Online active learning

Preview:

Citation preview

THE DEVELOPMENT OF ONLINE ACTIVE LEARNING ENVIRONMENT IN SCIENCE SUBJECT TO ENHANCE MENTAL MODEL FOR ELEMENTARY STUDENT

การพฒนาสงแวดลอมทางการเรยนรออนไลนเชงรกทสงเสรมเมนทอลโมเดลวชาวทยาศาสตรส าหรบนกเรยนช นประถมศกษา

Advisor: Asst. Prof. Dr. Issara KanjugPrepared by: Jiraporn Talabpet

Presentation Outline

• Background• Methodology• Research phase 1 • Research phase 2• Research phase 3• Conclusion

Background

Problem

การเรยนรในศตวรรษท 21

การเรยนวทยาศาสตร เรยนรเพยงการจดจ าเนอหา การสอนแบบเดม การทขอมลสารสนเทศเพมมากขน นกเรยนไมสามารถสรางการคดดวย

ตนเอง ผลสมฤทธทางการเรยนต า

Solution

Constructivist Learning

Online Active Learning

mental model

Outcome Constructivist Learner

การพฒนาสงแวดลอมทางการเรยนรออนไลนเชงรกทสงเสรม

เมนทอลโมเดลในวชา วทยาศาสตร ส าหรบนกเรยนชน

ประถมศกษา

เพอออกแบบและพฒนาสงแวดลอมทางการเรยนรออนไลนเชงรกทสงเสรมเมนทอลโมเดลวชาวทยาศาสตรส าหรบนกเรยนชนประถมศกษา

เพอศกษาเมนทอลโมเดลของผเรยนทเรยนดวยสงแวดลอมการเรยนร ออนไลนเชงรกทสงเสรมเมนทอลโมเดลวชาวทยาศาสตรส าหรบนกเรยนชนประถมศกษา

เพอศกษาการรบรของผเรยนทเรยนดวยสงแวดลอมการเรยนรออนไลนเชงรกทสงเสรมเมนทอลโมเดลวชาวทยาศาสตรส าหรบนกเรยนชนประถมศกษา

เพอศกษาผลสมฤทธทางการเรยนของผเรยนทเรยนดวยสงแวดลอมทางการเรยนรออนไลนเชงรกทสงเสรมเมนทอลโมเดลวชาวทยาศาสตรส าหรบนกเรยนชนประถมศกษา

วตถประสงคการวจย

Methodology

การตรวจสอบเครองมอ

(Product design and development)

(Product Evaluation) (Validation of Tool)

ออกแบบและพฒนา การประเมน

การวจยเชงพฒนา (Developmental research) ประยกตจาก แบบType I (Richey & Klein 2005)

กรอบแนวคดเชงทฤษฎ กรอบแนวคดการออกแบบ สงแวดลอมทางการเรยนรฯ

การประเมนองคประกอบสงแวดลอมทางการเรยนรประยกตจาก (สมาล ชยเจรญ,2557)

ประเมนดานผลผลต ประเมนบรบทการใช

ประเมนการรบรของผเรยน ประเมนเมนทอลโมเดล ประเมนผลสมฤทธทางการเรยน

ตรวจสอบความตรงภายใน การออกแบบสงแวดลอมทางการเรยนร ตรวจสอบความตรงภายนอก เมนทอลโมเดลของผเรยน การรบรของผเรยน ผลสมฤทธทางการเรยนของผเรยน

รปแบบการวจย

Research phase 1

Product design and development

Research phase 1 Product design and development

Participants

นกเรยน 12 คนรร.บานดงกลาง

ครผสอนวทยาศาสตร 1 ทาน

ผเชยวชาญ ดานสอ ดานเนอหา

ดานการออกแบบ

Instruments

แบบบนทกการตรวจสอบและวเคราะหเอกสาร

แบบศกษาสภาพบรบท แบบบนทกการสงเคราะห

กรอบแนวคด

Method Document analysis

Contextual study

Synthesis theoretical framework

Designing framework

Create learning environment

Expert review

Research phase 1 Product design and development

Result

กรอบแนวคดการออกแบบ

กรอบแนวคดเชงทฤษฎ

สงแวดลอมทางการเรยนรฯ

กรอบแนวคดการออกแบบ

จากการสงเคราะหกรอบแนวคดเชงทฤษฎน ามาใชเปนพนฐานในการสงเคราะหกรอบแนวคดการออกแบบพบวาม 4 พนฐานทส าคญ

การกระตนโครงสรางทางปญญา

การสนบสนนการปรบสมดลทาง

ปญญาและการสรางเมนทอลโมเดล

Research phase 2

Product Evaluation

Participants

MethodResearch phase 2 Product Evaluation

ผเชยวชาญ ดานสอดานเนอหา

ดานการออกแบบ ดานวดและประเมนผล

นกเรยน 12 คนรร.บานดงกลาง

การประเมนองคประกอบสงแวดลอมทางการเรยนรประยกตจาก (สมาล ชยเจรญ,2557) แบบประเมนคณภาพของสงแวดลอมทางการเรยนร แบบประเมนบรบทการใช

แบบส ารวจการรบรของผเรยนแบบสมภาษณเมนทอลโมเดลแบบวดผลสมฤทธทางการเรยน

Instruments Designing framework

learning environment

ประเมนดานผลผลต

ประเมนบรบทการใช

ประเมนการรบรของผเรยน

ประเมนเมนทอลโมเดล

ประเมนผลสมฤทธทางการเรยน

Expert review

Pilot study

ResultResearch phase 2 Product Evaluation

ประเมนคณภาพของสงแวดลอมทางการเรยนร

ดานสอ

ดานเนอหา

ดานการออกแบบ

ประเมนบรบทการใช

ประเมนการรบรของผเรยน

โครงสรางหลกสตรขอมลพนฐานของโรงเรยนมความเหมาะสมสอดคลองกบการพฒนาสงแวดลอมฯ

คณลกษณะของผเรยน การเรยนรกลมทมประสทธภาพสงสด จากการสมภาษณพบวา ผเรยนเหนวาการเรยนโดยมสมาชกรวมมอกนแกปญหาและเรยนรจ านวน 4 คนเหมาะสมทสด

มการใชเครองหมายน าทาง สญลกษณ icon และlinkเพอเขาถงสารสนเทศไดงาย การใชสเหมาะสมการออกแบบองคประกอบทางศลปะ มความเหมาะสม สะดดตา นาสนใจ

เนอหาสารสนเทศมความเหมาะสมสอดคลองถกตอง นาสนใจ ครอบคลมเรองทศกษา มรปภาพท าใหผเรยนเกดความเขาใจ ใชภาษาเขาใจงายสอดคลองกบบรบทจรง

สถานการณปญหา น าเขาสการเรยนกระตนใหหาค าตอบ กรณใกลเคยง ปญหาใกลเคยงชวยสนบสนนการหาค าตอบ คลงความร มการใชแผนผงชวยสนบสนนการหาค าตอบ เครองมอทางปญญา มCognitive tools มาสนบสนนการท างาน รวมมอแกปญหา ชวยสนบสนนการท างานกลม การสงเสรมเมนทอลโมเดล ชวยสงเสรมรปแบบการสรางความร ฐานการชวยเหลอ ชวยเหลอผเรยนในการแกปญหา การโคช กระตน บอกใบชแนะผเรยน

ResultResearch phase 2 Product Evaluation

การประเมนเมนทอลโมเดลการประเมนผลสมฤทธทางการเรยนร

สงกวาเกณฑทก าหนดไวรอยละ 70

รอยละ 82.92

คะแนนเฉลย 24.87

S.D. 0.36

Declarative Knowledge

เชอมโยงความสมพนธ

สรปความรเปนรปแบบความรของตนเองได

Detail – to – General

Procedural Knowledge

ความรทเปนกระบวนการท างานเพอแกปญหาในการเรยนร

พบวาผเรยนสามารถอธบายบอกกระบวนการเพอแกปญหาจากการใชสงแวดลอมทางการเรยนรได

ความคดรวบยอด

Simple – to – Complex

Research phase 3 Validation of Tool

ผเชยวชาญ ดานสอดานเนอหา

ดานการออกแบบ

นกเรยน 27 คนรร.ชมชนบานโตนศรพมลวทยา

Participants

Method

Instruments

แบบประเมนคณภาพของสงแวดลอมทางการเรยนร

แบบสมภาษณเมนทอลโมเดลของผเรยน

แบบส ารวจการรบรของผเรยน แบบวดผลสมฤทธทางการเรยน

ของผเรยน

learning environment Expert review

สถานการณปญหา กรณใกลเคยง คลงความร เครองมอทางปญญา รวมมอแกปญหา การสงเสรมเมนทอลโมเดล ฐานการชวยเหลอ การโคช

แบงกลมผเรยน 4 คน

แบบสมภาษณเมนทอลโมเดล

แบบวดผลสมฤทธทางการเรยนร

แบบส ารวจการรบร

แกปญหาภารกจ ตรวจสอบความตรงภายใน

ตรวจสอบความตรงภายในเพอยนยนความถกตองของการวจย

Research phase 3 Validation of Tool Result

ดานสอ

ดานเนอหา

ดานการออกแบบ

ประเมนคณภาพของสงแวดลอมทางการเรยนร

สถานการณปญหา น าเขาสการเรยนกระตนใหหาค าตอบ กรณใกลเคยง ปญหาใกลเคยงชวยสนบสนนการหาค าตอบ คลงความร มการใชแผนผงชวยสนบสนนการหาค าตอบ เครองมอทางปญญา มCognitive tools มาสนบสนนการท างาน รวมมอแกปญหา ชวยสนบสนนการท างานกลม การสงเสรมเมนทอลโมเดล ชวยสงเสรมรปแบบการสรางความร ฐานการชวยเหลอ ชวยเหลอผเรยนในการแกปญหา การโคช กระตน บอกใบชแนะผเรยน

มการใชเครองหมายน าทาง สญลกษณ icon และlinkเพอเขาถงสารสนเทศไดงาย การใชส

เหมาะสมการออกแบบองคประกอบทางศลปะ มความเหมาะสม สะดดตา นาสนใจ

เนอหาสารสนเทศมความเหมาะสมสอดคลองถกตอง นาสนใจ ครอบคลมเรองทศกษา มรปภาพท าใหผเรยนเกดความเขาใจ ใชภาษาเขาใจงายสอดคลองกบบรบทจรง

แบบสมภาษณเมนทอลโมเดล

Research phase 3 Validation of Tool Result

แบบส ารวจการรบร

แบบวดผลสมฤทธทางการเรยนร

สงกวาเกณฑทก าหนดไวรอยละ 70

รอยละ 82.59

คะแนนเฉลย 24.77

S.D. 0.35

Declarative Knowledge

ความคดรวบยอด เชอมโยงความสมพนธ

Simple – to – Complex

สรปความรเปนรปแบบความรของตนเองได

Detail – to – General

Procedural Knowledge

ความรทเปนกระบวนการท างานเพอแกปญหาในการเรยนร

พบวาผเรยนสามารถอธบายบอกกระบวนการเพอแกปญหาจากการใชสงแวดลอมทางการเรยนรได

Declarative Knowledge

Simple Schema

Simple Schema

Simple Schema

Complex Schema

Complex Schema

ระบบยอยอาหาร ระบบไหลเวยนเลอด ระบบหายใจคะ ระบบยอยจะชวยยอยอาหารทเรากนเขาไปเรมจากปากคะ ฟนเคยวจนละเอยดกลนลงผานหลอดอาหารแลวไปยอยในกระเพาะอาหารคะ ยอยเสรจสงไปล าไสเลกดดซมสารอาหารคะ

ระบบตางๆท างานโดยอาศยกนคะ ถาไมมระบบหายใจไมมการแลกเปลยนแกสออกซเจนและคารบอนไดออกไซดรางกายกจะไมสามารถท าอยางอนได เพราะการไหลเวยนเลอดและการน าสารอาหารจากการยอยมาเปลยนเปนพลงงานกตองอาศยการหายใจเอาแกสออกซเจนมากคะ

สรปความรเปนรปแบบความรของตนเองได

Detail – to – General

Complex Schema

การท างานของทกระบบสมพนธกนคะ จะใช

ออกซเจนในการหายใจเมอเราหายใจเขาไปกจะไปชวยในการเปลยนอาหารเปนพลงงานเพอเราจะเอาไปเลยงรางกายและท างานตางๆไดคะ ซงอาหารทจะมาเปลยนนนกเปนสารอาหารทไดมาจากระบบยอยอาหารคะ ระบบยอยเหมอน

โรงงานผลตอาหารเลยนะคะ เอาวตถดบเขาไปแลวออกมาเปนผลตภณฑอนนถาเทยบกกนเขาไปแลวอาหารไปเขาเครองบดของ

โรงงานออกมาเปนสารอาหาร และรางกายจะน าไปใชไมไดเลยคะถาไมมเลอดเพอไปเลยงสวนตางๆของรางกายกเหมอนกบการสงสนคาไปตามทตางๆคะ กเปรยบเหมอนระบบไหลเวยน

เลอดทสงไปตามสวนตางๆของรางกาย

Declarative Knowledge

Procedural Knowledge

Complex Schema

Simple Schema

จากการสมภาษณผเรยนเมอเขาสระบบไดเรยนเรองระบบตางๆถาท าไดจะสามารถบอก

ระบบในรางกายได บอกความส าคญของระบบยอย ระบบไหลเวยนเลอด และระบบหายใจไดโดยผเรยนอธบายวาเมอระบบยอยอาหารจะท างานจะอาศยการหายใจเพอชวยในการแลกเปลยนแกส ระบบหายใจจะหายใจกไดน าพลงงานจากระบบยอยมาใชมความสมพนธกน เมอมการยอยอาหารและการดดซมสารอาหารจะ

ไหลไปตามเสนเลอดไปเลยงสวนตางๆของรางกาย

กระบวนการท างาน เพอแกปญหาในการเรยนร ผเรยนสามารถอธบายบอกกระบวนการเพอแกปญหาจากการใชส งแวดลอมทางการเรยนรได

Conclusion

องคประกอบของสงแวดลอมทางการเรยนร ม 8 องคประกอบทส าคญ คอ

Product design and developmentResult

สถานการณปญหา กรณใกลเคยง คลงความร เครองมอทางปญญา รวมมอแกปญหา การสงเสรมเมนทอลโมเดล ฐานการชวยเหลอ การโคช

สถานการณปญหา กรณใกลเคยง

คลงความร เครองมอทางปญญา

รวมมอแกปญหา การสงเสรมเมนทอลโมเดล

ฐานการชวยเหลอ การโคช

Result เมนทอลโมเดลของผเรยน

ความคดรวบยอด เชอมโยงความสมพนธ

Simple – to – Complex

สรปความรเปนรปแบบความรของตนเองได

Detail – to – General

Procedural Knowledge

ความรทเปนกระบวนการท างานเพอแกปญหาในการเรยนร

พบวาผเรยนสามารถอธบายบอกกระบวนการเพอแกปญหาจากการใชสงแวดลอมทางการเรยนรได

Declarative Knowledge

การรบรของผเรยนResult

นกเรยน 27 คนรร.ชมชนบานโตนศรพมลวทยา

นกเรยน 12 คนรร.บานดงกลาง

ดานคณคาของสงแวดลอม ดานความรในสงทเรยน ดานการรบรเมนทอลโมเดล ดานคณลกษณะของสงทเรยน

ผลสมฤทธทางการเรยนรของผเรยนResult

รอยละ 82.92

คะแนนเฉลย 24.87

S.D. 0.36

รอยละ 82.59

คะแนนเฉลย 24.77

S.D. 0.35

นกเรยน 12 คนรร.บานดงกลาง

นกเรยน 27 คนรร.ชมชนบานโตนศรพมลวทยา

Assistant Professor Charuni Samat

Assistant ProfessorIssara Kanjug

Assistant ProfessorPuangtong Petchtone

Thank you for attentionQ&A