระการเรยนร................................................................. เวลาเรมตนสมภาษณ...................................วนท...........................................

ผสมภาษณ........................................................... วนท...................................................................... เวลา.....................................................................

HATYAI UNIVERSITY

Page 98: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

แบบสมภาษณเชงลก

การออกแบบสวนน าเขาขอมล กระบวนการประมวลผล และการแสดงผลขอมล โรงเรยนวรนารเฉลม จงหวดสงขลา

_________________________ สอบถามกลมบคลากรทางการศกษา

ทานตองการใหหนาตาการน าเขาขอมล การประมวลผล และการแสดงผลขอมล มลกษณะเปนอยางไร เพราะเหตใด เชน เรยบงาย สวยงาม ขอมลความถกตอง โทนส ต าแหนงของเนอหา ขนาดและรปแบบตวอกษรเปนตน ...................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. ..................................................................................................................................................................

ขอมลพนฐาน เพศ .........................อาย......................ป ต าแหนงผใหสมภาษณ................................................................................... กลมสาระการเรยนร................................................................. เวลาเรมตนสมภาษณ...................................วนท...........................................

ผสมภาษณ........................................................... วนท......................................................................

HATYAI UNIVERSITY

Page 99: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

แบบสมภาษณเชงลก

การออกแบบโปรแกรมตนแบบ โรงเรยนวรนารเฉลม จงหวดสงขลา

_________________________ สอบถามกลมบคลากรทางการศกษา

จากการท างานของโปรแกรมตนแบบ ทานตองการปรบเปลยน หรอเพมเตมการท างานใด ๆ ใหสนบสนนการด าเนนงานดานการปรบขนเงนเดอน หรอการใหบรการสารสนเทศ ...................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. ..................................................................................................................................................................

ขอมลพนฐาน เพศ .........................อาย......................ป ต าแหนงผใหสมภาษณ................................................................................... กลมสาระการเรยนร................................................................. เวลาเรมตนสมภาษณ...................................วนท...........................................

ผสมภาษณ........................................................... วนท...................................................................... เวลา.....................................................................

HATYAI UNIVERSITY

Page 100: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

แบบสมภาษณเชงลก การทดสอบระบบ

ระบบฐานขอมลบคลากร โรงเรยนวรนารเฉลม จงหวดสงขลา _________________________

สอบถามกลมบคลากรทางการศกษา

จากการไดทดลองใชระบบฐานขอมลบคลากร ทานพบวามปญหาหรอขอจ ากดใด ๆ ทตองการปรบปรง รวมทงทานตองปรบตวกบการใชงานระบบสารสนเทศอยางไรบาง ...................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. ..................................................................................................................................................................

ขอมลพนฐาน เพศ .........................อาย......................ป ต าแหนงผใหสมภาษณ................................................................................... กลมสาระการเรยนร................................................................. เวลาเรมตนสมภาษณ...................................วนท...........................................

ผสมภาษณ........................................................... วนท...................................................................... เวลา.....................................................................

HATYAI UNIVERSITY

Page 101: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

แบบสมภาษณเชงลก

ความพงพอใจตอการประยกตใชระบบสารสนเทศในองคกร ระบบฐานขอมลบคลากร โรงเรยนวรนารเฉลม จงหวดสงขลา

_________________________ สอบถามกลมบคลากรทางการศกษา

จากการไดน าเทคโนโลยสารสนเทศเขามาปรบใชในกระบวนการปรบขนเงนเดอน และการใหบรการสารสนเทศของฝายงานบคคล ความถกตองของการท างาน และความรวดเรวในการท างานเปนอยางไร ...................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. ..................................................................................................................................................................

ขอมลพนฐาน เพศ .........................อาย......................ป ต าแหนงผใหสมภาษณ................................................................................... กลมสาระการเรยนร................................................................. เวลาเรมตนสมภาษณ...................................วนท...........................................

ผสมภาษณ........................................................... วนท...................................................................... เวลา.....................................................................

HATYAI UNIVERSITY

Page 102: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

ภาคผนวก ข เอกสารทเกยวของในการวจย

HATYAI UNIVERSITY

Page 103: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

หนงสอรบรองการใชประโยชน

HATYAI UNIVERSITY

Page 104: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

ตารางการปรบเงนเดอนจากบญชเงนเดอนชวคราวของขาราชการคร และบคลากรทางการศกษาทมใบอนญาตประกอบวชาชพ แนบทายหลกเกณฑและวธการปรบเงนเดอน เงนวทยฐานะ และเงนประจ าต าแหนงขาราชการครและบคลากรทางการศกษาฯ

เขาสบญชทายพระราชบญญตเงนเดอน เงนวทยฐานะ และเงนประจ าต าแหนงขาราชการครและบคลากรทางการศกษา (ฉบบท 2) พ.ศ. 2554 เขาสบญชเงนเดอนขนต า ขนสงของขาราชการคร และบคลากรทางการศกษาทมใบอนญาตประกอบวชาชพ ทายพระราชกฤษฎกาการปรบเงนเดอนขนต า ขนสง ของขาราชการครและบคลากรทางการศกษา พ.ศ. 2554

(สงพรอมหนงสอส านกงาน ก.ค.ศ. ดวนทสด ท ศธ 0206.7/ว 7 ลงวนท 7 มถนายน 2554)

33 35640 46040 57330 69810 0 0 32.5 35050 45290 56450 68590 0 0

32 34430 44560 55570 67430 0 0 31.5 33850 43800 54690 66280 0 0

31 33260 43080 53820 65100 0 0 30.5 32650 42330 53080 63960 0 0

30 32060 41580 52940 62820 0 0 29.5 31440 40860 52060 62760 0 0

29 31190 40100 51170 62100 0 0 28.5 30710 39370 50290 61110 0 0

28 30190 38620 49420 60150 0 0 27.5 29700 37900 48540 59190 0 0

27 29190 37830 47660 58260 0 0 26.5 28710 37460 46760 57330 69810 0

26 28210 36840 46040 56450 68590 0 25.5 27710 36250 45290 55570 67430 0

25 27210 35640 44560 54690 66280 0 24.5 26720 35050 43800 53820 65100 0

24 26210 34430 43080 53080 63960 0 23.5 25730 33850 42330 52940 62820 0

23 25240 33260 41580 52060 62760 0 22.5 24750 32650 40860 51170 62100 0

22 24290 32060 40100 50290 61110 0 21.5 23810 31440 39370 49420 60150 0

21 23360 31190 38620 48540 59190 0 20.5 22890 30710 37900 47660 58260 0

20 22450 30190 37830 46760 57330 0 19.5 22000 29700 37460 46040 56450 0

HATYAI UNIVERSITY

Page 105: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

19 21570 29190 36840 45290 55570 69810 18.5 21150 28710 36250 44560 54690 68590

18 20740 28210 35640 43800 53820 67430 17.5 20320 27710 35050 43080 52940 66280

17 19920 27210 34430 42330 52060 65100 16.5 19510 26720 33850 41580 51170 63960

16 19100 26210 33260 40860 50290 62820 15.5 18690 25730 32650 40100 49420 61640

15 18270 25240 32060 39370 48540 60500 14.5 17910 24750 31440 38620 47660 59340

14 17690 24290 30850 37900 46770 58210 13.5 17310 23810 30280 37200 45890 57050

13 16920 23360 29690 36480 45010 55930 12.5 16570 22890 29140 35800 44170 54780

12 16190 22450 28590 35120 43320 53640 11.5 15800 22000 28050 34470 42510 52520

11 15430 21570 27500 33800 41720 51380 10.5 15050 21150 26980 33140 40910 50250

10 14660 20740 26450 32510 40090 49120 9.5 14300 20320 25930 31870 39330 48010

9 13770 19920 25440 31250 38550 46880 8.5 13470 19510 24930 30620 37780 45770

8 13160 19100 24440 30020 37020 44660 7.5 12840 18690 23940 29420 36240 43560

7 12530 18270 23450 28810 35480 42480 6.5 12240 17910 22940 28190 34690 41400

6 11920 17490 22460 27580 33920 40360 5.5 11620 17070 21950 26970 33150 39300

5 11200 16670 21460 26350 32390 38260 4.5 10950 16260 20960 25740 31630 37240

4 10700 15840 20470 25140 30850 36220 3.5 10440 15440 19950 24510 30090 35340

3 10190 15020 19460 23910 29330 34440 2.5 9960 14620 18970 23280 28590 33570

2 9700 14220 18470 22670 27840 32680

HATYAI UNIVERSITY

Page 106: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

1.5 9440 13860 17970 22050 27090 318200 1 9140 12530 16190 19860 24400 29980 0 8930 12240 15800 19410 0 0 0 8740 11920 15430 18950 0 0 0 8540 11620 15050 18470 0 0 0 8340 11310 14660 18010 0 0 0 0 11000 14300 17560 0 0 0 0 10700 13910 17100 0 0 0 0 10440 13530 16640 0 0 0 0 10190 13160 16190 0 0 0 0 9960 0 15800 0 0 0 0 9700 0 15430 0 0 0 0 9440 0 15050 0 0 0 0 9210 0 14660 0 0 0 0 8970 0 14300 0 0 0 0 8740 0 13910 0 0 0 0 8540 0 13530 0 0 0 0 0 0 13160 0 0

ขน อนดบ ครผชวย อนดบ คศ.1 อนดบ คศ.2 อนดบ คศ.3 อนดบ คศ.4 อนดบ คศ.5

HATYAI UNIVERSITY

Page 107: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

ตวอยางเอกสารส าหรบออกรายงาน

HATYAI UNIVERSITY

Page 108: UNIVERSITYrd.hu.ac.th/Download File/Full Text Research/560514.pdf · µ¦ ¦³¥» rÄ oÁ à 襸µ¦ Á «Îµ®¦´ µ¦¡´ µ¦³ µ o°¤¼¨ » ¨µ ¦Ä µ¦ Ä®o ¦·

ประวตผวจย ชอ-สกล นายธนญทร ทองจนทร สถานทท างาน มหาวทยาลยหาดใหญ 125/502 ถ.พลพชย อ าเภอหาดใหญ จงหวดสงขลา 90110 ประวตการศกษา ปรญญาตร สารสนเทศศาสตรบณฑต (สส.บ.) ระบบสารสนเทศเพอการจดการ มหาวทยาลยวลยลกษณ ปรญญาโท วทยาศาสตรมหาบณฑต (วท.บ.) วศวกรรมซอฟตแวร จฬาลงกรณมหาวทยาลย

HATYAI UNIVERSITY